Confused Time ให้เวลา10วิ! แล้วยอมรับมาทีว่าพี่ชอบผม

ตอนที่ 7 : EP 06 ll ไม่มีใครรู้อนาคต [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 มี.ค. 61




ภายในห้องนอนตอนช่วงค่ำๆ กุกนั่งคอตกอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสืออย่างเซ็งๆ นิ้วเรียวไล่ไปมาบนหน้ากระดาษเอสี่อย่างขี้เกียจ ร่างสูงสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อเรียกขวัญกำลังใจก่อนจะเปิดชีทวิชาฟิสิกส์เพื่อทำใบงานที่อาจารย์สั่งไว้

 

นั่งทำโจทย์ได้ไม่ถึงสามข้อ โรคง่วงเวลาทำการบ้านก็ดูจะกำเริบขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเค้กเนยของผิงผิงที่เขายัดไปซะเต็มเหนี่ยวเมื่อตอนเย็น หรือว่าเพราะเขาขี้เกียจเองกันแน่

 

เขาละมือจากปากกาและกองชีท ก่อนจะหยิบโน๊ตบุ๊คออกมาเปิดเล่นแก้ง่วง เขากดเข้าเฟสบุ๊คก่อนจะเลื่อนหน้าไทม์ไลน์ไปเรื่อยๆ ไม่ได้สนใจสถานะของใครต่อใครที่โพสเท่าไหร่ จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับภาพภาพหนึ่ง

 

ภาพซอกำลังเกี่ยวก้อยกับไอ้พี่คิม ด้วยใบหน้ายิ้มระรื่น!

 

มันถูกโพสโดย 'เพจลูกหมีปลูกเผือก'

 

 เพจชอบเผือกเรื่องชาวบ้านแบบนี้เขาไปกดติดตามไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน สงสัยว่ามือจะลั่น

 

ข้อความใต้รูปภาพระบุไว้ว่า 'ข่าวร่อนตรงมาจากวงในเลยคร่าาา รูปและข่าวนี้ส่งตรงมาถึงแอดมินทางอินบ็อกซ์จากเด็กในคณะโดยตรงเลยนะเออ! ซออดีตดาวคณะสุดถึกอย่างวิทย์กีฬายืนเกี่ยวก้อยกับเพื่อนสาว อุ๊ป! เขาแอบกระซิบมาว่าทั้งคู่คบกันคร่าาาา ไม่รู้ว่าจะเป็นคู่เบี้ยนคู่แรกในรั้วม.เราที่เปิดตัวหรือว่าจะเป็นแค่การสร้างภาพหลอกให้คนจิ้นฟินกันเฉยๆ เพราะช่วงนี้กระแสคู่วายดันมาแรงซะด้วย เด็กคณะนั้นใครรู้อะไรเพิ่มเติมก็เมนต์เม้าส์มอยไว้เลยนะจ่ะ #แอดมินฆ่าหมีด้วยมือเปล่า'

 

ใต้ภาพนั้นมีคนคอมเมนต์และคนถูกใจมากมาย กุกขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ทั้งจากภาพที่คนสองคนดูมีความสุขกันดีและกับแอดมินที่เผือกสมชื่อเพจ รวมทั้งไอ้คนที่เอาข่าวไปบอกด้วย

 

เขาคลิกเข้าไปดูข้อความต่างๆ ก่อนจะค่อยๆหน้าหงิกทีละนิดๆเมื่อเริ่มไล่อ่าน เพราะมันมีแต่พวกคลั่งวายมาเชียร์มาจิ้น แถมยังเรียกร้องให้แอบถ่ายตอนคู่นี้มีโมเมนต์กันอีก

 

แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้เขาหงุดหงิดได้เท่ากับข้อความพวกนี้!

 

'อ่าวสรุปเขาคบกันจริงหรอวะ วันก่อนเห็นประกาศคบกันกลางโรงอาหาร นึกว่าเล่นๆกันซะอีก แห้วแดกเลย'

 

แล้วก็มีคนมาเมนต์ตอบต่อกันมากมายซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นคนจากคณะเขา เพราะเขาก็พอจะคุ้นหน้าบางคนจากรูปโปรไฟล์อยู่เหมือนกัน

 

'ถึงจะแห้วยังไงก็ไม่เท่าไอ้หมอนั่นหรอก ทำเสล่อจีบพี่เขาออกนอกหน้า'

 

'สุดท้ายเขาไม่เอา มั่นหน้าไปอี๊กกกก'

 

'ไอ้ก.ไก่ ที่ฟันเหยินๆอะนะ สงสัยป่านนี้แดกแห้วจนพุงกางไปแล้วมั้ง'

 

'ไอ้ก.ไก่ไหน ใช่คนที่เข้ารอบคัดเดือนหรือเปล่า หน้าแม่งก็งั้นๆอะ กูหล่อกว่าทำไมไม่ได้เข้าวะและนี้คือข้อความล่าสุด กุกขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างนึกหมั่นไส้ไอ้พวกนักเลงคีย์บอร์ดที่เก่งแต่กับการโพสแขวะคนนั้นคนนี้ แต่เอาเข้าจริงๆก็ไม่กล้า หัวหดกันหมด

 

เดี๋ยวถ้าได้เจอเขาจะจับมาดีดกะโหลกเรียงตัวให้หมดเลยคอยดู!

 

เขารัวแป้นคีย์บอร์ดพิมพ์ต่อข้อความพวกนั้น

 

'ไอ้ก.ไก่นั่นคือเราเอง ชื่อกุกเว้ย มีอะไรข้องใจมาเคลียร์ที่ตึกคณะได้เลย พร้อมเสมอ! #กุกพ่อทุกสถาบันและเชื่อเลยว่าร้อยทั้งร้อยไอ้พวกนั้นไม่กล้าหรอก มันก็เก่งแค่ในโลกออนไลน์นั่นแหละ

 

จากที่หวังจะเข้าเฟสบุ๊คแก้ง่วง กลับกลายเป็นว่ามันทำให้เขาหงุดหงิดแทน ทั้งไอ้พวกขี้แขวะ แล้วก็คนในรูปที่มันมาเกี่ยวก้อยกับซอ แถมยังทำให้คนชอบและเชียร์เข้าไปอีก แล้วตอนนี้เขายังจะมีทางไหนในการเอาชนะได้อีกเนี่ย! เขาปิดโน๊ตบุ๊คอย่างเซ็งๆ เป็นจังหวะเดียวกับเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นพอดี

 

ไลน์!

 

'น้องนิวสุดหล่อ พ่อรวยโคตรเกลียดชื่อไลน์มันเลยอะ

 

ข้อความจากเพื่อนสนิทของเขาส่งมา  กุกกดเข้าไปดูทันทีเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายคงจะมีเรื่องสำคัญ

 

'ทำใบงานฟิสิกส์เสร็จยังถ่ายรูปมาให้ลอกด้วย รัก….จากน้องนิว'

 

สึดนึกว่าจะมีอะไรสำคัญ

 

เขากดเข้าแอพกล้อง ก่อนจะถ่ายรูปใบงานที่เพิ่งทำเสร็จไปเพียงสองข้อเท่านั้นไปให้อีกฝ่ายดู

 

'เห็นในเพจแล้วใช่ปะ'

 

'เห็นแล้วล่ะ แม่งเอ๊ย!'

 

กุกระบายกับนิวเรื่องคนในคณะเอาเขาไปเม้าส์กันสนุกปาก รวมทั้งช่วยกันปรึกษาเรื่องการบ้านผ่านไลน์ จนทั้งคู่สามารถทำมันจนเสร็จ

 

หลังอาบน้ำและจัดแจงธุระส่วนตัวแล้ว เขาก็เดินไปปิดไฟเพื่อเตรียมตัวจะนอน

 

แต่พอหัวถึงหมอน แทนที่จะหลับๆไป เขากลับตาสว่างขึ้นมาซะงั้น กุกนอนพลิกตัวไปมาพลางนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเย็นไปด้วย

 

'ไอ้ผิง!เขาเขย่าร่างคนตรงหน้าอย่างแรง จนกระทั้งดวงตากลมโตของเธอเริ่มกระพริบปริบๆก่อนจะลืมตาโพรงอย่างตกใจที่เขาจับต้นแขนเธอแน่นจนเจ็บ

 

'เจ็บ…' เธอพูดเสียงค่อย

 

กุกยอมผละออกอย่างง่ายดาย เมื่อกี้เขาคงจะตกใจมากไปหน่อยเลยเผลอจับแขนของผิงผิงซะแรง

 

ร่างสูงเกาหัวตัวเองก่อนจะเอ่ยขอโทษออกไป 'โทษนะ พอดีเห็นแกนิ่งไป เราตกใจมากเลยเผลอจับแรงไปหน่อย'

 

ผิงผิงยิ้มออกมานิดๆ 'ไม่เป็นไรจ้าก่อนที่สีหน้าเธอจะกลายเป็นไม่สู้ดีนัก เธอมองเขาแปลกๆเหมือนว่ากำลังไว้อาลัยให้เขาอยู่

 

'จ้องหน้าฉันทำไม มีอะไรหรือเปล่า'

 

'เอ่อ คือสีหน้าที่อ้ำอึ้งแลดูอึดอัดของเธอ ทำเอาเขายิ่งอยากรู้มากขึ้นไปอีก

 

เธอจ้องเขาอย่างลังเล เพราะไม่รู้ว่าเรื่องแบบนี้ควรจะบอกเขาดีหรือเปล่า

 

ผิงผิงก็เป็นอีกคนที่มีความสามารถพิเศษประหลาดๆเกี่ยวกับเวลา เธอสามารถที่จะมองเห็นอนาคตได้ แต่เธอไม่สามารถที่จะบังคับมันได้ ว่าเธอจะเห็นตอนไหน เห็นของใคร หรือว่าเห็นเมื่อไหร่

 

เรื่องบางเรื่องเราก็ไม่ควรไปยุ่ง… คำๆนี้มันจะวูบเข้ามาในหัวตลอด เวลาที่เธอดันไปเห็นอนาคตที่ไม่ควรเห็นของคนอื่นเข้า

 

แน่นอนว่าเรื่องนี้กุกไม่รู้ น้อยคนที่จะรู้ เพราะเธอไม่ได้บอกใคร

 

'ผิง!กุกเรียกชื่อเธออีกครั้ง 'เราถามว่ามีอะไรหรือเปล่า'

 

'…' คนตัวเล็กเงียบไปและเอาแต่จ้องหน้าเขาสักพัก ก่อนที่เธอจะตัดสินใจพูดมันออกมาในที่สุด 


'บาสอะ'


'?'


'นายล้มเลิกเถอะ อย่าแข่งเลยจะดีกว่า'


'หะ!' เขาอุทานอย่างไม่เชื่อหู เมื่อจู่ๆเธอก็มาห้ามเขาไม่ให้แข่งอย่างไม่มีเหตุผล แถมเธอรู้ได้ไงว่าเขาลงแข่งบาส!


'เธอพูดอะไรของเธออะ'


'…' ผิงผิงไม่ตอบอะไรเขา เธอหันไปจัดการตีแป้งต่อ


กุกเองก็ไม่รู้จะทำยังไงจึงเลิกตื้อ


บางทีเขาก็ไม่ควรเก็บมันมาคิดมาก

.

.

.

.

แต่ที่เขานอนไม่หลับตอนนี้มันเป็นเพราะอะไรกันล่ะ เพราะคำพูดคล้ายๆกับคำเตือนนั่นของผิงผิงหรือเปล่านะ คำเตือนที่เหมือนเธอจะรู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเขาในอนาคต


แต่บ้าน่าไม่มีใครรู้อนาคตหรอก!


กุกถอนหายใจ ก่อนจะลุกขึ้นมาเปิดโน๊ตบุ๊คเพื่อเล่นเกมส์


ถ้าไม่ง่วงก็ไม่ต้องนอน!


นั่งเล่มเกมส์แม่ม!


เขาถ่างตาคาหน้าจออยู่แบบนั้นสองสามชั่วโมงจนกระทั่งผล็อยหลับไป

 

 

 

กระเป๋าเป้กลางเก่ากลางใหม่ถูกโยนไปวางไปที่อัฒจันทร์ข้างสนามชั้นล่างสุด ก่อนเจ้าของจะทิ้งตัวนั่งตามลงไป คิมมองนาฬิกาอย่างหงุดหงิดเมื่อพบว่ามันเพิ่งจะบ่ายสามโมงเท่านั้น


วันนี้เธอมีเรียนแค่ครึ่งวัน หลังจากนั้น เพื่อนๆต่างก็แยกย้ายหนีหายกันไปหมด พีหนีกลับไปสิงอยู่ที่หอ ส่วนซอก็ไปไหนไม่รู้ เธอหายไปพร้อมกับช่อดอกลิลลี่สีเหลืองที่ถือมาด้วยตั้งแต่เช้า ดีนะที่มันช่อไม่ใหญ่มาก ไม่งั้นเธอก็คงจะไม่กล้านั่งเรียนใกล้ๆแน่นอน


ทุกคนต่างมีธุระเป็นของตัวเอง ทิ้งให้เธอต้องมาอยู่คนเดียว วันนี้เธอต้องลงมาคุมรุ่นน้องซ้อมกีฬาเฟรชชี่เกมส์ที่กำลังจะแข่งในอีกไม่กี่วัน แล้ววันนี้เจ้าพวกปีหนึ่งก็ดันมีเรียนถึงสี่โมงเย็นซะด้วย เลยทำให้ต้องนัดสี่โมงสิบห้านาที นี่เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้คิมค่อนข้างหงุดหงิดที่ต้องมานั่งรอเป็นชั่วโมง


คนที่ได้รับหน้าที่ให้มาช่วยคุมรุ่นน้องฝึกซ้อมไม่ใช่มีแค่เธอคนเดียว แต่คนอื่นๆยังไม่มีใครมา หนีหายกลับหอกันไปหมด ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากกลับ แต่ถ้าเธอได้กลับแล้วก็คงจะไม่ยอมออกมาอีก เพราะขี้เกียจ


เธอเดินไปหยิบลูกบาสที่กองๆกันอยู่ในตะแกงเหล็กใบใหญ่ ก่อนจะนำมาเลี้ยงกับพื้นอย่างคล่องแคล้ว


เสียงลูกบาสกระทบพื้นดังก้องเป็นจังหวะภายในโรงยิม เธอเป็นนักกีฬาบาสเก่าจากโรงเรียนมัธยม แต่ก็ไม่ได้เก่งมากขนาดที่จะใช้โควต้าเข้ามาได้ เธอแค่มีพื้นฐานแค่นั้น


เวลาเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งใกล้สี่โมงเย็น แต่เพื่อนๆก็ยังไม่มาสักที มีแต่รุ่นน้องในคณะที่เริ่มทยอยๆกันมา พวกเขายกมือไหว้เธอก่อนจะวางกระเป๋าแล้วพากันเข้าไปเปลี่ยนจากชุดนัดศึกษาเป็นชุดออกกำลังกาย


คิมตกใจเล็กน้อย เมื่อเธอนึกได้ว่าลืมเอากางเกงมาเปลี่ยน สงสัยได้ใส่กระโปรงเล่นกับเจ้าพวกนี้แน่เลย ไม่รู้ว่าโชคดีหรือร้ายที่เธอชอบใส่กระโปรงพลีส มันดีตรงที่ไม่รัดขาเท่าทรงเอทำให้เคลื่อนไหวง่ายกว่า แต่ข้อเสียคือแม่งโคตรจะพลิ้วเลย


ถึงจะใส่ซับมาแต่ก็ไม่อยากให้มันแวบไปแวบมาปะว้า~


"ไอ้ต่อๆ" คิมเรียกรุ่นน้องที่เธอพอจะคุ้นหน้ามากที่สุดไว้ ก่อนที่เขาจะเข้าไปเปลี่ยนชุด


"ครับพี่"


"ในตารางเรียนมันเลิกสี่โมงเย็นไม่ใช่หรอ แต่นี่ยังไม่ถึงเลยทำไมมาเร็วกันจัง"


"อ้อ พอดีว่าอาจารย์ปล่อยเร็วอะครับ"


เธอพยักหน้ารับแล้วเดินไปหยิบใบรายชื่อของคนที่จะลงแข่งมาเพื่อเช็คชื่อ


เมื่อรุ่นน้องทั้งหมดเปลี่ยนชุดกันแล้ว พวกเขาก็มานั่งกันสลอนตรงหน้าเธอ คิมเช็คชื่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาเจอกับชื่อ 'กิตติกันต์' ที่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีใครขานรับสักที จนตอนที่เธอกำลังจะเขียนว่าขาดซ้อมนั่นแหละ ถึงได้มีเสียงขานรับมาแต่ไกล


"ครับ! มาแล้วครับๆ" เจ้าของเสียงตะโกนมาตั้งแต่อยู่หน้าประตูทางเข้า เขาวิ่งก้มหน้าก้มตามาอย่างรู้สึกเหนื่อย ก่อนจะยืนหอบฮักๆอยู่ต่อหน้าเพื่อนๆ มือหนายกขึ้นไหว้เธอก่อนที่เขาจะเงยหน้า

 

กุกยืนอึ้งที่ตัวเองเผลอไปยกมือไหว้คนที่เขาไม่ค่อยอยากจะเคารพสักเท่าไหร่


"ทำไมนายมาสาย" คิมเปิดประเด็นถาม เธอไม่ได้ตั้งใจจะหาเรื่อง เพียงแค่สงสัย เพราะเขาน่าจะมาพร้อมๆกับเพื่อน


"สายอะไร!" เสียงเข้มสวนขึ้นมาควันจนคิมเผลอสะดุ้งตกใจเล็กน้อย


"สายดิ เพื่อนๆเขามากันหมดแล้วเห็นมั้ย ถ้าคนอื่นเขามากันทันทีหลังจากเลิกเรียน นายก็ควรจะมาเหมือนกัน"


กุกพยักหน้ารับในสิ่งที่เธอว่าอย่างง่ายดาย ท่าทางก็ดูอ่อนลงผิดกับเมื่อสักครู่ลิบลับ จนคิมนึกแปลกใจ


เขายิ้มกว้างจนเผยให้เห็นฟันเกือบครบทั้งปาก "ขอโทษนะตัวเอง คราวหลังเค้าจะไม่สายอีกแล้ว"


คิมหน้าเหวอให้กับท่าทีที่เปลี่ยนจากหลังมือเป็นหน้ามือของเขา


"ตะตัวเองบ้านนายดิ!" เธอโวยลั่นเพราะเริ่มเห็นสีหน้างงๆจากรุ่นน้องที่นั่งกันอยู่


เมื่อได้ฟัง กุกก็แสร้งทำหน้าตาตกใจที่ดูติดจะโอเวอร์มากไปนิด มือหนายกขึ้นมาปิดปากตัวตัวเองเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรแปลกๆออกไป "อุ๊บ ขอโทษทีหลุดปาก"


ให้ตายเถอะ เด็กป.3 มันยังดูออกเลยว่าเขาแกล้งทำ


เขาหันไปมองบรรดาเพื่อนๆที่ดูจะทำท่าสนอกสนใจไม่น้อยกับการที่อยู่ดีๆ กุกก็เรียกเธอว่าตัวเอง เหมือนว่าเป็นเป็นมากกว่ารุ่นพี่รุ่นน้อง ทั้งที่เธอก็เพิ่งจะคบกับซอไป


"พวกนายก็อย่าเอาไปบอกใครล่ะ โดยเฉพาะซอ" กุกเน้นคำหลังเป็นพิเศษ ส่วนพวกที่ฟังก็พยักหน้าหงึกๆอย่าเชื่อฟัง แต่สีหน้าและแววตานี่พร้อมจะเอาไปนินทาและบอกต่อกันเต็มที


ป่านนี้พวกเขาคงจะคิดกันแล้วว่า เธอกำลังคบซ้อน!



-----------------------------------50%



คิมกระวนกระวายจนนั่งไม่ติด เธออยากจะแก้ตัว แต่ดูท่าว่านั่นอาจจะทำให้อีกแย่เข้าไปอีก ทางที่ดีเธอควรจะเงียบและนิ่งสู้เข้าไว้


"กุก นายไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว ไวๆด้วย"


"อยากให้ไวก็ไปช่วยดิ ช่วยๆกันถอด" เขาคลี่ยิ้มนิดๆที่มุมปาก "จะได้เสร็จไวๆ" คำพูดแปลกๆและสายตาจากเขาที่ส่งมาทำเอาเธอขนลุกซู่ แต่นั่นก็ไม่เท่ากับสายตาจากพวกรุ่นน้องคนอื่นๆที่มองมาที่เธอ


"ล้อเล่นน่า ทำเขินไปได้" คนตัวสูงพูดกลัวหัวเราะก่อนจะเดินไปทางห้องน้ำ โดยไม่สนใจเธอที่กำลังตกเป็นเป้าสายตาและจำเลยสังคมสักนิด แล้วเธอก็อยากจะบอกเขาเหลือเกินว่า กูไม่ได้เขินโว้ย! กูงง กูแก้ตัวไม่ทัน!


คิมยืนเลิ่กลั่กอย่างทำอะไรไม่ถูกอยู่พักใหญ่


"เอ่อ น้องๆ ที่ไอ้กุกมันพูด มันล้อเล่นนะ อย่าคิดมากแหะๆ"


คนฟังพยักหน้ารับกันอย่างพร้อมเพียง แต่เธอก็อดรู้สึกกังวลไม่ได้ เดี๋ยวนี้เรื่องเสียๆแพร่กระจายผ่านปากคนเร็วกว่าเรื่องดีๆ เธอรวบรวมสมาธิและสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปมองกลุ่มปีหนึ่งที่พากันมองเธอตาแป๋ว


คิมเกาหัวจนผมเริ่มยุ่ง  เพื่อนที่เป็นนักบาสของมหาวิทยาลัยที่ดูจะเป็นงานเป็นการมากกว่าก็ไม่ยอมโผล่หัวมาสักที แถมที่ให้มาคุมก็ทีมบาสชาย ผู้ชายทั้งน้านนน


"อ่า ไปวิ่ง วิ่งวอร์มอะ สักห้ารอบสนามบาสละกัน"


พวกเขาลุกพรึบกันอย่างฮึกเหิมก่อนจะเริ่มออกวิ่ง กุกที่เพิ่งเปลี่ยนชุดเสร็จเดินกลับมาที่อัฒจันทร์อย่างงงๆว่าทำไมเธอถึงสั่งให้วอร์มโดยไม่รอเขาเลย


ร่างสูงเปิดกระเป๋าเป้ของตัวเองเพื่อจะเก็บชุดนักศึกษาตรงบริเวณใกล้ๆกับที่คิมยืนอยู่

"ซออยู่ไหน ไม่มาหรอก" เขาถามพลางยัดเสื้อใส่กระเป๋า พอไม่มีคนอื่นอยู่ คำพูดห้วนๆก็ถูกนำมาใช้กับเธออีกครั้ง


"แล้วเห็นหรือเปล่าล่ะ"


"…" กุกหมดคำจะพูด เขาหันมามองเธออย่างหงุดหงิด พลางคิดถึงตอนที่ไอ้นิวพูดเหมือนพยายามที่จะไม่ให้เขาลงกีฬาบาส


คงจะเป็นเพราะไอ้พี่นี่เล่นบาสเหมือนกันแหงๆ เลยกลัวว่าเขาจะมาเจอ


แล้วแม่งก็มาเจอจนได้! ตอนมาถึงและเจอหน้าเธอ เขายอมรับว่าโคตรเซ็ง โคตรเหม็นขี้หน้า แต่พอคิดถึงแผนการที่จะทำให้คนทั้งคู่เลิกกันได้ เขาก็รู้สึกดีใจไม่น้อยที่เลือกมาลงกีฬาบาส


"ไปวิ่งกับเพื่อนๆได้แล้ว!" คนตัวเล็กกว่าหันมาสั่งเสียงเขียว เขายักคิ้วขึ้นอย่างกวนๆก่อนจะย่อตัวลงเพื่อให้สายตาเสมอกับเธอ


"ไม่ไป" กุกพูดนิ่งๆ แต่ก็แอบยิ้มออกมาเล็กน้อย เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าไม่ยอมไปวิ่งซะอย่างเธอจะทำอะไรได้


คิมนึกหงุดหงิดกับคำพูดและท่าทางที่จงใจกวนประสาทนั่น แต่อีกมุมหนึ่งเธอก็แอบรู้สึกว่าตอนเขายิ้มมันช่างน่ารัก


"ทำไมไม่ไป"


"ก็ฉันไม่อยากวิ่งเลยไม่ไปไง" เขาพูดก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งแหมะกับอัฒจันทร์เป็นการประชดเธอว่ายังไงเขาก็จะไม่ลุกไปวิ่งเด็ดขาด แต่เขาก็ยังไม่วายส่งยิ้มมาให้เธออย่างจงใจก่อกวนอีกรอบ


คิมควรที่จะโมโห แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกหวั่นไหวกับรอยยิ้มนั่นเหลือเกิน


ม้ายยย! ฉันไม่ได้ชอบหมอนั่นแล้วๆ และตอนนี้ฉันก็มองใครไม่ได้นอกจากซอ เธอท่องย้ำกับตัวเองในใจ


"นายอย่ามากวนได้มั้ย" แม้ว่าเสียงที่สั่งเขาจะฟังดูโมโห แต่ในใจเธอคือไม่ไหวกับรอยยิ้มของเขาสุดๆ


ยิ้มโชว์ฟันกระต่ายน่ารักๆนั่นหยุดมันซะที!


คิมเลยต้องพยายามเก๊กหน้าขรึมเป็นเท่าตัว เพราะกลัวว่าจะเผลอยิ้มตามเขา


"ไปวิ่งด้วยกันปะล่ะ" กุกยื่นข้อเสนอเมื่อเขาคิดอะไรบ้างอย่างได้


"ทำไมฉันต้องวิ่งกับนายด้วย"


"ถ้าเธอไม่วิ่ง ฉันก็จะไม่วิ่ง" เขาพูดก่อนจะลุกพรวดแล้วตรงมาประชิดเธอด้วยท่าทีดูคุกคาม


"!" คิมผงะถอยหลังอย่างไวแต่ก็ไม่ทัน เมื่อร่างสูงของคนตรงหน้าเดินเข้ามาใกล้ วงแขนที่มีมัดกล้ามพอกรุบกริบตวัดคล้องบนไหล่เธออย่างถือวิสาสะ ก่อนล็อคคอเธอแน่นจนเกือบจะหายใจไม่ออก แล้วกึ่งลากกึ่งบังคับมาที่สนามบาสที่คนอื่นๆวิ่งกันอยู่


คิมพยามก้มหน้าหลบเขาสุดชีวิต เพราะนี้เธอรู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าวจนเหมือนมีใครเอาไฟมาลน


"แข่งกันปะ"


"ไม่!" เธอปฏิเสธ เพราะรู้ว่าตนต้องแพ้แน่ๆ


"กลัวแพ้?"


"เออ"


"กากวะ กลัวตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม" เขามองเธออย่างตำหนินิดๆ "ถึงรู้ว่าสู้ไม่ได้ แต่ก็ต้องพยายามนะรู้เปล่า ไม่งั้นเราจะพัฒนาตัวเองได้ไง ยิ่งรู้ว่าสู้ไม่ได้ยิ่งต้องพยายาม" กุกเทศยาวจนคิมต้องยอมแข่งอย่างจำใจ แต่ก็แค่รับปากส่งๆไปงั้นแหละ


จะแพ้หรือชนะก็ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย จะมีก็แค่ความสะใจของคนชนะเท่านั้น


"พร้อมนะ เริ่ม!" ร่างสูงผละวิ่งออกไปอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย


เธอถอนหายใจก่อนจะเดินกลับไปนั่งในที่ของตัวเอง ปล่อยให้เขาบ้าบอออกวิ่งไปคนเดียว ฝ่ายกุกเมื่อรู้ว่าเธอไม่ได้วิ่งตามมาเขาก็หันหลังและวิ่งกลับไปหาเธอทันที


เด็กตัวโตทิ้งตัวลงข้างๆคิมก่อนดวงตากลมๆของเขาจะมองเธอจนตาแทบไม่กระพริบ คิมขยับหนีออกห่างอย่างไม่ต้องการที่จะใกล้ชิดเขาเกินไปนัก คิ้วเรียวขมวดกันยุ่งอย่างงุนงงในพฤติกรรมของกุกอย่างไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก


“มองไร” เธอถามห้วนๆ แต่ก็ได้คำตอบกลับมาเป็นรอยยิ้มของเขาแทน


นี่เขากำลังปั่นประสาทเธออยู่ถูกมะ?


----------------------------------------75 %



“โวะ!” คิมสบถก่อนจะลุกหนี เธอทั้งหงุดหงิดและเขินที่ถูกเขามองไปพร้อมๆกัน เธอเดินไปทางสนามบาสตรงใกล้ๆกับบริเวณที่รุ่นน้องคนอื่นๆวิ่งกันอยู่


การกระทำของทั้งคู่ตกอยู่ภายใต้สายตาของพวกปีหนึ่งอยู่ตลอดตั้งแต่กุกเริ่มเกี่ยวคอเธออย่างใกล้ชิด จนไปถึงการที่กุกอู้การวิ่งวอร์มแล้วเลือกที่จะไปนั่งส่งยิ้มให้กับคิม


คิมหยุดเดินและกำลังจะออกคำสั่งให้พวกรุ่นน้องหยุดวิ่ง แต่กุกที่เดินตามหลังเธอมาเงียบๆดันเบรกเท้าตัวเองไม่ทัน ทำให้ชนกับเธอเข้าโครมใหญ่


“อะไรของนายนักหนาวะ”       


“ขอโทษครับ” คำขอโทษออกมาจากปากเขาอย่างง่ายดายทั้งๆที่ปกติไม่น่าจะเป็นแบบนั้น คงเพราะว่าเธอกำลังอยู่ต่อหน้ารุ่นน้องคนอื่น และพวกนั้นก็กำลังสนใจคนทั้งคู่ไม่น้อย


เธอเลิกสนใจคนตัวสูงที่ยืนประกบอยู่ไม่ห่าง แต่ก่อนที่เธอจะออกคำสั่งให้ไปฝึกซ้อม พวกเพื่อนๆผู้ชายที่เป็นนักบาสของมหาวิทยาลัยก็พากันเดินเข้ามาในโรงยิม


พวกเขานำน้องๆปีหนึ่งฝึกซ้อมอย่างดูสนุกสนาน ทั้งทักษะในเกมส์ต่างๆ รวมถึงลงไปร่วมเล่นด้วยเพื่อจำลองการแข่ง คิมเองก็อยากเล่นเหมือนกัน แต่ติดตรงที่เธอดันใส่กระโปรง เธอจึงได้แต่มานั่งข้างสนามและมองพวกเขาเล่นกันด้วยสายตาละห้อย


มือเล็กจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นนั่นเล่นนี่แก้เบื่อไปเรื่อย


ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เธอมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีอะไรมาขยับหยุกหยิกอยู่ตรงบริเวณหางตา เธอหยุดเล่นเกมส์และหันไปมองก็พบว่าพวกรุ่นน้องและเพื่อนๆได้เลิกซ้อมกันแล้ว พวกเขาต่างกำลังดื่มน้ำและนั่งพักให้หายเหนื่อย


กุกเดินตรงมาที่เธอนั่งอยู่เพราะเขาวางกระเป๋าไว้แถวๆนั้น ตากลมสีน้ำตาลเข้มของคิมเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ ก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติสุดฤทธิ์ เพราะจู่ๆเขาก็ดันถอดเสื้อออกมันตรงนั้น


ผิวสีขาวๆกับกล้ามท้องที่เป็นลอนอ่อนๆนั่น


คิมนั่งหลับตาปี๋กำหนดลมหายใจเข้าออกช้าๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ แต่แล้ว


แปะ!


เสียงเสื้อเปียกเหงื่อชุ่มกระทบเข้ากับหัวและบริเวณไหล่ของเธอจังๆ เธอลืมตาพลางเอามือปัดเสื้อเขาออกอย่างนึกรังเกียจ แต่ก็ยังไม่ได้หันหน้ากลับไปมองเขาอยู่ดี


"แหม่ ทำมาเป็นรังเกียจ"


"…" คิมไม่ได้โต้ตอบกลับไป เธอภาวนาให้เขารีบใส่เสื้อตัวใหม่ให้เร็วที่สุด


"หันหนีไมอะ ไม่ชอบหรอ ฉันไม่มีพุงนะ"


"เออ! จะมีหรือไม่มีมันก็เรื่องของนาย"


"เขินหรอ" พูดอย่างเดียวไม่พอ ร่างสูงก็ดันเดินไปหยุดอยู่ตรงทิศที่เธอหันหน้าหนีเพื่อหวังจะโชว์หน้าท้องสุดแซ่บของตัวเอง


"…" คิมเผลอมองสำรวจกล้ามหน้าท้องของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อมันดันมาอยู่ในระดับสายตา


"ถ้าจะมองขนาดนี้ สงสัยฉันต้องเก็บค่าซะดูแล้วล่ะมั้ง" เสียงแซวขำจากเขาเรียกสติเธอขึ้นมาได้ "ซ้อมเสร็จแล้วกลับด้วยกันมั้ย"


คิมส่ายหน้าปฏิเสธอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด เขาคงไม่อยากเดินไปกับเธอหรอก เขาแค่ต้องการสร้างเรื่องให้เธอผิดใจกับซอ แล้วเธอก็จะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้น


"แล้วแต่" กุกไหวไหล่อย่างไม่แคร์ เขาก็คิดไว้แล้วว่าเธอจะปฏิเสธ แต่จากที่ทำไปวันนี้ ทุกคนก็ดูจะสนใจเรื่องระหว่างเขากับคิมอยู่ไม่น้อยว่ามันมีอะไรในกอไผ่หรือเปล่า เขาภาวนาให้คนพวกนั้นเอาไปเม้าส์กันให้สนุกปาก ให้ถึงหูซอไวๆ จนทั้งคู่ต้องทะเลาะและเลิกกันไปในที่สุด


เขาหยิบเสื้อตัวใหม่ในกระเป๋ามาสวมทับท่อนบนที่เปลือยเปล่าให้เรียบร้อย ก่อนจะวางมือลงบนหัวของเธอ นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ยุ่งเหนิงนิดๆ เขาพยายามทำหน้าประหนึ่งว่าเอ็นดูเธอสุดๆ และจินตนาการว่าเธอคือซอ


แต่คิมก็ดูจะไม่ให้ความร่วมมือเท่าไหร่ มือเล็กจิกเข้าที่ข้อมือและพยายามแงะมันออกจากหัวเธออย่างเอาเป็นเอาตาย แล้วหัวเล็กๆนั่นพยายามส่ายหนีจนเขาต้องออกแรงบีบนิดๆเหมือนว่ากำลังจับลูกบาส


"กลับบ้านดีๆนะตัวเอง" เขายิ้มให้เธออย่างอบอุ่นแบบที่แฟนหนุ่มสักคนจะยิ้มให้กับแฟนสาว แต่นั่นมันก็แค่แสร้งทำใส่เธอเท่านั้น


ร่างสูงของกุกผละออกไป หลังจากนั้นสายตานับสิบคู่จากบุคคลที่ยังอยู่ภายในโรงยิมก็พุ่งตรงมาที่เธอ


สายตาพวกนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย คำถาม และความอยากรู้อยากเห็น





ขอบคุณสำหรับการติดตามนะฮับ

และก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนนนนนน 




กดแอดแฟน ที่รูปน้องกุกสุดหล่อได้เลยฮับ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #10 Kim_panisa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 14:31
    กุกมันร้ายยย รอนะคะ
    #10
    1
    • #10-1 H_HB(จากตอนที่ 7)
      17 มิถุนายน 2560 / 13:43
      ขอบคุณที่รอนะคะ มีกำลังใจมากๆเลย ><
      #10-1