Confused Time ให้เวลา10วิ! แล้วยอมรับมาทีว่าพี่ชอบผม

ตอนที่ 5 : EP 04 ll อยู่ดีๆก็เวียนหัว [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 มี.ค. 61






การเรียนในช่วงบ่ายวันนี้ค่อนข้างน่าเบื่อพอสมควร เพราะมันเป็นวิชาของคณะ เลยไม่ค่อยมีอาหารตาให้มองเหมือนไปเรียนที่คณะอื่นสักเท่าไหร่ ก็คณะเขามันผู้ชายโคตรเยอะ หันหน้าก็ผู้ชาย หันหลังก็ผู้ชาย หันซ้ายก็ผู้ชาย หันขวาก็ไอ้นิว อันหลังนี่น่าเบื่อสุด เพราะแม่งดันหล่อสูสีกับเขา ใต้ความเพื่อนแอบมีความหมั้นไส้นิดหน่อย และอีกเหตุผลที่น่าเบื่อคือตอนบ่ายมันเป็นเวลาที่โคตรง่วงที่สุดในรอบวัน

 

โคตรอยากโดดกลับหอไปนอนตึพุง

 

และดูวันนี้อาจารย์ผู้สอนก็ดูจะเครื่องติดดีพอสมควร เพราะท่านเล่นสอนเลยไปถึงสี่โมงสี่สิบห้า! ทั้งๆที่คาบเรียนนี้มันถึงแค่สี่โมงครึ่ง และถ้าเขาไม่มีภารกิจต้องกลับไปเองกางเกงวอร์มที่หอ เขาจะไม่ทุกข์ร้อนขนาดนี้

 

ในขณะที่เพื่อนๆนักศึกษาพากันเปลี่ยนไปใส่กางเกงวอร์มที่เตรียมมาตั้งแต่ออกจากหอแล้วเดินไปยังลานกว้างหลังตึกคณะ แต่เขากับไอ้นิว รวมถึงบางคนที่ไม่ได้เตรียมมาต้องกุรีกุจอกลับไปเอากางเกงที่หอของตัวเอง

 

น้ำมันจะมาหมดอะไรตอนนี้วะ” คนที่กำลังสตาร์ทเครื่องบ่นออกมาเบาๆ แต่มันลับทำเอากุกหูผึ่งทันที

 

อะไรนะ”                   

       

 

            “น้ำมันจะหมด หวังว่าคงทัน

 

            ไม่ทันก็ต้องทันโว้ย

 

          ไอ้นิวบิดคันเร่งให้รถไปเร็วกว่าปกติเพื่อให้เราสามารถกลับมาให้ทันเวลาเข้าประชุมเชียร์ รถมันแล่นมาจอดหน้าบ้านพักที่เขาเช่าอยู่ เย็นวันนี้ที่บ้านดูเงียบเป็นพิเศษ ที่รั้วล็อคกุญแจ ดูท่าแล้วคงจะยังไม่มีใครกลับมา กุกไขกุญแจและเดินนำไอ้นิวตรงไปที่ห้องอย่างรีบเร่ง ก่อนจะรื้อหากางเกงในตู้เสื้อผ้า แล้วเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ

 

 

"เสร็จยัง" เสียงที่ฟังดูรีบร้อนจากไอ้นิวพร้อมกับจังหวะในการเคาะประตูห้องน้ำอย่างถี่รัว เร่งให้เขารีบใส่กางเกงวอร์มขายาวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปิดประตูออกมา มันเปลี่ยนไปใส่กางเกงวอร์มเรียบร้อยแล้ว คงจะเปลี่ยนตอนเขาเข้าไปในห้องน้ำ คนทั้งคู่รีบวิ่งลงไปที่มอเตอร์ไซค์ ไอ้นิวขับเร็วแข่งกับเวลาที่กระชั้นเข้ามา เพราะตอนนี้มันเลยเวลาเข้าประชุมเชียร์มาห้านาทีแล้ว!

 

กุกจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดใจที่ไม่อาจใช้ความสามารถพิเศษในเรื่องของเวลาได้อีก เพราะวันนี้เขาดันใช้มันไปแล้ว ใครจะไปคิดละว่ามันจะมีเรื่องสำคัญให้ใช้มากกว่าทีหลัง แต่ถ้าคิดอีกมุม ถึงใช้ยังไงไอ้นิวก็ต้องไปสายอยู่ดี เพราะมันฝืนควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อเขาหน่วงเวลา

 

ไอ้นิวเข้ารถเข้าไปบริเวณของคณะก่อนจะไปจอด จากนั้นพวกเขาก็วิ่งตาเหลือกไปยังลานอเนกประสงค์หลังตึกคณะทันที โชคดีที่คนมาสายไม่ใช่มีแค่เขาสองคน

 

พวกเขารวมกลุ่มกันก่อนจะเดินอย่างพร้อมเพียงไปด้วยกัน ก่อนจะตีหน้าสลดอย่างไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน

 

พวกเพื่อนๆที่มาก่อนแล้ว นั่งต่อแถวกันอย่างเป็นระเบียบ รอบๆมีพี่ปีสองยืนทำหน้ายักษ์ แถมเกือบทั้งหมดกำลังจ้องมาที่พวกเขาที่มาสาย

 

"ใครให้น้องไปนั่ง!" เสียงว้ากอันทรงพลังราวกลับติดโทรโข่งเอาไว้ในช่องปากของรุ่นพี่ปีสองผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น ทำเอาพวกคนมาสายอย่างเขาที่กำลังจะเนียนวิ่งไปนั่งรวมกับเพื่อนๆต้องหยุดชะงัก

 

รุ่นพี่อยู่ในชุดนักศึกษาที่แต่งตามระเบียบของมหาวิทยาลัยชัดเจน เสื้อนักศึกษาสีขาวสะอาดตาถูกติดกระดุมไปจนถึงเม็ดบนสุด พร้อมด้วยเนคไทเส้นยาว ที่ส่วนใหญ่นักศึกษาก็ไม่ค่อยได้ใส่กันไปเรียนนักถ้าไม่ได้เข้าพิธีอะไรสำคัญของทางมหาวิทยาลัย กางเกงนักศึกษาชายที่พี่เขาใส่เป็นทรงกระบอกตรง ไม่ใช่ทรงเดฟติดขาเหมือนที่ส่วนใหญ่ชอบใส่กัน แต่พอมองดูพวกพี่ปีสอง ก็พบว่าทุกคนแต่งกายแบบนี้กันหมด แถมที่คอของแต่ละคนยังห้องป้ายสีขาวซะด้วย ในป้ายระบุชื่อและตำแหน่งต่างๆที่พวกพี่เขาทำในขณะประชุมเชียร์

 

พี่โทรโข่งที่ยืนใกล้กุกที่สุดมองเขานิ่งๆอย่างต้องการคำตอบ

 

โข่ง’ ‘พี่ระเบียบ

 

เขาขำออกมาเบาๆเมื่อเห็นชื่อพี่เขาบนป้ายที่คล้องคออยู่ เพราะมันดันคล้ายกับฉายาที่เขาเรียก ส่วนที่เขียนว่าพี่ระเบียบก็คงจะหมายถึงคุมเรื่องกฎระเบียบในการเข้าประชุมเชียร์ล่ะมั้ง

 

"ไม่มี" กุกตอบตามจริง แต่นั่นกลับทำให้พี่โข่งนั่นถลึงตามองจนมันแทบจะถลนออกมา

 

เอ้า ผมผิดอะไรว้า โดนถามก็ตอบไปถูกมะ

 

"พูดกับรุ่นพี่ควรจะมีครับ ด้วยนะครับ"

 

"อ่าครับ"

 

รุ่นพี่คนเดิมเอามือไขว้หลังอย่างวางมาด ก่อนจะออกคำสั่งเสียงเข้ม "คนมาสายออกมาต่อแถวเลยครับ"

 

เหล่าวีรชนคนกล้าที่มาไม่ตรงเวลาทั้งหลายพากันเดินไปยืนหน้าเจื่อนอยู่หน้าเพื่อนๆที่นั่งกันเป็นแถวๆ

 

"การเข้าประชุมเชียร์ควรจะมาให้ตรงเวลานะครับ" รุ่นพี่คนเดิมพูดก่อนเขาจะหันมาปรายตามองพวกเขาทีละคนๆเล่นเอาเสียวสันหลัง

 

"คนแรก พูดเหตุผลของคุณมาครับ" คนพูดหันมามองที่กุกซึ่งยืนติดกับเขาที่สุด กุกจึงกลายเป็นคนแรกไปโดยปริยาย

 

"ผมกลับไปเอากางเกงที่ห.."

 

"คุณเข้าประชุมเชียร์มากี่ครั้งแล้ว!!" ยังพูดไม่ทันจบก็ดันถูกเขาขัดขึ้นด้วยเสียงที่โคตรดังซะก่อน

 

ตกใจหมด! เส้นเสียงอักเสบขึ้นมาไม่รู้ด้วยนะเว้ย

 

"ไม่เคยเข้า เอ่อ ไม่เคยเข้าครับ"

 

"หึ" รุ่นพี่โข่งแสยะยิ้มมองกุกอย่างหมั้นไส้ ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาใกล้

 

บอกชื่อจริงนามสกุล คณะ ชั้นปี มหาวิทยาลัย และเหตุผลในการมาสายของพวกคุณมา

 

 “…”

 

"จำได้ใช่มั้ย"

 

กุกพยักหน้าตอบไป

 

"กระผมนายกิตติกันต์ คีตะนิธินันท์ นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ชั้นปีที่1 มหาวิทยาลัยเทมโป้ เข้าประชุมเชียร์สาย เนื่องจากกลับไปเอากางเกงวอร์มที่หอครับ" พอพูดจบก็บังเกิดความเงียบขึ้น

 

ทุกคนไม่ได้เงียบเพราะอึ้งกับคำตอบเขา ทุกสายมองผ่านตรงไปที่ด้านหลังกันหมด ถ้าให้อธิบาย ก็คงจะเหมือนฉากเจอผีในละคร เพียงแต่ที่อยู่ข้างหลังเขามันไม่ใช่ผี

 

"พวกผม นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาชั้นปีที่สี่ ขออนุญาตเข้าประชุมเชียร์ครับ!" เสียงเข้มๆของผู้ชายดังฝ่าความเงียบขึ้นมาข้างหลัง ทำให้ต้องหันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ ก่อนจะพบกับ

 

กลุ่มคนที่มีสีหน้าเรียบเฉยค่อนไปทางถมึงทึงเหมือนไปโกรธใครมา 

 

พวกพี่ปีสองที่ตอนแรกยืนล้อมหน้าล้อมหลังน้องๆ พากันไปรวมตัวที่ด้านหลังก่อนจะนั่งลงเป็นแถวอย่างมีระเบียบ และปล่อยหน้าที่ดูแลปีหนึ่งเป็นของพี่ปีสี่ต่อไป ทิ้งให้พวกที่มาสายต้องยืนเด๋ออย่างไม่รู้จะไปอยู่ตรงไหนดี

 

"คนพวกนี้คืออะไรครับ" พี่ผู้ชายคนที่ดูท่าจะเป็นผู้นำของปี่สี่พูดขึ้น เขาปรายสายตาดุๆมามองที่กุก

 

น้องๆเข้าประชุมเชียร์สายครับ” เสียงหนึ่งตะโกนตอบกลับมาจากบุคคลที่นั่งอยู่ เป็นพี่โข่งนั่นเอง

 

ปีสอง! ไม่ได้สอนน้องของคุณหรอว่าประชุมเชียร์มันควรจะมากี่โมง แล้วนี่ประชุมเชียร์มาหนึ่งอาทิตย์แล้ว ยังจะมีคนมาสายกันอีกหรอครับ” พวกพี่ปีสองที่โดนว่าไปแบบนั้นดูจะทำให้พวกเขารู้สึกกดดันกันเป็นพิเศษ ทุกคนเอาแต่ก้มหน้าก้มตามองพื้น

 

พี่ระเบียบปีสองลุกขึ้นมาครับ เพื่อเป็นการทำโทษที่พวกคุณไม่สอนเขา ทำให้พวกเขาต้องมาสายแบบนี้ กอดคอลุกนั่งไปและอย่าหยุดจนกว่าผมจะสั่ง

 

สิ้นเสียง พวกพี่ระเบียบปีสองก็ลุกออกมาอย่างไม่มีวี่แววอิดออด ทั้งหมดกอดคอกัน และลุกนั่งอย่างพร้อมเพียง กุกและคนที่มาสายได้แต่มองภาพนั้นอย่างงงๆ ที่พี่ปีสองกลับถูกลงโทษแทนคนมาสายอย่างพวกเขา

 

ส่วนพวกคุณไปนั่งได้แล้วครับ” พี่คนเดิมหันมาสั่งพวกที่สาย แต่จะให้เดินไปนั่งแล้วปล่อยให้พวกพี่ที่ไม่รู้เรื่องมาถูกทำโทษแทนเนี่ยนะ พวกเขาทำไม่ได้ว่ะ! แล้วแถมพี่ระเบียบบางคนที่เป็นผู้หญิงก็ดูท่าว่าจะไม่ไหวแล้วด้วย

 

พวกเขาที่ยังพอมีสำนึกอยู่บ้างไม่ได้เดินไปนั่งตามที่พี่สั่ง แต่เลือกที่จะยืนที่เดิม และมองหน้ากันไปมาอย่างเลิ่กลั่กว่าจะเอาไงดี

 

"ผมสั่งทำไมไม่ไปนั่ง!" รุ่นพี่คนเดิมตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง เล่นเอากุกถึงกับสะดุ้ง

 

เขาเหลือบไปเห็นซอกำลังเดินไปที่แถวด้านหลัง ที่ตรงนั้นมีกล่องพยาบาลสองสามกล่องเอาไว้เผื่อมีกรณีฉุกเฉินขึ้นมา เขาเดาว่าเธอคงจะกำลังเตรียมยาดมไว้ให้พวกพี่ปีสอง ที่ท่าทางบางคนใกล้จะเป็นลมเต็มที

 

"พวกผมขอทำแทนพวกพี่ปีสองเองครับ" ฮีโร่นามว่านิวพูดขึ้นก่อนที่เขาจะเดินออกมาเผชิญหน้ากับรุ่นพี่ปีสี่

 

"คุณแน่ใจนะ"

 

"ครับ!" เสียงตอบอย่างพร้อมเพรียงดังกระหึ่มจากกลุ่มพวกที่มาสาย

 

พี่ปีสี่พยักหน้ารับก่อนจะหันไปสั่งให้พวกพี่ปีสองหยุดทำ และกลายมาเป็นพวกที่มาสายแทนที่ตอนนี้กำลังกอดคอกันลุกนั่ง

 

"ทำไปจนกว่าผมจะสั่งหยุด"

 

กุกทำตามคำสั่งของรุ่นพี่ เขารู้ว่าเขาสามารถทำมันไหว แต่เมื่อหันไปเห็นซอกำลังส่งยาดมส่งน้ำให้กับพี่ปีสอง เขาก็เริ่มรู้สึกที่จะหน้ามืดแล้วปวดขาขึ้นมาทันที

 

ต่อมสำออยทำงานแบบปุบปับเลยแฮะ

 

กุกแสร้งลุกไม่ไหว พี่ปีสองที่รู้ไม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมถึงกับรีบมาพยุงเขาออกไป

 

"ไหวมั้ยมึง" ไอ้นิวกระซิบถามก่อนที่เขาจะโดนพาออกมาแล้วให้มานั่งพักท้ายๆแถว ตรงที่คนอื่นๆโดนปฐมพยาบาลกันอยู่

.

.

.

.

ดวงตากลมโตสีน้ำตาเข้มของคิมกวาดมองภาพเพื่อนๆเข้าไปรุมพยุงเอาเด็กผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งออกมาจากแถวที่กำลังกอดคอลุกนั่งกันอยู่ เจ้าเด็กคนนั้นทำท่าทางเหมือนว่ากำลังหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ คล้ายจะเป็นลม

 

แต่โทษที การแสดง ถ้ามันเฟคมันดูออก!

 

เธอยืนกอดอกมองเด็กนั่นต่อไปอย่างอยากรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่ จะว่าขี้เกียจลุกนั่งก็ไม่น่าใช่ ไอ้เด็กนี่มันใจสู้จะตาย

 

แต่แล้วเธอก็แทบจะร้องอ่อออกมาทันที เมื่อเห็นเพื่อนรักหรือว่าคนรักของตัวเองถือแก้วน้ำเปล่าและหลอดยาดมเอาไปยื่นให้หมอนั่น เธอทำไปตามหน้าที่ที่ได้รับคือต้องดูแลน้องๆ แต่เด็กนั่นดูท่าทางจะดีใจเกินเหตุเมื่อซอเดินไปหา

 

แผนสูงนะไอ้เด็กกะล่อน!

 

เมื่อเอาของไปให้แล้ว ซอก็เดินไปดูน้องๆคนอื่นต่อทิ้งให้เจ้านั่นนั่งอยู่คนเดียว  และดูท่าว่าเขาก็คงจะเสียดายไม่น้อยที่ซอจากไป มือหนาหยิบยาดมออกมาดมๆและหยิบน้ำมาจิบนิดๆพอเป็นพิธี คิมตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขาแล้วทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ

 

"ไง" เธอพยายามสรรหาคำทักทายที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกไปมันก็ดูเกร็งๆชอบกล ก็แน่ล่ะ การพบกันครั้งสุดท้ายมันค่อยจะดีเท่าไหร่

 

กุกหันมามองหน้าเธอแวบนึงก่อนจะหันกลับ เขาเบ้ปากนิดๆ เขาจะรู้ตัวมั้ยว่าตัวเองชอบทำแบบนั้นเวลาเจออะไรที่ไม่ชอบใจ

 

"ไงอะไร" เด็กตัวโตตอบ แต่เขาก็ไม่ได้หันหน้ามามองคิมสักนิด เพราะยังรู้สึกหมั่นไส้เธอจากเรื่องเมื่อตอนกลางวันอยู่ ก็เธอเล่นไปหักหน้าเขากลางโรงอาหารคณะแบบนั้นเป็นใครใครก็เคือง

 

"นายลุกนั่งไม่ไหวจริงอะ"

 

กุกชักสีหน้าเล็กน้อย ก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมา "เปล่าหรอก ฉันแค่ตอแหล"

 

คิมจ้องหน้าเขาอย่างงงๆ ไม่คิดว่ายอมรับง่ายขนาดนี้ "จะให้ไปตามซอมาให้ปะ" เลยตอบแทนเขาโดยการจะไปเรียกแฟนตัวเองให้มาอยู่เป็นเพื่อน

 

"ไม่หวงแฟนไง๊" กุกยิ้มออกมาอย่างลิงโลด คงเพราะดีใจที่เธอจะไปตามสาวสวยหนึ่งในดวงใจของเขามาให้

 

คิมยิ้มอ่อนก่อนจะตอบออกไป "กับนายคงไม่จำเป็นต้องหวง"

 

รอบยิ้มของเขาที่ดูน่ารักเหมือนเดิมไม่ต่างจากตอนเด็กค่อยๆหายไป

 

"เพราะซอคงไม่ได้เห็นนายอยู่ในสายตาอยู่แล้ว"

 

"…"

 

เขานิ่งไปจนน่ากลัว กลัวว่าจะโมโหในสิ่งที่เธอพูดแล้วลุกขึ้นมาเสยหน้าแหกนะเซ่! ปากหนอปาก อยู่ดีๆ ก็ไปกวนเท้าเขาซะงั้น

 

เลิกกับซอซะเขาพูดสิ่งที่คิดและต้องการในใจออกมาให้คนข้างๆได้ฟัง

 

คิมหันมามองหน้าเขาด้วยความอึ้งเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธออกมา ไม่มีทาง

 

ก็ได้ ในเมื่อขอดีๆแล้วไม่ตกลงก็ไม่เป็นไร

 

นายจะตัดใจ?”

 

เปล่า ฉันจะแย่งมาเขาพูดด้วยแววตาและท่าทางที่ดูมุ่งมั่นเป็นพิเศษ มุ่งมั่นในการแย่งแฟนคนอื่น

 

คิมมองหน้าคนตัวโตอย่างนึกขำ เขาคงคิดว่าโลกมนหมุนรอบตัวเองล่ะมั้ง คงจะคิดว่าอะไรๆมันจะตามใจเขาไปซะทุกอย่าง ถึงได้ไม่ยอมรับความจริงว่าซอไม่ได้ชอบเขาสักที

 

แต่แล้วสายตาแข็งกราวของเขาที่มองมายังเธอก็เปลี่ยนเป็นออดอ้อนอย่างกะทันหัน จนทำเอาเธอแทบปรับอารมณ์ตามไม่ทัน

 

"ฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้อะ อยู่ดีๆมันก็เวียนหัว" ไม่ทันขาดคำ หัวทุยๆของรุ่นน้องตัวโตก็เอียงแหมะทิ้งลงมาที่ไหล่ของเธอแบบพอดิบพอดี เล่นเอาเธอถึงกับสะดุ้งตัวโยน

 

คิมผลักมันออกแทบจะทันที แต่ดูเหมือนเขาก็คงจะพอรู้ว่าเธอจะทำแบบนี้เลยขืนมันเอาไว้ หัวนั่นกดลงบนไหล่เธออย่างแรงจนเริ่มเจ็บ

 

"ทำบ้าอะไรฟะ" คิมเค้นเสียงถามอย่างยากลำบาก เพราะสองมือต้องคอยออกแรงดันหน้าและจิกทึ้งผมเขาให้ออกไปจากไหล่

 

แต่กุกไม่ตอบ เขามองไปยังทิศทางที่ซออยู่ แล้วพอเห็นว่าซอกำลังยุ่งๆอยู่กับการดูแลน้องๆคนอื่นไม่สนใจทางนี้ เขาจึงกลับมานั่งตัวตรงเหมือนเดิม

 

หนอยเขาคิดจะทำให้ซอเข้าใจเธอผิด!  คิมนึกอย่าโมโหเมื่อเห็นว่าเขามองไปทางซอตลอด

 

"นายจะทำให้ฉันกับซอผิดใจกับใช่มั้ย"


เขาหันมาก่อนจะเบ้ปากพร้อมกับยักคิ้วลิ่วตาอย่างกวนประสาท ริมฝีปากหยักสวยนั่นคลี่ยิ้มแล้วตอบออกมา "ใช่!"


"ก็ได้ ถ้านายคิดว่าแย่งได้ก็เอาสิ"


"หึ คอยดูก็แล้วกัน"


ที่คิมพูดไปแบบนั้นก็เพราะว่ามั่นใจว่าเขายังก็ไม่มีทางที่จะทำสำเร็จ ซอไม่มีทางรักเขาแน่นอน


เธอลุกขึ้นยืนก่อนจะปัดเศษดินออกจากกระโปรงนักศึกษาแล้วเดินไปช่วยงานเพื่อนฝ่ายพยาบาลที่ดูแลน้องๆที่ทำท่าว่าจะเป็นลมจากการว้าก

.

.

.

.

และแล้วการเข้าประชุมเชียร์ในวันนี้ก็สิ้นสุดลงด้วยกิจกรรมผูกข้อมือ ลานกว้างหลังตึกคณะเต็มไปด้วยแสงสว่างจากเทียนนับร้อยเล่ม เสียงเพลง 'รับขวัญน้อง' ดังคลอเบาๆจากวิทยุที่ถูกวางไว้ที่ไหนสักที่แถวนี้ นักศึกษาปีสองถึงปีสี่นั่งล้อมกันเป็นวงใหญ่ๆ ในมือถือเทียนคนละเล่มและสายสิญจ์หลายเส้นเพื่อให้เหล่าปีหนึ่งทยอยกันไปผูกข้อมือรับขวัญและรับเป็นรุ่นต่อไปของคณะนี้


ร่างเล็กแต่ดูทะมัดทะแมงของคิมเดินไปหาไอ้พีเพื่อนรักจอมเสียงดังของเธอ และซอเพื่อนรักที่ตอนนี้เปลี่ยนสถานะมาเป็นแฟน


จะว่าไป เรื่องนี้ค่อนข้างที่จะฮือฮาในคณะกันพอสมควร เพราะซอเป็นคนที่ผู้ชายในคณะหมายตาเยอะ แต่เธอก็กลับเลือกคิม เลยทำให้หลายคนเกลียดขี้หน้าคิมไปโดยปริยาย โดยเฉพาะไอ้เด็กกุก!


พวกเขานั่งติดกันโดนมีซอนั่งกลาง และเธอก็ดูท่าจะฮอตเป็นพิเศษ เพราะรุ่นน้องผู้ชายหลายคนแทบจะแห่กันมารุมให้ผูกข้อมือกันหมดคณะ และที่ปลายแถว เธอก็เห็นไอ้เด็กกุก


คิมก้มหน้าก้มตาผูกข้อมือให้น้องคนแล้วคนเล่าในคณะไปเรื่อยและทุกครั้งก็มักจะอวยพรให้น้องเรียนอย่างมีความสุข ใช้ชีวิตในหมาวิทยาลัยอย่างมีสติ บลาๆ จนกระทั่งคนตรงหน้าเธอกลายมาเป็นไอ้กุกนี่แหละ คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าเขาจะยอมให้คนอย่างเธอผูกข้อมือให้ด้วย


สายสิญจน์ถูกจุ่มกับน้ำตาเทียนใต้เปลวไฟก่อนที่จะนำไปนาบบนข้อมือขาวทันที ถ้าปกติรุ่นน้องคนอื่นเธอจะเป่าให้มันเย็นสักนิด แต่ไอ้นี่ช่างแม่งอะ


เขาสะดุ้งเล็กน้อยจากความร้อน ก่อนจะมองเธอตาขวาง แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี คิมเริ่มผูกข้อมือให้เขาและพูดอวยพรแบบที่เคยพูดกับคนอื่น


"ขอบคุณ" เขาพูดออกมาเบาๆ ทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้น ชั่วเวลาหนึ่งที่คนทั้งคู่ได้สบตากัน ดวงตาใสแป๋วที่ไม่ได้มีแววกวนและหงุดหงิดของเขามันทำให้เธอคิดถึงใครอีกคน ใครที่มีดวงตาใสแป๋วดูไร้เดียงสาเหมือนกัน


"นี่ถ้ามองหน้าฉันนานกว่านี้ ฉันจะคิดว่าเธอยังชอบฉันอยู่นะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงดูแหย่ๆนิดๆ ทำเอาคิมรีบเฉมองไปทางอื่นอย่างไว


"เอ่อ คือว่า" แม้ว่าในใจจะอยากรู้ว่าคนๆนั้นสบายดีมั้ย แต่อีกใจเธอก็ระอายเกินกว่าจะถามออกไปได้


"มีอะไร" เขาถามเสียงห้วน คิ้วเรียวขมสดชนกันด้วยความสงสัย


"เปล่าหรอก ไม่มีอะไร ช่างเถอะ"


"แน่ใจ?" ดวงตาใสแป๋วของชายหนุ่มตรงหน้าที่จ้องมาอย่างคาดคั้น ทำเอาคิมถึงกับใจกระตุกอย่างไม่รู้สาเหตุ ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพราะว่าเธออาจจะยังชอบเขาอยู่ หรือว่าเพราะอะไรสักอย่าง


คิมสูดหายใจเข้าลึกๆอย่ารวบรวมความกล้าก่อนที่เธอจะตัดสินใจถามออกไป สุดท้ายความอยากรู้มันก็มีมากกว่าความละอาย


"ไอ้กัก มันเป็นยังไงบ้าง"


พลันใบหน้าเขาก็นิ่งสนิท ก่อนที่ริมฝีปากหยักสวยจะเค้นรอยยิ้มมออกมา มันใช่รอยยิ้มดีใจหรือว่ายินดีอะไรทั้งสิ้น


มันเป็นรอยยิ้มเย้ยยัน


"เธอกล้าเป็นห่วงเขาด้วยหรอ"


"อืม" เธอตอบเบาๆ และก้มหลบเลี่ยงสายตาดุๆจากรุ่นน้องตรงหน้า เธอก็พอรู้อยู่ว่าถ้าพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเขาต้องหงุดหงิดแน่ๆ และมันก็จริง กุกเริ่มชักสีหน้า


"รู้ไว้แค่ว่าเขายังไม่ตายก็พอ"





Talk

ขอบคุณสำหรับการติดตามนะฮับ

และก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนนนนนน




กดแอดแฟน ที่รูปน้องกุกสุดหล่อได้เลยฮับ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #7 KITTYbubble (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 14:31
    งืออออ กุกน่ากลัวจุง ><
    #7
    1
    • #7-1 H_HB(จากตอนที่ 5)
      28 มีนาคม 2560 / 18:05
      กุกเป็นคนใสๆ 555
      #7-1
  2. #6 Shalun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 20:57
    รอนะค้า ชอบเมจมากเลย
    #6
    1
    • #6-1 H_HB(จากตอนที่ 5)
      25 มีนาคม 2560 / 10:05
      ขอบคุณที่ชอบนะคะ ดีใจๆ ><
      #6-1
  3. #5 rainbonpink (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 16:05
    ฮาาา ต่อมสำออยของกุก 55 รอนะคะ
    #5
    1
    • #5-1 H_HB(จากตอนที่ 5)
      24 มีนาคม 2560 / 18:34
      งือออ ขอยคุณที่ชอบนะคะ เลิฟๆ ><
      #5-1