Confused Time ให้เวลา10วิ! แล้วยอมรับมาทีว่าพี่ชอบผม

ตอนที่ 4 : EP 03 ll Game on! [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 71
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 มี.ค. 61





07.30 am


"หืม?" เขาที่กำลังนอนจมกองผ้าห่มผืนหนา เงยหน้าขึ้นมามองตัวเลขสีแดงจากนาฬิกาดิจิตอลที่วางบนหัวเตียงอย่างนึกแปลกใจในความตื่นสายเกินไปของตัวเอง ปกติเขาเองก็ไม่ใช่คนที่ตื่นเช้าอะไรนักหนาหรอก แต่มันก็ไม่ได้สายขนาดที่เกือบจะไปเรียนไม่ทันแบบนี้นี่หว่า


มือหนายกขึ้นมายีหัวอย่างเซ็งๆก่อนที่จะตัดสินใจลุกออกจากที่นอนพลางก่นด่าตัวเองในใจ ถ้าเมื่อคืนไม่เล่นเกมส์จนดึกดื่น ก็คงจะไม่ตื่นสายแล้วง่วงซะจนตาแทบลืมไม่ขึ้นแบบนี้หรอก


เสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดที่แขวนอยู่ไม่ไกลตาถูกคว้ามาสวนทับท่อนบนอันเปลือยเปล่า ก่อนจะเดินเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ ใช้เวลาไม่นานก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย


มือหนาหยิบนาฬิกาข้อมือที่สภาพเหมือนหลุดมาจากยุคโบราณจากโต๊ะข้างเตียงมาสวมที่ข้อมือด้านซ้าย สภาพของมันไม่ต่างจากสิ่งที่เรียกว่าซากเท่าไหร่ ดูภายนอกมันเหมือนจะใช้การไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่อย่างที่เคยบอกไป มันใช้งานได้ดียิ่งกว่าแค่บอกเวลาเหมือนนาฬิกาข้อมือทั่วๆไปซะอีก แต่ก็ใช่ว่ามันจะใช้งานได้สำหรับทุกคน ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวเขาใส่ละก็มันก็คงจะไม่ต่างจากขยะ


กุกคว้ากระเป๋าเป้ใบสีแดงเป็นสิ่งสุดท้าย ก่อนจะวิ่งพรวดออกจากห้องนอนทันที วันนี้มีวิชาชีววิทยาที่ต้องเรียนตอนแปดโมงเช้าและมันก็ดันมีควิซก่อนเรียนซะด้วย! ซึ่งเขาก็ไม่อยากที่จะไปสาย


ร่างสูงรีบเร่งลงบันไดจนเกือบจะล้มหน้าทิ่ม


เมื่อลงมาถึงหน้าบ้านเขาก็หันไปยังบริเวณที่คนในบ้านใช้จอดรถทันที รถทุกคันหายเกือบหมด แสดงให้เห็นว่าทุกคนคงจะออกไปเรียนกันหมดแล้ว จะเหลือก็แต่รถยนต์สีแดงคันสวยที่เขาไม่รู้สักนิดว่ามันรุ่นอะไรหรือว่ายี่ห้ออะไร รู้แต่เพียงว่ามันเป็นของ ไอ้มาร์ค รุ่นน้องร่วมบ้านเช่าแห่งนี้อีกคน พวกเขาสนิทราวกับเป็นพี่น้องกันจริงๆ


            เขาตัดสินใจวิ่งกลับเข้าไปในตัวบ้านอีกครั้งด้วยความรวดเร็วก่อนจะตรงไปยังห้องแรกสุดที่ชั้นสามมือกำแน่นก่อนจะระดมเคาะประตูอย่างรุนแรงตามอารมณ์ที่กำลังรีบเร่ง


ไม่นานประตูก็แง้มเปิดออกพร้อมกับใบหน้าตี๋ๆของน้องชายคนสนิท หมอนั่นอยู่ในชุดนักเรียนที่ดูแล้วจะยังใส่ไม่เสร็จเรียบร้อยดี


เขาขอร้องแกมบังคับให้คนเด็กกว่าช่วยขับรถไปส่งที่หน้ามหาวิทยาลัย ซึ่งมันก็ยอมแต่โดยดี ถึงแม้จะต้องมีข้อแลกเปลี่ยนสักหน่อยก็เถอะ เขาเลือกที่จะยังไม่ใช้พลังจากนาฬิกาเก่านั่น เพราะกลัวว่าในระหว่างวันอาจจะมีเรื่องจำเป็นที่ต้องให้ใช้มากกว่านี้


ไอ้มาร์คขับรถมาปล่อยทิ้งไว้หน้ารั้วของมหาวิทยาลัยก่อนที่มันจะซิ่งออกไปเพื่อไปโรงเรียนต่อ


"ขับดีๆนะเว้ย แล้วอย่าไปนอนเล่นกลางถนนเหมือนครั้งที่แล้วอีกล่ะ!" กุกตะโกนเสียงดังไล่หลัง แต่คาดว่าคนฟังคงไม่ได้ยิน ก็ไอ้นี่มันเพิ่งเอารถมอเตอร์ไซค์อีกคันไปคว่ำเล่นบนถนนมาเมื่อหลายวันก่อน


            เขาหันหน้าเดินเข้ามหาวิทยาลัยจากนั้นจึงไปขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ไปที่ตึกคณะวิทยาศาสตร์ด้วยความรีบเร่ง โชคดีที่มันอยู่ไม่ไกลจากหน้ามหาวิทยาลัยนัก


เพราะยังเป็นนักศึกษาปีหนึ่งอยู่ ทำให้มีบางรายวิชาที่จะต้องระหกระเหินไปเรียนที่ตึกของคณะอื่น เช่นพวกวิชาภาษา สังคม หรือว่าวิทยาศาสตร์พื้นฐาน


ที่ตึกคณะวิทย์ยังคงเต็มไปด้วยนักศึกษามากมายหลายชั้นปีเดินกันมั่วไปหมด ส่วนใหญ่เขาก็ไม่ค่อยที่จะคุ้นหน้าคุ้นตานัก กุกเอามือจัดแต่งทรงผมให้เข้าที่ข้าทางเล็กน้อยจากการที่นั่งรถมอเตอร์ไซค์แล้วถูลมตีจนมันเป๋ไปข้าง ก่อนจะเดินขึ้นตึกเรียนไป


ภายในห้องค่อนข้างวุ่นวายพอสมควร เพราะคนที่มาสายที่สุดดันไม่ใช่เขา แต่เป็นอาจารย์ประจำคลาส


ไอ้นิวที่นั่งอยู่เกือบหลังห้องแสดงถึงความตั้งใจเรียนอันน้อยนิด มันลุกขึ้นมาโบกมือหยอยๆเรียกให้กุกไปหา เขาเดินผ่านพวกเพื่อนรุ่นเดียวกันก่อนจะเดินไปถึงโต๊ะของตัวเองที่เพื่อนวางกระเป๋าจองไว้ให้


"ไงมึง" ไอ้นิทักทายพลางยักคิ้วหลิ่วตาให้


"ไงอะไรวะ"


มันทำท่าเป็นมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง ก่อนจะเหล่มองเขาด้วยสายตาตำหนิแบบกวนๆ "มาสายวะ สายไปตั้งห้านาที ทำไมวะเมื่อคืนนอนดึกหรอ ตีดอต ล่าบอส หรือว่า overwatch"


"ทุกเกมส์ที่มีในเครื่องอะ" กุกตอบตามจริง เขาก็ไม่รู้ว่าเมื่อคืนคึกบ้าอะไร เล่นเกมส์จนเกือบเช้า แถมยังไม่ได้อ่านบทที่จะต้องควิซวันนี้ซะด้วย


"แล้วเมื่อวานเรื่องพี่มึงเป็นไงบ้างวะ"


"ก็เสียเงินอะ ป๊าประกันตัวมัน"


"ดีละ" เขาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าน่าจะปล่อยให้นอนเล่นในคุกสักคืนสองคืนให้สำนึกซะหน่อย


แต่กูว่าป๊าน่าจะปล่อยให้มันนอนเล่นในคุกสักคืนสองคืน ชอบก่อเรื่องดีนักนิวพูดราวกับได้ยินความคิดเขา ก่อนจะส่ายหน้าอย่างระอา "แล้วมึงอะ เมื่อตอนเย็นโทรมาทำไม"


"เรื่องพี่ซอ"


"ทำไมอะไรยังไง" ไอ้นิวยื่นหน้าสลอนเข้ามาใกล้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นแทบจะทันที กุกเหล่มองมันก่อนจะเริ่มเล่า แต่ก็ถูกขัดขึ้นโดยคนบางคนซะก่อน


"เพื่อนๆครับ" เสียงเข้มดังกังวานเปี่ยมไปด้วยความเป็นผู้นำดังขึ้น ที่หน้าห้องมีผู้ชายในชุดนักศึกษายืนเต๊ะท่าทำตัวเป็นผู้นำอยู่ เขามองกราดไปทั่วห้องเพื่อสังเกตว่าเพื่อนร่วมชั้นปีกำลังให้ความสนใจกับเขาหรือเปล่า ก่อนจะเริ่มพูดต่อ


"ผมอยากจะขอความร่วมมือจากเพื่อนๆทุกคนในที่นี้ให้ไปเข้าประชุมเชียร์กันด้วยนะครับ"


กุกกับนิวมองหน้ากัน แล้วยักไหล่อย่างไม่สนใจในสิ่งที่เขาคนนั้นพูด ก่อนจะเพิ่งมานึกได้เมื่อกี้นี้เองว่าไอ้หมอนั่นที่ยืนอยู่หน้าห้องมันเป็นคนเดียวกับที่โพสตำหนิคนที่ไม่เข้าเชียร์ในกลุ่มรุ่น


"หมอนั่นมันเป็นใครวะ" กุกกระซิบถามไอ้นิว เพราะตอนนี้คนทั้งห้องเงียบเพื่อตั้งใจฟังไอ้หมอนั่นกันหมด


"ประธานรุ่นเราไง"


คนถามพยักหน้ารับ แม้ว่าจะงงเล็กน้อยว่ามันไปเลือกกันตอนไหน คงจะเป็นเพราะเขาไม่ค่อยร่วมกิจกรรมต่างๆในคณะด้วยแหละมั้ง มาแค่เรียน พอเลิกเรียนก็ไปเดินเตร่หรือไม่ก็ไม่ซ้อมที่ชมรม ทำให้ไม่ค่อยรู้จักใครในคณะนอกจากไอ้นิว แต่น่าแปลกที่เพื่อนหลายคนในรุ่นโดยเฉพาะสาวๆรู้จักเขากันดีเหลือเกิน


นั่นคงเป็นเพราะผมหล่อ ผมฮอต และป๊อบมา


"เมื่อวานนี้พี่ปีสามลงมาดูพวกเรา เขาตำหนิพวกปีหนึ่งที่มากันนิดเดียวเขาเงียบเว้นจังหวะไปสักพักก่อนจะพูดต่อ คิดดูนะ คนที่มาต้องโดนว่าเพราะความเห็นแก่ตัวของคนที่ไม่มา พวกคุณว่าคิดมันแฟร์หรอ พวกพี่เขาอยากเห็นพวกเราเข้าประชุมเชียร์กันเยอะๆ เย็นนี้ผมจึงอยากให้ไปกันให้ครบ พวกพี่ๆเขาอยากเห็นความร่วมมือ"


หลายคนเริ่มบ่มพึมพำให้กับคำพูดแย่ๆที่ว่าเห็นแก่ตัวของหมอนั่น ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม แต่ก่อนที่จะเละเทะไปมากกว่านี้ อาจารย์ประจำรายวิชาก็เดินเข้ามาซะก่อน


กระดาษสำหรับทำควิซถูกแจกให้ทุกคน โชคดีที่เขาเซียนชีวะพอสมควร เลยคิดไปว่าน่าจะไม่ตก


หลังหมดเวลาเรียนตอนสิบโมงตรง เขากับไอ้นิวก็รีบปรี่ออกมาจากห้องทันที แต่ก็โดนดักทางเอาไว้โดยไอ้ประธานรุ่นคนนั้นซะก่อน ไม่ใช่แค่ดักเขาสองคนเท่านั้น แต่รวมถึงคนอื่นๆที่รีบจะไปทำธุระส่วนตัวก่อนจะเริ่มเรียนอีกครั้งในช่วงบ่ายด้วย


"ขอเวลาทุกคนสักแปบนะ"


"พวกพี่ปีสองที่คุมพวกเราทุกวัน แอบบอกมาว่าเย็นนี้ปีสามจะลงมาดูอีกครั้งรวมทั้งพี่ปีสี่ด้วย" สิ้นเสียงหมอนั่น ก็บังเกิดเสียงฮือฮาขึ้นจากนักศึกษาคนอื่นๆ


เขาที่ไม่เคยได้เข้าประชุมเชียร์เลย ก็พอจะได้ยินกิตติศัพท์เรื่องห้องเชียร์มาอยู่บ้างจากเพื่อนๆที่บ่นกัน ทั้งในกลุ่มเฟสและกลุ่มไลน์ ว่าพวกปีสามแม่งว้ากโหด แล้วคิดดูดิ คณะนี้มีผู้ชายเกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ แถมส่วนใหญ่ก็ยังเป็นนักกีฬา ตัวบึกๆ กล้ามแน่นๆ หน้าเถื่อนๆ แล้วคิดดูว่ามันจะโหดขนาดไหน


แล้วนี่มันบอกว่าปีสี่จะลงด้วย


แต่พี่ซอก็อยู่ปีสี่นี่หว่า หรือเขาควรไปดี


"พวกนักกีฬาที่มีซ้อมก็ขอลาด้วยได้มั้ย กิจกรรมประชุมเชียร์มันไม่ได้มีทั้งปี เราแค่อยากขอความร่วมมือจากพวกนาย แล้วอีกอย่าง พรุ่งนี้ก็เป็นวันสุดท้ายก่อนจบประชุมเชียร์แล้วด้วย เราเลยอยากให้ไปทุกคน" หลายคนได้ฟังก็พยักหน้ารับ


ง่ายจังวะ กุกจึงพยักหน้าตามเป็นเชิงว่าตกลง เพราะไม่อยากแปลกแยกจากคนอื่น


"มึงจะเข้าปะเย็นนี้" หลังจากเดินออกจาห้องเรียน เขาก็ตรงไปเกี่ยวคอไอ้นิวก่อนจะกระซิบกระซาบถามมันเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคนเท่านั้น


เข้าดิ วันนี้ไม่มีซ้อมบาสด้วย แล้วเห็นมันบอกว่าวันสุดท้ายเข้าหน่อยก็ดีเหมือนกันมันพูดก่อนจะหันมามองหน้าเขา หรือว่ามึงจะไม่เข้า


บ้าาาา เข้าดิกุกพลิกลิ้นทันควัน จากตอนแรกว่าจะโดดสักหน่อย แต่พอเห็นเพื่อนเข้าก็ทำให้เขาเขวทันที


เยี่ยม งั้นเย็นนี้กูขอยืมกางเกงวอร์มหน่อยได้มั้ย


ของกู?


เออ ของมึงนั่นแหละ กูยังไม่ได้ซักเลย


เดี๋ยวๆ วันนี้เลิกเรียนสี่โมงครึ่ง แล้วประชุมเชียร์มันเริ่มห้าโมงเย็นไม่ใช่หรอ ไปเอาที่หอกูมันจะทันไง๊เขาแย้งไป ตอนแรกก็กะว่าจะยืมจากมัน เนื่องจากหอไอ้นิวมันใกล้กว่าหอเขา เพราะกว่าจะออกจากตัวมหาวิทยาลัย กว่าจะเข้าหมู่บ้าน และกว่าจะกลับมาที่ตึกคณะอีก มันไม่น่าจะทัน แถมเขายังไม่มีตัวช่วย อย่างเช่น พวกรถมอเตอร์ไซค์หรือว่าจักรยานอีก


ก็เดี๋ยวเอารถกูไปไอ้นิวตัดปัญหาด้วยการเสนอตัวเลือกที่ดี


            กุกพยักหน้ารับ พลางคิดในใจว่าหมดปัญหาเรื่องจะไปเข้าประชุมเชียร์ไม่ทันแล้ว


วิชาตอนช่วงบ่ายของพวกเขาต้องไปเรียนที่ตึกคณะ เราคุยกันว่าจะไปกินข้าวกลางวันกันที่นั่น กุกเป็นคนเสนอเผื่อว่าเขาจะได้เจอกับซอ


คนทั้งคู่เดินออกจากตึกคณะวิทย์ ตรงไปยังลานจอดรถที่อยู่ทางด้านข้างตัวตึก ไอ้นิวเปิดกระเป๋าเป้สะพายหลังก่อนจะหยิบกุญแจรถมาควงเล่นก่อนจะเดินไปยังรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันใหญ่ของมันที่จอดอยู่


เขาโคตรจะขนลุกตอนที่ต้องซ้อนมันครั้งแรกๆ แล้วถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่ชินสักที แต่มันก็จำเป็นซะด้วยเวลาต้องเปลี่ยนตึกเรียน เพราะเขาดันไม่มีรถ


ไอ้นิวขึ้นไปสตาร์ทเครื่องรอ กุกได้แต่ยืนนิ่งอย่างชั่งใจอยู่นานจนนิวต้องเรียกกระตุ้นสติ


"เอ้า ยืนรอพ่อตัดริบบิ้นหรอ ขึ้นมาดิวะ"


กุกถอนหายใจพรืดอย่างสลดเมื่อคิดไปถึงว่าต้องซ้อนมอเตอร์ไซค์คันนี้ของมันไปตลอดสี่ปีจนกว่าจะเรียนจบ ก่อนจะตัดสินใจขึ้นคร่อมรถ แต่ก็ไม่วายบ่นใส่ไอ้นิวบ้างเล็กน้อย "กูว่ามึงเปลี่ยนไปปั่นจักรยานเหอะ หรือไม่ก็มอเตอร์ไซค์ธรรมดาๆก็ได้"


"ไม่อะ กูชอบคันนี้"


แต่กูโคตรเกลียด เกลียดตอนซ้อนมึงเนี่ย ไม่รู้ว่าเบาะมันจะเทไปเพื่อใคร นั่งทีนี่นมชนหลังไอ้นิว จนเขาแทบจะสิงมันอยู่แล้ว  


รถไอ้นิวแล่นผ่านป้ายประจำคณะ ‘คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา’ เข้าไปบนถนนปูนซีเมนต์ ข้างทางเป็นสระบัว ที่บัวหนีหายตายจากไปจนหมดสระเหลือแต่น้ำสีตุ่นๆ ขนาดของมันไม่กว้างมาก ตรงสุดขอบสระมีตึกใหญ่ของคณะตั้งอยู่


พวกเขาจอดรถไว้ที่ลานด้านข้างตึกออกจะเดินเข้าโถงไป


ช่วงใกล้เที่ยงที่ตึกคณะคนค่อนข้างจะพลุกพล่าน โดยเฉพาะบริเวณโรงอาหาร และท่ามกลางฝูงคนขนาดย่อมๆนั้น เขาก็ดันตาดีไปเห็นใครบางคนซะก่อน ใครบางคนที่หวังจะเจอ


โลกกลมฉิบ!


ผู้หญิงผมสีน้ำตาลรูปร่างค่อนข้างพอเหมาะแต่สัดส่วนดูเต็มไม้เต็มมือดี เธอกำลังยืนกินข้าวเหนียวหมูปิ้งอยู่กับผู้ชายอีกคน ทั้งคู่ดูจะรีบร้อนในการกินไม่น้อย เหมือนว่าจะต้องรีบไปเรียนต่อ


 

เขาเดินตรงไปที่คนทั้งคู่ แล้วลืมเรื่องที่กำลังจะไปหาข้าวกินซะสนิท ส่วนไอ้นิวก็เดินตามมาอย่างเงียบๆ


เขาอ้าปากจะเอ่ยทักผู้หญิงคนนั้น แต่ก็ต้องชะงักเพราะถูกเรียกโดยใครบางคนซะก่อน ก็ไอ้คนที่ยืนอยู่ข้างเธอนั่นไง!


"ไอ้กุก!" พี่พี หรือว่าผู้ชายที่กำลังเขมือบข้าวเหนียวหมูปิ้งคนนั้นนั่นเอ่ยทักด้วยเสียงที่ดังลั่นหน้าโรงอาหาร เน้น! ว่าลั่นเลย ทำให้คนแถวนั้นหันมามองพวกเราแวบนึงก่อนจะหันกลับ


เขารู้จักกับพี่พีตั้งแต่วันแรกที่มาสอบสัมภาษณ์แล้ว เพราะว่าใช้โควต้านักกีฬาดีเด่นในการเข้าเรียนที่นี่ ส่วนพี่พีเองก็เป็นประธานชมรมกรีฑาของมหาวิทยาลัย กีฬาชนิดเดียวกับที่เขาส่งโควต้านั่นแหละ ตอนเจอกันครั้งแรก พี่พีดูจะดีใจมากที่ได้เจอกับเขา คนเป็นรุ่นพี่บอกว่าเขาได้ยินชื่อเสียงในการวิ่งของกุกมาพอสมควร นึกไม่ถึงว่าจะยื่นโควต้าเข้าทีนี่และที่คณะเดียวกับเขา


แหงล่ะ คนมันเก่งนี่หว่า


ใครๆก็เรียกผมว่า 'กุกลมกรด'


สถิติเวลาในการวิ่งของเขาแซงหน้าทีมชาติหลายๆคน แต่กุกกลับไม่ได้มุ่งไปในทางนั้นอย่างจริงจัง เพราะรู้สึกว่ามันดึงเอาเวลาชีวิตและเวลาส่วนตัวไปนั่นเอง และที่สำคัญ เขาไม่ได้วิ่งเร็วจริงๆหรอก แต่เวลาของพวกคุณมันช้าลงแค่นั้นเอง


"อ่าว พี่พี" เขาเอ่ยทักเขาตามมารยาทแต่ตากลับเหล่ไปทางผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆพี่พีแทน เด็กหนุ่มยิ้มให้เธอในแบบที่คิดว่าหล่อที่สุดในโลก แต่ดูท่าว่าเธอจะไม่คิดงั้นแหะ เพราะคนสวยตรงหน้าเอาแต่ยิ้มแห้งๆอย่างทำตัวไม่ถูก


"มีเรียนที่ตึกนี้หรอ" พี่พีถาม


"อ่าใช่ครับ" เมื่อนึกได้ว่าคุยกับรุ่นพี่ต้องมีคำลงท้าย เขาจึงรีบพูดครับตามไปทันที


"เออๆเขาหันมาพูดกับรุ่นน้องตรงหน้าก่อนประโยคสุดท้ายจะหันไปพูดกับซอที่ยืนกินหมูปิ้งอยู่ “ไอ้ซองั้นกูไปก่อนนะอาจารย์เรียกคุย"


มือหนาของพีตบลงบนบ่าของกุกเบาๆก่อนที่เขาจะเดินผ่านไป


"ซอ" เขาเรียกชื่อเธอแล้วคว้าต้นแขนเล็กๆนั่นไว้ เมื่อเธอทำท่าจะเดินตามพี


เธอมองหน้าหนุ่มรุ่นน้องนิ่งๆก่อนจะพยายามสะบัดออก แต่แรงที่เขาจับเธอไว้ ทำให้สะบัดออกไม่ง่ายนัก


"มีไรกันวะ" พี่พีที่เพิ่งเดินออกไปไม่ไกล เมื่อเห็นว่ากุกเรียกเพื่อนของเขาไว้ก็ถามขึ้นอย่างสงสัยใคร่รู้ "นี่เพื่อนมึงหรอ" ก่อนจะถามกลับด้วยเสียงที่ค่อนข้างห้วน คงจะตึงๆเล็กน้อยที่กุกไม่เรียกเพื่อนเขาว่าพี่นำหน้าตามแบบสังคมรุ่นพี่รุ่นน้อง


แต่ขอโทษ ผมก็คุยกับเธอโดยใช้สรรพนามแบบนี้มานานละ


"อะไรของแกเนี่ยกุก ปล่อยพี่" เจ้าของใบหน้าสวยหวานเอ่ยอย่างงงๆ เธอไม่คิดว่าเขาจะหยุดเธอด้วยการคว้าต้นแขนไว้แบบนี้


สิ้นเสียงเขาก็ยอมปล่อยเธออย่าง่ายดายทันที ตากลมตวัดมองกุกด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนจะปรับให้กลับเป็นปกติ


"มีอะไรหรือเปล่า" เธอถามเสียงเย็นจนทำเอาคนฟังแอบใจแป้วไปเหมือนกัน


แต่คนอย่างเขามันหนาพอ โดนปฏิเสธมาจนชินแล้ว


ซอมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยเมื่อจู่ๆเขากลับยิ้มออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย


"น้ำขึ้นให้รีบตัก แต่เกิดเจอคนน่ารักให้รีบจีบ" กุกแอ๊บเสียงแบ๊วใสสุดติ่ง ก่อนจะฉีกยิ้มให้น่ารักที่สุดเท่าที่จะทำได้


ไอ้นิวที่ยืนอยู่ไม่ไกลพอได้ฟังก็ตัดสินใจที่จะเดินหนีไปอีกทาง ไม่รู้ว่าทนฟังไม่ได้หรือว่าอยากไปรออยู่ห่างๆอย่างห่วงๆกันแน่


ซอยืนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก จนเขาเริ่มใจเสีย ที่พูดอะไรบ้าบอแบบนั่นออกไป


นี่อุตส่าจะเล่นมุกจีบสาวเลยนะเนี่ยแต่เจอสาวทำหน้างงแถมนิ่งใส่แบบนี้ ผมก็ไปต่อไม่ถูกเหมือนกัน


แต่แล้วก็มีแขนปริศนามาโอบรอบไหล่ของซอไว้จากทางด้านหลัง ก่อนจะดึงเธอเข้าไปโอบกอดอย่างหลวมๆ เขามองตามของแขนไอ้บ้านั่น ก่อนจะพบว่าเป็น ไอ้พี่คิมฟันเหยิน!


 

ให้ตาย โลกยังกลมไม่พอหรือไงถึงได้ส่งยัยพี่นี่มาเป็นรุ่นพี่ร่วมคณะ แถมดูเหมือนว่าจะเป็นเพื่อนซออีกด้วย


"แต่คนนี้เมียพี่ น้องจะจีบไม่ได้" เธอพูดพร้อมกับยักคิ้วหลิ่วตาใส่รุ่นน้องอย่างยียวน สีหน้าแสดงออกถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของคนในอ้อมแขนแบบเต็มที่


เขาอึ้งกว่าจะทำอะไรหรือพูดอะไรออกไปได้ ในหัวมันตื้อไปหมดอย่างคิดอะไรไม่ออกเหมือนตอนเจอข้อสอบแคลคูลัสครั้งแรก


"นี่มันอะไรอะ" แค่บังคับไม่ให้ปากสั่นว่ายากแล้ว การออกเสียงออกไปยิ่งยากกว่า เมื่อภาพตรงหน้าทำเอาเขาแทบอยากจะอ้วกออกมาแล้วหนีออกไปให้ใกล้ๆ


ไอ้พี่คิมยืนเอามือโอบรอบซอ พลางทำหน้าทำตาเหมือนเป็นผู้ชนะ


พวกคนที่อยู่ในโรงอาหารเริ่มหันมาให้ความสนใจกับเรามากขึ้น เพราะหนึ่งในกลุ่ม พี่ซอก็เป็นดาวคณะชั้นปีที่สี่ ส่วนเขาก็เป็นไอ้เด็กหน้าหล่อ (เห็นพวกพี่เขาแอบเรียกกันแบบนี้) ที่น่าจับตาดู เพราะว่าอาจจะกลายเป็นเดือนคณะคนต่อไป


"นี่ไง คนที่พี่ชอบ" ซอยอมเฉลยในที่สุด เธอมองเขาด้วยสายตาเห็นใจ แต่นั่นมันกลับทำให้เขากลับดูน่าสมเพชมากขึ้นไปอีก


ใครจะไปคิดล่ะว่า สาวสวยที่ตามตื้อมาตลอดสามปี จะปฏิเสธคนหน้าตาดีและเพียบพร้อมอย่างเขา แล้วไปคั่วกับ ‘ผู้หญิง’ ด้วยกัน ทั้งๆที่ยัยนั่นไม่มีอะไรดีสู้เขาได้เลยสักอย่าง แถมยัง


ให้ตายช่วยผ่านเวลาบ้าๆนี่ไปไวๆที ผมรู้สึกขายขี้หน้าว่ะ!


นาฬิกาข้อมือเรือนเก่าที่ข้อมือดูเหมือนจะตอบสนองความคิดของเด็กหนุ่ม


ผู้คนแวดล้อมดูจะขยับด้วยความรวดเร็วขึ้น เหมือนวีดีโอที่ถูกกดเร่งสปีด ซอพูดอะไรบ้างอย่างกับกุก แต่มันก็เร็วเกินจนฟังไม่ทัน แถมเขายังไม่สามารถอ่านปากเธอทันด้วย คนทั้งคู่เดินผ่านไป แล้วเวลาก็ดูจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง


นี่ก็เป็นอีกความสามารถหนึ่งที่เขาทำได้ เร่งเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างยกเว้นตัวเขาจะเครื่องที่ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น คนที่กำลังเดินอยู่นี่แทบจะกลายเป็นวิ่งเลยแหละ มันเหมาะมากถ้าคุณจะใช้ตอนที่อยู่ในสถานการณ์แย่ๆแล้วอยากที่จะผ่านมันไปไวๆ

 

หัวเขาสะบัดไปตามแรงตบเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปหาไอ้ตัวต้นเหตุที่กำลังยกมือค้างกลางอากาศ


นึกว่าหลับไปซะละ ยืนนิ่งร่วมห้านาทีเลยนะมึง


ห้านาทีบ้านป้า ผ่านไปแค่สองนาทีกว่าๆเองมันเป็นความจริงที่ว่าเวลาผ่านไปแค่สองนาทีกว่าๆ แต่ที่ไอ้นิวรู้สึกว่าผ่านไปเร็วขนาดนั้น คงเป็นเพราะ นาฬิกาบนข้อมือเขานี่แหละ


ไอ้นิวย่นคิ้วอย่างแปลกใจก่อนที่มันจะก้มลงดูนาฬิกาข้อมือตัวเอง เพื่อเช็คอีกทีว่าเขาอำมันรึเปล่า


"เออวะ ผ่านไปสองนาทีกว่าๆจริงด้วย" คนพูดเกาหัวอย่างงุนงงก่อนที่มันจะบ่นกับตัวเองเบาๆ แต่ว่าเขาดันได้ยิน "เหมือนเมื่อกี้เวลาแม่งผ่านไปเร็วแปลกๆ"


โชว์เด๋อตลอดได้ทีเขาก็แขวะเพื่อนเล่น


โอ้ยไม่รู้เว้ย กูก็กะๆเอา เห็นมึงยืนนิ่งนานจนพี่ซอกับพี่คิมแฟนเขาเดินไปแล้วมึงก็ยังนิ่งอยู่


กุกเหล่ตามองเพื่อนตาเขียว เมื่อมันย้ำคำว่า แฟนเขา แต่เมื่อกี้มันเรียกชื่อไอ้พี่คิมด้วยนี่ รู้จักกันหรอ


รู้จักไอ้พี่คนนั้นด้วยหรอ


รู้ดิ ว่าแต่ทำไมไปเรียกเขาแบบนั้นล่ะ


กุกไม่ตอบแต่ยักไหล่พร้อมกับเบ้ปากอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ ก็คนมันไม่ชอบขี้หน้าจะให้เรียกดีๆได้ไง ก่อนที่จะเดินไป ซอพูดว่าไรวะกูฟังไม่ทันเมื่อนึกได้ก็เปิดปากถามมันถึงเรื่องที่สงสัย


เขาบอกว่าเขาเป็นเบี้ยน มึงอะเลิกยุ่งกับเขาได้แล้ว มึงมันไม่หล่อไม่เท่ห์ กาก สู้คนชื่อนิวก็ไม่ได้

 

กุกมุมปากกระตุกเมื่อได้ยินในสิ่งที่ซอพูด


แม่งใช่หรอ?


“นั่นซอพูด?”


ไอ้นิวยักไหล่ก่อนตอบ “อันแรกพี่ซอพูด อันหลังกูเติมเอง ฮ่าๆๆ”


ไอ้สึด


“แล้วนี่มึงโอเคปะ”         

 

"โอเคก็บ้าละ"


เมื่อได้ฟังไอ้นิวก็มองหน้าเขาอย่างสงสารพลางตบบ่าผมอย่างเห็นอกเห็นใจ


"ไม่เข้าใจว่ะ ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ซอถึงไม่ชอบกูแล้วไปชอบไอ้พี่เหยินนั่น" เขามองหน้าไอ้นิวก่อนจะถามอย่างจริงจัง "กูไม่ดีตรงไหนวะ"


คนถูกถามหรี่ตามองกุกอย่างพิจารณาตั้งแต่หัวยันเท้า


"จริงๆมึงก็ดีนะ แต่พี่เขาชอบผู้หญิงนี่หว่า มึงจะหล่อไปกว่านี้พี่เขาก็ไม่ชอบมึงหรอก" คนตอบเดินนำหน้าไปต่อแถวซื้อข้าวกิน เขาจึงต้องเดินตามไปเพราะยังบ่นไม่จบ


“มึงว่าพี่ซอชอบผู้หญิงจริงๆหรอ”


 “ไม่รู้เว้ย มาถามกู กูจะรู้มั้ยเนี่ย” ไอ้นิวโวยใส่อย่างรำคาญที่เขาไปจู้จี้ แล้วจึงสั่งข้าวราดแกงกับป้าเจ้าของร้าน เพราะถึงคิวพอดี


จากนั้นพวกเขาก็เดินไปหาโต๊ะที่ว่างๆเพื่อนั่งกินข้าว


หรือว่าพี่ซอจะชอบผู้หญิงจริงๆ เธอไม่เคยมองผู้ชายคนไหนเลย รวมทั้งเขาด้วย


แต่กับไอ้พี่คิมเนี่ย ผมไม่เชื่อ!! ยัยนั่นเคยชอบผม แล้วจู่ๆจะมาเปลี่ยนรสนิยมไปชอบป่าเดียวกันได้ยังไง


ไม่มีทาง!


เรื่องนี้มันต้องมีเงื่อนงำแน่นอน หรือว่าสองคนนั้นวางแผนที่จะเขี่ยเขาออกจากซอ?


บอกเลยไม่เนียน ไปเรียนมาใหม่ไป๊!


“นิว มึงว่าสองคนนั้นเขาแกล้งกูปะ”


“แกล้งไรวะ” ไอ้นิวตักข้าวเข้าปากคำโตก่อนจะเขี้ยวตุ้ยๆ


กุกมองซ้ายมองขวาก่อนจะชะโงกตัวไปหาเพื่อนซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา ก่อนจะกระซิบเสียงเบาเพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยิน


“เขาแกล้งคบกันเพื่อเขี่ยกู”


“ไอ้บ้า” คนฟังโวยใส่อย่างไม่เชื่อ ก่อนที่หมอนั่นจะพูดต่อโดยที่เศษอาหารยังเต็มอยู่ในปาก “ใครเขาจะไปแกล้งมึง เดี๋ยวนี้โลกมันเปิดกว้างขึ้น ผู้หญิงจะชอบผู้หญิงหรือผู้ชายจะชอบผู้ชายมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ไอ้ที่แปลกอะคือพวกที่ไปตั้งแง่กับเขามากกว่า คนมันจะรักกันก็คือรักกัน ไม่เกี่ยวกับเพศปะวะ” ไอ้นิวร่ายยาวออกมา เหมือนอัดอั้นอะไรสักอย่าง คนฟังก็ได้แต่พยักหน้างึกๆ


“ว่าแต่มึงเหอะ จะเอาไงต่อ”


“กูจะจีบซอต่อ”


“ชั่ว” คำสั้นๆจากเพื่อนทำเอาเขามองตาขวาง


ก็ยอมรับว่าไม่ใช่คนดี แต่คนมันรักไปแล้วอะ ทำไงได้ กุกหยักไหล่อย่างไม่สนใจคำด่าก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต่อ


ตั้งแต่เด็ก เขาก็ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆอยู่แล้ว


กับเรื่องแค่นี้ อย่าหวังว่าเขาจะยอมเลย ถ้าทำให้ซอมาชอบไม่ได้ งั้นก็ทำให้ใครอีกคนออกไปจากชีวิตซอแทนละกัน


ฝากไปบอกไอ้พี่คิมที


เตรียมตัวรับมือให้ดีล่ะ


Game on!






นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น