Confused Time ให้เวลา10วิ! แล้วยอมรับมาทีว่าพี่ชอบผม

ตอนที่ 3 : EP 02 ll คนในอดีต [ุ100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 104
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 มี.ค. 61




"โหลๆๆๆๆๆ" กุกแหกปากโวยวายใส่โทรศัพท์ทันทีเมื่อปลายสายกดรับ


"เออ! กูได้ยินแล้ว โหลๆแม่งอยู่ได้ ว่าแต่โทรมามีอะไรวะ" ที่ปลายสายเหมือนมีเสียงคนคุยกันจอแจวุ่นวายไปหมด จนทำให้เขาต้องเงี่ยหูตั้งใจฟังเพื่อนสนิทมากเป็นพิเศษ


"โอ้โห กว่าจะรับสายได้นะมึงอะ" เขาไม่ได้ตอบคำถามแต่กลับถือโอกาสแอบบ่นนิวไปในตัว


โทรไปตั้งสี่ห้ารอบกว่าแม่งจะยอมรับโทรศัพท์ได้ คนยิ่งเฮิร์ทๆอยู่ อยากหาที่ระบาย!


"เอ้าไอ้นี่ ก็กูยุ่งอยู่ ตอนนี้อยู่โรงพักเนี่ย" เสียงตอบกลับมาดูหงุดหงิดนิดๆ หวังว่าคงจะไม่ใช่เพราะเขาโทรไปกวนมันหรอกนะ และเมื่อได้ฟังก็แอบตกใจนิดๆที่มันเป็นเรื่องใหญ่จนถึงขั้นต้องไปโรงพัก


"ไหนบอกว่าม๊าโทรมาตามให้กลับบ้านไง ไหงไปโผล่ที่โรงพัก"


"ก็เฮียกูอะดิ แม่งไปมีเรื่องต่อยตีกับเด็กอีกละ ม๊าเลยให้กูกลับไปรับที่บ้านแล้วพามาโรงพัก" กุกกลืนน้ำลายอย่างเหลือเชื่อในชีวิตทางสายนักเลงของพี่ชายไอ้นิว


"มึงโอเคปะเนี่ย" เขาถามเพื่อนอย่างรู้สึกเป็นห่วง เมื่อได้ฟังเรื่องของนิว เรื่องของเขาที่โดนซอปฏิเสธจะดูเป็นเรื่องขี้ๆไปเลย


"เออๆ กูอะโอเค ชินละ เข้าออกโรงพักเพราะมันประจำอะ" ปลายสายถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะพูดต่อ "ว่าแต่มึงเหอะยังไม่ตอบกูเลยว่าโทรมาทำไม"


 เวร! จะใหเขาบอกไปหรอว่าอกหัก อยากหาที่ระบาย อยากหาเพื่อนกินน้ำเก๊กฮวยยอมใจ ถ้าเกิดว่าไอ้นิวไม่ได้กำลังแก้ปัญหาครอบครัวอยู่ บอกไปแบบนั้นก็คงจะดูไม่น่าเกลียดอะไร แต่นี่ไม่ใช่ไง เพราะตอนนี้พี่ชายมันกำลังมีปัญหา แล้วเขาก็คงไม่กล้าเอาเรื่องส่วนตัวไปรบกวนเวลามันแล้วล่ะ


"ไม่มีอะไรแล้ว"


"…"


"สู้ๆนะไอ้นิว"


"เดี๋ยวๆไอ้กุก ถ้าไม่มีอะไรแล้วจะโทรมาเพื่อ? โทรศัพท์มึงตังค์เหลือเยอะไง๊"


"…"


"มีอะไรบอกกูมาครับ"


โอ้โห นี่ถ้ามันยืนตรงหน้านี่เขาจะแทบจะพุ่งเข้าไปกราบเลยทีเดียว อะไรมันจะรู้ทันกันขนาดนี้วะ


"ไม่มีอะไรแล้วแหละ กูว่ามึงมีเรื่องหนักใจพอแล้ว" กุกพูดเหมือนว่าตัวเองกำลังเป็นพระเอกละคร ทั้งที่ใจจริงนี่ต้องการมันมากกกกกกก เขาอกเดาะ เขาต้องการเพื่อน!


แต่จะไปเห็นแก่ตัวให้ไอ้นิวมาหาแล้วทิ้งปัญหาครอบครัวไม่ได้


"เชรด ที่ผมคุยอยู่นี่ใช่กุกปะครับ นิสัยดีผิดปกติ" น้ำเสียงที่ฟังดูร่าเริงมากขึ้นดังรอดมาจากปลายสาย แค่ฟังดูก็รู้ว่าคนพูดอาจจะกำลังยิ้มอยู่


ได้ทีแซวใหญ่เลยนะเพื่อน


"เออกูเอง แหม่ แต่ช่างเหอะไอ้นิว เรื่องคนที่บ้านมึงสำคัญกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้กูค่อยเล่าให้ฟังละกัน"


"รอแทบไม่ไหวแน่ะ งั้นแค่นี้นะเว้ย กูต้องไปอยู่เป็นเพื่อนป๊ากับม๊าก่อน ดูท่ารอบนี้จะหนักว่ะ เหมือนคู่กรณีเขาก็ไม่ยอมอะ"


"โชคดีมึง สู้ๆ"


"เออๆ เจอกันพรุ่งนี้ มาเช้าๆนะเว้ย เรียนแปดโมง แม่งมีควิซก่อนเรียนด้วย กูยังไม่ได้แตะเลยครับ”ประโยคหลังๆเหมือนมันจะบ่นกับตัวเองซะมากกว่า ก่อนที่จะเป็นฝ่ายกดตัดสายไป


จะบอกว่าเขาเองก็ยังไม่ได้แตะเหมือนกัน


กุกเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงกีฬา จากที่รู้สึกนอยด์ๆเรื่องซอ เมื่อคุยกับไอ้นิวแล้วกลับทำให้เขายิ่งนอยด์เข้าไปใหญ่ ไม่ใช่ที่มันปลีกตัวมาหาไม่ได้ แต่เป็นเพราะเรื่องที่บ้านมันต่างหากล่ะ เขาเองก็เป็นคนที่รักครอบครัวมากก็อดที่จะเห็นใจมันไม่ได้ มีพี่เป็นขาลุยขาบวกแบบนี้ก็น่าเห็นใจเหมือนกัน


ไม่รู้ว่าใครเริ่มก่อน แค่ถ้าฝ่ายไหนมีเงินเป็นอาวุธ เรื่องมันก็จะจบลงทันทีแบบง่ายๆ แล้วคนแบบนั้นก็จะไปก่อเรื่องใหม่ให้พ่อกับแม่ตามไปแก้ปัญหาให้ต่อไม่รู้จักจบ


เขาไม่ได้ไม่ชอบพี่ไอ้นิว แต่ไม่รู้สิ จากเท่าที่ฟังมาเหมือนพี่มันจะก่อเรื่องเดือดร้อนให้ที่บ้านเป็นประจำ โชคดีที่พี่ชายเขาไม่ใช่คนห้าวเป๋ง


พูดถึงพี่ก็คิดถึงจังเลยแหะ เห็นทีเสาร์อาทิตย์นี้ถ้าว่าง คงต้องกลับไปหาเขา รวมทั้งพ่อกับแม่สักหน่อยและ


เขาพยายามฝังเรื่องซอไว้ในสมองส่วนที่ลึกที่สุดแล้วพยายามคิดว่าเรื่องที่เธอพูดกับเขามันไม่ได้เกิดขึ้นจริง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดยปฏิเสธ ฉะนั้นเขาเลยค่อนข้างที่จะไม่เจ็บปวด


ไม่เล้ยยยยย!


เขาเดินออกมาจากบริเวณหน้าหอพักแห่งนั้น


แต่ต้องเบิกตาขึ้นด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นใครบางคนที่คุ้นเคยดีกำลังเดินเข้ามาในหอพักนี้เช่นกัน


ไม่ได้เจอเกือบสี่ปี มาเจอเอาวันนี้เนี่ยนะ แล้วดูท่าเหมือนจะเรียนอยู่ที่เดียวกับเขาซะด้วย ตายยากชะมัด!


ยัยนั่นเดินก้มหน้าก้มตาอย่างไม่สนใจสังคมภายนอกเหมือนเดิม ในมือก็หอบหิ้วถุงของกินพะรุงพะรัง ดูท่าแล้วเหมือนจะเพิ่งไปเดินตลาดในมหาวิทยาลัยมา และในวินาทีที่เธอกำลังจะเดินสวนเข้าหอพักไป เขาก็คว้าต้นแขนนั่นไว้ ทำให้คนตัวเล็กกว่าเสียหลักเล็กน้อยเมื่อถูกกระชาก ก่อนจะหันมามองหน้าไอ้ตัวต้นเหตุอย่างเขา เธอชักสีหน้าอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นตกใจ


            “หวัดดีไอ้เหยิน เอ๊ย พี่คิม” ร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงยียวน


            เธอกลับมาชักสีหน้าอย่างหงุดหงิดอีกรอบก่อนจะสะบัดแขนออกจากมือที่เกาะกุมต้นแขนเธอไว้


            “เฮอะ!” เธอพูดแค่นั้นแล้วตั้งใจจะเดินผ่านไปอย่างไม่อยากมีเรื่อง เขาเบ้ปากก่อนจะเดินตามไปราวีเธอต่อ


            “ไม่เจอกันตั้งนาน ไม่คิดถึงฉันเลยหรอ” แม้จะพูดด้วยประโยคที่ฟังดูออดอ้อน แต่น้ำเสียงของเขากลับค่อนข้างจะไปทางกระแนะกระแหนมากกว่า


            “ไม่” เธอตอบกลับสั้นๆ ก่อนจะกดลิฟท์


            แวบนึงที่เขาแอบเห็นฟันคู่หน้าของเธอ มันไม่ได้เหยินจนแทบจะชี้หน้าคนอื่นเหมือนเมื่อก่อน คาดว่าน่าจะผ่านการจัดฟันมาแล้ว ทำให้ไอ้สองซี่เด่นๆคู่นั้นกลายเป็นแค่ฟันกระต่ายแทน


            เหมือนกับเขา


            ต่อไปคงจะเรียกไอ้เหยินเหมือนแต่ก่อนไม่ได้ละ เพราะถ้าเรียกแบบนั้นก็เหมือนว่าเขากำลังด่าตัวเองอยู่


            “หึ ถ้ายังชอบกันอยู่ก็บอกได้นะ ตอนนี้ฉันว่างพอดี”


            “” คนฟังหันขวับมามองพลางทำหน้าเด๋อๆใส่


            “สนใจ ใช่มั้ย” แม้จะพูดออกไปแบบนั้น แต่เขาเองก็ไม่ได้หมายความตามนั้นจริงๆหรอก แค่อยากกวนประสาทเธอเล่นเฉยๆ เพราะคนที่เขาชอบตอนนี้มีคนเดียวเท่านั้น คือซอ


            “ลืมเรื่องนั้นไปสักทีเถอะ ฉันไม่ได้ชอบนายแล้ว แล้วตอนนั้นมันก็เด็กมากด้วย” คิมพูดรัวๆออกมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโมโห หรือว่าเขินกันแน่


            กุกพยักหน้าพลางเบ้ปากแบบที่ชอบทำเป็นประจำเวลาที่ได้ยินคนพูดอะไรที่ไม่น่าเชื่อใส่ แล้วไอ้ที่บอกให้ลืมน่ะ มันก็ลืมได้อยู่หรอก มันไม่ได้น่าจดจำขนาดนั้น


            “เรื่องบ้าบอนั่นฉันลืมไปก็ได้ แต่อีกเรื่องฉันไม่มีทางลืมแน่นอน”


            ลิฟท์มาถึงพอดี


            คิมก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็ว เหมือนเธอไม่อยากที่จะอยู่ใกล้เขานาน


            “ไม่ลืมก็เรื่องของนาย” เธอพูดแบบไม่มีเสียง แต่เขาก็แอบอ่านปากได้ก่อนที่ประตูลิฟท์จะปิดลง


            เขาเค้นหัวเราะออกมาก่อนจะหันหลังและเดินออกจากหอแห่งนี้


            ไอ้พี่คิมเคยเป็นเพื่อนบ้านของเขา ตั้งแต่สมัยที่ครอบครัวเขาเพิ่งย้ายเข้าไปอยู่ที่หมู่บ้านนั่นใหม่ๆ ถ้าจำไม่ผิดเขาเพิ่งจะเจ็ดขวบ ก่อนที่ครอบครัวของเขาจะย้ายออกเมื่อสักสามปีก่อนหลังเกิดเรื่อง เธออายุเท่ากับพี่ชายเขา ทั้งคู่สนิทกัน แถมยังชอบเล่นรถเล่นหุ่นยนต์ด้วยกันอีก 


            ทุกวันหลังเลิกเรียนเธอมักจะมาขลุกอยู่ที่บ้านเขาและเล่นกับพี่ชายเขาอยู่บ่อยๆ กุกที่ไม่ได้มีรสนิยมชอบเล่นของเล่นแบบเด็กๆเล่นกันสักเท่าไหร่ เลยไม่ได้สนใจ แต่เขากลับชอบที่จะเล่นกลางแจ้งกลางสนามมากกว่า แบบวิ่งไปวิ่งมา และที่สำคัญ เขาไม่ชอบเล่นกับเธอเท่าไหร่นัก เพราะครั้งแรกที่เจอกัน เธอก็ทำเอาผมเขาลุกไปทั้งตัวซะแล้ว จะอะไรซะอีกล่ะ


ก็ไอ้พี่คิมแม่งชอบเขา!


            นึกถึงแล้วก็ขนลุก


วันนั้นพี่ชายเขาไม่อยู่บ้าน ไปไหนสักที่กับแม่นี่แหละ มันนานแล้วเขาจำไม่ได้ กุกเลยออกไปเล่นคนเดียวแบบเหงาๆตามแบบฉบับของเด็กที่เพิ่งย้ายมาใหม่และยังไม่มีเพื่อน

           

 

ตึกๆๆๆ

เสียงฝีเท้าของเด็กวัยประมาณ 10 ขวบ วิ่งไล่จับกันไปมาภายในสนามเด็กเล่นของหมู่บ้านแห่งหนึ่งอย่างสนุกสนาน และท่ามกลางเด็กสี่ห้าคนนั่น ก็มีเด็กผู้หญิงที่ท่าทางทโมนเหมือนอย่างกับเด็กผู้ชายกำลังวิ่งนำหน้าเพื่อนๆอยู่ ใบหน้ากลมเล็กนั่นดูมีความสุขไม่เบากับการที่ได้วิ่งไปมากับเพื่อนๆในวัยไล่เลี่ยกัน ฟันสองซี่หน้านั้นดูจะเด่นกว่าใครด้วยขนาดที่ใหญ่กว่าปกติ แถมยังยื่นล้ำออกมาจนแทบจะหุบปากไม่ลง


"แน่จริงก็ตามมาให้ทันเซ่!" ร่างเล็กที่ติดจะผอมไปสักหน่อยนั้นตะโกนท้าเด็กผู้ชายที่วิ่งตามมาข้างหลังอย่างยียวน ดูไปดูมา เด็กคนนี้มันม้าดีดกะโหลกชัดๆ!


"ฉันตามแกทันแน่ ไอ้คิมไอ้แก้วหน้าม้า!"


คำพูดของเด็กชายเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าจะทำให้คิมอารมณ์บูดไม่เบา เพราะสองเท้าเปล่าที่กำลังวิ่งอยู่นั้นหยุดกึกทันที ใบหน้าบูดบึ้งจ้องมองเด็กชายอย่างโกธรจัด ก่อนที่ร่างเล็กจะเดินเข้ามาใกล้ แล้วฟาดฝ่ามือลงบนหัวของเด็กชายอย่างแรง!


"โอ้ย!! ไอ้บ้า เจ็บนะโว้ยตีมาได้ โป้งแล้ว!!" พูดจบ เขาก็งอนและวิ่งหนีกลับบ้านทันที


"เฮ้ๆๆๆ พี่คิมสุดยอดเลย" เหล่าเด็กๆที่เปรียบเสมือนลูกสมุนตัวน้อยๆของเธอ พากันหัวเราะชอบใจกันยกใหญ่


เธอยิ้มย่องให้กับคำชมสรรเสริญต่างๆนาๆด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนที่จะต้องกุมหัวด้วยความเจ็บปวด เมื่อจู่ๆก็มีวัตถุปริศนาพุ่งลงมาจากฟากฟ้า


ปึก!!


"โอ้ยย"


วัตถุประหลาดนั่นทำจากโครงไม้ที่ถูกห่อด้วยกระดาษเนื้อเบา และสีสันของมันก็ดูออกจะฉูดฉาดไม่น้อย


'นี่มันว่าวสำหรับเด็กที่ขายตามสนามหลวงนี่หว่า ใครเอามาเล่นแถวนี้เนี่ย!' เธอคิด และหยิบมันขึ้นมาจากพื้นก่อนจะเริ่มสอดส่องสายตามองซ้ายมองขวาหาตัวการทันที


"เอาว่าวฉันคืนมา!"

 

 

นั่นล่ะเขาเอง! ตอนเด็กๆนอกจากชอบวิ่งเล่นแล้ว เขายังชอบที่จะเล่นว่าวด้วย

 

 

"เอาว่าวฉันคืนมา!"


เสียงเล็กแหลมดังขึ้นจากทางด้านหลัง เธอจึงหันมาและพบกับเด็กผู้ชายผิวขาวจัดที่ตัวเตี้ยกว่าเธอหนึ่งช่วงหัว


เด็กที่ไหน? ทำไมไม่เคยเห็นมาก่อน ปกติเด็กในหมู่บ้านนี้เธอจะรู้จักหมด


เด็กชายตัวเล็กนั่นเท้าเอวแล้วมองหน้าเธอด้วยแววตาเอาเรื่อง


"…" เด็กหญิงไม่ตอบอะไรกลับไป ได้แต่จ้องหน้าเด็กชายตัวน้อยค้างนิ่งอยู่แบบนั้น ดวงตากลมโตของเธอดูเหม่อเลยไปถึงไหนต่อไหน จนเด็กชายต้องพูดย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่บึ้งตึงกว่าเดิม


"เอาว่าวฉันคืนมา!!"


"น่ารักจัง…" เด็กหญิงพูดพร้อมกับยิ้มกว้างก่อนจะเอื้อมมือไปจับแก้มขาวปลั่งนั่น


เพี้ยะ!! เด็กนั่นปัดมือเธอกลางอากาศด้วยท่าทางรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด แต่เด็กหญิงก็ไม่ได้สนใจมันเลยสักนิด เธอยังคงยิ้มให้เด็กชายอย่างชื่นชม


"อย่ามาจับตัวฉันนะ คนอะไรหน้าเป็นม้าเลย"


           ถ้าตามปกติ เมื่อมีใครมาว่าเธอเป็นม้า เด็กหญิงจะออกอาการโกธรทันที แต่กลับเด็กชายตัวน้อยคนนี้ เธอกลับนิ่งเฉย


"ฉันจะคืนว่าวให้ก็ได้ แต่พอโตขึ้น เธอต้องแต่งงานกับฉันนะ"


          เมื่อพูดจบ เด็กชายตรงหน้าก็แสดงสีหน้าอึ้งจัดอย่างปิดไม่มิด ตากลมใสแป๋วดุจตากวางนั่นเหลือกโตขึ้นอย่างตกใจ ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นแขยงสุดชีวิต


"อี๋~ ไม่เอาา!!!"


"ถ้างั้น ฉันก็จะไม่คืนว่าวให้" เธอพูดพลางเอาว่าวไปถือไว้ข้างหลังตัวเอง เด็กๆที่เปรียบเสมือนลูกสมุนพากันโห่ร้องอย่างถูกอกถูกใจ


"…" หน้าขาวของเด็กชายขึ้นสีแดงจัดอย่างคนที่เริ่มหงุดหงิด ยัยคนหน้าเหมือนม้านี่ยังไงกันนะ! จู่ๆจะมาขอแต่งงาน หน้าตาแบบนั้นใครจะอยากแต่งด้วยกันล่ะ! แล้วไอ้เด็กคนอื่นๆนี่อีก ถือดียังไงมาหัวเราะเขากัน


"ว่าไง เธอจะได้ว่าวคืนแน่ ถ้าสัญญาว่าโตขึ้นจะให้ฉันเป็นเจ้าสาวของเธอ"


ไม่มีทาง!! เด็กชายคิด และเขาก็จะไม่ยอมเสียของเล่นที่ล้ำค่านั่นไปอย่างแน่นอน


"ก็ได้" สุดท้าย เขาตัดสินใจที่จะรับปากส่งๆไป ถึงยังไงโตขึ้น เขาก็คงจะไม่แต่งงานกับเธออยู่แล้ว


"เย้ๆๆ" ยัยหน้าม้านั่นยิ้มอย่างดีใจแล้วกระโดดโลดเต้นไปมากับเพื่อนของเธอ


"ทีนี้ก็เอาว่าวฉันมา"


เธอยื่นว่าวสีสวยไปให้เขาพลางยิ้มกริ่มอย่างยินดี เด็กชายตัวน้อยตัดสินใจกระชากว่าวของเขากลับคืนมา โดยที่ตั้งใจจะไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้เลยสักนิด แตกต่างกับเด็กผู้หญิงที่ดีใจจนออกนอกหน้า


            จบ บางทีนึกแล้วก็สงสัยนะ ตอนนั้นไอ้พี่คิมมันดูแก้วหน้าม้าเยอะไปหรือเปล่า


            เรื่องนั้นมันทำเอาเขาไม่ยอมเล่นกับเธอไปพักใหญ่เลยทีเดียว ตอนเด็กขนาดนั้นถ้ามีใครที่คุณไม่ได้ชอบมาขอแต่งงานมันก็ไม่ไหวปะ แต่เมื่อพวกเขาโตขึ้นมานิดหน่อย เธอก็ไม่ได้มาวุ่นวายอะไรในเชิงจีบๆเขาแบบนั้นอีก ซึ่งมันก็ดีมาก ยอมรับเลยว่านั่นมันทำให้กุกไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่ จนกระทั่งถึงวันที่เกิดเรื่อง ยิ่งทำเขายิ่งไม่ชอบเธอมากขึ้น ถึงแม้ว่าต้นเหตุมันจะไม่ใช่เธอ แต่เธอก็ทำให้เรื่องมันยิ่งยุ่งยากเข้าไปอีก


เขาเดินออกจากบริเวณหน้าหอพักนั่นก่อนจะตรงไปที่หมู่บ้านจัดสรรที่ตั้งขึ้นไม่ไกลจากรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้นัก


ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมเขาถึงเดิน


ไม่ว่าจะรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ หรือว่ารถจักรยาน เขาไม่มีมันซักอย่าง แฮร่! จะว่าไม่มีเงินก็คงจะไม่ถูก จะว่ามีมันก็มี แต่เขาก็อยากจะเก็บเงินก้อนนั้นไว้ เพราะมันดันสำคัญกับใครบางคนมากกว่า


ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที ผมก็มายืนอยู่หน้าบ้านสูงสามชั้น มันไมใช่บ้านผมหรอก แต่เป็นของ พี่เมฆ รุ่นพี่มหาวิทยาลัยต่างคณะที่เปิดให้คนมาเช่าอยู่ และเขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น


ตัวบ้านเป็นโทนสีน้ำตาลขาวดูสะอาดตาและอบอุ่น มันมีสามชั้น ประตูรั้วถูกเขาเปิดออกก่อนจะเดินเข้าไป ผ่านสนามหญ้าสีเขียวสวยทางซ้ายมือและที่จอดรถทางขวา ภายในตัวบ้านค่อนข้างจะเงียบ เงียบจนผิดปกติ กุกที่เป็นคนไม่ชอบเรื่องลี้ลับเกี่ยวกับบุคคลที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เริ่มที่จะใจเต้นแรง


หัวใจที่เต้นด้วยจังหวะปกติกระตุกวูบก่อนจะล่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อหางตาดันเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มๆอยู่ทางซ้ายมือ โชคดีที่เขาเป็นคนตั้งสติได้ไวแม้ว่าจะกลัวพลังงานลึกลับ ไอ้เงาบ้านั่นไม่ใช่ผีหรืออะไรที่ไหน แต่มันคือพี่เมฆ เจ้าของบ้านที่สุดหล่อสุดคูลนั่นเอง


เมื่อเดินเข้าไปใกล้ กุกก็พบว่าพี่เมฆกำลังต่อโมเดลที่เป็นเครื่องบินอยู่ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่หันมาเห็นหรือสนใจกุกแม้แต่น้อย


หมกมุ่นอะไรเบอร์นี้วะพี่!


เห็นทีต้องแกล้ง


"เห้ยยยย สาวแก้ผ้าวิ่งผ่านมาโว้ย!!" เขาเล่นใหญ่แบบรัชดาลัยมาเอง ก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมาเมื่อสามารถเรียกเสียงตกใจจากอีกฝ่ายได้ ถึงแม้ว่ามันจะมีมาแค่ 'เฮ้ย!' ก็ตาม


แรงสะดุ้งนั่นทำเอาพี่เมฆเผลอสะบัดโมเดลในมือจนมันกระจัดกระจายเล็กน้อยด้วยความตกใจที่เขาโผล่มาแบบไม่ให้สุ่มให้เสียง ก่อนเจ้าของสีหน้านิ่งๆจะหันมาจ้องไอ้ตัวก่อเหตุอย่างเขาเขม็ง


"ขะ ขอโทษครับพี่ ผมไม่ได้ตั้งใจแค่อยากเล่นกับพี่เฉยๆ" เขาผงกหัวขึ้นๆลงๆอย่างรนราน เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานความโกรธที่แผ่ออกมาจากรุ่นพี่หน้าหล่อ


“ปัญญาอ่อน” พี่เมฆตีหน้าเฉยขณะหันมาด่า ก่อนจะหันไปสนใจโมเดลต่อโดยไม่ชายตาแลเขาต่อสักนิด ท่าทางเขาคงจะโดนงอนเข้าแล้ว ไว้ค่อยหาจังหวะดีๆกว่านี้มาง้อละกัน


กุกเกาหัวแก้เก้อเมื่อโดนเมินก่อนจะเดินขึ้นไปยังชั้นสาม ที่ที่เป็นห้องของเขา กระเป๋าเป้ที่สะพายเป็นประจำถูกเหวี่ยงไปไว้ที่ซอกเล็กๆข้างโต๊ะอ่านหนังสือที่เขามักจะเอาไว้วางโน้ตบุ๊กเพื่อเล่นเกมส์ซะมากกว่า ก่อนจะพาร่างเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกาย เมื่อได้มาอยู่ตามลำพังเรื่องของซอก็แวบเข้ามาในหัวให้รบกวนจิตใจอีกครั้ง เขาเคยบอกไปแล้วใช่มั้ยว่า มันไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนปฏิเสธ ซึ่งเขาก็ไม่เคยเข็ดและจีบเธอต่อไป ด้วยหวังว่าเธอจะชอบเขาเข้าสักวัน แต่ไม่รู้ว่าครั้งนี้ทำไมเขาถึงเป็นกังวลมากกว่าปกติ อาจจะเป็นเพราะคำพูดนั่นก็ได้


'พี่ไม่ได้ชอบกุก พี่ชอบคนอื่น'


ไอ้บ้านั้นมันเป็นครายยยย


หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว เขาก็เปิดโน้ตบุ๊กขึ้นมาเหมือนอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ ไม่ใช่ว่าจะทำรายงานหรือว่าการบ้านหรอก


เล่นเกมส์ต่างหาก!


เขาแวะส่องเฟสเล่นพักหนึ่ง เพื่อไปตอบข้อความที่ใครก็ไม่รู้ทักมากันตรึม ส่วนใหญ่ก็จะประมาณว่า


'ขอบคุณที่รับแอดนะคะ' เขาก็รับทุกคนนะไม่ได้เลือก

'สวัสดีค่ะพี่กุกใช่มั้ยคะ' อ่าว นี่ไม่ได้อ่านชื่อเฟสหรา

'หวัดดี เราชื่อบลาๆๆอยู่คณะเดียวกับนายไง'

สารพัดสารเพ ซึ่งเขาก็ได้แต่ตอบกลับไปว่า 'ครับ'

สั้นๆง่ายๆ แต่ก็มีบางคนที่ส่งมาบ่อยจนเขาเอือม เลยส่งแค่ อืม กลับไป


การแจ้งเตือนในกลุ่มพวกปีหนึ่งวิทย์กีฬาดังขึ้นก่อนที่เขาจะกดเข้าไปดู มันเป็นรูปที่ถูกโพสลงโดยใครบางคนในรุ่น แต่เขาจำไม่ได้ว่าใคร


คนในรูปล้วนเป็นเด็กปีหนึ่งในชุดเสื้อนัดศึกษาแต่เป็นกางเกงวอร์มขายาวทั้งชายและหญิง ตลกเนอะ แฟชั่นบ้านไหนเนี่ย


ทั้งหมดกำลังอยู่ในกิจกรรมที่เรียกว่า ประชุมเชียร์ มันก็คือโซตัสดีๆนั่นแหละ แต่ว่าถูกเปลี่ยนชื่อให้ดูมุ้งมิ้งขึ้นก็แค่นั้น กิจกรรมก็ไม่มีอะไรมาก มีฝึกร้องเพลงคณะและเพลงประจำมหาวิทยาลัย ได้ยินมาว่าพวกพี่ปีสองคุม แล้ววันดีคืนดีพวกพี่ปีสามก็จะลงมา แต่ไม่ได้ลงมาช่วยสอนร้องเพลงนะ


พวกเขามาสร้างความกดดันต่างหากล่ะ เรียกง่ายๆก็ มาว้าก


ในรูปพวกเพื่อนร่วมชั้นปีของเขานั่งบนลานพื้นปูนหลังตึกคณะ ทั้งหมดนั่งตัวตั้งหลังตรง เป็นท่าที่เรียกกันว่าท่าระเบียบเชียร์ ทุกคนมีสีหน้าไม่ต่างกันคือไร้วิญญาณสุดๆ คนที่นั่งกะจากสายตาแล้วมีไม่ถึงร้อยคน จากทั้งรุ่นที่มีรวมๆสองร้อยกว่าชีวิต ทำให้การนั่งเรียงเป็นแถวที่ควรดูสวยงามกลับดูตลกเพราะมันแหว่งๆวิ่นๆ


ข้อความที่อยู่ใต้รูป ทำเอากุกหัวร้อนเล็กน้อย เพราะเจ้าของโพสได้ว่ากล่าวบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในภาพด้วยประโยคที่ค่อนข้างดุเดือดพอสมควร


ข้อความออกแนวเชิงตำหนิพวกที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเชียร์ว่าเห็นแก่ตัว!


นั่นหมายถึงเขาด้วย


ใต้โพสมีการโพสข้อความโต้ตอบกันอย่างออกรสออกชาติ หลายคนก็ตัดพ้อถึงเพื่อนที่ว่ากันรุนแรงไป หลายคนก็ต่อว่าพวกคนที่ไม่มาเข้าประชุมเชียร์ หลายคนก็หาข้อแก้ตัวให้ตัวเองต่างๆนาๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกนักกีฬาอะแหละ อ้างว่าซ้อมบ้างอะไรบ้าง ทั้งๆที่ก็ไม่ได้มีซ้อมทุกวัน


เช่นเขา วันนี้เขาก็โดดประชุมเชียร์ โดดไปเฝ้าสาว สาวรุ่นพี่ปีสี่ในคณะซะด้วย


เขารัวแป้นคีย์บอร์ดกดพิมพ์สิ่งที่อยู่ในใจลงไป


'ยอมรับว่าโดดประชุมเชียร์จริง วอนอย่าด่าเยอะ เพราะกูโดดไปแล้ว!'





ดแอดแฟน ที่รูปน้องกุกสุดหล่อได้เลยฮับ







Talk

เขาเจอกันแล้ววววว พระเอกกับนางเอกเจอกันซะที 555 

แต่ทำไมหนูกุกดูจะไม่ค่อยชอบเลย เขามีปัญญาอะไรกันมาก่อนหรือเปล่าหนอ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #4 lapang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 01:09
    วอนอย่าด่าเยอะเพราะกูโดดไปแล้ว 5555555555555
    #4
    1
    • #4-1 H_HB(จากตอนที่ 3)
      8 มีนาคม 2560 / 19:12
      >< 555 นางมีความกวน
      #4-1