Confused Time ให้เวลา10วิ! แล้วยอมรับมาทีว่าพี่ชอบผม

ตอนที่ 1 : Character + Prologue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 ต.ค. 60






Prologue

ดวงตากลมใสของเด็กชายในวัย 14 ปี เหลือบมองร่างสูงใหญ่ของผู้ที่เป็นทั้งอาจารย์และโค้ชอย่างหวั่นๆ มือเล็กยกขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลอาบหน้า หลังที่จากที่เพิ่งไปวิ่งกับเพื่อนๆนักกีฬาโรงเรียนมาหมาดๆ


"กิตติกันต์" คนเรียกทำเสียงเข้มพร้อมกับส่งสายตาดุๆมาให้ ทำเอาเด็กชายถึงกับลนลานตอบรับแทบจะทันที


"คะ คะ ครับ!"


อาจารย์มองใบรายชื่อในมือที่ไว้ใช้จดสถิติเวลาการวิ่งของเด็กแต่ละคน ก่อนจะเหลือบมามองหน้าเขาอีกครั้ง ชายวัยกลางคนส่ายหน้าเล็กน้อย ดวงตาฉายความผิดหวังออกมาชัดเจน


"สถิติเธอรั้งท้ายอีกแล้วนะ คราวหน้าถ้าเป็นแบบนี้อีก เห็นทีว่าฉันจะต้องพิจารณาเรื่องที่เธอจะเป็นตัวแทนไปแข่งระดับจังหวัดใหม่ซะแล้ว"


หัวใจเขากระตุกวูบที่ได้ยินแบบนั่น เขารู้สึกแย่กับตัวเอง ทั้งๆที่เขาก็พยายามฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอด ทั้งซ้อมนอกเวลา และออกกำลังกายมากกว่าคนอื่น


แต่สุดท้ายแล้ว เขาก็เป็นได้แค่ไอ้ห่วยอยู่ดี


เมื่อหมดเวลาซ้อมในตอนเย็นของวัน อาจารย์ก็เดินแยกตัวออกไป เพื่อนๆนักกีฬาด้วยกันเดินมาตบไหล่พร้อมกับพูดให้กำลังใจเขา


"เห้ยมึง อย่าไปเครียดนะเว้ย" เขายิ้มให้เพื่อนด้วยความขอบคุณจากใจจริง แต่แล้วรอยยิ้มที่สดใสนั่นก็ต้องหายไป เมื่อได้ยินประโยคถัดมา


"เพราะถ้ามึงเครียดจนลาออก พวกกูก็ไม่มีใครมาเป็นที่โหล่ให้ดิวะ"


"ฮ่าๆๆๆ" และก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะสมทบอย่างสะใจในความไม่ได้เรื่องของเขา


คนโดนถากถางได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างนึกโมโหก่อนจะปัดมือที่วางบนไหล่ทิ้งอย่างไม่ไยดี ดวงตากลมใสมองไปยังกลุ่มคนที่หัวเราะราวกับเห็นเขาเป็นตัวตลก เขาจดจำสีหน้า ท่าทางและคำพูดดูถูกพวกนั้นเอาไว้และสัญญากับตัวเองในใจว่า สักวันเขาจะต้องทำให้ตัวเองไปอยู่ในจุดที่ดีกว่านี้ให้ได้ และคนที่จะโดนดูถูกก็ต้องกลายมาเป็นพวกมัน ไม่ใช่เขา มือเล็กคว้ากระเป๋าเป้คู่ใจก่อนจะเดินจากมา ทั้งๆที่ใจจริงเขาอยากจะตบปากคนพวกนั้นสักคนละทีสองทีแต่ก็ต้องห้ามใจเอาไว้เพราะไม่อยากมีเรื่อง


เด็กชายเดินทางกลับบ้านทั้งชุดพละเน่าๆแบบนั้น ก่อนจะเดินตรงขึ้นไปยังห้องนอนที่อยู่ชั้น 2 ของบ้านโดยไม่คิดจะเอ่ยทักทายใครในครอบครัวทั้งสิ้นด้วยความหงุดหงิดจากเรื่องที่โรงเรียน


ไม่นานก็มีเด็กที่ตัวสูงกว่าเขาไม่เท่าไหร่ในชุดนักเรียนกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินเปิดประตูเข้ามาในห้องของเขาอย่างถือวิสาสะ


พี่ชายของเขานั่นเอง


"เป็นไร หน้าตาเคร่งเครียดมาเชียว ผิดหวังอะไรมาวะ" เขาถามอย่างรู้ทันเด็กชายตัวน้อยที่นั่งทำเบื่อหน่ายอยู่บนที่นอน


"…" คนถูกถามได้แต่เงียบกลับมา เวลานี้เขาเซ็งเกินกว่าที่จะอยากคุยกับใคร


ผู้เป็นพี่ได้แต่ยืนถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ไอ้นิสัยอยากทำอะไรก็ต้องทำให้ได้ของน้องเขามันแก้ไม่หายจริงๆ ถึงมันจะฟังดูเป็นเรื่องที่ดี ดูเป็นคนมีความพยายาม แต่มันก็จะกลายเป็นดาบสองคมได้เหมือนกัน ถ้าเกิดหมกมุ่นจนเกินไปแบบน้องชายเขา


ริมฝีปากหยักสวยคล้ายน้องยกยิ้มนิดๆก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กที่นั่งห้อยขาอยู่บนเตียง มือทั้งสองข้างของเขาซ่อนบางอย่างไว้ข้างหลัง


"พี่มีของจะให้แกว่ะ" คนพูดมาหยุดยืนตรงหน้าก่อนจะยื่นบางสิ่งบางอย่างมาให้ มือที่ว่างอยู่ของเขาลูบหัวเกรียนๆตามแบบฉบับนักเรียนมัธยมต้นของคนเป็นน้องอย่างเอ็นดู


ดวงตาใสแป๋วสำรวจพี่ชายเป็นการใหญ่ ว่าเขากำลังจะให้อะไร


ของเล่นเก่าหรือเปล่านะ หรือว่าจะเป็นเสื้อผ้าหล่อๆที่ใส่ไม่ได้แล้ว แต่จะเป็นอะไรเขาก็อยากได้มันทั้งนั้นแหละ


คนเป็นน้องมักจะได้ของอะไรต่อจากพี่เสมอ เพียงแต่เขาไม่คิดว่าพี่จะให้เจ้านี่มา


นาฬิกาข้อมือสายหนังสีน้ำตาลดูหม่นๆ ที่ดูเปื่อยแล้วเปื่อยอีกจนไม่รู้ว่าจะเปื่อยยังไง แถมหน้าปัดก็มีรอยขูดขีดเยอะจนมองข้างในไม่เห็น และที่น่าประหลาดใจมากกว่านั้น หน้าปัดที่ควรมีตัวเลขกลับเป็นสีขาวล้วนไม่มีตัวเลขหรือสัญลักษณ์ใดๆบ่งบอกเวลาเลยสักนิด เขาจ้องมองมันอยู่นานจนพี่ชายต้องดึงมือไปและวางมันใส่มือเขา


"มันเป็นของแกแล้วนะ ใช้มันดีๆล่ะ" คนพูดทำหน้าภาคภูมิใจราวกับว่ากำลังมอบนาฬิกาโรเล็กซ์แท้ราคาแพงให้น้องชาย


แต่นี่มันไม่ใช่ไง! นี่มันซากฟอสซิลนาฬิกากิ๊กก๊อกที่ไหนก็ไม่รู้!


"อ่าครับ" เขาตอบกลับอย่างเสียไม่ได้ จากสีหน้าพี่ที่ดูปลื้มปลิ่มกับมันมากๆแล้ว เขาก็ปฏิเสธไม่รับมันไม่ลง


มือหนาวางแหมะที่ไหล่คนเป็นน้อง "ฉันคงไม่จำเป็นต้องใช้มันแล้ว"


แน่ล่ะ สภาพใกล้พังขนาดนี้ เขาเองก็คงไม่จำเป็นต้องใช้มันเหมือนกันแหละ


ทันทีที่พี่ออกจากห้องไปแล้ว นาฬิกาเก่าเรือนนั้นก็ถูกเขาเก็บเข้ากรุโดยที่ไม่เคยคิดว่าจะหยิบมันมาใส่แม้แต่น้อย


หลายครั้งที่ถูกคะยั้นคะยอให้ลองเอามันมาใส่ หลายครั้งที่พี่ชายพร่ำบอกถึงความวิเศษวิโสของมัน แต่เขาก็ดื้อและรั้นเกินกว่าจะรับฟัง


เร่งกับหน่วงเวลาได้เนี่ยนะ หนังการ์ตูนโคตร!


แต่ถึงยังไงเขาเองก็มีบ้างที่แอบลังเลใจ เมื่อวันหนึ่งพ่อกับแม่ก็มาช่วยกันยืนยันเรื่องนั้นอีกที


เฮ้! นี่มันรายการล้อกันเล่นใช่ป่าว! แอบซ่อนกล้องไว้ไหนกันอะ


แน่นอน เขาแค่ลังเล แต่ไม่เชื่อ! แล้วไอ้นาฬิกาบ้านั่นมันก็โคตรจะเก่าแสนเก่า ไม่รู้ว่าใส่กันมาตั้งแต่รุ่นทวดเลยหรือเปล่า แล้วถ้ามันทำได้จริงๆอย่างที่พ่อ แม่และพี่บอกนะ เขาจะเอาไปหน่วงเวลาตอนแข่งวิ่งแล้วเอาเหรียญทองไปกระแทกหน้าไอ้พวกที่ดูถูกเขาพวกนั้นให้ดู!





Talk

ฝากนี้นิยายเรื่องนี้ไว้อ่านเล่นด้วยนะคะ ><



My Branner


   


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น