END || Time's up เวลา (เจ้าชู้) ของคุณหมดแล้วล่ะ!

ตอนที่ 23 : Chapter 22 ll ตึงเครียด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    7 ก.ย. 61




 

22




ฉันกลับมาที่บ้านพี่เมฆอีกครั้งก่อนเปิดเทอมสองวันโดยมีพี่น้ำป่าเป็นคนมาส่ง แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นลูกหมาที่กำลังวิ่งลั้นลาอยู่ในบ้าน เจ้าก้อนสีขาววิ่งดุ๊กๆ มาหาแล้วเห่าใส่ฉัน ก่อนจะหมอบพร้อมยื่นขาสองข้างมาข้างหน้า มันโก่งตูดที่มีหางสีขาวกระดิกรัวๆ แบบน่ามันเขี้ยว


“หมาใครเนี่ย!” ฉันนั่งยองๆพลางเอามือตบพื้นซ้ายทีขวาที ซึ่งเจ้าก้อนกลมๆก็เลิกหมอบแล้วเปลี่ยนมากระโดดดุ๊กดิ๊กๆ อยู่ตรงหน้า แบบที่ยิ่งดูก็ยิ่งมันเขี้ยว จนฉันอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปขยี้หัวเจ้าหมาน้อย เพียงเท่านั้นมันก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลา หงายท้องอย่างหมดสภาพ


“ยึ่ย ยึ่ย ยึ่ย” ฉันส่งเสียงใส่เจ้าก้อนกลมๆ ยิ่งขยี้เจ้านี่ก็ยิ่งทำหน้าตาฟินใส่จนน่าหมั่นไส้ เห็นมันทำหน้าตาสบายอกสบายใจ ฉันก็เปลี่ยนจากขยี้หัวมาเป็นเกาพุงต่อ


“ชื่ออะไร ฮึ!


“ชื่อหมอก พันธุ์ชามอย” เสียงของพี่เมฆดังลอยเข้ามา ก่อนที่ฉันจะเงยหน้าขึ้นมองคนพูดทั้งๆที่มือก็ยังคงเกาพุงหมาต่ออย่างเพลิดเพลิน


“หมาพี่เมฆเหรอ”


“เออ น่ารักไหม”


“น่ารักดิ แต่อย่าปล่อยมันไปขี้ในสนามหญ้านะพี่ ไม่งั้นหนูเคืองนะ” ฉันหันไปบอกพี่เมฆที่พยักหน้ารับแบบง่ายๆ ฉันขยี้หัวมันอีกสามสี่ครั้งเป็นการบอกลาแล้วลุกขึ้นยืนเพื่อกลับห้องตัวเอง


“เออ เนล ว่างวันไหน” พี่เมฆเลิกคิ้วขึ้นมองหน้าฉัน


“ก็ว่างทุกวันที่ไม่ใช่วันเรียนอะ ถามทำไมเหรอ”


“มินิทมีเรื่องจะคุยด้วย”


“งั้นวันนี้หนูก็ว่างตลอดอะ แต่คืนนี้มีนัดเลี้ยงสายข้างนอก ถ้าจะมา มาพรุ่งนี้ก็ได้ แต่ต้องเป็นตอนบ่ายนะ เพราะมะรืนเปิดเทอมแล้วตอนเช้าหนูต้องไปเตรียมเอกสารการเรียนการสอนไว้ก่อน เปิดเทอมจะได้ไม่พลาด ส่วนหลังเปิดเทอมนี่หนูไม่รู้ละ เพราะไม่รู้ว่าจะโดนลากไปเป็นทีเอวิชาไหนบ้างแล้วเลิกกี่โมง” ฉันหันไปบอกพี่เมฆที่พยักหน้ารับแล้วส่งยิ้มบางๆมาให้


“โอเค งั้นพรุ่งนี้บ่ายๆนะ”  

 

.

.

.


09.30 PM @ร้านล้อลาก


“อาเนลอ่า” เสียงคุ้นเคยที่คอยหลอนประสาทฉันอยู่เกือบเดือน ร้องเรียกอย่างดีใจทันทีที่เห็นฉันเดินเข้าไปในร้าน จนฉันยิ้มแห้งแล้ง


“ลื้อมาทังงางกะอั้วเหรอ” พูดจบเจ๊เล็กก็เก็บพัดแล้วเคาะลงบนไหล่ฉันอย่างเป็นกันเอง แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ตอบอะไร พี่น้ำป่าก็ดึงฉันไปหลบข้างๆ ดวงตาจ้องมองเจ๊เล็กอย่างไม่พอใจ จนเจ๊เล็กเบ้หน้าใส่


“เลิกชวนแฟนผมไปทำงานกับเจ๊สักทีวันนี้พวกผมมาในฐานะลูกค้า ไม่ได้มาทำงาน!


“อั้วไม่ได้คุยกักลื้อ!!!” เจ๊เล็กเขวี้ยงค้อนใส่พี่น้ำป่าทางสายตา แล้วหันมาบอกฉันด้วยรอยยิ้มและสำเนียงที่ยังไม่ชัดแบบคงเส้นคงวา


“ถ้าลื้อกิงคนละโต๊ะกับแฟง อั้วลกหั้ยเป็งพิกเสกเลย”


ฉันหันไปมองหน้าพี่น้ำป่าอย่างขอความเห็นว่าเขาจะเอายังไง เพราะวันนี้ฉันตั้งใจมาเลี้ยงสายรหัสตัวเอง และรุ่นน้องรีเควสว่าอยากกินร้านนี้เพราะมันใกล้มหาวิทยาลัย พอพี่น้ำป่ารู้เขาก็เลยตามมาคุม เพราะกลัวเจ๊เล็กจะลากฉันไปทำงานแล้วฉันใจอ่อน


นับว่าพี่น้ำป่าเดาถูกเผงเลย



“งั้นแยกโต๊ะ เดี๋ยวพี่ตามพวกไอ้ซันมาแทน พอดีมันเป็นลูกค้าประจำและมีบัตรลด คงไม่โดนโก่งราคามากนัก!” พี่น้ำป่าลอยหน้าลอยตาตอบจนเจ๊เล็กมองอีกฝ่ายตาขวางที่โดนดักทาง


“ก็ลีแล้วอย่ามาพังร้างอั้วอีกรอกก็แล้วกัง!!!” เจ๊เล็กกระแทกเสียงใส่พี่น้ำป่า ก่อนจะส่ายหน้าแล้วเดินหนี โดยไม่ลืมที่จะหันมาตบบ่าฉันเบาๆอีกครั้ง


“ส่วนลื้อ ถ้าหยักมาทังงางกะอั้ว มาได้ตลอกเลยนา ไม่ต้องไปสงใจใครหรอก! รับรองคราวนี้อั้วจ่ายให้ลื้องามแน่”


“เจ๊นี่แม่งฟังไม่รู้เรื่องเหรอวะ” พี่น้ำป่าสบถจนฉันต้องหันไปตีไหล่ให้เขาหยุด แต่พี่น้ำป่าก็ยังไม่เลิกจิ๊จ๊ะใส่ เขาดูหัวเสียมาก จนฉันต้องถอนหายใจออกมาแรงๆ


“พี่น้ำป่าก็ไม่น่าไปเถียงกับเจ๊แกนะ”


“ก็เจ๊นี่มันกวนตะ...เออ ไม่เถียงก็ได้ พี่นั่งโต๊ะข้างๆนะ” เขาดันฉันให้นั่งลงที่โต๊ะนึง ในขณะที่ตัวเองไปนั่งอีกโต๊ะที่อยู่ข้างๆกัน แต่เลือกนั่งคนละฝั่งกับฉัน เรียกว่าไม่ต้องหันเยอะพี่น้ำป่าก็จะเห็นฉันตลอดเวลาอะ



ฉันนั่งฟังเพลงเพื่อชีวิตที่ร้านชอบเปิดระหว่างนั่งรอรุ่นน้องทั้งสามมา... งงล่ะสิว่าทำไมฉันมีน้องสามคน 


จริงๆแล้วฉันน่ะมีน้องรหัสเป็นผู้หญิงคนเดียวชื่อกิ๊บ กิ๊บน่ะชอบลากเพื่อนมาด้วยเสมอ และเพราะเพื่อนสนิทของกิ๊บก็ค่อนข้างสนิทกับฉันอยู่เหมือนกัน ฉันเลยอนุญาตให้น้องรหัสพามาด้วยได้


ส่วนน้องรหัสอีกคน ฉันเพิ่งมามีตอนปิดเทอมนี่แหละ เพราะรุ่นฉันมีคนลาออกไปหนึ่งคน ก็เลยมีน้องอีกคนไม่มีพี่รหัส พวกเพื่อนๆฉันไม่อยากรับน้องรหัสเพิ่ม ฉันก็เลยอาสารับมาแทน และไหนๆก็รับมาแล้วเลยตั้งใจว่าจะพามาเลี้ยงให้น้องทั้งสองคนสนิทกันมากขึ้น เวลามีอะไรจะได้ช่วยเหลือกัน ดังนั้นโต๊ะสำหรับสี่ที่นั่งจึงเต็มพอดี


ฉันปล่อยให้รุ่นน้องสั่งอาหารกันตามสบาย ขณะที่ตัวเองก็นั่งก็โยกศีรษะไปตามจังหวะเพลงเพื่อชีวิตแล้วร้องคลอไปเรื่อยๆ


“พี่เนลนี่ชอบเพลงเพื่อชีวิตนะ กินกี่ทีก็เห็นพี่ร้องทุกที นี่ถ้าพี่กินเหล้าจนคอแข็งด้วยหนูจะไม่แปลกใจเลย”  วิว (เพื่อนสนิทของน้องรหัสฉัน) หันมาแซวตอนที่ฉันกำลังร้องเพลง มหาลัยมหาหลอกของคาราบาวแบบเพลินๆ ก่อนที่ฉันจะไหวไหล่แล้วตอบยิ้มๆ


“จริงๆ พี่ก็คอแข็งนะ” ฉันหัวเราะเบาๆ


“โม้ว่ะพี่เนล ไปเลี้ยงกี่ทีกิ๊บไม่เคยเห็นพี่กินเหล้าเลยเหอะ” น้องรหัสร่างท้วมผู้มีน้ำหนักร่วมร้อยซึ่งกำลังนั่งเปิบข้าวเหนียวอยู่หันมาแซวฉันที่ได้แต่ส่งยิ้มบางๆให้


“เป็นพี่ที่ดีก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้รุ่นน้องสิ จะมากินเหล้าเมาแอ๋ให้น้องเห็นได้ไง จริงป่ะเมย์” ฉันบอกพลางหันไปโยนให้น้องรหัสอีกคนที่กำลังนั่งเจี๋ยมเจี้ยมเขี่ยเส้นมะละกอในส้มตำปลาร้าอยู่


“ถ้าพี่กินหนูก็กินได้นะคะ” เมย์ยิ้มบอกอย่างเกรงใจ ท่าทางเงียบกริบเหมือนสมัยฉันและกิ๊บโดนพามาเลี้ยงสายครั้งแรกไม่มีผิด


ก็ตลกดีอะ ตอนเจอรุ่นพี่เลี้ยงสายครั้งแรก ส่วนมากจะเกรงใจกัน ไม่ค่อยกล้าพูดกล้ากิน พอเริ่มมีครั้งที่สองครั้งที่สามไม่รู้ความเกรงใจไปไหนหมด


ถ้าไม่เชื่อลองดูจานเปล่าห้าจานกับข้าวเหนียวอีกสองกระติ๊บตรงหน้ากิ๊บได้


“ไม่ได้หรอก แอลกอฮอล์มันแพง” ฉันหัวเราะ ทว่าอยู่ๆ รุ่นน้องฉันก็นั่งนิ่งกันไปทั้งโต๊ะจนฉันชะงักด้วย ฉันหันไปมองบ้างแล้วก็ต้องเลิกคิ้วขึ้น เมื่อเห็นผู้ชายที่บนศีรษะไร้ซึ่งเส้นผมกำลังลูบผม... ไม่สิ เขาไม่มีผมนี่นา เขาลูบศีรษะด้วยท่าทางเหมือนในเอ็มวีเพลงที่เขากำลังร้องอยู่ไม่มีผิด


“รูปไม่หล่อมีสิทธิ์มั้ยคร้าบบบ ถ้าอยากจะนัดเธอเป็นแฟนนน พ่อไม่รวยมีสิทธิ์มั้ยครับ ถ้าอยากจะขอควงแขนในสถานะแฟนของเธอ~*


ฉันชะงักพลางหันไปมองหน้าพี่น้ำป่า แล้วก็เห็นเขาหน้าดำทะมึน ข้างๆมีพี่ซันที่พยายามดึงแขนพี่น้ำป่าไว้อยู่ ฉันหันไปมองชายตรงหน้าอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดอะไร เขาก็ยกมือขึ้นห้ามฉันแล้วร้องเพลงต่อ


“ซุปตาร์เกาหลียังต้องชิดซ้ายอ่ะ เน็ตไอดอลหลบไป เธอสวยที่สุดในปฐพี~ เกิดมาไม่เคยเจอใครที่ไหนอ่ะ โดนใจอย่างเนี้ย เสี่ยงตายก็พร้อมจะยอมพลีเมื่อความรักที่มีมันล้นใจ อกสามศอกคงไม่พอจะใส่ไว้ คงต้องเสี่ยงถามเธอตรงๆให้รู้ ป้ะ ปะ ป้ะ ปะ ป้ะ ปะ ป้ะ ปายยย~


ไม่ร้องเพลงเปล่าๆเขายื่นดอกกุหลาบหนึ่งดอกมาทางฉันด้วย


“มึงอยากเสี่ยงตายมากใช่มั้ยวะ?” เสียงพี่น้ำป่าลอยมาก่อนที่ชายตรงหน้าจะได้ร้องเพลงอีกครั้ง ทั้งๆที่เขากำลังโดนพี่ซันกับพี่แฟรงค์ล็อกตัวไว้อยู่ จนคนยื่นดอกไม้หันขวับไปมองด้านหลังอย่างงุนงงปนไม่พอใจ


“มึงยุ่งอะไรเนี่ย”


“ก็คนที่มึงยื่นดอกไม้ให้อยู่นั่นแฟนกู!!!


พี่น้ำป่าจ้องมองชายหัวใสราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ (เขาหัวใสมากจริงๆ นะ มองแล้ววิ้งเลยอะ) ชายคนนั้นหันมามองฉันหน้าตาเหลอหลา พอเห็นฉันพยักหน้า มือหนาก็ยื่นดอกกุหลาบเฉียดหน้าฉันไปให้กิ๊บที่นั่งอยู่ด้านในเป็นแก้เก้อ จนกิ๊บที่กำลังนั่งเคี้ยวคอหมูย่างอยู่ชะงักกึกแล้วหรี่ตาลง


“ผมให้คนนี้ครับ! ไม่ได้ให้แฟนพี่เลยครับ!” ไม่พูดเปล่า เขายัดดอกไม้ใส่มือกิ๊บแล้วสับเท้าวิ่งจากไปอย่างไว ก่อนกิ๊บจะหันมามองหน้าฉันสีหน้าอึ้งๆ


“เก็บไปเหอะ เดี๋ยวพี่น้ำป่าระเบิดลง” ฉันรีบขยับปากบอกกิ๊บที่พยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะเจ้าตัวรับมันไปแล้วเริ่มหันไปกินไก่ย่างต่ออย่างไม่สะทกสะท้านกับอะไรทั้งสิ้น


แล้วฉันพูดผิดที่ไหนล่ะ พี่น้ำป่าเดินหน้าตึงมาหาฉันแล้วไง ท่าทางเขาหาเรื่องจนฉันอ่อนใจเลยด้วย


“เนลไปคุยกันหน่อย”


“อะไรพี่ เดี๋ยวค่อยคุยก็ได้” ฉันส่ายหน้าแล้วหันไปมองหน้าคนอื่นๆที่เริ่มหน้าซีดกันทั้งโต๊ะ ขนาดกิ๊บยังหยุดกินแล้วทำหน้าแปลกๆเลยอะ


“พี่ขอตัวเนลแปบนึงนะครับน้อง” พี่น้ำป่าหันไปโปรยรอยยิ้มใส่บรรดาน้องรหัสฉันที่นั่งกระพริบตาปริบๆ ก่อนเขาจะดึงฉันให้ออกไปคุยข้างนอกตรงลานจอดรถหน้าร้าน


“พี่น้ำป่ากำลังจะเหวี่ยงใส่หนูอีกแล้ว” ฉันเป็นคนเปิดประเด็นขึ้นมาก่อน เพราะฉันรู้ดีว่าเขาจะลากฉันออกมาคุยเรื่องอะไร พี่น้ำป่าตวัดสายตามามองหน้าฉัน


“ก็ทำไมเนลไม่บอกปฏิเสธมันไปเล่า! ปล่อยให้มันร้องเพลงจีบได้ไงวะ ทำอะไรเห็นหัวพี่บ้างป่ะ!


“หนูก็จะบอกเขาอยู่แล้ว แต่พี่อะใจร้อน ให้หนูบอกเขาดีๆ ก่อนก็ได้” ฉันขมวดคิ้วบอกพี่น้ำป่าที่กำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่อย่างระอาใจ


“สรุปว่าพี่ผิดใช่ป่ะวะที่หึงอะ นี่ถ้าพี่ไปคุยกับผู้หญิงคนอื่นมั่งเนลจะหึงแบบนี้มั้ยวะ” พี่น้ำป่าดึงฉันเข้าไปใกล้ กลิ่นแอลกอฮอล์ชัดเจนจนฉันชะงัก


นี่เขาทำเหล้าหกใส่ตัวเหรอไง หึ่งเชียว


“หนูว่าพี่คุยไม่รู้เรื่องแล้วนะพี่น้ำป่า” ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ


“อ๋อ พี่ลืมไปว่าเนลไม่หึง เนลแม่งไม่เคยหึงพี่เลย พี่จะไปไหนเมื่อไหร่ ทำอะไรเนลก็ไม่เคยสน! หรือว่าจริงๆแล้วมีแค่พี่ที่สนเนลคนเดียววะ!!” เขาแค่นหัวเราะใส่แล้วพูดเองเออเอง


ไปหงุดหงิดอะไรมาเนี่ย!


“ถ้าพี่พูดไม่รู้เรื่อง หนูไม่คุยด้วยแล้วนะ รุ่นน้องหนูรออยู่” ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วหันหลังเดินหนี ก่อนตัวจะปลิวไปปะทะอกแกร่งเมื่อเขายื่นมือมาดึงแขนฉันไว้


“เนลไม่ได้สนพี่จริงๆ ใช่มั้ย”


“อะไรทำให้พี่คิดว่าหนูไม่สนใจพี่เนี่ย” ฉันมองหน้าพี่น้ำป่าอย่างงงๆ พี่น้ำป่าจ้องหน้าฉันคิ้วขมวด


“แล้วทำไมพี่ไม่เคยเห็นท่าทางแบบนี้จากเนลมั่งเลย”


“หนูแค่...” ฉันที่กำลังจะตอบชะงักกึก ถ้อยคำค้างอยู่ในลำคอจนไม่มั่นใจที่จะตอบออกไป เพราะโดยปกติคนเจ้าชู้ไม่ชอบให้แสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เพราะเขาจะรำคาญ


ฉันก็แค่ไม่อยากให้พี่น้ำป่ารำคาญฉัน...


“หนูแค่อะไร?”


“หนูแค่ไม่ชอบเรื่องเดือดร้อนอะ” ฉันเลือกตอบความจริงอีกด้านออกไป เพราะฉันก็เกลียดเรื่องเดือดร้อนจริงๆอะ อีกอย่างมันก็ไม่ใช่นิสัยฉันด้วยไง ฉันไม่ใช่พวกชอบอาละวาดอะไร


ถ้าฉันอาละวาดตีโพยตีพายแล้วฉันไม่กลายเป็นอีบ้าหน้าไม่อายที่วิ่งไล่ตามผู้ชายที่เขาไม่สนใจตัวเองเหรอ ไหนจะต้องมาคอยระแวงไม่เลิกอีก แล้วการทะเลาะกับผู้หญิงคนอื่นๆนี่ก็ไม่รู้จะกลายเป็นศึกยืดเยื้อด้วยรึเปล่า


แค่ฟังดูก็เหมือนเห็นเรื่องเดือดร้อนมาแต่ไกลแล้วมั้ยอะ


พอฉันตอบแบบนั้น พี่น้ำป่าก่อนพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ เขาดูหัวเสียไม่น้อย ก่อนจะเป็นฝ่ายหมุนตัวเข้าไปในร้านก่อนโดยไม่พูดอะไรออกมาอีก ปล่อยให้ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วเดินตามกลับเข้าไปในร้านเงียบๆ


ถึงฉันจะกลัวเรื่องเดือดร้อน แต่ฉันก็กลัวพี่น้ำป่าจะรำคาญมากกว่าอยู่ดี (._.)


.

.

.

.

.


“อาเนลอ่า” เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังขึ้นทันทีที่ฉันเรียกเก็บตังค์ เจ๊เล็กเดินมาหาฉันถึงที่โต๊ะทันทีที่เห็นพี่น้ำป่าเดินออกไปรอด้านนอก สีหน้าท่าทางดูเป็นห่วง 


“หนูไม่ทำงานกับเจ๊นะ” ฉันรีบปฏิเสธขึ้นทันที ก่อนจะโดนเจ๊เล็กตีพัดใส่มือจนหน้าเบ้


“อั้วมีเรื่องจาคุยกักลื้อตังหาก ตามอั้วมานี่หน่อย”


“ค่ะ ทุกคนรอพี่แปบนึงนะ ห้ามออกไปก่อนพี่เด็ดขาดเลยนะ” ฉันหันไปบอกน้องรหัสตัวเอง ซึ่งทุกคนในโต๊ะก็พยักหน้าอย่างเข้าใจหลังจากเห็นฤทธิ์เดชของพี่น้ำป่ามาแล้ว


ขืนน้องออกไปแล้วฉันไม่ออกตามไปด้วย งานนี้ได้มีระเบิดลงของจริงแน่ล่ะ


“อั้วไล่ยินคงอึ่งพูกกังว่าลื้อกักแฟงลื้อไปตีกังหน้าร้างอั้ว” เจ๊เล็กเป็นฝ่ายโพล่งขึ้นมา ก่อนที่ฉันจะนิ่วหน้าแล้วสั่นศีรษะไปมา


“ไม่ได้ตีกันค่ะ แค่มีปากเสียงกันนิดหน่อย”


“นั่งแหละๆ อีก็ปากหมาไปเรื่อยอ่า อย่าไปสงมากเลย อีห่วงลื้อนา” การปกป้องของเจ๊เล็กทำเอาฉันขยับยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะเจ๊แกดูเป็นห่วงจริงๆ


“หนูก็นึกว่าเจ๊เกลียดพี่น้ำป่า”


“แล้วใครบอกอั้วชอบ” เจ๊เล็กสวนกลับมาจนฉันมึนไปเลย เจ๊เล็กมองค้อนใส่ฉันก่อนจะเบะปากออกแล้วยกนิ้วขึ้นนับ


“อีปากหมา ไร้มารยาก นิสัยก็ไม่ลี อั้วไม่ชอบ แต่อีทำก็เพราะอีก็ห่วงลื้อมากนา อั้วไม่อยากเห็งลื้อทะเลาะกังอ่า ยังไงอั้วก็ชอบลื้อ แล้วอีก็หวังลีกับลื้อ อิกอย่างนา ถ้าอั้วทำให้พวกลื้อลีกัง อีอาจจะปล่อยลื้อมาทำงงางกักอั้วก็ล่าย” เจ๊เล็กกระซิบกระซาบใส่ฉัน และนั่นทำให้ฉันหลุดหัวเราะออกมาดังพรืด


มีวัตุประสงค์แอบแฝงนี่เอง


“ทำไมเจ๊อยากให้หนูมาทำงานกับเจ๊นักล่ะ คนอื่นทำงานกับเจ๊ตั้งเยอะแยะแล้วนี่”


“ลื้อซื่อสัก ไม่เคยริบตัง ไม่เคยโกงเหล้าล่วย มีปังหาอาไลลื้อก็จักกังไล่หมกเลย ลื้อขยัง อกทง นิสัยลี มารยากก็ลี อั้วไม่เคยเห็งลื้อว่าใครเลย มีแต่คนรักลื้อ แถมลื้อสวยเรียกลูกค้าได้เยอะ อั้วชอบ” ฉันกระพริบตาปริบๆมองหน้าเจอที่หยอดลูกชมมาให้ฉันแบบเต็มพิกัด รู้สึกเหมือนตัวจะลอยๆยังไงชอบกล


“ลื้อไม่รู้หรอก พอลื้อเลิกทำงางนา ลูกค้าอั้วหายไปหายโต๊ะเลยอาเนล แรกๆนา มีแต่คงถามหาลื้อ บอกตงๆ อั้วเสียลายลื้ออ่า” เจ๊เล็กขมวดคิ้ว แล้วถอนหายใจออกมายาวๆ แต่ฉันก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะหลายครั้งที่ลูกค้ามีปัญหา ร้านมีปัญหา ฉันนี่แหละที่โดนถีบออกไปเป็นกันชนก่อน ด้วยเหตุผลว่าเจ๊ไม่กล้าไล่ฉันออกแน่ เพราะฉันต้องใช้หนี้


และถึงเจ๊เล็กแกจะเค็ม แต่จริงๆ เจ๊แกใจดีนะ อย่างตอนแรกที่ฉันเป็นคนเสนอทำงานให้ฟรีๆ แต่ผ่านไปไม่กี่วันเจ๊แกก็จะให้ฉันรับเงินไปบางส่วน แต่ฉันเป็นคนปฏิเสธไม่เอาเองอะ คือวันนั้นฉันบังเอิญไปได้ยินตอนเจ๊แกคุยกับบัญชีว่าค่าเสียหายจริงๆมันมากกว่านั้น  ถึงจะไม่รู้ว่าค่าเสียหายมันเท่าไหร่กันแน่ แต่มันก็ทำให้ฉันก็ไม่กล้ารับค่าจ้างมาจากเจ๊ พอยืนกรานเป็นกระต่ายขาเดียวว่าไม่เอาๆ เจ๊แกก็เลยจนใจ


ฉันถือว่าเจ๊แกแฟร์กับฉันมากนะ


“งั้นเอางี้นะเจ๊ ถ้าสมมุตหนูต้องหางานทำระหว่างเรียน หนูสัญญาเลยว่าหนูจะคิดถึงร้านเจ๊เป็นร้านแรกเลย โอเคมั้ย”


“สังญาแล้วนา”


“ค่ะเจ๊”


“แล้วอั้วจารอ”


ฉันยิ้มให้เจ๊เล็กก่อนจะลาออกมาด้านนอก ซึ่งพวกรุ่นน้องฉันกำลังนั่งหน้าจ๋อย โดยมีพี่น้ำป่านั่งไขว่ห้างกอดอกรออยู่ที่โต๊ะด้วย เขาหันสายตากดดันมาทางฉันแล้วลุกขึ้นยืน


“จะกลับยัง” พี่น้ำป่าถามเสียงเรียบ


“กลับแล้ว” พอฉันพูดเสียงแผ่ว เหล่ารุ่นน้องฉันก็พากันเงยหน้าขึ้นมาอย่างตื่นเต้น ทุกคนรีบหันมายกมือไหว้ลาฉัน ด้วยสีหน้าประมาณว่าหนูรอเวลานี้มานานแล้ว!


“งั้นพวกหนูกลับก่อนนะคะ...”


“ไม่ต้อง ไปด้วยกันให้หมดนั่นแหละ เดี๋ยวพี่ไปส่ง ดึกแล้ว” พี่น้ำป่าสวนกลับมาเสียงเรียบแต่ฟังดูบังคับสุดๆ จนรุ่นน้องสามคนของฉันหันไปมองหน้ากันเอง


อ่า พวกน้องอึดอัดใช่ไหม...พี่ก็เหมือนกันเลย -__-“


“ตะกี้พี่น้ำป่ากินเหล้าเข้าไปหนูว่า...”


“ไม่ได้กิน ตอนจะต่อยคนมือมันลื่นเหล้าเลยหกใส่ตัว สรุปจะไปกันยัง?”


“คือพวกหนูกลับเองก็ดะ...” พี่น้ำป่าไม่ได้สนใจ เขาหันมาจ้องหน้าฉันเขม็งแล้วย้ำช้าๆทีละคำจนฉันแทบอยากหดหัวกลับเข้าไปในกระดอง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาพยายามกดอารมณ์ตัวเองไม่ให้ระเบิดด่าฉันต่อหน้ารุ่นน้องอยู่


“เนลเป็นคนลากพวกน้องออกมาเลี้ยงสาย แล้ว เถลไถล’ ให้น้องนั่งรอจนดึก คงไม่คิดจะปล่อยให้น้องตัวเองต้องเสี่ยงกลับบ้านกันเองในเวลานี้ ใช่ไหม”


พี่น้ำป่าไปโมโหอะไรมาเนี่ย! T__T!  


“ค่ะ...” ฉันครางออกมาเสียงแผ่ว แทบอยากจะเคาะหัวตัวเองแรงๆ อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองหน้าพี่น้ำป่าที่แทบไม่พูดอะไรสักคำนอกจากการออกคำสั่งอีกครั้ง พร้อมกับจับข้อมือฉันแล้วลากให้เดินตามออกไป โดยมีรุ่นน้องทั้งสามคนของตัวเองเดินตามมาราวกับลูกเป็ด


“ตามมา เดี๋ยวพี่ไปส่ง”


.

.

.


ปัง!


“เนลจะดื้อไปไหนวะ!!! พี่เคยบอกแล้วไงว่าไม่ต้องไปคุยกับไอ้เจ๊อะไรนั่นอีก เพราะพี่จะไม่ยอมให้เนลไปทำงานที่นั่น!!!” เขาตวาดลั่นทันทีที่รุ่นน้องฉันคนสุดท้ายก้าวลงจากรถ ฉันมองเห็นเมย์สับขายาวๆจนกลายเป็นวิ่งหนีหายเข้าไปในหอพักอย่างรวดเร็วก่อนจะหันมามองคนข้างตัว


ดูท่าเขาจะโกรธฉันมากด้วยอะ


“พี่น้ำป่า...”


“พี่ไม่ได้อยากด่านะเนล แต่บางทีเนลก็ง่ายจนดูโง่ไปเลยอะ โลกนี้มันไม่ได้สวยเหมือนทุ่งลาเวนเดอร์นะเว้ย แล้วการที่ไอ้เจ๊นั่นชวนเนลกลับไปทำงานยิกๆเนี่ย มันไว้ใจได้เหรอวะพี่ถามจริง!


“บางทีหนูว่าพี่ก็มองโลกแง่ร้ายไปอะ...”


“เนลนั่นแหละมองโลกแง่ดีเกินไป!!!” เขาหันมาตวาดใส่จนฉันขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปมองคนข้างๆตัวเต็มๆ เมื่อความรู้สึกที่มันตกค้างอยู่ในใจปะทุขึ้นมา จนฉันรู้สึกว่าตัวเองเก็บเงียบต่อไปไม่ได้อีกแล้ว


“พี่น้ำป่า”


“อะ...!!!” พี่น้ำป่าชะงักไปเมื่อเห็นฉันยื่นหน้าไปใกล้ๆ เพื่อสบตาเขาพร้อมกับพูดแทรกขึ้นมาอย่างอดไม่ไหว ขณะที่มือทั้งสองข้างก็ยื่นไปจับหน้าพี่น้ำป่าไว้ไม่ให้หันหนี


“พี่เครียดอะไร บอกหนูได้รึเปล่า?”


“...”


“ตอนแรกหนูก็ไม่อยากจะถามในเรื่องที่พี่ไม่อยากพูด แต่ช่วงนี้พี่ดูระแวงทุกคนที่เข้าใกล้หนูตลอดเลย รู้ตัวรึเปล่า เพราะอย่างนั้นพี่น้ำป่าบอกหนูได้ไหมว่าพี่มีอะไร พี่ห่วงหนูเรื่องอะไร ทำไมถึงได้เครียดนัก” ฉันถามเขาเสียงเครียด พี่น้ำป่าพ่นลมหายใจออกมายาวๆ เขาหลบตาฉันตอนที่พูดมันออกมา


“พี่ไม่ได้เป็นอะไร แค่ไม่อยากให้เนลไว้ใจคนง่ายเฉยๆ”


“พี่อาจจะมองว่าหนูโง่ แต่หนูไม่ได้โง่นะพี่” ฉันสวนกลับไปทันทีที่พี่น้ำป่าพูดจบ เขาผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ พร้อมปัดมือฉันให้ออกจากหน้าตัวเอง แล้วเบี่ยงประเด็นด้วยการหันไปขับรถต่อเงียบๆ เป็นการตัดบทว่าเขาจะไม่พูดอะไรให้ฉันฟังเหมือนทุกครั้งที่เขาเป็นเวลาฉันถามอะไรที่เขาไม่อยากตอบ


พี่น้ำป่าเป็นแบบนี้มาตลอด เขาไม่เคยพูดปัญหาของตัวเองให้ฉันฟัง ไม่ว่าจะเรื่องใหญ่เรื่องเล็ก เขาจะเก็บมันไว้กับตัว แล้วแก้ปัญหาด้วยตัวเองเสมอ เขาไม่ร้องขอความช่วยเหลือใครทั้งนั้น


ถ้าเรื่องยังไม่จบ เขาก็จะไม่ยอมพูดมันออกมา


บางครั้งเขาก็เก็บความเครียดไว้กับตัวจนก้อนเหมือนระเบิดเดินได้ ที่พอเจอเรื่องอะไรไปกระตุ้น เขาก็พร้อมจะระเบิดออกมาได้ตลอดเวลา และเพราะฉันรู้ว่าเขาเป็นแบบนั้น ฉันถึงได้ไม่เคยถือสาเวลาเขาอาละวาดใส่


แต่วันนี้ฉันรู้แล้วว่าการปล่อยให้พี่น้ำป่าสะสมความเครียดไว้แบบนี้ บางทีมันอาจจะแย่กว่า


“เราเป็นแฟนกันนะพี่น้ำป่า ถ้าพี่มีอะไรแล้วไม่คิดจะบอกจะแชร์ให้รู้ด้วยเลย พี่จะมีหนูไว้ทำไม มีไว้เป็นภาระของพี่งั้นเหรอ” พอได้ยินคำถามเชิงตัดพ้อจากฉัน เขาก็เม้มปากแน่น แล้วพูดมันออกมาเบาๆ


“เนลแค่อยู่ข้างๆ เป็นกำลังใจให้พี่ก็พอแล้ว”


“ไม่พออะ หนูอยากมีแฟนที่หนูและเขาสามารถแชร์ทุกอย่างด้วยกัน ไม่ใช่มีแต่หนูที่ไปเป็นภาระให้เขา หนูไม่อยากทำแค่รออยู่ข้างๆ แต่หนูอยากจะเดินไปข้างๆกับแฟนหนูด้วย ถ้าเขาลำบากหนูก็อยากจะลำบากด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้เขาลำบากแล้วตัวเองสบายอยู่คนเดียว”


“...”


“หนูรู้นะว่าพี่เก่ง แล้วหนูก็โคตรภูมิใจในตัวพี่ด้วย แต่พี่น้ำป่า พี่ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลาที่อยู่กับหนูก็ได้” ฉันหันไปมองเสี้ยวหน้าของคนข้างตัว ก่อนจะเงียบเสียงลงจนรถทั้งคันตกอยู่ในความเงียบ


พี่น้ำป่าเงียบไปพักใหญ่ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาราวกับยอมแพ้แล้วเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน


“พี่กลัวว่าเนลจะทิ้งพี่ไป” คิ้วหนาของเขาขมวดมุ่นเหมือนเครียดจัด เขาดูไม่ค่อยมั่นใจกับเรื่องที่ตัวเองจะพูดนัก แต่สุดท้ายก็ยอมพูดต่อ


“กลัวว่าผู้หญิงคนนั้นจะทำให้เนลตัดสินใจเลิกกับพี่ เพราะเขาคงทำทุกทางเพื่อให้พี่ไม่เหลือใคร ไม่ว่าจะด้วยวิธีสกปรกแค่ไหน ผู้หญิงคนนั้นก็จะทำ พี่ก็เลยกลัวว่าเนลจะเลิกกับพี่เพราะคนๆนั้น”


ผู้หญิงคนนั้น?


คนนั้นนี่มันคนไหน!?


“ถ้าสักวันมีคนมาสั่งให้เนลเลิกกับพี่ เนลจะทิ้งพี่ไปรึเปล่า” เขาถามขึ้นมาอีกครั้งเหมือนไม่มั่นใจตอนที่ฉันกำลังขมวดคิ้วกับการหาคำตอบให้ตัวเอง ก่อนจะเบรกรถจอดตรงหน้าบ้านพี่เมฆ พี่น้ำป่าดูเครียดจริงๆจนฉันสัมผัสได้


“ไม่ต้องห่วงหรอกพี่น้ำป่า เพราะถ้าพี่ไม่ทิ้งหนู หนูก็จะไม่ทิ้งพี่แน่นอน พี่สบายใจได้เลย” ฉันจับมือเขาขึ้นมากุมไว้ก่อนจะส่งยิ้มไปให้ แล้วยักคิ้วใส่จนพี่น้ำป่าขยับยิ้มตาม 


“หนูดื้อจะตาย พี่ก็รู้นี่”



------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

*เพลงรูปไม่หล่อมีสิทธิ์ไหมครับ - คาวบอย feat.ดาว ขำมิน,พงศ์ วงพัทลุง



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1,077 ความคิดเห็น