END || Time's up เวลา (เจ้าชู้) ของคุณหมดแล้วล่ะ!

ตอนที่ 2 : Chapter 01 ll คำอวยพรจากคนแปลกหน้า!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,740
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    7 ก.ย. 61






1





SNAIL TALKS >>>


“ไอ้เนล! สุขสันต์วันเกิดนะเว้ย!!! เอ้า! ชนนนนนนนน!!!” เสียงร่าเริงของเพื่อนสาวทำให้ฉันที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามส่ายหัวอย่างอ่อนใจแล้วยกแก้วน้ำอัดลมขึ้นชนกับคนตรงหน้า พร้อมเอ่ยเตือนเสียงดังแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มแบบไม่เกรงใจขี้หูในรูหู


“มิ้งค์ ฉันว่าแกกินเหล้าเยอะไปแล้วนะ”


“โอ๊ยแก ไม่เยอะหรอก กินไปเลยมิ้งค์ รอบนี้หมดแก้วเลยนะ” มะใหม่ เพื่อนสาวหน้าตาน่ารักสไตล์เด็กเรียนที่นั่งข้างๆฉันหันไปเชียร์มิ้งค์ที่นั่งอยู่อีกข้างของตัวเองแบบแทบจะยกกรอกปากอีกฝ่าย


“ได้” มิ้งค์พยักหน้ารับแล้วจัดการยกซดจนหมดแก้วในครั้งเดียว


“นี่แกก็เลิกมอมมันสักทีเถอะ คลิปรั่วๆของมันแทบจะเต็มหน้าเฟซมันแล้วนะ เฮ้แกก็พอได้แล้วมิ้งค์!” ฉันเอื้อมมือไปตีมือมิ้งค์ที่กำลังจะยกขวดเหล้าขึ้นเทใส่แก้วตัวเอง ก่อนมิ้งค์จะสะบัดหน้าหนีไปอ้อนมะใหม่ที่นั่งข้างๆ


“ใหม่ เอามาอีกแก้วดิ๊ เอิ๊ก!


“แกไม่เห็นเหรอเวลามันเมามันอ้อนน่ารักจะตาย ฉันชอบ ” ฉันกลอกตามองหน้ามะใหม่ที่นั่งเติมเหล้าให้มิ้งค์อยู่ข้างๆอย่างเอือมระอา


ไหนบอกว่าจะพาฉันมาเลี้ยงวันเกิด ดูยังไงก็หาเรื่องกินเหล้ากับตั้งใจมามอมเพื่อนชัดๆ!


เอ้อเดี๋ยวสิ ฉันยังไม่ทันได้แนะนำตัวเลยใช่ไหม?


งั้นก็...สวัสดีค่ะ ฉันชื่อสเนล เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ของคณะสังคมศาสตร์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ค่ะ วันนี้เป็นวันเกิดฉัน เพื่อนสนิททั้งสองที่เจอหน้ากันมาตั้งแต่วันสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัยก็เลยลากฉันออกจากบ้านเช่าเพื่อมาเลี้ยงฉลองในผับชื่อดังย่านอาร์ซีเอ แต่ก็อย่างที่เห็นๆกันนั่นล่ะ ฉันว่าเพื่อนฉันแค่หาเรื่องมากินเหล้ากันมากกว่า


นี่ฉันก็คิดอยู่นะ ว่าฉันออกมาแฮงก์เอาท์กับพวกมันทำไม -__-


ฉันกวาดตามองไปรอบร้านอย่างเบื่อๆ สายตาพลันเหลือบเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังเต้นท่าดึงดาว ปะแป้ง แล้วก็สารพัดท่าที่น่าตบกระโหลก พอๆกับเสียงเพลงสายย่อที่ดังลั่นผับแบบน่ากุมขมับ ท่าทางของเขาทำร้ายสายตาฉันมากจนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ถัดไปไม่ไกลเป็นกลุ่มหญิงสาวที่พากันมองแล้วชี้ไปยังจุดๆหนึ่ง ฉันมองตามแล้วก็พบชายร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนกำลังนั่งอยู่โต๊ะในมุมสุดของผับ (ซึ่งในแสงสลัวๆแบบนี้...ฉันว่าเขาหล่อมากเลยล่ะ) ฉันเห็นเขาเขี่ยมือถือแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนคนบ้าที่เผลออัดกัญชาไปเป็นบ้อง


แต่มองแล้วเพลินดีแฮะ


“ไอ้เนล แกดูเฟซแกดิ ไม่ได้แฟนงานนี้จะไปได้แฟนงานไหนวะ” เสียงหัวเราะคิกคักจากมะใหม่ทำให้ฉันที่กำลังยกแก้วน้ำอัดลมขึ้นดื่มขณะมองชายคนนั้นชะงักแล้วหันไปมองคนเรียกแทน แต่เมื่อเธอไม่ยอมบอกแล้วเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือฉันจึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูบ้าง


ข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอโทรศัพท์ว่าพี่เมฆ (รุ่นพี่ที่เป็นเจ้าของบ้านเช่าที่ฉันเช่าอยู่น่ะ) แอดรูปภาพมาทำให้ฉันที่เลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจนิดหน่อย ก่อนจะกดเข้าไปดูในแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊ค แล้วเลื่อนมือไปกดดูแจ้งเตือนบริเวณรูปโลกที่ขึ้นเลยหนึ่งหรา


 

Happy Birth Day na Snail!!

สุขสันต์วันเกิดไอ้หอยทาก ขอให้มีแฟนไวๆ แต่กลัวชักช้าไม่ทันใจ ประกาศตรงนี้เลยละกันว่าน้องผมสวยและโสดมาก หนุ่มหล่อคนไหนสนใจจัดไปอย่าให้เสียนะครับ!


 

ด้านล่างเป็นรูปฉันที่มีเบอร์โทรแปะหาอยู่บนหน้าผากด้วยฟร้อนท์กากๆเหมือนคนไม่เป็นศิลปะ แถมเน้นตัวหนาและใหญ่มากชนิดที่เจ้าตัวคนโพสต์อาจต้องการให้มองเห็นในระยะสิบเมตร!


“ไอ้พี่เมฆเล่นบ้าอะไรเนี่ย” ฉันขมวดคิ้วนิดหน่อยแล้วพยายามหาวิธีลบรูปนั้นทิ้ง เพราะฉันทำได้เพียงลบแท็กเท่านั้น แต่เมื่อเห็นว่ามันไม่มีให้ลบ เพราะพี่เมฆเป็นคนโพสต์แล้วแท็กมาหา ฉันก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจำนน


เดี๋ยวค่อยไปบอกให้ไอ้พี่เมฆลบให้ทีหลังก็แล้วกัน


ฉันกดเข้ารูปภาพไปดูคอมเม้นท์ใต้ภาพที่ปาไปเกือบยี่สิบคอมเม้นท์ แต่พอสายตาดันเหลือบไปเห็นจำนวนคนกดไลค์ที่ทะลุไปถึงหลักร้อย แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ในเฟซบุ๊คของฉันแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอีกครั้งชนิดที่ว่า ถ้าถอนหายใจครั้งหนึ่งอายุสั่นลงหนึ่งปี ฉันคงใกล้ตายในเร็ววัน


รูปนี้โพสตั้งแต่สองชั่วโมงที่แล้ว ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าตอนนี้มันจะกระจายไปถึงไหน 


นั่นน่ะ เบอร์สุดหวงของฉันเลยนะ


ฉันนั่งอ่านข้อความในช่องคอมเม้นท์ แล้วก็อดโคลงศีรษะไปมาไม่ได้กับข้อความกระหน่ำแซวจากเพื่อนร่วมบ้านเช่าที่แข่งกันมาคอมเม้นท์ราวกับไม่อยากพลาดเรื่องสนุก

 

Kooky cookie >>> สายไหม้รึยังครับพี่เนล

นิ้ง หน่อง >>> พี่เมฆแกล้งพี่เนลทำไม 55555555

Kris kn >>> ฮาอ่ะ พี่เมฆ ชอบอะ 555555

ชื่อซีน วิศวะ >>> ไอ้เนลชาร์ตแบตรอไว้ได้เลย

น้องเจ๋ บ้านหนองโพ >>> พี่เมฆ ประกาศให้เจ๋มั่งสิ!

MaMai MaMaiMiMeMuek>>> อุ้ย เบอร์จริงด้วยอ่ะ ประกาศขนาดนี้ไม่โสดแน่แก

 

ไอ้มะใหม่!” ฉันขมวดคิ้วมองชื่อสุดท้ายก่อนจะยื่นไปผลักไหล่คนข้างตัวที่เข้าไปร่วมวงคอมเม้นท์กับเขาด้วยเบาๆ อย่างหมั่นไส้จนเจ้าของชื่อหัวเราะคิกคักหนักกว่าเดิม ทว่ายังไม่ทันได้พิมพ์อะไรข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมาจนฉันแทบอ้าปากค้าง

 

minute maid >>> โอ้โหดีเลยพี่เมฆยัยเนลจะได้ไม่ต้องโสดนาน!

 

แกเม้นท์สุดท้ายนี่ใครอะน่ารักดี” มะใหม่หันมาสะกิดฉันแล้วถามอย่างสงสัย

 

น้องเขาชื่อมินิท เป็นรุ่นน้องไอ้พี่เมฆอะ” ฉันตอบเสียงเบา อดประหลาดใจไม่ได้ว่านึกยังไงเจ้าตัวถึงมาเม้นท์ให้ฉัน ทั้งๆที่เจอหน้ากันทีไร ฉันจะโดนมินิทเหวี่ยงใส่ตลอด แต่ฉันไม่ได้โกรธมินิทหรอกนะที่จะเหวี่ยงใส่ฉันแบบนั้น เพราะฉันดูออกว่ามินิทชอบไอ้พี่เมฆแบบชอบมากๆ ก็เลยพาลมาหมั่นไส้ฉันที่ดันไปสนิทกับไอ้พี่เมฆน่ะ

 

...แต่ช่างเถอะ

 

พูดถึงพี่เมฆ ฉันได้ยินว่าบ้านที่แกเช่ามีคนเข้าไปอยู่เต็มแล้วเหรอ” มะใหม่หันมามองหน้าฉันที่กำลังเทน้ำอัดลมลงแก้วตัวเอง

 

บ้านพี่เมฆ (ที่ฉันเช่าอยู่น่ะ) เป็นบ้านเดี่ยวสามชั้นน่ะ ชั้นล่างเป็นห้องครัว กับห้องนั่งเล่น ส่วนชั้นสองเป็นที่พักผู้หญิงมีอยู่สี่ห้อง และชั้นสามเป็นที่พักผู้ชายมีสี่ห้องเหมือนกัน แรกเริ่มเดิมทีน่ะมีแค่พี่เมฆ กับพี่ซีนอยู่กันสองคน แล้วปีถัดมาก็มีฉันไปอยู่ด้วยเป็นสาม ส่วนที่เหลือห้าห้องก็ปล่อยทิ้งร้างไว้จนกระทั่งปีนี้นี่แหละ พี่เมฆถึงรับคนเข้ามาเพิ่ม

 

มะใหม่ถึงได้ถามฉันไง

 

อือ เต็มแล้ว มีเด็กปีหนึ่งมาเพิ่มสี่คนแล้วก็เด็กม.6อีกหนึ่งคน

 

แล้วนอกจากแกมีผู้หญิงคนอื่นด้วยป่ะ ตอนนั้นฉันจำได้ว่าฮือฮากันมากเลยนะที่แกเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้นได้น่ะ” มะใหม่หันมาเลิกคิ้วใส่ฉัน แล้วทำหน้ามีลับลมคมใน พร้อมศอกใส่แขนฉันเบาๆ

 

ใช่ ฮือฮากันมากฉันก็เลยยิ่งโดนมินิทหมั่นไส้หนักกว่าเก่าที่ได้อยู่บ้านเดียวกับไอ้พี่เมฆเลยไง ทั้งๆที่ความจริงมันมีอะไรในกอไผ่ซะที่ไหน -__-

 

แต่ดีอย่างว่าตอนหลังๆก็เพลาๆไปบ้างแล้ว เหมือนพี่เมฆจะไม่ชอบที่มีใครมาพูดอะไรทำนองนี้ บวกกับการที่ฉันเองก็ไม่ค่อยโผล่ไปหาเขาที่คณะด้วย ข่าวเรื่องคู่จิ้นอะไรนั่นก็เลยซาๆลงไปเอง

 

มี น้องที่เข้ามาใหม่เป็นผู้หญิงสามคน น่ารักด้วย” ฉันตอบยิ้มๆ

 

แล้วสรุปว่าพี่เมฆเขาไม่ได้คิดอะไรกับแกจริงๆเหรอ แกดูเข้าใกล้เขาได้มากๆเลยนะ” มะใหม่หันมาจ้องหน้าฉันอย่างคาดคั้น และนั่นทำให้ฉันหันไปมองหน้ามะใหม่แล้วส่ายหัววืดๆในทันที

 

ไอ้พี่เมฆเนี่ยนะคิดอะไรกับฉัน?

 

บ้าสิถ้าจะคิดคงจะคิดแค่ว่าฉันจะเอา ‘ความลับ’ เขาไปเปิดเผยให้ใครฟังไหมล่ะสิ!

.

.

.

.

.


           ก่อนอื่นฉันต้องบอกก่อนใช่ไหมว่า ‘ไอ้พี่เมฆ’ ที่ฉันพูดถึงเป็นใคร พี่เมฆ เป็นเดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์ เขาเรียนสาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ อยู่ปี 3 และเป็นเจ้าของบ้านเดี่ยวสามชั้นที่ฉันเช่าห้องอยู่ในตอนนี้ แต่ถ้าจะให้ฉันจำกัดนิยามให้ ฉันจะบอกว่าเขาเป็นมนุษย์ประหลาดเพราะคงไม่มีคนปกติที่ไหน ‘หยุดเวลา’ ได้หรอกจริงมั้ย

 

อาจจะฟังดูเพี้ยนๆ แต่พี่เมฆแกหยุดเวลาได้จริงๆ ค่ะ ถามว่าฉันไปรู้ได้ไงน่ะเหรอ ถ้าจะพูดก็ต้องย้อนไปตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่เดียวกันเลยล่ะ วันนั้นฉันมาโรงเรียนสาย ระหว่างกำลังเดินไปเข้าห้องปกครองเพื่อให้อาจารย์หักคะแนนตามกฏระเบียบ อยู่ๆ ทุกคนก็หยุดเคลื่อนไหว ซึ่งฉันได้แต่มองภาพนั้นด้วยความเบื่อหน่าย เพราะมันเป็นอาการที่ฉันคุ้นเคยดีว่า ตัวเองจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เหมือนคนอื่นๆ ไปอีกสักพัก ทำได้เพียงหายใจเข้าออกแล้วมองภาพตรงหน้าทั้งๆที่ความจริงมันสวยมากนะ ภาพใบไหม้หยุดค้างกลางอากาศ ดอกไม้ที่กำลังร่วงก็หยุดนิ่ง แม้แต่ขี้ฝุ่นยังหยุดปลิวน่ะ แรกๆ ฉันเองก็ตื่นเต้นและชอบมากที่เห็นอะไรแบบนี้ แต่พอนานๆ เข้ามันก็เบื่อ คือความสวยที่ทำได้แค่มองแล้วไม่สามารถสัมผัสได้ฉันมองว่ามันไร้ประโยชน์น่ะ

 

ทว่าระหว่างที่ฉันกำลังรอให้ตัวเองกลับมาเคลื่อนไหวได้ กลับมีสิ่งหนึ่งที่กำลังเคลื่อนไหวไปข้างหน้าได้อย่างปกติ ทั้งๆ ที่ในช่วงเวลานั้นมันไม่ควรจะมีใครทำแบบนั้นได้

 

ซึ่งใครที่ว่านั้นคือ ‘ประธานนักเรียน’ หรือ ‘ไอ้พี่เมฆ’ ที่มาสายจนเวลาเข้าเรียนแล้ว

 

เป็นครั้งแรกที่ฉันเริ่มสงสัยว่า ทุกสิ่งที่เป็นแบบนั้นมันเกิดจากการที่มีใครไปทำอะไรกับเวลารึเปล่า และตั้งแต่วันนั้นทุกครั้งที่ฉันรู้สึกว่าเวลารอบตัวผิดปกติ ฉันจะพยายามมองไปให้ทั่วบริเวณที่ฉันอยู่เท่าที่จะสามารถทำได้ ก่อนจะพบว่าในขณะที่ทุกคนไหลไปตามเวลาอย่างที่ฉันเป็นจะมีคนคนหนึ่งแตกต่างจากคนอื่นๆอยู่เสมอ อย่างถ้าฉันกำลังเคลื่อนไหวแบบสโลโมชั่น หยุดยืนค้าง หรือเดินเร็วๆ จะมีอยู่คนหนึ่งที่สามารถเดินหรือวิ่งได้ตามปกติ หรือถ้าเวลาย้อนกลับจะมีบางคนที่ยืนอยู่ที่เดิมแล้วไม่เดินถอยหลังอย่างที่คนอื่นๆกำลังเป็น ตอนนั้นแหละที่ฉันมั่นใจว่าการที่เวลาผิดปกติมันไม่ใช่เพราะอยู่ๆก็เป็นอย่างที่ฉันคิดมาตลอด แต่เป็นเพราะมีคนทำให้มันเป็นแบบนั้น

 

และพอเห็นว่าพวกเขาสามารถเคลื่อนไหวได้ ฉันจึงลองพยายามทำบ้างด้วยการออกแรงส่งให้ตัวเองเดินต่อขณะที่เวลาหยุดเดิน แต่อยู่ๆภาพตรงหน้าก็กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง และฉันที่กำลังพยายามเคลื่อนไหวไปด้านหน้าก็โดนแรงโน้มถ่วงดึงให้หัวคะมำทิ่มพื้นดังโครมจนต้องหามเข้าห้องพยาบาลเพราะหัวแตกเลือดอาบ

 

แต่นั่นไม่ใช่ความพยายามครั้งเดียวของฉันหรอกนะ ฉันล้มแบบนี้อีกสองรอบได้ จนทนไม่ไหวแล้วตัดสินใจเดินไปเคาะประตูห้องสภานักเรียนเพื่อถามประธานนักเรียนให้หายสงสัย ว่าตอนที่เขาหยุดเดิน เขาเคลื่อนไหวได้ยังไง เพราะเขาเป็นคนเดียวที่ฉันตามหาตัวได้ง่ายที่สุด แล้วหลังจากนั้นชีวิตฉันก็ไม่ปกติสุขอีกเลย พี่เมฆจงใจดึงฉันไว้ใกล้ตัวเพื่อให้ฉันใกล้สายตาเขาตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานเยี่ยงทาส หรือ การชักชวน (แบบบังคับ) ให้ฉันไปอยู่บ้านเช่าของเขา เพราะกลัวฉันจะไปปากโป้งบอกความลับเขาให้คนอื่นฟัง

 

ตั้งแต่นั้นมาฉันก็เลยสัญญากับตัวเองว่า ฉันจะไม่ปากเปราะไปทักใครเวลาเจออะไรแปลกๆ เกี่ยวกับเวลาอีก ต่อไปนี้ถ้ารู้อะไรมาก็จะเหยียบให้มิดแล้วไม่บอกใคร เพื่อความสงบสุขในชีวิตของฉันเอง

 

และหลังจากที่ฉันพยายามหาวิธีฝ่าฝืนสภาพแวดล้อมเพื่อเคลื่อนไหวให้ได้อย่างพวกเขา ด้วยการทดลองจนหัวทิ่มหัวตำอยู่หลายรอบ ในที่สุดฉันก็ได้รู้ว่าฉันต้องทำยังไง

 

หึฉันก็แค่ต้องปล่อยให้ตัวเองทำทุกอย่างไปตามสภาพแวดล้อมอย่างที่เคยเป็นแล้วอย่าพยายามอย่าฝืนเคลื่อนไหวน่ะสิ!

 

ซึ่งกว่าจะรู้ตัวฉันก็ไม่สามารถปล่อยตัวเองให้ผ่อนคลายได้อีกแล้ว มันกลายเป็นความเคยชินว่าฉันต้องการเคลื่อนไหว และพอล้มบ่อยๆมันก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่าต้องพยายามให้กลับมายืนอย่างมั่นคง ไม่เช่นนั้นฉันจะล้มอีก

 

ไปๆ มาๆ นอกจากฉันจะไม่ได้คำตอบที่ต้องการแล้ว ฉันยังเสียการทรงตัวทุกครั้งที่ห้วงเวลาผิดปกติ แล้วยังมาเดือดร้อนจากการเสนอหน้าไปถามไอ้พี่เมฆด้วย

 

บัดซบที่สุดเลยเหอะ!

 

 .

.

.

.

.


เชื่อฉันดิ ว่าไอ้พี่เมฆไม่ได้คิดอะไรกับฉันแน่นอน” ฉันยืนยันพลางนวดขมับตัวเองโดยมีมะใหม่จ้องหน้าฉันอย่างสงสัย และโชคดีที่มือถือฉันส่งเสียงร้องเรียกความสนใจพอดี ทำให้ฉันสามารถตัดบทสนทนานั้นได้ไม่ยาก

 

ไลน์!

 

แรงสั่นสะเทือนจากมือถือในมือ พร้อมแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาว่ามีข้อคามเข้าทำให้ฉันตัดสินใจเปิดแอพลิเคชั่นไลน์เข้าไปอ่านในรอบหลายอาทิตย์  (คือปกติฉันก็ไม่ได้สนใจโทรศัพท์มือถือมากเท่าไหร่อยู่แล้วน่ะ เพื่อนๆ จะรู้กันดีว่าถ้ามีเรื่องด่วนอย่าส่งไลน์มา เพราะฉันไม่ค่อยได้เข้าไปอ่าน)

 

นอกจากแจ้งเตือนข้อความเข้าไม่ต่ำกว่าสามร้อยข้อความ ซึ่งเป็นบทสนทนาจากกลุ่มไลน์ประจำวิชาเรียนที่ปรึกษาเรื่องงานสักประมาณสามร้อย ในขณะที่มีคำอวยพรวันเกิดจากคนรู้จักมีไม่ถึงสิบห้าชื่อ

 

ฉันเลื่อนหน้าจอขึ้นเปิดข้อความอ่านไปเรื่อยๆเพื่อตอบกลับคำอวยพรเหล่านั้นจนกระทั่งไปสะดุดที่ชื่อหนึ่งซึ่งฉันไม่คุ้น สองตาพยายามเพ่งมองรูปโปรไฟล์ผู้ชายคนหนึ่งที่ดูหล่อแต่ฉันไม่รู้จักอย่างสงสัย และตัดสินใจกดเข้าไปดูในที่สุด

 

NAMPHAR : สุขสันต์วันเกิดครับหอยทาก

NAMPHAR : sent sticker  (happy birthday)

 

ฉันขมวดคิ้วมุ่นแล้วกลับไปเปิดรูปเขาเพื่อขยายขึ้นดูอีกครั้ง เพราะโดยปกติแล้วคนที่เรียกฉันว่าหอยทาก ส่วนมากจะสนิทกันมากพอให้ฉันล้อเลียนหรือเล่นหัวได้ แต่ไม่ว่าจะดูยังไงฉันก็มั่นใจว่าไม่รู้จักจึงตัดสินใจไม่พิมพ์อะไรที่นอกเหนือไปจากการตอบกลับไปตามมารยาท

 

SNAIL : ขอบคุณค่ะ


.

.

.

.

.


NAMPHAR TALKS >>>


               เสียงเพลงที่ดังลั่นผับทำให้ผมที่กำลังนั่งอยู่เงียบๆ ในมุมเพื่อดื่มสุราให้สาแก่ใจหลังจากเพิ่งสอบกลางภาควิชาสุดท้ายจบไปเมื่อตอนเย็นหมาดๆ ยกมือถือขึ้นมาเลื่อนไปเลื่อนมาอย่างระหว่างรอเพื่อนอีกสองคน (คนนึงไปเข้าห้องน้ำ ส่วนอีกคนไปเต้นรอ เพียงแต่ท่าเต้นมันชวนอับอายเกินกว่าจะผมจะเต้นด้วย ก็เลยขอนั่งรอแทน) ก่อนจะนิ้วเรียวยาวจะเลื่อนภาพย้อนกลับขึ้นไปดูเมื่อเห็นเพื่อนในเฟซโพสต์อะไรบางอย่างที่ดึงดูดความสนใจผมได้เป็นอย่างดี


 

Happy Birth Day na Snail!!

สุขสันต์วันเกิดไอ้หอยทาก ขอให้มีแฟนไวๆ แต่กลัวชักช้าไม่ทันใจ ประกาศตรงนี้เลยละกันว่าน้องผมสวยและโสดมาก หนุ่มหล่อคนไหนสนใจจัดไปอย่าให้เสียนะครับ!


 

ด้านล่างเป็นรูปผู้หญิงคนหนึ่งกำลังทำหน้าตาแปลกๆใส่กล้องโดยมีเบอร์โทรแปะหาอยู่บนหน้าผากด้วยฟร้อนท์เรียบๆแถมเน้นตัวหนาและใหญ่จนผมต้องกลั้นหัวเราะแล้วเปิดคอมเม้นท์อ่านอย่างสอดรู้ และพอเลื่อนขึ้นไปมองชื่อเฟสที่ถูกแท็กว่าเป็นเจ้าของรูปผมก็หัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ กับการตั้งชื่อเฟสที่ราวกับจะบอกตัวตนให้โลกรู้ว่าชีวิตนี้ชิลขนาดไหน


Snail Slowlife


ผมกดเข้าไปดูในเฟสเธออย่างสนใจ หน้าโปรไฟล์เป็นรูปหอยทาก ส่วนภาพหน้าปกเป็นตัวอะไรสักอย่างสีเขียวๆที่ผมก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่รู้ว่ามันเป็นตัวการ์ตูนที่โคตรน่าเกลียด โดยเฉพาะกล้ามที่ขึ้นเป็นมัดๆซึ่งอยู่ในท่าวิ่งนั่นทำให้ผมติดสตั้นไปชั่วขณะ และเหมือนเจ้าตัวจะกลัวคนไม่รู้จัก เพราะนอกจากรูปน่าเกลียดๆนั่นแล้วยังมีลายแทงให้ตามไปดูต่อในยูทูปด้วย


ผมหัวเราะออกมาเบาๆ พลางจำเบอร์ที่เห็นบนรูปเข้าไปเสิร์ทหาในไลน์แล้วเพิ่มเพื่อนอย่างรวดเร็ว แต่ทว่ารูปในไลน์ก็ยังคงเป็นหอยทากเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเป็นรูปหอยทากจริงๆที่ไม่ใช่ตัวการ์ตูน


ไม่รู้ว่าเจ้าตัวชอบหอยทากมาก จนเอามันมาขึ้นแทนตัวเองไปทุกที่ หรือ ว่าเอาหอยทากมาขึ้นเพราะเป็นความหมายของชื่อตัวเองกันแน่?


แต่จะด้วยเหตุผลอะไรไม่รู้ล่ะ ผมว่าเธอโคตรน่าสนใจเลย!


ขนาดทำหน้าตาแปลกๆ ใส่กล้องยังน่ารัก ถ้าเจอกันตอนปกติต้องน่ารักมากแน่ๆ


“ไอ้ป่าเป็นบ้าอะไรวะ นั่งยิ้มคนเดียว ดมกาวมาไง๊” แรงตบเข้าที่หัวจากไอ้แฟรงค์เพื่อนสนิทร่วมกลุ่มเกรียนประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ผู้เป็นเจ้าของท่าเต้นเรียกส้นเท้า ทำให้ผมยักคิ้วส่งให้มันอย่างกวนๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาพิมพ์ไลน์หาหอยทากที่ผมเพิ่งเพิ่มเข้ามาเป็นเพื่อนอย่างอารมณ์ดี จนเพื่อนผมสองคนยื่นหน้าเข้ามาเสือกอย่างไม่เกรงใจ


NAMPHAR : สุขสันต์วันเกิดครับหอยทาก


“หอยทาก?”


“ใครวะ?” แฟรงค์ถามอย่างสอดรู้ตามซันมาติดๆ หน้าตาท่าทางบ่งบอกว่าพร้อมเสือกเต็มที่


“ไม่เสือกดิ” ผมหัวเราะแล้วย้อนกลับไปพร้อมส่งสติ้กเกอร์ส่งท้าย ก่อนจะเก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกงยีนส์แล้วยกขวดเหล้าขึ้นดื่ม สายตาหันไปมองรอบๆตัว แสงไฟสลัวที่คุ้นเคยกับสาวๆที่โยกย้ายส่ายสะโพกไปตามเสียงเพลงสายย่อแนวโปรดไอ้แฟรงค์ด้วยท่าทางยั่วยวน ทำให้ผมลุกขึ้นยืนแล้วขยับตัวแก้เมื่อยเล็กน้อยพร้อมยิ้มกว้างออกมาอย่างอารมณ์ดี และเมื่อทั้งสองคนเห็นแบบนั้นก็ลุกขึ้นยืนหายกันไปคนละทางอย่างรวดเร็ว


ได้เวลาออกล่าของพวกผมแล้วล่ะ


.

.

.

.

.


SNAIL TALKS >>>


กว่าฉันจะขอให้ไอ้พี่เมฆที่เคารพลบรูปพร้อมเบอร์โทรได้ก็ปาไปสองสามวัน แล้วยังมาทำหน้างงใส่ฉันด้วยนะว่าลงรูปฉันตอนไหน


หึเรื่องแกล้งคนนี่เนียนเหลือเกิน


แถมล่าสุดยังมาตามความเคลื่อนไหวด้วยนะว่ามีคนมาจีบ หรือมารบกวนอะไรฉันรึเปล่า บ้าบอมาก พอฉันบอกไม่มี ก็ดูเจ้าตัวจะโล่งอกมาก... 


เฮอะทำเป็นแอ๊บเนียนว่าไม่รู้เรื่อง


เชื่อตายล่ะ :(


ฉันไถลตัวลงมานอนบนเตียงพลางคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเสียบหูฟัง ขณะที่ฝ่ามืออีกข้างกำลังจะเอื้อมไปคว้าหนังสือประวัติศาสตร์ที่วางไว้อยู่บนหัวเตียงขึ้นมาถือ


แคว่ก แคว่ก


ริงโทนเสียงเป็ดพร้อมหน้าจอที่บ่งบอกว่ามีคนโทรมาทำให้ฉันคว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับสายแทนที่จะเป็นหนังสือที่ตัวเองอ่านค้างไว้แล้วทิ้งตัวนอนแผ่หลาลงบนเตียง ก่อนเสียงปลายสายจะทะลวงเข้ารูหูจนฉันต้องดึงโทรศัพท์ออกห่างอย่างตกใจ


[เนล ว่างเปล่า!] เสียงตะโกนดังลั่นมาควบคู่กับเสียงลมที่ตีเข้าโทรศัพท์อย่างดังจนฟังแทบไม่ได้ศัพท์ทำให้ฉันต้องย่นคิ้วลงแล้วร้องตอบกลับไป


“เบาๆ ไอ้พี่เมฆ เดี๋ยวหนูหูแตก!!


[ว่างใช่มั้ยงั้นไปเอารายงานมาให้พี่ที่ม.หน่อยเมื่อกี้พี่ลืมไว้] ปลายสายยังคงตะโกนเสียงดังจนฉันต้องลุกขึ้นนั่งแล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ อีกครั้ง


“รู้แล้ว อยู่ไหนล่ะ เดี๋ยวเอาไปให้”


[อยู่บนโต๊ะกินข้าวน่ะ ด่วนเลย ขอภายในสิบห้านาทีนะ... ไอ้ซีน ขับดีๆดิวะ!] สิ้นคำโวยวายเสียงลมที่ตีเข้ามาในโทรศัพท์ก็หยุดลงพร้อมเสียงเบรกรถที่สะเทือนเลือนลั่นจนฉันต้องกดตัดสายทิ้งอย่างพอจะเดาเหตุการณ์ต่อไปออก


ไม่ทะเลาะวิวาทกลางถนนก็คงโดนชาวบ้านชาวช่องด่าไล่หลังน่ะสิ จะมีอะไรล่ะ


ก็เป็นแบบนี้ตลอดอะ ตอนฉันเรียนปีหนึ่งก็เคยเจอฤทธิ์เดชพี่ซีนมาแล้วตอนตัวเองกำลังจะไปเรียนสาย พอเห็นพี่ซีนกำลังจะไปมหาลัยพอดีก็เลยขอติดรถไปด้วย นั่นล่ะครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ฉันนั่งรถพี่ซีน เฮียแกขับรถได้เหมือนพ่อสร้างถนนมาก ฉันก็เลยตัดสินใจได้ในตอนนั้นว่าถึงจะไปสายยังไงก็ไม่ควรเอาชีวิตไปเสี่ยงตายน่ะ


แต่พี่เมฆนี่ดูเหมือนจะไม่เข็ด ตัวเองก็มีรถอยู่แล้วแท้ๆ ยังจะคิดสั้นไปซ้อนรถพี่ซีนอีก


อ้อ ฉันลืมบอกไปใช่ไหมว่าพี่ซีนเป็นรุ่นพี่ที่อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกับฉันและไอ้พี่เมฆเนี่ยแหละ พี่เมฆบอกว่าเขามาจากโรงเรียนเดียวกับฉันด้วยนะ แต่ด้วยความที่พี่ซีนติดการ์ตูนมากเลยทำให้เขาค่อนข้างเก็บตัวและไม่สุงสิงกับคนอื่น ฉันก็เลยไม่เคยสังเกตเห็นผู้ชายคนนี้มากก่อน (ซึ่งก็ไม่แปลกหรอก เพราะตั้งแต่มาอยู่บ้านหลังนี้ เฮียแกสนใจแต่การ์ตูนจริงๆ -*-) พี่ซีนอยู่มาพร้อมๆกับพี่เมฆ เป็นคนที่เอาแต่ใจมาก อยากได้อะไรก็ต้องได้จนทำฉันปวดหัวอยู่บ่อยๆ เขาเรียนอยู่คณะและชั้นปีเดียวกับพี่เมฆ แต่เป็นภาควิชา วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 


แล้วก็อย่างที่มะใหม่เคยบอกนั่นแหละ ว่าตอนนั้นมันกลายเป็นเรื่องฮือฮามากที่พี่เมฆยอมให้ฉันเช่าบ้าน แต่ไม่ยอมให้คนอื่นมาเช่าด้วยเพราะตัดรำคาญที่มีคนพยายามมาเช่าบ่อยๆ เขาบอกว่าถ้าให้คนหนึ่งก็ต้องให้อีกคนด้วยมันวุ่นวาย ก็เลยไม่ยอมให้ใครเช่าเลย ช่วงนั้นฉันก็เลยต้องอยู่ร่วมกับผู้ชายที่ไม่ปกติทั้งสองคนนี่ล่ะ อยู่จนรู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้วมั้ง


ว่าแต่ภาควิชาของไอ้พี่เมฆนี่อยู่ส่วนไหนของคณะวิศวะล่ะเนี่ย



-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เอารูปเอาภาพหน้าปกเฟซสเนลมาให้ดูล่ะว่าพี่น้ำป่าพูดถึงตัวอะไร 555555555

(กด fav. ที่รูปนี้ได้เลยนะคะ 555555)


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


talk : 

17.02.2560 ส่งฟีดแบ็กมาให้ไรท์บ้างนะคะ จะเม้นท์จะโหวต อันไหนก็ได้เอาตามที่สะดวกเบยยยยย แต่จริงๆเม้นท์ให้ไรท์ด้วยก็จะดีนะคะ >//////< ส่วนใครสงสัยว่ารูปที่เนลเอามาใช้คือรูปอะไร ...มันคือตัวอะไร ตามไปดูที่ข้างล่างคลิปด้านล่างได้เลยนะคะ 5555


ความลับของหอยทากเขาล่ะ 5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

1,077 ความคิดเห็น

  1. #4 anmka_ (@anmka_) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:37
    รอออออออ
    #4
    0