Call me love รับความรักไหมคะคุณพี่ชายข้างบ้าน

ตอนที่ 9 : Chapter 8 : กระดุมเจ้าปัญหา [Complete]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,511
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 141 ครั้ง
    11 ต.ค. 62




Chapter 8

กระดุมเจ้าปัญหา

ยามเช้าเช่นนี้แทนที่ฉันจะได้อยู่ที่ห้องเรียนรออาจารย์เข้าสอนกลับต้องเดินฉับๆ เข้าบ้านลุงตุ่นด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก ก็อะไรซะอีกล่ะถ้าไม่ใช่คนที่นัดไม่เป็นนัด เมื่อคืนคุยกันดิบดีว่าวันนี้ฉันต้องไปมหาลัยพร้อมกันกับพี่ตุลย์ แต่จนแล้วจนรอดจนตะวันสายโด่งขนาดนี้ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา


“พี่ตุลย์ละคะ” ฉันถามป้าแม่บ้านคนหนึ่งที่เดินข้ามาหา


“ยังไม่ลงมาเลยค่ะ ให้ป้าไปตา---”


“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวความรักจัดการเอง” ฉันรีบปฏิเสธก่อนที่ป้าจะพูดจบ ก้มหัวเป็นการขอบคุณเล็กน้อยน้อยก่อนจะเงยหน้าไปยังชั้นสองของตัวบ้านอย่างเข่นเขี้ยว


ขาเล็กของฉันก้าวขึ้นบันไดไปอย่างคุ้นเคยก่อนจะหยุดอยู่ที่ประตูบานใหญ่ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปก็เจอกับเตียงใหญ่ที่ว่างเปล่าไม่มีคนมีแต่ผ้าห่มที่ขดเป็นม้วนอย่างลวกๆ


“พี่ตุลลลย์” ฉันเรียกชื่อเจ้าของห้องนอนเสียงดังพลางสายตาก็สอดส่องซ้ายทีขวาทีไปด้วย เท้าเล็กที่มีถุงเท้าสีเดียวกันกับห้องนอนของตัวเองเริ่มเดินไปที่ห้องน้ำแต่ก็ไม่พบใคร


“อยู่นี่” ก่อนที่ฉันจะส่งเสียงเรียกอีกรอบ เจ้าของห้องก็ขานตอบกลับมา ฉันเดินไปยังทิศทางของเสียงที่ว่าซึ่งมันมาจากห้องแต่งตัวที่ปิดประตูสนิทเอาไว้


จะว่าเกิดเหตุเดจาวูก็ไม่เชิง เพราะทันทีที่ฉันเลื่อนบานประตูออกพี่ตุลย์ก็กำลังยืนอยู่หน้าจกเงาขนาดใหญ่ ท่อนบนของเขาเปลือยกายโชว์กล้ามเนื้อท้องที่ยังคงอยู่ดีตามประสาคนชอบออกกำลังกาย สิ่งที่ต่างจากวันนั้นก็เห็นจะเป็นท่อนล่าง ร่างกำยำไม่ได้ปิดส่วนสำคัญด้วยผ้าขนหนูอย่างที่เห็นตอนครั้งก่อนแต่เปลี่ยนมาเป็นกางเกงนักศึกษาชายอย่างสแล็คสีดำ


“กี่โมงกี่ยามแล้วพี่ตุลย์”


“ก็รีบอยู่เนี่ย” ร่างสูงว่าแล้วเดินไปเปิดประตูเสื้อผ้าเพื่อหาเสื้อนักศึกษา แต่ไม่ว่าจะเปิดสักกี่ตู้ก็ยังไปเจอสักที เปิดตู้นี้เจอแต่แจ็คเก็ต อีกตู้ก็มีแต่เสื้อยืดข้างๆ กันก็เป็นเสื้อเชิ้ตไล่ตามสี


ห็นพี่ตุลย์แต่งตัวสบายๆ หยิบอะไรมาได้ก็ใส่แบบนี้แต่พอเอาเข้าจริงเสื้อผ้าของพี่แกยังมีเยอะกว่าฉันอีก อาจจะเป็นเพราะป้าพิมพ์ที่ค่อนข้างพิถีพิถันเรื่องแต่งตัวพี่ตุลย์เลยได้นิสัยแบบนี้มาบ้าง อีกอย่างสัปดาห์มี 7 วันพี่ตุลย์ใส่เสื้อช็อปไปแล้ว 6 วัน คนอื่นๆ เลยไม่ค่อยเห็นร่างสูงใส่เสื้อผ้าไปรเวทสักเท่าไหร่


“เสื้อนักศึกษาอยู่ตู้ซ้ายประตูบานแรกค่ะ” เจ้าตัวรีบก้าวเท้ายาวไปยังตู้เสื้อผ้าที่ฉันว่าทันที เสื้อนักศึกษาถูกแขวนเรียงกันไว้อย่างสวยงามก่อนจะเกิดการเคลื่อนไหวเล็กน้อยจากการกระชากเสื้อให้หลุดออกจากไม้แขวนด้วยฝีมือของเจ้าของห้องที่บ่งบอกถึงความรีบ


อันที่จริงแล้วพี่ตุลย์ควรจะรีบกว่าฉันเสียด้วยซ้ำ เพราะที่ร่างสูงไม่ได้ใส่เสื้อช็อปกางเกงยีนอย่างเช่นทุกวันเพราะวันนี้เจ้าตัวมีสอบวิชาของคณะอื่นที่ลงเอาไว้เป็นวิชาเสรี ซึ่งว่ากันตามตรงก็คือวิชาของคณะฉันนี่แหละ เห็นมาบ่น เอ้ย! มาเล่าให้ฟังว่าคิดผิดที่ลงวิชานี้ไปเพราะอาจารย์โคตรจะเคี่ยว


ที่นี่ห้องเรียนก็ควรจะใส่ชุดนักศึกษาไม่ใช่ห้องแล็ปห้องเชื่อมของเธอ เข้าใจไหม”


นั่นคือประโยคของอาจารย์ประจำวิชาที่ถูกรีรันรอบสองโดยนักศึกษาในคลาสอย่างพี่ตุลย์ แล้วเนี่ยดูสิรู้ทั้งรู้ว่าตัวเองถูกเพ่งเล็งจากอาจารย์ก็ยังจะทำตัวให้แย่ในสายตาของอาจารย์เข้าไปอีกโดยการอาจจะเข้าห้องสอบสาย แม้จะเป็นเพียงการสอบเก็บคะแนนที่เจ้าตัวคุยโวว่าอ่านเป็นสิบรอบแล้วก็เถอะ


“ไปรอข้างนอก---เดี๋ยว เปลี่ยนใจล่ะ”


“อะไรของพี่ คุยคนเดียวอ่อ” ฉันว่าเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำปากขมุบขมิบฟังไม่ได้ศัพท์


“มานี่ดิ๊” เจ้าของห้องเรียกโดยการกระดิกนิ้ว


“ไม่ใช่หมา!” ฉันว่าเสียงขุ่นขณะยอมเดินปข้างหน้าสองสามก้าว


“แล้วใครจะให้เป็นหมาเล่า ขยับมาใกล้อีกเร็ววว”


“จะแกล้งอะไรอีก ความรักไม่เล่นนะต้องรีบไปมหาลัย” ฉันหรี่ตาของอีกฝ่ายที่ยืนอยู่หน้ากระจกอย่างจับพิรุท


“ไม่แกล้งค่ะ พี่ก็มีสอบเหมือนกันเนี่ย เร็วๆ เดินมาช่วยพี่หน่อยจะได้เสร็จเร็วๆ แล้วรีบบึ่งไปมหาลัยให้ทันไงคะ” เมื่อฉันยังคงยืนลังเลพี่ตุลย์เลยพูดสำทับขึ้นมาอีกรอบ “เดี๋ยวเย็นนี้พาไปกินสเต๊ก”


“มาค่ะ ให้ความรักช่วยอะไรคะ”


อันที่จริงฉันก็ไม่ใช่คนเห็นแก่กินหรอกนะ ฉันเป็นคนไม่ใช่หมาใช่แมวที่เจ้าของแกว่งอาหารมาล่อตาล่อใจเข้าหน่อยก็รีบกระดิกหางหูตั้งวิ่งเข้าไปหา แต่นี่ยอมช่วยเพราะไม่อยากมาเสียเวลาต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่ายไปมากกว่านี้ต่างหากเลยรับคำให้มันจบๆ ไป


ฉันสืบเท้าเข้าไปหาคนตัวโตกว่า มือเล็กออกแรงกระชับสาบเสื้อให้มั่นเพียงนิดร่างของอีกฝ่ายก็เซเข้าหาจนจมูกของฉันจะชนเข้ากับแผงอกแกร่งอยู่รอมร่อ ฉันเงยหน้าส่งสายตาดุให้พี่ตุลย์ประมาณว่ายืนให้มันดีๆ หน่อย


“โทษที ยังไม่ได้มีอะไรลงท้องเลยไม่มีแรงทรงตัว”


“เชื่อตายล่ะ” ฉันบ่นอุบพลางลงมือติดกระดุมเสื้อให้อีกฝ่าย “พี่ตุลย์อย่าแกล้ง”


“ไม่ได้แกล้งสักหน่อย” เจ้าตัวโต


ฉันเงยหน้าขึ้นค้อนจะไม่ให้เรียกว่าแกล้งแล้วจะเรียกว่าอะไร กระดุมเพียงสี่ห้าเม็ดที่สมควรจะติดเสร็จภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีกลับต้องยืดเยื้อเพราะพี่ตุลย์เอาแต่เล่นยืนอยู่ไม่นิ่งสักที พอจะติดกระดุมได้เจ้าตัวก็ขยับตัวเข้ามาชิดจนรางกระดุมมันเคลื่อน พอฉันก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างเจ้าของเสื้อก็ก้าวตามมาอีก


“จะเอาไหมคะคะแนนอ่ะ” ฉันถามเสียงหงุดหงิดแต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้นำพาแต่อย่างไรกลับคลี่ยิ้มร่าตีหน้าซื่อจนฉันอดไม่ไหวหยิกหน้าท้องพี่ตุลย์ไปเต็มๆ


“โอ๊ย!” พี่ตุลย์ร้องโอดก่อนจะเคลื่อนมือหนาขึ้นมาวางทาบตรงบริเวณที่ฉันหยิกไปเมื่อกี้นี้


“สมน้ำหน้า” ฉันว่าและใช้เวลาที่พี่ตุลย์กำลังโอดโอยถึงความเจ็บอยู่จัดการเจ้ากระดุมทั้งห้าเม็ดได้สำเร็จ “เอาเสื้อใส่ไว้ในด้วย”


“ใส่ให้หน่อย”


“พี่ตุลย์” ฉันเอ่ยเสียงหน่ายเหนื่อยกับลีลาการยื้อเวลาของเจ้าตัวเสียเหลือเกิน


“แค่นี้เอง”


“งั้นความรักให้ลุงสมขับรถไปส่งก็ได้ค่ะ แค่-นี้-เอง” ฉันว่าอย่างชัดถ้อยชัดคำก่อนหมุนตัวเดินออกจากห้องแต่ก็โดนมือหนารั้งแขนเอาไว้เสียก่อน


“เสร็จแล้วจ้าๆ” พี่ตุลย์พูดขณะเอาชายเสื้อนักศึกษาเก็บไว้ในกางเกง สวมเข็มขัดก่อนจะสุ่มหยิบขวดน้ำหอมมาฉีดให้ตัวเองและยังเผื่อแผ่มาถึงฉันด้วย และทั้งหมดคือใช้เวลาไม่ถึงหกสิบวินาทีด้วยซ้ำ - -^


ดีนะที่กลิ่นน้ำหอมใช้ได้น่ะ


“กลิ่นนี้ความรักซื้อให้ตอนวันเกิดพี่ปีที่แล้วไง”


อันที่จริงยิ่งกว่าใช้ได้ซะอีก...อย่างว่ารสนิยมคนเลือกมันดีอะนะ


บทสนทนาหยุดลงโดยฉันเดินออกจากห้อง ปรายตาเห็นเงาคนตัวสูงของเจ้าของห้องคนเมื่อกี้เดินมาติดๆ เราสองคนปฏิเสธที่จะรับอาหารเช้าและเหมือนป้าแม่บ้านจะรู้เลยยื่นถุงกระดาษที่มีของกินง่ายๆ อย่างแซนด์วิชและนมกล่องมาให้แทน


ความตีนผีอยู่ในตัวของทุกคนและเราจะได้เห็นมันออกมาในเวลาเร่งรีบ ทันทีที่รถหรูหยุดจอดที่ที่จอดรถของคณะศิลปศาสตร์ฉันก็หันมองค้อนขวับคนขับโดยอัตโนมัติ


“คราวหลังไม่เอาแบบนี้แล้วนะคะ มันอันตราย”


“ก็รีบนี่คะ”


“แต่สาเหตุของการรีบมันมาจากการตื่นสายของพี่ตุลย์เองนะคะ ดีนะคะที่ไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น อย่าให้ใครต้องมาเลือดตกยางออกทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ผิดเลยนะคะ เข้าใจไหม”


“เข้าใจแล้วค่ะ” ร่างสูงรับคำก่อนจะเดินลงจากรถและเดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้ฉัน


อีกสิบนาทีจะเข้าคลาสหน้าลิฟต์เพียงตัวของตึกนี้เลยเต็มไปด้วยนักศึกษาที่มายืนออกันไปหมด หลายคนที่ยังไม่รีบก็ยังยืนรอกันได้แต่กับบางส่วนที่รีบนั้นก็เลือกการขึ้นบันไดในการพาตัวเองเข้าห้องเรียนให้ทันไม่เว้นแม้แต่คนข้างๆ ฉัน


“พี่ขึ้นบันไดดีกว่า” พี่ตุลย์พูดขึ้นมาพลางก้มดูนาฬิกา


“เรียนชั้นแปดไม่ใช่เหรอคะ”


“จะชั้นสิบเอ็ดสิบสองก็ไม่เกี่ยงแล้วตอนนี้ พี่ไปใช้กรรมก่อนนะคะความรัก เจอกันตอนเย็นค่ะ” ฉันพยักหน้าหงึกๆ มองร่างสูงที่รีบวิ่งออกไปโดยไม่รอให้ฉันเอ่ยอะไรตอบ ก่อนที่จะขมวดคิ้วขึ้นมาเมื่อเห็นพี่ตุลย์วิ่งกลับมาอีก


“ลืมอะไรคะ”


“แซนด์วิชกับนม” บอกแค่นั้นก่อนจะหยิบแซนด์วิชกับนมออกมาจากถุงกระดาษใส่กระเป๋าผ้าที่ฉันสะพายไว้แทนแล้วรีบวิ่งขึ้นบันไดหายไปอีกรอบ


รับประกันได้เลยว่าตอนเย็นฉันต้องมานั่งฟังพี่ตุลย์เล่าว่าโดนอาจารย์ป้าดุมาอีกแหงๆ เพราะอะไรน่ะเหรอ...ก็เพราะถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะสวมถุงเท้าแต่ก็ดันหนีบแตะออกมาจากบ้านน่ะสิ


ถือว่าเป็นการเอาคืนที่ทำฉันมือสั่นตอนติดกระดุมแล้วกันนะคะพี่ชาย =]


“เย็นถึงเช้าถึงขนาดนี้ไม่ใช่บ้านอยู่ใกล้กันซะแล้วมั้ง” น้ำเสียงค่อนขอดที่หลังมาจากด้านหลังทำให้ฉันหันกลับไปมอง ก่อนจะเจอเข้ากับพี่มิลค์ที่ยืนมองหน้าฉันอยู่


“คุยกับความรักเหรอคะ”


“ก็ใช่น่ะสิ” พี่มิลค์ยืนกอดอกขณะกวาดสายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ฉันขมวดคิ้วขึ้นกับท่าทางหาเรื่องและน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดนั่น


ฟันธงได้เลยว่าพี่มิลค์คงคิดว่าฉันเป็นสาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับพี่ตุลย์จบลงแน่ๆ ซึ่งไม่แปลกที่คนตรงหน้าจะคิดแบบนั้นเพราะในตอนแรกฉันก็คิดเหมือนกันกับพี่มิลค์ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ฉันพอเข้าใจได้แต่ไอ้เรื่องที่มักจะมองเหยียดหรือนินทาเสียงดังๆ ให้ฉันได้ยินนี่ก็เริ่มทำให้ฉันหงุดหงิดเหมือนกัน


ไม่ใช่เฉพาะกับพี่มิลค์แต่รวมไปถึงเพื่อนในกลุ่มของเธอและบรรดาคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ฟังความข้างเดียวก็เป็นไปกับเขาด้วย อมยิ้มแอบได้ยินคนอื่นพูดกันว่าที่ฉันชวดตำแหน่งต่างๆ ในงานประกวดดาวเดือนก็เพราะว่าพี่มิลค์แอบไปติดสินบนกับกรรมการเอาไว้นาทีสุดท้าย


“เพิ่งพ้นมัธยมมาแท้ๆ สนใจการเรียนหน่อยไหมคะ” พี่มิลค์ว่าแล้วยื่นมาแตะถุงผ้าฉัน


ฉันก้มหน้าแอบกลอกตาไปมา เสียงลิฟต์ที่ดังขึ้นทำให้ฉันเลือกที่จะเมินอีกฝ่ายแต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือ ฉันร้องออกมาเล็กน้อยเมื่อพี่มิลค์บีบข้อมือฉันเอาไว้แน่น จะหาเรื่องก็ได้แต่ไม่ควรจะเป็นเวลานี้ไหม


“ปล่อยค่ะ ความรักต้องไปสนใจการเรียนเหมือนที่พี่มิลค์บอกไงคะ” ฉันพยายามบิดข้อมือให้ออกมา เอี้ยวหน้าไปที่ลิฟต์ก็พบว่านักศึกษาในลิฟต์ต่างมองเราสองคนด้วยสีหน้าเกร็งๆ แต่จนแล้วจนรอดก็มีใครสักคนตัดสินใจที่จะไม่รอฉันและกดปิดลิฟต์ไปต่อหน้าต่อตา


“เธอย้อนฉันเหรอ!


“พี่มิลค์ไม่มีเรียนเหรอคะ”


“ความรัก!


“ความรักไม่อยากมีปัญหากับพี่มิลค์นะคะ เรื่องของพี่ๆ พี่มิลค์ก็ไปคุยกับพี่ตุลย์เองสิคะ มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับความรักเลยแม้แต่น้อยนิด แล้วก็เลิกปล่อยข่าวลือมั่วๆ ได้แล้วนะคะ ความรักกับพี่ตุลย์เป็นพี่น้องข้างบ้านกันเราสนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆ แฟนเก่าคนก่อนๆ ของพี่ตุลย์ก็รู้จักความรัก เลิกลากโยงความรักเข้าไปเกี่ยวข้องเถอะค่ะ”


“ปากดี! ทำตัวให้เหมือนอย่างที่ปากว่าก็แล้วกัน” พี่มิลค์ร้องเหอะออกมาก่อนจะจิกตาใส่ฉัน ที่ถ้าฉันเป็นหนอนแล้วอีกฝ่ายไปไก่ฉันคงโดนจิกๆๆจนไม่เหลือซากแล้ว


สาธุบุญพี่ตุลย์ที่พ้นจากผู้หญิงคนนี้มาได้!


“เหม็นขี้หน้าจริงๆ”


“มิลค์!” เสียงบุคคลที่สามดันแทรกขึ้นมา เป็นพี่อายนั่นเองที่เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ที่นี่มันสถานศึกษานะเกรงใจคนอื่นเขาด้วย”


“ก็เธอดูแม่ดาวเด่นปีนี้สิทำตัวดีกับฉันซะที่ไหน”


“แต่มีเด็กไปบอกฉันว่าเธอมาหาเรื่องความรักก่อน”


“หึ! ถ้าใช่แล้วจะทำไมในเมื่อเด็กนี่ทำตัวขวางหูขวางตาฉันก่อน เอ้อเจอเธอก็ดีแล้ว วานช่วยลงชื่อฉันไปในตำแหน่งพี่พยาบาลหน่อยสิ”


“ใบลงชื่ออยู่หน้าห้องสโมอยากเป็นก็เดินไปเขียนชื่อเอาเอง” พี่มิลค์มีสีหน้าไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา “ลิฟต์มาพอดีไปกันเถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่งที่ห้องเรียนจะได้บอกอาจารย์ว่าความรักสายเพราะช่วยงานพี่อยู่”


“ขอบคุณนะคะ” ฉันว่าแล้วเราส่งคนเดินเข้าไปในลิฟต์ก่อนจะกดประตูค้างเอาไว้เพราะรอพี่มิลค์


“จะไปไหมมิลค์”


“ไม่!” พี่อายหยักไหล่ก่อนจะกดปิดลิฟต์


“ขอบคุณนะคะพี่อายที่เข้ามาช่วย ถ้าพี่อายไม่มาก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่พี่มิลค์จะปล่อยความไป” ฉันพูดขอบคุณอีกฝ่ายด้วยความใจจริง กิริยาท่าทางของพี่มิลค์เมื่อกี้ทำให้ฉันนึกถึงนางร้ายในละครขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เดี๋ยวจะต้องไปเล่าให้อมยิ้มฟัง มันจะได้มีแรงบันดาลใจในการสร้างตัวละคร


“ช่างเถอะ เราก็อย่าถือสามิลค์มันเลยนะ นิสัยมันก็เป็นแบบนั้นแหละ” ฉันไม่ได้ตอบอะไรไปเพียงแค่ยิ้มส่งๆ กลับไปเท่านั้น


ฉันลอบมองอีกฝ่ายขณะลิฟต์กำลังเคลื่อนตัวขึ้นไปช้าๆ พี่อายเป็นผู้หญิงผิวสีน้ำผึ้งที่ส่วนสูงพอๆ กับฉัน ตั้งแต่รู้จักกันมาพี่อายก็เทคแคร์ฉันตลอด เจอกันที่ไหนก็เป็นฝ่ายมาทักฉันก่อนเสมอ นอกจากเป็นประธานเอกอังกฤษที่ฉันเรียนอยู่แล้วพี่อายก็ยังเป็นหนึ่งในสโมสรของนักศึกษาคณะเราอีกด้วย


ถ้าได้ผู้หญิงแบบนี้มาเป็นแฟนของพี่ตุลย์ก็คงจะดี...



แนะนำติชมได้นะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 141 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

188 ความคิดเห็น

  1. #153 morio (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 21:23
    พี่ตุลย์สู้ๆ
    #153
    0
  2. #152 ชาใหญ่ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 21:20
    ความรักใจเย็นค่าาาาา พี่ตุลย์ชอบหนูค่ะลูกกกกก
    #152
    0
  3. #151 ชาใหญ่ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 00:23
    พูดเรื่องกินนี่อย่างไวเลนนะความรัก5555
    #151
    0
  4. #150 Meawwk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 21:45
    รออ่านนะคะ
    #150
    0