Call me love รับความรักไหมคะคุณพี่ชายข้างบ้าน

ตอนที่ 15 : Chapter 14 : Escape [Complete]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 884
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    10 ธ.ค. 62

Chapter 14

Escape

 

[Tul’s part]

“ไม่ได้หรอก...ยังไงก็ไม่ได้”

น้ำเสียงความรักที่ปฏิเสธเรื่องของผมอย่างจริงจังยังคงหลอนหูแม้ว่าจะผ่านมาแล้วหลายชั่วโมง อยากจะหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก อยากจะร้องไห้แต่มันก็จุกไปหมด ทำได้แค่นหัวเราะคล้ายจะสมเพชตัวเองออกมามากกว่า

ที่รักรู้แล้วว่าผมชอบฝาแฝดของเจ้าตัว เดาว่าน่าจะรู้ตั้งนานแล้วแต่ไม่พูดอะไรเสียมากกว่า หากแต่เมื่อคืนที่รักโทรหาผม ผมเกือบจะวางไปแล้วเมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากปลายสายหากแต่เสียงของความรักที่เล็ดลอดออกมานั้นทำให้ผมเลือกที่จะถือสายไว้แบบนั้น

หัวใจเต้นตึกตักตอนที่มีชื่อของผมเข้าไปในบทสนทนา ก่อนที่มันจะเต้นช้าลงเรื่อยๆ เมื่อความรักย้ำนักย้ำหนาว่าตนเองไม่ได้คิดอะไรกับผมเกินกว่าพี่ชายเลยแม้แต่น้อย ผมนึกว่าจะสลัดคำนี้ให้พ้นออกจากตัวไปได้ซะแล้วในตอนที่เห็นแก้มขาวๆ นั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงจางๆ

แต่ผมคิดผิด  

นี่เรียกว่าอกหักรึยังนะ

“ไอ้ตุลย์” เสียงของเพื่อนรักที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายคนรองของความรักดังขึ้น ผมดึงสายตาจากน้ำพุกลางคณะหันไปมองไอ้กาวน์ที่เดินเข้ามา “นึกว่ากลับบ้านไปแล้ว”

“รอเรียนอิเล็ค”

“งั้นก็เลิกห้าโมงอ่ะดิ”

“เออ”

“ฝากรับความรักกลับบ้านด้วยดิ น้องมันเลิกเรียนราวๆ นั้นแหละ” ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อสิ่งที่ผมคิดเอาไว้เป็นเรื่องที่ถูก ถ้ามันรู้ว่าผมชอบน้องสาวมัน มันยังจะยกหน้าที่นี้ให้ผมอีกไหมนะ

“อีกแล้วนะ” ที่จริงก็ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงนักหรอก เพราะตั้งแต่ความรักเข้ามหาลัยหน้าที่รับส่งส่วนใหญ่ก็ตกอยู่มาอยู่ที่ผมอยู่แล้ว แต่วันนี้ต้องยอมรับว่าผมยังไม่พร้อมเจอหน้าอีกฝ่าย กลัวตัวเองจะร้องไห้ใส่ความรักหากเจอหน้าเข้า  

“บอกว่าฉันติดแล็ป” ข้ออ้างเดิมๆ ที่ยกขึ้นมา  

“สักวันฉันจะฟ้องความรักว่าแกเห็นสาวๆ สำคัญกว่าน้องมัน”

“โธ่ นี่ฉันไว้ใจแกนะเว้ยที่ฝากแกรับส่งความรักขนาดนี้อ่ะ แกเป็นผู้ชายคนเดียวที่ฉันไว้ใจให้อยู่ใกล้ความรักนะเว้ยเพราะแกก็เหมือนพี่ชายแท้ๆ ขอ-”

“หุบปาก” ผมขัดขึ้นด้วยใบหน้าหงุดหงิด

“ไรวะ” กาวน์ขมวดคิ้วมองผมที่อารมณ์เสียขึ้นมาเสียดื้อๆ  

“แกโทรให้ที่บ้านมารับความรักเหอะ ฉันมีธุระที่ต้องไปทำหลังเลิกเรียน” ผมบอกไป นี่เป็นครั้งแรกเลยหรือเปล่านะที่ผมปฏิเสธในเรื่องที่เกี่ยวกับความรัก

“ธุระที่ว่านี่ต้องรีบไปดื่มนมหรือเปล่าจ๊ะ” น้ำเสียงหยอกล้อไม่ได้ทำให้ผมอารมณ์ดีแต่กลับทำให้ผมอารมณ์เสียมากขึ้นไปอีก ผมค้อนขวับบอกให้รู้ว่าผมไม่ตลกด้วย “แซวนิดแซวหน่อยน่า เห็นมิลค์มาถามหาแกอยู่บ่อยๆ หรือว่าตอนนี้แกคุยๆ กับอายอยู่”

“เกี่ยวอะไรกับอาย”

“เอ้า ก็ความรักเชียร์แกกับอายออกนอกหน้าซะขนาดนั้น ฉันว่าน้องมันท่าจะไม่ชอบมิลค์จริงๆ นั่นแหละ ร้อยวันพันปีเคยจับคู่ให้แกซะที่ไหน ขนาดฉันขอยังไม่ให้เลยนะเว้ย”

“ฉันไม่คุยอะไรกับใครทั้งนั้นแหละ  ขอพัก”

ไม่ใช่ว่าไม่รู้ตัวว่าโดนจับคู่ แต่กับอายมันไม่มีอะไร ผมก็ขีดเส้นความรู้สึกของตัวเองมาตลอด เวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสองผมแทบจะพูดนับคำไม่ได้ชวนคุยชวนพูดหรือทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไปมากกว่ากว่าเพื่อน

“พูดอย่างกับเพิ่งอกหักมา”

“...”

“เฮ้ย! แกอกหักจริงดิไอ้ตุลย์ ใครวะที่ทำให้พี่ตุลย์อกหักได้ ใครกัน”

“...แกไม่อยากรู้หรอก เชื่อสิ”

 

ผมถอนหายใจกับตัวเองเมื่อรถของผมมาจอดอยู่ตรงลานจอดรถของคณะศิลปศาสตร์แทนที่จะตรงดิ่งกลับไปบ้านเพื่อพักผ่อน ไม่ได้มารับความรักหรอกแค่มาดูว่าอีกฝ่ายได้กลับบ้านปลอดภัยเท่านั้น ให้ตายผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นพระเอกที่หมดอาลัยตายอยากชะมัด

ผมดับเครื่องยนต์ ปรับกระจกให้ลดลงครึ่งหนึ่งก่อนจะย่นคิ้วเมื่อได้ยินเสียงจากภายนอกทะลุเข้ามา แม้จะจับใจความไม่ได้แต่ระดับโทนเสียงที่ใช้นั้นก็ไม่ใช่การคุยปกติแน่นอนอาจจะเรียกได้ว่าเขาและเธอกำลังทะเลาะกัน  

ผมเปิดประตูลงจากรถเพื่อเดินไปหาที่มาของเสียงนั่น แน่นอนว่าผมคงไปทะเล่อทะล่าเข้าไปห้ามแค่จะมองดูอยู่ห่างๆ เผื่อว่าจะเกิดอะไรร้ายแรงขึ้นมา ผมหยุดฝีเท้าเมื่อพอใจกับระยะห่างที่ไม่มากไม่น้อย เจ้าของน้ำเสียงทั้งสองคนยืนอยู่ตรงนั้นใต้ต้นไม้แถมยังเป็นคนที่ผมรู้จักเสียด้วย

อายกับสายรหัสของความรักที่ชื่อว่าขวาน...

กร๊อบ

ผมจงใจเหยียบกิ่งไม้แถวๆ นั้นให้เกิดเสียง ได้ผล...คนที่ชื่อว่าขวานนั้นผละออกมาจากอายอย่างกับของร้อนพลางหันซ้ายหันขวามองไปรอบตัวอย่างระแวดระวังในขณะที่ผมใช้รถเป็นเกราะกำบัง ทั้งคู่ที่อาจจะเป็นขวานคนเดียวพูดอีกสองสามคำก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้น

อายทิ้งตัวยืนพิงต้นไม้อย่างหมดแรง  ผมเห็นท่าไม่ดีเลยเดินเข้าไปหา อีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันขวับไปทางด้านหลังเมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครเลยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“เสียงเมื่อกี้ตุลย์เป็นคนทำเหรอ”

“อืม”

“ขอบใจนะ”  

“ไม่เป็นไร” ผมบอกอย่างไม่ถือสา เราสองคนต่างเงียบกันสักพักก่อนที่อีกฝ่ายจะร้องไห้ออกมา  แม้ไม่มีเสียงสะอื้นแต่ใบหน้าของอีกฝ่ายก็ดูเจ็บปวดไม่น้อย

ผมยื่นผ้าเช็ดหน้าให้

“พกของอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ” ถามออกมาด้วยน้ำเสียงแปลกใจ ผมยิ้มบางเป็นคำตอบ ยืนเงียบๆ มองไปทางอื่นเมื่อนึกได้ว่าอายคงรู้สึกไม่ดีนักหากใครมาเห็นเจ้าตัวร้องไห้แบบนี้ “ขอบใจนะ เดี๋ยวซักมาคืน”

“เอาไปเถอะ ไม่เป็นอะไรหรอก”

“เรื่องเมื่อกี้อย่าบอกใครนะ”

“ก็ไม่คิดจะบอกใครอยู่แล้ว” ผมไหวไหล่ตอบ อายเหมือนจะขอบคุณที่ผมไม่ถามอะไร ในขณะที่ผมไม่ได้อยากรู้อะไรอยู่แล้ว”

“แล้วนี่มารับความรักเหรอ”

“เปล่าหรอก” ใบหน้าขอองอีกฝ่ายฉายแววแปลกใจขึ้นมาอีกครั้ง ก็น่าอยู่หรอกเพราะพักหลังที่มาคณะนี้เหตุผลก็เพราะว่าความรักทั้งนั้น “แค่ขับรถเล่นน่ะ”

“ดูว่างดีเนอะ”

“นั่นสิเนอะ” ผมแค่นหัวเราะก่อนจะหันไปทางตึกคณะเห็นร่างบางของความรักกำลังเดินลงมาจากบันไดพอดี “ยังไงก็ฝากดูความรักด้วยนะ”

“แน่นอนอยู่แล้วไม่ต้องห่วง งั้นอายไปก่อนนะ”

“ไปไหนล่ะ ให้ตุลย์ไปส่งไหม”

“...ฝากด้วยนะ”

 

หลังจากส่งอายเสร็จผมก็ขับรถเล่นเวียนไปนั่นไปนี่อยู่สองสามรอบก่อนจะขับกลับบ้านในตอนที่ท้องฟ้าไม่มีแสงอาทิตย์แล้ว

“พี่ตุลย์!”

ผมชะงักเท้าที่กำลังจะขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของตัวบ้านป้าหมายก็คือห้องนอนนั่นเอง เสียงหวานที่ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใครเรียกผมเอาไว้ ความรักเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นแล้วมาหยุดยืนที่ตรงหน้าผม ผมมองใบหน้าของความรักนิ่ง ยิ่งมองเสียงของเจ้าตัวที่พูดไว้มื่อคืนก็ตามหลอนหูผม  มันเด่นชัดยิ่งขึ้นจนผมอยากจะออกไปจากตรงนี้ไวๆ

“ว่าไงคะ”  

“กลับดึกจังเลย”

“พี่ไปทำธุระมานิดหน่อยค่ะ” ผมบอก เจ้าตัวขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา “แล้วนี่มีอะไรหรือเปล่าเรา จะมาชวนพี่ดูละครเหรอ”

“ใช่แล้วววว เห็นความรักไลน์ไปแล้วพี่ตุลย์ไม่ตอบ”

“คืนนี้พี่ขอผ่านนะ ปวดหัวน่ะ” ทันทีที่ผมบอกไปแบบนั้นเจ้าตัวก็ทำหน้าตาเสียตกอกตกใจ มือเล็กนั้นพยายามจะยื่นมือมาแตะหน้าผากผมเพื่อดูว่ามีไข้ด้วยหรือเพิ่มแต่ผมก็ก้าวถอยหลังออกมาเสียก่อน

ผมชะงักในการกระทำของตัวเองและดูเหมือนว่าความรักจะรู้สึกไม่ต่างกันนัก แววตาใสมีความสับสนปนคำถาม เราสบตากันสักพักแอย่างไม่มีใครพูดอะไร  ก่อนจะเป็นอีกฝ่ายที่เริ่มขยับตัวโดยการเว้นระยะห่างงจากผมไปอีกครึ่งก้าวกลับไปยืนอยู่ที่เดิม

“พี่ตุลย์กินข้าวมารึยัง เมื่อกี้ตอนรอพี่ตุลย์กลับมาบ้านความรักเข้าไปในครัวมา ความรักไม่ได้ไปแอบขโมยกินนะแค่ไปสำรวจกับข้าวให้เฉยๆ วันนี้มีของโปรดพี่ตุลย์ด้วยนะคะ ความรักชิมแล้วอร่อยเหมือนเดิมเลย...อุปส์!” เจ้าตัวรีบยกมือขึ้นมาปิดปากก่อนจะส่งยิ้มแห้งๆ มาให้

“กินมาแล้วค่ะ” เปล่าหรอกเขายังไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เที่ยง “พี่ขึ้นข้างบนก่อนนะ”

“อ่า...ค่ะ”  

ผมหันหลังใส่ความรักด้วยความรู้สึกที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก เมื่อกี้ผมพูดตัดบทเกินไปหรือเปล่านะเพราะดูเหมือนอีกฝ่ายจะมีเรื่องที่อยากจะพูดตั้งเยอะแยะ แล้วค่ำป่านนี้จะกลับทางไหนล่ะนั่น ถ้าทางหน้าบ้านซอยก็เปลี่ยวถ้าทางหมาลอดก็ไม่รู้ว่าคนงานได้ตัดหญ้าแถวนั้นให้เป็นประจำตามที่สั่งไว้หรือเปล่า

ถ้ารีบตามไปตอนนี้จะทันไหมนะ

“$%^&*()_” ขยี้ผมตัวเองแรงๆ ก่อนจะทิ้งตัวนอนแผ่หลาดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนเตียงกว้าง ใบหน้าหง็อยๆ ของความรักเมื่อกี้ติดหากและประโยคตัดเยื่อใยเมื่อคืนก็ยังติดหู โว้ยยยจะเป็นบ้าแล้วนะ! ทำไมพอเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักการตัดสินใจของผมเหมือนจะช็อตไปชั่วขณะเลยนะ

ตาม...ไม่ตาม...ตาม...ไม่ตาม...

“ไม่รู้แล้วโว้ย!” ผมตะโกนออกมาออย่างอัดอั้น ดีดตัวขึ้นยืนผึงก้าวเท้าอาดๆ ไปยังประตูห้อง ยังไงความปลอดภัยของความรักก็ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ไอ้ใจที่มันพังๆ ก็ช่างแม่งไปก่อนแล้วกันไม่งั้นนอนไม่หลับแน่

!!!

ผมเปิดประตูห้องนอนของตัวเองก่อนจะชะงักเมื่อเจอร่างบางของความรักยืนอยู่หน้าห้องอยู่ก่อนแล้ว อีกฝ่ายทำหน้าเหวอคงไม่คิดว่าผมจะเปิดประตูออกมาตอนนี้เหมือนกับผมที่ไม่คิดว่าจะเจอเจ้าตัวยืนอยู่ตรงนี้เหมือนกัน

“ความรักเอายามาให้ค่ะ” มือเล็กยื่นถาดที่มีทั้งยาทั้งน้ำและโจ๊ก “ความรักไม่รู้ว่าพี่ตุลย์กินข้าวไปนานแล้วหรือยังเลยเอาโจ๊กมาเผื่อด้วย โจ๊กกึ่งสำเร็จรูปน่ะค่ะกินได้แน่นอน”

“...เข้ามาก่อนสิ” ผมหลบเพื่อให้อีกคนเดินเข้ามาในห้องก่อนจะเปิดประตูทิ้งไว้แบบนั้นแล้วเดินตามร่างบางไป

“กินก่อนนะคะ กำลังร้อนๆ เลย”

“อืม” ผมลงมือกินโจ๊ก ขณะอีกคนจมหายไปในจอทีวีเมื่อละครที่ตนติดตามนั้นมาถึงพอดี

“พี่ตุลย์คะ วันนี้...” ผมเหลือบตาไปมองคนข้างตัวเมื่อจู่ๆ อีกฝ่ายก็เงียบไปเสียดื้อๆ ผมเลิกคิ้วเป็นคำถาม “อ๋อ ความรักคิดว่าวันนี้นึกว่าพี่ตุลย์จะไปรับความรักซะอีก”

“พี่ติดธุระน่ะ”

“อ๋อ” อีกฝ่ายพยักหน้าเบาๆ  

“ความรัก” ร่างบางเอียงคอนิดหน่อยอย่างรอว่าผมจะพูดอะไร “เอ่อ...ช่วงนี้พี่เรียนหนักน่ะ อาจจะไม่มีเวลาพาเราไปทำกายภาพแล้วนะ ความรักให้คนที่บ้านพาไปนะคะอย่าไปคนเดียว”

“อ่า...เห็นพี่กาวน์มาบ่นอยู่เหมือนกันค่ะว่าเรียนหนัก อาทิตย์หน้าจะมิดเทอมแล้วด้วยนี่เนอะ ปกติพี่ตุลย์อ่านหนังสือยังไงเหรอคะ”

“อ่านคนเดียวน่ะ อ่านกับเพื่อนทีไรล่มทุกทีมัวแต่พากันเล่น”

“นึกภาพออกแลยค่ะ” เจ้าตัวยิ้มบาง “งั้นพี่ตุลย์อย่าลืมกินยานะคะเดี๋ยวความรักกลับบ้านก่อน”

“รอพี่แปปหนึ่ง เดี๋ยวพี่ไปส่ง” ผมว่าแล้วรีบยัดทุกอย่างลงท้องรวมทั้งยาด้วยจนคนเอามาแอบปรามเบาๆ ผมเข้าไปหยิบเสื้อกันหนาวในห้องแต่งตัวก่อนจะเดินออกมายื่นเสื้อให้อีกฝ่าย “สวมนี่ก่อนค่ะ น้ำค้างลง”

“...ขอบคุณค่ะ” ความรักมองเสื้อนิ่งไปนิดก่อนจะรับไป

ผมมาส่งความรักเพียงประตูหน้าบ้านก่อนที่จะปล่อยให้อีกฝ่ายเดินขึ้นห้องไปเอง มองจนอีกฝ่ายเดินไปลับตาจึงเดินกลับมาบ้านตัวเอง

ไอ้ตุลย์คนกากก็ทำได้แค่นี้แหละเนอะ

 

 

ตัดพ้อเก่งเหลือเกินนนนนน

ตัวอักษรเล็กไปไหมคะ? ถ้าให้เว้นบรรทัดเหมือนตอนก่อนๆ หน้านี้บอกได้เลยนะคะแบบไหนอ่่านสะดวกมากกว่า

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

188 ความคิดเห็น

  1. #179 kanokradaparima (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 09:02
    อย่าเพิ่งถอดใจนะพี่ตุลย์ ตอนนี้น้องแค่ยังไม่รู้ใจตัวเอง
    #179
    0
  2. #177 izop (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 02:50
    หน่วงงง นิดๆ แง่ๆ
    #177
    0
  3. #176 BlueAsia (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 20:01
    อึดอัดโครต เมื่อไหร่น้องมันจะรู้ใจตัวเองสักที หลังจากนี้ต้องมีการเข้าใจผิดกันไปหมดแน่ กลิ่นมาม่ามาแต่ไกล
    #176
    0
  4. #175 J.JuniiperZ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 08:21

    ลองใจแข็งถอยออกมาหน่อยก็ดีนะพี่ตุล เผื่อความรักจะได้รู้ใจตัวเอง..แต่ติดตรงที่ว่าความรักบอกยังไงก็ไม่ได้นี่แหละ น่าสงสัยจริงๆ
    #175
    0
  5. #174 Luciferrock (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 06:05
    พี่ตุล คนกาก TOT
    #174
    0