Call me love รับความรักไหมคะคุณพี่ชายข้างบ้าน

ตอนที่ 13 : Chapter 12 : พี่ชายคนนี้ตามใจที่สุดแล้ว [Complete]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,035
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    30 พ.ย. 62


Chapter 12 : พี่ชายคนนี้ตามใจที่สุดแล้ว


ถึงจะประกาศกร้าวไปแบบนั้นแต่สมองก็ยังว่างเปล่า ที่สามารถทำได้ในตอนนี้ก็คือใช้ความแขนเดี้ยงเป็นข้ออ้างให้พี่ตุลย์กับพี่อายได้ใกล้ชิดกันมากที่สุด ทั้งให้พี่ตุลย์ไปตามงานจากพี่อายบ้าง บางครั้งฉันก็ให้เพื่อนฝากชีทไว้กับพี่อายแล้วก็ให้พี่ตุลย์แวะไปเอาบ้าง อย่างครั้งนี้พี่ตุลย์ก็เป็นสารถีไปรับพี่อายให้มาหาฉันเนื่องจากฉันอ้างว่าไม่เข้าใจในวิชาที่เรียน ถึงแม้จะเป็นข้ออ้างข้างๆ คูๆ แต่คนตัวสูงก็ทำให้อย่างไม่อิดออด

อยากเจอพี่อาย ดูออก!

นอกจากอมยิ้มที่เป็นเพื่อนสนิทก็พี่อายนี่แหละที่เป็นคนแรกที่ฉันพามาบ้าน พี่อายอยู่อธิบายการบ้านฉันตลอดทั้งช่วงบ่ายโดยมีพี่ตุลย์นั่งอยู่ด้วยไม่ห่าง เห็นว่าวันนี้อาจารย์ยกคลาสแต่ฉันเดาว่าพี่ตุลย์น่าจะโดดเรียนมาเองมากกว่า

อยากอยู่กับพี่อายนาน ๆ ดูออก!

“พรุ่งนี้ก็เอาเฝือกออกแล้วใช่ไหม”

ฉันพยักหน้ายิ้ม ในที่สุดสี่สัปดาห์ก็ผ่านพ้นไปสักที เป็นหนึ่งเดือนที่แสนจะหงุดหงิดเนื่องจากทำอะไรก็ไม่คล่องตัว ยังดีที่ได้คนในบ้านช่วยเลยผ่านมันมาได้ นี่ขนาดหักแขนซ้ายนะ ถ้าหักแขนขวาที่เป็นข้างถนัดจะขนาดไหน

“เอาออกแล้วก็อย่าเพิ่งซนนะ” พี่ตุย์เอ่ยเสียงเข้ม

“ตุลย์อย่างกับเป็นครูปกครองส่วนตัวของความรักแน่ะ”

“ก็อายดูสิ วันก่อนตอนตุลย์ไปรับยังวิ่งมาอยู่เลยแทนที่จะค่อยๆ เดิน ตุลย์ก็ใช่ว่าจะรีบไปไหนสักหน่อย นี่ถ้าลื่นล้มขึ้นมาแล้วกระทบถึงแขนที่หักเข้าคราวนี้คงต้องตัดทิ้ง”

ปากคอเราะร้าย!

ฉันหันขวับไปส่งสายตาค้อนใส่คนตัวสูง แต่เอ๊ะๆ เห็นอะไรกันไหมคะทุกคน พี่ตุลย์กับพี่อายต่างเรียกชื่อเล่นของกันและกันอย่างไม่มีอาการเกร็งๆ กันแล้วค่า จากสายตาค้อนก็ก็เปลี่ยนมาเป็นยิ้มกรุ้มกริ่มจมูกบานแทน หนึ่งเดือนที่ผ่านมาบอกเลยว่าพี่มิลค์ไม่ได้ย่างกรายใกล้คนตัวสูงเลย เพราะทันทีที่พี่ตุลย์พ้นสายตาจากฉันก็มีพี่กาวน์ที่คอยสอดส่องให้แทนตลอด

“ได้เวลาทานอาหารเย็นแล้วค่ะ” ป้าแม่บ้านเข้ามาเรียก

“เย็นแล้วเหรอ งั้นเดี๋ยวพี่กลับก่อน”

“อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนนะคะพี่อาย วันนี้คุณพ่อกับแม่หนูแจ้ไม่อยู่ความรักไม่อยากทานข้าวคนเดียว” ฉันทำหน้าตาน่าสงสารอ้อนไป “นะค้า”

“ได้จ่ะ”

“เย่! ไปห้องอาหารกันค่ะๆ”

ฉันเดินนำพี่ตุลย์และพี่อายไปที่ห้องอาหาร กับข้าววันนี้ดูเหมือนจะเป็นของโปรดของฉันทั้งนั้นหลังจากได้กระซิบกับแม่บ้านเอาไว้หลังจากที่เห็นพวกของทอดๆ วางเรียงรายไว้อยู่

“ป้านวลครับ”

“คะคุณตุลย์”

“เดี๋ยวให้เด็กทำต้มผักมาเพิ่มด้วยนะครับ” ทันทีที่พี่ตุลย์พูด ป้านวลที่เป็นแม่บ้านเก่าแก่ก็ปรายตามามองฉันอย่างขอความคิดเห็น

“โธ่พี่ตุลย์คะ กับข้าวที่มีอยู่ก็เยอะแยะแล้วนะ”

“อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้นะความรัก” ฉันทำหน้ายู่ มองอีกฝ่ายที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปอาหาร แน่นอนว่าพี่ตุลย์ไม่ได้เอาไปโพสต์ลงในโซเชียลแน่ๆ เพราะเจ้าตัวไม่ค่อยชอบเล่นสักเท่าไหร่ “กินผักด้วยก่อนที่พี่จะส่งรูปนี้ให้พี่เกียร์”

“ก็ได้...” ฉันพยักหน้าด้วยความไม่เต็มใจก่อนที่พี่ตุลย์จะส่งสายตาให้ป้านวลไปจัดการกับต้มผัก

“ดูทำหน้าเข้า รุ่นพี่นั่งอยู่ตรงนี้ตั้งคนไม่อายหรือไงหึ ไม่น่ารักเลยนะ”

“ใช่ซี๊”

“พึมพำอะไร”

“เปล่าค่ะ” ฉันตอบพลางยักไหล่แล้วเริ่มจัดการกับอาหารที่อยู่ตรงหน้า

ไม่นานเกินรอต้มผักถ้วยร้อนๆ ที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากสีเขียวๆ ของผักและสีขาวของเต้าหู้ก็ถูกนำมาเสิร์ฟบทสนทนากว่าครึ่งอยู่ที่พี่อายและพี่ตุลย์ ส่วนฉันน่ะเหรอ...นั่งซดน้ำต้มผักอยู่นี่ไง อยากให้กินนักก็จะกินให้หมด

“งั้นความรักฝากพี่ตุลย์ส่งพี่อายด้วยนะคะ” เมื่อมื้ออาหารจบลงฉันก็เงยหน้าขึ้นมาบอกร่างสูง

“เดี่ยวพี่กลับแท็กซี่เองความรัก”

“ได้ยังไงกันล่ะคะ ใกล้จะมืดแล้วด้วย ให้พี่ตุลย์ไปส่งเถอะนะคะ”

“พี่ก็บอกแล้วไงว่าเมื่อกี้พี่ไม่ว่างมีธุระ เรามัวแต่ก้มหน้ากินไม่สนใจรอบข้างเลยรึไง” เอ๊ะ ทำไมต้องทำเสียงดุด้วย “เดี๋ยวให้ลุงอ่ำไปส่งก็แล้วกันนะอาย”

“เอางั้นก็ได้” ลุงอ่ำเป็นลุงขับรถที่บ้านฉัน “พี่ไปก่อนนะความรัก ไว้เจอกันที่มหาลัยนะ”

“ค่ะ สวัสดีค่ะพี่อาย” ฉันยกมือไหว้พี่อายก่อนจะมองทั้งสองคนเดินออกไปจากห้อง จานอาหารที่อยู่บนโต๊ะถูกจัดการเก็บไปโดยแม่บ้านส่วนฉันเดินแยกออกมาที่ห้องนั่งเล่น

บ้านของเรามีห้องนั่งเล่นสองห้อง ห้องหนึ่งมีไว้เพื่อแขกที่เป็นทางการผนังเป็นกระจกใสห้าเหลี่ยมมองเห็นสวนข้างนอก ส่วนห้องนั่งเล่นที่ฉันกำลังนั่งออยู่บนโซฟาสีน้ำเงินเนื้อกำมะหยี่นี้เอาไว้เพื่อให้ทุกคนในบ้านมานั่งพักผ่อนรวมตัวกัน ผนังตรงหน้ามีทีวีขนาดพอดีกับสายตาติดไว้อยู่ รายการตลกกำลังออกอากาศอยู่ราวกับรู้ว่าคนที่นั่งดูอยู่ตอนนี้อารมณ์ไม่ค่อยคงที่นัก

“...ไม่น่ารัก”

“ใช่สิๆๆๆ!” มือเล็กที่ไม่เดี้ยงลงน้ำหนักไปที่หมอนอิงที่ถูกนำมาวางไว้บนตัก ตีมันซ้ำๆ เหมือนพยายามไล่อารมณ์ขุ่นมัวตอนนี้ให้ออกไป

แล้วทำไมต้องอารมณ์บูดขนาดนี้ด้วยเนี่ย อ้อ! ก็พี่ตุลย์ดุฉันต่ออหน้าคนอื่นนี่น่า  แต่ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนดุแบบนี้สักหน่อยแต่ก็นั่นแหละ อารมณ์มันขึ้นแล้วนี่!

“หมอนยุบหมดแล้ว” ฉันชะงักมือก่อนจะหันขวับไปที่ต้นเสียง

เจ้าของน้ำเสียงก็ใช่หาใครที่ไหนก็อิพี่ตุลย์นั่นแหละ ร่างสูงสืบเท้าเข้ามาใกล้ คิ้วเข้มๆ นั่นเลิกขึ้นข้างหนึ่งขณะมองฉันสลับกับหมอนอิง พี่ตุลย์ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ  เอื้อมมือมาหยิบหมอนไปวางไว้บนตักตัวเองซะเอง ฉันมองเขม่นแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น

“อารมณ์เสียอะไร”

“ไหนว่ามีธุระไงคะ”

“นี่ไง”

“อะไรคะ” ฉันขมวดคิ้วไม่เข้าใจ

“ง้อเด็กข้างบ้าน” สิ้นคำนั้นริมฝีปากหยักก็กระตุกยิ้มมุมปาก  นัยน์ตาคมทออดมองมาราวกับบอกว่าเด็กข้างบั้นนั้นคือเป็นใครไม่ได้นอกจากฉัน

“ใครงอน”

“เราไง” ตอบพร้อมกับมือหนาที่วางทาบบนศีรษะฉันแล้วโยกเบาๆ

“มั่ว” ฉันปัดมือพี่ตุลย์ออก “แล้วดูสิแทนที่จะได้ไปส่งพี่อาย ไอ้เราก็นึกว่ามีธุระสำคัญอะไร”

“ก็สำคัญนะ”

“...”

“เรื่องของความรักน่ะ...สำคัญกับพี่หมดแหละ” เอาอีกแล้วสายตาจริงจังแบบนี้อีกแล้ว ทำไมช่วงนี้ชอบจริงจังกับฉันบ่อยจังเลย หรือว่าเห็นฉันโตแล้วเลยไม่ค่อยอยากกวนโอ๊ยเหมือนปกติ

“เนี่ยตบหัวแล้วลูบหลัง เมื่อกี้ยังบออกว่าความรักไม่น่ารักอยู่เลย”

“งอนเรื่องที่พี่บอกว่าเราไม่น่ารักจริงด้วยสินะ” เจ้าตัวยิ้ม ยิ้มจนแบบว่าฉันขอถอนความคิดที่ว่าพี่ตุลย์ไม่ค่อยกวนโอ๊ยเมื่อกี้ออกไป

“ฮึ่ย!!

“งั้นพี่ขอถอนคำพูดที่ว่าความรักไม่น่ารัก”

“ใช่! มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วล่ะ” ฉันตอบรับพร้อมกับยืดตัวอย่างภาคภูมิใจ “นอกจากน่ารักแล้วความรักน่ะยังสวย สวยแล้วก็น่ารักอีก น่ารักแล้วก็สวยอีก พี่ตุลย์เห็นด้วยไหมคะ” ฉันถามตาหยี

“เห็นด้วยค่ะ ความรักของพี่น่ะทั้งสวยทั้งน่ารัก”

จ้องอีกแล้ว...

“พี่ตุลย์ไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่าคะ ความรักอวยตัวเองขนาดนี้พี่ตุลย์ต้องปฏิเสธไม่ก็เบิ๊ดกะโหลกความรักแล้วสิ” ฉันสวนกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจคล้ายจะกลบเสียงหัวใจที่อยู่ๆ ก็เต้นเร็วขึ้นมาซะงั้น

“ความรักโตแล้วนี่ พี่ไม่แกล้งแบบนั้นแล้ว”

“แต่สองเดือนก่อนยังดึงผมความรักอยู่เลย”

“ต่อจากนี้พี่จะไม่ทำแล้วค่ะ พี่สัญญาว่าพี่จะไม่มองความรักเป็นเด็กอีกแล้ว...ดีไหมคะ” ฉันนิ่งไป จู่ๆ ก็รู้สึกว่าเสียงอีกฝ่ายดูนุ่มกว่าที่เคย มือหนาเลื่อนมามือเก็บผมที่หล่นมาปรกหน้าไปทัดหูเอาไว้แล้วนิ่งค้างอยู่แบบนั้น ออกแรงนิดหน่อยให้ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองตาเจ้าตัว

นี่ฉันก้มหน้าไม่มองอีกฝ่ายตั้งแต่เมื่อไหร่

“ว่าไงหืม”

“จะไม่แกล้งแล้วใช่ไหมคะ”

“ใช่ค่ะ จะไม่แกล้งความรักแบบเด็กๆ อีกแล้ว ก็เราโตขนาดนี้แล้วนี่เนอะ จริงไหม” ฉันพยักหน้าเห็นด้วย พี่ตุลย์คลี่ยิ้มเหมือนถูกใจออะไรสักอย่าง “ความรัก”

“คะ” คนตัวสูงกว่าไม่ตอบเอาแต่มองหน้าฉันแล้วยิ้มอยู่อย่างนั้น “พี่ตุลย์?”

“ความรัก”

“เอ๊ะ ไหนว่าจะไม่แกล้งแล้วไงคะ” พี่ตุลย์หัวเราะออกมาในขณะที่ฉันทำหน้ายุ่ง

“ความรัก...เป็นชื่อที่ดีจังเลยน้า” ฉันเกือบจะแว้ดใส่แล้วถ้าพี่ตุลย์ไม่พูดประโยคหลังขึ้นมาเสียก่อน “รู้ไหมว่าพี่เคยหาความหมายของมันด้วยนะ”

“แล้วมันแปลว่าอะไรเหรอคะ”

“มันมีหลายความหมายน่ะ ความรักคือสิ่งที่เราพึงใจชอบมากเป็นพิเศษ สิ่งที่เราผูกพันแล้วคิดถึง เป็นสิ่งที่ห่วงและอยากหวงแหนอยากปกป้องเอาไว้”

“แล้วสำหรับพี่ตุลย์ล่ะคะ ความรักหมายความว่ายังไง” ฉันถามกลับด้วยความอยากรู้

“ความรักสำหรับพี่เหรอ” ฉันพยักหนน้าหงึกๆ พี่ตุลย์นิ่งไปอย่างนึกคิดคำตอบที่ฉันถามไป ก่อนแววตาคู่เดิมจะหันกลับมองที่ฉันอีกครั้ง “ความรัก”

“คะ”

“สำหรับพี่...ความรักก็คือความรัก” คิ้วของฉันผูกขึ้นเมื่อฟังคำตอบของคนตรงหน้า ฉันถามว่าความรักคืออะไร ความรักคือความรัก? เอ๊ะฉันงงหรือพี่ตุลย์งงกันนะ เจ้าตัวหัวเราะ สงสัยคงเห็นหน้ามึนๆ ของฉันนั่นแหละ

“เนี่ยแกล้งอีกแล้ว”

“ไม่ได้แกล้ง” พี่ตุลย์ว่าก่อนจะจับไหล่ทั้งสองข้างฉันเอาไว้ “จำไว้นะความรัก ความรักสำหรับพี่ก็คือความรัก ไม่มีใครเปลี่ยนความรักของพี่ไปได้ เข้าใจไหมคะความรัก”

ฉันเริ่มเข้าใจความรู้สึกของที่รักเวลามีคนเรียกชื่อแล้วล่ะ

“ความรักเยอะเกินไป ถึงจะงงๆ แต่ความรักเข้าใจก็ได้ค่ะ”

“พี่มีความรักเดียว”

“ความรักว่าเราจบประเด็นเรื่องความรักคืออะไรก่อนได้ไหมคะ ชักจะมึนแล้วค่ะ” พี่ตุลย์หัวเราะขำก่อนจะพยักหน้า “พรุ่งนี้พี่ตุลย์อย่าสายนะคะ  หมอนัดเอาเฝือกออกสิบโมง”

“งั้นพี่ไปหาปากกามาเขียนบนเฝือกดีกว่า” ไม่ต้องรอให้เจ้าของเฝือกอนุญาต เจ้าตัวก็ผลุนตัวออกไปก่อนจะเดินกลับมาพร้อมปากกาหลากสี “ให้พี่เขียนอะไรดี”

“อืม...ความรักน่ารัก”

“ความ...รัก...น่า...รัก” พี่ตุลย์ก้มลงมาขณะปากก็เอ่ยตามสิ่งที่ตัวเองเขียนลงบนเฝือก ก่อนจะถอยห่างมองผลงานด้วยความภาคภูมิใจ มือหนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายจนฉันชูสองนิ้วยิ้มออกกล้องแทบไม่ทัน “ยิ้มทำไม พี่ถ่ายแค่เฝือกหรอก”

“ชิ! ส่งรูปมาด้วย”

“เดี๋ยวพี่อัพแล้วแท็กเราไป เดี๋ยวความรักเอาไปอัพเองแล้วไม่ให้เครดิตพี่” ฉันส่งเสียงจ้าาากลับไปอย่างหมั่นไส้ มองคนยุกยิกอยู่กับโทรศัพท์ก่อนเสียงแจ้งเตือนจากเครื่องฉันจะดังขึ้น “ไลก์ด้วย”

“จ้า” มือของฉันกดเข้าไปที่แจ้งเตือนล่าสุดที่เป็นรูปที่พี่ตุลย์ มันเป็นรูปถ่ายที่ติดแค่เฝือกของฉันจริงๆ อย่างที่ร่างสูงพูด “เอ๊ะ แคปชั่น...”

[พี่ตุลย์ของความรัก]กๆ็็




กรี๊ดดดดด ตอนนี้ใช้เวลา2วัน อยากจะกราบบบ แงงง และใช่่ค่ะชื่อตอนไม่เหมือนเนื้ออหาาอีกแล้ว เอ๊ะหรือจะเหมือนนะ 

-ร้ายนักนะพี่ตุลย์ ยกตัวเองให้น้องสาวข้างบ้านแบบนี้ก็ได้เหรอๆๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

188 ความคิดเห็น

  1. #172 pim042228ry (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 15:40
    ตกลงเพื่อนสนิทความรักชื่อนุ่มนิ่มหรืออมยิ้มจ้ะ
    #172
    0
  2. #170 kanokradaparima (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 14:13

    พี่ตุลย์เป็นของความรักนานแล้วววว
    #170
    0
  3. #169 Luciferrock (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 09:06
    อึนไปอีก
    #169
    0
  4. #168 Palinz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 23:51
    น้องยังมึนไม่รู้ตัวว
    #168
    0
  5. #167 viskik (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 19:12
    พี่ตุลย์คนโหด 555
    #167
    0