Call me love รับความรักไหมคะคุณพี่ชายข้างบ้าน

ตอนที่ 10 : Chapter 9 : รับน้องโกลาหล [Complete]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    19 ต.ค. 62

Chapter 9

รับน้องโกลาหล

 

หลังจากงานระดับคณะได้เสร็จสิ้นไปไม่ว่าจะเป็นการปฐมนิเทศ งานประกวดดาวเดือน งานกีฬาสีไปจนถึงระดับคณะอย่างการโต้วาที คราวนี้ก็มาถึงคิวของระดับเอกกันบ้าง เรียกว่ากิจกรรมต่างๆ นั้นแน่นเอี๊ยดมาตลอดเกือบสองเดือนที่ผ่านมา ต้องบาลานซ์กับเวลาเรียนให้ดีอย่างที่รุ่นพี่เขาได้พูดเอาไว้จริงๆ ไม่งั้นเทอมแรกในรั้วมหาวิทยาลัยอาจจะมีแต่พังกับพังราวกับโดมิโน่ล้มก็เป็นไปได้


ด้วยความที่รุ่นพี่ได้เห็นว่าน้องๆ นั้นคงเบื่อกับกิจกรรมต่างๆ ที่แล้วมาเต็มที การรับน้องเอกปีนี้เลยเลือกที่จัดเพียงวันเดียวแทนที่จะออกนอกสถานที่และมีการค้างคืนอย่างมีก่อนๆ


หลังจากช่วงเช้าที่ทางอาจารย์ได้เชิญวิทยากรพิเศษมาบรรยายและมีการเล่นสันทนาการและเข้าฐานต่างๆ กันเล็กน้อยพอให้ครื้นเครง ตอนนี้ก็เป็นเวลาเที่ยงซึ่งปล่อยให้พวกเราๆ ได้พักทานข้าวก่อนที่ตอนบ่ายจะเข้าไปเยี่ยมชมหอประวัติของมหาวิทยาลัยแล้วปิดท้ายด้วยการผูกข้อมือจากอาจารย์ในตอนเย็น


“มิลค์! ทำไมเพิ่งมาเอาป่านนี้” ฉันที่กำลังยืนกดน้ำอยู่ชะงักเมื่อได้ยินเสียงของพี่อาย เมื่อหันกลับไปมองก็เห็นพี่มิลค์ไหวไหล่ “พี่พยาบาลมันขาดนะรู้ไหม”


“ก็มาแล้วนี่ไง” พี่มิลค์ตอบเสียงติดหงุดหงิด ซึ่งเอาจริงคนน่าที่ต้องหงุดหงิดสมควรจะเป็นพี่อายมากกว่า


เนื่องจากพี่อายเป็นหัวหน้าในการจัดรับน้องเอกในครั้งนี้ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่ได้มีการเตรียมรับมือเอาไว้จึงจำเป็นต้องมาปรึกษาพี่อายเพื่อขอความเห็นและการอนุมัติต่างๆ ทั้งเรื่องปีสองที่ทำป้ายชื่อน้องตกหล่น ปีสามที่ซื้ออาหารมาไม่พอและปีสี่ที่ถามนั่นตินี่ ที่งานหนักก็คงการเป็นคนประสานงานให้ทั้งสี่ปีได้เข้าใจนี่แหละ  


“เดี๋ยวไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาเพิ่มนะ อีกครึ่งชั่วโมงน้องๆ ก็จะไปหอประวัติกันแล้ว เช็คด้วยว่าของครบไหม” พี่มิลค์ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้กับอีกฝ่ายซึ่งน่าจะเป็นรายการของต่างๆ


“เรียกคนอื่นมาทำสิ ฉันยกไม่ไหวหรอก””


“เธอจะไม่ทำก็ได้ ฉันจะได้ตัดชื่อเธอออก ชั่วโมงกิจกรรมก็ไม่ต้องเอา” พี่มิลค์ว่าแล้วยื่นมาจะเอาใบรายการของกลับมาแต่ทว่าพี่มิลค์ชักมือพากระดาษหนีไป


“ขู่เก่งเหลือเกิน เหอะ” พี่มิลค์ส่ายหน้าให้กับท่าทางกระฟัดกระเฟียดของเพื่อนร่วมเอกก่อนจะย้ำงานอีกครั้งแล้วกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกไป


งั้นฉันก็ควรจะไปบ้างดีกว่า


“เดี๋ยว! เธอน่ะ”


“...”


“ความรัก!!” ฉันหยุดเท้าที่เดิน ไม่ต้องหันหลังกลับไปมองคนเรียกชื่อฉันก็มายืนอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้แล้ว “หูตึงรึไง ฉันเรียกทำไมไม่หัน”


“...” อยากสวนกลับเหลือเกินว่าแล้วทำไมไม่ยอมเรียกชื่อตั้งแต่ทีแรกล่ะ แต่ก็นั่นแหละเลือกที่จะเงียบดีกว่าเพราะขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่ายให้เปลืองน้ำลาย


“เธอกำลังด่าฉันอยู่ในใจใช่ไหม”


“พี่มิลค์เรียกความรักทำไมคะ” ฉันลอบถอนหายใจออกมาก่อนจะยิงคำถามกลับไป


“ตามฉันมา”


“ไปไหนคะ”


“ไปช่วยฉันขนของไง”  พี่มิลค์ว่าเสียงสะบัดแล้วเดินนำไปเป็นการบังคับกลายๆ โดยไม่รอคำตอบของฉันเลยว่าฉันยินดีจะช่วยอีกฝ่ายหนึ่งหรือไม่


เราสองคนเดินมาถึงห้องพยาบาลของคณะเวลามีเด็กคนไหนไม่สบายก็จะสามารถเข้ามาพักที่นี่ได้ สวิทช์ไฟถูกเปิดเมื่อห้องขนาดไม่ใหญ่มากได้รับความสว่างเราก็จะเห็นเตียงคนไข้วางเรียงกันสองเตียง ถัดออกไปคือผนังที่มีตู้ขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัสวางเรียงต่อกันติดแนบไว้อยู่  ด้านหน้าแต่ละตู้ก็จะมีป้ายเล็กๆ ติดเอาไว้ว่าข้างในตู้นั้นมียาหรืออุปกรณ์ทำแผลอะไรอยู่บ้าง


“กล่องปฐมพยาบาลอยู่ตู้ด้านขวาสุดอ่ะ” พี่มิลค์เงยหน้าขึ้นมาจากกระดาษแล้วเอ่ยบอกก่อนจะหันซ้ายขวาถามขึ้น “ห้องนี้ไม่มีบันไดเตี้ยเหรอ”


“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ”


“งั้นก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ”


ฉันมองพี่มิลค์ที่ไปเลื่อนเก้าอี้หัวล้านล้อเลื่อนที่สอดอยู่ใต้โต๊ะออกมา ก่อนจะเลื่อนไปวางไว้ใต้ตู้กล่องปฐมพยาบาล อีกฝ่ายยืดตัวตรงมองฉันเป็นการกดดันฉันก็เลยเดินไปหาเพราะนึกว่าพี่มิลค์จะให้ฉันช่วยจับเก้าอี้ แต่ที่ไหนได้...


“มองอะไร ขึ้นไปสิ”


“คะ” ฉันทำหน้างง


“ขึ้นไปบนเก้าอี้แล้วหยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมา”


“ความรักเหรอคะ”


“ก็ใช่น่ะสิ จะให้ฉันปีนขึ้นไปได้ยังไง เห็นรองเท้าฉันไหมห๊ะ” เจ้าตัวบอกด้วยใบหน้าที่ประสบอารมณ์หนัก พี่มิลค์ก้าวขามาด้านหน้านิดหนึ่งเพื่อให้ดูว่ารองเท้าที่เธอใส่อยู่นั้นเป็นส้นสูงแหลมปรี๊ดต่างกับฉันที่ใส่สนีกเกอร์มาเพื่อให้เหมาะกับการทำกิจกรรม


“ก็ได้ค่ะ” ในที่สุดฉันก็รับคำ


ฉันออกแรงยกเท้าขึ้นไปบนเก้าอี้ด้วยขาที่สั่นเทาเพราะเบาะของเก้าอี้นั้นนุ่มจึงทำให้การทรงตัวนั้นเป็นเรื่องที่ลำบากถึงแม้ว่าพี่มิลค์จะช่วยจับเบาะให้มั่นแล้วก็ตาม


“ลองเปิดตู้ดูว่ามีอยู่เท่าไหร่” เมื่อเห็นฉันเริ่มยืนนิ่งได้แล้วพี่มิลค์ก็ถามขึ้น


“หกกล่องค่ะ”


“เฮ้ย” ฉันร้องขึ้นมาเมื่อจู่ๆ พี่มิลค์ก็ยืดตัวขึ้นซึ่งนั้นแสดงว่าอีกฝ่ายได้ปล่อยมือจากเบาะจึงทำให้เก้าอี้เลื่อนเล็กน้อย ฉันผวารีบเกาะขอบตู้เป็นที่ยึดเอาไว้แน่ย


“ขวัญอ่อนไปได้ หยิบกล่องปฐมพยาบาลมาให้ฉัน” จะไม่ให้ฉันขวัญอ่อนได้ยังไง พอมองลงไปแล้วถึงความสูงจะไม่มากเท่าบันไดปีนหลังคาแต่ถ้าตกลงไปคงจะเจ็บฟกช้ำไปอีกหลายอาทิตย์


ฉันต้องเขย่งปลายเท้าเล็กน้อยตอนที่เอื้อมมือไปหยิบปล่องปฐมพยาบาลแล้วส่งให้พี่มิลค์ที่รอรับอยู่แล้วไปวางกองกันไว้ที่พื้นด้านล่างอีกที ยิ่งกล่องปฐมพยาบาลอยู่ด้านในของตู้มากเท่าไหร่ฉันก็ต้องเขย่งเท้ามากขึ้นเท่านั้น เก้าอี้ขยับทีใจก็วูบที


“เร็วหน่อย”


โอ๊ยยยแล้วทำไมไม่มาหยิบเองเล่า


“นี่มิลค์! เสร็จรึยังเนี่ย!!” ฉันสะดุ้งสุดตัวเมื่อสมาธิที่ตั้งอยู่เพื่อใช้ในการทรงตัวนั้นถูกขัดด้วยเสียงบานเลื่อนประตูและน้ำเสียงเกรี้ยวกราดที่บ่งบอกถึงความหงุดหงิดของพี่อายที่ดังขึ้น


ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก หลังจากที่ฉันตกใจเพียงเสี้ยววิส่งผลให้เก้าอี้ที่ฉันอยู่นั้นเคลื่อนที่ไถลออกไป มือที่จับอยู่กับขอบตู้นั้นแยกออกจากกันเพราะทนแรงโน้มถ่วงไม่ไหว เช่นเดียวกับร่างกายของฉันที่ไม่มีที่ให้ยึดเกาะทั้งขอบตู้ทั้งเก้าอี้จึงตกลงไปยังพื้นด้านล่างอย่างช่วยไม่ได้


ปัก!


แต่ก่อนที่จะได้ไปนอนแอ้งเเม้งอยู่นั้นสงสัยช่วงนี้จะทำบุญกับคนไม่ค่อยขึ้น ศีรษะของฉันจึงถูกกระแทกเข้ากับของแข็งบางอย่าง ความวูบในท้องเนื่องจากการตกลงมาจากที่สูงหายไปกลายเป็นความเจ็บเข้ามาแทนที่จนอยากจะกรีดร้องออกมาแต่ก็ทำไม่ได้เพราะอาการจุกที่ตีขึ้น


“กรี๊ดดดด” เสียงกรี๊ดของพี่มิลค์ดังขึ้น ถ้าอยู่ในสถานการณ์ปกติฉันคงหรี่ตาไปแล้ว แต่ตอนนี้ฉันทำได้เพียงแค่นอนนิ่งเฉยๆ ได้เท่านั้น


ฉันเห็นภาพพี่อายวิ่งออกไปรางๆ


“ใครก็ได้ช่วยมานี่หน่อย!! ความรักหัวแตก!!”


ด้วยความที่พื้นที่ของคณะค่อนข้างจะเล็กกว่าคณะอื่นอยู่มากโขประกอบเสียงของอายที่ดังจนเรียกว่าตะโกนทำให้เกือบทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นต่างได้ยินและพากันกรูกันเข้ามาไม่เว้นแม้แต่ร่างสูงของตุลย์ที่เพิ่งเหยียบพื้นคณะของน้องสาวข้างบ้านได้เพียงไม่กี่ก้าว


เพราะความเร่งรีบในตอนเช้าทำให้น้องสาวตัวดีของเขาลืมโทรศัพท์เอาไว้บนรถ เขาที่ส่งความรักเสร็จก็กลับไปนอนต่อที่บ้านอยู่พักใหญ่ ตื่นขึ้นมาเกือบจะเที่ยงของวันก็ยังไม่มีเบอร์ที่โทรเข้าของความรักหรือแม้แต่ข้อความที่เขาส่งทิ้งเอาไว้ก็ไม่มีการเปิดอ่าน คนตัวสูงกว่าเลยเอะใจตั้งใจจะไปคณะเพื่อไปหาความรักให้คลายข้อสงสัยก็ดันเห็นโทรศัพท์สีโรสโกลด์อยู่บนเบาะข้างคนขับ


ด้วยความสูงที่มากกว่าคนอื่นและขาที่ยาวพอดีกับสัดส่วนนั้นทำให้ตุลย์ไปถึงที่เกิดเหตุได้เร็วกว่าปกติ ใจของพี่ชายหล่นวูบเมื่อเห็นความรักนอนสลับอยู่ที่พื้นโดยมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเรียกรถพยาบาลถัดออกไปเห็นแฟนเก่าของตัวเองทำหน้าตกใจอยู่


“ตุลย์” มิลค์เมื่อเห็นร่างสูงก็เดินรุดหน้าเข้ามาแต่ทว่าเจ้าของชื่อกลับสาวเท้ายาวๆ ไปที่ร่างเล็ก


“เกิดอะไรขึ้น” เขาละสายตาไปถามผู้หญิงที่เพิ่งวางสายจากโรงพยาบาลด้วยสีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์แต่ทุกคนก็สามารถสัมผัสได้ถึงรังสีทมิฬจางๆ ที่แผ่ออกมาจากเขา


“ความรักตกจากเก้าอี้”


“แล้วทำไมความรักถึงตกลงมาได้” น้ำเสียงนั้นช่างเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความกดดัน อายเผลอกลืนน้ำลายในขณะที่ตุลย์ก็หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าแล้วกดโทรหาเกียร์


“น่าจะลื่นเก้าอี้ตอนหยิบกล่องปฐมพยาบาล”


“เธอใช้?”


“เปล่าค่ะ อายใช้มิลค์ให้มาหยิบ ไม่ทาบเหมือนว่าว่าทำไมความรักถึงมาอยู่ที่นี่ได้  ขอโทษนะคะ” ประโยคหลังๆ เหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเพราะดวงตาดำขลับนั้นตวัดมองคนที่ถูกเอ่ยนามในประโยคเมื่อกี้


“ตุลย์ ฟังมิลค์ก่---“


คำพูดของมิลค์ไม่ได้รับความสนใจกับตุลย์ พี่เกียร์รับสายเขาแล้ว...ร่างสูงได้บอกถึงเหตุการณ์คร่าวๆ ที่เกิดขึ้นให้ปลายสายได้รับรู้ได้ความว่าอย่าเพิ่งแตะตัวร่างบางที่สลบอยู่ควรรอให้คนของโรงพยาบาลที่โทรไปเมื่อกี้มาตรวจเช็คเองให้ละเอียดดีกว่าเพราะกลัวว่าอาจจะมีอาการของกระดูกหักได้ ตุลย์วางสายและรอรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลอย่างใจเย็นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


รู้งี้จะน่าสอบเข้าหมอให้รู้แล้วรู้รอดไม่น่าตามไอ้เกียร์มาเลย!


“ความรัก! ความรัก!!” คิ้วเข้มของตุลย์ขมวดกันยุ่งเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่บ่งบกถึงความตกใจจากที่ไกลๆ ก่อนร่างสูงของขวานที่จำได้ว่าเป็นสายรหัสของความรักวิ่งฝ่าคนเข้ามา


!!!


ตุลย์รีบปัดมือที่หมายจะแตะตัวความรักออกไปอย่างรวดเร็ว และด้วยอารามตกใจปนเป็นห่วงเขาเลยลงน้ำหนักเยอะจนเกิดเสียง ขวานตวัดสายตามามองตุลย์ขณะคนถูกมองก็จ้องกลับด้วยความไม่ยอมกัน


“อย่าจับความรัก เดี๋ยวอาการจะแย่ขึ้นได้” เขาบอกเสียงเรียบ


“นาย...เป็นพี่ชายความรักใช่ไหม” ขวานเว้นวรรคด้วยความพยายามจะนึกก่อนจะพูดออกมาเพื่อนึกขึ้นได้ เขาเห็นอีกฝ่ายมารับมาส่งความรักอยู่บ่อยๆ สลับกับพี่ชายคนอื่นๆ ของเจ้าตัว แน่นอนว่าเขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ แถมยังมีข่าวลือซุบซิบว่าเพราะเหลนรหัสของเขาผู้ชายตรงหน้ากับผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาถึงได้เลิกกัน


“อืม” ตอบเพียงเท่านั้นรถโรงพยาบาลก็มาพอดี


ความรักถูกปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่ อาการเบื้องต้นนั้นปลอดภัยดีหากแต่ต้องรอตรวจอย่างละเอียดอีกรอบอาการบาดเจ็บที่ศีรษะของความรักยังดีที่เลือดไม่ได้ไหลออกมาขนาดที่เห็นตามในหนังหรือละคร


“ตุลย์ ฟังมิลค์ก่อน” แขนแกร่งของเจ้าของชื่อถูกรั้งไว้ด้วยมือของแฟนเก่า ตุลย์สะบัดแขนออกตั้งใจจะตามขึ้นรถโรงพยาบาลไปด้วยหากแต่โดนรั้งเอาไว้อีกครั้ง


“ปล่อย”


“มิลค์ไม่ได้ทำนะ” เจ้าของรองเท้าส้นสูงบอกเสียงหนัก


“ผมก็ไม่ได้บอกนี่ว่าคุณทำ อย่าร้อนตัวสิ”


“ก็สายตาตุลย์มันฟ้อง” เธอร้องบอก สายตาคาดโทษนั้นส่งมาให้เธอเหมือนกับคืนนั้นที่เธอไปปัดมือความรักเข้าให้และหลังจากนั้นเธอก็โดนอีกฝ่ายบอกเลิก


รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น!


เธอเป็นถึงดาว มีตำแหน่งการันตีในหน้าตา ข่าวที่แพร่สะพัดออกไปเลยกลายเป็นเธอเป็นฝ่ายบอกเลิกโดยมีความรักเข้ามาเอี่ยวเป็นมือที่สามแทน แม้จะมีข่าวหนาหูว่าเธอเป็นคนทำให้ความรักไม่ได้ตำแหน่งแต่ใครจะสนล่ะ สมัยนี้จะดีจะเลิศขนาดไหนถ้ามีข่าวเป็นมือที่สามแม้จะจริงหรือเท็จคนทั่วไปก็คิดว่าจริงอยู่ดี


“ความรักพลัดตกลงมาจากเก้าอี้เองนะ” มิลค์บอก


“ค่อยว่ากัน” ตุลย์ตัดบทเพราะเห็นว่าไม่ได้มีประโยชน์อะไรในตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออาการของความรักต่างหาก ความรักเคยเข้าโรงพยาบาลในฐานะคนไข้แล้วรอบหนึ่งเมื่อตอนเด็กด้วยเหตุคิดว่าแมวติดอยู่บนต้นไม้แล้วลงมาไม่ได้ สุดท้ายเจ้าตัวเลยปีนขึ้นไปหวังจะช่วยแมวตัวนั้น ผลคือแมวตกใจความรักแล้วกระโดดลงมาวิ่งหายไปในขณะที่เด็กหญิงความรักปีนลงกลับสู่พื้นดินไม่ได้พลาดท่าตกลงมาจนขาหักในที่สุด



 

สามารถคอมเมนต์ กดหัวใจ♥ กดfav เป็นกำลังใจให้ได้นะคะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค้า =]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

188 ความคิดเห็น

  1. #157 Charlinda88 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 16:43
    มิลค์เธอร้ายมาก พี่ๆ มาจัดการนางที
    #157
    0
  2. #156 S.Tasha (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 09:57
    ชื่อมิลค์กะอาย สลับ/ซ้ำ กันหรือเปล่าคะ

    -พี่มิลค์(ตรงนี้เป็น พี่อาย หรือเปล่า)ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้อีกฝ่าย
    -พี่มิลค์ว่าแล้วยื่นมาเอาใบรายการของกลับมาแต่ทว่าพี่มิลค์ชักมือพากระดาษนี้ไป (ประโยคนี้มีมิลค์2คน)
    #156
    0
  3. #155 ชาใหญ่ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 20:22
    รอวันความรักฟาดกับนังพี่มิ้ล
    #155
    0
  4. #154 Charlinda88 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 19:59
    ชอบความรัก ไม่ยอมคนดีอ่ะ
    #154
    0