ชู้นอกหัวใจ

ตอนที่ 6 : สาวปริศนา พาวุ่น 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 269
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    13 ม.ค. 60




“คุณ...คุณครับ ตื่นได้แล้ว”

มือหนายื่นไปเขย่าที่หัวไหล่เปล่าเปลือยเบาๆ เพื่อจะปลุกให้ตื่น เมื่อ Lexus LS460L สีดำปลอดจอดนิ่งสนิทหน้าบ้านเรียบร้อยแล้ว

แม่สาวชุดแดงค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาอย่างขี้เกียจ พร้อมกับปัดมือไม้เขาออก ใบหน้าสวยยับยู่เขม้นดวงตาพร้อมกับอ้าปากหาวหวอดๆ ก่อนจะผลักบานประตูเปิด เดินโซซัดโซเซลงไปจากรถ ก้าวเข้าไปข้างในบ้านอย่างคุ้นเคยเป็นอันดี เล่นเอาเขางงไปเลยทีเดียว...หรือว่าบางทีเจ้าหล่อนจะคุ้นเคยกับการนอนบ้านคนแปลกหน้าอยู่บ่อยๆ

ฟรานเชสโก้รีบเปิดประตูลงจากรถ หวังจะได้ช่วยประคอง กลัวคนเมาจะเสียหลักหน้าทิ่มไปเสียก่อน แต่ดูท่าว่าเจ้าหล่อนน่าจะมีทักษะในการเดินแบบ ถึงได้ทรงตัวอยู่บนรองเท้าส้นสูงทั้งที่เมาได้อย่างเหลือเชื่อ

“ไม่ต้องช่วย...ม่ายต้อง”

เท้าเล็กก้าวสะเปะสะปะไปข้างหน้า พร้อมกับปัดมือไม้เขาออก ยืนโงนเงนรอกระทั่งเขาไขกุญแจเปิดประตูให้

“คุณกลับไปได้แล้ว ขอบจายนะที่มาส่ง”

มือเล็กยกขึ้นมาตบที่หัวไหล่ปุๆ แถมกล่าวคำขอบอกขอบใจ เปิดประตูเข้าไปในบ้าน เขารีบตามเข้าไปทันที กลัวสาวเจ้าจะไปทำวุ่นๆ ในบ้านอีก

ร่างสะโอดสะองยืนอวดเรือนร่างเซ็กซี่ไม่สร่าง(เพราะเมาค้าง)กลางแสงไฟห้องโถง พยายามจะสลัดรองเท้าส้นสูงออก แต่ก็ดูจะลำบากยากเย็น

“อะไรนักหนา” เจ้าตัวบ่น ก่อนจะก้มตัวโก่งโค้งจนชายกระโปรงเลิกสูงขยับขึ้นมาชิดโคนขาพาให้ใจหายใจคว่ำ ร่ำๆ ว่าจะเห็นแก้มก้นขาวๆ ก่อนจะถอดรองเท้าราคาแพงหูฉี่นั่นออกไปจนสำเร็จ

ฟรานเชสโก้ตัวชา กลืนน้ำลายเอื๊อกขึ้นมาทีเดียว เขามันก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูน ทั้งโนมเนื้อที่เหลือจะล้นออกมาจากชุดด้านบน ยังจะต้นขาขาวเนียนทำเอาคอแห้งผากกันเลยทีเดียว ต้องรีบเบือนหน้าหนีภาพยั่วกิเลสที่อาจจะทำให้ผู้ชายดีๆ กลายมาเป็นผู้ร้ายบ้ากามขึ้นมาได้

นี่ถ้าเจ้าหล่อนเป็นน้องเป็นนุ่งแล้วมาทำตัวแบบนี้ เขาคงไม่ลังเลที่จะหวดสะโพกงามงอนนั่นสักเผียะสองเผียะเป็นการสั่งสอน

เฮ้! คุณยังไม่กลับไปอีกเหรอ?” ใบหน้ายุ่งๆ หันมาถามอย่างข้องอกข้องใจ ดึงเขาให้กลับมาอยู่กับสถานการณ์ตรงหน้า....แล้วจะให้เขากลับไปไหนล่ะ? ก็นี่มันบ้านของเขา(ชั่วคราว)

“นี่” เจ้าหล่อนชี้หน้า “อย่าบอกนะว่าที่ตามฉันมา เพราะคิดอารายกับฉานอยู่...โน...โน้...ด็อน ติง แด็ท ฉันมีแฟนแล้ว”  นิ้วชี้เรียวส่ายไปมา

ฟรานเชสโก้ต้องข่มทั้งความโกรธผสมขบขัน อยากถามนักว่า มีแฟนแล้วแฟนเจ้าหล่อนหายหัวไปอยู่ไหน ทำไมถึงทิ้งให้คนรักของตัวเองต้องเมาแอ๋อยู่กับผู้ชายแปลกหน้าอย่างนี้

“ผมไม่คิดอะไรกับคุณหรอก”

เขาปฏิเสธ...โกหกชัดๆ

“ดีแล้วล่ะ เพราะฉันไม่ชอบหักอกใคร” เจ้าหล่อนว่าทำหน้าคล้ายกำลังหนักใจ

“โอเค...กู๊ดบาย ซี ยู เน็ก ไทม์ คุณนี่หล่อนะ แถมยังใจดี....เป็นแฟนฉันล่ะ รักตายเลย”

ไม่ว่าเปล่าเมื่อแม่เจ้าประคุณรุนช่องยื่นมือมาหยิกแก้มเขาจนโย้ ก่อนหันร่างเพรียวกลับไป ทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวใหญ่ในห้องรับแขกโดยไม่สนใจชุดที่ร่นจะหลุดโชว์หน้าอกอยู่รอมร่อ แถมขอบกระโปร่งที่ถกโชว์ขาขาวเพรียวเรียวสวย หลับตาพริ้มเข้าสู่นิทราไปเสียแล้ว สภาพช่างน่าปลุกปล้ำให้ทำมิดีมิร้ายเสียจริง

ฟรานเชสโก้ต้องข่มจิตข่มใจอย่างมาก เพราะไม่ชอบลักหลับใคร มันไม่สนุก เอ๊ย! ไม่ใช่ เพราะเขาไม่อยากเผชิญกับเรื่องยุ่งยากใจในวันพรุ่งนี้ ทั้งที่ตอนนี้ร่างกายกำลังตอบโต้ภาพยั่วกิเลสตรงหน้า เจ้าน้องชายเขาดูท่าอยากมุดใต้กระโปรงเจ้าหล่อนเสียจริง

เย็นไว้น่าฟรานเชสโก้น้อย...มันเสี่ยงเกินไป

ถ้าเป็นสมัยก่อนเขาคงไม่คิดมากอย่างนี้ แต่ที่นี่เมืองไทย แถมเธอก็ยังเมาไม่ได้สติ ซึ่งนั่นอาจจะถือได้ว่าเป็นการยินยอมพร้อมใจไปครึ่งหนึ่งแล้ว แต่เขาก็ต้องปฏิเสธกับตัวเองว่า...ไม่เด็ดขาด

ไม่ได้กำลังจะบอกว่าตัวเองเป็นคนดีหรือมีศีลธรรมสูงส่งอะไรหรอก แต่เขามีกฏเหล็กว่า เรื่องอย่างว่าต้องเกิดจากความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่าย และที่สำคัญเธอบอกเองว่ามีคนรักแล้ว เขากำลังนึกตำหนิหมอนั่นที่ปล่อยให้แฟนตัวเองมาอยู่ในสภาพอย่างนี้ในบ้านของผู้ชายอื่น

“เอายังไงดี?”

ถามอย่างปรึกษากับตัวเอง เมื่อไม่มีอะไรจะบอกได้ว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน แล้วไปยืนทำบ้าอะไรอยู่บนสะพานนั่น นอกจากไอ้เบียร์กระป๋องเขียวเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่ติดมือมา  ก็พอดีกับโทรศัพท์ดังขึ้นเสียก่อน เป็นไรวินนั่นเอง

“นายหาไดร์ฟเจอหรือยัง? ฉันรอไฟล์งานอยู่เนี่ย” อีกฝ่ายโวยวายเมื่อเพื่อนเงียบหายไปนาน

ฟรานเชสโก้จึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขารีบเร่งกลับบ้านมาทำไม ดันไปเสียเวลากับหญิงสาวแปลกหน้าเสียตั้งนานสองนาน

“ยัง นายรอเดี๋ยวนะ ฉันจะรีบไปหาเดี๋ยวนี้แหละ”

“อะไร? นี่นายยังไม่ได้หาหรอกหรือ? แล้วมัวทำอะไรอยู่?” น้ำเสียงโวยวายจากคนอีกซีกโลก

จะให้เขาเล่าจริงหรือ? อย่าดีกว่า พาคนแปลกหน้าเข้าบ้านมาตอนที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ถ้าเจ้าหมอรู้ต้องโวยวายแน่

“นายเอาไว้ตรงไหนลองช่วยคิดหน่อยสิ?”

“ที่สตูข้างเตียงหรือเปล่าฉันไม่แน่ใจ”

ฟรานเชสโก้เหลือบตามองผู้หญิงที่นอนเมาหมดท่า...ปล่อยเธอทิ้งไว้ตามลำพังจะเป็นไรไหม? หวังว่าเมื่อกลับลงมาแม่เจ้าประคุณจะไม่พาสมัครพรรคพวกมาปล้นเขาเสียก่อนล่ะ

ดวงตาคมละความสนใจจากคนที่นอนสงบนิ่ง ดูไม่มีพิษภัยอะไร นอกจากปลุกเจ้าตัววุ่นวายใต้กางเกงให้ตื่นตัว เพื่อรีบไปตามหาของสำคัญให้เพื่อนทันที

“มีไหมสตูข้างเตียงน่ะ?”

น้ำเสียงเร่งเร้าจากปลายสายเร่งเร้าให้สองเท้าก้าวขึ้นบันไดไปชั้นบน

“ไม่เจอนะ”

“งั้นฉันเอาไปไว้ไหน? ข้อมูลสำคัญทั้งนั้น คิดว่าเอาเก็บใส่กระเป๋ามาแล้วเชียว” บ่นเป็นหมีกินผึ้ง

“ครั้งสุดท้ายที่นายเห็นมันอยู่ที่ไหนล่ะ?”

“ฉันไม่แน่ใจ ก็ตอนเซฟข้อมูลเสร็จ คิดว่าเอาใส่กระเป๋าแล้ว”

ฟรานเชสโก้เดินไปดูที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ

“ทรัมพ์ไดร์ซที่นายว่านี่สีแดงหรือเปล่า?”

“ใช่...แล้วนายรู้ได้ไง?”

“ก็มันยังเสียบคาอยู่ที่เครื่องพีซีของนายอยู่น่ะสิ” ว่าพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ

“สรุปว่าฉันลืมเอามาด้วยงั้นหรือ?” ไรวินบ่นยาวเหยียดถึงความไม่รอบคอบของตัวเอง ก่อนจะขอให้เขาช่วยส่งไฟล์ทั้งหมดไปให้ทางอีเมลก่อนรุ่งเช้า

เมื่อวางสายจากไรวิน ฟรานเชสโก้ก็กลับลงมาข้างล่างอีกครั้ง แล้วต้องแปลกใจที่แม่สาวชุดแดงหายตัวไปจากโซฟาที่นอนอยู่เมื่อครู่นี้

“หายไปไหน?”

แว่บหนึ่งเขาคิดว่าเธออาจจะนึกบ้านเลขที่ออกและกลับไปแล้ว ถ้าไม่บังเอิญสะดุดเข้ากับรองเท้าส้นสูงพื้นแดง และแว่วได้ยินเสียงโอ๊กอ๊ากมาจากห้องน้ำ

ร่างสูงรีบก้าวเท้ายาวๆ ตามไปดู ก็พบว่าหญิงสาวกำลังโก่งคอทะเลาะกับชักโครกอย่างเอาเป็นเอาตาย หลังจากอาเจียนจนหมดไส้หมดพุงก็ตะกายมาที่อ่างล้างหน้า ยืนวักน้ำใส่ตัวเองจนเปียกชุ่มไปหมด

“ร้อนจริง”

ยกมือสองข้างขึ้นโบกไปมาพัดลมเข้าหาตัว

“อาบน้ำสักหน่อยดีกว่า” ว่าพลางก็ขยับตัวยุกยิกรูดซิปของชุดที่ใส่ลง แล้วขยับตัวถอด

เฮ้ย!” มือหนารีบดึงบานประตูปิดโดยเร็ว ใจเต้นตึ่กตั่กแรง

ให้ตายเถอะ เขาควรที่จะกระโจนเข้าไปอาบน้ำกับหล่อนเสียให้รู้แล้วรู้รอด ทำไมต้องทำตัวเป็นสุภาพบุรุษสุดติ่งด้วย เขาไม่ได้ไปฉุดคร่าเธอมานี่นา เจ้าหล่อนยิมยอมพร้อมใจที่จะเข้ามาในบ้านกับเขา ในสภาพที่เมาแอ๋ ก็เท่ากับยินยอมพร้อมใจที่จะมีอะไรๆ กับเขา

ลายเสือบนตัวดูเหมือนจะลบเลือนหาย เมื่อกล้าดีที่จะดึงบานประตูปิด ทั้งที่กำลังจะได้เห็นอะไรๆ ที่ก็อยากเห็นอยู่เหมือนกัน แต่สำนึกผิดชอบชั่วดีก็ยังยั้งความอยากและกิเลสเอาไว้ได้เสียก่อน

ฟรานเชสโก้เลือกจะเดินหนีสถานการณ์ที่หวามใจ ก่อนที่ตัวเองจะต้องกลายเป็นผู้ร้ายขึ้นมาจริงๆ

เขานึกแปลกใจที่ผู้หญิงคนนั้นทำราวกับคุ้นเคยเหมือนที่นี่เป็นบ้านตัวเอง ไม่ได้รู้สึกจะตะขิดตะขวงใจเลยแม้แต่นิด

สงสัยว่าจะไปเมานอนค้างอ้างแรมบ้านผู้ชายอื่นจนเคยชินสินะ

ต่อให้สวย เซ็กซี่แค่ไหน แต่ลองว่าทำตัวง่ายไร้ค่าอย่างนี้แล้ว เขาจะไม่เอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเด็ดขาด ของฟรีใครจะไม่ชอบ แต่สำหรับเขาแล้ว ถึงจะฟรีก็ต้องมีคุณภาพ คัดเกรดเหมือนกัน ไม่ใช่มั่วไม่เลือก...นึกตำหนิหญิงสาวอยู่ในใจ

นานเป็นครึ่งค่อนชั่วโมงก็ไม่มีทีท่าว่าคนข้างในจะอาบน้ำเสร็จ และทั้งที่บอกกับตัวเองว่าจะไม่สนใจ แต่สุดท้ายด้วยความสงสัยและสังหรณ์ใจแปลกๆ ก็พาให้เขาเดินไปยืนหยุดหน้าประตู เงี่ยหูฟัง เมื่อไม่ได้ยินเสียงจากข้างใน ก็ยื่นหูไปแนบกับประตู

เงียบกริบจนน่าสงสัย...หวังว่าคงไม่หกล้มหัวฟาดฟื้นตายไปแล้วนะ

เร็วเท่าทันความคิด มือหนาคว้าลูกบิดประตูเปิดผัวะออก กวาดสายตามอง ชุดสีแดงถูกถอดกองกับพื้น ส่วนผู้เป็นเจ้าของกลับนอนหลับตาพริ้มพาดศีรษะอยู่ในอ่างน้ำในชุดคลุมเรียบร้อย

“ให้ตายเถอะ” เขาสบถออกมาอย่างเหลืออด ผู้หญิงคนนี้เกือบทำเขาหัวใจวายตั้งหลายรอบ เจ้าหล่อนมีหน้ามาเมาหลับอยู่ในอ่างอาบน้ำนี่นะ

ร่างสูงยืนเท้าสะเอวพินิจมองพร้อมกับตรองความคิดว่าจะทำยังไงต่อไป ใบหน้าหล่อเหลาขมวดมุ่นครุ่นคิดไม่ตก

และสุดท้ายเขาก็อดรนทนไม่ได้ จำต้องช่วยช้อนร่างอ่อนปวกเปียกนั่นขึ้นมาจากอ่างอาบน้ำ ร่างบอบบางในอ้อมแขนสลบไสลไม่ได้สติ ผมหยักยาวสยายระไปตามท่อนแขนแกร่ง แพขนตายาวปัดงอนเช้งด้วยมาสคาร่า รอบดวงตาเลอะเทอะไปด้วยคราบอายไลน์เนอร์ ถึงกระนั้นก็ยังไม่อาจกลบลบความสวยของเจ้าตัว

ฟรานเชสโก้อุ้มร่างไม่ได้สติกลับไปวางไว้ที่โซฟาซึ่งเจ้าหล่อนเคยยึดครองเมื่อครู่นี้ คนหลับขมุบขมิบปากเหมือนจะพูดอะไร ขยับตัวเล็กน้อยหาท่าทางสบายที่สุด แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมาอีก

“เฮ้อ...” เขาถอนใจ คล้ายจะให้โล่งใจ

แต่กลับไม่...หัวใจหนักอึ้งกับบางสิ่งที่มองไม่เห็น

ภาพคนเมา ไม่ได้สวยงามอะไร แต่กลับดึงดูดใจอย่างประหลาดล้น ใบหน้าคร้ามเข้มชะโงกลงไปใกล้อย่างลืมตัว กลิ่นลมหายใจเจือแอลกอฮอล์อ่อนๆ รวยรินออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงที่อ่อนเฉดลงไปกว่าครั้งแรกที่ได้เห็น แถมยังเลอะไปที่มุมปาก

นึกไม่ออกจริงๆ ว่าถ้าไม่ใช่เขา ตอนนี้เธอจะมีสภาพเป็นอย่างไร

คนนอนหลับไม่รู้ นอนคู้ไม่เห็นคงไม่รู้ตัวหรอกว่าได้สร้างความยุ่งยากลำบากใจ และกระแสปรารถนาอย่างรุนแรงให้กับเขาสักแค่ไหน ใบหน้าคร้ามฉกวูบลงไปหาอย่างห้ามใจไม่อยู่

...จะเป็นไรไป ถ้าเขาจะหากำรี้กำไรเล็กๆ น้อยๆ แลกกับที่ได้ช่วยเหลือเธอ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น