ชู้นอกหัวใจ

ตอนที่ 10 : จุดไต้ตำตอ 45 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ม.ค. 60




“พิจิ...พิจิ...เฮ้! พิจิ”

 กัลยากรโบกมือผ่านหน้าไปมา พร้อมกับเรียกเพื่อนดังๆ อยู่หลายครั้ง กว่าที่คนเหม่อคิดอะไรตามลำพังจะได้สติหันกลับมามองเธอ

“มีอะไรหรือกร?”

“ฉันถามว่าคืนก่อนเธอขับรถถึงบ้านปลอดภัยดีใช่ไหม?” 

ค่ำคืนที่เธอกำลังพยายามลืม...ทำไมต้องมีใครต่อใครมาคอยตอกย้ำด้วย

“อือ” ตอบไม่เต็มเสียง แถมยังไม่สบตาเพื่อนอย่างมีพิรุธ

“บอกว่าถึงบ้านแล้วให้โทรหาด้วยก็ไม่โทร พอเราโทรกลับไปก็ไม่ยอมรับสาย ฉันล่ะหวั่นว่าจะโดนตำรวจจับไปเสียก่อน เล่นดื่มจนเมาแอ๋ขนาดนั้น ก็ยังจะดันทุรังขับรถกลับไปเองอีก”  เพื่อนสนิทบ่นพึมราวกับเป็นแม่มากกว่าเป็นเพื่อน

“สรุปว่าถึงบ้านปลอดภัยดี”

ปลอดภัยจากอะไรล่ะ? ถ้าจากด่านตรวจแอลกฮอล์น่ะ ไม่เจอสักด่าน...แต่ถ้าจากหนุ่มหล่อเพื่อนบ้านล่ะก็...ไม่รอด...ตั้งแต่เช้าวันนั้น เธอก็พยายามหลบหน้าเขาเป็นสามารถ

ถึงจะเมาหนักจนลืมไปหมด แต่ก็ยังโชคดีที่ยามหน้าหมู่บ้านปั่นจักรยานมาบอกตอนสายๆ ว่าเธอจอดรถทิ้งไว้หน้ามินิมาร์ท พิจิกาเลยไม่หน้าแตกไปแจ้งความของหาย

“ตกลงว่าปลอดภัยดี” กัลยกรจี้จะเอาคำตอบให้ได้

ย้ำอีกแล้ว...ย้ำทำไม...กลัวเธอลืมหรือไง?

“อือ ฉันต้องการสมาธิน่ะกัล กำลังคิดแผนงานเสนอลูกค้า” รีบตัดบทคนเซ้าซี้

อีกฝ่ายชะโงกหน้าเข้ามามองมองกระดาษว่างเปล่าตรงหน้า

“อ่านอะไร...ไม่เห็นมีอะไรสักอย่าง แล้วต้องไปนำเสนอเมื่อไหร่ล่ะ?”

“สุดสัปดาห์”

โอ้ย! มีเวลาเตรียมตัวถมถืดไป” อีกฝ่ายว่า ก่อนจะพร่ำพูดอะไรที่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา เพราะเธอไม่ได้สนใจฟัง กำลังพยายามมีสมาธิกับการวางแผนงานใหม่ที่เจ้านายเพิ่งโยนงานมาให้เมื่ออาทิตย์ก่อน

“พักนี้เธอดูเครียดๆ ไปนะ เรื่องงานน่ะเพลาๆ เสียมั่ง ยังไงก็ผ่านฉลุยทุกครั้งอยู่แล้ว เอาเวลามาคิดเรื่องหนุ่มๆ ให้กระชุ่มกระชวยหัวใจดีกว่า” คนว่ายิ้มดวงตาพราวทำท่าฝันหวาน

หากคนฟังไม่รู้สึกไปด้วยอย่างนั้น...ก็เพราะไอ้เรื่องหนุ่มๆ นี่แหละที่ทำให้เธอกลัดกลุ้มหัวใจอย่างนี้

“คืนวันศุกร์นี้มีปาร์ตี้คนโสด...ที่คลับยี่สิบห้า ไปด้วยกันนะ...นะ...”

ดูเหมือนว่าหากไม่ได้คำตอบที่พอใจ กัลยกรคงไม่ยอมไปไหนแน่ๆ 

“รอพรีเซ้นต์งานผ่านก่อนนะ ไว้จะให้คำตอบ”

โอ้ย! จะคิดมากอะไร แฟนก็ไม่มี นี่ล่ะเป็นโอกาสอันดีที่สุดแล้ว เลิกงานกลับบ้านก็ต้องไปนั่งหง่าวหน้าทีวี น่าเบื่อจะตาย” เพื่อนสาวโสดลากเสียงยาว

ใครว่าน่าเบื่อ...กลับบ้านไปเธอได้ลุ้นใจเต้นโครมครามว่าจะไปจ๊ะเอ๋หนุ่มหน้าเข้มที่ย้ายมาเป็นเพื่อนบ้านหมาดๆ เอาหรือเปล่า?

ทั้งที่พยายามจะไม่คิดถึงมัน แต่ก็คงมองหน้าเขาไม่ติด และไม่รู้จะปั้นหน้าอย่างไรตอนที่เจอกัน

+++++++++

 

“ตาลชอบไอเดียของคุณมากเลยค่ะ การตลาดวิธีนี้ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน”

คำชื่นชมของผู้บริหารระดับสูงแต่อายุอานามดูเหมือนจะมากกว่าเธอไม่กี่ปี ทำให้พิจิกายิ้มออกมาได้ รู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดหน่อยที่แผนงานที่นำเสนอลูกค้าดูท่าจะผ่านฉลุย

“แต่ตาลอยากขอเพิ่มเติมรายละเอียดอีกสองสามอย่าง เน้นที่มันตรงกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเรา”

พิจิกาพยักหน้าอย่างยินดีรับฟัง

“คุณตาลคะ ใกล้เวลาแล้วนะคะ อย่าลืมนัดสำคัญ” สุมาลีเลขาของศกุนตลาเตือนเจ้านาย

อุ๊ย! คุยกันเสียเพลิน จะเป็นไรไหมคะถ้าตาลจะขอรบกวนคุยกับคุณพิจิเรื่องนี้กันอีกครั้งสัปดาห์หน้า”

“ไม่มีปัญหาค่ะ นัดเวลามาได้เลย เพราะพิจิมีหน้าที่ดูแลบริษัทของคุณตาลโดยตรง”

“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะคะ พอดีวันนี้มีนัดสำคัญจริงๆ ค่ะ” คนพูดยิ้มขวยเขิน

“ไม่เป็นไรค่ะ เชิญตามสบาย”

พิจิกาหยิบแฟ้มโปรเจ็คที่นำเสนอทั้งหมดลงกระเป๋าเอกสารเพื่อที่จะกลับบริษัท อันที่จริงก็ใกล้จะได้เวลาเลิกงานของเธอแล้วเช่นกัน

“สวยแล้วค่าคุณตาล ซับหน้าอีกนิด เติมแป้งกับลิปสติกอีกหน่อย เปลี่ยนชุดที่พี่เตรียมไว้ให้ แค่นี้ก็เป๊ะแล้ว”

“ขอบคุณพี่สุมากนะคะ ที่ช่วยจัดการทุกอย่างให้”

“ไม่เป็นไรค่า มันเป็นหน้าที่ของเลขาเบอร์หนึ่งอยู่แล้ว”

“งั้นรบกวนพี่สุช่วยส่งคุณพิจิแทนตาลด้วยนะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” พิจิการีบปฏิเสธ

“ด้วยความยินดีค่า” หากสุมาลีรีบรับคำเจ้านาย พาเธอเดินออกจากห้องทำงานของผู้บริหารสาวเพื่อไปส่งตามคำสั่ง พิจิกาจึงถือโอกาสนี้พูดคุยกับเลขาของศกุนตลาซึ่งเป็นลูกค้ารายใหม่ที่มาใช้บริการที่ปรึกษาวางแผนการลงทุนกับบริษัทของเธอเพื่อจะทำความรู้จักอีกฝ่ายดีขึ้น

“คุณตาลจะไปไหนหรือคะ?”

“งานแต่งงานเพื่อนเธอน่ะค่ะ แต่งานนี้ควงสามีไปด้วย เลยต้องสวยเป็นพิเศษ”

“คุณตาลแต่งงานแล้วหรือคะ?” ถามอย่างประหลาดใจนิดๆ เพราะในนามบัตรที่เธอได้รับมา ทั้งคำนำหน้าและนามสกุลดูเหมือนยังเป็นชื่อเดิม

“อู้ย แต่งนานแล้วค่าสองปีได้แล้ว แต่ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน สามีคุณตาลบ้างานน่ะค่ะ”

พิจิกาพยักหน้ารับรู้เพียงแค่นั้น ไม่ได้สนใจจะซักถามต่อเพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับงานของเธอ กระทั่งเดินมารอหน้าลิฟต์ ผู้ชายคนหนึ่งก็ก้าวออกมา ตัวเธอชาวาบไปเลยทีเดียว

อ้าว! คุณกัน มาถึงแล้วหรือคะ? คุณตาลรออยู่ที่ห้องทำงานแน่ะค่ะ”

กันตทัศน์มองหญิงสาวที่ยืนเคียงข้างสุมาลีเลขาของภรรยาอย่างอึ้งงันไปเช่นกัน

“คุณพิจิคะนี่คุณกัน สามีคุณตาลค่ะ แล้วนี่คุณพิจิจากบริษัทที่ปรึกษาการลงทุน” เลขาสาวทำหน้าที่แนะนำสถานะตามความเป็นจริงของทั้งสองให้รู้จักกัน

พิจิกาปั้นหน้าไม่ถูก เธอยกมือไหว้อีกฝ่ายไปตามมารยาท เช่นเดียวกับกันตทัศน์ที่ยกมือรับไหว้ พยักหน้าแล้วขอตัวเดินจากไปทันที

“คู่นี้เห็นเงียบๆ เรียบร้อย แต่หวานกันตลอด นี่ก็ลุ้นอยู่ว่าเมื่อไหร่จะมีลูกเสียที เป็นไงคะ หล่อสวยสมกันไหม?”

หูตาเธอพร่าลาย อยากให้คำพูดของสุมาลีแค่ผ่านเข้าหูซ้ายแล้วทะลุออกหูขวาไป ไม่ใช่ตอกลิ่มทิ่มแทงหัวใจจนเจ็บหนึบ หน้าชารู้สึกอับอายเหลือเกิน แม้ใครจะไม่รู้ว่าเธอรู้จักสามีของลูกค้าในอีกฐานะหนึ่ง สถานะที่น่าอดสูเหลือเกิน

“คุณพิจิคะ คุณพิจิ” สุมาลีเรียกหญิงสาวที่ไม่ตอบคำถาม แถมยังนิ่งไปคล้ายโดนสต๊าฟ หน้าหรือก็ซีดเผือดแทบไร้สี

“คุณพิจิ” จับที่ต้นแขนอีกฝ่าย

“คะ” พิจิกาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ

“ลิฟต์มาแล้วค่ะ ยังไงเดี๋ยวพี่ขอส่งตรงนี้เลยก็แล้วกันนะคะ”

“อ๋อค่ะๆ ได้ค่ะ” รับคำลาอีกฝ่าย ก่อนจะก้าวขาที่หนักอึ้งเข้าไปภายในลิฟต์

“บ๊าย...บายค่ะ” สุมาลีโบกมือส่งเธอกระทั่งบานประตูลิฟต์ปิดลง

พิจิกาตัวสั่นเทาน้อยๆ รู้สึกคล้ายกับหายใจไม่ออก มันแน่นหน้าอกจุกไปหมด สองครั้งในรอบสัปดาห์ที่เธอเจอเหตุการณ์อย่างนี้ฟาดหน้าจนมึนงง

ศกุนตลาเองหรอกหรือคือเมียตบเมียแต่งที่เขาบอกว่ากำลังจะหย่าขาดจากกัน

ศกุนตลาที่ทั้งสวยและน่ารักไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเธอเลยสักนิด แถมหน้าที่การงานก็เป็นถึงผู้บริหารในเครือบริษัทยักษ์ใหญ่

ทำไมเธอถึงไม่เฉลียวใจ ใคร่รู้จักผู้หญิงอีกคนของแฟนตัวเองมาก่อน กลับหยิ่งผยองคิดไปเองว่าเธอเหนือกว่าฝ่ายนั้นเสียทุกอย่าง

ทั้งที่ในความเป็นจริง กลับตรงกันข้าม ไม่มีอะไรที่ศกุนตลาสู้เธอไม่ได้ แถมเจ้าหล่อนยังกอดใบทะเบียนสมรส ขึ้นชื่อว่าเมียออกหน้าออกตาผิดกับเธอซึ่งมีสถานะเป็นแค่ผู้หญิงหลบๆ ซ่อนๆ ของเขา

หัวจิตหัวใจเธอฟีบแฟบห่อเหี่ยว รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตัวมันชา แขนขาเหมือนจะไร้เรี่ยวแรง หัวตาร้อนผะผ่าว วาวน้ำตาคลอวับเคลือบฉาบดวงตาคู่สวยขึ้นมา เมื่อระลึกได้ว่า เธอต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบทุกอย่าง

ทั้งยอมกล้ำกลืนฝืนทนอยู่ในสภาพอย่างนี้ ทั้งที่ตัวเองมีทางเลือกตั้งมากมาย ผู้ชายมากหน้าหลายตาที่ดาหน้าเข้ามาจีบเธอ รูปสมบัติ คุณสมบัติ ทรัพย์สมบัติ ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันตทัศน์แม้แต่นิด แต่เธอกลับเลือกคบผู้ชายมีพันธะ ที่ไม่อาจมอบความรักให้เธอได้ทั้งหมด...ทำไมกัน?

ก็หัวใจไม่รักดีไง...เธอเฝ้าโทษมันไปไม่รู้กี่ครั้ง

แต่เธอเป็นเจ้าของมัน...เจ้าของชีวิต เจ้าของจิตใจนี้ แล้วทำไมถึงปล่อยให้ความรู้สึกควบคุมชีวิตทั้งหมดด้วยเล่า ถอนตัวตอนนี้ยังไม่สาย เธอก็แค่เสียใจอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่เสียตัว

เสียตัว...พอนึกถึงคำนี้ขนก็ลุกซู่กรูเกรียวขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง

นานนับสัปดาห์ที่เธอพยายามหลบหน้าหลบตาหนุ่มข้างบ้าน ที่ดูเหมือนพยายามจะเข้ามาทำความรู้จัก

ไม่...เธอไม่อยากรู้จักเขามากไปกว่านี้ เธอทำตัวไม่ถูก ทำหน้าไม่ถูก เวลาที่ต้องเผชิญหน้ากัน คนเคยลึกซึ้งกันไปถึงขั้นไหนๆ จะกลับมานับเริ่มต้นหนึ่งเป็นเพื่อนกันใหม่ คงตะขิดตะขวงใจไม่น้อย

เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าดังขึ้น ทันทีที่ขาก้าวออกจากลิฟต์ของตึกสูงยี่สิบชั้น

“ฉันรออยู่ที่บริษัทนะ”

คือประโยคแรกของกัลยกร

“รอ...รอทำไม?”

อ้าว! ก็นัดปาร์ตี้ไง อย่าบอกนะว่าลืมไปแล้ว?”

เธอรับปากว่าจะไปงั้นหรือ?

ตอนนี้ในหัวกำลังปวดหนึบ สติสตังยังไม่กลับมาเต็มที่ และก็เพราะเมาจนหัวทิ่มจำอะไรไม่ได้นั่นหรอกไม่ใช่หรือ ที่ทำให้เธอก้าวข้ามผ่านความสัมพันธ์ปกติที่ควรจะเป็น กระโดดขึ้นเตียง เอ๊ะ! หรือว่าโซฟา ที่ไหนก็ไม่รู้ล่ะกับผู้ชายแปลกหน้าเมื่ออาทิตย์ก่อน

จะที่ไหนก็ช่างเถอะ เพราะเธอจำอะไรไม่ได้เลย ตื่นขึ้นมา มันก็ผ่านไปแล้ว

ให้ตายสิ!...ไม่คิดเลยว่า พิจิกา ปุณยวัธน์ คนที่วางตัวดีมาตลอด จะมาพลาดพลั้งเอาง่ายๆ

“ว่าไงล่ะ? เธอจะไปด้วยหรือเปล่า?”

ถ้าไม่ไปงานนี้กับเพื่อน แล้วเธอจะไปไหน? ใช้เวลาค่ำคืนปวดใจที่ยาวนานกับใคร หรืออะไรดีล่ะ?

เธอมีทางเลือกที่ดีกว่าไปปาร์ตี้กับเพื่อนสนิทงั้นหรือ?

“ไปก็ไป”

มันน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของคนปวดใจอย่างเธอในเวลานี้

ความคิดเรื่อยเปื่อย พาเธอเดินมาจนถึงรถ นิ้วหัวแม่มือกดปลดล็อคประตู ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถคู่ใจ แผ่นหลังทิ้งลงไปบนเบาะอย่างเหนื่อยแสนเหนื่อย

ถ้าเป็นไปได้ เธออยากเลือกที่ไม่รู้จักเขา...ไม่รู้จักกันตทัศน์

ถึงเขาจะเคยทำให้เธอยิ้ม...ทำให้เธอหัวเราะ...ทำให้เธอมีความสุข แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่จีรังยั่งยืน ตอนนี้เธอมีแต่ความทุกข์ตรมขมขื่นที่ปลดปมปัญหานี้ให้ตัวเองไม่ได้

เส้นทางเดินระหว่างเธอกับเขาในวันข้างหน้า...ช่างมืดมนจนมองไม่เห็น

ครั้นจะตัดใจ เลิกรักใคร่ไยดี...ก็ยากเย็นเหลือเกิน

บางทีปาร์ตี้ในค่ำคืนนี้จะช่วยให้เธอได้พบใครสักคน...คนที่เธอจะเป็นเจ้าของเขาได้อย่างแท้จริง สุดจิตสุดใจ โดยไม่ต้องรอคอยความหวังลมๆ แล้งๆ ที่ไม่มีวันจะมาถึงก็ได้

+++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น