ตอนที่ 42 : > The Last Chapter <

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 852
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    9 ก.ค. 60


> The Last Chapter <


พี่ยูโรปล้ำจูบผมจนพอใจแล้วก็ถอนริมฝีปากของตนเองออก สังเกตเห็นว่าริมฝีปากของเขาที่อยู่ตรงหน้าผมน่ะมีสีแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่อยากนึกถึงปากของตัวเองเลยว่าที่เพิ่งถูกดูดดึงไปน่ะมันจะแดงกว่าของเขาสักกี่เท่ากัน


"ปล่อย!" ผมดิ้นหนีจากอ้อมแขนคนใจร้าย ปล่อยให้ผมเฝ้าคิดถึงแต่ตัวเองกลับมายิ้มรื่นมีความสุขอยู่ที่นี่งั้นเหรอ


"ไวท์... ฟังพี่ก่อนสิครับ" เขากอดเอวผมแน่นขึ้นกว่าเก่าและดันร่างผมให้ถอยหลังไปติดที่มุมของกำแพง


"ปล่อย...ไวท์จะไปหาเพื่อน"


"เพื่อนมาด้วยเหรอครับ" ผมไม่ตอบ เขาจึงเลื่อนมือข้างหนึ่งมาลูบแก้มผมเบาๆ แววตาอบอุ่นห่วงใยที่โหยหานั้นทำให้ผมแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่... เสียใจที่ต้องไปเห็นภาพแบบนั้น


"ไวท์ครับ... ฟังพี่นะ"


"ปล่อยไวท์" ดิ้นหนีทั้งที่รู้ว่าหนีไม่พ้น


"วันนี้เป็นวันหยุด เราเลยออกมาเดินเล่นด้วยกัน แต่ไม่มีอะไรมากกว่านั้นเลยจริงๆ"


"ถ้าไวท์..." ผมเริ่มพูดขึ้น


"..."


"ถ้าไวท์มากับคนอื่นแบบนี้บ้าง แล้วพี่ยูมาเจอ พี่จะรู้สึกยังไงครับ" ผมจ้องมองไปที่ใบหน้าของเขา เจ้าตัวเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะตอบ

 

"พี่จะเลือกฟังไวท์ก่อน"


"..."


"เพราะพี่รู้จักไวท์ดี ถึงจะไม่ไว้ใจคนอื่นแต่พี่ก็เชื่อใจไวท์"


"..."


"ไวท์ล่ะครับ เชื่อใจพี่มั้ย" ผมนิ่งไม่ตอบ... ไม่เคยไม่เชื่อใจเขา แต่บางทีมันก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้อดคิดมากไม่ได้ "แฟนพี่น่ารักขนาดนี้ใครจะนอกใจลง หืม..." สุดท้ายน้ำตาที่อุตส่าห์กลั้นไว้ก็ไหลออกมาเพราะฝ่ามือหนาที่กำลังลูบหัวผมอยู่ในตอนนี้ ผมแพ้เขาทุกอย่างนั่นแหละ... แพ้ตั้งแต่เห็นหน้าเขาแล้ว


"ดีใจที่ไวท์มานะ" เขาดึงร่างผมเข้าไปกอด เป็นกอดที่ผมคิดถึงจนต้องวาดวงแขนรัดร่างสูงเต็มแรงและซุกใบหน้าลงตรงหน้าอกแกร่งที่คุ้นเคย


"ฮึก... ฮือ..."


"คิดถึงนะครับ" เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ความอบอุ่นจึงแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่อากาศเย็นๆ โดยรอบในขณะนี้


"ฮือ ไวท์ก็คิดถึงพี่ยู..." คิดถึงมากด้วย


"ไม่ต้องร้องแล้วนะ" เขาคลายอ้อมกอดแล้วบรรจงเช็ดน้ำตาที่แก้มของผม ก่อนจะประทับริมฝีปากมาที่เปลือกตาของผมทั้งสองข้าง สัมผัสอุ่นวาบช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดอาการปวดหนึบที่ตาได้เป็นอย่างดี

 

“เราไปกันเถอะ” พี่ยูเอื้อมมือมาสัมผัสที่มือผมแล้วชักนำให้ออกจากมุมตึกไปด้วยกัน


“ไปไหน” เขาหันกลับมามองเมื่อผมยังคงไม่ได้เดินไปตามแรงที่เจ้าตัวกำลังพาให้ไป


“ไปเดินเล่นกัน พี่จะพาเที่ยว”


“ไวท์ยังไม่ได้บอกปอนด์เลย”


“อ้อ ปอนด์นีก็ปิดเงียบไม่บอกพี่ซักคำว่าจะมา เอางี้ ไวท์โทรบอกปอนด์เลยครับว่าเจอพี่ แล้วพี่กำลังจะพาไวท์ไปเที่ยว ช่วงเย็นๆ เราค่อยเข้าไปเอากระเป๋ามาไว้ที่บ้านพี่”


“ฮะ!” พูดเองเออเองเสร็จสรรพ ความเผด็จการนี่ต้องยกให้เขาคนเดียวเลยจริงๆ


“ไม่ต้องฮะหรอก เอาตามที่พี่บอกนั่นแหละครับ... คิดถึงเราจะแย่อยู่แล้ว” นิ้วโป้งเขาเกลี่ยเบาๆ อยู่ที่ฝ่ามือผมแบบนี้แล้วมันรู้สึกมวนท้องแปลกๆ ยังไงชอบกล ยิ่งสายตาของเขาที่ผมอ่านไม่ออกด้วยแล้วก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ว่าประโยคที่เขาพูดมาเมื่อสักครู่นี้มีความนัยอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า

 

 


“เฮียยย โคตรคิดถึงเลยยย” ผู้ชายที่โอเวอร์แอคติ้งนั้นมีคนดียวในกลุ่มครับ ทันที่พี่ยูโรพาผมกลับมาที่โรงแรม ไอ้ปอนด์ก็โผเข้ากอดพี่ชายมันด้วยความคิดถึงโดยไม่แคร์ว่าพี่ยูโรจะถือถุงในมือไว้มากแค่ไหน


“กอดแน่นอะไรขนาดนั้นวะหายใจไม่ออก” พี่ยูโรพูดขำๆ แล้วพยายามดิ้นหนีจากการกอดรัดรุนแรงนั้น ไอ้ปอนด์ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะคลายอ้อมกอดออกแล้วถอยหลังมามองร่างของพี่ชายตนเองที่ไม่ได้เจอกันหลายเดือน


“ไม่เจอกันนานเฮียหล่อขึ้นปะเนี่ย” มันเอ่ยทัก


“ของอย่างนี้มันแน่อยู่แล้ว” จ้า... เอาที่พวกคุณสบายใจเลย


“เฮียหวัดดีครับ” ไอ้เวฟที่นั่งอยู่บนเตียงยกมือไหว้พี่ยูโรเป็นการทักทาย เขาพยักหน้าและยิ้มรับเบาๆ


“ว่าแต่ถือของอะไรมาเยอะแยะอะ เชดโด้! แบรนด์เนมของฝากปอนด์ใช่มั้ย” มันเอื้อมมือไปจับถุงต่างๆ ในมือของพี่ชายตัวเองอย่างสนใจแล้วอ่านชื่อแบรนด์สินค้าที่ติดอยู่บนถุงด้วยความดีใจประหนึ่งเขาซื้อมาให้มันจริงๆ


“ไม่ใช่ของแก... ของไวท์” ครับ ไอ้ทั้งหมดในมือเขาน่ะมันของผมทั้งนั้นเลย... โดยที่ผมไม่ได้เป็นคนจ่ายเงินด้วยนะ


“ไรวะเฮีย! สายเปย์เหรอเราน่ะ” มันทำหน้าง้ำงอตัดพ้อพี่ชายตัวเอง โตเป็นควายยังทำตัวเป็นเด็กๆ อีกนะมึง


“นิดหน่อยน่ะ”


“ไม่นิดแล้วเฮียยยย เดี๋ยวนี้น้องชายแม่งสำคัญไม่เท่าเมียละดิ!


“มึงเลิกเพ้อเจ้อดิ๊ปอนด์” ผมบอกไอ้คนที่ยืนงอนอยู่ข้างๆ


“รู้ตัวก็ดีแล้ว” ถึงพี่ยูโรจะพูดขำๆ แต่มันก็ยังดูงอนไม่เลิก


“เวฟฟฟ มึงดูเฮียกูดิ!!!” มันวิ่งไปล้มทับไอ้เวฟบนเตียงจนคนถูกทับแทบจะถีบมันกระเด็นอกมา โชคดีที่มันยังใจดีเลยได้แค่ใช้เข่ากระทุ้งไอ้ขี้งอนให้ล้มลงนอนข้างๆ เฮ้อออ ผมอยากได้ของพวกนี้ก็จริงอยู่แต่อยากซื้อมันด้วยตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าผมเดินเข้าร้านไหนพี่ยูโรก็ตามมาจ่ายเงินให้แบบนี้ทุกร้าน แถมยังบังคับให้เอานู่นเอานี่อีก T^T โคตรรู้สึกเกรงใจเลยแต่ก็แพ้ความเผด็จการของเขาอยู่ดีนั่นแหละ


“ของพวกนี้เฮียตั้งใจจะซื้อให้ไวท์เป็นของฝากอยู่แล้ว แต่ไวท์มาถึงที่นี่ก็เลยซื้อให้เลย” พี่ยูโรค่อยๆ เดินไปที่เตียงแล้ววางถุงทุกอย่างลงพื้นก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์ตัวเองออกมาจากเสื้อโค้ท


“ส่วนของแก... ถ้าอยากได้อะไรก็ไปรูดเอา” ทันทีที่เขาพูดจบไอ้ปอนด์ก็เด้งตัวขึ้นมาแล้วกระโดดลงจากเตียงไปทำท่าคุกเขาอยู่ที่พื้น พร้อมยื่นมือไปรับบัตรเครดิตจากพี่ชายด้วยสีหน้าที่แตกต่างจากก่อนหน้านี้ลิบลับ ไอ้ตอแหล!


“ปอนด์รู้อยู่แล้วว่านอกจากเฮียจะหล่อแล้วยังเป็นคนใจดีอีก ปอนด์จะใช้มันให้คุ้มค่าที่สุดครับ” เกลียดสีหน้ามันฉิบหาย นี่พี่ยูโรไม่รู้หรือไงว่ามันใช้เงินเก่งแค่ไหน เคยเห็นวันที่มันพาหญิงไปเดทแล้วถอยแบรนด์เนมให้พวกเธอครั้งละหลายๆ หมื่นแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าถ้าบัตรอันมีค่านี้อยู่ที่มือมันแล้วจะหมดไปเยอะแคไหนเออแต่ตระกูลนี้รวยมากคงไม่เป็นปัญหา - -*


“ไม่ต้องห่วงครับเฮีย เดี๋ยวผมช่วยดูมันเอง” ทำไมกูรู้สึกถึงรังสีความเป็นเมียดุๆ มาจากไอ้เวฟ และรังสีความเกลียมัวมาจากไอ้ปอนด์วะ... หรือจะคิดมากไปเอง?


“ยังไงก็ฝากด้วย... งั้นเฮียกับไวท์ไปก่อนนะ”


“แหมๆ ได้ผัวแล้วลืมเพื่อนเลยนะหมาไวท์ หน้าระรื่นแตกต่างจากวันที่ร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะโดนผัวทิ้งเล้ยยย” เกลียดมึง
! ไอ้ปอนด์! นี่มันจะพูดจาไพเราะให้เกียรติวงศ์ตระกูลตัวเองบ้างไม่ได้เลยใช่มั้ย!


“ไอ้ปอนด์! กูบอกผัวกูคำเดียวเขาเอาบัตรเครดิตคืนจากมึงแน่!” ไอ้เวฟหลุดขำพรืดไม่ต่างจากพี่ยูโรที่หัวเราะซะดังลั่น ก็ใครจะไปทนให้มันมากระแนะกระแหนแซวห่าเหวอะไรตลอดเวลาล่ะ คราวนี้มึงต้องโดนแก้แค้นไอ้เชี่ยปอนด์!


“มึงคิดว่ากูลัวมึงเหรอ!


“มึงจะลองดูมั้ยล่ะ!


“เออ! กูกลัว!

 


            เราเดินจับมือกันไปตามทางเดินในเวลาช่วงเย็นของวัน สองมือที่กระชับจับกันแน่นไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยแม้มืออีกข้างจะทำหน้าที่แบกกระเป๋าและถุงข้าวของมากมายแค่ไหน รอบกายเต็มไปด้วยผู้คน สิ่งปลูกสร้าง และรถยนต์ที่แปลกตา ถึงกระนั้นผมกลับรู้สึกสบายใจที่สามารถแสดงความรักกับคนรักได้อย่างที่ไม่มีใครมองเราด้วยสายตาแห่งความสงสัยหรือเคลือบแคลงใจ การอยู่ในที่ที่ไม่มีคนรู้จักเรามันดีอย่างนี้นี่เอง


            เราแวะทานข้าวเย็นกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ก่อนใช้เวลาเดินกันมาไม่นานก็มาหยุดยืนอยู่ที่บ้านพักสองชั้นขนาดกำลังดีหลังหนึ่งซึ่งหน้าบ้านมีรูปปั้นรูปแมวสีขาวที่เป็นจุดสังเกต ทำให้แม้ว่าบ้านที่เรียงรายติดกันนี้จะมีรูปลักษณ์ภายนอกที่เหมือนกันมากแค่ไหน ก็จะสามารถแยกความแตกต่างของบ้านหลังนี้ออกจากหลังอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย


“อ้าว! พี่ยูโร น้องไวท์” เสียงคุ้นหูเรียกให้ผมหันไปยังบ้านหลังข้างๆ เจอคุณมิ้นท์ที่เดินเอาฝักบัวเล็กๆ มารดน้ำต้นไม้หน้าบ้านของเธอเอง


“สวัสดีครับ คุณมิ้นท์” ผมยกมือไหว้ทักทายเธอ


“ไม่ต้องเรียกคุณหรอกค่ะ เรียกพี่มิ้นท์ดีกว่า”


“เอ่อ... ครับ”


“แล้วนี่น้องไวท์มาถึงนานรึยังคะ” เธอพูดพลางรดน้ำต้นไม้ในกระถางเล็กๆ หลายใบหน้าบ้าน ซึ่งก็คงเป็นจุดสังเกตให้บ้านของเธอได้เหมือนกัน


“เพิ่งมาถึงวันนี้เองครับ”


“อย่างนั้นเหรอคะ ยังไงก็... เที่ยวให้สนุกนะคะ” ก่อนเดินเข้าบ้าน... รอยยิ้มที่ผมได้รับนั้นแตกต่างจากทุกที เพราะมันเป็นรอยยิ้มที่ผมสัมผัสได้ว่ามาจากความจริงใจและไม่มีอะไรแอบแฝง แม้ว่าในรอยยิ้มนั้นจะมีแววหม่นเศร้าเล็กๆ อยู่ด้วยก็ตามที


            ผมเดินตามร่างสูงเข้ามาในบ้านขนาดกำลังน่ารักซึ่งสามารถอยู่กันสักสามสี่คนได้อย่างสบายๆ มุมนั่งเล่นมีโซฟาขนาดกะทัดรัดอยู่หน้าโต๊ะไม้ตัวเตี้ยๆ ใกล้ทีวีจอหนาที่ดูย้อนยุคนิดๆ ถัดไปเป็นเตาผิงแบบในการ์ตูนที่ผมชอบดูตอนเด็กๆ แม้มันจะถูกเลิกใช้และแทนที่ด้วยฮีตเตอร์แล้วก็ตาม ผมยังรู้สึกว่ามันสร้างเสน่ห์ให้กับบ้านหลังนี้ซึ่งคล้ายกับบ้านฝรั่งในจินตนาการของผมอยู่ดี

 


พรึ่บ!


แรงสวมกอดจากทางด้านหลังทำให้ผมหลุดออกมาจากโลกแห่งจินตนาการ เจ้าของกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยกำลังซุกใบหน้าลงที่หลังคอของผมและเป่ารดลมหายใจมาที่ซอกคอ ผมครางฮือประท้วงคนที่กำลังพยายามจะเลื้อยทั้งมือและใบหน้ามาสัมผัสร่างกายภายใต้เสื้อผ้าของผม


“พี่ยูครับเดี๋ยวก่อน...”


“พี่คิดถึงไวท์” ผมได้ยินคำนี้เป็นรอบที่เท่าไหร่ก็จำไม่แล้ว แต่ทุกครั้งที่ได้ยินก็พลันทำให้หัวใจเต้นแรงอยู่ร่ำไป เขาพลิกตัวผมให้หันไปหาแล้วโน้มริมฝีปากมาเข้ามาจูบแบบสูบพลังผมไปเกือบหมดอีกเช่นเคย


            ระหว่างที่ริมฝีปากและลิ้นร้อนยังคงเกี่ยวพันกันอยู่ เสื้อผ้าหนาๆ ของผมก็หลุดหายไปทีละชิ้นๆเช่นเดียวกับของคนตรงหน้า ผมถูกดันให้นอนลงที่โซฟาตามด้วยร่างสูงที่ขึ้นมาคร่อมร่างแทบจะทันที ดูเหมือนว่าผมกำลังจะจมลงไปกับโซฟาตัวเล็กนี้เพราะเขาโถมร่างลงมาอย่างหนักหน่วงและเริ่มกอดรัดจนเริ่มจะหายใจไม่ออก


"อื้อออ พี่ยูเดี๋ยวก่อนครับ" ผมดันหน้าอกเขาออกห่างเล็กน้อย ก่อนจะหมดลมหายใจจากการตักตวงของเขาไปเสียก่อน แววตาร้อนแรงแห่งความต้องการนั้นทำเอาผมถึงกับหน้าขึ้นสี ตอนนี้เขาดูเซ็กซี่และน่ามองมากๆ


"ว่าไงอีกครับ" เขาพูดเสียงพร่า ผมหลบสายตาก่อนจะพูด


"ตรงนี้มันแคบ ไวท์อึดอัด" เขายิ้มมุมปากก่อนจะประคองร่างผมแล้วกึ่งลากกึ่งจูงให้ขึ้นบันไดไปที่ชั้นสอง ระหว่างนั้นเขาก็ไล่ปล้นจูบผมตั้งแต่บันไดขึ้นแรกไปจนถึงบันไดชั้นบนสุด เรียกได้ว่าหากผมจะขัดขืนหรือห้ามอะไรเขาก็ไม่ฟังแล้วเพราะเสียงลมหายใจหนักๆ นั้นบอกได้เป็นอย่างดีว่าพี่ยูโรมีความรู้สึกต้องการมากแค่ไหน

 

ผมถูกดันร่างเปลือยเปล่าลงกับเตียงนุ่ม ไม่มีเวลารู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำว่าเสื้อผ้าหลุดไปตอนไหน เช่นเดียวกับเวลาที่จะพิจารณาลักษณะของห้องนอนก็กลายเป็นศูนย์ เมื่อตรงหน้าผมนี้เห็นแต่เพียงแววตาอันร้อนแรงจากคนรักที่พร้อมจะแผดเผาทั้งใจและกายของผมให้ลุกเป็นไฟ


"อ๊ะ..." แม้นิ้วมือของเขาจะแทรกเข้ามาในกายอย่างยากลำบากแค่ไหน เขาก็ยังคงอ่อนโยนและทำให้ผมไม่รู้สึกเจ็บปวดมากนักเพราะถูกความรู้สึกเสียวซ่านเข้ามาแทนที่

 

ไม่นานสิ่งที่ใหญ่กว่านิ้วมือหลายเท่าก็เข้ามาแทนที่ในร่างกายของผมอย่างช้าๆ "อื้อ... เจ็บ..."


"อะ... พี่ขอโทษครับ ไวท์ผ่อนคลายนะ" เขาโน้มหน้าลงมาจูบผมเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและค่อยๆ แทรกกายเข้ามาได้จนสุด พี่ยูโรมีสีหน้าเหยเกจากการที่ต้องบังคับตัวเองไม่ให้รีบขยับเพื่อให้ผมได้ปรับตัว ไม่อยากให้เขาทรมานนานเกินไปแต่ความจุกทำให้พูดอะไรไม่ออก ผมเลยทำได้แค่ค่อยๆ ขยับสะโพกตัวเองขึ้นลงช้าๆ อยู่ใต้ร่างเขา พี่ยูโรยิ้มกริ่มอย่างพอใจก่อนจะขยับสะโพกมาในจังหวะที่สวนทางกับผม


"อ๊ะ อ๊ะ..." เมื่อเครื่องติดแล้วเขาก็ใส่ไม่ยั้งจนร่างกายผมโยกคลอนไปตามแรง เช่นเดียวกับเสียงเตียงไม้ที่ดังเอี๊ยดอ๊าดจนผมรู้สึกอายจึงต้องมุดหน้าลงกับหมอนที่ตัวเองหนุน  ความโหยหากันและกันทำให้บทรักในครั้งนี้ดูจะร้อนแรงกว่าในทุกครั้งที่ผ่านมา ผิวเนื้อของผมถูกสร้างรอยรักไว้แทบทุกตารางนิ้วที่ริมฝีปากเขาลากผ่าน เช่นเดียวเดียวกับสะโพกของผมที่ไม่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระเลยจนกระทั่งความเหนื่อยล้านั้นนำพาสติผมให้ดับวูบไป

 

 

ตลอดสัปดาห์ที่อยู่ที่อังกฤษผมเที่ยวกับเพื่อนๆ ด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า ตาโหลเพราะอดหลับอดนอน ที่สำคัญคือเดินไม่ค่อยทันเพื่อนคนอื่นๆ... และต้นเหตุก็คือพี่ยูโรคนหล่อคนดีที่ไม่มีเลยสักครั้งที่จะให้ผมได้นอนพักผ่อนอย่างสบายๆ เพราะเขาเล่นจับผมกดทุกวันหลังอาหารเย็นประหนึ่งกินยารักษาโรค โดยให้เหตุผลที่ผมฟังแล้วโคตรจะเอือมนั่นก็คือ... พี่คิดถึงไวท์ หรือไม่ก็... ไวท์น่ะยั่วพี่อะไรทำนองนี้... ก็รู้ว่าห่างหายจากเรื่องนี้ไปนานแต่ก็ไม่คิดว่าจะต้องสม่ำเสมอขนาดนี้นี่ T^T


“ไวท์”


“ครับ” ผมขานรับโดยที่ตาและมือยังคงง่วนอยู่กับการจัดกระเป๋าเดินทางเพราะพรุ่งนี้ก็ต้องเดินทางกลับแล้ว ของที่ซื้อมาเยอะจนพี่ยูโรต้องเอากระเป๋าของเขามาให้ผมใส่ของกลับกันเลยทีเดียว


“เดี๋ยวพี่จะกลับไทยกับไวท์ด้วยนะ” จากที่ก้มหน้าก้มตาจัดของก็ต้องหยุดลงเพื่อหันไปมองหน้าคนที่นั่งอยู่บนเตียง


“พรุ่งนี้น่ะเหรอครับ”


“ครับ พี่ได้วันหยุดมาห้าวันเลยคิดว่าจะกลับไปเยี่ยมพ่อกับแม่ด้วย” ผมยิ้มและพยักหน้าน้อยๆ ดีใจที่พี่ยูโรจะได้กลับไปหามาร์ตินี อยากให้มันได้เห็นหน้าพ่อตัวเองบ้าง ฮ่าๆๆๆ


“เดี๋ยวไวท์ช่วยจัดกระเป๋านะ” พี่ยูโรยิ้มแทนคำตอบก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบกลางมาเปิดออก เราช่วยกันจัดของและพับเสื้อผ้าลงกระเป๋าไปเรื่อยๆ อย่างไม่เร่งรีบ



“พี่ยูครับ... พี่ไม่ได้ติดต่อไปหาคุณพ่อเลยเหรอครับ” เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องที่จะถามเขา


“อื้ม” เขายังคงพับเสื้อผ้าต่อโดยไม่ได้สบตาผม “แต่พี่ไม่ได้โกรธพ่อเลยนะ ที่ส่งให้มาทำงานไกลขนาดนี้เพราะอยากจะกีดกันเราสองคนให้ห่างกัน... มันไม่ได้ผลอย่างที่พ่อต้องการหรอก”


“แล้วทำไมถึง... ไม่ติดต่อหาท่านบ้างล่ะครับ”


“พ่อต้องรับรู้ว่าพี่ไม่สามารถทำตามที่พ่อต้องการทุกอย่างได้ เรื่องงานน่ะพ่อจะบังคับหรือให้พี่ทำอะไรยังไงก็ได้”


 “...”


“แต่เรื่องความรัก... พี่จะต้องป็นคนเลือกเอง”


“...”


“และพี่ก็เลือกแล้วด้วย”

 

 


            ฝ่ามือที่ผมถูกกอบกุมโดยมือหนาอบอุ่นที่คุ้นเคย หากแต่ความรู้สึกนอกกายที่อบอุ่นนั้นช่างต่างจากความรู้สึกในใจที่เย็นเยียบ เพราะผมและคนข้างกายกำลังยืนอยู่หน้าคฤหาสน์อภินันท์ธนทรัพย์ ที่ที่เราจะต้องกลับมาพบกับบุคคลเดิมซึ่งผมไม่อาจรู้ได้เลยว่าสิ่งที่เราจะต้องพบเจอในเวลาต่อจากนี้จะเป็นความสมหวังหรือผิดหวังกันแน่ พี่ยูโรหันมาสบตาผมเหมือนเป็นการย้ำว่าให้เชื่อใจกัน ผมพยักหน้ารับเพื่อยืนยันว่าจะมั่นคงกับความรู้สึกของตนเองให้มากที่สุด

 

“คุณพ่อรออยู่ในห้องแล้วค่ะลูก” คุณแม่พี่ยูโรเพิ่งเดินออกมาจากห้องทำงานของคุณวิทยา ส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้ก่อนจะเอื้อมมาแตะที่บ่าผมเบาๆ “ไม่ต้องกังวลนะคะลูก” ท่านพูดแค่นั้นแต่ก็ทำให้อาการสั่นๆ ทั้งในกายและในใจลดน้อยลงไปได้บ้างจริงๆ


“ไปกันเถอะ” พี่ยูโรเคาะประตูสองสามทีก่อนจะเปิดประตูเข้าไป ภายในห้องยังคงเงียบและเย็นเฉียบเฉกเช่นก่อนหน้านี้ที่ผมเคยก้าวเข้ามา แต่ในเวลานี้อุ่นใจขึ้นมาได้บ้างเพราะมีพี่ยูโรอยู่ข้างๆ ผมแบบนี้


“นั่งสิ” เจ้าของห้องพยักพเยิดให้พวกเรานั่งที่เก้าอี้สองตัวที่อยู่ตรงหน้าเขา


“ตั้งแต่มาถึงบ้านนี่เราคุยกันนับคำได้เลยหรือเปล่า... ยูโร” คุณวิทยาเริ่มต้นบทสนทนาโดยเพ่งเล็งไปที่ลูกชายของตนเองก่อน บรรยากาศมาคุแบบนี้ทำให้อึดอัดใจอยู่ไม่น้อยเลย


“ครับ แล้วที่พ่อเรียกเราสองคนมาวันนี้... มีอะไรรึเปล่าครับ”


“ต่อไปถ้าอยากเจอแก อยากเจอแฟนแกนี่พ่อต้องมีธุระเสมอเลยใช่มั้ย” จากที่ก้มหน้ามองตักตัวเองอยู่... ผมก็เงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้ามโดยอัตโนมัติ ท่านยังคงทำมีสีหน้านิ่งๆ ไม่ต่างจากเดิม แต่ผมกับพี่ยูโรที่จับมือกันแน่นอยู่นั้นต่างหันมองหน้ากันอย่างมีความหวังบางอย่าง


“พ่อ... พ่อว่าอะไรนะครับ”


“เหนื่อยจะบังคับคนดื้อๆ อย่างแกแล้วจริงๆ” คุณวิทยาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วทอดมองลูกชายด้วยสายตาเหนื่อยอ่อน


“พ่อครับ... ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมตั้งใจเรียน ตั้งใจทำหน้าที่ใหญ่ที่พ่อมอบหมายเพราะผมไม่อยากให้พ่อเหนื่อยแล้ว ผมอยากจะรักษาและพัฒนาสิ่งที่พ่อสร้างมาให้ดีที่สุด... และผมคิดว่าผมทำทุกอย่างที่พ่อคาดหวังได้สมบูรณ์แล้ว”


“...”


“ผมขอแค่อย่างเดียว ให้ผมได้มีโอกาสเลือกคนสำคัญในชีวิตด้วยตัวผมเอง”


“พูดจบแล้วใช่มั้ย พ่อจะได้พูดบ้าง”


“...”


“ทุกๆ อย่างที่พวกแกเจอก่อนหน้านี้น่ะมันแค่เรื่องเล็ก แต่ต่อไปน่ะเชื่อเถอะมันคือของจริง... พ่อไม่รู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลกระทบอะไรบ้าง”


“...”


“แต่ถ้ายังยืนยันที่จะอยู่ข้างกันแบบนี้... ก็ขอให้ช่วยกันแก้ปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดตามมาหลังจากนี้ด้วยก็แล้วกัน” เหมือนยกภูเขาออกจากอก... เหมือนอะไรบางอย่างที่กดทับผมอยู่ตลอดหลายเดือนมานี้ถูกยกออกไป ฝ่ามือร้อนที่จับกุมกันจนชุ่มเหงื่อนั้นประสานกันแน่นขึ้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งรู้สึกดีใจและรู้สึกขอบคุณที่แม้ว่าคุณวิทยาจะไม่ได้ยอมรับเราซะทีเดียวแต่ก็ไม่ได้มีท่าทีกีดกันเราอีกต่อไปแล้ว


“นี่ก็เย็นแล้ว... จะไปกินข้าวด้วยกันมั้ยล่ะ” พี่ยูโรเป็นคนไม่มีฟอร์ม... แต่ตรงข้ามกับคุณพ่อของเขานะ


 

            เรื่องที่คฤหาสน์ของพี่ยูโรก็ผ่านไปได้ด้วยดี จะเหลือก็แต่...

 


“คุณทำแบบนี้ได้ยังไง แอบคบกับลูกชายผมแต่ไม่เคยมาแนะนำตัวให้รู้จักเนี่ยนะ” ครับ... เหลือพ่อผมเองแหละที่มีเรื่องชำระความกับพี่ยูโรหลายเรื่องเลย


“ผมขอโทษจริงๆ ครับคุณพ่อ”


“คุณเรียกใครพ่อ ดูหน้าผมด้วย... เรียกพี่ยังได้เลย” - -* เอาตรงๆ พ่อก็ไม่เคยโกรธใครจริงๆ จังๆ สักทีหรอก ผมกับแม่นั่งเอือมๆ ฟังพี่ยูโรกับ “พี่ชาย” ของเขานั่งคุยกันแบบไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าพ่อกับแม่ผมยอมรับพี่ยูโรได้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แม้ในครั้งนี้เราจะโดนดุจนหูชาเรื่องที่... เรามีอะไรกันแล้วพี่ยูโรปล่อยผมทิ้งไว้ในวันนั้น แต่ลูกเขยที่พยักหน้าน้อมรับในทุกๆ คำติชมแบบนี้น่ะถูกอกถูกใจพ่อกับแม่อยู่พอสมควรเลยล่ะ... คงไม่ใช่เพราะนาฬิกาแบรนด์ดังที่เขาซื้อมาฝากจากอังกฤษหรอกนะ ยี่ห้อนี้น่ะพ่อกับแม่คิดแล้วคิดอีกก่อนซื้อ แต่คุณชายยูโรสายเปย์จิ้มเอาสองเรือนแล้วรูดปรื๊ดได้อย่างสบายๆ เลยล่ะครับ

 



“เอ้าชนนนน!!!!!!” เรื่องน่ายินดีแบบนี้จะไม่บอกต่อก็คงดูแปลกไปซะหน่อย ผมและพี่ยูโรเลยชวนพี่ๆ เพื่อนๆ และน้องๆ ทุกคนมาร่วมแสดงความยินดีทีพวกเราสามารถคบกันได้อย่างเปิดเผย และสถานที่นัดพบก็ไม่ใช่ที่อื่นที่ไกล “The Tree” ที่เก่าเวลาเดิมเพิ่มเติมคือจำนวนคนและความสุขล้นโซนวีไอพี ^^


“ขอแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวทั้งสามคู่ที่เปิดตัวกันอย่างเป็นทางการนะครับ ทางร้านเรามีเครื่องดื่มสูตรพิเศษมามอบให้ด้วยครับผม” พี่ต้นไม้ยกแก้วค็อกเทลสูตรพิเศษมาเสิร์ฟให้คู่ของผม คู่ไอ้เอ และคู่ใหม่ล่าสุดคือพี่ออสตินกับพี่ฟรังก์ด้วยนั่นเอง


“มึงใส่อะไรไปบ้างวะ” พี่ยูโรถามเพราะยังลังเลเลยไม่กล้าดื่ม


“กำลังช้างสาร โด่ไม่รู้ล้ม นารีรำพึง ถุ้ย!” อ้าว! พี่ต้นไม้เล่นเองตบมุกเองจนเราฮาครืนกันทั้งโต๊ะ “มันเป็นเครื่องดื่มสูตรใหม่ของร้านกูเอง เหมาะกับสาวๆ เพราะมันไม่แรงเว่ย แดกๆ ไปเหอะ”


“เฮียต้นๆ” เสียงไอ้ปอนด์ตะโกนแข่งกับเสียงเพลง “ไม่เห็นให้คู่ผมบ้างอะ” ทุกคนบนโต๊ะหันไปมองที่มันเป็นตาเดียว... อย่าบอกนะว่าคุณชายปอนด์จะหยุดอยู่ที่ใครแล้วจริงๆ


“แฟนมึงคนไหนวะ” ไอ้เอเป็นคนถาม


“นี่ไง”


“อะไรนะ!” ไอ้เออึ้งแดกพอๆ กับพวกเรา เพราะคนที่ไอ้ปอนด์มันพยักพเยิดหน้าไปหาน่ะคือไอ้เวฟที่ก้มหน้าก้มตาดื่มเหล้าในแก้วตัวเองเหมือนกับว่ากำลังเขินอยู่ นี่พวกมึงคบกันตอนไหนนนนน!!!


“จริงเหรอวะ” พี่ต้นไม้


“ไม่ธรรมดานะแกน่ะ” เจ๊ต้นน้ำก็มา


“ตอนไหนวะมึง” ผม


“กรี๊ดดดดด ฟินอีกแล้ว” น้องดอลลาร์


“นี่ค่ะเครื่องดื่มสูตรพิเศษ บีบีสั่งมาให้แล้ว” น้องบีบี


“พ่อได้หัวใจวายแน่ๆ” พี่ฟรังก์


wow!” พี่ออสติน


“ยินดีด้วยนะคะ” นารา


“เรื่องนี้แกปิดเฮียเหรอ” พี่ยูโร


“เรื่องมันยาวน่ะครับ ไว้เดี่ยวจะเล่าให้ฟัง” ไอ้ปอนด์ดูมีความสุขที่ได้เปิดเผยความสัมพันธ์ให้พวกเราได้รับรู้ ผิดกับไอ้เวฟที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตากระดกเหล้าจนไอ้ปอนด์ต้องดึงแก้วออกจาก “แฟน” ตัวเอง... ดูจากท่าทีและสายตาที่ส่งให้กันแล้วมันเป็นน่าจะของจริง งานนี้ต้องคุยกันยาว!


“ไวท์ครับเดี่ยวพี่มานะ” เสียงนุ่มทุ้มกระซิบข้างหูตามด้วยการลุกออกไปของพี่ยูโร ผมพยักหน้าส่งๆ ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับทุกๆ คนที่อยู่ตรงหน้า



            ทีแรกก็คิดว่าพี่ยูโรจะไปเข้าห้องน้ำ แต่เห็นว่าไปนานพอสมควรผมเลยตัดสินใจเดินลงไปชั้นล่างเพื่อดูว่าเขาอยู่ที่ไหน แต่พอเดินเข้าไปดูในห้องน้ำไม่เจอผมเลยต้องหยิบโทรศัพท์ตัวเองออกมาเพื่อโทรถามว่าเขาหายไปไหน ช่วงนี้ไม่อยากอยู่ห่างกันเลยเพราะอีกไม่กี่วันเขาก็ต้องบินกลับไปอังกฤษอีกแล้ว


“สวัสดีครับทุกๆ คน” ผมไม่ได้ใส่ใจกับเสียงนักร้องบนเวทีเท่าไหร่เพราะกำลังง่วนอยู่กับการต่อสายหาพี่ยูโร แต่ไม่ว่าจะโทรไปกี่ครั้งเขาก็ยังไม่รับสายสักที จังหวะดนตรีดังๆ ในร้านเงียบลงและถูกแทนที่ด้วยเสียงคนๆ เดิมบนเวที


“วันนี้ผมขออนุญาตเจ้าของร้านซึ่งเป็นเพื่อนกับผม มาร้องเพลงๆ หนึ่งให้คนๆ หนึ่งฟัง” แต่เพราะเสียงนุ่มทุ้มที่ผมคุ้นเคยนั่นเองทำให้ต้องหันหน้าไปบนเวทีแล้วพบกับบุคคลที่ผมกำลังตามหา พี่ยูโรนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวยาว ในมือถือกีตาร์ตัวหนึ่งซึ่งเป็นลุคที่แตกต่างไปจากผู้บริหารโดยสิ้นเชิง ความสบายๆ ที่มากับความหล่อร้ายกาจนี้เองทำให้หน้าเวทีเต็มไปด้วยสาวๆ ถือโทรศัพท์อัดคลิปวีดีโอและถ่ายรูปกันอย่างหนาแน่น


“อยากบอกเขาว่า... เพลงนี้ผมตั้งใจมอบให้เขาแทนความรู้สึกทั้งหมดที่อยู่ในนี้” พี่ยูโรยกกำปั้นไปกระทบที่อกข้างซ้ายของตัวเอง... เสียงกรีดร้องโห่แซวดังมากแค่ไหนผมไม่อาจรับรู้ได้แล้วเพราะรู้สึกตื้นตันที่อกจนพร่าเบลอไปหมด

           

            เสียงกีตาร์ค่อยๆ บรรเลงอินโทรของเพลงขึ้นอย่างไพเราะ ผมจ้องมองไปที่เขาและตั้งใจฟังเพื่อซึมซับเอาทุกๆ ตัวโน้ตมาเก็บไว้ในความทรงจำ


“จะเป็นดาวดวงใดที่ปลายฟ้า

จะเป็นรุ้งเส้นใดที่ทอดมา

จะเป็นใครคนใดก็ไม่เข้าตา

ไม่สวยงามได้อย่างเธอ”

 

            ทันทีที่เพลงท่อนแรกถูกถ่ายทอดออกมาด้วยเสียงนุ่มทุ้มอันไพเราะ ไฟสปอตไลท์ดวงหนึ่งก็กราดส่องมาที่ผม

 

“จะเป็นเพื่อนใกล้ชิดสนิทเพียงไร

จะเป็นใครคนใดที่เคยพบเจอ

ไม่มีใครเข้าใจฉันเหมือนเธอ ไม่มี”

 

“จะเป็นใครคนใดเมื่อก่อนนั้น

ที่บอกกับฉันว่ารักกันมากมาย

แต่ละคนเข้ามาก็เลยพ้นไป ไม่รักฉันจริงสักคน

อยู่บนโลกที่แสนกว้างใหญ่เกินไป

เหนื่อยใจจนมันเกือบจะไม่ทน

แต่ฉันก็ยังได้พบคนอย่างเธอ

 

            แล้วสปอตไลท์ก็เคลื่อนจากตัวผมไปยังกลุ่มเพื่อนที่เรานัดกันมาดื่ม ทุกคนยืนล้อมผมแล้วถือหมอนรูปหัวแมวสีขาวโยกช้าๆ ไปตามจังหวะเพลง

 

“หมื่นแสนล้านนาทีต่อไปนี้ ขอใช้มันไปกับเธอ

อยากมีวันเวลาที่สวยงาม ดั่งความฝันที่เคยละเมอ

แสนล้านนาทีต่อไปนี้ ไม่มีใครเทียมเท่าเธอ

จะบอกให้คนทั้งโลกได้รู้ว่า

หนึ่งชีวิตฉันยกให้เธอทั้งหัวใจ”

 

“จะไม่มีคืนใดที่เหน็บหนาว

หากว่าสองเราอิงมาซบกัน

จะไม่มีวันใดที่เลยพ้นผ่าน

โดยไร้ซึ่งในความหมาย”

 

“จะไม่เหลือพื้นที่สักเศษมุมเดียว

เมื่อเราประคองเกี่ยวโยงหัวใจ

สุดท้ายชีวิตฉันรักได้แต่เธอ”

 

            พี่ยูโรวางกีตาร์ลงแล้วหยิบไมค์เดินลงจากเวทีมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมท่ามกลางวงล้อมที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สปอตไลท์มากกว่าหนึ่งดวงถูกส่องมาที่เราอีกครั้ง           

 

“หมื่นแสนล้านนาทีต่อไปนี้ ขอใช้มันไปกับเธอ

อยากมีวันเวลาที่สวยงาม ดั่งความฝันที่เคยละเมอ

แสนล้านนาทีต่อไปนี้ ไม่มีใครเทียมเท่าเธอ

จะบอกให้คนทั้งโลกได้รู้ว่า

หนึ่งชีวิตฉันยกให้เธอทั้งหัวใจ...”

 

          รอบข้างเงียบงัน มีเพียงเสียงนุ่มทุ้มที่กำลังขับร้องเพลงอันไพราะที่สุดเท่าที่ชีวิตผมไเคยด้ฟัง ทุกๆ อย่างที่ผมได้รับในตอนนี้ทำให้น้ำใสๆ ที่คลอหน่วยในตานั้นเอ่อล้นจนไหลออกมาเมื่อเพลงท่อนสุดท้ายที่เขาร้องจบลง น้องดอลลาร์อุ้มแมวพันธุ์เปอร์เซียตัวสีขาวที่ผมคุ้นเคยมาใส่มือพี่ยูโร ส่วนน้องบีบียื่นช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่มาใส่ที่มือเขาอีกข้างหนึ่ง

 

“สุขสันวันครบรอบหกเดือนครับ” ผมเบิกตากว้างทันทีที่เขายืนช่อดอกกุหลาบให้ผม... ไม่เคยใส่ใจเลยว่าเราคบกันตอนไหนและผ่านมานานเท่าไหร่แล้ว แต่เขากลับจำได้และให้ความสำคัญกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมมองข้ามแบบนี้


“ขอบคุณครับ ฮึก...” ผมรับช่อดอกไม้มาไว้ในมือแล้วโผเข้ากอดร่างสูงและแมวตัวน้อยอย่างไม่อายสายตาใครๆ เสียงโห่แซวรอบข้างจะดังแค่ไหนแต่ผมไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่าคนตรงหน้าที่ประคองกอดผมไว้อย่างแนบแน่น ผมได้รับทั้งอ้อมกอดอบอุ่นที่คุ้นเคย เสียงนุ่มทุ้มที่ชอบฟัง และแววตาแห่งความรักที่ไม่เคยจางหาย...


ขอบคุณที่นี่ที่ทำให้เราได้บังเอิญมาพบกัน แม้ว่าครั้งแรกผมจะมองว่าเขาเป็นวายร้ายยังไง... แต่สุดท้าย วายร้ายคนนี้ก็สอนให้ผมรู้จักกับคำว่า “รัก” อย่างแท้จริง.


“พี่รักไวท์นะ”


“ไวท์ก็รักพี่ยูโรครับ”


> The End <




จบอย่างสมบูรณ์จริงๆ แล้วนะคะ ^^ ไรเตอร์ขอบคุณทุกๆ คนมากๆ เลยที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนสุดท้ายนี้ ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ ทุกกำลังใจ และทุกยอดวิวที่ทำให้ไรต์มีพลังจะแต่งต่อไป ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะยาวกว่าที่ไรต์และลีดเดอร์คิดไว้ไปบ้าง 55555 แต่ทุกๆ ตอนและทุกๆ ตัวอักษรไรต์ก็ตั้งใจอย่างสุดความสามารถเลยค่า ^^ 


ลีดเดอร์ท่านใดที่สนใจนิยายเล่มนี้ สามารถเข้าไปซื้อกันได้ที่นี่เลยนะคะ >>> จองนิยายเล่มนี้


และเพราะเสียงตอบรับที่ค่อนข้างดี ไรต์เลยตั้งใจจะแต่งคู่ของปอนด์กับเวฟต่อ ใครที่กำลังสงสัยว่าปอนด์กับเวฟนั้นมีเรื่องราวอะไร ฝากติดตามนิยายเรื่องใหม่ของไรต์ด้วยนะคะ >>> Attack your mind | วายร้าย สายรัก



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

451 ความคิดเห็น

  1. #451 AnnaMTJYP (@annjrbhrn2) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 13:53

    เสียดายที่เพิ่งได้มาตามอ่าน
    แต่อยากบอกไรท์ว่าสนุกมากจริงๆค่ะ รักๆๆๆๆๆๆ
    #451
    0
  2. #428 pangpgyy (@pangpgyy) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 18:54
    ไม่รู้เราไปอยู่หลุมไหน ถึงได้เพิ่งเจอเรื่องนี้ มันดีไปหมดเลย

    ประทับใจในความสูงอันใจจจ ง่าาาา
    #428
    0
  3. #412 stmtn (@stmtn) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 09:30
    จบแล้ววววววว
    เป็นฟิคที่ชอบมากเลยค่ะอ่านแล้วหยุดไม่ได้แต่ก็กลัวจบ555

    อ่านไปก็หวีดพระเอกอยากให้มีแบบคุณชายยูโรอีกสักล้านคนบนโลก เป็นผู้ชายที่เกินคำว่าเพอร์เฟ็กต์มาไกลแล้ว หล่อ รวย อบอุ่น สายเปย์อีก แต่ก็อย่าลืมความขี้หวงและหื่นทุกที่ทุกเวลานะคะ
    น้องไวท์ก็น่ารักเกินไป ใจบาง ตอนแรกน้องก็ใสๆขี้อ้อนธรรมดาๆแหละแต่พอคบกับพี่ยูโรกลายเป็นเด็กขี้ยั่วเฉยเลย ใครสั่งใครสอนเนี่ย ห้ะ!!

    กลุ่มเพื่อนก็ดีมาก ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรก็คอยอยู่ข้างๆให้กำลังใจเสมอ อ่านแล้วสัมผัสได้ถึงมิตรภาพที่แน่นแฟ้นเลย แม้จะขี้แซวและกวนๆไปบ้างก็เหอะ(โดยเฉพาะคุณชายปอนด์อ่ะ) ทำให้รู้เลยว่าตอนเจอปัญหาทั้งไวท์ทั้งยูโรก็ยังมีกำลังใจจากเพื่อนๆเนี่ยแหละคอยสนับสนุน

    ขอบคุณที่ยังจับมือกันจนผ่านอุปสรรคไปได้นะ พี่ยูโรเป็นคนที่มั่นคงมาก ส่วนไวท์ก็เข้มแข็ง เจอปัญหาตั้งมากมายแต่ความรักความเชื่อใจก็ทำให้พ่อเห็นสักที
    ฝ่ายแม่ยูโรกับครอบครัวไวท์ยอมรับได้นี่ถือว่าโชคดีมากเลย ก็มีลูกเขยทั้งหล่อทั้งรวยอย่างนี้ใครจะไม่ปลื้มใช่มั้ยล่ะคะ พ่อไวท์เทศน์ไปแค่นั้นถือว่าน้อยนะที่พี่ยูโรไปทำลูกชายเค้าอย่างนั้นเนี่ย

    อ้อ! ลืมพูดถึงน้องดอลลาร์ น้องรู้มั้ยว่าน้องคือตัวแทนเราเลยนะ พูดแล้วก็ฟิน5555

    สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ สนุกมากกกกกกกก
    #412
    0
  4. #411 benbenLN (@benbenLN) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 15:14
    ฮือๆๆ จบแล้ววววววว มีความผูกพันนิดๆ 555555 เพราะเหมือนเห็นมาตั้งแต่ไวท์โดนตามจีบโดนรุก จนพวกเค้าผ่านปัญหาต่างๆมาด้วยกัน ;3; ขอบคุณนะคะที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา สนุกมากกกจริงๆ ต้องคิดถึงเฮียยูกับน้องไวท์มากแน่ๆ ต้องคิดถึงกลิ่นความรักที่เฮียเค้ามีต่อน้องไวท์แน่ๆ เหมือนได้กลิ่นนี้มาตั้งแต่ตอนแรกๆด้วย 55555555 ขอบคุณนะคะ :) จะติดตามเรื่องต่อๆไปค่ะ

    คุณวิทยาอย่าเพิ่งหัวใจวายนะคะ 55555555555
    #411
    0
  5. #410 meaw meaw (@meaw-007) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 02:30
    อร๊ายยยย จบได้สวยงาม น่สประทับใจมากเลย

    ขอบคุณความอดทด ต่อสู้ ขอวเฮียยูแบะน้อวไวท์ ที่ทำให้ความรักสามารถเบ่งบานขึ้นมาได้

    ขอบคุณไรท์เตอร์ที่จะมีภาคต่อของปอนด์และเวฟมาให้ฟินกันต่อนะคะ
    #410
    0
  6. #409 Thanks (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 22:05
    โอ้ยยยยเฮียยูโคตรน่ารักอ่ะครบรอบหกเดือนหวานได้เบอร์แรงมากอิจน้องไวท์เลยค่ะ//ขอบคุณไรท์เตอร์ที่แต่งเรื่องน่ารักๆมาให้อ่านนะคะรอติดตามปอนด์เวฟต่อไปค่ะ^^
    #409
    0
  7. #408 Bubble-1 (@euro2500) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 21:59
    พ่อไวท์เป็นคนตลก
    พ่อยูคงได้ความดันขึ้นอีกครั้ง
    สุดท้ายความรักก็คือความรัก
    เป็นสิ่งสวยงามที่ไม่จำกัดเพศ
    ขอบคุณไรต์สำหรับฟิคดีๆนะคะ
    #408
    0
  8. #407 โจอี (@jjoyjoys) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 21:13
    คู่ปอนด์เวฟตอนไหนนนนน ไปจีบกันตอนไหนคะ คุณวิทยาอกแตกตายค่ะงานนี้ไม่ได้ลูกสะใภ้สักคน เฮียยูน่ารักมากมายอะ มีครบรอบหกเดือนด้วย เขินนนน~
    #407
    0
  9. #406 - Nusjung - (@tabtimnak) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 20:39
    พ่อหัวใจวายจริง ๆ แน่ 555
    #406
    0