Teach Your Mind | วายร้าย สอนรัก [Yaoi]

ตอนที่ 26 : > Chapter 25 <

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 924
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    6 พ.ค. 60


> Chapter 25 <

 

“อีไวท์... นี่แกจะนั่งเหม่ออีกนานมั้ยเนี่ย ฉันไม่ได้ตื่นเช้าเพื่อมานั่งมองแกเหม่อลอยนะ” ผู้หญิงคนเดียวที่เรียกผมว่าอีโดยที่ตัวเองไม่รู้สึกโกรธ เธอนั่งอยู่ตรงข้ามกับผมในร้านกาแฟขนาดใหญ่ใต้ตึก The Curren วันนี้ผมรีบมาทำงานแต่เช้าเพราะนัดเจ๊ต้นน้ำออกมาคุยปรับทุกข์และเล่าเรื่องที่ไม่สบายใจเพื่อขอคำปรึกษา


“ผมจะทำยังไงดีวะเจ๊” ผมเล่าเรื่องทุกอย่างให้เจ๊แกฟังหมดแล้ว เรื่องแรกคือเรื่องระหว่างผมกับพี่ยูโร พอเจ๊แกได้ยินนี่ถึงกับกรี๊ดแทบร้านแตก ดีนะคนในร้านยังไม่ค่อยมีไม่อย่างนั้นคงเหมือนผมเป็นแฟนเจ๊แกละกำลังหักอกนางอยู่ยังไงอย่างนั้น... ขี้มโนอีกกู - -*


“แกก็บอกพี่ยูโรไปสิ เรื่องมันจะได้จบๆ ไป”


“มันยังบอกไม่ได้อะเจ๊ ไอ้แม็คมันเป็นลูกของหุ้นส่วนใหญ่นะ ถ้าพี่ยูโรรู้อาจจะยกเลิกสัญญาหรือทำอะไรบางอย่างซึ่งแน่นอนว่าเขาต้องเสียหายแน่ๆ”


“เฮ้อออ... แกก็เป็นห่วงแต่คนอื่นนี่แหละ ต่อไปอาจเป็นแกเองที่จะเดือดร้อน”


“มันก็ดีกว่าพี่ยูโรเขาเดือดร้อนมั้ยอะ”


“แกนี่ดื้อไม่เปลี่ยนเลยนะ แล้วนี่ไอ้พวก 3 หล่อมันรู้มั้ย” ผมส่ายหน้าเป็นการตอบ


“พวกมันเป็นเพื่อนแก ทำไมไม่บอกไปล่ะ” เธอพูดแล้วก้มดื่มเครื่องดื่มด้วยใบหน้าเคร่งเครียด


“บอกให้พวกมันมากระทืบไอ้แม็คเหรอเจ๊”


“นี่แกห่วงไอ้บ้านั่นเหรอ”


“ก็... ผมก็ห่วงเพื่อนผมด้วยมั้ยล่ะเจ๊ ถ้าเกิดพวกมันรู้แล้วไปทำอะไรไอ้แม็คอีก พวกมันเองอาจจะเดือดร้อน เพราะครั้งนี้ไอ้แม็คมันไม่ได้ทำอะไรผม... มันอาจจะเอาเรื่องก็ได้”


“มันเป็นความรู้สึกที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ ฉันก็เข้าใจที่แกทำแบบนี้นะ แต่การที่คิดว่าทุกคนมารู้ทีหลังแล้วมันส่งผลดีกว่าน่ะฉันว่าแกคิดผิด”


“เจ๊ก็รู้ว่าผมไม่มีทางเลือก” ใช่... ผมไม่มีทางเลือกอะไรเลย นอกจากเผชิญหน้ากับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นและต้องยอมรับผลของมันด้วย


“สู้ๆ นะแก ฉันรู้ว่าแกจะผ่านมันไปได้ ถ้ามีอะไรไม่สบายใจก็มาคุยกับฉันได้เสมอนะ”


“ขอบคุณมากนะเจ๊”


“ไม่ต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นก็ได้มั้ง แกทำหน้าอย่างนี้แล้วทุเรศสุดๆ เลยรู้ตัวมั้ย” เจ๊ต้นน้ำเลียนแบบหน้าผมซึ่งมันขี้เหร่เกินไปหน่อยว่ะ - -*


“ไม่ขนาดนั้นป้ะวะเจ๊!


“หน้าแกไม่เหมาะกับหน้าเครียดๆ หรอก... ยิ้มเยอะๆ” เธอยื่นมือมาดึงแก้มผมให้ฉีกยิ้มกว้างๆ ซึ่งมันก็ได้ผลเพราะผมยิ้มออกมาแล้วจริงๆ


“ขอบคุณนะเจ๊ที่อุตส่าห์ตื่นแต่เช้ามานั่งฟังผมบ่นเนี่ย”


“อันที่จริงฉันก็มีธุระแถวๆ นี้นั่นแหละ ไม่ได้ตั้งใจจะมาหาแกหรอก” ผมยิ้มให้กับคำพูดนั้น เจ๊ต้นน้ำก็ยังคงเป็นคนปากแข็งอย่างเคย เธอจะมาทำธุระอะไรเช้าขนาดนี้ถ้าไม่ใช่เพราะผมขอร้องให้มาแถมยังมารับผมถึงที่คอนโด เธอเป็นพี่รหัสที่ดีจนผมอยากให้เธอเป็นมากกว่าพี่รหัสด้วยซ้ำ... หมายถึงอยากได้เป็นพี่สาวน่ะ

 






“เสร็จแล้วครับ” ผมพูดทำลายความเงียบหลังจากที่ผูกเนคไทให้ท่านประธานในห้องของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้ระหว่างเราค่อนข้างจะมีความอึดอัดอยู่ไม่น้อย และรู้สึกว่าการถูกกอดจูบลูบคลำมันยังดีเสียกว่าที่เห็นว่าเจ้าของใบหน้านิ่งๆ ที่ผมนั่งคร่อมเขาอยู่นั้นทำเพียงแค่คลี่ยิ้มบางๆ อย่างฝืนใจ


“ขอบคุณครับ” ความรู้สึกนุ่มละมุนที่ประทับบนหน้าผากของผมนั้นยังอบอุ่นเสมอ ต่างกันแค่ในเวลานี้ผู้ประทับมันไม่มีสีหน้าแววตากรุ้มกริ่ม... กลับกันมันดูเหมือนมีความกังวลส่อมาให้เห็นในทุกครั้งที่เราสบตากัน


“พี่ยู...” ผมยกมือขึ้นโอบรอบคอของเขาเป็นเชิงอ้อน อย่างน้อยๆ ก็อยากให้เขาสบายว่าที่ผมต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่เข้ามาใหม่นั้นมันไม่ได้มีผลต่อความรู้สึกของผมเลยสักนิด


“พี่ให้ไวท์ย้ายมาทำงานในห้องพี่ดีมั้ย” เขากระชับโอบเอวของผมก่อนจะส่งสายตาจริงจังกลับมาเพื่อบอกว่าที่พูดไปเมื่อสักครู่นั้นไม่ใช่การล้อเล่น


“ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ พี่ยูอย่าให้อภิสิทธิ์ไวท์อีกเลย พนักงานจะมองพี่ยูไม่ดีนะครับ”


“แล้วไวท์จะให้พี่ทนเห็นเมียตัวเองต้องไปใกล้ชิดกับคนที่พี่ไม่ชอบขี้หน้าเหรอ” พี่ยูกอดเอวผมแน่นขึ้นพร้อมกับส่งสีหน้าแบบเด็กน้อยที่กำลังอ้อนของเล่นจากผู้ใหญ่ เห็นอย่างนี้ผมค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อยว่าเขายังคงจะยอมรับหากว่าผมต้องทำงานร่วมกับคนที่เขาไม่ชอบหน้าจริงๆ


“ไม่มีอะไรหรอกครับ นั่น... มันก็เพื่อนไวท์อีกคน” แม้จะเป็นเพื่อนที่ผมไม่อยากให้เป็น...


“ห้ามอยู่ใกล้ถ้าไม่จำเป็น ถ้ามันทำอะไรมาฟ้องพี่ได้เลย”


“ไม่มีหรอกครับ...” เห็นท่าทีผ่อนคลายของเขาแล้วผมก็พลอยผ่อนคลายไปด้วย จึงก้มหน้าลงไปให้หน้าผากของเราแตะกันเบาๆ ส่งสายตาหวานๆ เป็นกำลังใจให้กันก่อนที่จะต้องเจอกับเรื่องราวในวันข้างหน้า ไม่นานปลายจมูกของเราก็สัมผัสกัน และระยะห่างระหว่างริมฝีปากของเราทั้งคู่ก็ค่อยๆ ลดลงจนไม่เหลือช่องว่าง


          เราแลกเปลี่ยนความรู้สึกซึ่งกันและกันผ่านเรียวปากที่ขยับประกบกันไม่ห่าง แม้เสียงสัญญาณโทรศัพท์บนโต๊ะจะดังขึ้นเขาก็ไม่ยอมให้เป็นอุปสรรคในการปรนเปรอรสจูบในครั้งนี้ พี่ยูโรเลื่อนเก้าอี้ไปใกล้โต๊ะก่อนเอื้อมมือไปกดเปิดเสียงจากปลายสายโดยที่ริมฝีปากของเรายังคงแนบสนิทกัน แล้วเราก็จำต้องผละออกจากกันเพราะปลายสายรายงานว่ามีคนมารอเข้าพบท่านประธาน


“สงสัยจะมากันแล้ว” ผมรีบลุกออกจากตักของเขาแล้วติดกระดุมเสื้อของตัวเองที่ถูกปลดไปตอนไหนก็ไม่รู้ให้เรียบร้อย แล้วจึงขอตัวพี่ยูโรออกจากห้องมาซึ่งก็สวนทางกับสองพี่น้องที่กำลังมาเข้าพบพี่ยูโรพอดี


“อ้าวคุณไวท์ สวัสดีค่ะ” คุณมิ้นท์ยังน่ารักเหมือนอย่างเคย ผมยิ้มพลางยกมือไหว้เขาแล้วขอตัวออกมา ไม่แม้แต่จะหันไปมองผู้ชายอีกคนที่อยู่ด้านหลัง... ผู้ชายอันตรายที่อยากอยู่ห่างๆ แต่ตอนนี้ระยะห่างมันสั้นลงทุกที

 

 




“ทุกคน! วันนี้จะมีคนมาทำงานกับพวกเรานะ” พี่มะปรางเลขาพี่ยูโรเดินมาที่แผนกแล้วแนะนำบุคคลใหม่ให้พวกเราทุกคนรู้จัก


“คุณแม็ค... ลูกชายของหุ้นส่วนบริษัทเรา จะมาทดลองงานที่นี่จ้ะ” ผู้ถูกแนะนำค่อยๆ ชะโงกหน้าออกมาจากหลังพี่มะปรางช้าๆ แล้วยกมือไหว้ทุกคน เรียกเสียงฮือฮาจากพี่ๆ สาวๆ ได้ไม่น้อยเลยเพราะมันหน้าตาดี


“สวัสดีครับ เรียกผมแม็คเฉยๆ ก็ได้ครับ” แล้วมันก็ส่งรอยยิ้มตาหยีนิดๆ ให้สาวๆ ทุกคนได้ใจละลายไปกับความทะเล้นน่ารักซึ่งนั่นเป็นสเน่ห์ของมัน


“เฮ้ยแม็ค! เอ่อ...คุณแม็ค!


“อ้าว! พี่เอส!” เหมือนว่าพี่เอสกับไอ้แม็คจะรู้จักกันมาก่อน เขาเลยรับอาสาดูแลไอ้แม็คต่อจากพี่มะปราง ตอนนี้ทั้งคู่ยังคงคุยกันอย่างออกรส แสดงว่าต้องสนิทกันพอสมควรเพราะไอ้แม็คมันให้พี่เอสพูดมึงกูกันได้อย่างเป็นกันเอง


            และจากที่ฟังบทสนทนาก็ได้ความว่าพี่เอสเป็นรุ่นพี่ของไอ้แม็คในชมรมบาสที่โรงเรียนมัธยม ทำให้ทั้งคู่ดูสนิทสนมกันและดูเหมือนว่าจากที่พี่เอสไม่ค่อยชอบขี้หน้าผมเท่าไหร่... ตอนนี้ผมก็เป็นอากาศธาตุที่ไม่มีตัวตนสำหรับเขาไปเรียบร้อยแล้วเพราะตั้งแต่เช้าพี่แกยังไม่คุยกับผมซักคำ... ผมยังหาคำตอบไม่ได้เลยว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงทำมึนตึงกับผมทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เราก็ดูเข้ากันได้ดี ตอนนั้นก็เหมือนกับตอนนี้เขากำลังสอนงานให้ไอ้คนมาใหม่ที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ผมอย่างเป็นกันเอง

 




“ไวท์ๆ อันนี้มันทำยังไงอะ” ไอ้คนข้างๆ สะกิดพร้อมยื่มเอกสารที่มันไม่เข้าใจมาถามผม ตั้งแต่มาเรายังไม่ได้คุยอะไรกันเลยซึ่งผมมองว่าแบบนั้นน่ะดีแล้ว แต่ตอนนี้เหมือนมันจะไม่เข้าใจจริงๆ นั่นแหละผมเลยยอมอธิบายให้


“ขอบใจนะ แล้ว... ตรงนี้อะ” มันก็เป็นคนเข้าใจอะไรง่ายนะ ตอนที่พี่เอสอธิบายมันก็ดูเก็ททุกอย่างแล้วนี่ แต่พอเขาไปแล้วทำไมมันถึงมาถามอะไรซ้ำซากจากที่มันเคยเข้าใจไปแล้วด้วยวะ


“มึงไม่เข้าใจจริงๆ หรือแกล้งไม่เข้าใจกันแน่วะ”


“แล้วมันมีทางอื่นที่ทำให้มึงยอมคุยกับกูมั้ยล่ะ” สีหน้ามันดูจริงจังขึ้นกว่าคราวแรก ผมเบือนหน้ากลับมาทำงานของตัวเองต่อเพราะไม่อยากต่อล้อต่อเถียงให้คนอื่นในบริษัทสงสัย ถึงแม้มันจะบอกว่าเป็นเพื่อนกับผมก็เถอะแต่ผมก็ไม่ได้เต็มใจจะเป็นเพื่อนกับมัน


“ไวท์อันนี้กูไม่เข้าใจจริงๆ ว่ะ” มันเลื่อนเก้าอี้มาใกล้ๆ แล้วหยิบเอกสารอีกอันมาให้ผมช่วยดู ถึงได้เห็นว่าส่วนนี้น่ะเข้าใจยากจริงๆ ขนาดคนเก่งๆ อย่างมันยังไม่เข้าใจเลย นับประสาอะไรกับผมที่วันแรกนั้นทำความเข้าใจกับไอ้ส่วนนี้ทั้งวัน T^T


“มันเป็นอย่างนี้...” ผมจำใจอธิบายงานให้ไอ้แม็คมันฟัง แล้วคนเข้าใจง่ายอย่างมันก็ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่นักก็สามารถพยักหน้าหงึกๆ และยิ้มอย่างพอใจที่ตัวเองบรรลุเป้าหมายได้แล้ว


“นึกถึงตอนที่กูติววิชาบูฯให้มึงเลยว่ะ” มันละสายตาจากเอกสารมามองหน้าผมเหมือยอยากให้นึกถึงเรื่องอดีตซึ่งผมก็ไม่เคยลืมอยู่แล้ว คนหัวดีอย่างมันแค่อ่านหนังสือวิชาบูรณาการวันเดียวมันก็สามารถมาติวคนโง่ๆ อย่างผมให้เข้าใจได้ไม่ยาก... และเหมือนวิชานี้จะเป็นหนึ่งในไม่กี่วิชาที่ผมได้เกรดเอ... เพราะมันจริงๆ นั่นแหละ


“...”


“มึงได้เอ... แล้วก็ไปเลี้ยงชาบูขอบคุณกูด้วย”


“...”


“มึงจำได้ใช่มั้ย...” สมองผมประมวลภาพเรื่องราวตอนนั้นที่พรั่งพรูออกมาเป็นฉากๆ โดยที่ลืมสังเกตว่าบัดนี้มือผมถูกอีกฝ่ายวางมือของตัวเองลงมาทับเบาๆ


“กลับไปทำงานของมึงไป!” ผมชักมือหนีแล้วหันกลับมาสนใจเอกสารตรงหน้าแทน

 



“ไวท์...” ฉิบหายหายแล้วไง! น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ผมจำได้ดี แต่เสียงติดจะเย็นๆ หน่อยนี่สิที่ผมกลัว ดูจากสีหน้าท่าทางแล้วเขาต้องเห็นที่ไอ้แม็คกุมมือผมเมื่อสักครู่นี้แน่ๆ พี่ยูโรมาพร้อมกับคุณมิ้นท์ซึ่งผมลืมไปเลยว่าเธออยู่คุยงานกับเขาต่อในห้องแต่แค่แปลกใจว่าทำไมคุยกันตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยงแล้วก็ยังไม่เสร็จ


“ครับ”


“น้องไวท์กับแม็ค เอ่อ... ขออนุญาตเรียกว่าน้องนะคะเพราะเห็นว่า สนิท กับเแม็ค เราไปทานข้าวด้วยกันมั้ยคะ” ถ้อยคำที่สาวเจ้าพูดนั้นยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเธอเห็นที่มันกุมมือผมเมื่อสักครู่นี้ แล้วก็คงเหมือนจะพอใจอะไรบางอย่างถึงได้ดูยิ้มแย้มแล้วขยับเข้าไปประชิดพี่ยูโรจนผมเองอดที่จะหงุดหงิดไม่ได้


“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมลงไปทานที่ศูนย์อาหาร” ผมตอบเธอแต่สายตาก็หันไปมองคนอีกคนที่ยังคงทำหน้านิ่งอยู่... ไม่รู้เหมือนกันว่าเขากำลังคิดอะไร


“แม็คล่ะ ไปด้วยกันมั้ย” เธอถามน้องชายตัวเอง


“เดี๋ยวผมกินกับไวท์นี่แหละครับ” ผมหันขวับไปมองมันทันทีแต่เหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรแถมยังทำลอยหน้าลอยตากวนตีนอีกด้วย... แค่ผมมองยังรู้สึกมันมันน่าต่อยเลย แล้วพี่ยูโรล่ะ?


“อ้าว! พี่ยูโรรอมิ้นท์ด้วยสิคะ” นั่นแหละครับ... ความซวยต้องมาเยือนผมอีกแน่ๆ...

 

 



            คิดว่าวันนี้ตัวเองจะต้องกลับรถเมล์เพราะเจ๊ต้นน้ำมารับที่คอนโด แล้วก็คิดว่าท่านประธานคงจะได้ทานข้าวกับสาวสวยจนไม่ไยดีผมและหนีกลับบ้านก่อนซะแล้ว ผมกลับได้รับข้อความจากแอพลิเคชันไลน์ว่าเขารอรับผมกลับบ้านอยู่ที่ลานจอดรถ


            ณ จุดนั้นผมทิ้งงานทุกอย่างแล้วรีบเก็บกระเป๋าวิ่งออกมาโดยไม่สนใจว่าไอ้แม็คจะทักว่าอย่างไร ตัวกับใจของผมตอนนี้มาอยู่ที่ลานจอดรถผู้บริหารที่มีแลมโบกินีสีขาวจอดติดเครื่องยนต์รออยู่ก่อนแล้ว ไม่นานนักประตูรถหรูก็กางปีกเปิดออกช้าๆ ให้ผมได้ก้าวเข้าไปนั่ง


“...” รถยังคงจอดอยู่ที่เดิมและไม่มีบทสนทนาใดๆ เล็ดลอดออกมาจากเราสองคน ผมลอบคนข้างๆ ที่เอาแต่มองไปยังด้านหน้ารถ


“วันนี้... ไวท์ขอไปคอนโดพี่ยูได้มั้ยครับ ยังไม่เคยไปเลย” แล้วก็เป็นผมเองที่เริ่มต้นบทสนทนาด้วยความอ่อยแบบสุดชีวิต เกิดมาไม่เคยต้องง้อใครด้วยวิธีแบบนี้เลยสักครั้ง (ง้อแบบนี้กี่ครั้งก็ได้ผลทุกครั้งแหละนุ้งไวท์ >< : ไรเตอร์)... จริงๆ ผมจะไม่ง้อก็ได้นะเพราะเขาเองก็มีส่วนทำให้ผมไม่พอใจเหมือนกัน แต่การที่เห็นเขาเงียบแบบนี้มันไม่ใช่พี่ยูโรที่ผมเคยรู้จักเลยสักนิด


“มานี่เลย” จู่ๆ เขาก็ดึงร่างผมให้มานั่งคร่อมที่ตักของเขาอย่างทุลักทุเล เกลียดรถคันนี้ที่แม่งราคายี่สิบสามสิบล้านแต่นั่งลำบากฉิบหายเลย! แม่งโคตรจะเตี้ยแล้วก็โคตรจะแคบ ผมถึงต้องโน้มตัวลงไปใกล้เขาจนรู้สึกถึงลมหายใจที่รดกันอยู่บนใบหน้า


“มีอะไรจะพูดมั้ย” เจ้าตัวพูดพร้อมกับยื่นหน้ามาใกล้ๆ ผมจนริมฝีปากเราขยับแตะกัน


“พี่ยูล่ะครับมีอะไรจะพูดรึเปล่า” ถามมาผมก็ถามกลับเหมือนกันเพราะอยากจะรู้ว่าเขาจะรู้มั้ยว่าเรื่องอะไร


“ไม่มี”


“งั้นไวท์ก็ไม่มีเหมือนกัน!” เหมือนเขาตั้งใจจะพูดยียวนกวนประสาทจริงๆ ผมเลยทำท่าจะลุกออกมาแต่เขายังกอดเอวไว้ไม่ให้หนีไปไหน


“ก็แล้วทำไมต้องโมโหด้วยล่ะ” น้ำเสียงยานคางนั่นยั่วอารมณ์ผมได้มากเลยทีเดียว จากที่ตั้งใจจะมาง้อกลับต้องได้มาโกรธแทนซะแล้ว


“ไม่ได้โมโห! ถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็ปล่อยครับไวท์กลับบ้านเองได้”


“ไหนบอกจะไปคอนโดพี่ไง”


“ไม่ไปแล้ว ไวท์จะ อุ๊บ...” ยังพูดไม่ทันจบประโยคดี สิ่งที่ผมใช้พูดก็ถูกคนตรงหน้าครอบครองอย่างหนักหน่วงไปเป็นที่เรียบร้อย และดูเหมือนว่ารสจูบครั้งนี้จะรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ... ผมไม่ได้รู้สึกเจ็บหากแต่มันลึกซึ้งและสัมผัสได้ถึงความรู้สึกต่างๆ ที่เขาถ่ายทอดออกมาได้ จากที่เขาปล้นจูบอย่างหนักห่วงก็ค่อยๆ ผ่อนจังหวะเป็นอ่อนโยนและเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนจนสมองของผมพร่าเลือน ความรู้สึกโกรธเมื่อครู่นี้ได้ถูกกลืนหายไปพร้อมกับรสจูบหลากหลายที่เขามอบให้


“อื้มมม... พี่ยูตรงนี้ไม่ได้...” สมองผมเพิ่งถูกสั่งการเมื่อรู้สึกว่าร่างกายท่อนบนของตัวเองนั้นสัมผัสกับไอเย็นของเครื่องปรับอากาศในรถตามด้วยไอร้อนจากฝ่ามือหนา หันมองตัวเองก็พบว่าเขาปลดกระดุมเสื้อผมและดึงมันลงมากองอยู่ที่บริเวณแขน ถ้าผมไม่รีบห้ามมันต้องเลยเถิดแน่ๆ แล้วในลานจอดรถที่แม้บริเวณนี้จะเป็นที่ลับตาคนก็ตามแต่มันไม่เหมาะสมที่จะทำอะไรแบบนี้อยู่ดี


“...” เราจ้องหน้ากันครู่หนึ่งก่อนที่พี่ยูโรจะเริ่มพูดออกมา


“เมื่อกี้... พี่บอกไวท์ไปหมดแล้วนะ” เขาไม่ได้บอกเป็นคำพูดแต่ผมสัมผัสได้จากการกระทำ รับรู้ถึงความรู้สึกหึงหวง โกรธเคือง แต่ก็ยังคงความอ่อนโยนในแบบของเขาอยู่เสมอและผมก็มั่นใจว่าเขาคงสัมผัสสิ่งที่ผมตอบสนองกลับไปได้เช่นเดียวกันด้วย


“ไวท์ก็บอกไปหมดแล้วเหมือนกัน” เขายกยิ้มอย่างพอใจที่ผมพูดแบบนี้


“งั้น... เราหายกันนะ” เขาพูดพลางดึงเสื้อนักศึกษาของผมขึ้นแล้วบรรจงติดกระดุมเสื้อให้แต่ไม่วายแกล้งเอามือมาเฉียดผิวเนื้อของผมในระหว่างที่ติดกระดุมให้อยู่


“ครับ” จำใจไม่คาดโทษอีกฝ่ายเพราะผมเองก็มีความผิดเล็กๆ อยู่เหมือนกัน


“แต่ว่า... ไวท์ต้องโดนทำโทษนะ”


“...”


“แต่เพื่อความยุติธรรม... พี่จะให้ไวท์ทำโทษพี่ด้วยแล้วกัน” สายตาเจ้าเล่ห์กรุ้มกริ่มนี้เองเป็นตัวบอกให้เข้าใจว่า “ทำโทษ” ของเขานั้นหมายความว่ายังไง นึกไม่ออกเลยว่าวันนี้ที่คอนโดของเขาผมจะต้องถูกทำโทษยังไง... แล้วเขาล่ะ? ผมต้องทำโทษแบบไหน?

 

 


            รถยนต์คันหรูขับเคลื่อนออกจากซองจอดรถของผู้บริหารทำให้บุคคลปริศนาซึ่งแอบมองอยู่นั้นเบี่ยงตัวเองหลบไปหลังเสา ก่อนที่รถยนต์คันดังกล่าวจะขับเคลื่อนผ่านหน้าไปด้วยความเร็ว บุคคลผู้นี้จึงได้เดินออกมาจากเสาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือซึ่งได้ทำหน้าที่บันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวของคนบนรถไว้ได้จากมุมไกล... 





ใครแอบถ่ายเนี่ย!!! ใครหนอใครกัน!!! รอติดตามนะคะ!!!

ป.ลิง ขอโทษที่ไรต์มาช้านะคะ อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนน้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

451 ความคิดเห็น

  1. #356 jjoyjoys (@jjoyjoys) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 13:13
    ใครแอบถ่ายอะ นิสัยไม่ดีเลยนะ ว่าแต่สองคนนั้นเค้าจะลงโทษกันยังไง
    #356
    0
  2. #315 ปลาวาฬเองจะ (@plawan_nr) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 15:19
    โอ้ย ไม่เอาไม่อยากอ่านดราม่าเลย ฮือออออ ใครแอบถ่าย พี่จะเจี๊ยนมันทิ้ง
    #315
    0
  3. #257 CHONLADDASOMNIL (@CHONLADDASOMNIL) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 06:56
    ใคร!!!!!ใครแอบถ่ายห้ะ
    #257
    0
  4. #213 Luzel (@ah-chan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 11:46
    เด็กน้อยก็คิดอะไรแบบเด็กน้อยอะนะ
    สิ่งที่ตามมาหลังจากนี้ก็ถือว่าเป็นบทเรึยนละกัน
    #213
    0
  5. #212 benbenLN (@benbenLN) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 20:16
    คือจริงๆไวท์ไม่ควรเก็บเรื่องนี้ไว้อะะ ถึงยังไม่พร้อมบอกพี่ยู อย่างน้อยๆก็น่าจะบอกเพื่อน 3 หล่อนะ ;-;
    #212
    0
  6. #211 benbenLN (@benbenLN) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 20:15
    ถึงอยากจะให้ไวท์ง้อพี่ยูบ่อยๆ แต่ก็ไม่อยากให้คอยกังวลคอยหวงกันแบบนี้ ฮือออ อ่านไปก็ลุ้นไปด้วยว่าแม็คจะยังไง มาดีหรือมาร้ายสรุป!!! คนแอบถ่ายนี่คืออิพี่เอสปะ!? ใช่แน่ๆ แล้วยังงะ แลมโบกี่ล้าน ไม่คิดจะติดฟิล์มดำๆเลยหลอออ ทำไมคนข้างนอกแอบถ่ายได้คะ ฮร่อยยยบย อารมณ์เสียย
    #211
    0
  7. #210 MJForever (@chanthima7219) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 19:42
    ทำโทษๆๆ ความสามารถพิเศษของทั้งสองคนนี้คือนั่งคร่อมตักได้ทุกสถานที่ใช่มั้ยคะ 555. 

    คนแอบถ่ายนี่ขอเดาเป็นเอสก่อนเลย โคตรน่าสงสัย
    #210
    0
  8. #209 Bubble-1 (@euro2500) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 19:10
    แล่ววๆๆๆๆ ใครมาเเอบถ่าย ถ่ายไปทำไม เพื่ออะไรรรร
    #209
    0
  9. #208 RapeeO_o (@RapeeO_o) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 17:43
    ใครคะ ใครกล้ามาแอบถ่ายเฮียยูกับไวท์ บอกเรามาเลยนะ จะไปขอดูด้วยซักกะหน่อย >_<
    #208
    0
  10. #206 meaw meaw (@meaw-007) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 10:39
    เรื่องมันเริ่มจะเลวร้ายลงแล้วอ่ะ ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย
    กลัวจริวๆว่าพี่ยูกับไวท์จะไม่หนักแน่นพอ จนทำมห้ต้องทะเลาะกัน น้องไวท์ต้องเล่าทุกอย่างให้พี่ยูและเพื่อนๆฟังแล้วนะคะ เราเขื่อว่าเพื่อนๆจะช่วนได้ อย่าปิดบังเพื่อนเลย
    #206
    0
  11. #205 Thanks (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 08:41
    มีงานเข้าซะแล้วงานนี้จะเข้าใครออกใครกันเนี่ยว่าแต่ใครกันแอบถ่ายคู่รักเค้าจู๋จี๋กันจับได้ให้เฮียยูจัดการซะให้เข็ดเล้ย
    #205
    0