Teach Your Mind | วายร้าย สอนรัก [Yaoi]

ตอนที่ 21 : > Chapter 21 <

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 969
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    7 เม.ย. 60


> Chapter 21 <


วันนี้ก็เข้าวันที่ห้าแล้วที่ผมมาฝึกงานที่ภูเก็ต ซึ่งยิ่งนานเข้าก็เหมือนว่าผมจะได้เรียนรู้งานจากที่นี่และมีโอกาสได้ลงมือทำงานจริงๆ ยิ่งกว่าตอนที่อยู่กรุงเทพ ด้วยความที่ที่นี่มีพนักงานไม่มากนัก ทำให้ผมได้มีโอกาสทำหน้าที่บางอย่างได้อย่างเต็มรูปแบบ พี่ๆ ก็เป็นกันเองทำให้เราสนิทกันเร็วมากและทำให้ผมโดนแซวมากกว่าด้วย ToT


"น้องไวท์คะ ท่านประธานเรียกเข้าพบอีกแล้วค่ะ คิคิ" เป็นรอบที่สามของวันที่ผมต้องเข้าไปพบท่านประธานคนเอาแต่ใจคนนี้ เมื่อเช้าก็รอบนึง... เรียกเข้าไปเพื่อบอกให้ชงกาแฟมาให้แล้วไม่ยอมปล่อยผมออกมาสักที รอบที่สองคือให้ผมไปทานข้าวด้วยในห้อง และรอบที่สามก็คือตอนนี้นี่แหละ


"ครับ" ผมทำหน้าเบื่อโลกต่างจากพี่ๆ พนักงานที่ยิ้มกริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ของเด็กฝึกงานอย่างผมและท่านประธานของเขา


"ท่านประธานกับน้องไวท์ดูสนิทกันจังเลย พี่ถามได้มั้ยคะว่านี่คบกันอยู่หรือเปล่า"


"ฮะ!!!" พี่ๆ สองสามคนเดินมารุมที่โต๊ะของผมและยิงคำถามที่โคตรจะตรงเป๊ะๆ ทำเอาผมไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว หืมมม ผมควรตอบว่าอะรายยยย


"คือ..."


"ต้องเป็นแฟนกันแน่ๆ เลยแก ฉันมองสายตาท่านประธานออกว่าเขาชอบน้องไวท์"


"อย่างนี้สาวๆ ก็ต้องอกหักกันน่ะสิ"


"น้องไวท์ของเจ้ เจ้เสียใจที่น้องไม่โสดดด ฮืออออ" สาวๆ แต่ละนางก็พูดกันไปต่างๆ นานาจนผมต้องรีบปรามก่อนที่ความคิดของพวกเธอจะเป็นจริง... ถึงมันก็มีส่วนที่เป็นจริงก็เถอะ


"พี่ๆ ครับ... คือผมกับพี่ยู เอ่อ ท่านประธานน่ะเราไม่ได้..."


"ไวท์..." เสียงเรียบๆ เรียกชื่อผมออกมาตอนที่ยังพูดไม่จบ ทุกคนหันไปมองแล้วก็พบกับท่านประธานที่ยืนทำหน้าบึ้งตึงอยู่ใกล้ๆ งานนี้สลายตัวสิครับรออะไร!


"ทำไมไม่เข้ามาหาพี่ล่ะ" คนตัวสูงเดินเข้ามาพูดกับผมใกล้ๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน


"กำลังจะเข้าไปครับ"


"เห็นว่าช้าพี่ก็เลยออกมาตาม"


"เรื่องงานรึเปล่าครับ" ผมรีบถามเบาๆ เพื่อดักทางไม่ให้เจ้าตัวใช้โอกาสเรียกผมเข้าไปเอาเปรียบทางด้านร่างกายอีก - -*


"งานคร้าบบบ" เขายิ้มพลางพูดเสียงยานคางแบบคนถูกจับไต๋ได้ พี่ยูโรละสายตาจากผมไปที่พนักงานแล้วเดินนำผมไปที่ห้อง แอบเห็นพี่ๆ ที่ตอนนี้กำลังแอบฟังบทสนทนาของเราพอเจอสายตาของท่านประธานก็รีบก้มหน้าก้มตาทำงานกันใหญ่ ดูแล้วก็เป็นภาพที่ตลกดีเหมือนกัน

 




 

"อื้อออ ไหนว่าจะคุยเรื่องงานไง" ทันทีที่ประตูห้องถูกปิด พี่ยูโรก็ดึงผมเข้าไปกอดและซุกไซ้ใบหน้าลงที่แก้มและลำคอของผมจนต้องรีบดันตัวเขาออกห่าง...  คนหื่นก็ยังคงหื่นอยู่วันยันค่ำอะนะ - -*


"คิดถึง" เมื่อเห็นว่าผมขัดขืนเขาก็เลยทำแค่กอดเอวผมไว้หลวมๆ


"เวอร์ครับ" ผมพูดตามความจริง - -*


"พี่พูดจริงนี่"


"คุยเรื่องงานครับ" ก่อนที่ผมจะเสียตัวครับ ซุกไซ้เหลือเกินนนนน


"อืมมม" เขาพยักหน้าเนือยๆ แล้วดึงผมให้นั่งลงบนโซฟา แต่ก้นผมไม่แตะโซฟาหรอกครับ แตะกับหน้าตักแข็งๆ ของเขาแทน ท่านั่งไม่ล่อแหลมก็ไม่ใช่น้องไวท์หรอกครับ ชอบเหลือเกินท่านี้... นั่งคร่อมไงจะอะไรล่ะ ToT


"พรุ่งนี้พี่จะไปพบคุณนพดลกับคุณมิ้นท์"


"..."


"อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิครับ" ผมทำหน้าแบบไหนกันวะ!


"ไวท์ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย"


"หน้าไวท์มันฟ้อง" เขากระชับอ้อมกอดที่เอวให้แน่นขึ้นแล้วจ้องตา ผมไม่มีอะไรจะเถียงก็เลยเลือกที่จะเงียบแทน


"ไปคุยเรื่องงาน เขาสนใจจะร่วมลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กับเรา พี่จะให้ไวท์ไปฟังด้วยเป็นการฝึกงานไปในตัวไง" เขาพูดแบบอ้อนๆ ด้วยสายตาเป็นประกายวิบวับที่ทำให้ผมหวั่นไหวได้ในทุกครั้ง


"แต่ไวท์ไม่ค่อยอยากไปนี่" ผมพูดออกไปแล้ว... สันดานแห่งความเอาแต่ใจเริ่มค่อยๆ เผยออกมาเห็นทีละนิด ตอนแรกก็ไม่กล้าแสดงออกหรอกเพราะเขาเป็นเจ้านาย แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกันแล้วนี่ ผมบอกสิ่งที่ต้องการก็คงไม่แปลกหรอก ก็พี่ยูโรตอนนี้น่ะทำตัวอ่อนโยนให้น่าเอาแต่ใจนี่หว่า


"เป็นเพราะคุณมิ้นท์รึเปล่า หืม... จริงๆ พี่ไม่อยากไปพบเธอเท่าไหร่เลยบ่ายเบี่ยงอยู่บ่อยๆ เพราะไม่อยากให้ไวท์ไม่สบายใจ"


"แต่... ไวท์แยกแยะได้ครับ"


"เหรอออ" ผมเกลียดรอยยิ้มเวลาเป็นต่อของพี่ยูโรที่สุดครับ แม่งโคตรน่าหมั่นไส้! แล้วมามองหน้าทำไม! เดี๋ยวจิ้มตาแตก!

"จะบอกแค่นี้ใช่มั้ยครับ"


“ตกลงไปกับพี่นะ” เขารัดตัวผมให้แนบลงกับลำตัวเขา ซุกใบหน้าลงที่หน้าอกของผมให้จั๊กจี้เล่นๆ ก่อนจะเงยหน้ามามองแบบอ้อนๆ... คิดว่าตัวเองเป็นเด็กอยู่หรือไงนะถึงชอบทำหน้าแบบนี้เนี่ย แล้วที่ทำอยู่เนี่ยรู้มั้ยว่ามันทำให้คนเห็นแล้ว...


"ก็ได้ครับ" ใจอ่อน...

 

 

 


 

 

วันต่อมาเรานัดกันที่ห้องอาหารหรูของโรมแรมเช่นเคย พี่ยูโรพาผมมานั่งรอก่อนที่ลูกค้าจะมาถึง ผมผ่อนคลายมากขึ้นกว่าวันแรกที่มาพบกับพวกเขา อาจจะเป็นเพราะมือหนาอันแสนอบอุ่นที่กุมมือผมไว้ตลอดตั้งแต่มาถึง... แม้เราไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรกัน แต่ผมสัมผัสถึงความรู้สึกดีๆ ได้โดยผ่านไออุ่นที่มือของตัวเอง


“รอนานมั้ยครับคุณยูโร” ไม่นานนักทั้งสองพ่อลูกก็เดินมานั่งยังโต๊ะ ผมยกมือไหว้ทั้งสองคนตามมารยาท


“ไม่นานเลยครับ เชิญนั่งครับคุณนพดล คุณมิ้นท์”


“เดี๋ยวรบกวนคุณยูโรรอลูกชายผมซักครู่นะครับ เพิ่งบินตามมาจากกรุงเทพ ผมจะให้มาเรียนรู้งานไว้เพราะเจ้านั่นใกล้เรียนจบแล้ว”


“อ๋อได้เลยครับ” ระหว่างนี้บุคคลทั้งโต๊ะเลยพูดคุยกันเรื่องธุรกิจต่างๆ ซึ่งผมก็พยายามฟังเพื่อให้เป็นประโยชน์กับการทำงานมากที่สุด แม้ว่าระหว่างนั้นคุณมิ้นท์อาจจะมีถามนอกเรื่องบ้าง แต่ผมก็เลือกที่จะปล่อยผ่านเพราะมือของคนที่อยู่ข้างๆ นั้นทำให้ผมอุ่นใจจนไม่ได้คิดอะไรฟุ้งซ่านอีก


“นั่น... ลูกชายผมมานั่นแล้วครับ” คุณนพดลพยักพเยิดหน้ามาทางด้านหลังที่ผมกับพี่ยูโรนั่งอยู่ แต่ผมไม่ได้หันหน้าไปมองตามเพราะเดี๋ยวคนมาใหม่ก็คงจะเดินมานั่งเอง


“นั่งเลยลูก” ผู้มาใหม่ลากเก้าอี้ตัวที่ห้าซึ่งอยู่ข้างๆ ผมแล้วนั่งลงทำให้ผมหันไปเห็นเสี้ยวหน้าของเขาได้พอดิบพอดี... คนที่มาใหม่ก็ควรจะเป็นคนที่ผมต้องทำความรู้จักใหม่ แต่เปล่าเลย... ตรงกันข้าม คนๆ นี้ผมรู้จักเป็นอย่างดี


“คุณยูโรครับ นี่เจ้าแม็ค... ลูกชายผมเอง” รอบข้างเป็นอย่างไรผมไม่ได้ยินแล้ว เห็นเพียงแต่ใบหน้าของคนข้างๆ ที่มองมาที่ผมแบบตกใจเช่นเดียวกับที่สีหน้าของผมที่เป็นอยู่


“ไวท์...” มันพูดชื่อผมเบาๆ ขณะที่ผมกำมือไว้แน่นจนคนที่กุมมือผมอยู่นั้นต้องหันมามอง


“แกรู้จักกับคุณไวท์เหรอ” คุณมิ้นท์เอ่ยถามน้องชายของเธอ


“อื้อ... เราเป็นเพื่อนกันที่มหาลัยน่ะ” กูไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับมึงเลยสักนิด


“งั้นก็ดีเลย จะได้ไม่เสียเวลาทำความรู้จักกัน งั้นเราเข้าเรื่องกันเลยดีมั้ยครับคุณยูโร”


“เอ่อ... ได้ครับ” แม้ว่าบทสนทนาจะเริ่มดำเนินไป แต่ผมก็ยังรู้สึกว่าไอ้แม็คมันลอบมองใบหน้าผมบ่อยๆ จนพี่ยูโรต้องหันไปมองมันด้วยความสงสัยอยู่บ่อยครั้ง


“เพื่อนที่ไหน” พี่ยูโรกระซิบถามเสียงแข็งระหว่างที่คนอื่นๆ กำลังทานอาหาร


“มหาลัยครับ”


“สนิทกันรึเปล่า”


“ไม่แล้วครับ” ผมส่ายหน้าเบาๆ พยายามควบคุมอารมณ์และสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นการเสียงาน


“มีอะไรบอกพี่ได้นะ” พี่ยูโรทิ้งท้ายไว้เท่านั้นก่อนจะเริ่มคุยกับคุณนพดลต่อ ไอ้แม็คมันไม่ได้พูดอะไรแต่กลับเอาแต่มองหน้าผมอยู่ตลอดและก็ต้องหันหน้ากลับไปเองทุกครั้งเมื่อถูกพี่ยูโรจ้องหน้ามันอีกที

 



“พ่อ... ผมขอไปคุยกับไวท์ก่อนนะ ไม่ได้เจอมันนานเลย” มันหันมาสบตาผมแวบหนึ่งก่อนจะหันไปมองหน้าพี่ยูโร


“ผมขอคุยกับไวท์ได้มั้ยครับ” อยากให้พี่ยูโรไม่อนุญาตหรือพูดอะไรก็ได้ที่ทำให้ผมไม่ต้องไปเผชิญหน้ากับมัน แต่พี่เขาเงียบ... ผมรู้ว่าเขาไม่อยากให้ผมไปเพราะมือที่กุมอยู่ไม่ปล่อย แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้เลย


“ให้ไวท์ไปเถอะค่ะพี่ยูโร สองคนนี้เป็นเพื่อนกันน่าจะมีเรื่องต้องคุยกัน” ผู้หญิงคนเดียวของโต๊ะพูดเสริมขึ้นอีกคนทำให้พี่ยูโรหันมาถามผม


“อยากไปมั้ย” เขาพูดเสียงเบาแต่ก็เดาได้ว่าทุกคนต้องได้ยินเพราะเราถูกจับจองอยู่ แม้พี่ยูโรจะให้สิทธิ์ผมได้เลือก แต่ผมก็ไม่มีทางเลือกอยู่ดี


“ผมขออนุญาตนะครับ” ผมทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินตามมันออกมา

 

 

 



            เรานั่งกันอยู่ในร้านกาแฟข้างๆ ลอบบี้ในโรงแรม แม็คทำหน้าที่สั่งเครื่องดื่มมาให้และกำลังนั่งมองหน้าผมที่เหม่อมองออกไปนอกกำแพงกระจกใส


“ไวท์... ไม่เจอกันนานเลยนะ” ผมทำหูทวนลม ไม่อยากคุย ไม่อยากมองหน้ามัน


“บังเอิญจังเนอะที่เจอมึงที่นี่”


“มึงสบายดีมั้ยวะ”


“ไวท์ คือกูขอโทษ...” มันพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน


“มึงจะให้กูทำยังไงก็ได้ กูยอมทุกอย่างแต่ขอร้อง... มองหน้ากู พูดกับกูบ้างได้มั้ย”


"กูแค่อยากได้มึงคนเดิมกลับคืนมาจริงๆ นะ" มันพล่ามไปเรื่อยๆ จนผมเองก็รำคาญจะฟังแล้ว


"มึงจะมาเรียกร้องอะไรวะในเมื่อมึงเป็นคนทำมันพังเอง" ผมจ้องมองมันตรงๆ และก็เป็นมันเองที่เบือนหน้าหลบสายตาอาฆาตของผม ก่อนจะเกิดเหตุการณ์นั้นยอมรับเลยว่าแม็คเป็นผู้ชายที่น่าคบคนหนึ่ง มันนิสัยคล้ายๆ ผม จะนึกถึงความรู้สึกของคนอื่นก่อนเสมอ แต่ครั้งนั้นมันพลาด... ที่ไม่นึกถึงความรู้สึกของผมเลยแม้แต่น้อย


"กูขอโทษ มึงจะให้กูทำอะไรก็ได้ แต่ขอให้มึงให้โอกาสกูได้ทำหน้าที่เพื่อนของมึงอีกสักครั้งเถอะ"


"มึงเคยได้โอกาสนั้นไปแล้วนี่" ผมแค่นยิ้มพร้อมน้ำตาคลอเบ้า เสียใจที่ไว้ใจมัน เสียใจที่ต้องเสียเพื่อนที่ดีไป มันไม่ผิดที่คิดไม่ซื่อ แต่มันผิดที่คิดแล้วก็ยังจะทำ ทั้งๆ ที่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรกับมันและย้ำเสมอว่ามันเป็นเพื่อน


 "กูผิดเองที่ห้ามใจตัวเองไม่ได้"


"กูก็ผิดเองที่ไว้ใจมึง"


"ไวท์..." สัมผัสได้ว่าหน้ามันเจ็บปวดแค่ไหนที่ได้ยิน ผมเองก็ไม่ใช่คนใจแข็งขนาดที่เห็นแบบนี้แล้วจะไม่หวั่นไหว แต่สิ่งที่มันทำก็ร้ายแรงเกินกว่าที่จะให้อภัย มันทำให้ผมต้องจมอยู่กับความรู้สึกอะไรบางอย่างที่ไม่เชิงกลัว แต่ก็หวั่นเกรงทุกครั้งเมื่อเจอเหตุการณ์คล้ายๆ อย่างนั้น... วินาทีนี้ผมคิดถึงพี่ยูโร ผู้ชายอันตรายที่ทำให้ความรู้สึกหวั่นเกรงในใจมันค่อยๆ หายไป แตกต่างจากผู้ชายตรงหน้า... ที่ยิ่งอยู่ใกล้แล้วยิ่งกลัวมากขึ้นไปทุกขณะ



"วันนี้มึงอาจจะยังไม่ให้อภัยกู แต่กูจะทำทุกอย่างให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม"


“ไม่มีวันนั้นหรอกแม็ค” ความรู้สึกผมพังแล้ว เหมือนแก้วที่มันแตกนั่นแหละ... ไม่มีวันที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรอก


“กูรู้สึกผิดจริงๆ นะ แต่กูจะไม่ขอแก้ตัวอะไรทั้งนั้น”


“...”


“แค่เห็นมึงสบายดีกูก็ดีใจแล้ว... ยังถามถึงเรื่องมึงจากเจ๊ต้นน้ำเรื่อยๆ แหละ”


“ไม่ต้องเสือก!


“ดูแลตัวเองดีๆ นะมึง กูไม่ไปไหนหรอก”


"ถ้ามึงมีเรื่องไม่สบายใจอะไร มาคุยกับกูได้นะ ยังอยากเป็นที่ปรึกษาให้มึงเหมือนเดิม" มันทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนสบตาผมชั่วครู่หนึ่งและเดินออกจากร้านไป เหลือไว้เพียงคาราเมลลาเต้ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ผมชอบและมันก็ยังคงจำได้เสมอ กับโกโก้เย็นที่เมื่อก่อนผมมักจะซื้อมาฝากมันบ่อยๆ แม้มันไม่ได้ชอบดื่มโกโก้แต่ก็ยอมกินเพราะผมเป็นคนซื้อมาให้ ทั้งๆ ที่ผมแค่ซื้อมาแกล้งมันเล่นเฉยๆ


เห็นเครื่องดื่มสองแก้วนั้นมันก็ทำให้นึกไปถึงคนที่เพิ่งเดินออกจากร้านไป แววตาคู่นั้นที่มองมามันทำให้ผมกลัว...กลัวว่าจะใจอ่อนและยอมให้อภัยง่ายๆ กับความผิดร้ายแรงที่มันเคยทำไว้

 



 

หลังออกจากร้านกาแฟ ผมกลับไปที่โต๊ะอาหารแต่ก็พบว่าไอ้แม็คมันไม่อยู่แล้ว เมื่อทานอาหารและคุยกันเสร็จผมก็กลับมาทำงานของตัวเองต่อ ส่วนพี่ยูโรก็ต้องไปจัดการเรื่องเอกสาร และเขาก็เพิ่งกับมาถึงห้องในตอนใกล้ค่ำ ซึ่งผมกลับมาก่อนและได้อาบน้ำเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


“พี่ว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันนะ” เขาก้าวขึ้นมาบนเตียงและดึงเอาตุ๊กตาแมวยักษ์ตัวใหญ่กับแมวตัวน้อยอีกตัวที่ผมพามันมาจากกรุงเทพด้วยออกห่างเพื่อให้เราได้เห็นหน้ากัน


“ไอ้คุณแม็คนั่นมันเป็นใคร ทำไมพี่ไม่รู้จัก” ดูเขาอารมณ์เขาหงุดหงิดจนผมเองต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ให้เขาหัวเสียไปมากกว่านี้


“เพื่อนที่มหาลัยครับ เป็นรุ่นน้องเจ๊ต้นน้ำน่ะ”


“แล้วรู้จักมันได้ยังไง ไม่ได้เรียนคณะเดียวกันนี่” เขาขยับเข้ามาใกล้จนผมต้องถอยกรูดไปติดหัวเตียง


“มันเป็นเดือนคณะวิศวะ เจ๊ต้นน้ำเป็นดาวมหาลัยเลยรู้จักกันในกองประกวดไงครับ”


“แล้วทำไมไวท์ต้องรู้จัก” พี่ยูโรเป็นคนมีเหตุผล แต่ตอนนี้เขาดูจะไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่ ใบหน้าที่มองมางอนๆ เหมือนเด็กน้อยนั่นอีก... ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมจะบอกเรื่องจริงให้เขารู้วันนี้เพราะเป็นห่วงว่ามันจะกระทบกับเรื่องธุรกิจน่ะสิ


“พี่ต้นน้ำแนะนำให้รู้จักครับ”


“พี่ไม่ชอบ”


“...”


“สายตาที่มันมองไวท์” เขาก้าวขึ้นมานั่งคร่อมผมที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่ มือหน้าเอื้อมมือมาสัมผัสแก้มผมเบาๆ


“...”


“มันเหมือนที่พี่มอง...” ผมเข้าใจพี่ยูโรและอยากให้เขาสบายใจเลยซุกหน้าลงกับแผงอกแกร่งแล้วกอดเขาไว้แน่นๆ เขากอดตอบแล้วลูบหัวผมไปมาซึ่งช่วยทำให้ผ่อนคลายได้มากเหมือนกัน


“แล้ว... มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า ดูไวท์ตกใจที่เจอ” เขาผละออกมาถาม เราสบตากันอยู่เนิ่นนานและเป็นผมเองที่หลุบตาต่ำลงมา ไม่ใช่ไม่อยากมอง... แต่กลัวว่าเขาจะอ่านสายตาลอกแลกของผมตอนนี้ออก


 “เราไม่ได้เจอกันนานน่ะครับ”


“แต่ไวท์ไม่ได้ดูดีใจเลยนะ” สายตาคาดคั้นทำให้ผมต้องยู่หน้าเพื่อกลบเกลื่อนความจริง


“เรื่องไม่เป็นเรื่องน่ะครับ อีกอย่างเราไม่ได้สนิทกันด้วย แค่คุยกันตามประสาคนเคยรู้จักกันเท่านั้นเอง”


“มันมีเรื่องอะไรที่พี่ควรรู้หรือเปล่า” สายตาเป็นห่วงที่ส่งมาทำให้ผมรู้สึกผิดถ้าจะปกปิดความจริงไปเรื่อยๆ เพราะพี่ยูโรเองก็เหมือนจะค้างคาใจมาตั้งแต่เช้าแล้ว


“งั้น... ถ้าไวท์พร้อมไวท์จะเล่าให้ฟังละกันนะครับ” ผมโน้มตัวลงไปกอดพี่ยูโรอีกครั้งแบบอ้อนๆ ซุกใบหน้าลงที่หน้าอกอันอบอุ่นที่ทำให้ง่วงนอนได้ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ๆ


“ทานข้าวแล้วใช่มั้ยครับ” เขาก้มลงมาถามพร้อมกับแนบริมฝีปากลงกับหัวของผม วันนี้พี่ยูโรให้ผมกินข้าวที่ห้องอาหารก่อนเพราะเขาไม่รู้ว่าจะทำงานเสร็จกี่โมงและไม่รู้ว่าจะต้องกินข้าวกับลูกค้าต่อมั้ย


“ครับ พี่ยูโรล่ะครับทานรึยัง” ผมเงยหน้าขึ้นไปถาม


“ยังเลย หิวแล้วด้วย”


“เดี๋ยวไวท์ไปสั่งให้นะ” อยากเอาใจเขาบ้างหลังจากที่เห็นว่าเขาเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว


“เดี๋ยวสิ” เขาจับไหล่ผมให้อยู่กับที่


“ครับ?


“พี่ไม่ได้หิวข้าว”


“...”


“พี่หิวอย่างอื่น” จบประโยคเขาก็ดึงผมเข้าไปประกบจูบอย่างรวดเร็วและร้อนแรง... คืนนี้พี่ยูโรคงไม่ได้กินข้าว เพราะเขากินผมแทนข้าวแล้วยังไงล่ะ








พี่ยูโรเป็นคนเสมอต้นเสมอปลายค่ะ... ในส่วนของความหื่นนั้นนนน ก็ตามนั้นเลย 55555 ชอบจังเวลาที่พี่เค้าหื่นใส่น้องเนี่ย ><

ปล.1 มีคนทายถูกด้วยว่าเจ้าแม็คนี่เป็นน้องชายคุณมิ้นท์ อิอิ

ปล.2 ขอโทษที่อัพช้านะคะ จะพยายามหาเวลามาแต่งต่อเร็วๆ เน้อ นี่แอบแต่งตอนเรียนหนังสือนะรู้ยัง 555 เด็กๆ ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง ไรต์ไม่ตั้งใจเรียนงี้ ฮ่าาาาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

451 ความคิดเห็น

  1. #444 pepi_sky_ (@SAKIYAH2168) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 00:35
    สงสารน้องไวท์นะคะ5555555
    #444
    0
  2. #310 ปลาวาฬเองจะ (@plawan_nr) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 10:50
    เฮีย เฮีย ให้น้องพักหน่อย 555 ช้ำหมด นุ้งไวท์
    #310
    0
  3. #248 CHONLADDASOMNIL (@CHONLADDASOMNIL) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 22:31
    เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ5555555เฮียหื่นมากเลยสงสารไวท์5555
    #248
    0
  4. #200 meaw meaw (@meaw-007) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 12:18
    อ่านแล้วก็เหนื่อย..........เหนื่อยกับความหื่นของเฮียยูนั่นแหละ โอ๊ยยยยยยยยยย ให้แม่มาขอเลยเส่~~~

    น่องไวท์ควรบอกเรื่องแม๊คกับเฮียยูนะลูก
    #200
    0
  5. #159 Bubble-1 (@euro2500) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 22:45
    เหนื่อยหน่อยนะไวท์-////-
    #159
    0
  6. #125 MJForever (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 16:25
    คนอะไรจะคงเส้นคงวาได้ขนาดนี้คะคุณณณ
    #125
    0
  7. #124 พรรค (@Aommiejinyoung) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 00:24
    พี่ยูโรยังหื่นไม่ยอมเปลี่ยนแปลงเลยนะคะสงสารนุ้งไวท์จัง ที่ต้องตกเป็นอาหารของเสือหิวตัวนี้
    #124
    0
  8. #123 RapeeO_o (@RapeeO_o) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 21:03
    พี่คะ พี่ต้องกินข้าวบ้างจะได้มีแรงหื่นเยอะๆยังไงล่ะ 5555555555555
    #123
    0
  9. #122 Thanks (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 19:46
    หนูไวท์ทำไมไม่บอกพี่เค้าไปเลยละค่ะกลัวใจเพื่อนเดี๋ยวนางทำอีกจะแก้ไม่ทันส่วนความหิวของเฮียยูนั้นคงต้องแก้กันไปทั้งคืนรึป่าวค่าาาาา
    #122
    0
  10. #120 - Nusjung - (@tabtimnak) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 16:42
    ทำไมซื้อหวยไม่ถูกแบบนี้บ้าง 55
    #120
    0