<เรียงราวชาวประชา, 2> - Ashen Life เถ้าชีวิต

ตอนที่ 8 : ตอนที่๗ รับน้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 ม.ค. 60

วันต่อมา โดโลเรสถูกพาตัวออกจากบ้านไป นางพยายามทำใจว่าอย่างน้อยให้แดนนี่เป็นลูกของจอร์แดนกับภรรยาแต่งคงจะดีต่อตัวแดนนี่เอง อย่างน้อยก็ไม่ต้องโดนใครดูถูกว่าเป็นลูกของภรรยาบ่าวที่ไม่มีดีอะไร และนางเองก็จะได้กลับบ้านไปหาพี่น้องเหมือนกัน

“ท่านจะปล่อยข้าเป็นอิสระเหรอ?”

“ข้าซื้อเจ้ามาเท่าไรล่ะ?”

“ห้าหมื่นสอง”

“เจ้าคิดว่าข้าจะทิ้งเงินห้าหมื่นสองไปเปล่าๆ ไหมล่ะ?” จอร์แดนเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มด้วยท่าทีสบายใจ งานนี้เขามีแต่ได้แต่ได้อยู่แล้ว ด้านโดโลเรสเจอแบบนี้เข้าไปก็ใจหายวาบ นึกกลัวขึ้นมาไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร นางพยายามตั้งสติถามหวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่คิด

“แต่ท่านก็ใช้งานข้าเกินคุ้มแล้ว!”

“คุ้มที่ไหนกัน เจ้ามีเงินห้าหมื่นสองมาไถ่ตัวเองหรือเปล่า?”

“ข้าไม่มี”

“งั้นข้าจะหาเงินก้อนนั้นเอง”

......................................................................................................................................................

และคำตอบนั้นถูกอธิบายเมื่อชายรูปร่างอ้วนเตี้ยคนหนึ่งเดินเข้ามา เขามองเด็กสาวหัวจรดเท้าอย่างอึ้งๆ แล้วหันไปทางจอร์แดน

“เจ้าขายนางให้ข้าแน่นะ?

“ข้าซื้อมาหกหมื่น ขายถูกๆ ให้เหลือแค่ห้าหมื่นเอง” จอร์แดนโป้ปดขณะตกลงราคากับพ่อค้าที่มองนางอย่างไม่เชื่อสายตา เอาเข้าจริงโดโลเรสไม่ใช่คนสวยเลิศเลออะไร แต่คนในเลอนาไม่ค่อยได้เห็นของสวยงามจึงตกตะลึงง่ายเป็นพิเศษ เพราะคนที่สวยมากๆ ชนิดที่การกรีดหน้าโกนหัวไม่ได้ช่วยอะไร มักจะถูกฆ่าข้อหาหมั่นไส้โดยไม่ต้องมีเหตุผล

“ห้าหมื่น?”

“ทำไมเหรอ?”

“แน่ใจนะท่านจอร์แดน?”

“แน่ใจสิ นางทำได้ทุกอย่าง ซื้อไปท่านไม่ผิดหวังหรอก”

เอาเข้าจริงที่เขาตกใจไม่ใช่ว่าแพงเกินไป แต่เป็นเพราะถูกเกินไปต่างหาก ซึ่งเขาก็แสร้งทำหน้านิ่งสมกับเป็นนักธุรกิจสายมืดที่ไม่ชอบให้คนรู้ว่าคิดอะไร

“ซื้อก็ซื้อ”

เงินถูกวางลงที่มืออย่างง่ายๆ

“พาตัวนางไป” รอน หัวหน้าคณะค้ามนุษย์ออกคำสั่ง แน่นอนว่าโดโลเรสก็ยอมไปแต่โดยดี เพราะถ้านางขัดขืนนอกจากครอบครัวของนางจะเดือดร้อนแล้วลูกชายของนางอาจโดนไปด้วย ความรักของนางบวกกับความหวังที่ว่าสักวันจะได้เจอลูกอีก

“ครับ ท่านรอน”

โดโลเรสกอดตัวเองไปตลอดทางที่เดิน รอบๆ มีแต่ทุ่งไว้ทำไร่ทำนาตลอด แต่เท่าที่เห็นก็เป็นพืชชนิดเดียวกันหมดอย่างข้าว เด็กสาวนึกถึงชีวิตที่เคยประสบมา นางเคยเป็นผู้หญิงใสซื่อธรรมดาแต่ชีวิตต้องมาผกผันเพราะถูกขายให้แต่งงานกับจอร์แดน ผู้ชายที่นางเกลียดแต่กลับเป็นพ่อของลูกที่นางรัก

“คิดถึงครอบครัวล่ะสิ”

“อื้อ”

“ข้าเข้าใจเจ้านะ ข้าเองก็คิดถึงครอบครัวข้าเหมือนกัน” ชายหนุ่มมีแววตาสลด “แต่ก็ทำได้แค่ทำใจกับหาเงินไถ่ตัวเองออกจากการเป็นทาสเท่านั้นแหละ”

“ข้าก็หวังว่าจะไถ่ตัวได้เร็วๆ เหมือนกัน”

“จริงสิ เมื่อกี้สามีเจ้าเหรอ?”

“จะว่าอย่างนั้นก็ถูก”

“แล้วเจ้ามีลูกหรือยังล่ะ?”

“ยังหรอก” โดโลเรสแทบหลั่งน้ำตา นางไม่สามารถเปิดเผยให้ใครรู้ได้ว่าแดนนี่คือลูกของนาง ถ้าใครรู้เข้าแดนนี่จะแย่เอา นางยอมเก็บความเสียใจไว้คนเดียวดีกว่า เมื่อรู้ตัวว่าแววตาไม่เหมือนเดิมจึงเปลี่ยนเรื่องพูดกลบเกลือน “นี่เจ้าจะพาข้าไปไหนเหรอ?

“พาไปสักไงล่ะ”

“สักอะไรเหรอคะ?”

“ก็สักสัญลักษณ์ของการเป็นทาส”

“สัญลักษณ์ของการเป็นทาส?”

“ถ้าจะพูดให้ถูก... สัญลักษณ์ของการเป็นทาสรอน”

ชายคนนั้นท่าทางเป็นมิตร หน้าตาแม้ไม่ดีแต่ก็ไม่จัดว่าขี้เหร่ รูปร่างกำยำแข็งแรง เขาพานางไปจนถึงห้องๆ หนึ่ง โดโลเรสก็ถูกผลักให้นั่งลงกับเก้าอี้ ช่างสักท่าทางเถื่อนๆ หยิบอุปกรณ์ขึ้นมาพร้อมกับสักลงบนผิวขาวเนียนที่ต้นแขนของเด็กสาว ความเจ็บปวดนั้นทำให้โดโลเรสต้องกัดฟันเอาไว้ นานเหลือเกินว่าที่จะสักเสร็จ

มันเป็นตราที่เขียนว่า ‘ทาสของรอน’ คำๆ นั้นส่อแววกดขี่อยู่ในที

นึกแล้วก็ให้เสียใจ... ต่อไปนี้นางจะมีตราบาปว่าเคยเป็นทาสอย่างที่ไม่สามารถลืมเลือน

“เจ้าไปทำนาเถอะ แล้วก็อยู่อย่างเจียมตัวเข้าล่ะ เดี๋ยวจะมีเรื่องเอา”

“แล้วเจ้าจะไปไหนล่ะ?”

“ไปก่อสร้างน่ะ ข้าก็เป็นทาสเขาเหมือนกัน” ชายหนุ่มโบกมือแล้วเดินไปอีกทาง โดโลเรสมองซ้ายมองขวา การมีเพื่อนอยู่บ้างคงจะดีกว่าการอยู่คนเดียวอย่างเปล่าเปลี่ยว

“เดี๋ยว”

“หืม?”

“เจ้าชื่ออะไรเหรอ?”

“ข้าอเล็กซ์

“ข้าโดโลเรส”

“ไว้เจอกันนะ”

“อืม” โดโลเรสพยายามยิ้มอย่างยากลำบาก เอาเข้าจริงการเป็นทาสน่าจะดีกว่าการถูกจับมัดขึงพรืดให้ผู้ชายที่ไม่ได้พึงใจมาเสพสมทุกวัน

และโดโลเรสก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิด คนเราเมื่ออยู่ในปัญหามักคิดว่าปัญหาของตนในขณะนั้นเลวร้ายที่สุดในโลก แต่ในความจริงแล้วเราสามารถซวยกว่านี้ได้ทุกเมื่อ

กลุ่มผู้หญิงที่ทำไร่อยู่มองนางด้วยสายตายียวนประสาคนขี้อิจฉาที่ไม่ชอบเห็นใครสวยกว่า โดโลเรสหน้าตาผิวพรรณดีกว่าพวกนั้นมากนัก ชาวนาที่กำลังหลังขดหลังแข็งทำอยู่ผิวแห้งแตก หน้าตาหรือก็ห่างไกลจากคำว่าสวยมาก เด็กสาวก้มหน้าทำงานประสาคนไม่กล้ามีเรื่อง

“ทำงานซะสิ ยืนบื้ออยู่ได้”

“ข้าต้องทำอะไรบ้างเหรอ?”

“เห้อ... โง่จัง” ทาสหญิงคนนั้นมองด้วยหางตาแล้วหันไปขำกับเพื่อนสนิท พฤติกรรมแบบนี้เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจนัก แต่ก็เป็นที่รู้กันว่ามีคนมากมายที่ยังทำตัวน่ารังเกียจเช่นนี้แบบไม่รู้ถูกผิด อาศัยที่ว่ามีอิทธิพลมากกว่าแล้วเที่ยวรังแกชาวบ้านไม่รู้จักจบ

“นึกว่าตัวเองเป็นลูกผู้ดีหรือยังไง? เคยทำไร่ปลูกผักปลูกหญ้าไหมล่ะ?”

“เคยค่ะ”

“ก็ปลูกเหมือนกันนั่นแหละ ดูพวกข้าแล้วก็ทำก็พอ”

โดโลเรสทำงานจนเหนื่อยอ่อน ทุ่งนากว้างมากแต่มีทำกันอยู่ไม่กี่คนทั้งนางยังต้องทำมากกว่าใครเพื่อนเพราะเป็นเด็กใหม่ เป็นปกติอยู่แล้วที่ต้องโดนรับน้อง

“ถึงเวลาข้าวเย็นแล้ว เจ้าไปหยิบอาหารมาสิ”

“ค่ะ”

“อย่าลืมหยิบให้พวกข้าด้วย เร็วๆ เข้าล่ะ ข้าหิวแล้ว ช้าขึ้นมาข้าเอาเรื่องเจ้าแน่ ถ้ากล้าดีก็ลองดูได้นะ” หญิงสาวสิบกว่าคนนั้นออกคำสั่ง แน่นอนว่าโดโลเรสก็ก้มหน้าก้มตาไปหยิบมาให้แบบไม่กล้าโต้แย้งอะไร นางต้องเดินหลายรอบกว่าจะแบกข้าวมาให้หมด

อาหารวันนี้เป็นข้าวกับเนื้อแพะที่ติดหนังมากกว่าจะเป็นเนื้อ

“เจ้าเอาเนื้อมาให้ข้า”

“แต่ข้ามีแค่สามชิ้นเองนะ”

“เอ๊ะ เจ้านี่ งานก็ไม่ทำ กินไปชิ้นเดียวก็พอ ตักข้าวเยอะๆ เดี๋ยวก็อิ่ม” หญิงสาวออกคำสั่งและยิ้มเยาะ โดโลเรสไม่กล้าต่อปากต่อคำจึงยอมยกเนื้อแพะให้จนเหลือแค่ชิ้นเดียวกับข้าวมากมาย นางรู้สึกได้ถึงความจืดชืด แต่ด้วยความหิวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทำให้ต้องรับประทานลงไป

“รีบกินด้วย มีงานต่อ”

“งานอะไรคะ?”

“ซักผ้าให้พวกข้า”

“จะไม่ทำก็ได้ แต่ถ้าเจ้าไม่ทำข้าฟ้องท่านรอนนะ”

โดโลเรสพยักหน้าพร้อมกับรีบกินเพื่อที่จะได้ไปทำงานให้ต่อ นางหอบเสื้อผ้าเหม็นเหงื่อของทาสหญิงคนอื่นไปที่คลองและลงมือซักผ้า ในสมองคิดถึงแต่แดนนี่ นางทำงานเหนื่อยอ่อนแต่ก็ประคองร่างกลับไปพักที่เรือนนอน หวังว่าเรื่องเลวร้ายจะผ่านไปในเร็ววัน 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #10 ลูกชุบ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 09:23
    โซตัสแบบย้อนยุค 55555
    #10
    0