<เรียงราวชาวประชา, 2> - Ashen Life เถ้าชีวิต

ตอนที่ 7 : ตอนที่๖ สิทธิ์ของประชาชน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ม.ค. 60

ปีเตอร์ไม่ได้สนใจอะไรวอลลิสอีกซ้ำยังหายไปโดยไม่สามารถติดต่อได้อีก เมื่อปิดบังไม่ได้อีกต่อไปวอลลิสก็หนีออกจากบ้านไปเฉยๆ เพราะทนคำพูดด่าทอของแม่เลี้ยงไม่ไหวและตัวแม่เลี้ยงเองก็ไม่ได้คิดสนใจอะไรอยู่แล้ว ตัดตัวหารค่าใช้จ่ายออกไปถือว่าดีด้วยซ้ำ

เมื่อไม่รู้ว่าจะทำอาชีพอะไรดี คนรักสบายอย่างวอลลิสจึงเข้าซ่องแห่งหนึ่ง นางคลอดลูกแล้วนำไปขึ้นเงิน ได้มาใช้ซื้อของกินเล่นบ้างก็ดีกว่าไม่ได้เลย

เด็กสาวมองหน้าทารกพร้อมกับครุ่นคิดครู่หนึ่ง

วอลลิสไม่พร้อมที่จะเลี้ยงดู แต่จะให้ฆ่าแกงลูกที่เกิดมาจ้องหน้าตัวเองแป๋วๆ ก็เหลือวิสัย นางกอดลูกไว้แนบอก สายตามองอย่างอาวรณ์นิดๆ แล้ววางทิ้งไว้หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทั้งน้ำตา

“เอามันไปทิ้งแล้วเหรอ?” แม่เล้าถามด้วยสายตาเรียบนิ่ง ไม่ได้ถามด้วยความรู้สึกที่เหยียดหยามหรือยินดียินร้ายแต่อย่างใด การทิ้งลูกหรือทำแท้งถือเป็นเรื่องปกติมากในซ่องโสเภณี วอลลิสนั่งพร้อมกับหยิบสะเก็ตตะนอยขึ้นมาดื่ม ดวงตาสีฟ้ามองออกไปนอกหน้าต่าง

“ค่ะ”

“แน่ใจนะว่าไม่มีใครเห็น?”

“ไม่มีแน่นอนค่ะ”

บรรยากาศนิ่งไปครู่หนึ่ง จิตสำนึกที่พอมีอยู่บ้างทำให้วอลลิสนั่งสลด แม่เล้าขมวดคิ้วเล็กน้อย คนที่เพิ่งเคยทิ้งลูกหรือทำแท้งครั้งแรกๆ ก็มักจะเป็นอย่างนี้

“อย่าเสียใจไปเลย ลูกเจ้าไปอยู่ที่นั่น คงจะมีอนาคตดีกว่าอยู่ในซ่องเยอะ”

คำพูดนั้นเหมือนบีบใจของวอลลิสเล็กน้อย ถ้าไม่โกหกตัวเองจนเกินไป นางมีโอกาสที่จะใช้ชีวิตอันถูกต้องบนเส้นทางสีขาวและเลี้ยงดูลูกของตัวเองตามมีตามเกิด แต่เด็กสาวกลับพ่ายแพ้ให้ความลุ่มหลงในกามจนต้องทอดทิ้งลูกและกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในซ่อง

“ถ้ามีใครรู้เขาได้หาว่าข้าใจดำแหง”

“ใจดำตรงไหน มันสิทธิ์ของเจ้า ไม่อยากเลี้ยง แต่อยากได้เงิน ปล่อยให้มันออกมาลืมตาดูโลกแล้วเอาไปทิ้งก็ถูกแล้ว เรื่องปกติจะตายไป”

วอลลิสเห็นด้วย

“ท่านว่าที่นั่นเขาจะให้ลูกข้ากินอิ่มหรือเปล่า?”

“ทุกวันนี้เจ้ากินอิ่มไหมล่ะ? ถ้าไม่ก็อย่าฝันถึงสถานที่แบบนั้นเลย!” แม่เล้าพูดพร้อมตักอาหารแห้งๆ เข้าปาก “เลอนาก็เป็นอย่างนี้ อย่าไปหวังมีกินมีใช้แบบไฮโดรเมด้าเลย อย่างดีวันไหนมีเนื้อชิ้นโตให้กินก็ถือเป็นบุญแล้ว เจ้าไปดูพวกไฮโดรเมด้าสิ ดินดีน้ำดี จนยังไงก็มีพืชผักกิน”

“เขาบอกจักรพรรดิโอโร่พาทหารลงพื้นที่ช่วยกันทำไร่ไถนาประชาชน ถุ้ย!”

“ก็แค่จักรพรรดิที่ทำตัวเป็นคนดี ความจริงก็แค่กลัวบัลลังก์สั่นคลอน อาณาจักรเล็กกว่าใครเขาเพื่อน” หญิงวัยกลางคนส่ายศีรษะ เป็นที่รู้กันว่าอาณาจักรไฮโดรเมด้าแตกต่างจากอาณาจักรอื่นตรงที่แม้จะมีพื้นที่และเกาะใต้อาณัติน้อยกว่าอาณาจักรอีกสาม แต่จักรพรรดิหรือผู้คุมกฎกลับมีความใกล้ชิดกับประชาชนมาก เป็นเหตุให้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนที่มีการศึกษาให้ความเคารพด้วยใจไม่ใช่แบบทำตามๆ กันมา

“ท่านรู้จักกลุ่มกบฏลูซิโนไหม?”

“ข้าได้แนวคิดนี้มาจากเขานั่นแหละ”

เมื่อมีความคิดทางการเมืองตรงกันสองคนก็ยิ้มขึ้นมา

“เอาเข้าจริงข้าเกลียดระบบจักรพรรดิ จะเป็นลีทอส กอรี่โมสต์ มานสเกน หรือโอโร่ ข้าก็เกลียดหมดทั้งนั้น” แม่เล้าเบะปาก “มันวิเศษมาจากไหน ก็แค่คนๆ หนึ่งที่มีอำนาจ มีกองกำลังทหารในมือ จะโสเภณีอย่างเราหรือคอนโทรเล่อร์ที่ตายในสนามรบมันก็คนเหมือนกัน จะยกย่องมันไปทำไมมากมาย? จริงไหมล่ะ?”

“ใช่ จะอาณาจักรไหนก็มีแต่แบบนี้ ลีทอสก็โรคจิตอย่างที่รู้กัน กอรี่โมสต์ก็เอาแต่ความรุนแรง อีโง่มานสเกนไม่พอใจใครก็เผาไฟ หรือโอโร่ที่ชาวไฮโดรเมด้างมงายก็เป็นแค่คนสร้างภาพทำงานเพื่อประชาชน ข้าถึงอยากให้ท่านลูซิโนโค่นล้มทิ้งให้หมดแล้วให้ทุกคนเท่าเทียมกันจริงๆ สักที”

“เรื่องนี้พูดทั้งวันก็ไม่จบ ข้าไม่คิดเลยนะว่าจะได้คนที่มีความคิดอย่างเจ้า”

“ข้าแค่ต้องการเสรีภาพ”

“หึ เรื่องนั้นไว้คุยกันทีหลัง เจ้าน่ะ ไปล้างหน้าล้างตาเถอะ ยิ้มให้มันสดใสด้วย แขกหนุ่มๆ รอเจ้าหลายคนแล้ว” แม่เล้าไล่ให้ลูกน้องไปทำงาน

วอลลิสเช็ดคราบน้ำตาพร้อมยิ้มให้กับตัวเอง สวมชุดเว้าลึกออกไปต้อนรับแขกที่มองนางตาเป็นมัน คนพวกนี้เอาเข้าจริงก็จัดว่าน่าสงสัย ปากบอกว่าไม่มีเงิน แต่กลับสรรหาอบายมุขมาปรนเปรอตัวเองได้ตลอดเวลา พอใช้สิ้นเปลืองจนไม่พอก็มาโทษโชคชะตา โทษคนอื่น โทษทุกคนที่ไม่ใช่ตัวเอง

“ไม่น่าเชื่อนะเนี่ยว่าจะเคยท้องโย้มาแล้ว”

“ดูหน้าอกซะก่อนสิ ช่วงนี้อวบเป็นพิเศษนะเนี่ย?”

“แล้วชอบหรือไม่ชอบล่ะคะ?”

“ก็ชอบน่ะสิ มานั่งข้างๆ ข้ามาวอลลิส”

ด้วยความสวย ความสาว และความอึ๋ม ทำให้วอลลิสกลายเป็นดาวเด่นของที่นี่ได้ไม่ยาก ใครๆ มาก็เรียกหาแต่วอลลิสและคอยเอาอกเอาใจนางเสมอไม่ขาด พอมีเงินมีการยกยอปอปั้นนางมากเข้าความรู้สึกผิดที่มีต่อลูกก็ลดลงจนกลายเป็นไม่รู้สึกอะไร

สะเก็ดตะนอยเป็นยาเสพติดที่เลื่องลือของเลอนา ด้วยความยากจนทำให้ประชาชนต้องการที่พึ่งทางใจ การนำสะเก็ดตะนอยมาผสมเหล้าดื่มจึงเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่ง

วันนั้นวอลลิสดื่มจนมึนเมาและจบด้วยการเข้าห้องกับชายคนหนึ่ง ความสุขทางเพศรสทำให้นางลืมเลือนเรื่องลูกจนหมดสิ้น และนั่นก็อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่นางรู้สึกอย่างจริงจังเกี่ยวกับการคิดถึงลูก

......................................................................................................................................................

“โอ๊ยยยยย!

โดโลเรสปวดท้องอย่างหนักจนร้องดังไปหมด ทุกคนในบ้านเข้ามาช่วยกันลุ้นในการคลอดลูกของนางไม่เว้นแม้แต่จอร์แดน ความเจ็บปวดนี้ทำให้เด็กสาวตระหนักได้เลยว่านางรักเด็กคนนี้มากแค่ไหน นางกลั้นใจเบ่งสุดแรงเกิดจนเด็กน้อยหลุดออกมา

“ออกมาแล้ว”

“อุแว๊ๆ”

เป็นเด็กชายหน้าตาน่ารักที่อ้วนจ้ำม่ำ ผิวค่อนข้างขาว โดโลเรสยิ้มด้วยความสุข นี่คือลูกของนาง ถึงจะไม่ใช่ลูกที่เกิดจากความรักแต่เด็กสาวไม่เคยนึกโกรธโทษลูกเลย สำหรับนางลูกคือทุกอย่าง นางยินยอมอดและทนความทรมานต่างๆ ขอเพียงลูกของนางยังอยู่ดีมีสุข

“เอาแดนนี่มาให้ข้าอุ้มสิ”

“ค่ะ ท่านจอร์แดน”

โดโลเรสเหนื่อยจนคอพับคออ่อนนอนสลบ เฝ้าฝันว่าชีวิตต่อจากนี้นางคงจะมีความสุขจากการได้เลี้ยงดูลูกชาย อย่างน้อยๆ ได้ป้อนข้าวป้อนน้ำก็ยังดี

แต่มันไม่ใช่อย่างที่คิด

“ว่าไงคะลูกแม่? หิวไหม? มากินนมแม่นะ...” ขณะที่เด็กสาวอุ้มทารกมาวางไว้แนบอกและให้ลูกตัวน้อยดูดกินนมจากเต้าก็มีเสียงฝีเท้าและเสียงคนสองคนคุยกันดังเข้ามา ถ้าจำไม่ผิดเสียงแรกคือเสียงของจอร์แดน แต่นางไม่แน่ใจนักว่าเสียงต่อมาคือเสียงของใคร

“นี่น่ะเหรอโดโลเรส?”

“นั่นแหละ แล้วก็ลูกของข้ากับนาง”

“น่าสมเพชจังนะคะ” เป็นหญิงสาวอีกคนที่ควงแขนชายหนุ่มอยู่ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความดูถูกเมื่อเห็นร่างเปลือยเปล่าของโดโลเรส แน่นอนว่าคนโดนมองก็หันไปทางจอร์แดนอย่างงงๆ

“อย่าให้แดนนี่กินนมสกปรกของเจ้าเลย เจ้ามันก็แค่คนชั้นต่ำ เอาแดนนี่มานี่”

“ไม่ได้นะคะ แดนนี่เป็นลูกของข้า”

“บอกให้เอามา!!”

“แต่แดนนี่ต้องกินนม”

“ข้าสั่งให้เอามาไง!!”

“ค่ะ”

โดโลเรสมือสั่นเกร็งแต่ก็จำใจยื่นลูกชายที่ตัวเองรักให้กับจอร์แดน เพราะกลัวว่าถ้าขัดขืนเขาอาจจะใช้กำลังจนแดนนี่บาดเจ็บ นางเริ่มสะอื้นไห้ด้วยความเสียใจ นางรักลูกมาก ไม่อยากพรากจากลูกแม้แต่นิดเดียว แล้วยิ่งเป็นลูกที่เพิ่งเกิด ต้องการความอบอุ่นจากผู้เป็นแม่

“เจ้ารักแดนนี่ไหม?”

“ค่ะ”

“งั้นเจ้าน่าจะรู้นะ ว่าระหว่างให้แดนนี่เป็นลูกนางบำเรอไร้เกียรติอย่างเจ้าหรือเมียที่ออกหน้าออกตาได้อะไรจะดีกับตัวแดนนี่มากกว่ากัน”

“ท่านจอร์แดน...”

“เจ้าคิดดูสิว่าถ้าเป็นเจ้าๆ จะอายไหมถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นลูกของผู้หญิงที่ไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าจะใส่” หญิงสาวท่าทางหยิ่งยโสตอกหน้าจนคนฟังแทบกระอัก

“ก็ได้ค่ะ แต่ยังไงให้ข้าได้ดูแลแดนนี่บ้างเถอะนะคะ ข้ารักเขา... ให้ข้าเป็นแค่พี่เลี้ยงก็ได้”

“โถ เจ้าคิดว่าข้าใจดีนักเหรอ?” นางยิ้มหยัน บ่งบอกว่าไม่ได้เอ็นดูแดนนี่อะไรแค่อยากจะกลั่นแกล้ง “ขืนให้เจ้าอยู่นี่เดี๋ยวก็วุ่นวายกันพอดี อีกอย่างนะ ข้าเป็นภรรยาของจอร์แดนแล้ว ข้าไม่มีทางยอมให้ผู้หญิงหน้าโง่อย่างเจ้าอยู่ร่วมบ้านหรอก จริงไหมคะจอร์แดน?”

“จริงสิ เจ้าฟังนะ ต่อไปนี้เจ้าไม่ใช่แม่ของแดนนี่ ข้าจะไม่ให้เจ้าอยู่ที่นี่อีกต่อไป” 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #9 ลูกชุบ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 09:22
    ตอนนี้โดนใจมากค่ะ
    #9
    0