<เรียงราวชาวประชา, 2> - Ashen Life เถ้าชีวิต

ตอนที่ 3 : ตอนที่๒ ถวายตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ม.ค. 60

หลังผ่านกิจกรรมสวาทจนเสร็จสม ชายหนุ่มก็แต่งตัวแล้วรีบวิ่งออกจากบ้านไปทันที วอลลิสขมวดคิ้วมุ่น หน้าเจื่อนนิดๆ กับท่าทีร้อนรนจนไม่สนใจนางของเขา เด็กสาวก้มมาหยิบเสื้อผ้าสวมกลับเข้าร่างเปลือยเปล่าของตัวเองแล้วพึมพำเสียงแผ่วเบา

“มันไม่มีอะไรหรอกน่า”

ก็แค่ฝ่าประเพณี เสียความบริสุทธิ์ให้ชายอื่นก่อนเข้าพิธีถวายตัววันเดียว แต่ใครมันจะไปรู้ล่ะ แม้ในพิธีจะมีการตรวจพรหมจรรย์ก็เถอะ แต่นางยืนกรานไม่ยอมรับสักอย่าง เยื่อพรหมจรรย์บอบบางจะตาย แค่สำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองเยื่อนั่นก็ขาดแล้ว

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เด็กสาวก็อดกังวลไม่ได้

นึกไปนึกมา นางไม่น่าปล่อยให้อารมณ์พาไปจนยินยอมพร้อมใจหลับนอนกับคนรัก เพราะท้ายสุดแล้วคนที่เป็นฝ่ายโดนสังคมดุด่าสาปแช่งก็ไม่พ้นเป็นนางคนเดียว คนเริ่มกิจกรรมอย่างปีเตอร์ก็ลอยนวลได้ด้วยเครื่องเพศที่แตกต่าง... อย่างว่าแหละ โลกนี้ยุติธรรมสุดๆ

ซะที่ไหนกันล่ะ!?

......................................................................................................................................................

รู้ตัวอีกทีวอลลิสก็มาอยู่ท่ามกลางคนในเกาะร่วมสองร้อยคน

เสียงผู้คนดังเซ็งแซ่อย่างที่เกิดขึ้นทุกๆ ปีคล้ายว่าความรุนแรงกลายเป็นธรรมเนียมปกติที่ไม่มีใครรู้สึกวิตกทุกข์ร้อนอะไร เด็กหนุ่มเด็กสาวที่อายุอยู่ในเกณฑ์สิบหกปีล้วนถูกนำตัวมาเข้าพิธีถวายตัวให้กับองค์จักรพรรดิสโกทาดี ลีทอส ปีศาจอสูรผู้อัปลักษณ์

เรื่องมันผ่านมาสี่ร้อยกว่าปีแล้ว แต่ประเพณีไม่อาจลบเลือนได้โดยง่าย

ตามประวัติเล่าต่อกันมาว่า ลีทอสผู้เป็นจักรพรรดิสืบเชื้อสายมาจากองค์กษัตริย์ลีโอนาร์ดผู้หล่อเหลากับเจ้าจอมต่างชาติผู้เลอโฉม น่าแปลกที่แม้จะมีพ่อแม่งามราวเทวดานางฟ้า แต่เจ้าตัวกลับเกิดมาหัวล้านอัปลักษณ์ ทั้งกลิ่นปากกลิ่นตัวก็เหม็นหึ่งน่ารังเกียจ สุ้มเสียงบาดหูไม่น่าฟังแต่อย่างใด

ด้วยเหตุนี้ ลีทอสจึงเป็นคนมีปมด้อย มันไม่อาจทนเห็นผู้คนใต้อาณัติงดงามและมีความสุขสำราญได้จึงออกกฎหมายเหี้ยมโหดต่างๆ เป็นต้นว่าทุกคนต้องถูกโกนหัวล้านและมีระบบเศรษฐกิจที่ขูดรีด ทุกคนถูกบังคับให้ทำงานอย่างเหนื่อยยากส่งเงินเข้ากองกลาง และมันค่อยเจียดเศษเงินกลับมาให้กับข้าวของถูกๆ คุณภาพต่ำ

แต่อย่าเพิ่งบ่นไปว่าชีวิตเลวร้าย นี่นับว่าโชคดีมากแล้ว

คนที่คิดต่อสู้ขัดขืนไม่พ้นถูกฆ่าทิ้งไม่ก็ถูกจับไปเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ทหารหรือข้าราชการต่างๆ ที่เรียกรวมๆ กันว่าพวกแฟนธอมเฟซมีหน้าที่จัดการคนที่กล้าดีประกาศตัวไม่ยอมก้มหัวให้จักรพรรดิใจทราม

“ภายใต้การปกครองขององค์จักรพรรดิ มนุษย์ทุกคนถือว่าเท่าเทียมกัน ไม่มีการแบ่งชนชั้น ไม่มีการแบ่งฐานะ ทุกคนต้องเข้าพิธีถวายตัวเป็นคนใต้อาณัติของท่านลีทอส”

เสียงประกาศดังมาตามโทรโข่ง ผู้ชายถูกคนจัดแถวแยกไปฝั่งหนึ่ง ผู้หญิงก็ไปอีกฝั่งหนึ่ง แน่นอนว่าไม่ว่าจะฝั่งไหนๆ ก็มีพวกขุนนางรวยๆ มานั่งเล็งหาเด็กสาวหน้าใสๆ ไปเป็นเมีย

วอลลิสเดินไปไม่กี่จังหวะก็มาหยุดอยู่ใกล้ๆ ผู้หญิงที่ชื่อโดโลเรส แม้ทั้งคู่จะเกิดปีเดียวกันซ้ำวอลลิสยังอ่อนกว่าหลายเดือน แต่ความกร้านโลกที่ออกมาทางสายตาและผิวพรรณกลับตรงกันข้าม โดโลเรสดูสดใสตามวัย ในขณะที่วอลลิสโตเกินวัย ต่อให้บอกว่าอายุยี่สิบกว่ายังน่าเชื่อด้วยซ้ำ

สายตาหาเรื่องนั้นทำให้โดโลเรสหลบตาไปทางอื่น พิจารณาจากรูปร่างแล้วนางไม่น่าจะสู้ได้ และพิจารณาจากจิตใจยิ่งแล้วใหญ่ว่าไม่มีทางแน่นอน

“จงอย่าให้ใครพบเห็นความงามของเจ้า ความงามเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการแบ่งแยกมนุษย์ออกจากกัน ความใคร่ในรูปกายเป็นของน่ารังเกียจ จงทำลายมันและเข้าสู่โลกของโลกทางวิญญาณของเลอนา” นักบวชที่จัดพิธีพูดเสียงเนิบนาบ ด้านเหล่าวัยรุ่นก็ขานรับพร้อมกัน

“องค์จักรพรรดิไม่เคยทิ้งพวกเรา”

วอลลิสขมุบขมิบปากพูดไปเพราะเกรงว่าถ้าไม่พูดแล้วภัยจะมาถึงตัว

“พิธีถวายตัวเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่งในการเป็นประชาชนเลอนา ทุกคนต้องทำจิตให้สงบและพร้อมสำหรับการเข้าโลกทางวิญญาณ สวดตามข้า...” บทสวดที่น่าเบื่อถูกท่องขึ้นมา โดโลเรสท่องตามเพราะคุ้นชินกับการได้ยินพ่อแม่ท่องอยู่แล้ว

เป็นที่รู้กันดีว่าถึงตอนนี้สตรีทุกคนต้องอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า โดโลเรสแม้ขัดเขินแต่ก็ถอดจนไม่มีอะไรติดตัว เดินแถวตอนลึกเข้าไปยังเตียงเหล็กที่วางอยู่เย็นเฉียบ มีขาหยั่งวางไว้กึ่งกลาง พร้อมกับนักบวชหญิงหลายคนมองเด็กสาวที่ตัวสั่นเทาด้วยสายตาดุๆ และกดศีรษะให้แนบติดกับเตียง

อุปกรณ์ชิ้นเล็กถูกสอดเข้าไปในที่ลับพร้อมกับการสอดส่องครู่หนึ่ง พอพบว่าเยื่อแสนวิเศษยังอยู่ครบ โดโลเรสก็ถูกส่งไปยังแถวต่อไปทันที คราวนี้เป็นนักบวชหน้าง่วงซึมเบื่อหน่ายที่ใช้สมุนไพรบางอย่างปาดเข้าที่ใบหน้า เด็กสาวหลับตาลงเมื่อรู้สึกชาๆ และเห็นอีกฝ่ายหยิบของมีคม

มีดเล่มนั้นถูกตวัดลงบนใบหน้าเนียนผ่อง เลือดไหลทะลักออกจากบาดแผลพร้อมเสียงกรีดร้องของเด็กสาวแต่พวกนักบวชก็ไม่มีท่าทีสงสารแต่อย่างใด ตรงข้ามยังขมวดคิ้วรำคาญอีก

วอลลิสแม้จะมีจิตใจบ้าบิ่น แต่พอได้ยินเสียงร้องหนักเข้าก็ชักเกรงๆ เหมือนกัน

ร่างอวบอัดขึ้นไปบนเตียง นางสัมผัสได้ถึงเหล็กเย็นที่สอดเข้ามา หน้าเริ่มถอดสีเพราะถ้าโดนจับได้ว่าไม่ใช่สาวพรหมจรรย์อาจเกิดปัญหาใหญ่

“เจ้าไปทำอะไรสกปรกมา?”

คำถามนั้นทำเอาวอลลิสหน้าซีดเผือด

“ข้าก็แค่...” หญิงสาวชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว ด้านนักบวชพอเห็นหน้าเจื่อนๆ นั่นประกอบกับนิ้วใหญ่ของนางก็มองหัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลน

“ผู้หญิงสกปรก!!

เสียงดังลั่นทำให้ทุกคนไม่เว้นแม้แต่โดโลเรสหันมามองด้วยความรังเกียจ วอลลิสอับอายผู้คนแต่ก็จำต้องลุกแล้วเข้าไปรอโดนกรีดหน้าตามธรรมเนียมอีก สมุนไพรตำฆ่าเชื้อแม้จะทำให้ชาไปบ้างแต่ก็ไม่ได้หายจนไม่เจ็บปวด ผิวที่ปริออกทำให้นางร้องออกมาเช่นเดียวกัน

และแล้วรอยแผลก็มาอยู่ตรงใบหน้าเรียบร้อย

เอาเข้าจริงครอบครัวของวอลลิสพอมีเงินยัดทำให้แผลนั้นไม่ใหญ่มากและอยู่ตรงหน้าผาก ต่างจากของโดโลเรสที่ถูกกรีดตั้งแต่หูซ้ายไปหูขวา

เนื่องด้วยชาวเลอนามีแต่เสื้อผ้าแบบคล้ายๆ กัน ลักษณะมันคือผ้าดิบสีออกไปทางหมองเก่า ตัดเป็นเสื้อยืดคอกลมกับกางเกงขาบานสั้นเสมอเข่า รัฐบาลจึงใช้มาตรการเสื้อผ้าหมุนเวียนนำเสื้อมาให้คนที่เพิ่งผ่านพิธีสวมกลับแล้วออกไปหาครอบครัว  

โดยทั่วไปแล้ว การโดนบังคับโกนหัวและกรีดหน้าคงไม่ใช่เรื่องที่จะยอมรับได้โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีความรักสวยรักงาม แต่ด้วยอำนาจของชนชั้นปกครองที่มีเงินมากมาย และคำว่าจารีตที่ถูกกรอกลงในสมองมาเนิ่นนานทำให้เรื่องไม่ธรรมดากลายเป็นธรรมดา

และถ้าถามถึงเหตุผล ผู้ใหญ่ที่พอมีความรู้หน่อยก็จะให้เหตุผลที่ไม่เป็นเหตุผลมา แต่ถ้าเป็นพวกรากหญ้าอย่างแท้จริงกระทั่งเหตุผลยังไม่มี ตอบได้แค่ว่าเห็นเขาทำตามๆ กันมาก็เท่านั้น

เสียงโหยร้องงอแงดังกว่าเดิมขึ้นเรื่อยๆ บรรดานักบวชกับแฟนธอมเฟซก็ไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว สมุนไพรที่มันใช้พอช่วยฆ่าเชื้อโรคและยับยั้งความเจ็บได้บ้าง แต่ถ้ามีใครภูมิคุ้มกันต่ำติดเชื้อตายก็ถือว่าซวยไป จะไปเรียกร้องอะไรกับใครก็ไม่มีคนสนทั้งนั้น ดีไม่ดีอาจโดนหาเรื่องแล้วจับไปลงโทษจะแย่กว่าเดิม

“เลิกร้องได้แล้ว จะร้องอะไรหนักหนา?”

แม่ที่มายืนรอตามพิธีมองเลือดที่ไหลจนชุ่มโชก แน่นอนว่าสมัยที่นางอายุสิบหกนางก็แหกปากร้องจ้าไม่ต่างกัน ทว่าโลกนี้มีเรื่องตลกอย่างหนึ่งที่เรามักมองความเดือดเนื้อร้อนใจคนอื่นเป็นเรื่องเล็กน้อย พอเห็นเขาคร่ำครวญก็ใช้อารมณ์สุขกายสบายใจ ณ ปัจจุบันของตนไปด่าว่าเขาอ่อนแอ

“ข้าเจ็บ...”

“แผลแค่นี้ไม่กี่วันก็หายแล้ว อย่าร้องมากนักเลย ได้ถวายตัวก็บุญแค่ไหน”

ด้านวอลลิสเดินออกมาก็เจอแม่เลี้ยงของตนที่มองอย่างไม่ยินดียินร้าย เด็กสาวมองภาพโดโลเรสที่มีครอบครัวล้อมหน้า นึกโทษโชคชะตาที่พรากพ่อแม่นางเร็วเกินไป วอลลิสเดินผ่านแม่เลี้ยงไปหากลุ่มเพื่อนที่จับกลุ่มโวยวายความเจ็บไม่ต่างจากกัน

......................................................................................................................................................

ด้วยความสวยของโดโลเรสทำให้นางไปเข้าตาจอร์แดน ชายหนุ่มฐานะดีคนหนึ่ง เขาไม่ใช่คนหน้าตาหล่อซ้ำยังมีรูปร่างอ้วนท้วม แน่นอนว่าพ่อแม่แทบอยากจะจัดงานแต่งงานให้เลยแต่ก็ต้องรักษาท่าทีไม่ให้เขารู้ว่ากระหายเงินเกินไป เดี๋ยวเหยื่อจะไหวตัวทันแล้วหนีไปแทน

จอร์แดนซื้อข้าวของมาให้เป็นจำนวนมาก โดโลเรสไม่เคยเข้าใกล้หรือคบหาผู้ชายคนไหนนอกจากคนในครอบครัว เพราะพ่อกับแม่กลัวจะมีเรื่องเสียหายแล้วจะขายไม่ออก ทำให้คนที่เด็กสาวคบหาด้วยมีแต่เพศเดียวกันทั้งนั้น ซึ่งก็ไม่ได้สนิทกันมาก ต่างคนต่างมีงานรออยู่กันหมด

“โดโลเรสมานี่สิ” ชายหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่มพลางส่งสายตาหวานๆ ไปยังร่างสมส่วนของเด็กสาววัยสิบหก ทั้งคู่อายุห่างกันเกินสิบปีด้วยซ้ำ แต่มันก็ไม่ได้สำคัญอะไร พ่อของโดโลเรสจึงเรียกให้นางลุกไปให้ดูแบบชัดเจน จะได้เห็นสภาพรูปร่างผิวพรรณอย่างใกล้ชิด

“ไปสิ นั่งเอ๋ออยู่ทำไม?”

“ค่ะๆ”

“ตา หู จมูก ปาก สวยใช้ได้” จอร์แดนจับหน้าของโดโลเรสมาสำรวจ เด็กสาวแม้ไม่ค่อยพอใจแต่ก็ไม่กล้าปริปากออกมา ทราบดีว่าพ่อแม่กำลังจะขายตัวเอง

“จะให้เท่าไร?”

“สี่หมื่น”

“น้อยไปหรือเปล่า?” คนเป็นแม่ชักไม่พอใจกับเงินที่อีกฝ่ายจะจ่าย “ลูกข้าคนก่อนหน้าตาจืดๆ ยังเรียกได้ตั้งสี่หมื่นห้าเลย ให้แค่นี้มันดูถูกกันนี่หว่า”

“ห้าหมื่นเอ้า”

“ห้าหมื่นห้า”

“ห้าหมื่นสองขาดตัว”

สองผัวเมียมองหน้ากัน เงินจำนวนนี้แม้ไม่น้อยแต่ก็ไม่มากเมื่อเทียบกับสาวสวยอย่างโดโลเรส อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่พอทราบว่ากำขี้ดีกว่ากำตดจึงว่าจะยกๆ ให้ไป อย่างน้อยขายออกก็ได้เงินเข้าและยังเปลืองค่าข้าวปลาน้อยลง สามารถจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี

“ก็ได้ แต่จะหมั้นท่านต้องจ่ายมาก่อนครึ่งราคา” 

สวัสดีค่ะนักอ่านทุกคน นี่เป็นการคุยกันครั้งแรกสำหรับนิยายเรื่องนี้ เถ้าชีวิตเป็นนิยายของอาณาจักรเลอนา หลายคนอาจสงสัยว่านี่ใช่พ่อแม่แท้ๆ หรือเปล่า บอกเลยค่ะว่าพ่อแม่แท้ๆ ของโดโลเรสนี่แหละค่ะ ไม่มีหักมุมเป็นเด็กเก็บมาเลี้ยง ลูกชู้ลูกติดอะไรทั้งนั้น เพราะผู้เขียนไม่เชื่อคำที่ว่า พ่อแม่ทุกคนรักลูกมันเป็นประโยคที่ตอแหลมากๆ เมื่อเทียบกับโลกมนุษย์ จริงอยู่ที่พ่อแม่ส่วนใหญ่รักลูกมาก แต่มันก็มีไม่น้อยสำหรับพ่อแม่ที่ชั่ว เห็นลูกเป็นที่ระบายอารมณ์ เห็นลูกเป็นทาส เห็นลูกเป็นสินค้า มันมีเยอะค่ะ ถ้าเห็นว่านิยายเรื่องนี้มันศีลธรรมเสื่อม อ่านแล้วขวางหูขวางตา ก็ช่วยไม่ได้ค่ะ ตั้งใจแต่งให้มันเสื่อม ให้มันปวดตับ ให้อ่านแล้วหงุดหงิดในความบัดซบของตัวละคร ถ้าคุณรู้สึกรำคาญหรือไม่สบายใจ นั่นแหละค่ะ คนเขียนประสบความสำเร็จแล้ว 5555 แต่เป้าหมายของการเขียนเรื่องนี้คือการปกป้องศาสนาที่เรานับถือและวิจารณ์สภาพสังคมและคนหลายๆ กลุ่ม ผู้เขียนอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาถอดรหัสนิยายเรื่องนี้ว่าสื่อถึงอะไรหรืออย่างน้อยก็พูดคุยประเด็นต่างๆ ในเรื่องอย่างสนุกสนาน ปกติผู้เขียนมักอ่านกระแสตอบรับและนำมาใช้กับตัวนิยาย แต่กับเรื่องนี้ต้องขออภัยล่วงหน้าที่จะไม่มีการตามใจผู้อ่านแต่จะแต่งตามบทที่ตั้งใจวางไว้ตั้งแต่แรกนะคะ ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #5 ลูกชุบ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 09:19
    สงสารประชาชนเลอนา
    #5
    0