<เรียงราวชาวประชา, 2> - Ashen Life เถ้าชีวิต

ตอนที่ 2 : ตอนที่๑ เพื่อนบ้านเคียงกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ม.ค. 60

เป็นที่รู้กันดีกว่าอาณาจักรเลอนาเป็นอาณาจักรที่หดหู่เพียงใด

คงไม่มีใครปรารถนาจะเกิดในอาณาจักรนี้... อาณาจักรที่เต็มไปด้วยความยากจนข้นแค้นและโรคภัยไข้เจ็บ ถูกเอารัดเอาเปรียบจากชนชั้นปกครอง ถูกล้างสมองจากรุ่นสู่รุ่นด้วยแนวคิดที่กดขี่มากมาย เรียกได้ว่าเลอนาเป็นยิ่งกว่านรกบนดินสำหรับผู้คน

“โอ๊ย! ทำไมวันวุ่นวายงี้วะ?”

ชายหนุ่มวัยกลางคนกุมศีรษะเมื่อลูกของตัวเองวิ่งวนไปมาและทะเลาะกันงอแงจนหนวกหูไปทั้งบ้าน หญิงที่เป็นภรรยาถือถาดแผ่นแป้งกับเนื้อแพะเข้ามา เสื้อผ้าที่ทุกคนสวมใส่บ่งบอกถึงความจนเพราะสีหมองๆ แล้วยังเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด

“จะกินข้าวก็มากิน ไม่มาก็ไม่ต้องกิน”

พอรู้ว่าอาหารมาเด็กเล็กๆ ทั้งชายหญิงก็วิ่งมาที่โต๊ะ เด็กพวกนี้พอเห็นเศษเนื้อบนจานก็ทำตาโตราวกับเห็นเพชรนิลจินดาก็ไม่ปาน มือเล็กฉีกแผ่นแป้งมากินกับเนื้อสาบๆ

“ไปตามโดโลเรสมาด้วยสิ ขืนทำงานทั้งวันเดี๋ยวก็เป็นลมกันพอดี”

“ครับพ่อ” เด็กชายวิ่งออกไปทั้งที่อาหารยังคาปากเพื่อไปเรียกพี่สาววัยสิบหกที่กำลังจับปลาตัวเล็กอยู่ด้วยเสียงใสแจ๋ว “พี่โดโลเรส พ่อเรียกไปกินข้าว”

“อืม ไปเดี๋ยวนี้แหละ”

โดโลเรสตอบทั้งที่ดวงตากลมโตสีเทายังจับจ้องอยู่ที่บ้านฝั่งตรงข้าม ขาเรียวแข็งแรงวิ่งกลับมาที่บ้านแคบๆ แล้วนั่งลงกินข้าว ท่าทีรีบร้อนบ่งบอกว่าหิวมากแค่ไหน

ครอบครัวของโดโลเรสมีฐานะยากจน พ่อกับแม่ทำอาชีพกรรมกรจนมือแห้งแตกหงิกงอไปหมด ต่างจากโดโลเรสที่มีหน้าที่ดูแลน้องๆ และออกไปเก็บผักตกปลาจึงมีมือเท้าที่เรียวสวย ผิวพรรณแม้จะตากแดดไปบ้างยังขาวผุดผ่องดั่งงาช้าง ผมสีเทาหม่นสั้นกุดตามแบบฉบับเลอนา เค้าหน้าสวยงามสดใส มีกระขึ้นแก้มเล็กน้อยพอน่ารักสมวัย  

“ดูไปดูมาลูกเรามันก็สวยเหมือนกันนะเนี่ย”

“หาผัวรวยๆ ให้มันสิ”

“ทำไมต้องหาเหรอคะ?”

“เอ้า อีนี่” คนเป็นแม่ขมวดคิ้วในความสงสัยดังว่า “เป็นผู้หญิง จะทำมาหากินอะไรได้ อยากมากก็หาหอยหาปลาแล้วชาตินี้มันจะไปรวยอะไร หาผัวรวยๆ สักคนสบายไปทั้งชาติ พ่อแม่ก็สบายไปด้วย มีกินมีใช้ ไม่ต้องลำบากไปขุดเหมืองแร่ให้เหนื่อย”

“ถ้าเรียนหนังสือก็หางานทำได้มากกว่านี้นี่นา

“ใครเขาจะไปเรียนกัน คิดว่าตัวเองเป็นผู้ดีตีนแดงแบบยูโธเปียหรือไง?”

“ยูโธเปียไม่ดีตรงไหนคะ?

“อาณาจักรนั่นมีจักรพรรดินีโง่งม เฝ้าเพ้อเจ้ออยู่กับวิมานที่ไม่มีอยู่จริง”

“แต่ที่ข้าเคยดูในละครมานะครับพ่อ ยูโธเปียก็ยังอยู่สุขสบายกว่าพวกเรา”

“นั่นมันก็แค่ความเชื่องมงาย ใฝ่ฝันโลกหน้าบ้าๆ บอๆ แผ่นดินเลอนาต่างหากของจริง เจ้าอย่าเที่ยวไปพูดอย่างนี้ข้างนอกนะ เกิดใครได้ยินเข้าเอาเรื่องไปฟ้องพวกแฟนธอมเฟซขึ้นมาพวกเราได้ตายกันยกครัว” คราวนี้ชายวัยกลางคนสีหน้าหงุดหงิดจนเอ็ดขึ้นมาบ้าง

“ถึงจะลำบาก แต่องค์จักรพรรดิก็ไม่เคยทิ้งพวกเรา”

“องค์จักรพรรดิไม่เคยทิ้งพวกเรา”

ทุกคนพูดขึ้นพร้อมกันแล้วประสานมือไว้กลางอกแล้วส่งสายตาดุๆ ไปยังน้องคนเล็ก สักพักเด็กหญิงตัวอ้วนอีกคนจึงพูดประสาคนตะกละ

“ว่าแต่เราไม่มีไส้กรอกกินแล้วเหรอคะ?”

“โอ๊ย นี่ก็ถามได้ทุกวัน ถ้ามีเราไม่มากินเนื้อแพะแห้งๆ หรอก”

“เงินไปไหนหมดคะ?”

“เจ้าคิดว่าที่เจ้ากินอยู่ทุกวันนี้มีเงินตกลงมาจากฟ้าหรือไง?” เสียงนั้นสะบัดขัดใจ “เงินที่ทางการแบ่งมาให้เราก็มีจำกัด จะหาเงินได้ก็ต้องรอโดโลเรสแต่งงานนั่นแหละ”

“อีกสามวันทำพิธีถวายตัว ระหว่างนี้โดโลเรสไม่ต้องออกไปทำงานหรอก ทำหน้าทำตาให้มันดูดีๆ เพื่อพวกเจ้านายมาเห็นแล้วถูกใจจะได้มาขอไปเป็นเมีย พวกเราจะได้เงินสักก้อนมาซื้อไส้กรอกกิน” พี่ชายคนโตพูดเสียงเรียบชี้ชัดว่าคิดตามที่พูดทุกประการ คล้ายเป็นหน้าที่อันต้องทำเพื่อครอบครัว

 “จริงสิคะ แล้วเงินที่พี่ราเชลเอามาให้อยู่ไหนแล้ว?” เด็กหญิงพูดถึงพี่สาวอีกคนที่แต่งงานไปเมื่อปีก่อน แน่นอนว่านางก็เอาเงินจากสามีมาให้ก้อนหนึ่ง คนเป็นแม่ส่ายศีรษะหัวสั่นหัวคลอน

“ไม่รู้ ถามมากจริง รีบๆ กินไปแล้วไปทำงานต่อเถอะ พูดมากชักอารมณ์เสีย”

“แต่ว่า...”

“อย่าพูดมากเลย เดี๋ยวก็โดนตีหรอก” โดโลเรสดุน้องบ้างแล้วหยิบแผ่นแป้งเข้าปาก เอาเข้าจริงอาหารไม่ค่อยพอกินจนเป็นโรคกระเพาะกันทั้งบ้านแล้วยังได้ยินเสียงท้องร้องดังมาเสมอแต่ก็ไม่มีใครบ่นมากเพราะหิวกันจนเป็นเรื่องปกติ ยังดีที่ได้กินนมเนยที่มีพลังงานสูงจึงไม่ผอมเกร็งและมีรูปร่างสมส่วนดี

“เดี๋ยวกินเสร็จตามแม่มาห้องน้ำ จะอาบน้ำล้างตัวให้”

โดโลเรสเดินตามไปจนถึงห้องน้ำที่แคบจนแทบเบียดกัน นางเปลี่ยนไปใส่ชุดคลุมอาบน้ำและนั่งคู้ลงข้างๆ โอ่ง สักพักผู้เป็นแม่ตักน้ำขุ่นๆ มารดหัวให้ตามด้วยสมุนไพรตำมาขัดตามเนื้อตัวให้ผุดผ่อง แม้หลักการของเลอนาจะต่อต้านความงาม แต่ในแง่ปฏิบัติผู้หญิงก็มีเก็บสมุนไพรหรือใช้น้ำนมมาปรนนิบัติผิวพรรณอยู่บ้าง จะต่างกับอาณาจักรอื่นก็ตรงที่ห้ามซื้อขายเครื่องสำอางหรือแต่งตัวสวยออกหน้าออกตา  

“แม่คะ”

“หืม?”

“ถ้าข้าแต่งงานไปข้าก็ไม่ได้กลับมาหาแม่อีกล่ะสิ”

“คิดอะไรมาก อีกหน่อยเจ้าก็มีผัวมีลูก แค่เลี้ยงลูกเต้าก็ไม่มีเวลาหายใจแล้ว” คำตอบนั้นทำเอาโดโลเรสนิ่งไปหลายนาที สักพักจึงเอ่ยขึ้นมา

“แม่คะ”

“อะไรอีกล่ะ?”

“แม่คิดถึง...”

“แม่ครับ เห็นดินปั้นของข้าไหมครับ?” เด็กชายตัวป่วนวิ่งเข้ามาถามขัดจังหวะ โดโลเรสเม้นริมฝีปากเล็กน้อย บ้านนี้แค่เรื่องไม่เป็นเรื่องพ่อแม่ก็เอามาด่าได้เสมอซ้ำการโต้แย้งด้วยเหตุผลก็มักจะจบด้วยการด่าการตี ด้านหญิงสาวจึงหันกลับไปด่าด้วยความรำคาญที่

“ใครจะไปรู้วะ เล่นเองหายเอง ทีหลังก็ไม่ต้องเล่น” พอโวยวายเสร็จก็หันมาทางลูกสาว “เออ โดโลเรส เมื่อกี้จะถามว่าอะไรนะ?

“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร”

โดโลเรสเก็บคำถามที่อยากรู้ว่าแม่คิดถึงราเชลผู้เป็นพี่สาวของนางหรือไม่ เด็กสาวก้มหน้ามองเท้า หนักใจไม่น้อยกับพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังจะมาถึง

......................................................................................................................................................

“พิธีบ้าอะไรวะเนี่ย!?

“เบาๆ สิวอลลิส เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน”

“กลัวทำไม คนกันเองทั้งนั้น” วอลลิส เด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับโดโลเรสแล้วยังอยู่บ้านใกล้ๆ กัน นางมีผิวสีแทน ผมสีส้มสั้นกุดทรงตามกฎหมาย ดวงตาสีฟ้าเย้ายวน หน้าตาสวยมีเสน่ห์ รูปร่างอวบอัด หน้าอกอวบอิ่ม ข้อด้อยของนางคือจมูกที่ค่อนข้างบี้และสะโพกน่องขาใหญ่

“ก็เผื่อมีใครมาแอบฟัง”

“มาสิ ข้าจะทิ่มหูให้แหกเลย”

“แม่เลี้ยงเจ้าไม่ได้อยู่แน่นะ?

“ไม่อยู่ มันคงออกไปดูฟาร์มแพะหน้าบ้านนั่นแหละ เจ้าไม่น่าพูดถึงเลย พูดแล้วอารมณ์เสีย” สาวทรงโตพูดพร้อมทำตาค้อนใส่อีกฝ่าย “

“อย่าเพิ่งอารมณ์เสียน่าวอลลิส ใครๆ ก็ต้องถวายตัวกันทั้งนั้น ขืนไม่ทำขึ้นมามีหวังโดนประหารชีวิตข้อหากล้าฝ่าฝืนคำสั่งองค์จักรพรรดิหรอก” ปีเตอร์ หนุ่มหล่อหน้าตาดีกระเซ้าแหย่พลางกินสตูเนื้อแก้เซ็ง ครอบครัวของวอลลิสมีเชื้อสายขุนนางจึงไม่ต้องอดยาก แต่กระนั้นก็ยังห่างไกลจากคำว่าร่ำรวยอยู่มาก

“จะไม่ให้พูดได้ยังไง แม่ก็ไม่ใช่ เรื่องมากฉิบหาย ขนาดแม่แท้ๆ ข้ายังไม่ฟังเลย”

“อืม ข้าก็ไม่ได้ฟังพ่อตัวเองเหมือนกัน”

“พูดถึงก็ต้องบ่น ข้าเบื่อจะตายอยู่แล้ว แม่เลี้ยงข้าเนี่ยนะ อะไรก็ไม่รู้ น่ารำคาญ” วอลลิสเองแม่ตายตั้งแต่สมัยไม่กี่ขวบ พ่อแต่งงานใหม่กับผู้หญิงอีกคนและเพิ่งตายไปตอนนางเข้าวัยสาว ปัญหาแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงก็มาตลอดแม้จะไม่รุนแรงถึงขั้นวิวาทตบตีก็ตาม “อีกอย่าง พิธีกรรมพันปีนั่นน่าจะเลิกไปได้แล้ว”

“ก็จริง แต่ดูอย่างกลุ่มกบฎลูซิโนยังหนีพิธีไม่พ้นเลย นับประสาอะไรกับเรา”

“ข้าอยากให้ลูซิโนโค่นล้มไอ้ระบบจักรพรรดิทิ้งจริงๆ แต่ดูสิ ท่านลูซิโนหล่อก็หล่อ ล่ำก็ล่ำ เสียดาย ไม่น่าหายสาบสูญไปเลย” วอลลิสบ่นถึงนักสู้เพื่ออิสรภาพอย่างลูซิโน ชายคนนี้ถ้าปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่อายุน่าจะปาไปสักสามสิบปลายๆ น่าเสียดายที่เขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่อายุยี่สิบกว่าเท่านั้น

“ช่างเถอะ เดี๋ยวข้ากลับแล้วดีกว่า ดูสิ เมื่อกี้ยังแดดเปรี้ยงอยู่เลย ฝนจะตกอยู่แล้ว ไม่อยากตากฝนกลับบ้าน ข้าไปก่อนล่ะ” เพื่อนสาวพูดขึ้นพลางทยอยกลับกันไปทีละคน จนในห้องเหลือแค่ปีเตอร์กับวอลลิส

เหลือแค่สองต่อสอง...

“อีกไม่กี่วันข้าก็ต้องถวายตัวแล้วสินะ”

“งั้นข้าว่าเรา...” ปีเตอร์หันหน้ามาประกบริมฝีปากอวบอิ่มของวอลลิสอย่างเร่าร้อน เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดตามด้วยจังหวะการถอดเสื้อที่ช่ำชอง วอลลิสตัวสั่นไปเล็กน้อย กึ่งสมยอม กึ่งขัดขืน แต่ท้ายสุดก็ตกมาอยู่เบื้องล่างของบุรุษ ขายกขึ้นถีบชายหนุ่มไปมาแต่ก็ถูกอ้าออก

“อย่านะ เจ้าจะทำอะไร?”

“ข้ารักเจ้า วอลลิส เป็นของข้านะ”

“อะ... อืม”

และวอลลิสก็ตกเป็นของปีเตอร์ในวันนั้นเอง 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #4 ลูกชุบ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 09:18
    น่าอ่านทุกเรื่องเลย
    #4
    0