<เรียงราวชาวประชา, 2> - Ashen Life เถ้าชีวิต

ตอนที่ 12 : ตอนที่๑๑ พ้นทุกข์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 ม.ค. 60

เลอนาไม่เคยปล่อยให้ใครหยามได้นาน

ครั้งนี้รัฐบาลเอาจริง ข่าวการจลาจลปล่อยพิษดังไปทั่วสารทิศ แฟนธอมเฟซปราบการชุมนุมโดยการปล่อยพิษยุงหมามุ่ยกระจายไปหมด พิษชนิดนี้ทำให้ผิวหนังนูนเป็นผื่นแดง ทั้งตุ่มทั้งหนองขึ้นคันคะเยอตั้งแต่หัวจนดเท้า เป็นความทรมานที่แม้แต่เอามีดมาแทงยังเทียบไม่ได้

คนที่ไม่โดนอาจมองว่าเหลือเชื่อ แต่คนที่โดนจะเข้าใจเป็นอย่างดี

ลองคิดง่ายๆ แค่เป็นผื่นผิวหนังหรือแพ้อาหารธรรมดาเราก็คันจนหงุดหงิดแล้ว แต่พิษยุงหมามุ่ยคันกว่านั้นเป็นร้อยเท่า คนที่โดนคันจนตายยังมี สภาพศพผิวถลอก มีเศษเนื้อติดตามเล็บพร้อมเลือดเต็มตัว ที่น่ากลัวคือบางคนเกาจนเนื้อหลุดเป็นก้อนยังไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

“แย่แล้วค่ะ แย่แล้ว”

“เกิดอะไรขึ้น?”

“แฟนธอมเฟซปาพิษเข้ามา คนของเราตายกันเป็นร้อย กว่าครึ่งที่เหลือก็หนีไปค่ะ” คนรายงานข่าวหน้าซีดด้วยความเครียด พิษร้ายนั่นทำเอาถึงชีวิต ตอนนี้เหลือทาสไม่ถึงหนึ่งในสี่ของตอนแรก คุณหญิงเอามือทาบอกเมื่อได้ยิน ฟังเท่านั้นนางก็รีบถามถึงสามี

“แล้วรอนล่ะ?”

“คือ...”

“รอนยังไม่กลับมาอีกเหรอ?”

“กลับมาแล้วค่ะคุณหญิง” คำพูดนั้นทำให้คนฟังเบาใจขึ้นเล็กน้อย เพราะอย่างไรมันก็ดีว่าเสียชีวิตในการประท้วงพร้อมกับทาสมากมายเพราะความเจ็บปวดของพวกเล่นพิษ

“แล้วนี่เขาหายไปไหน?”

“ไม่ทราบค่ะ”

“หมายความว่ายังไง?”

“ท่านรอนกลับมาพร้อมกับคนอื่นแล้วแต่หายไปเลยค่ะ”

“พวกเจ้านี่ใช้ไม่ได้ ไปตามหาเขาเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่เจอเจ้าเจอดีแน่” ผู้เป็นภรรยาเป็นห่วงสามีเพราะน่าจะกลับมานานแล้วแต่จนแล้วจนเล่ายังไม่ถึงห้องสักที ทาสรับใช้วิ่งตามหากันให้วุ่นวายตามคำสั่ง แต่แล้วทุกคนต้องหยุดความวุ่นวายเพราะเสียงกรีดร้องของใครบางคน

“กรี๊ดดดดด!

เสียงนี้เป็นเสียงที่ชี้ชัดว่าเจอความน่ากลัวจนสะท้านใจ มันไม่ใช่การกรีดร้องเพราะเจอเรื่องน่าตกใจเล็กน้อยอย่างการโดนจิ้งจกตกใส่แขนหรือสัมผัสถูกน้ำเดือด

นั่นก็เพราะรอนทำสิ่งที่ไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะทำ

ความเสียใจประดังประเดเข้ามาเต็มที่ เปิดประตูมาอีกที ภาพที่เห็นคือชายหนุ่มฆ่าตัวตายในโรงสีของตัวเอง คราบเลือดสีแดงฉานสาดกระจายเต็มกองข้าว เขาไม่ได้เสียแค่ค่าข้าว แต่เขาเสียทาสไปหลายคน คำนวณค่าเสียหายแล้วไม่กล้าพูดออกมา คงเพราะพวกแฟนธอมเฟซต้องการสั่งสอนให้นายทุนตายทั้งเป็นจึงเปิดโอกาสให้ทาสวิ่งหนีไป ทีนี้เขาก็ไม่เหลืออะไรของจริง

......................................................................................................................................................

ท่ามกลางความวุ่นวายของขบวนประท้วง ผู้คนทุกชนชั้นวิ่งกันอลหม่าน ยังดีที่พิษร้ายไม่โดนร่างกายของหญิงสาวไม่เช่นนั้นคงคันจนตายไม่ต่างจากคนอื่น โดโลเรสวิ่งหนีจนเนื้อตัวมอมแมมแบบไม่รู้ทิศทาง นางรู้แค่ว่าต้องวิ่งจนปลอดภัย นางมาโผล่ที่หน้าบ้านของใครบางคน

“ไปดูสิว่าใครมา” เสียงนุ่มนวลดังมาจากในตัวบ้าน สักพักก็มีหญิงชราเดินออกมา โดโลเรสมองเห็นท่าทีนั้นก็รีบร้องขอความช่วยเหลือเต็มกำลัง

“ช่วยข้าด้วย ข้างนอกปล่อยพิษกันหมดแล้ว”

“เอ่อ...”

“ให้นางเข้ามาเถอะ”

“เข้ามาได้”

“ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณจริงๆ”

“ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก ขอบคุณท่านบริตนีย์เถอะ”

หญิงชราเดินนำไป นางเห็นสตรีวัยประมาณสี่สิบปีนั่งอยู่ เพียงเห็นแวบแรกก็รู้ว่าเป็นหญิงสาวสูงศักดิ์ แม้จะไม่ได้สะสวยมากมายแต่ดูสง่า ผิวพรรณเรียบลื่นประสาคนไม่เคยทำงานหนัก วงหน้ากลมเกลี้ยงแจ่มใส มีรอยยิ้มประดับไว้ ดวงตานางก็อ่อนโยน

“นี่ท่านบริตนีย์”

“สวัสดีค่ะท่านบริตนีย์”

“ชื่ออะไรเหรอ?”

“ข้าโดโลเรส”

“หนีมาจากขบวนประท้วงล่ะสิ”

“ใช่แล้วค่ะ ข้าถูกเจ้านายบังคับให้มานะ ข้าไม่รู้อะไรด้วย” โดโรเลสรีบพูดทันที นางไม่ได้รู้เห็นอะไรกับเรื่องพวกนี้จริงๆ เขาบอกให้มาก็ต้องมา ถ้าไม่มาก็คงต้องถูกเฆี่ยนตีแน่ ซึ่งคงไม่มีใครอยากโดนเฆี่ยนจนตายอยู่แล้ว บริตนี่ย์มองรอยสักของหญิงสาวแล้วก็เข้าใจ

“เจ้าเป็นทาสเหรอ?”

“ค่ะ ทาสของท่านรอน”

“อืม แล้วเจ้าจะกลับไปหาเขาอีกไหมล่ะ?”

“ไม่ค่ะ อย่าส่งข้ากลับไปนะคะ”

“ข้าไม่ส่งเจ้ากลับไปหรอก ถ้ายังไงเจ้าอยู่กับข้าก็ได้นะ ข้าพูดตรงๆ ว่าข้าถูกชะตาเจ้า” บริตนีย์พูดด้วยรอยยิ้ม โดโลเรสมาคิดดูแล้วการอยู่กับคนมีอันจะกินคงดีกว่ากลับไปบ้านจนๆ ของนางนัก ทั้งพ่อแม่ก็ตายแล้ว พี่น้องหรือก็ไม่สนิทกันมากมาย อยู่กับคนใจดีอย่างบริตนีย์คงมีข้าวปลาอาหารสมบูรณ์พอให้ลูกของนางสุขภาพแข็งแรง อยู่ไปน่าจะดีกว่ากลับไปอดอยากเหมือนเดิม  

“ขอบคุณมากนะคะ ข้าสัญญาว่าจะอยู่รับใช้ท่านบริตนีย์ค่ะ”

“เจ้าไปอาบน้ำล้างตัวก่อนนะ มอมแมมไปหมดแล้ว”

“ไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”

โดโลเรสเข้าห้องน้ำแล้วอาบน้ำอย่างสบายใจ น้ำได้ชำระคราบเหงื่อไคลออกจนสดชื่น นางไม่เคยรู้สึกปลอดโปร่งอย่างนี้มาก่อน ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนเฆี่ยนโดนลงโทษหรือเปล่า อีกทั้งยังวางใจได้ว่าลูกในท้องจะอยู่รอดจนคลอดออกมา ไม่แท้งไปเสียก่อน

เสื้อผ้าใหม่ที่ได้รับมายังเป็นสีผ้าดิบ โดโลเรสแต่งตัวออกมาก็มีข้าววางอยู่บนโต๊ะ เป็นแกงร้อนๆ ควันฉุย หญิงสาวนั่งลงตักกินด้วยความเอร็ดอร่อย”

“ถ้าหิวก็กินได้เลยนะ”

หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมา คนรับใช้ที่นี่แต่ละคนหน้าตาแจ่มใสดี นั่นก็เพราะบริตนีย์ดูแลทาสทุกคนเป็นอย่างดี ไม่เคยตบตีเอาแต่ใจ ทุกคนจึงอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเสมอมา

“ไม่ต้องรอคนอื่นเหรอคะ?”

“พวกข้าน่ะกินไปแล้ว เจ้ากินไปเถอะ ท่านบริตนีย์สั่งให้พวกเราทำข้าวให้เจ้า”

“บ้านเงียบจัง ท่านบริตนีย์อยู่คนเดียวหรือเปล่าคะ?”

“อยู่กับสามีท่านแหละ แต่ท่านอีวานไม่ค่อยกลับบ้าน”

โดโลเรสฟังแล้วก็พยักหน้า ไม่คิดถามอะไรให้วุ่นวาย นางเป็นคนที่พร้อมเออออให้ทุกคนอยู่แล้ว หญิงสาวยกมือลูบหน้าท้องที่ตอนนี้ไม่เรียบแบนนักเพราะมีเลือดเนื้อเชื้อไขของนางอาศัยอยู่ ต่อไปนี้นางจะได้เลี้ยงลูกเหมือนแม่ทั่วไปสักที ขออย่ามีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับชีวิตอีกเลย

......................................................................................................................................................

“จะมาท้องอะไรอีกเอาป่านนี้วะ!?”

วอลลิสบ่นด้วยท่าทีไม่พอใจนักที่ท้องอีกจนได้ นางยกแก้วดื่มพร้อมยัดอาหารลงปากต่อเนื่อง บรรดาเพื่อนในซ่องมองหน้ากันอย่างเอือมระอา แต่พอหันไปด้วยก็พูดดี

“เจ้าไม่ได้ป้องกันเหรอ?”

“พลาดแค่ครั้งเดียว”

“แต่เจ้าพลาดหายครั้งแล้วนะ”

“ข้าห้ามลูกค้าทันที่ไหนล่ะ?”

คำตอบนั้นทำให้หญิงสาวอีกหลายคนหันมายิ้มให้กันอีกรอบ พวกนางไม่ชอบวอลลิสเท่าไร ไม่ใช่แค่เพราะวอลลิสรูปร่างดีกว่าคนอื่น แต่เป็นเพราะวอลลิสมักยกยอปอปั้นตัวเองเหนือกว่าคนอื่น นางเป็นพวกเห็นตัวเองงามเลิศเลอเป็นเทพธิดาแล้วคนอื่นขี้เหร่หมด

ไหนจะพฤติกรรมชอบแย่งลูกค้า ก็น่าอยู่หรอกเพราะทรวงอกและบั้นท้ายที่ใหญ่ดึงดูดสายตา วอลลิสยังมักตามใจลูกค้าจนลืมป้องกันการตั้งครรภ์ บางครั้งก็ติดโรคเป็นที่ขำขันของพวกโสเภณีด้วยกันเอง

“แล้วเจ้าจะเอาไงล่ะรอบนี้?”

“เศรษฐกิจแบบนี้เป็นเจ้าจะเอาไว้ไหมล่ะ?”

เอาเข้าจริงจะโทษเศรษฐกิจก็ไม่ถูกนัก ไม่เคยมีใครพูดว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นอยู่แล้ว เศรษฐกิจจะตรงข้ามกับน้ำหนักตรงที่ลดลงทุกปี และตอนนี้เศรษฐกิจยังดีกว่านี้วอลลิสก็ไม่คิดจะเอาลูกไว้เหมือนกัน

นางไม่รู้สึกผิดเหมือนตอนทิ้งลูกคนแรกแล้ว ทั้งการที่จะคลอดมาเพื่อรอเงินจากรัฐบาลก็ไม่ได้เพราะระหว่างตั้งครรภ์นางจะทำงานไม่ได้ซึ่งจะเสียรายได้มากกว่า

หญิงสาวไม่แยแสอะไร ขอมีอยู่มีกินก็พอ

คนอ่านน้อยจัง แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็แต่งต่อแหละเนอะ สำหรับเรื่องนี้ ความยาวประมาณ ๑๕-๒๐ ตอน เนื้อหาจะบัดซบต่อไปหรือไม่นั้นขอเก็บไว้ก่อน ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน มาแอดแฟน คอมเมนต์ กันนะคะ ถ้าใครอยากอ่านนิยายสบายๆ ไม่ปวดตับลองอ่านโฉมทรามกับเจ้าชายอสูรกับจ้าวดวงใจนายกุมภัณฑ์ดูเนอะ ไม่เครียดเลยค่ะ 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #14 ลูกชุบ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 11:15
    ไม่พ้นหรอก หึๆ
    #14
    0