<เรียงราวชาวประชา, 2> - Ashen Life เถ้าชีวิต

ตอนที่ 10 : ตอนที่๙ คำลวงใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ม.ค. 60

ความสัมพันธ์ลับๆ ของทั้งคู่กินเวลาผ่านไปหลายเดือน

อเล็กซ์เก็บเงินจำนวนมากมาไถ่ตัวออกไปจากค่ายได้สำเร็จ ชายหนุ่มอาบน้ำใหม่และหอบของส่วนตัวเดินออกไปด้วยความดีใจ ด้านหญิงสาวที่เป็นคนรักก็เดินตามมา นางซบลงยังแผงอกแข็งแกร่งให้เขาลูบศีรษะหลายที อเล็กซ์พูดเสียงอ่อนหวานน่าฟัง

“ข้าไปก่อนนะโดโลเรส”

“อย่าลืมข้าล่ะอเล็กซ์” โดโลเรสพูดกับชายหนุ่มที่กำลังจะเดินออกจากค่ายไป เขาเป็นทาสมาก่อนนางหลายปี เก็บหอมรอมริบจนมีเงินไถ่ตัวออกไปใช้ชีวิตตามปกติ แน่นอนว่าอเล็กซ์เป็นความหวังของโดโลเรส ว่าสักวันนางต้องได้ออกจากค่ายแห่งนี้ไปสู่โลกภายนอกเช่นกัน

“ลืมอยู่แล้วล่ะอีโง่!”

อเล็กซ์กระตุกมุมปากยิ้มเยาะอยู่ในใจ เห็นว่าสวยดีหรอกจึงจีบไปเล่นๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะนางจะเชื่อและรักเขาจริงจัง แต่ยังไงก็ช่างเถอะ เขาไม่ได้สนใจอะไร ไถ่ตัวออกมาได้ก็ดีแล้ว ต่อไปนี้ก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ต่อไป ไม่จำเป็นต้องนึกถึงทาสต่ำต้อยที่ชื่อโดโลเรสอีก

ต่างจากโดโลเรสที่คิดถึงอเล็กซ์ทุกคืนวัน

นี่ไม่ใช่ท้องแรก นางจับสังเกตได้ว่าตนตั้งครรภ์อีกครั้ง

และครั้งนี้ก็ไม่เหมือนครั้งเก่า

การมีแดนนี่ทำให้นางพ้นจากการถูกพันธนาการ แต่การมีลูกคนนี้จะทำให้นางถูกพันธนาการนานกว่าเดิม การมีลูกคือการเพิ่มค่าไถ่ตัวเพราะตามหลักแล้วถ้าทาสมีลูกขึ้นมา ลูกของทาสก็ต้องเป็นทาสด้วย กลายเป็นภาระของแม่ที่ต้องไถ่ตัวลูกตัวเองเพิ่ม การเลี้ยงเด็กในค่ายแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ

การตั้งครรภ์ของโดโลเรสเป็นเรื่องที่ใครก็คิดไม่ถึง

นางเป็นคนบุคลิกเรียบร้อยใสซื่อ ไม่มีเพื่อนคนไหนในค่ายเพราะพวกทาสหญิงก็จ้องแกล้งกันหมด ส่วนทาสชายก็ไม่ได้มายุ่งอะไรนักเพราะในตอนเช้าต่างก็ต้องทำงาน พอตอนกลางวันก็เหนื่อยมากแล้ว กว่าจะทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ง่วงจนหลับไม่รู้เรื่องกันหมด ไม่มีใครมีเวลามาจีบกันนัก

“เจ้าท้องเหรอโดโลเรส?”

“เปล่านะ”

“คิดว่าพวกข้าโง่นักเหรอ หึ เจ้าอย่ามาโกหกซะให้ยากเลย อาการเจ้ามันฟ้อง หึ ไปทำอีท่าไหนเข้าล่ะ?” ทาสหญิงคนนั้นหัวเราะประสาคนที่เห็นความทุกข์ของคนอื่นเป็นเรื่องสนุก

“เอาล่ะสิงานนี้ โป๊ะแตกซะแล้ว เจ้ามีเงินมาไถ่ตัวเจ้ากับลูกหรือเปล่านะ?

“ถ้าไม่ก็คงแย่หน่อยนะ เพราะเจ้าต้องทำงานทั้งวัน ไม่มีเวลาดูแลลูกหรอก”

“ใช่ๆ แล้วเจ้ารู้อะไรหรือเปล่า ส่วนใหญ่คนที่มาท้องอยู่ในนี้นะ แท้งลูกทั้งนั้น ถ้าไม่แท้งก็ออกมาพิการ เพราะอาหารการกินก็ไม่สมบูรณ์ เวลาพักผ่อนก็ไม่มี ลูกจะออกมาแข็งแรงได้ยังไง” คำพูดนี้ไม่ได้โป้ปดแต่อย่างใด คนที่อยู่ในค่ายทาสมีโอกาสที่ทายาทจะไม่แข็งแรงมากกว่า

รอนใช้งานทาสอย่างหนัก ให้นอนตีหนึ่ง ตื่นตีห้า แล้วยังต้องทำงานทั้งวัน มีเวลาพักให้กินข้าวเก่าๆ เน่าๆ ที่หาความอร่อยไม่ได้ พอไม่ได้ดั่งใจก็ใช้กำลังทารุณ ยังมีข้อดีอยู่บ้างที่รอนไม่ใช่คนหื่นกาม จึงไม่เคยลวนลามทาสไม่ว่าจะหญิงหรือชาย แต่ความโหดร้ายก็ถือว่ามากอยู่ดี

“ทางที่ดีนะโดโลเรส เจ้าทำแท้งไปเถอะ”

“ไม่ ข้าไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด”

“ยอมรับแล้วสินะว่าท้อง”

คราวนี้หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาของนางมีน้ำตาคลอออกมา นางเผลอหลุดปากบอกความลับสำคัญไปแล้ว กลัวเหลือเกินว่าจะโดนรังแกจนกระทบกระเทือนถึงลูกในท้อง ถ้าเป็นอย่างนั้นขึ้นมาจะทำอย่างไร ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไม่มีปัญญาสู้คนเป็นสิบอยู่แล้ว

“ท้องก็บอกมาเถอะ เจ้าคิดว่าข้าเลวถึงขั้นจะตบคนท้องหรือไง?”

“ไม่ใช่นะคะ ข้าแค่...”

“ยังไงก็ช่างเถอะ เรื่องมันก็เกิดมาแล้ว แต่ข้าแนะนำจริงๆ นะ ว่าเจ้าควรเอาลูกออก ไม่งั้นเจ้าได้เหนื่อยกว่าเดิมหลายเท่าแน่ ยิ่งเป็นลูกทาส ใครๆ ก็รังเกียจ”

“ข้าไม่อยากทำแบบนั้น ข้ารักลูก” โดโลเรสส่ายหน้าไปมาพร้อมดวงตาแดงก่ำ นางรักลูกของนางเหลือเกิน นางต้องหาทุกวิถีทางที่จะพาตัวเองออกไปจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้

บรรดาทาสหญิงเห็นท่าทีของโดโลเรสก็อดสมเพชไม่ได้ การนั่งร้องไห้นั้นเหมือนกับเด็กที่ถูกรังแก จริงอยู่ที่พวกนางชอบกลั่นแกล้งประสาพวกกร่างชอบหาเรื่อง แต่การหาเรื่องมันเป็นคนละเรื่องกับการฆ่าแกง พอเห็นโดโลเรสมีทุกข์เรื่องลูกก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร

“เจ้าอยากเก็บลูกไว้ใช่ไหม?”

“อืม เจ้ามีวิธีเหรอ?”

“เจ้าต้องไปบอกท่านรอน บางทีเจ้าอาจจะไม่ต้องออกมาก้มๆ เงยๆ ทำนา เขาน่าจะให้เจ้าทำงานบ้านแทน แต่เจ้าอย่าหวังว่าจะมีอาหารดีๆ กันนะ ไม่มีซะหรอก” นางแนะนำด้วยท่าทางปกติ เป็นโดโลเรสครุ่นคิดหาทางออกอยู่นานจนใครอีกคนถามขึ้นมา  

“จริงสิ ใครเป็นพ่อของลูกเจ้า?”

โดโลเรสไม่อยากพูดถึงนัก เรื่องระหว่างนางกับชายหนุ่มถูกเก็บเป็นความลับระหว่างคนสองคน นานๆ ทีจะแอบมาเจอกันด้วยอุปนิสัยขี้อายของหญิงสาวเป็นทุน แต่ยิ่งนางไม่อยากพูด คนฟังยิ่งอยากรู้ จึงคะยั้นคะยอขอความจริงโดยไม่สนว่าคนถูกถามจะรู้สึกอย่างไร

“บอกมาเถอะน่า ข้าไม่ว่าอะไรเจ้าหรอก”

“อเล็กซ์...”

“ห้ะ!?”

“มีอะไรหรือเปล่า?”

“ทำไมเจ้าถึง... กับมัน?”

“เขาบอกว่าเขาจะกลับมารับข้า”

“แล้วเจ้าเชื่อมันด้วยเหรอ?” เสียงนั้นขบขัน แววตาตื่นตะลึงในความไม่รู้ของอีกฝ่าย “เจ้านี่โง่กว่าที่ข้าคิดอีกนะ เจ้าไม่รู้หรือไงว่าอเล็กซ์น่ะ เสือผู้หญิงของแท้ ถ้าเล่นๆ ก็ไม่เป็นไรหรอก แต่นี่เจ้าโดนมันหลอกแล้วล่ะ ครั้งก่อนมันทำเพื่อนข้าท้องมันยังไม่ยอมรับเลย เรื่องที่จะให้มันกลับมารับเจ้าเนี่ย ฝันไปเถอะ”

“ไม่ ข้าไม่เชื่อ ไม่จริง”

“โดโลเรส ข้าอาจจะไม่ได้ชอบเจ้า แต่เรื่องนี้ข้าไม่โกหกหรอกนะ”

“ข้าก็ว่าอยู่ เห็นพวกผู้ชายนินทาเจ้าแล้วขำอย่างกับอะไรดี”

“ตอนแรกข้าคิดว่าเจ้าแค่สนุกกับมันซะอีกก็ไม่ได้สนใจอะไร”

“เจ้าเสียรู้ให้มันแล้วล่ะ โธ่เอ๊ย!”

น้ำตาหยดออกมาจากดวงตาสีเทา นี่นางโดนเขาหลอก ให้ความหวังว่าจะพาออกไปใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน แต่แล้วมันก็ไม่จริง นางแค่โดนคำหวานหลอกลวง อเล็กซ์จะไม่มีวันกลับมาอีก เขาไม่ให้อะไรนางเลยยกเว้นให้ลูกติดท้องมาคนหนึ่ง คิดแล้วก็ให้แค้นใจ ไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิต

......................................................................................................................................................

การเสพยาเสพติดทำให้ผิวพรรณแห้งกร้านและดำคล้ำ วัยเพียงยี่สิบแต่กลับดูเหมือนสามสิบปลายๆ หน้าอกของนางหย่อนคล้อย พุงที่ท้องขยาย วอลลิสแม้จะรักสวยรักงามแต่ความอยากยามีมากกว่านางจึงดื่มสุราผสมสะเก็ดตะนอยสนองความต้องการ

และไม่ใช่วอลลิสคนเดียวที่กลืนกิน เพื่อนในซ่องคนอื่นก็กินกันด้วย

“หมู่นี้กินข้าวไม่ลงเหรอ?”

“ก็กินปกตินี่”

“ไม่มั้ง... จะว่าไป ลูกค้าประจำเจ้าไม่มาหลายเดือนแล้วนะ” หญิงสาวที่นั่งข้างกายกระแหนะกระแหนแต่ตีหน้าซื่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความอิจฉามีอยู่กันอยู่แล้ว พอเห็นใครพลาดเข้าหน่อยก็ต้องรีบซ้ำเติมให้คนฟังรู้สึกแย่ขึ้น วอลลิสสะอึก เหมือนมีก้อนแข็งๆ จุกอยู่ในคอ

มันไม่ใช่ครั้งแรกที่มีลูกค้ามาติด โสเภณีที่ขายร่างกายมักมีผู้ชายมาชอบพออยู่แล้ว ตอนมาก็ป้อนวาจาน่าฟังเพื่อจะได้เป็นลูกค้าประจำและทำอะไรต่อมิอะไรได้มากขึ้น

ตั้งแต่ที่ปีเตอร์ทิ้งนางไป วอลลิสรู้สึกว่าตนไม่มีค่า การกอบกู้คุณค่าคืนมาสำหรับนางก็คือการใช้เสน่ห์ให้ผู้ชายต้องการ นางใช้หน้าตาและทรวงอกที่ภูมิใจในการอ่อยให้ลูกค้าชอบพอและมาหานางเสมอ แน่นอนว่าการมาก็ต้องไม่มามือเปล่า ต้องหอบหิ้วของฝากมาด้วย

การหายไปของลูกค้าประจำทีละคนๆ ทำให้วอลลิสอับอายเป็นอย่างมาก แต่นางก็ไม่กล้ายอมรับให้ใครมาล้อเลียนจึงพูดปัดไปทางอื่น

“ข้าเบื่อเองแหละ มาทำไมไม่รู้บ่อยๆ”

“ใช่เหรอวอลลิส?”

“อือ ของก็เดิมๆ ทั้งนั้น เงินก็ให้ไม่กี่เหรียญ ไม่เห็นมีอะไรเลย”

“ขอให้จริงเถอะ”

สีหน้านั้นตอกย้ำความรู้สึกแย่ของวอลลิสพอดี หญิงสาวหันมาทำตาขวางด้วยท่าทีที่บ่งบอกว่าพร้อมมีเรื่องได้ทุกเมื่อ พื้นฐานของนางไม่ใช่คนยอมคนอยู่แล้ว แค่เวลาไม่พอใจเรื่องทั่วไปนางก็พร้อมจะอาละวาดด้วยความที่เป็นคนเอาแต่ใจและเอาตัวเองเป็นใหญ่ไม่สนใจคนอื่น

“เจ้าจะพูดอะไรก็พูดมาตรงๆ สิ”

“ข้าก็แค่จะบอกว่าลูกค้าเบื่อเจ้าไง”

“ข้าเบื่อมันต่างหาก เจ้าอย่ามาดูถูกข้านะ”

สองคนจ้องหน้าอย่างจะกินเลือดกินเนื้อแล้วลงมือตบตีกัน วอลลิสโดนด่าอะไรไม่เจ็บใจเท่าโดนปฏิบัติเหมือนคนไร้ค่าที่โดนหลอก แน่นอนว่าด้วยความบ้าบิ่นทำให้หญิงสาวชนะแต่ก็ต้องเจ็บตัวไม่น้อย รอยช้ำปรากฏเต็มตัวเต็มหน้า จนถูกแม่เล้าเข้ามาจึงยอมหยุดตีกัน

วันนั้นทุกคนแอบขบขันวอลลิสที่ถือดีมาหลายปีสติแตกเพราะแค่โดนล้อว่าน่าเบื่อ หญิงสาวนั่งคิดกับตัวเอง นางก็แค่เผลอใจที่ไปเชื่อลูกค้าหลายราย แต่ต่อไปนี้จะไม่มีความรักอยู่ในสมองนางอีกแล้วแน่นอน 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #12 ลูกชุบ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 09:24
    โดนหลอกฟันอีก
    #12
    0