DADDY'OOO ซ่อนรัก [ทำมือ+E-book]

ตอนที่ 9 : DADDY'OOO ซ่อนรัก 7 : : ไม่อาจหยุดนิ่ง [loading....150%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34,784
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 116 ครั้ง
    30 ก.ค. 60







7

ไม่อาจหยุดนิ่ง

"อาจจะจริงที่ฉันเองยังไม่เข้าใจ จึงทำให้เธอผิดหวังและร้องไห้

อยากจะขอเธออย่าเพิ่งไป อย่าเพิ่งหมดหวังในตัวฉัน ได้หรือเปล่า"



CRUZ SPECIALS

                    ผมได้แต่ยืนมองร่างของผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่แสนคุ้นเคยเดินห่างออกไปเรื่อยๆ ต่อให้วันนี้ฝานฝานจะเปลี่ยนไปยังไงผมก็ยังจำฝานฝานได้ สิ่งที่ผมเพิ่งได้ยินจากปากฝานฝานมันทำให้ผมช็อก ใครจะเชื่อล่ะว่าเด็กผู้หญิงที่เคยตามกวนประสาท โดนผมทั้งแหย่ทั้งล้อปมด้อยไว้อย่างเจ็บแสบ จะเคยคิดกับผมมากเกินกว่าคำว่าพี่น้อง ฝานฝานในอดีตไม่เคยแสดงท่าทีให้ผมเห็นว่าชอบผมเจอหน้ากันทีไรก็ด่ากัน มิหนำซ้ำตัวผมเองก็มีแฟนแล้ว แต่สิ่งที่ผมไม่อาจปฎิเสธได้เลยก็คือผมรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้แกล้งเด็กผู้หญิงตัวเล็กผมสั้นๆ ไม่เป็นทรง ตามมาด้วยใบหน้าบึ้งๆ ที่มองผมอย่างคาดโทษ ถึงแม้ว่าจะรู้สึกรำคาญใจอยู่บ้างเวลาที่ยัยนั่นชอบทำตัวห้าวเกินผู้หญิง แต่หลังจากวันที่ฝานฝานจากไปชีวิตของผมก็จมอยู่กับความผิดที่เกิดขึ้นแม้ว่าจะไม่รู้แน่ชัดว่าฝานฝานจากไปเพราะอะไรแต่ผมก็ไม่เคยหวังที่จะให้มันออกมาเป็นแบบนี้


ครืดดดดด 


                    แรงสั่นจากโทรศัพท์ทำให้ผมได้สติ ผมล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะเห็นเบอร์ของกันตาโชว์อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ ผมครุ่นคิดอะไรบางอย่างเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจกดรับ


‘ว่าไงกันตา’


‘ครูซ’ 


‘อืม’ ผมตอบกลับเสียงเบาแต่จิตใจกลับไม่ได้อยู่ที่คนปลายสายสักนิดเลย


‘นายอยู่ไหนเหรอ’


‘ข้างนอก’


‘ที่ไหน’ น้ำเสียงกันตาดูแข็งๆ เล็กน้อยแต่ผมก็ยังยืนยันคำเดิม


‘ออกมาธุระกับเพื่อนข้างนอก เธอมีอะไรไหม’


‘คืนนี้ฉันไปหานายนะ’


‘คืนนี้ฉันต้องอยู่ทำโปรเจคกับไอ้สิงหาไว้วันหลังล่ะกันนะ’ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไร ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงไม่ปฎิเสธกันตาอยากทำอะไรก็ไม่มีใครขัดใจได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้ผมอยากอยู่คนเดียวก็แค่นั้น


‘ก็ได้’ 


‘ถ้างั้นแค่นี้ก่อนนะฉันต้องไปหาสิงหาต่อ’ ผมทำท่าจะกดวางสายแต่คำถามของกันตากลับทำให้ผมชะงักมือที่กำลังจะกดวางไว้ได้ทันพอดี


‘ครูซ ฉันรักนายนะ’ ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคำบอกรักของกันตาเพราะทุกครั้งก่อนวางสายกันตาจะชอบบอกรักผมตลอด ส่วนผมก็จะตอบกลับไปเช่นกัน เพียงแต่ว่าตอนนี้จิตใจของผมมันว้าวุ่นอย่างบอกไม่ถูกไม่แน่ใจเหมือนกันกะอีแค่คำว่ารัก คำๆ เดิมที่เคยพูดกับคนๆ เดิมทุกวัน แต่ทำไมวันนี้พอถึงคราวที่มันจะต้องพูดอีกครั้งราวกับว่ากำลังมีภูเขาลูกใหญ่ถ่วงริมฝีปากของผมเอาไว้ มันทำให้แค่นึกอยากจะพูดแต่ปากกลับอ้าไม่ออก


‘อืม จ๊ะ’ สุดท้ายแล้วผมก็ตัดสินใจพูดเพียงคำสั้นๆ ก่อนจะกดวางสายทันทีโดยไม่ได้รอให้กันตาตอบอะไรกลับมาซึ่งผมเดาว่ากันตาจะต้องโวยวายแน่ๆ นิสัยของกันตาแท้จริงแล้วผมรู้ดียิ่งกว่าใคร



                    ผมขับรถกลับมาที่คลับของไอ้สิงหาอีกครั้ง สายตามองตรงเข้าไปด้านในของร้านซึ่งเป็นโต๊ะเดิมที่ผมนั่งดื่มกับไอ้ขุนเขาก่อนออกไป ตอนนี้เหลือเพียงไอ้สิงหาที่กำลังนั่งจดๆ อะไรบางอย่างอยู่บนโต๊ะ ส่วนไอ้ขุนเขากับเพื่อนของฝานฝานไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว


“…” ผมเอนหลังพิงกับโซฟาอย่างหมดแรง มันไม่เหลือแม้กระทั่งเรี่ยวแรงจะพูดหรือคิดอะไรต่อ คำพูดของฝานฝานยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของผมอย่างไม่จบไม่สิ้น


‘พอเถอะพี่ครูซเรื่องพวกนั้นมันก็เป็นอดีตไปแล้วเพราะยังไงวันนี้ฝานก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่ครูซเหมือนเดิมอีกแล้ว’


“หึ” ผมหลุดหัวเราะออกมาเหมือนกับว่าคำพูดของฝานฝานที่อยู่ในหัวของผมเป็นเรื่องตลกทั้งๆ ที่ในใจของผมมันยิ้มไม่ออกเลยสักนิด


‘อดีตมันก็คืออดีต เพราะหลังจากเรื่องราวในคืนวันนั้นฝานก็มีเฮียโอมและเฮียโอมก็คือปัจจุบันของฝานเฮียโอมเป็นพ่อของลูกฝาน’

“ฮ่าๆๆ” สุดท้ายผมก็เปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างสุดเสียง เพียงแค่หวังให้ความรู้สึกอัดอั้นในใจมันได้คลายลงบ้าง ผมรู้ว่าใครๆ อาจจะมองว่าผมบ้าไปแล้ว ก็คงจะจริง


“มึงหัวเราะอะไรวะ” ไอ้สิงหาเงยหน้าขึ้นมาจากกองกระดาษในมือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองผมๆ ไม่ได้ตอบคำถามมันก่อนจะเทเหล้าที่วางอยู่บนโต๊ะใส่แก้วแทน


“…”


“มึงโอเคไหมวะ ทะเลาะกับกันตามาเหรอเมื่อกี้นี้ยัยนั่นโทรมาหากูถามว่ามึงได้มาหากูไหม”


“แล้วมึงตอบไปว่าไง” ผมถามมันกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ สายตาของผมยังเอาแต่ก้มมองเหล้าสีเข้มในแก้วแต่จิตใจของผมคล้ายกับว่ามันไม่ได้อยู่ตรงนี้


“คือกูก็ไม่แน่ใจว่ากูควรจะตอบไปว่ายังไงแต่กูก็บอกไปว่ามึงอาจจะมา”


“แล้วไงต่อ”


“ยัยนั่นพูดอีกไม่กี่คำก็วางสายไป”


“อืม” ว่าจบผมก็กระดกเหล้าจนหมดแก้วโดยไม่สนใจความขมของมันสักนิด


“มึงทะเลาะกันมาอีกแล้วเหรอ” 


“เปล่า”


“ถ้างั้นมึงเป็นอะไร หลังๆ มานี้มึงกับกันตาดูมีปัญหากันบ่อย” ผมไม่ได้ตอบมันไปเพราะหลังๆ มานี่ผมกับกันตามีปัญหากันบ่อยจริงๆ ก็หลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่องหึงหวงและเรื่องฝานฝาน ไอ้เรื่องหึงหวงนี่แทบจะตัดออกไปได้เลยเพราะผมแทบไม่ได้ยุ่งกับใคร ส่วนเรื่องฝานฝาน.. กันตาค่อนข้างจะไม่พอใจเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาผมไม่เคยเลิกพูดถึงฝานฝานเลยและก็ยังหวังอยู่เสมอว่าถ้าเป็นไปได้ผมอยากเจอกับฝานฝานอีกสักครั้ง สุดท้ายความหวังของผมก็เป็นจริง


“เรื่องหึงหวงล่ะมั้ง”


“หึงหวงอะไรวะ กูก็ไม่เห็นว่ามึงจะไปยุ่งอะไรกับผู้หญิงที่ไหนจริงๆ กูว่ามึงทำตัวดีกว่าเมื่อก่อนด้วยซ้ำ”


“หึ มึงก็รู้จักนิสัยกันตาดี”


“หรือว่ากันตาจะหึงมึงเรื่องฝานฝาน” ไอ้สิงหามันนั่งกอดอกก่อนจะสบตาผมนิ่งๆ พร้อมทั้งยกยิ้มอย่างรู้ทัน


“มึงหมายความว่าไงวะ” ผมสบตามันเล็กน้อยก่อนจะแสร้งหันหน้าไปทางอื่น


“ก็จริงอยู่ที่มึงอาจจะทำเหมือนกับว่าไม่ได้สนใจ แต่มึงอย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมามึงยังไม่เลิกสืบเรื่องฝานฝาน กันตาเคยมาถามกูว่าได้ข่าวเรื่องฝานฝานบ้างไหม”


“กันตาเคยถามเรื่องฝานฝานจากมึงเหรอ” ผมถามขึ้นด้วยความแปลกใจ


“อืม” ผมเงียบไปแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปด้วย จริงๆ ก็รู้อยู่แล้วว่ากันตาต้องมาถามเรื่องนี้จากเพื่อนผม “ไอ้ครูซ กูขอถามอะไรมึงอย่างได้ไหมวะ กูสงสัยมานานล่ะ”


“สงสัยอะไรวะ” 


“มึงมีปัญหาอะไรกับไอ้ฝานมันหรือเปล่า”


“มึงหมายถึงเรื่องอะไร” ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย หรือว่าไอ้สิงหามันจะรู้?


“มึงกับไอ้ฝานไม่เหมือนเดิม”


“ยังไง” ไอ้สิงหาถอนหายใจเล็กน้อยคล้ายกับว่ามันกำลังเอือมระอา


“ขนาดตัวมึงเองมึงยังดูไม่ออกเลย เมื่อก่อนมึงกับไอ้ฝานสนิทกันจะตายถึงแม้ว่ามึงสองคนจะกัดกันสามเวลาหลังอาหารแต่มึงสองคนก็สนิทกันมาก เวลามีอะไรมึงก็ชอบเรียกใช้ไอ้ฝาน แต่ดูตอนนี้ดิคนโง่ๆ ยังดูออกเลยว่ามึงสองคนดูมีระยะห่างระหว่างกัน” ได้ยินดังนั้นผมก็ได้แต่หลบสายตาไอ้สิงหาที่ขึ้นชื่อว่าชอบสืบและเสือกเรื่องชาวบ้านมากที่สุด ไอ้นี่มันเป็นเพื่อนสนิทผม และที่สำคัญมันเป็นคนเจ้าเล่ห์แถมยังชอบสังเกตและตั้งข้อสงสัยเรื่องของคนอื่นไปทั่ว จริงๆ ผมก็ไม่ค่อยแปลกใจถ้าหากว่ามันจะสงสัยเรื่องผม ทุกวันนี้ผมยังคิดเลยว่าถ้าตอนนั้นผมไม่ปิดบังเรื่องที่เคยมีอะไรกับฝานฝานกับเพื่อนตัวเอง ปัจจุบันเรื่องมันจะแย่ขนาดนี้ไหม


“ไอ้สิงหา เมื่อก่อนกูกับฝานฝานดูสนิทกันมากขนาดนั้นเลยเหรอ” ผมตัดสินใจถามสิ่งที่ผมสงสัยและคาใจมากที่สุดออกไป


“สนิทแบบกัดกันเหมือนหมาอ่ะ” พูดจบไอ้สิงหามันก็หลุดขำออกมา


“มึงคิดว่าฝานฝานคิดยังไงกับกูวะ”


“จะคิดอะไรได้ล่ะ ก็คิดว่ามึงเป็นรุ่นพี่ที่ปากเสียแล้วก็ปากหมาอ่ะดิ วันๆ ถ้าไม่ได้แกล้งมึงก็ชอบหาเรื่องมาด่ามันไม่ก็ล้อปมด้อยมัน แต่ว่าถ้าเป็นตอนนี้มึงคงล้อไอ้ฝานไม่ได้แล้วนะ ฝานฝานในตอนนี้สวยและน่ารักกว่ากันตาของมึงเยอะอย่าคิดเสียดายล่ะมึง ฮ่าๆ” พูดไปไอ้สิงหามันก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี


“ไอ้สิงหา คือกู..”


“พี่สิงโว้ย แขกโต๊ะหน้าเรียกหา”


“ห่ะ อะไรนะแขกโต๊ะไหน” สิงหามันตะโกนข้ามหัวของผมเพื่อคุยกับลูกน้องแต่หัวสมองของผมในตอนนี้มันกลับไม่รับฟัง ผมต้องการเพื่อน ผมต้องการระบาย ผมต้องการคนรับฟังเรื่องที่สำคัญที่สุด


“คือ..”


“โต๊ะหน้าโน้น”


“เออๆ เดี๋ยวกูไปรอแป๊ป” ว่าจบสิงหามันก็ลุกขึ้นจากโต๊ะและไม่ลืมที่จะคว้าทั้งขวดเหล้าและแก้วติดมือไปอีกสองใบ “ไอ้ครูซ มึงรอกูแป๊ปเดี๋ยวกูมา” ว่าจบมันก็เดินไป


“ไอ้สิงหากูเคยปล้ำฝานฝานและกูกำลังสงสัยว่าผิงผิงจะเป็นลูกสาวกู”


เคร้งงงง เสียงแก้วตกลงบนพื้นกระจัดกระจายไปหมด



“มึงว่าไงนะไอ้ครูซ” สิงหามันตะโกนลั่นด้วยความช็อก ขนาดผมยังช็อกเลยว่าทำไมผมถึงกล้าเอาเรื่องสำคัญขนาดนี้มากบอกเพื่อนสนิทตัวเอง แต่ผมไม่มีทางเลือก ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าผมจะเอายังไงกับชีวิตตัวเองต่อ และแทบไม่ต้องพูดถึงฝานฝานเลย ผมรู้ว่าตอนนี้ฝานฝานเกลียดผมไปแล้ว ถึงแม้ว่าผมจะไม่รู้ความจริงเรื่องผิงผิงแต่ความรู้สึกของผมมันบอกว่ายังไงผิงผิงต้องเป็นลูกสาวของผมแน่ๆ


“มึงได้ยินไม่ผิดหรอก” ผมไม่ได้มองหน้าได้สิงหาแต่เลือกที่จะเอนหลังลงกับโซฟาก่อนจะค่อยๆ หลับตาลง


“นี่มึงกำลังจะบอกกูว่ามึงเคยมีอะไรกับฝานฝานแล้วมึงก็ทำมันท้อง” สิงหามันยังไม่เลิกตะโกน ประเด็นสำคัญเลยก็คือมันเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมก่อนจะตะโกนใส่หน้าผมปาวๆ ผมไม่ตอบอะไรกลับไปแต่พยักหน้าขึ้นลงเบาๆ “ไอ้ห่าครูซ  $%%$%#%$%” มันสบถด่าผมไม่หยุดก่อนจะตามมาด้วยสิงสาราสัตว์นานาชนิด


“ไอ้ดินโว้ยยยย มาเก็บเศษแก้วหน่อย” 


“ครับพี่” สั่งลูกน้องเสร็จไอ้สิงหาก็เดินมานั่งตรงข้ามกับผม มันเงียบไปพักใหญ่ในขณะที่ผมเองก็เลือกที่จะเงียบ ผมได้ยินเสียงมันถอนหายใจเข้าออกอย่างแรงไม่หยุด กระทั่งเด็กในร้านมันเก็บเศษแก้วและขวดเหล้าที่ตกแตกเมื่อกี้นี้เสร็จผมก็ได้ยินเสียงไอ้สิงหามันกระแทกแก้วเหล้าลงบนโต๊ะอย่างแรง


เคร้ง ผมได้ยินเสียงนะแต่ผมก็ไม่คิดที่จะลืมตาขึ้น ผมรู้ว่าถ้าผมลืมตาขึ้นมันก็ต้องด่าผมอีก ทำไงได้ล่ะ เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว แค่นี้ผมก็สำนึกผิดไม่ทันแล้ว


“มึงรู้เรื่องนี้มาตลอด” ไอ้สิงหาเป็นคนเปิดปากพูดขึ้น ผมจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นก่อนจะพยักหน้ารับ


“มึงรู้มาตลอดว่าไอ้ฝานมันท้องกับมึงแต่มึงเลือกที่จะไม่รับผิดชอบมันเพราะว่ามึงมีกันตาอยู่แล้วใช่ไหมวะไอ้เพื่อนเหี้ย”


หมับ!


“เฮ้ย เดี๋ยวดิ” ผมรีบปัดมือไอ้สิงหามันออกเพราะจู่ๆ มันก็พุ่งเข้ามาคว้าคอเสื้อผมก่อนจะง้างหมัดหนักๆ ของผมเตรียมชกหน้าผมเห็นแบบนั้นผมก็รีบปัดมือมันออกอย่างแรง “กูไม่รู้เรื่อง กูไม่รู้อะไรเลย กูก็เพิ่งมารู้พร้อมกับพวกมึงนี่แหละว่าฝานฝานท้องและก็มีลูกผิง” 


“ลูกผิง?” ไอ้สิงหาเลิกคิ้วใส่ผมก่อนจะอ้าปากค้างอย่างอึ้งๆ


“เออ กูจะเรียกว่าลูกผิงมันแปลกตรงไหนในเมื่อลูกผิงเป็นลูกสาวของกูไม่ใช่ว่าไอ้เฮียองเฮียโอมนั่นจะมีสิทธิ์เรียกคนเดียว อีกอย่างก็แทบจะไม่มีอะไรมายืนยันได้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นพ่อของผิงผิงจริงๆ มึงคิดว่ามันไม่แปลกหรือไงที่จู่ๆ ฝานฝานก็มีลูกทั้งๆ ที่ยัยนั่นไม่เคยมีแฟนและก่อนที่ฝานฝานจะดรอปเรียนไปกูก็เอ่อ.. เพิ่งปล้ำฝานฝาน” คำหลังผมอึกอักเล็กน้อยเพราะแค่นึกถึงเรื่องนี้ทีไรมันก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ทุกที


“แล้วอะไรทำให้มึงมั่นใจว่าหลานผิงเป็นลูกสาวของมึงในเมื่อไอ้โอมกับไอ้ผามันประกาศขนาดนั้นว่าเป็นพ่อของหลานผิง”


“หลานผิง?” ผมถามย้ำ ส่วนไอ้สิงหามึนก็อึกอักเล็กน้อย


“อะ.. เอ่อ กูเอ็นดูหลาน”


“เพราะอะไรงั้นเหรอ” ผมเงียบไปก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้มเมื่อนึกไปถึงรอยยิ้มและใบหน้าของผิงผิงที่ถอดแบบผมออกมาจนหมด ผมไม่ได้เข้าข้างตัวเองว่าผิงผิงเป็นลูกสาวของผมแต่ถ้าใครไม่ได้เห็นและเจอเหตุการณ์แบบผมก็คงไม่เข้าใจหรอกว่าสายสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกมันสามารถเกิดขึ้นได้แม้ว่าเราจะไม่เคยเจอหน้ากัน อีกอย่างผมก็ไม่เคยเชื่อเรื่องที่ฝานฝานบอกว่าคบกับไอ้โอมอยู่แล้ว ไม่ต้องบอกใครๆ ก็รู้ว่าผมกับฝานฝานสนิทกันมากขนาดไหน ฝานฝานไม่เคยมีแฟนแล้วจู่ๆ ไอ้โอมอะไรนั่นก็มีตัวตนขึ้นมา ผมไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นเพราะผมเลือกที่จะเชื่อความจริงที่ผมรู้สึกมากกว่า “เพราะกูไม่เชื่อว่าฝานฝานจะเป็นผู้หญิงแบบนั้น ก่อนหน้าที่จะมีอะไรกันฝานฝานไม่เคยมีอะไรกับใคร ไม่ต้องพูดถึงเรื่องมีอะไร ฝานฝานมันไม่เคยมีแฟนด้วยซ้ำ มึงไม่คิดว่าเรื่องมันจะบังเอิญไปหน่อยเหรอ”


“มึงกำลังคิดว่าที่ไอ้ฝานมันดรอปเรียนเพราะหนีมึงงั้นเหรอ แล้วหลังจากนั้นมันก็หนีไปคลอดลูก” ไอ้สิงหามันถามผมด้วยน้ำเสียงจริงจังมากขึ้น


“อืม”


“ถ้างั้นมันมีเหตุผลอะไรที่ต้องหนีมึง คนอย่างมึงกูคิดว่ายังไงก็ต้องรับผิดชอบฝานฝานเรื่องลูกอยู่แล้ว”


“เพราะกันตา” ผมตอบกลับไปโดยไม่ต้องคิด


“กันตางั้นเหรอ”


“ฝานฝานไม่ต้องการทำลายความรักของกูกับกันตาก็เลยเลือกที่จะหนีไป”


“มึงรู้ได้ยังไง”


“ก็คืนที่กูมีอะไรกับฝานฝาน...” ผมเงียบไปอีกครั้งฉับพลันภาพเหตุการณ์ในเช้าวันนั้นก็แล่นวาบเข้ามาในหัวผม


'ถ้างั้น.. เรื่องระหว่างเราให้มันจบแค่วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นเธอห้ามบอกใครโดยเฉพาะแฟนฉัน'


'สบายใจได้พี่ครูซ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นฉันก็จะไม่บอกใคร' ผมค่อยๆ หลับตาลง ปฎิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าตอนนี้ข้างในใจของผมมันรวดร้าวไปหมด หรือนี่มันจะเป็นเวรกรรมที่ผมทำไว้กับฝานฝาน


“กูผิดเองที่กูสั่งให้ฝานฝานเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ กูยอมรับว่าตอนนั้นกูคิดอะไรไม่บอก กูทำพลาด กูเห็นแก่ตัวเอง”


“มึงนี่มัน...” ไอ้สิงหามันดูอารมณ์เสียแบบสุดๆ นานมากแล้วที่ผมไม่เคยเห็นมันโกรธจัดแล้วฟิวส์ขาดขนาดนี้ “มึงนี่มันชั่วจริงๆ เลย”


“กูยอมรับว่ากูผิดที่วันนั้นกูเห็นแก่ตัวพูดไปแบบนั้น ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดเรื่องฝานฝานอาจจะท้อง กูยอมรับในฐานะลูกผู้ชายเลยว่าวันนั้นกูคิดถึงแต่เรื่องกันตาจนลืมนึกถึงจิตใจของฝานฝาน กูไม่คิดว่าฝานฝานจะปิดบังเรื่องลูกจนถึงขั้นตัดสินใจหนีไป และถ้ากูเลือกได้และย้อนเวลากลับไปได้กูก็อยากจะแก้ไขเรื่องทั้งหมด ถ้ากูรู้เร็วกว่านี้ว่าฝานฝานท้องมึงคิดว่าคนอย่างกูจะกล้าทิ้งลูกเมียงั้นเหรอ”


“แล้วถ้ามึงต้องเลือกระหว่างกันตากับฝานฝานล่ะ” ไอ้สิงหาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่บ่งบอกความรู้สึกแต่สายตาของมันกลับจ้องหน้าผมอย่างแน่วแน่


“ถ้าพูดอะไรตอนนี้มันก็คงสายไปแล้ว” ผมแค่นยิ้มออกมาอย่างฝืนๆ กระบอกตารู้สึกร้อนผ่าวไปหมด “ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะความเห็นแก่ตัวของกูเอง ถึงแม้ว่ากูจะมีกันตาอยู่แล้วแต่ถ้าตอนนั้นกูรู้เรื่องที่ฝานฝานท้องกูก็ต้องทำสิ่งที่ถูกต้องนั่นก็คือการรับผิดชอบฝานฝานกับลูก”


“แต่มึงต้องเลิกกับกันตาน่ะเหรอ” ไอ้สิงหาเลิกคิ้วคล้ายไม่อยากจะเชื่อ


“อืม” ผมตอบกลับอย่างหนักแน่น “ต่อให้กูจะต้องเสียใจแค่ไหนแต่เรื่องทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะกู ฝานฝานต้องมาเสียอนาคตเพราะกูมึงจะให้กูทิ้งฝานฝานงั้นเหรอ อีกอย่างถ้ากันตารู้เรื่องยัยนั่นก็คงรับไม่ได้อยู่แล้วสุดท้ายเรื่องทุกอย่างมันก็ต้องจบลงที่การเลิกรา ไม่คนใดคนนึงก็ต้องเป็นฝ่ายไป”


“เพราะแบบนี้เองสินะฝานฝานมันถึงเลือกที่จะเป็นฝ่ายไปจากชีวิตของมึงกับกันตาเอง”


               อีกครั้งที่ผมยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่ร้อนผ่าวของตัวเอง แค่คิดว่าชีวิตที่ผ่านมาของฝานฝานต้องเจอกับอะไรบ้างมันก็เหมือนมีเข็มนับร้อยนับพันทิ่มแทงจิตใจของผมจนแหลกไปหมด แค่คิดว่าฝานฝานจะต้องอดทนกับการอุ้มท้องผิงผิงคนเดียวเก้าเดือน ในขณะที่ผมไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ไม่เคยรู้เลยว่าชีวิตของฝานฝานต้องลำบากขนาดไหน ผมก็ไม่รู้ว่าควรจะเกลียดตัวเองยังไงแล้ว เพราะแค่นี้ผมก็เกลียดตัวเองจนไม่รู้จะเกลียดยังไงแล้ว


“แต่มึงก็ไม่เคยหยุดตามหาไอ้ฝานมันเลยไม่ใช่เหรอ ถ้าให้กูเดากูก็พอจะมองออกว่าจิตใจของมึงก็ไม่ได้สงบสุขเหมือนกับภายนอกที่มึงแสดงออกมา”


“…”


“เพราะแบบนี้สินะมึงกับกันตาถึงไม่ค่อยจะโอเคกันมาสักพักแล้ว” ที่ไอ้สิงหามันพูดก็ถูกอยู่เพียงแค่ส่วนเดียวเท่านั้นเรื่องที่ผมกับกันตาไม่ลงเอยกันมาสักพัก แต่อีกส่วนที่มันไม่รู้ก็มี.. และมันก็ไม่ควรรู้ด้วย


“กูไม่รู้ว่ากูควรทำยังไงดี” ผมสบตาไอ้สิงหาที่กำลังจ้องหน้าผมด้วยสายตาครุ่นคิด เห็นแบบนั้นผมก็ฝืนยิ้มมุมปากออกมาทั้งๆ ที่รู้ว่ามันยากลำบากเต็มทีก่อนจะกระดกเบียร์เข้าปากอีกอึกใหญ่


“นานแล้วที่กูไม่เคยเห็นมึงเป็นแบบนี้”


“กูไม่รู้ว่ากูควรรู้สึกยังไง แต่สายตาของผู้หญิงคนนั้นที่มองกูอย่างหมดหวังมันทำให้กูรู้สึกว่าที่ผ่านมากูทำพลาดไป”


“แล้วเรื่องมันเป็นยังไงมายังไงมึงกับไอ้ฝานถึงได้...” ไอ้สิงหามันขมวดคิ้วก่อนจะหยุดประโยคสุดท้ายไปแต่ผมก็รู้ว่ามันหมายถึงเรื่องอะไร


“กูก็ไม่รู้ เรื่องมันเกิดขึ้นคืนวันที่ฝานฝานถูกเพื่อนกันตาผลักตกน้ำแล้วกูก็ทะเลาะกับกันตาหนักมากเพราะยัยนั่นเข้าใจว่ากูเข้าข้างฝานฝาน กูก็เลยดื่มหนักจนเมาความทรงจำครั้งสุดท้ายกูจำได้ว่าตัวเองเข้าไปนอนในห้องแล้วก็กอด เอ่อ..จูบผู้หญิงที่กูเข้าใจว่าเป็นกันตา แต่พอตื่นเช้ามาคนที่กูกำลังกอดกลับเป็นฝานฝาน”


“ชุลมุนฉิบเป๋ง มึงนี่น้าาา” ไอ้สิงหามันส่ายหัวไปมาก่อนจะเอนกายทอดตัวนอนบนโซฟาพร้อมทั้งกระดิกเท้าไปมา ไม่รู้ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่แต่จู่ๆ มันก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาผมคล้ายกับเพิ่งนึกอะไรออก “มึงรู้ดีใช่ไหมไอ้ครูซว่าเรื่องทุกอย่างแม่งไม่ได้ง่ายอย่างมี่มึงคิด พวกเราไม่รู้ตื้นลึกหนาบางว่าจริงๆ แล้วเรื่องมันเป็นยังไง ไหนจะความสัมพันธ์ของฝานฝานกับไอ้โอมอะไรนั่นอีก ไหนจะพี่ชายฝานฝานอีกเพราะถ้าผิงผิงเป็นลูกสาวของมึงจริงๆ กูบอกให้เลยว่าพี่เมียมึงไม่ได้รับมือง่ายๆ อย่างที่มึงคิด”


“กูรู้ ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว กูจะต้องรู้ความจริงทั้งหมดให้ได้กูไม่มีทางยอมให้เรื่องมันจบลงแบบนี้หรอก”


“และที่สำคัญกว่าเรื่องนี้จะจบถ้าร่างกายมึงอยู่ครบสามสิบสองก็ถือว่าทำบุญมามากพอ” ว่าจบสิงหามันก็ส่ายหัวไปมาคล้ายกับกำลังเอือมระอากับชะตาชีวิตของผม

END CRUZ SPECIALS



PHA SPECIALS

“อื้อ ผา” ผมขยับตัวเล็กน้อยในขณะที่คนใต้ร่างยังคงครวญครางเรียกชื่อผมไม่หยุด ก่อนที่ผมจะใช้ฝ่ามืออีกข้างค่อยๆ ปัดปอยผมของคนใต้ร่างออกไปเบาๆ ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสดรับกับใบหน้าเรียวค่อยๆ ลืมตาขึ้น  ก่อนจะจดจ้องใบหน้าของผมด้วยสายตาหวานซึ้ง


“...”


“ผา ฉันยังรักนายเหมือนเดิมนะ”


แกร๊ก!


                    กระทั่งได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออก ผมถึงดึงสติกลับมาได้ทันว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ โชคดีที่ผมกำลังอยู่บนเตียง และกำลังหันหลังอยู่บุคคลที่สามที่เพิ่งเข้ามาในห้องก็เลยไม่ได้เห็นอะไรต่อมิอะไรไปมากกว่านี้ จะบ้าตาย ห้องก็ไม่ได้ล็อกใครจะคิดว่าจะมีคนอื่นเข้ามาในห้องตอนนี้ ผมยังคงหันหลังในท่ากำลังทาบทับผู้หญิงใต้ร่างไว้อยู่แบบนั้น แต่ก็ไม่คิดที่จะพูดอะไรออกไป


“เอ่อ ผา เราขอโทษ” 


“ใบบัว?” ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าใบบัวจะกล้าโผล่มาที่คอนโดของผมกับไอ้โอมตอนนี้ ประเด็นสำคัญเลยก็คือใบบัวรู้ที่อยู่คอนโดผมได้ยังไงจำได้ว่าเคยพูดว่าอยู่ที่ไหนแต่ผมไม่เคยพาใบบัวมาที่นี่แน่ๆ


“เราขอโทษนะผาที่มารบกวน งั้นเดี๋ยวเราวางยาไว้ที่โซฟาล่ะกันนะ”


               ว่าจบใบบัวก็รีบปิดประตูก่อนจะตามมาด้วยเสียงวิ่ง เห็นแบบนั้นผมก็รีบลุกจากเตียงไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันรอบเอวอย่างลวกๆ ก่อนจะเดินตามใบบัวออกไปตรงโซนห้องรับแขก


“เดี๋ยวใบบัว” ผมถามกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้นเพราะปกติผมก็เป็นคนแบบนี้อยู่แล้วแต่ในสายตาของคนที่ไม่สนิทกันก็มักจะมองว่าผมไม่ค่อยน่าคบเท่าไหร่


“เอ่อ ขอโทษนะผาที่เราเข้ามาในนี้โดยไม่ได้ขอ” ผมจ้องใบหน้าเรียวรับกับริมฝีปากอมชมพูเล็กๆ ที่กำลังขยับขึ้นลงตอบผมกลับมา ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแต่ยิ่งเห็นก็ยิ่งหงุดหงิด


“แล้วเธอมาที่นี่ได้ยังไง”


“เอ่อ.. คือ”


“พูด!!” ผมขึ้นเสียงเล็กน้อยเพราะเริ่มหงุดหงิด ผมไม่ค่อยชอบคนที่ชอบพูดจาอึกๆ อักๆ เหมือนมีความลับอะไรบางอย่างทั้งๆ ที่อยากจะพูดอยู่เต็มปากแต่ก็ไม่กล้าพูด ถ้าเป็นแบบนี้แล้วจะพูดให้อยากรู้ทำไม


“ระ เราเอายาแก้ไข้มาให้ผาเพราะเห็นผาไม่มาเรียน พอเราโทรไปถามโอมๆ ก็บอกว่าผาป่วยนอนซมอยู่ที่คอนโดแล้วก็วานให้เราเอายาแก้ไข้มาให้ด้วย” ใบบัวพูดรัวเร็วราวกับว่าถ้าหยุดหายใจจะโดนผมตะคอกใส่อีก อีกครั้งที่ผมต้องขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ไอ้โอมอีกแล้วเหรอ


“...” ผมเลิกคิ้วเล็กน้อยเพราะเหมือนใบบัวอยากจะพูดอะไรต่อแต่ก็ไม่กล้าพูด


“ละ แล้วก็เราซื้อหนังสือนิทานมาฝากหลานผิงผิงด้วย มีแต่รูปสัตว์น่ารักๆ สีสันสดใส เราคิดว่าหลานผิงผิงน่าจะชอบแต่ถ้ามันบังเอิญไปซ้ำกับของที่คนอื่นซื้อมาฝากหลานผิงผิง เราเอากลับก็ได้” ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองไหมว่าสีหน้าของใบบัวดูไม่ค่อยเหมือนเวลาปกติ ปกติผมไม่ค่อยสันทัดเรื่องความรู้สึกอ่อนไหวของผู้หญิงเท่าไหร่ แต่สีหน้าของใบบัวในตอนนี้เหมือนคนกำลังจะร้องไห้แต่ก็พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้


“เดี๋ยวๆ ไม่ต้อง” ผมรีบขยับมือไปจับถุงขนาดใหญ่ของห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่ข้างในใส่หนังสือนิทานเต็มไปหมด และมันก็ยังเป็นจังหวะเดียวกลับที่ฝ่ามือของใบบัวกำลังจะคว้าถุงหนังสือกลับไป นั่นจึงทำให้ฝ่ามือของผมกับใบบัวสัมผัสกันโดยบังเอิญ สัมผัสร้อนๆ จากฝ่ามือของคนตรงหน้าทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ผมจึงเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก่อนจะสบเข้ากับดวงตากลมโตสีน้ำตาลของใบบัว


“ที่รัก ใครมาเหรอ” ผมสะดุ้งเล็กน้อยตอนที่ทีน่าเดินเข้ามาสวมกอดผมจากทางด้านหลังแถมยังอยู่ในสภาพไม่ใส่เสื้อผ้าเหลือแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวอีก


“ออกมาทำไมทีน่า ฉันคุยกับเพื่อนอยู่” ผมตอบกลับไปอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์


“ก็ทีน่าอยากอยู่กับผาตลอดเวลาแปลกตรงไหน ในเมื่อเราเป็นแฟนกัน” ทีน่ายังคงยั่วยวนผมไม่เลิก แต่ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์จะมานึกถึงเรื่องใต้สะดืออะไรทั้งนั้น


“อย่าพูดอะไรบ้าๆ ทีน่า”


“เอ่อ ถ้างั้นเรากลับก่อนนะผาขอโทษที่มารบกวนเวลา” ว่าจบใบบัวก็โค้งตัวเล็กน้อยและไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับผมสักนิดก่อนจะหันหลังก้าวเท้าด้วยความรวดเร็วออกไปจากห้อง


“ทีน่า พอได้แล้วเราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วเธออย่าลืม” 


แกร๊ก! อีกครั้งที่เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น แต่คราวนี้คนที่มาใหม่กลับเป็นไอ้โอมนั่นเอง มันมองมาทางผมกับทีน่าด้วยใบหน้าเรียบเฉยคล้ายกับว่าชินแล้วที่เห็นเรื่องแบบนี้ก่อนจะหันไปทางอื่นทำทีเป็นไม่สนใจสิ่งที่เพิ่งเห็นเมื่อกี้นี้


“กลับไปได้แล้วทีน่าฉันต้องทำงาน”


“ผา” ทีน่าทำน้ำเสียงไม่พอใจใส่ผมก่อนจะใช้สายตาแสนงอนที่ชอบใช้อ้อนผมเป็นประจำแบบเมื่อก่อนตอนที่เรากำลังคบกันอยู่ แต่โชคร้ายที่ตอนนี้มันใช้ไม่ได้ผลกับผมแล้ว


“ถ้าเธอไม่ไปฉันจะไม่ให้เธอมาเจอฉันอีก” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นและตั้งใจจะทำจริงด้วย มันเป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ทีน่าออกไปจากที่นี่ได้


“ไปก็ได้” ทีน่าทำน้ำเสียงไม่พอใจใส่ผมแต่ก็ยอมเดินกลับเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องของผม รอจนกระทั่งทีน่าออกไปจากห้องผมถึงได้หันไปทางไอ้โอมที่กำลังยืนจิบกาแฟอย่างสบายใจตรงเคาน์เตอร์ครัว


“ไงมึง” 


“อะไรของมึง” มันยกยิ้มใส่ผมอย่างกวนๆ


“กูเนี่ยนะป่วย”


“จะรู้เหรอ กูโทรมามึงก็ไม่รับมหาลัยก็ไม่ไปใครจะคิดว่ามึง...” ว่าจบมันก็เดินมาหย่อนก้นนั่งลงข้างๆ ผม ผมพ่นควันบุหรี่ก่อนจะยกขาขึ้นพาดกับขอบโต๊ะด้วยความเมื่อย


“พอๆๆๆ เลย มันไม่ได้เป็นอย่างที่มึงคิด”


“ไอ้ผา”


“อะไรของมึง” ผมพูดขึ้นโดยที่ไม่ได้หันไปมองหน้าไอ้โอมสักนิด


“มึงคิดว่าแก๊งเพื่อนฝานฝานที่มาเมื่อวันก่อน..”


“มึงกำลังจะหมายถึงไอ้เวรนั่นน่ะเหรอ” ผมไม่รอให้ไอ้โอมพูดจบ จู่ๆ ก็รู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเรื่องนี้ ฝานฝานเป็นน้องสาวคนเดียวของผม ผมรักและเป็นห่วงฝานฝานยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด และยิ่งเป็นเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับไอ้เวรนั่นเพียงแค่ได้ยินผมก็รู้สึกหัวร้อนขึ้นมาทันที


“ตอนนี้กูยังไม่แน่ใจว่าเป็นใครแต่กูมั่นใจว่าหนึ่งในนั้นจะต้องมีไอ้เวรนั่นแน่ๆ”


“มึงหมายถึงพ่อ...”


“ไม่มีใครเป็นพ่อใครทั้งนั้นผิงผิงมีแต่ลุงผา” ผมไม่รอให้ไอ้โอมพูดจบก็รีบแทรกขึ้นมาแทบจะทันที ไม่อยากจะได้ยินเรื่องอะไรทำนองนี้อีกแล้ว


“แล้วถ้าวันนึงไอ้เวรนั่นมันกลับมาทวงสิทธิ์เรื่องผิงผิง”


“กูก็จะไม่ปล่อยมันไว้ ผู้ชายชั่วๆ แบบนั้นเป็นพ่อที่ดีของผิงผิงไม่ได้หรอก อีกอย่างมันยังทำให้น้องสาวกูเจ็บปวดเจียนตายมึงไม่ต้องคิดเลยว่าถ้ากูรู้เมื่อไหร่ว่าใครคือไอ้เวรนั่นกูเนี่ยแหละจะเอาตีนยันหน้ามันเอง”


“ไอ้ผา คือกู..”


“อะไรของมึง” ผมมองท่าทางอึกๆ อักๆ ของไอ้โอมด้วยความหงุดหงิด วันนี้มันเป็นอะไรของมันอยู่ดีๆ ก็มาพูดถึงเรื่องไอ้เวรนั่นทั้งๆ ที่มันก็รู้ว่าผมไม่ชอบและโคตรจะไม่อยากได้ยินเรื่องนี้


“คือกู..” 


“...” ไอ้โอมมันหลบตาผมก่อนจะทำท่าเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แล้วจู่ๆ มันก็หันกลับมาสบสายตากับผมอย่างเคร่งเครียดแบบที่นานๆ ครั้งจะได้เห็นท่าทางของมันในลักษณะนี้


“คือกูรู้ว่ามึงรักฝานฝานมากและกูก็รู้ว่ามึงหวงน้องสาวมึงมากด้วย วันนี้กูจะยอมให้มึงกระทืบกูให้ตายเลยก็ได้แต่รบกวนมึงช่วยพิจารณากูหน่อยได้ไหมว่าคนอย่างกูพอจะเป็นว่าที่น้องเขยมึงได้ไหม”


“มึงว่าไงนะ!”


“กูรักลูกผิงมาก และกูก็ดีใจมากที่มึงสร้างเรื่องขึ้นมาว่ากูเป็นพ่อของลูกผิงถึงแม้ว่ามึงต้องทำไปเพราะความจำเป็นก็เหอะแต่กูก็เต็มใจ” บอกตรงๆ ว่าความรู้สึกของผมในตอนนี้มันเหมือนผมกำลังโดนไอ้โอมเอาอะไรหนักๆ มาปาหน้าแต่ไร้ซึ่งความเจ็บปวดเหลือเพียงความรู้สึกชาๆ ที่ใบหน้าและความร้อนที่ค่อยๆ ผุดขึ้นมา


“นี่มึง...” ผมยกนิ้วชี้หน้าเพื่อนตัวเอง


“เออ กูยอมรับในฐานะลูกผู้ชายว่ากูแอบรักน้องสาวมึงมานานแล้วไอ้ผา”


“ไอ้โอม!!!” ผมตะโกนชื่อไอ้โอมดังลั่นด้วยความช็อก นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย


“กูพร้อมแล้ว มึงชกกูมาเลย” 


ผมไม่ได้ชกหน้ามันแต่ผมเลือกที่จะ...


พลั๊กกกก!! 

END PHA SPECIALS 



               หลายวันมาแล้วหลังจากวันที่ฉันได้สารภาพเรื่องที่ค้างคาใจให้พี่ครูซฟัง จะเรียกว่าสารภาพก็ไม่ถูก จริงๆ แล้วฉันก็ไม่อยากจะพูดเรื่องนี้สักเท่าไหร่แต่เป็นเพราะการกระทำและอะไรหลายๆ อย่างที่พี่ครูซได้ทำมันบังคับให้ฉันต้องพูด ความจริงที่ฉันเคยแอบชอบพี่ครูซมาก่อนฉันเคยคิดว่ามันจะต้องเป็นความลับตลอดไปและก็ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาพูดความจริงอะไรแบบนี้ในสภาพนั้นด้วย ทุกอย่างมันเป็นอดีตไปแล้วแต่ทำไงได้ในเมื่อพี่ครูซยังตื้อไม่เลิก


“ฝานฝาน” ฉันชะงักก่อนจะหันไปตามเสียงเรียกที่ตะโกนมาจากถนนฝั่งตรงข้าม ตอนนี้ฉันเพิ่งเดินลงมาจากคณะ ใครจะคิดว่าฉันต้องมาเจอกับคนที่ฉันไม่อยากจะเจอที่สุดในโลก


“พี่กันตา” ฉันกระซิบเสียงเบาแต่ก็ไม่ได้เดินไปหาพี่กันตาที่ยืนอยู่อีกฝั่งกับกลุ่มเพื่อน และฉันก็จำได้ดีว่าหลายคนในกลุ่มที่ยืนอยู่กับพี่กันตาคือแก๊งที่เคยผลักฉันตกน้ำโดยเฉพาะยัยจีน ยัยบ้านั่นเป็นคู่ปรับเก่าของฉันโดยเฉพาะฉันยังจำได้ไม่ลืมว่ายัยนั่นเคยทำอะไรกับฉันไว้ 


               ฉันยังคงยืนตีสีหน้านิ่งๆ อยู่ที่เดิมในขณะที่ยัยจีนยืนมองฉันด้วยสีหน้าอึ้งๆ เล็กน้อยก่อนจะหันไปสะกิดพี่กันตาที่ยืนอยู่ข้างๆ แต่พี่กันตาไม่ได้มีสีหน้าแปลกใจเหมือนยัยจีน ตรงกันข้ามพี่กันตากลับส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ฉันก่อนจะเดินข้ามถนนมาหาฉัน ตอนแรกถ้าฉันไม่ได้มองผิดไปเหมือนกับว่าเพื่อนพี่กันตาจะตามมาแต่พี่กันตาดันส่งสายตาคล้ายกับบอกว่าไม่ต้องตามมา


“ฝาน” พี่กันตาเรียกชื่อฉันอีกครั้ง ฉันก็เลยส่งยิ้มกลับไป


“พี่กันตา” ไม่ใช่ว่าฉันไม่แปลกใจว่าพี่กันตามาหาฉันทำไม และที่สำคัญพี่กันรู้ได้ยังไงว่าฉันย้ายคณะเรียนแล้ว ถ้าเดาไม่ผิดก็คงจะเป็นแก๊งพี่ครูซเพราะก็มีแค่แก๊งนั้นที่รู้ว่าฉันย้ายคณะแล้ว


“ไม่เจอกันนานเลย พี่จำฝานแทบไม่ได้” พี่กันตาพูดขึ้นก่อนจะเดินมาหยุดลงตรงหน้าฉัน


“คะ” ฉันกวาดสายตามองพี่กันตาด้วยความรวดเร็ว พี่กันตาก็ยังคงเหมือนเดิม สวย หุ่นดี เพอร์เฟค ไม่แปลกใจเท่าไหร่ว่าทำไมถึงมีแต่ผู้ชายเหลียวหลังตอนที่พี่กันตาเดินผ่าน


“ฝานสวยขึ้นเยอะเลย” ว่าจบพี่กันตาก็ส่งยิ้มกว้าง 


“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ” ฉันส่งยิ้มกลับไปอย่างฝืนๆ เพราะรู้สึกแปลกใจมากที่จู่ๆ พี่กันตาก็มาหาฉันที่คณะหลังจากที่เราไม่ได้เจอกันนานมาก แถมยังมาพูดดีด้วย ทำดีด้วยแบบนี้ ความรู้สึกของฉันมันบอกว่าพี่กันตามาแปลก


“ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงแบบฝานจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้” อีกครั้งที่พี่กันตากวาดสายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า


“จริงๆ คนเรามันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงกันบ้าง ฝานก็เป็นผู้หญิงเมื่อก่อนฝานไม่ค่อยชอบเรื่องสวยงามมากเท่าไหร่ แต่พอฝานเห็นพี่กันตาสวยมีแต่คนมอง ฝานก็เลยอยากหันกลับมาเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้าง” ฉันตอบพี่กันตากลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะฉีกยิ้มเล็กน้อยให้ดูมีความเป็นมิตรขึ้นมาอีกนิด จริงๆ แล้วฉันก็ไม่ได้อยากพูดแบบนี้หรอกนะ แต่ไม่รู้ว่าทำไม ฉันถึงรู้สึกว่าวันนี้พี่กันตาไม่ได้มาหาฉันเพราะแค่อยากจะพูดว่า ‘ฝานสวยขึ้นเยอะเลย’ ฉันว่าพี่กันตาต้องมีอะไรมากกว่านั้น เชื่อสิ ผู้หญิงด้วยกันมันดูกันออก


“แหมม พี่ควรจะดีใจสินะที่ฝานเห็นพี่เป็นไอดอล” พี่กันตาหัวเราะกลบเกลื่อนในขณะที่ฉันยักไหล่เล็กน้อย จะบอกอะไรให้ว่า ถึงแม้ว่าภายนอกฉันจะดูเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนทั้งการแต่งตัว ทรงผม และอะไรอีกหลายอย่าง แต่นิสัยเดิมและเลเวลความกวนประสาทแถมยังไม่ยอมคนของฉันยังเหมือนเดิม และยิ่งผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ ในอดีตมาอีกบอกเลยว่าตอนนี้ภูมิต้านทานในร้างกายฉันแข็งแรงมาก ดีมาก็ดีกลับนะจ๊ะ แต่ถ้าร้ายมาล่ะก็..


“เราไปหาที่นั่งคุยกันหน่อยไหม ไม่เจอกันนานพี่มีเรื่องคุยกับฝานเยอะแยะเลย” พี่กันตาไม่รอให้ฉันตอบอะไรแต่เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาแทน


“ตอนนี้เหรอคะ”


“ใช่จ๊ะ” ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้ามองนาฬิกาข้อมือ จริงๆ ตอนบ่ายฉันนัดเชวาไว้ที่โรงอาหาร วันนี้ฉันมีเรียนตอนบ่ายสองแต่ที่ต้องมาเช้าเพราะต้องแวะมาส่งงานก่อนเที่ยงส่วนงานของเชวาก็อยู่ที่ฉันด้วย


“ที่ไหนคะ” 



               สิบห้านาทีต่อมาพี่กันตาก็ขับรถพาฉันมาที่ร้านกาแฟร้านที่ฉันกับเชวาชอบมา และมันยังเป็นร้านเดียวกับวันที่ฉันเจอพี่กันมากับผู้ชายที่เป็นรุ่นพี่ที่คณะฉัน

 

“ฝานกินน้ำอะไรไหมเดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง” พี่กันตานั่งลงที่โซฟาริมกระจกแถมยังเป็นที่ประจำที่ฉันชอบมานั่งซะด้วยสิ


“เอาน้ำเปล่าล่ะกันค่ะ” ฉันไม่ได้มองเมนูที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยซ้ำ เพราะว่าตอนนี้ฉันไม่หิวหรือว่าอยากกินอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ฉันสงสัยพี่กันตามากกว่าว่ามีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันกันแน่ 


รอพี่กันตาเลือกเมนูเครื่องดื่มไม่นานเท่าไหร่ สักพักพี่กันตาก็หันไปตะโกนสั่งพนักงานที่ยืนอยู่ไม่ไกล หมอนั่นเห็นพี่กันตาก็ส่งยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะเดินมารับออเดอร์ไป


“พี่กันตามีอะไรหรือเปล่าคะ ถึงชวนฝานมาคุยถึงที่นี่”


“หืมม เปล่าหรอก พี่ก็แค่อยากเจอฝานเพราะไม่ได้เจอนาน จริงๆ พี่ค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อยที่เจอฝาน วันนั้นพี่ยังแปลกใจอยู่เลยว่าครูซวิ่งตามผู้หญิงที่ไหน” ถ้าเดาไม่ผิดพี่กันตาคงหมายถึงวันที่พี่ครูซวิ่งตามฉันเพราะสงสัยว่าฉันใช่ฝานฝานตัวจริงหรือเปล่า


“ฝานดูเปลี่ยนไปขนาดนั้นเลยเหรอคะ” ฉันว่าพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อย จริงอยู่ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีกว่าที่ผ่านมาใครๆ ก็มักจะพูดว่าฉันเปลี่ยนไป เฮียผามักจะพูดว่าฉันดูเป็นผู้หญิงมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ส่วนเฮียโอมก็ชอบแซวว่า ถ้าฉันเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อก่อนคงตามจีบฉันไปนานแล้ว แต่ฉันก็ไม่เคยสนใจคำพูดของใครเพราะฉันคิดแค่เพียงว่าชีวิตคนเรามันต้องเดินหน้าต่อไป ฉันไม่อยากเป็นฝานฝานคนเดิม ฉันอยากเป็นฝานฝานคนใหม่ที่เข้มแข็งกว่าเดิม


“อืม ฝานสวยขึ้นเยอะจนพี่จำไม่ได้เลย” 


“ว่าแต่ว่า วันนี้ที่พี่กันตาชวนฝานมาที่นี่แค่เพราะอยากเจอเหรอคะ” ฉันไม่ได้ตอบรับคำชมของพี่กันตาแต่กลับถามเรื่องที่สงสัยออกไปแทน


“อืม จริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรหรอกพี่มันบ้าเองแหละ พี่แค่อยากคุยกับฝานเรื่องหลายวันก่อน”


“พี่กันตาหมายถึงวันที่ฝานเจอพี่กันตาที่โรงพยาบาลเหรอคะ”


“ใช่” พี่กันตาพนักหน้าเล็กน้อย “หมอนั่นเป็นเพื่อนสนิทพี่เอง ชื่อว่าฟลุ๊ค พอดีว่าวันนั้นพี่กับฟลุ๊คไปทำธุระที่โรงพยาบาลกันนิดหน่อย จริงๆ พี่ก็แปลกใจมากเลยนะที่เห็นฝานอยู่กับครูซที่นั่น” ว่าจบพี่กันตาก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้ม ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองไหมว่าพี่กันตากำลังพยายามอธิบายให้ฉันเข้าใจอะไรบางอย่าง หรือพี่กันตากลัวว่าฉันจะเข้าใจผิดเรื่องวันนั้น 


“พี่กันตากลัวฝานเข้าใจผิดที่เห็นพี่กันตามากับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พี่ครูซเหรอคะ” ฉันถามออกไปตรงๆ ก่อนจะแสร้งเปิดขวดน้ำเปล่าขึ้นมาดื่ม


“จะพูดแบบนั้นก็ถูกอีกนั่นแหละ ว่าแต่ว่าฝานยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับครูซใช่ไหม”


“คะ?”


“ฝานก็รู้ว่าพี่กับครูซคบกันมานาน ถ้าไม่สนิทกันจริงๆ น้อยคนที่จะรู้ว่าครูซน่ะเป็นคนคิดมากขนาดไหน ที่พี่ถามฝานเพราะอยากแน่ใจว่าฝานยังไม่ได้เอาเรื่องนี้ไปบอกครูซ พี่ไม่อยากให้ครูซเข้าใจผิดเพราะคนอื่น” ว่าจบพี่กันตาก็เงียบไป ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองไหมว่าพี่กันตาจงใจเน้นย้ำคำว่า ‘คนอื่น’ อย่างจงใจ แต่ฉันก็แกล้งที่จะทำเป็นไม่ได้ยิน


“ค่ะ ฝานยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับพี่ครูซเพราะฝานคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องของฝาน อีกอย่างฝานก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายที่มากับพี่กันตาน่ะเป็นใครกันแน่ กลัวว่าถ้าพูดไปเกิดไม่ได้เป็นอย่างที่ตัวเองคิดพี่สองคนจะผิดใจกันเปล่าๆ”


“ฟลุ๊คกับพี่เป็นเพื่อนกันจริงๆ ถึงแม้ว่าเราจะเป็นเพื่อนต่างคณะแต่เราก็สนิทกันมาก” 


“พี่กันตาไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ ฝานไม่ใช่คนปากโป้งขนาดนั้น อะไรที่ไม่ใช่เรื่องของฝานๆ ก็ไม่อยากจะยุ่งหรอกค่ะ” ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเสียงแต่ก็พยายามคลี่ยิ้มไปด้วยเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดจนเกินไปทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วฉันอยากจะลุกออกไปจากตรงนี้มากๆ คิดว่าฉันอยากจะเสวนากับพี่กันตาเรื่องพี่ครูซมากนักหรือไง ผู้ชายแบบนั้นจะอยู่หรือจะตายก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของฉันนานแล้ว


“ขอบใจมากนะที่ฝานเสียเวลามานั่งคุยกับพี่ ว่าแต่ว่า ที่ผ่านมาฝานหายไปไหนมาเหรอ รู้ไหมว่าครูซเป็นห่วงฝานมากนะ”


“พอดีตอนนั้นฝานมีปัญหาเรื่องทางบ้านนิดหน่อยบวกกับฝานรู้สึกเบื่อๆ ด้วยก็เลยดรอปเรียนไป” ฉันเลือกที่จะตอบไปแค่นั้นเพราะไม่มีความจำเป็นที่ฉันจะเอาเรื่องผิงผิงมาเล่าให้พี่กันตาฟัง


“แต่ฝานก็ขาดการติดต่อไปเลย ครูซแทบบ้าเลยช่วงนั้น หมอนั่นเป็นห่วงฝานมากเลยนะ” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพี่กันตาแต่งหน้าจัดไปหรือเปล่าฉันถึงได้รู้สึกว่าสายตาของพี่กันตาดูจิกๆ ตลอดเวลา หรือว่าฉันจะคิดมากไปเองก็ไม่รู้


“ช่วงนั้นฝานมีปัญหากับที่บ้านเลยอยากอยู่คนเดียว ฝานก็เลยไม่ได้ติดต่อใครเลย” 


“นี่ถ้าครูซไม่บังเอิญจำฝานได้ฝานก็คงจะอยู่แบบนี้ใช่ไหม ไม่ได้คิดที่จะกลับไปหาเพื่อนๆ หรือพวกขุนเขาเหมือนเดิม”


“ก็คงประมาณนั้นค่ะ”


“บ่งบอกให้รู้ว่าฝานคงสำคัญสำหรับครูซมาก ขนาดฝานหายไปครูซยังไม่เคยละความพยายามในการตามหาไม่ว่าจะกับเพื่อนสนิทหรือคนรู้จัก ขนาดกลับมาเจอหน้ากันอีกครั้ง ฝานเปลี่ยนไปขนาดนี้ครูซก็ยังจำฝานได้” พี่กันตาร่ายประโยคยาวเหยียดพร้อมทั้งคลี่ยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ


“พี่กันตาเข้าใจผิดแล้ว ฝานไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะ คงเป็นเพราะเมื่อก่อนเราสนิทกันมากพี่กันตาก็รู้ว่าเมื่อก่อนฝานกับพี่ครูซกัดกันอย่างกับอะไรดี”


“นี่ฝานกำลังคิดว่าพี่เข้าใจผิดว่าครูซชอบฝานเหรอ” พี่กันตาทำท่าตกใจเล็กน้อยก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะออกมาราวกับเป็นเรื่องตลกขบขันเต็มที “จะบ้าเหรอ พี่ไม่มีทางคิดแบบนั้นหรอก ในเมื่อครูซน่ะเคยลั่นวาจาไว้ว่าผู้หญิงแบบฝานน่ะไม่ใช่สเปคครูซหรอกและครูซก็ไม่มีทางชอบรุ่นน้องตัวเองด้วย ถ้าพี่จะหึงฝานน่ะสู้พี่เอาเวลาไปหึงพวกผู้หญิงสวยๆ รอบตัวครูซไม่ดีกว่าเหรอ”


นี่เธอกำลังจะบอกว่าฉันไม่สวยเหมือนผู้หญิงพวกนั้นสินะ? ฉันได้แต่คิดในใจก่อนจะส่งยิ้มอารมณ์ดีไปให้พี่กันตาแทน


“ดีแล้วค่ะ พี่กันตาต้องหึงพี่ครูซให้มากๆ ผู้หญิงรอบตัวพี่ครูซเยอะแยะไปหมดถ้าฝานเป็นพี่กันตาฝานจะจับพี่ครูซล่ามโซ่ไว้ในห้องไม่ให้ออกไปไหนเลย”


“แหมมม ฝานก็.. พี่ก็ไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้นหรอกนะพี่คบกับครูซมานาน เรารู้ใจกันอย่างกับอะไรดี แค่มองตาพี่ก็รู้แล้วว่าครูซคิดอะไรอยู่ ผู้ชายอย่างครูซน่ะต้องให้อิสระออกไปหาเศษหาเลยนอกบ้านบ้าง ถ้าเกิดกักขังมากไปก็จะเฉาตายกันพอดี”


“พี่กันตาดูใจกว้างมากเลยนะคะ” ไม่ใช่ว่าฉันโง่ที่จะฟังไม่ออกว่าประโยคที่พี่กันตาพูดมันแอบแฝงอะไรไว้อยู่ และฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่กันตารู้อะไรมาบ้างเพราะสิ่งที่ฉันเลือกที่จะทำก็คือการไม่สนใจ ฉันไม่อยากเก็บเรื่องไร้สาระพวกนี้มาใส่สมองอีกแล้ว ปล่อยให้พี่กันตาบ้าไปคนเดียวเหอะ


“จ๊ะ เพราะแบบนี้ไงครูซถึงรักพี่มากๆ”


ครืดดดดดดด ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมาจากในกระเป๋ากางเกงก่อนจะพบว่าเป็นเชวาที่โทรมา สงสัยยัยนั่นจะมาถึงแล้ว ดีเหมือนกัน ฉันจะได้หาข้ออ้างออกไปจากตรงนี้สักที


“ถ้างั้นฝานขอตัวก่อนนะคะ พี่กันตาไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมพอดีฝานนัดเพื่อนไว้”


“อ๋อจ๊ะ ขอบคุณฝานมากนะที่เสียเวลามาคุยกับพี่ถ้างั้นเดี๋ยวพี่เลี้ยงน้ำล่ะกันนะ”


“ขอบคุณค่ะ” ว่าจบฉันก็ส่งยิ้มอารมณ์ดีให้พี่กันตาอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินออกมาจากตรงนั้นเลย ฝานฝานก็คือฝานฝาน น้ำขวดละไม่กี่บาทอยากเลี้ยงก็เลี้ยงสิ ไอ้ฉันน่ะชอบของฟรีอยู่แล้ว ไม่มีหรอกนะที่จะมาปฏิเสธอะไรแบบนี้ เหอะ รู้งี้สั่งบราวนี่กินซะก็ดี อีกอย่างนะเหตุการณ์ในวันนี้มันก็ทำให้ฉันได้รู้ธาตุแท้ของพี่กันตาว่ายัยนั่นน่ะไม่ได้แสนดีอย่างที่ฉันเคยเข้าใจ ฉันคงพลาดเองแหละที่เมื่อก่อนความคิดของฉันมันโลกสวยมากเกินไป




               หลังจากแยกจากพี่กันตา ฉันก็เดินย้อนกลับมาที่โรงอาหารซึ่งมีเชวานั่งรออยู่ก่อนแล้ว เห็นแบบนั้นฉันก็เลยเดินกระแทกเท้าไปหาเชวาก่อนจะเหวี่ยงกระเป๋าผ้ากับกระบอกใส่แบบลงบนโต๊ะ


“ผีเข้าเหรอ” เชวาเงยหน้าขึ้นมามองฉันอย่างงงๆ และนั่นอะไร เชวามันกำลังนั่งกินเค้กอยู่ ให้ตายเหอะ เค้กช็อกโกแลตของโปรดฉันเลย


“เปล่า มีเรื่องเซ็งนิดหน่อย แล้วไหนแกบอกว่ากำลังลดน้ำหนัก” 


“ไอ้ลดน่ะมันลด แต่มีคนซื้อมาฝากก็เลยไม่อยากให้เสียน้ำใจ”


“มีคนซื้อเค้กมาฝากแกเหรอ ว่าแต่ว่า.. ใครน่ะ”


“พี่สิงหา” เชวาอมยิ้มเล็กน้อย


“พี่สิงหางั้นเหรอ แล้วแกไปทำอะไรทำไมพี่สิงหาถึงซื้อเค้กรสโปรดมาให้ในเมื่อแกกับพี่สิงหาเพิ่งรู้จักกันด้วยซ้ำ” ฉันพูดขึ้นด้วยความแปลกใจ เพราะว่าพี่สิงหากับเชวาเพิ่งจะได้คุยกันก็เมื่อวันที่ฉันไปที่คลับนั่นแหละ


“อ๋อ พอดีว่าเมื่อกี้ตอนที่ฉันกำลังเดินมาที่โรงอาหารแล้วดันผ่านหน้าคณะพี่สิงหาพอดี พี่เขากำลังนั่งคุยอยู่กับกลุ่มเพื่อนเยอะแยะไปหมด อ้อ มีพี่ครูซของแกด้วยนะ”


“พี่ครูซไม่ใช่ของฉัน” ฉันแย้งด้วยความหงุดหงิด บอกเลยว่ายังโมโหเรื่องพี่กันตาไม่หาย


“เออ นั่นแหละ พอพี่สิงหาหันมาเห็นฉันพอดีก็เลยเอาเค้กนี่มาให้เห็นบอกว่าตั้งใจจะซื้อมาให้ฉันอยู่แล้วแต่เจอฉันก่อนพอดีก็เลยเอามาให้เลย” เชวายักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจแต่มันหน้าแดงมาก เนี่ยนะที่เรียกว่าไม่ใส่ใจ


“แหมม สนิทกันไวจังนะ จะบอกอะไรให้ว่าแกยังรู้จักพี่สิงหาน้อยไป พี่สิงหาน่ะทั้งเจ้าเล่ห์และเจ้าชู้ แถมยังมีหน้าตาเป็นอาวุธ ระวังไว้เหอะว่าแกจะตกหลุม อ่อ ไม่สิ ฉันว่าแกน่าจะตกหลุมไปแล้ว แถมดูท่าคงจะฉุดขึ้นมายากซะด้วย” ฉันอมยิ้มล้อๆ ก่อนจะถือวิสาสะจิ้มเค้กของเชวาขึ้นมาชิม “อื้อหือออ หวานชะมัดเลย อร่อย”


“เนอะ คนอะไรน่ารักเป็นบ้าเลย”


“น้อยๆ หน่อยเหอะ เมื่อก่อนฉันก็เห็นพี่สิงหามันทำดีแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนที่มันชอบนั่นแหละ”


“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ก็แค่รู้สึกว่าพี่เขาน่ารักก็แค่นั้น ไม่เหมือนนายวิศวะนิสัยแย่คนนั้น” พอพูดถึงนายวิศวะนิสัยแย่เชวาก็ทำหน้ายุ่งคล้ายกับว่าหงุดหงิดมาก


“แกหมายถึงพี่ขุนเขางั้นเหรอ”


“ก็มีอยู่ขุนเดียว แกจะให้ฉันหมายถึงใครล่ะ”


“เกลียดอะไรมักได้อย่างงั้น ระวังเหอะ” ฉันแกล้งแขวะเชวาไปเพราะเห็นตอนพูดถึงพี่สิงหากับพี่ขุนเขาสีหน้าของเชวานี่คนละอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด


“จ้าๆๆ พูดอะไรนี่ไม่เข้าตัวแกเองเลยนะ ระวังเหอะปากบอกเกลียดพี่ครูซมากๆ ก็จะได้พี่ครูซ”


“ไม่มีทาง”


“จะคอยดู”


“หวัดดีไอ้ฝาน” กำลังพูดถึงอยู่พอดีเลย ตายยากจริงๆ ฉันหันกลับไปสบตากับพี่สิงหาที่กำลังขยิบตาใส่ฉันพอดี พี่สิงหาหย่อนก้นนั่งลงข้างๆ เชวา


“ไม่มีเรียนหรือไงพี่สิงหา” ฉันถามขึ้นก่อนจะเบนสายตามาทางเชวาที่กำลังมองพี่สิงหาอย่างอึ้งๆ เหอะ ไม่ค่อยจะเก็บอาการเลยนะแม่คุณ


“เลิกแล้ว ช่วงนี้ติดทำโปรเจคจบน่ะเครียดเรื่องโปรเจคมากกว่าจะจบแล้วก็เงี้ย” พี่สิงหาไหวไหล่เล็กน้อย ท่าทางมันไม่เห็นจะเหมือนคนเครียดตรงไหนเลย


“แล้วพี่สิงหามาทำอะไรที่โรงอาหาร กินข้าวคนเดียวเป็นด้วยเหรอ” ฉันแกล้งเบ้ปากใส่พี่สิงหา


“เปล่า พี่มากับไอ้ครูซ มันกำลังซื้อข้าวอยู่”


“เหรอ ถ้างั้นฝานไปล่ะ” ว่าจบฉันก็รีบคว้ากระเป๋า


แปะ 


               พูดยังไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงคนวางจานข้าวลงข้างๆ ตัว พอหันไปมองก็เป็นอย่างที่คิด พี่ครูซวางจานข้าวลงบนโต๊ะก่อนจะนั่งลงตรงที่นั่งข้างๆ ฉัน คือในโรงอาหารเก้าอี้ที่นั่งมันเป็นแบบยาวและสามารถนั่งได้หลายคน ทำไมพี่ครูซต้องมานั่งข้างๆ ฉันด้วย ทำไมไม่ไปนั่งกับพี่สิงหา ฉันชักสีหน้าเล็กน้อยแต่เหมือนพี่ครูซจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ เพราะเจ้าตัวยังคงตีหน้ามึนก้มหน้าก้มตากินข้าวเงียบๆ โดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองใครด้วยซ้ำ 


‘แหมมมม พี่ครูซก้มหน้าก้มตากินข้าวไม่สนใจใครเลยนะ เป็นไงบ้างล่ะเม็ดข้าวในจานสวยดีม่ะ ฮ่าๆๆๆๆ’ 


‘กวนตีนและไอ้ฝาน’ พี่ครูซมันเงยหน้าขึ้นมาจากจานข้าวแถมยังแกล้งชักสีหน้าใส่ฉันด้วย


‘ว๊ายยยย กลัวจุง’


               ฉันรีบสะบัดหัวไล่ภาพเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ก่อนจะรีบหันหน้าไปมองทางอื่น เป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้ จู่ๆ เรื่องราวบ้าๆ นั่นก็ดันผุดขึ้นมาในหัว ปกติเวลาพี่ครูซกินข้าวจะตั้งใจกินมาก และยังไม่ค่อยเงยหน้าขึ้นมาคุยกับใครจนกว่าจะกินอิ่ม พูดง่ายๆ ก็คือมันจะรีบยัดๆ ข้าวเข้าปากจนกว่าจะหมดหรือจนกว่าจะอิ่มถึงจะยอมเงยหน้าขึ้นมาคุยกับเพื่อน จริงๆ ฉันก็ไม่ค่อยอยากนึกถึงเรื่องพวกนี้หรอก แต่เพราะความทรงจำในอดีตเราไม่สามารถลบมันออกไปได้ ความทรงจำที่เรามีร่วมกันมันมากไปจริงๆ


“อ้าว จะรีบไปไหนล่ะอยู่คุยกันก่อนไม่ได้ไง”


“ไม่ได้”


“ทำไมวะ” 


“รีบไปเรียน”


“เหลือเวลาอีกตั้งเยอะไอ้ฝาน” ประโยคนี้เชวาเป็นคนแย้งขึ้น มันน่าไหมล่ะ ฉันจึงส่งสายตาคาดโทษส่งไปทางมันทันทีแต่เชวามันดันทำเป็นมองไม่เห็น


“นั่งคุยกันก่อนก็ได้ อยากคุยด้วยไม่ได้เจอนานแถมทักไปในไลน์ก็ไม่ค่อยตอบ สายดองแชทเหรอ” พี่สิงหาว่าก่อนจะหัวเราะเบาๆ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริงเพราะในไลน์กลุ่มพวกแก๊งพี่สิงหากับพวกไอ้เหนือไอ้แดนคุยกันเยอะมาก และบางประโยคก็พูดถึงฉันด้วย ฉันเปิดไล่อ่านข้อความทุกประโยคนะแต่ฉันไม่ตอบ


“ไม่ค่อยว่างอ่ะพี่ ก็เลยไม่ค่อยตอบบางทีก็ลืม”


“ใช่สิ พวกพี่มันคนไม่สำคัญนิ ได้ข่าวช่วงนี้มีคนจีบเยอะไม่ใช่เหรอ ใช่สิๆ พวกพี่มันก็แค่คนที่ถูกลืมสินะ” พี่สิงหามันพูดไปก็ทำหน้าน้อยอกน้อยใจไปด้วยจนน่าหมันไส้


“ไม่ใช่ซะหน่อย ฝานไม่ได้ลืมพวกพี่ฝานแค่เรียนหนักจนไม่ว่างตอบบางทีก็ลืมตอบ” ถึงพี่สิงหาจะแกล้งทำท่าน้อยใจ แต่ฉันก็ไม่อยากให้พี่สิงหาเข้าใจว่าฉันลืมพวกเพื่อนแล้วก็รุ่นพี่คณะเก่า ว่าจบฉันก็ได้แต่ถอนหายใจ พอนึกถึงเรื่องราวสมัยก่อนที่พวกเราเคยเมาหัวราน้ำด้วยกันทีไรมันก็อดอาลัยอาวรณ์ไม่ได้


“หึ ให้มันจริง”


“จริงสิ ว่าแต่ว่า พี่ขุนเขาไปไหน” จำได้ว่าสองสามวันมานี่ฉันไม่เห็นพี่ขุนเขาเลย


“เห็นว่าเมื่อคืนไปนอนค้างหอเพื่อน มีสาวคณะบริหารให้มันไปช่วยงาน”


“สงสัยคงไม่ได้ช่วยงานอย่างเดียวแล้วมั้ง” ฉันคลี่ยิ้มนิดๆ อย่างรู้ทัน ส่วนพี่สิงหาก็ขยิบตาให้ฉันอีกครั้งเป็นอันว่าเรารู้กัน ในขณะที่เชวากำลังแอบเบ้ปากอย่างรังเกียจ


“แล้วพี่สิงหาไม่กินอะไรเหรอ” ฉันพูดขึ้นเพราะตั้งแต่พี่สิงหามานั่งลงก็ไม่เห็นถือจานข้าวมาเลย จะมีก็แต่...


“อ๋อ พี่อิ่มแล้วอ่ะ มานั่งเป็นเพื่อนไอ้ครูซมันเฉยๆ”


“อ่อ” ฉันนั่งคุยกับพี่สิงหาไปอีกสักพักก็เดินออกมาจากโรงอาหาร ตลอดเวลาที่ฉันนั่งคุยกับพี่สิงหาโดยมีเชวาเออออบ้างบางประโยค เพราะมันเอาแต่นั่งมองหน้าพี่สิงหาอย่างโจ่งแจ้ง ในขณะที่พี่ครูซก็ไม่ได้พูดอะไรสักคำ เอาแต่นั่งกินข้าวเงียบๆ แถมยังทำตัวเหมือนกับว่าตัวเองไม่มีตัวตนในที่ตรงนั้น และพอกินอิ่มก็เอาแต่นั่งเป็นผู้ฟังที่ดีฟังเรื่องที่ฉันคุยกับพี่สิงหาอยู่เงียบๆ จนฉันแทบจะลืมไปแล้วว่าพี่ครูซกำลังนั่งอยู่ตรงนี้ และพอนึกได้ฉันก็เผลอหันไปมองพี่ครูซซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ปรากฏว่าพี่ครูซกำลังนั่งจ้องหน้าฉันอยู่เห็นแบบนั้นฉันก็รีบหันหน้าหนีทันที



               หลังจากเลิกคลาสฉันก็เดินลงมาจากตึกพร้อมเชวา ไอ้เหนือกับไอ้แดนก็มาหาที่หน้าคณะ แวะคุยกันสักพักพวกมันก็แยกไปดื่มกับเพื่อนผู้ชายที่หลังมอ ตอนแรกพวกมันก็ชวนแต่ฉันปฎิเสธไป 


               หนึ่งชั่วโมงต่อจากนั้นฉันก็กลับมาถึงบ้าน ตอนที่เดินเข้ามาในบ้านฉันค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อยเพราะเห็นรองเท้าที่ไม่คุ้นตาวางอยู่หน้าบ้าน แต่พอเดินเข้ามาในตัวบ้านหัวคิ้วฉันก็เริ่มขมวดเข้าหากันหนักขึ้นทุกทีเพราะฉันได้ยินเสียงของป้ากำลังคุยอยู่กับใครอีกคนซึ่งเป็นผู้ชาย


“โถๆ พ่อหนุ่มอุตส่าห์มีน้ำใจมาเยี่ยมหลาน ดูสิซื้อของมาเต็มเลย”


“ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจ”


“อ่ะๆ นั่นแหละ อุ้มแบบนั้น”


               ฉันเดินเข้ามาในโซนห้องรับแขกในตอนที่ป้าของฉันกำลังส่งผิงผิงให้ใครบางคนอุ้ม ตอนแรกที่ได้ยินแค่เสียงฉันก็ยังไม่แน่ใจเพราะฉันไม่คิดว่าหลังจากที่โดนฉันปฎิเสธเยื่อใยไปอย่างชัดเจนเมื่อหลายวันก่อนใครคนนั้นยังจะกล้ามาที่นี่อีก แต่ฉันกลับคิดผิดเพราะสิ่งที่ฉันเห็นตรงหน้าก็คือภาพที่พี่ครูซกำลังอุ้มผิงผิงด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ เหมือนคนที่ไม่เคยอุ้มเด็กมาก่อน แต่สีหน้าของพี่ครูซกลับเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลาตอนที่กำลังโอบผิงผิงเข้าสู่อ้อมอก


นาทีนั้น.. สายตาของเราก็ประสานกันพอดี









[loading....150%]






Talk
  

**ด้านได้อายอดคือคติของพ่อครูซ พ่อลูกเค้าเจอกันแล้วนะคะ ไม่ให้เจอใช่ไหม? ไม่ให้เจอก็แอบมาเจอเลยจ้าาา ดูสิว่าจะขัดขวางพ่อลูกไม่ให้เจอกันได้อีกนานไหม ต้องบอกว่าพี่ครูซโชคดีไปนะที่เฮียผาไม่อยู่แต่ฝานกลับมาเจอพอดี อิอิ อย่าลืมเม้นโหวตให้พี่ครูซกับฝานฝานด้วยน้าาาา ขอบคุณทุกคนค่ะ :)

กลับหน้าเพจ คลิก





Devil's Set

Devil's Flower สยบหัวใจซาตาน [พูม่า&ชิลิน] 


Devil's Rival เดิมพันอันตราย [ฮันเตอร์&บีน่า] 





The Wars of Love สงครามหัวใจ อ่านคลิกรูป



Devils Heart หลุมพรางใจ เป็นภาคต่อฮันเตอร์ค่ะ



1 เม้น 1 โหวต 1 แชร์ = ล้านกำลังใจนะคะ ขอบคุณทุกคนมากๆ ค่าาาาา :)










               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 116 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,800 ความคิดเห็น

  1. #4423 150221 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 00:09
    ดีใจจังได้อุ้มลูกผิงแล้ว
    #4,423
    0
  2. #2157 dreamptk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 20:11
    รออออค่ะ
    #2,157
    0
  3. #2156 jjalaxy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 18:28
    ผิวผิงน่ารัก พ่อเค้าได้อุ้มลูกแล้วววว
    #2,156
    0
  4. #2155 Praew1341 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 17:55
    ตัดจบได้ค้างมากคะ รีบมาต่อนะคะ
    #2,155
    0
  5. #2154 annjaijai (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 16:49
    คิดถึงไรท์
    #2,154
    0
  6. #2153 plengthanjira (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 16:48
    รอต่อค้าาาา
    #2,153
    0
  7. #2152 Menajung09 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 16:46
    มาๆๆๆๆๆ
    #2,152
    0
  8. #2151 Ns'Blackstone (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 15:20
    กันตาๆๆๆๆๆ ฮึ่มมม
    #2,151
    0
  9. #2150 ป้า TIP (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 14:08
    มีความพ่อ แม่ ลูก ด้วยๆๆๆๆๆๆ
    #2,150
    0
  10. #2149 Cartoon024 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 13:06
    พี่ครูซแอบดึงผมไปตรวจเลยดิ
    #2,149
    0
  11. #2148 drn_ptk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 12:43
    เล่มออกตอนไหนคะ อยากได้แล้ว
    #2,148
    0
  12. #2147 หว๋าย.... (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 12:11
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย ไรท์ ใจร้ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่นะ มาอัพพพพพพพ ต่อให้ไว...
    #2,147
    0
  13. #2146 ป่า. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 10:11
    น่ารักกก
    #2,146
    0
  14. #2145 Never Walk Alone (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 09:45
    มีความสุข พ่อกะลูกเจอกัน อิครูซรุกหนักๆ ชดเชยเวลาให้ผิงผิง กับฝานฝานเยอะๆเลย >////<
    #2,145
    0
  15. #2144 Never Walk Alone (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 09:44
    มีความสุข พ่อกะลูกเจอกัน อิครูซรุกหนักๆ ชดเชยเวลาให้ผิงผิง กับฝานฝานเยอะๆเลย >////<
    #2,144
    0
  16. #2143 jsp1012 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 08:46
    อิพี่ครูซรุกแล้วโว้ยยยน
    #2,143
    0
  17. #2142 venus6 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 08:28
    ครูซหรอ
    #2,142
    0
  18. #2141 sptstt (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 08:15
    อร๊ายยยยยย มาต่อเร็วๆเลยไรท์
    #2,141
    0
  19. #2140 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 08:14
    เดี๋ยวแม่ฝาน ก็ใส่ไฟแลบหรอก555
    #2,140
    0
  20. #2139 Parichat Pimsalee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 07:23
    พ่อครูซได้อุ้มหนูผิงแล้ว

    #2,139
    0
  21. #2138 annjaijai (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 06:55
    น่ารักกกกกก
    #2,138
    0
  22. #2137 Narissara Puy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 06:49
    เจอลูกแล้วคุนพ่อ
    #2,137
    0
  23. #2136 moorung1996 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 06:25
    พี่ครูซอุ้มลูกแย้วววว
    #2,136
    0
  24. #2135 SaovaneeMada (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 06:02
    มาหาลูกผิงผิงจนได้นะพี่ครูซ
    #2,135
    0
  25. #2134 Menajung09 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 05:40
    ต่อๆๆๆๆๆ
    #2,134
    0