DADDY'OOO ซ่อนรัก [ทำมือ+E-book]

ตอนที่ 8 : DADDY'OOO ซ่อนรัก 6 : : ความลับของกันตา [loading....150%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32,646
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 167 ครั้ง
    30 ก.ค. 60







6

ความลับของกันตา



“ขอบคุณนะเฮียโอมฝานไปก่อนนะ” ฉันยิ้มให้เฮียโอมเล็กน้อยก่อนจะหันไปเปิดประตูรถแต่กลับต้องชะงักเล็กน้อยทันทีที่รู้สึกได้ว่าฝ่ามือของฉันกำลังถูกทาบทับด้วยฝ่ามืออุ่นๆ ของใครบางคน


“ฝานฝาน” เฮียโอมเรียกชื่อฉันเบาๆ พอฉันหันหน้ากลับไปเฮียโอมก็เงียบ


“เฮียมีอะไรหรือเปล่า” ฉันเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย


“เอ่อ..”


“ว่า?”


“เอ่อ.. อ้อ เฮียก็แค่จะบอกว่าเย็นนี้จะขอฝากท้องที่บ้านฝานฝานอีกสักวันฝานฝานก็รู้นิว่าที่บ้านเฮียน่ะไม่ค่อยมีคนอยู่”


“นึกว่าเรื่องอะไรจะมาก็มาสิ เฮียพูดอย่างกับว่านี่เป็นครั้งแรกที่เฮียมาฝากท้องที่บ้านฝานปกติไม่เห็นจะมาขอแบบนี้” ฉันอมยิ้มเล็กน้อย


“แหมมม เฮียก็ต้องรู้จักเกรงใจบ้างอะไรบ้าง เฮียไม่ได้หน้าด้านตลอดเวลาเหมือนพี่ชายฝานนะ” เฮียโอมไม่พูดเปล่าแต่กลับส่งยิ้มกว้างมาให้ฉันอย่างจริงใจน่าเสียดายนะที่เฮียโอมไม่มีแฟน เท่าที่รู้จักกันมาถ้าตัดเรื่องกวนประสาทออกไปเฮียโอมเป็นผู้ชายที่น่ารักมากๆ คนนึงเลยล่ะ


“ขอบคุณเฮียโอมเรื่องผิงผิงนะ” ฉันพูดขอบคุณเฮียโอมจากใจจริงทันทีที่นึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ จริงๆ แล้วเฮียโอมไม่จำเป็นที่จะต้องมาแสดงละครตบตาพวกพี่ครูซเรื่องผิงผิงเลยด้วยซ้ำอีกอย่างการที่เฮียโอมทำแบบนี้ก็จะยิ่งทำให้ทุกคนเข้าใจผิดว่าเฮียโอมเป็นพ่อของผิงผิงจริงๆ


“เรื่องเล็กน้อยหน่าฝานฝาน” เฮียโอมอมยิ้มเล็กน้อย “ฝานฝานก็รู้ว่าเฮียรักผิงผิงเฮียเห็นผิงผิงมาตั้งแต่เกิดผิงผิงเป็นเด็กน่ารักมากทุกวันนี้ใครๆ ก็เข้าใจว่าผิงผิงเป็นลูกเฮีย” เฮียโอมถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉัน


“เพราะเฮียผาล่ะสิ” ถ้าเดาไม่ผิดก็คงจะเป็นเฮียผาที่พยายามทำให้คนอื่นเข้าใจว่าผิงผิงเป็นลูกเฮียโอม แต่ลึกลงไปกว่านั้นฉันรู้ดีกว่าใครว่าเฮียผาต้องการกันพี่ครูซออกจากผิงผิงตั้งแต่ที่ทั้งคู่ยังไม่เคยเจอหน้ากัน


“เพราะไอ้ผาเหรอ.. ก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกฝานฝาน”


“หืมม เฮียโอมหมายความว่ายังไงเหรอ” ฉันถามกลับไปด้วยความสงสัย เฮียโอมจ้องหน้าฉันเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ก้มหน้าลง


ครืดดดดดดดด


“เอ่อ.. ไอ้ผาโทรมาพอดีเลย” ฉันเหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือของเฮียโอมที่วางอยู่ข้างตัวแถมกำลังสั่นอย่างบ้าคลั่ง


“อ้อ โอเคงั้นฝานไปล่ะ” ฉันปัดความสงสัยออกไปแทบจะทันทีก่อนจะเปิดประตูก้าวเท้าออกจากรถเฮียโอม


               ฉันผลักประตูเข้าไปในร้านกาแฟเนื่องจากวันนี้ฉันนัดเจอกับเชวาที่ร้านกาแฟแถวมหาลัย นี่ถ้าไม่ติดว่าฉันจะต้องเอางานมาให้เชวาฉันก็คงไม่ต้องออกจากบ้านและที่สำคัญฉันก็จะไม่เจอพี่ครูซที่ยืนดักรอฉันอยู่ด้วย ฉันไม่รู้ว่าพี่ครูซคิดอะไรอยู่ในใจกันแน่ หรือว่าพี่ครูซจะรู้?


“ฝานฝานทางนี้” ฉันยืนนิ่งอยู่ตรงประตูร้านแปปนึงเพราะกำลังกวาดสายตามองหาเชวาก่อนจะเห็นยัยนั่นนั่งโบกไม้โบกมืออยู่ตรงมุมด้านใน ฉันกับเชวาชอบมาร้านนี้เพราะว่าค่อนข้างเงียบเหมาะสำหรับมานั่งทำงานหรือมาคุยเรื่องงาน แถวมหาลัยที่ฉันเรียนอยู่นอกจากเป็นมหาลัยที่รวมแต่ลูกคนมีเงินบริเวณรอบๆ มหาลัยก็ยังเต็มไปด้วยร้านที่อำนวยความสะดวกต่างๆ เรียกได้ว่าครบเครื่องสุดๆ โชคดีที่ร้านกาแฟร้านนี้อยู่ค่อนข้างไกลจากมหาลัยพอสมควรก็เลยไม่ค่อยมีคนมา


“แกไปทำอะไรมาน่ะ ทำไมเสื้อแกเปื้อนโคลนขนาดนั้น” ฉันขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเพราะเห็นเสื้อที่เชวาใส่อยู่มีรอยเปื้อนคราบโคลนหลายตำแหน่ง


“เหอะ พูดแล้วก็อารมณ์เสีย ก่อนฉันจะมาหาแกไม่รู้ไอ้ขี้เก็กที่ไหนนอกจากหน้าตาไม่หล่อมารยาทก็ยังแย่มากหมอนั่นน่ะขับรถมาด้วยความเร็วส่วนฉันก็เดินของฉันอยู่ดีๆ รู้สึกตัวอีกทีก็โดนน้ำโคลนสกปรกๆ กระเด็นโดนเสื้อเต็มๆ” เชวาพูดอย่างมีอารมณ์


“แล้วแกไม่ได้ด่าไอ้ขี้เก็กนั่นไปเหรอ” ฉันนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามเชวาก่อนจะหันไปสั่งโกโก้เย็นกับพนักงานในร้าน


“จะเหลือเหรอไอ้ฝานฉันกับหมอนั่นแทบจะตบตีกันเลยแหละคนอะไรขี้เก็ก ไม่หล่อ แถมยังนิสัยเลวมากด้วย”


“หมอนั่นเรียนที่นี่งั้นเหรอ”


“คิดว่าน่าจะใช่เพราะฉันเห็นหมอนั่นสวมเสื้อช็อปคณะวิศวะ แต่แกเข้าใจฉันไหมว่ะไอ้ฝาน คำขอโทษสักคำฉันก็ไม่ได้ยินจากปากหมอนั่น” 


“แกก็ถือซะว่าฟาดเคราะห์ไปก็จบแล้ว ไม่แน่นะถ้าพรหมลิขิตมีจริงแกอาจจะได้ล้างแค้นหมอนั่นอีกก็ได้แกบอกว่าหมอนั่นเรียนอยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือไง” ฉันนั่งเท้าคางก่อนจะมองเชวายิ้มๆ เชวาน่ะเวลาอารมณ์เสียขึ้นมายัยนี่ร้ายจะตายไป


“พอเลย กรุณาอย่าเรียกว่าพรหมลิขิตเพราะถ้าฉันเจอหมอนั่นอีกฉันไม่จบเรื่องนี้ง่ายๆ แน่” 


“เอาหน่า นี่แกรู้ตัวไหมว่าเวลาแกโกรธเนี่ยหน้าแกดูแก่ก่อนไวมากขึ้นอีกหลายปีเลยนะ” ฉันแซวขำขำ


“โอ๊ย ฉันไม่สนใจหรอก เออนี่ไอ้ฝานวันมะรืนไอ้ซานนัดกินข้าวหลังเลิกเรียน”


“ไอ้ซานเหรอ นี่ฉันไม่ได้เจอมันมาหลายอาทิตย์แล้วเหมือนกันแสดงว่ามันว่างแล้วสินะ” ซานเป็นเพื่อนสนิทของฉันกับเชวาตั้งแต่สมัยเรียนม.ปลาย และถ้านับบรรดาเพื่อนผู้ชายที่ฉันสนิทมากที่สุดก็มีไอ้ซาน ไอ้เหนือ แล้วก็ไอ้แดนเนี่ยแหละ เพียงแต่ว่าไอ้เหนือกับไอ้แดนฉันเพิ่งมารู้จักกับพวกมันตอนเรียนมหาลัย


“คงงั้น เห็นมันบ่นช่วงนี้งานเยอะโปรเจคเยอะ”


“อืม” ฉันพยักหน้าเล็กน้อยและยังเป็นจังหวะเดียวกับที่พนักงานในร้านมาเสิร์ฟน้ำด้วย


“เฮ้ย ฝานฝาน นั่นมันรุ่นพี่ที่คณะเรานี่หว่า” ฉันสบตาเชวาเล็กน้อยก่อนจะหันไปตามทิศทางที่เชวากำลังชี้ไม้ชี้มือให้ฉันดู แต่แล้วฉันกลับต้องชะงักมือที่กำลังจะถือแก้วน้ำทันทีที่เห็นแผ่นหลังของผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงคนดังกล่าวกำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรุ่นพี่ที่ฉันรู้จักแต่ไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่


“พี่กันตา” ฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆ


“แกรู้จักยัยนั่นด้วยเหรอ” ฉันสะดุ้งเล็กน้อยตอนที่ได้ยินเสียงเชวาพูดขึ้น


“อ๋อ เอ่อ.. เคยรู้จักน่ะ” ฉันถอนสายตากลับมาก่อนจะคลี่ยิ้มให้เชวาทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งๆ ที่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความสงสัย


“หมอนั่นชื่อฟลุ๊คอยู่ปีสี่ ฉันจำได้เพราะตอนรับน้องฉันเห็นหมอนั่นเดินวนไปวนมาอยู่ แกคิดดูหมอนั่นหน้าตาดูแบดบอยจะตายไปแต่ดันอยู่หน่วยพยาบาลเห็นพวกห้องสองพูดกันว่าพี่ฟลุ๊คนิสัยดีมากชนิดที่ว่าขัดกับหน้าตาแบดบอยไปเลย” โชคดีที่เชวาไม่ได้สังเกตสีหน้าแปลกใจของฉันเพราะเชวามัวแต่ก้มหน้าดูดวิปครีมในแก้วแต่ก็ยังพูดไม่หยุด


“เอ่อ.. งั้นเหรอ ถ้างั้นผู้หญิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพี่ฟลุ๊คน่ะแฟนพี่เขาเหรอ” ฉันแกล้งถามเชวาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ก็ปฎิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าฉันกำลังตื่นเต้นแต่มันไม่ใช่ความตื่นเต้นเพราะดีใจ ยังไงดีล่ะ พี่กันตาเป็นแฟนพี่ครูซสองคนนั้นคบกันมาก็นาน และผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าพี่กันตา บ้าแล้ว! ฉันสะบัดหัวไล่ความคิดโง่ๆ ของตัวเองออกไปสองคนนั้นอาจจะเป็นเพื่อนกันก็ได้


“ฉันก็ไม่รู้ว่ะ แต่ฉันเคยเห็นสองคนนั้นนั่งรถไปด้วยกันอยู่ครั้งนึงวันนั้นฉันเพิ่งลงมาจากคณะส่วนแกกลับไปก่อน ล่าสุดตอนที่ผิงผิงไม่สบายแกจำได้ป่ะ” ทันทีที่เชวาพูดจบหัวสมองของฉันก็นึกย้อนกลับไปเมื่อประมาณสามสัปดาห์ก่อนวันนั้นเฮียผาโทรมาบอกว่าผิงผิงมีไข้ฉันก็เลยรีบกลับบ้านก่อน


“อืม จำได้”


“นั่นแหละ ฉันคิดว่าน่าจะเป็นคนๆ เดียวกันนะเพราะฉันจำหุ่นแล้วก็ทรงผมของผู้หญิงคนนั้นได้อีกอย่างยัยนั่นก็เซ็กซี่ไม่เบาแกคิดว่าจะเป็นไปได้เหรอที่สองคนนั้นจะเป็นเพื่อนกัน” 


“นี่แกพูดเหมือนกับว่าแกมีประสบการณ์เรื่องแบบนี้” ฉันแสร้งอมยิ้มนิดๆ ทั้งๆ ที่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความอึดอัดที่ผุดขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุ


“แหมมม ฉันก็ไม่ได้โง่นะไอ้ฝานของแบบนี้ฉันก็เคยเห็นเคยเจอมาบ้าง เป็นใครๆ ก็ดูออกว่าสองคนนั้นอาจจะเป็นมากกว่าเพื่อน” เชวามันย้ำประโยคท้ายก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองฉันนิ่งๆ “ฉันเอาหัวเป็นประกัน คอนเฟิร์ม!”


               จบคำพูดของเชวาฉันก็หันกลับไปมองทางโต๊ะที่พี่กันตากับพี่ฟลุ๊คนั่ง ก่อนจะเห็นว่าสองคนนั้นกำลังจะลุกจากโต๊ะแล้ว ฉันก้มหน้าลงเล็กน้อยตอนที่พี่กันตาเผลอหันมาตรงที่ฉันกับเชวานั่งอยู่โชคดีไปที่หัวของเชวามันบังใบหน้าฉันไว้พอดี และพอฉันเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งมันก็ยังเป็นจังหวะเดียวกับที่พี่กันตาก้าวเท้าเร็วๆ เพื่อเดินไปคล้องแขนของพี่ฟลุ๊คที่เดินนำอยู่ข้างหน้า พี่ฟลุ๊คหันมายิ้มให้พี่กันตาเล็กน้อยก่อนจะพากันเดินออกไปจากร้าน


“นี่มันอะไรกันวะเนี่ย” ฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆ ด้วยความตกใจ ฉับพลันในสมองของฉันก็ปรากฏใบหน้าของพี่ครูซขึ้นมา แม้กระทั่งตอนนี้ฉันก็ยังไม่รู้ใจตัวเองเหมือนกันว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับภาพที่เห็นตรงหน้าจะบอกว่าสองคนนั้นไม่ได้เป็นอะไรกันแต่ภาพที่เห็นมันก็ฟ้องได้อย่างชัดเจน และที่สำคัญถ้าสิ่งที่ฉันเห็นเป็นเรื่องจริงขึ้นมาอย่างงี้ก็เท่ากับว่าพี่กันตากำลังมีคนอื่นทั้งๆ ที่ยังคบอยู่กับพี่ครูซ เพียงแต่ว่า..


‘ก็ช่างเขาสิฝานฝาน แกจะสนใจทำไมวะในเมื่อพี่ครูซกับแกไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว พี่กันตาจะมีคนอื่นก็ปล่อยเขาไป ปล่อยให้พี่ครูซโง่ไปเหอะ’


‘ฝานฝาน แกไม่สงสารพี่ครูซเหรออย่างน้อยแกกับเขาก็เคยมีมิตรภาพที่ดีระหว่างกันนะ’


               สองเสียงในใจของฉันกำลังตีรวนไปหมดจนฉันรู้สึกสับสน มันเป็นความรู้สึกสับสนที่มาพร้อมกับความเจ็บหน่วงๆ ที่กำลังก่อเกิดขึ้นภายในใจของฉันเงียบๆ


               เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ฉันก็กดเข้าแอพ LINE ในโทรศัพท์มือถือก่อนจะพบว่าฉันโดนไอ้แดนดึงเข้า LINE กลุ่มที่เพิ่งถูกสร้างขึ้น และสมาชิกในกลุ่มก็ประกอบไปด้วย ไอ้เหนือ ไอ้แดน พี่กุนซือ พี่ขุนเขา พี่สิงหา แล้วก็.. พี่ครูซ


“จะบ้าตาย” ฉันบ่นออกมาอย่างลืมตัว บอกตรงๆ ว่าฉันอยากจะจิ้มโทรศัพท์แล้วก็กดออกจากกลุ่มมันซะเดี๋ยวนี้เลยถ้าไม่ติดว่ามันจะดูน่าสงสัยแล้วก็ดูน่าเกลียดมากเกินไป


“อะไรเหรอ” เชวาพูดขึ้น


“เปล่าหรอก” 


‘ไอ้ฝานเอ้ย เย็นนี้เจอกันร้านเฮียเบิร์ดหลังมอหน่อยไหมเมื่อวานยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ว่ะ’ ไอ้แดนพิมพ์ข้อความแชทลงในไลน์กลุ่มส่วนฉันก็ลังเลเล็กน้อยว่าควรจะตอบกลับไปดีไหม ถ้าไอ้แดนมันมาพิมพ์ถามฉันในแชทส่วนตัวฉันก็คงพิมพ์ตอบมันกลับไปอย่างไม่ลังเล เมื่อวานก่อนกลับไอ้แดนกับไอ้เหนือมันดันมาขอเบอร์มือถือฉันไว้ซึ่งฉันใช้เบอร์ใหม่แล้ว อีกอย่างพวกมันก็รู้เรื่องผิงผิงแล้วด้วยฉันก็เลยคิดว่าไม่ควรจะหลบหน้าพวกมันอีก


‘เออ จริงด้วย วันนี้กูว่างพอดีมานะไอ้ฝาน’ คราวนี้ไอ้เหนือพิมพ์ตอบกลับมาบ้างแต่ฉันก็ยังคงนิ่ง


‘อะไรๆ จะไปไหนกัน’ พี่สิงหาพิมพ์ตอบกลับมาบ้าง


‘ว่าจะชวนไอ้ฝานไปร้านเฮียเบิร์ดน่ะพี่สิงหา’ ไอ้แดนพิมพ์ตอบกลับไป


‘ขอเปลี่ยนพิกัดจากร้านเฮียเบิร์ดเป็นคลับกูได้ไหมกูอยากออกไปดื่มด้วยแต่วันนี้กูไม่ว่างจริงๆ เลยต้องอัญเชิญพวกมึงมา’ พี่สิงหาพิมพ์ตอบกลับมา ถ้าให้ฉันเดาฉันคิดว่าข้อความทั้งหมดที่ขึ้นอยู่นี้พี่ครูซต้องเห็นแล้วแน่ๆ เพียงแต่ว่าพี่ครูซอาจเลือกที่จะเงียบเหมือนกันกับฉัน


‘กูไม่ไปนะ พอดีวันนี้กูมีนัด’ พูดถึงผีๆ ก็มาตายยากจริงๆ เลย พี่ครูซพิมพ์ข้อความตอบกลับมาก่อนจะส่งสติกเกอร์หน้ายิ้มตอบกลับมาด้วย


‘พอดีมีนัดกับสาวว่ะ’


‘พี่กันตาเหรอพี่ครูซ ฮ่าๆๆๆ ไม่ต้องบอกก็รู้’ ไอ้แดนพิมพ์แซวๆ ตอบกลับไป นั่นสิ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพี่ครูซมีนัดกับใครไม่เห็นจะต้องเดาอะไรมากมายเพราะฉันเองก็ไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่เมื่อก่อนพี่ครูซกับพี่กันตาตัวติดกันอย่างกับปลิง หึ คิดไปคิดมาฉันก็อยากเห็นสีหน้าของพี่ครูซชะมัดเลยว่าถ้ารู้ว่าแฟนตัวเองมานั่งกินเค้กอยู่กับผู้ชายคนอื่นพี่ครูซจะทำหน้ายังไง


‘เออดิวะ ไม่เห็นจะต้องถาม’ พี่ครูซพิมพ์ตอบกลับมาแทบจะทันทีแต่ฉันก็ยังไม่ได้รับปากไอ้เหนือกับไอ้แดนว่าจะไปหรือไม่ไปเพราะหลังจากที่เห็นข้อความแชทที่เริ่มจะคุยกันออกนอกประเด็นที่ไม่เกี่ยวกับนัดตอนเย็นนี้ฉันก็ตัดสินใจเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าโดยที่ไม่ได้พิมพ์ตอบรับกลับไปแม้แต่ประโยคเดียว ถ้าฉันไม่ไปพวกนั้นก็ต้องหาว่าฉันกำลังตีตัวออกห่างอีกแค่ที่ผ่านมาฉันก็รู้สึกผิดมากพอแล้วความจริงแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นกับฉันก็ไม่ใช่ความผิดของคนพวกนั้นสักนิด ฉันเหลือบสายตาไปมองเชวาที่กำลังก้มหน้าก้มตาเล่นเกมส์ในโทรศัพท์มือถืออย่างตั้งใจยิ่งกว่าตอนเรียนซะอีก 


“เชวาเย็นนี้แกว่างไหม” 



คลับพี่สิงหา

               สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจมาที่คลับของพี่สิงหาโดยลากเชวามาเป็นเพื่อนฉันเลือกที่จะไม่ตอบข้อความในแชทว่าฉันจะมาเพราะฉันโทรไปบอกไอ้แดนเองว่าจะมาที่นี่ตอนเย็นกับเพื่อนอีกคน ไม่รู้สิ ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันกลัวอะไรกันแน่ ฉันรู้เพียงแค่ฉันไม่อยากให้พี่ครูซรู้ความเคลื่อนไหวของฉันไม่ว่าฉันจะทำอะไร ลางสังหรณ์มันบอกฉันแบบนั้นดูจากวันนี้สิ ฉันไม่รู้ว่าอะไรมันดลใจให้พี่ครูซมาดักเจอฉันแถวบ้านแถมยังมาเจาะจงถามเรื่องของผิงผิง ฉันไม่รู้ว่าพี่ครูซกำลังสงสัยอะไรและรู้เรื่องอะไร


               ที่นี่เป็นคลับของพี่สิงหาขนาดไม่ใหญ่มากแต่คนเยอะทุกวัน ฉันชะเง้อมองไปทางมุมด้านในสุดของร้านก่อนจะเห็นพี่ขุนเขาเป็นคนแรกแถมยังนั่งกระดกเบียร์อยู่กับ... แค่เห็นแผ่นหลังฉันก็รู้แล้วว่าใคร ก็ไหนบอกว่ามีนัดกับพี่กันตาแล้วจะไม่มาที่นี่ไงแล้วทำไมจู่ๆ พี่ครูซถึงมาโผล่ที่นี่ได้


“เอ๊ะ นั่นมันนายวิศวะนิสัยแย่คนนั้นนิ” เชวาหยุดเดินตามฉันก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจปนหงุดหงิด ฉันหันไปมองเชวาก่อนจะมองตามสายตาของเชวาที่กำลังมองไปทางพี่ขุนเขา


“คนที่แกมีเรื่องด้วยคือพี่ขุนเขางั้นเหรอ” ฉันเลิกคิ้ว


“แกรู้จัก?” เชวาทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ


“พี่ขุนเขาเป็นพี่รหัสฉันเองตอนที่ฉันยังเรียนอยู่คณะเดิม”


“What? โลกกลมเป็นบ้า นี่อย่าบอกนะว่ามหมอนั่นก็คือเพื่อนในแก๊งพี่ครูซของแก”


“เป็นเพื่อนในแก๊งน่ะใช่ แต่พี่ครูซไม่ใช่ของฉันแกพูดผิดแล้ว”


“…”


“ฉันว่า เรากลับกันเถอะ” ฉันเปลี่ยนใจหันกลับไปทางหน้าประตูร้านและไม่ลืมที่จะคว้าแขนเชวาไปด้วย แต่ฉันก็ได้แค่หันกลับมาเท่านั้น ยังไม่ทันที่จะก้าวเท้าแม้เพียงสักก้าวเพราะทันทีที่หันหลังกลับมาฉันก็ต้องปะทะเข้ากับแผงอกของพี่สิงหาที่กำลังยืนฉีกยิ้มอย่างคนที่กำลังอารมณ์ดีมาให้ฉันก่อนจะทักขึ้น


“จะไปไหนน่ะไอ้ฝานไม่เห็นเหรอไอ้ขุนเขามันนั่งอยู่ตรงนั้นกับไอ้ครูซ” พี่สิงหาส่งสายตาเป็นเชิงตั้งคำถามกับฉันว่าฉันจะไปไหนก่อนจะเบนสายตาไปทางโต๊ะที่พี่ขุนเขากับพี่ครูซนั่งอยู่


“ฉันปวดท้อง” ฉันตอบกลับไปพร้อมทั้งพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติมากที่สุด


“ห้องน้ำอยู่ตรงโน้นไง” พี่สิงหาผายมือไปทางด้านขวามุมในสุดซึ่งเป็นทางเข้าห้องน้ำ


“ฉันไม่ได้ปวดท้องเข้าห้องน้ำฉันปวดท้องโรคกระเพาะ” ฉันยังคงหาสาเหตุมาแย้งต่อไป ต่อให้มันดูไร้สาระก็เหอะนะขอแค่ไม่ต้องเจอหน้าพี่ครูซก็พอแล้ว


“ไม่ต้องห่วงพี่มียา เฮ้ยไอ้ดินเดี๋ยวมึงไปหยิบยาแก้โรคกระเพาะมาให้กูหน่อย” ว่าจบพี่สิงหาก็หันไปสั่งเด็กในร้านที่กำลังทำงานอยู่ หมอนั่นหันมาก่อนจะส่งยิ้มให้ฉันเล็กน้อย


“ได้ครับพี่สิงหา”


“โอ้โห แม้กระทั่งเด็กเสิร์ฟในร้านยังหล่อเลย” เชวาสะกิดฉันก่อนจะยื่นหน้ามากระซิบเบาๆ 


“แน่นอนสิ ที่นี่คัดหน้าตาล้วนๆ” พี่สิงหาพูดขึ้นก่อนจะอมยิ้มนิดๆ ในขณะที่สายตานี่มองเชวาตาเป็นมันเลย


“แถมเจ้าของร้านก็ยังหูดีด้วย” เชวามันยังไม่เลิกกระซิบ


“ต้องบอกว่าหล่อด้วยถึงจะถูก” พี่สิงหาพูดขึ้น


“เอ่อ.. แหะๆ” เหมือนกับว่าเชวามันเพิ่งได้สติว่าทุกคำที่มันกระซิบให้ฉันฟังพี่สิงหาดันได้ยินหมดเชวามันก็เลยส่งยิ้งแห้งๆ ให้กับพี่สิงหาแทน


“เพื่อนเหรอฝานฝาน น่ารักจัง” พี่สิงหาหันมาถามฉันก่อนจะหันไปมองเชวาตอนที่พูดประโยคสุดท้ายว่า ‘น่ารักจัง’


“ใช่ งั้นฝานไปก่อนนะพี่สิงหาตอนนี้ฝานปวดท้องมากเลย” ฉันพูดไปก็ต้องทำสีหน้าเหมือนคนกำลังทรมานจากอาการปวดท้อง


“งั้นเหรอ” พี่สิงหาพยักหน้าเป็นเชิงว่ารับรู้ เพียงแต่ว่า..


“ไปหาหมอไหม” ฉันส่ายหน้าแทนคำตอบ ก็จะไปหาหมอทำไมล่ะในเมื่อฉันไม่ได้ปวดท้องจริงฉันแค่อยากหนีหน้าคนบางคน


“พี่ว่าถ้าปวดท้องขนาดนี้ต้องไปหาหมอแล้วล่ะ ดูสิ หน้าซีดเชียว” ซีดบ้าอะไรล่ะ ฉันเนี่ยนะหน้าซีด


“เฮ้ยย ไอ้ขุนเขา ไอ้ครูซ ไอ้ฝานมันปวดท้องมึงสักคนน่ะคนไหนว่างพาน้องมันไปหาหมอหน่อย”


“เอ่อ.. พี่สิงหา” ฉันคว้ามือพี่สิงหาไว้เพราะจู่ๆ พี่สิงหาก็ตะโกนขึ้นมาก่อนจะโบกไม้โบกมือไปทางโต๊ะที่พี่ครูซกับพี่ขุนเขานั่งอยู่ สองคนนั้นก็เลยหันมามองด้วยสีหน้างุงงงและพอฉันสบเข้ากับดวงตาของพี่ครูซเท่านั้นแหละฉันก็รีบถอนสายตากลับมาทันที พี่ครูซหรี่ตาลงตอนที่เห็นฉันก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากใส่ฉันอย่างเจ้าเล่ห์ หมอนั่นมันบ้า เกลียดที่สุดเลย


ตึก ตึก ตึก


               ฉันได้ยินเสียงคนกำลังเดินมาตรงที่ฉัน เชวา แล้วก็พี่สิงหายืนอยู่ และไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรฉันถึงเผลอกำเสื้อพี่สิงหาไว้แน่น ฉันเม้มริมฝีปากก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย


“ใครปวดท้อง” พี่ครูซเดินมาหยุดตรงหน้าฉันแต่เป็นตำแหน่งที่ยืนอยู่ข้างๆ พี่สิงหา เป็นเพราะฉันกำลังก้มหน้าอยู่ฉันก็เลยไม่เห็นว่าพี่ครูซทำหน้ายังไงกันแน่ รู้แต่ว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกมามันทำให้คนฟังหงุดหงิดชะมัดเลย


“น้องสุดที่รักของมึงอ่ะ” พี่สิงหาพูดขึ้นในขณะที่เชวาสะกิดไหล่ฉันเบาๆ


“...”


“ปวดท้องงั้นเหรอ” พี่ครูซพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ฉันไม่รู้ว่าพี่ครูซถามใครฉันก็เลยเลือกที่จะไม่ตอบ


“…” ฉันเม้มริมฝีปากแน่น สายตาของฉันยังคงก้มมองที่พื้น


“ไม่ได้ยินเหรอฝานฝาน” คราวนี้พี่ครูซเรียกชื่อฉันเต็มๆ ฉันก็เลยเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะสบเข้ากับดวงตาคู่คมตรงหน้า ดวงตาของคนที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้ฉันหวั่นไหวทุกครั้งที่ต้องสบตากัน และดวงตาของคนตรงหน้าก็เหมือนดวงตาของผิงผิงมากๆ


“ได้ยิน” ฉันตอบเบาๆ


“แล้วทำไมไม่ตอบพี่ๆ ถามว่าปวดท้องงั้นเหรอ”


“ใช่”


“ถ้างั้นก็ต้องไปหาหมอ” พี่ครูซยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าฉันในขณะที่สายตายังคงจ้องมองฉันนิ่ง คล้ายกับว่าจะจดจำทุกรายละเอียดและพฤติกรรมที่ฉันจะแสดงออกมา


“ฝานทนได้กินยาก็หายแล้วฝานไม่ชอบหมอ”


“จะทนได้ยังไงทรมานมากแค่ไหนก็พูดมาสิ ตอนนี้หน้าเธอซีดมากขนาดไหนอยากให้เห็นตัวเองในกระจกชะมัดเลย” นี่ก็อีกคนมาหาว่าฉันหน้าซีด ซีดบ้าซีดบออะไรล่ะในเมื่อฉันไม่ได้เป็นอะไรเลยสักนิด ทำไมต้องอุปทานหมู่ตามพี่สิงหาด้วย


“ก็ฝานไม่อยากไปหาหมอ” อยากจะต่อประโยคสุดท้ายเหลือเกินว่า ‘ไม่อยากเจอหน้าพี่ด้วย’


“อย่าดื้อฝานฝาน”


“ฝานไม่ได้ดื้อ” ฉันถลึงตาใส่พี่ครูซอย่างมีอารมณ์


“ถ้างั้นก็ไปหาหมอ หรืออันที่จริงแล้วเธอแกล้งปวดท้องกันแน่” พี่ครูซเลิกคิ้วเล็กน้อยในขณะที่พูดอย่างรู้ทัน ฉันก็เลยถลึงตาใส่พี่ครูซอีกครั้งอย่างไม่พอใจที่กล้าพูดจาดักคอฉัน


“ฝานไม่ได้แกล้งแต่ฝานแค่ไม่ชอบไปหาหมอ” ฉันจงใจเน้นประโยคที่พูดทีละคำอย่างหงุดหงิด


“อ้อ จริงสิ อันที่จริงแล้วมันก็แค่ข้ออ้างปวดท้องที่เธออ้างขึ้นมาเพราะไม่อยากเจอพวกพี่ใช่ไหมล่ะ” พี่ครูซแกล้งเการิมฝีปากตัวเองก่อนจะพูดขึ้นอย่างยั่วโมโห


“ไม่ใช่แบบนั้น”


“ถ้างั้นแล้วเรื่องมันเป็นแบบไหน จู่ๆ เธอก็มาปวดท้องตอนมาถึงที่นี่แล้ว หรือว่า..”


“หรือว่าอะไรพี่ครูซพูดดีๆ นะ” ฉันแวดกลับไปอย่างอารมณ์เสีย ก็จะไม่ให้อารมณ์เสียได้ยังไงล่ะ ทั้งสีหน้าและคำพูดของพี่ครูซมันจงใจยั่วโมโหฉันชัดๆ พี่ครูซเงียบไปก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย


“หรือว่าเธอปวดท้องเพราะเห็นหน้าพี่กันแน่”


“หลงตัวเอง ทีพี่ครูซยังโกหกในไลน์กลุ่มเลยว่าพี่ครูซมีนัดไม่ว่างมาแต่พี่ครูซก็มา” ฉันเบ้ปากเล็กน้อยด้วยความหมันไส้


“อ้อ เธอสนใจด้วยสินะว่าพี่จะมาหรือไม่มา” พี่ครูซทำหน้ากวนๆ พร้อมกับพยักหน้าเป็นเชิงว่าเข้าใจ


“ไม่ได้สนใจก็พี่ครูซพิมพ์บอกแบบนั้นใครๆ ก็เห็น”


“เดี๋ยวๆ นะคืองี้ พวกมึงจะทะเลาะกันอีกนานไหมเมื่อก่อนทะเลาะกันยังไงเดี๋ยวนี้ก็ยังทะเลาะกันแบบนั้นนี่ถ้าไม่ติดว่ามึงมีแฟนแล้วนะไอ้ครูซกูต้องคิดว่ามึงกับฝานฝานเป็นคู่กัดที่กำลังจีบกันอยู่แน่ๆ เถียงกันอยู่นั่นแหละ” พี่สิงหาโวยวายขึ้นมาซึ่งก็ถือเป็นการสงบศึกของฉันกับพี่ครูซเหมือนกัน 


“หึ”


“เอางี้ กูสรุปให้เลยนะไอ้ครูซมึงพาฝานฝานไปให้หมอเช็คหน่อยเผื่อเป็นมากกว่านี้จะแย่เอา แล้วก็เลิกกัดกันระหว่างทางด้วยล่ะ” ว่าจบพี่สิงหาก็ไม่ได้พูดอะไรอีกแต่กลับถือวิสาสะลากแขนเชวาไปทางโต๊ะที่พี่ขุนเขากำลังนั่งกระดกเบียร์อยู่เงียบๆ


“เฮ้ย เดี๋ยวสิ นาย..” เชวาโวยวายก่อนจะหันมาสบตาฉันอย่างขอความช่วยเหลือ ฉันหันไปมองพี่สิงหากับเชวาแป๊ปนึงก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าพี่ครูซเขม็ง ขนาดตัวฉันเองยังเอาตัวไม่รอดเลยแล้วฉันจะช่วยแกได้ยังไงเชวา


“ไงล่ะ ในที่สุดเธอกับพี่ก็มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันสองคนสักทีแล้วก็อย่าหวังว่าไอ้โอมสามีเธอจะมาขัดจังหวะได้ล่ะ”


“ฝานเกลียดพี่ครูซ” ยิ่งจ้องหน้าพี่ครูซเท่าไหร่ฉันก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าภายใต้ใบหน้าของพี่ครูซมันกลับมีใบหน้าของลูกสาวสุดที่รักซ่อนอยู่ พี่ครูซกับผิงผิงเหมือนกันอย่างกับแกะมันคงจะดีกว่านี้ถ้าผิงผิงจะถอดแบบหน้าตาของฉันไปบ้าง แม้กระทั่งรอยยิ้มก็ยังเหมือนกัน ยิ่งผิงผิงโตขึ้นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเหมือนพี่ครูซมากขึ้นเท่านั้นแล้วแบบนี้ฉันจะโกหกคนตรงหน้าได้อีกนานแค่ไหน พี่ครูซไม่ใช่คนโง่


“ไปสิ พี่จะพาฝานไปหาหมอ” พี่ครูซพูดด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นก่อนจะถือวิสาสะจับมือฉันให้เดินตามออกไปนอกร้าน


“พี่ครูซ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะฝานไม่ไป” ฉันพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของพี่ครูซ แต่คนอย่างพี่ครูซน่ะไม่ใช่คนที่ใครจะมาสั่งอะไรได้ง่ายๆ


“อะไร ไม่ปวดท้องแล้วหรือไงพี่จะพาไปหาหมอไม่เห็นเหรอ” พี่ครูซหันกลับมาสบตากับฉันในขณะที่ฝ่ามือของตัวเองก็ยังเกาะกุมฝ่ามือของฉันไว้จนแน่น


“เห็นน่ะมันเห็น แต่ไม่เข้าใจหรือไงว่าฝานไม่อยากไปกับพี่ครูซ” ฉันแวดกลับไปด้วยใบหน้าที่พยายามปรับให้สงบนิ่งมากที่สุด


“กลับมาเจอกันครั้งนี้ฝานเปลี่ยนไปมากรู้ไหม” พี่ครูซจ้องหน้าฉันด้วยสีหน้ายียวนกวนประสาทจนน่าตบให้คว่ำแต่มันก็เป็นเพียงสิ่งที่ฉันได้แค่คิด


“เปลี่ยนยังไง” 


“ก็..” ฉันหันมองรอบตัวทันทีเพราะเพิ่งจะรู้สึกว่าบริเวณโดยรอบเสียงเงียบลง พี่ครูซลากฉันมาถึงลานจอดรถตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ฉันถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาสบตาคนตรงหน้าอีกครั้งคราวนี้ฉันปลดมือให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมจากฝ่ามือของพี่ครูซก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกจ้องมองใบหน้ายียวนกวนประสาทของคนตรงหน้าแทน


“ก็..” ไม่พูดเปล่าแต่คนตรงหน้ากลับค่อยๆ สาวเท้าเข้าหาฉันทีละนิดๆ เห็นดังนั้นฉันก็รีบก้าวเท้าถอยห่างโดยอัตโนมัติด้วยความไม่ไว้วางใจกระทั่งแผ่นหลังของฉันดันชนเข้ากับประตูรถใครสักคนฉันจึงรีบปั้นสีหน้าให้นิ่งเฉยก่อนจะจ้องคนตรงหน้ากลับ


“อะไรพี่ครูซ อย่ามาทำหน้าเจ้าเล่ห์นะ” ฉันแวดกลับไปแต่กลับได้สีหน้ายียวนของคนตรงหน้ากลับมาแทนคำพูด


“ก็.. ฝานฝาน” พี่ครูซค่อยๆ วางมือไว้ที่ประตูรถก่อนจะค้อมใบหน้าลงมาเล็กน้อยพร้อมทั้งกวาดสายตามองฉันตั้งแต่ศรีษะลงไปจนถึงหน้าอกก่อนจะหยุดค้างนิ่งอยู่แบบนั้นคล้ายกับคนที่กำลังประเมินอะไรสักอย่างกระทั่งเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับฉันอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตรงมุมปาก “อึ๋ม”


“ว่าไงนะ” ฉันอ้าปากค้างด้วยเพราะคิดไม่ถึงวาพี่ครูซจะกล้าพูดอะไรออกมาแบบนี้ทั้งๆ ที่ก็พอจะรู้จักนิสัยอีกฝ่ายอยู่แล้วว่าเป็นคนปากไว ชอบแกล้งขนาดไหน เมื่อก่อนก็ฉันเนี่ยแหละที่โดนประจำ


“อึ๋ม มากกกก” พี่ครูซย้ำทีละคำอย่างช้าๆ ชัดๆ กระทั่งพูดคำว่ามากพี่ครูซก็ชะโงกหน้าเข้าหาฉันมากขึ้นกระทั่งฉันสัมผัสได้ถึงลมหายใจของคนตรงหน้า ฉันสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ อย่างพยายามควบคุมทั้งอารมณ์แปลกๆ ที่จู่ๆ ก็ผุดขึ้นมา และมันก็ผสมปนเปกับอารมณ์โมโหกับคำพูดกวนประสาทของคนตรงหน้าด้วย


ผัวะ! นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันตบหัวพี่ครูซอย่างแรง


“โอ๊ย ตบหัวพี่ทำไมเนี่ยฝานฝาน” และก็ไม่บ่อยครั้งหรอกที่พี่ครูซจะเรียกชื่อเต็มของฉันว่าฝาน ส่วนใหญ่จะเรียก ‘ฝาน’ เฉยๆ หรือไม่ก็ ‘ไอ้ฝาน’


“ก็พี่ครูซทำลุ่มล่ามกับฝานก่อนมาบอกว่าฝานอึ๋ม” พูดไปฉันก็ถลึงตาใส่พี่ครูซไปด้วย


“เอ้า พูดว่าอึ๋มก็ผิดจริงๆ แล้วฝานควรจะดีใจนะที่พี่พูดแบบนี้เพราะมันหมายความว่าพี่กำลังชมฝานอยู่” คราวนี้พี่ครูซเปลี่ยนจากน้ำเสียงกวนประสาทเป็นหัวเราะนิดๆ เหมือนคนกำลังอารมณ์ดี


“จะหมายความว่าชมได้ยังไง”


“การที่พี่พูดว่าอึ๋มนั่นหมายความว่าพี่กำลังจะบอกว่าฝานน่ะหน้าอกใหญ่ขึ้นไม่ได้แบนเป็นไม้กระดานแบบเมื่อก่อน”


ผัวะ! คราวนี้ฉันกระหน่ำซัดฝ่ามือด้วยน้ำหนักที่แรงกว่าตอนแรกที่ตบหัวพี่ครูซแต่เปลี่ยนที่เป็นตบที่แขนแบบแรงๆ หลายๆ ทีด้วย


“โอ๊ยๆๆๆ อะไรเนี่ยฝานฝานมันเจ็บนะ” พี่ครูซร้องโอดโอยแถมยังเอามือปัดป้องฝ่ามือฉันไปด้วย


“ก็ตีให้เจ็บดิวะไม่ตีให้เจ็บจะตีทำไมล่ะ” ว่าจบฉันก็กระหน่ำซัดฝ่ามือใส่ต้นแขนพี่ครูซไม่ยั้ง


ผัวะๆๆๆ


“โอ๊ยๆๆๆ โหดขนาดนี้ทำตัวอย่างกับเมียกำลังหึงผัว” ถ้าฉันไม่ได้ตาฝาดไปฉันคิดว่าฉันเห็นสายตาพราวระยิบระยับของพี่ครูซมันกำลังมองมาที่ฉันอย่างมีเลศนัยก่อนจะรีบปรับเปลี่ยนเป็นสายตาหงุดหงิดปนโมโหใส่ฉัน


“เมียบ้าอะไร ผัวบ้าอะไรพี่ครูซ” ฉันผลักหน้าอกพี่ครูซออกห่างอย่างแรง


“ก็ดูฝานฝานทำดิตบพี่ขนาดนี้รู้อะไรไหมว่ากันตาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนพี่ยังไม่กล้าทำรุนแรงแบบนี้กับพี่เลย”


“เหรอ ถ้างั้นก็ช่วยจำใส่สมองพี่ครูซไว้ด้วยว่าฝานไม่ใช่ทั้งแฟนและน้องของพี่ครูซถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากรู้จักด้วยซ้ำ” ฉันขึ้นเสียงใส่พี่ครูซอย่างมีอารมณ์ก่อนจะผลักหน้าอกพี่ครูซออกห่างจากตัวอย่างแรง แต่พี่ครูซมันเป็นผู้ชายหน้ามึนดีๆ นี่เองเพราะพี่ครูซดันคว้าข้อมือฉันไว้ก่อนจะกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงกระทั่งแผงอกของเราสัมผัสกันและที่สำคัญใบหน้าก็ดันใกล้ชิดกันมากๆ ด้วย 


“จะไปไหนๆ บอกว่าปวดท้องไง” พี่ครูซยกยิ้มกวนประสาทใส่ฉันอีกครั้งแถมยังถือวิสาสะมาโอบเอวฉันไว้ด้วย


“ฝานจะปวดท้องหรือไม่ปวดท้องก็เรื่องของฝาน”


“เรื่องของฝานฝานก็เหมือนเรื่องของพี่ครูซนั่นแหละ”


“มันจะไปเป็นเรื่องของพี่ครูซได้ยังไง”


“ก็ฝานฝานเป็นน้องพี่” พี่ครูซตอบคำถามฉันแบบหน้าตายสุดๆ


“แล้วพี่น้องบ้านพี่ครูซเขาต้องมาโอบเอวน้องแถมยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนี้เหรอ” ฉันกดเสียงต่ำอย่างพยายามข่มอารมณ์สุดๆ และดูเหมือนว่าคนตรงหน้าก็เริ่มได้สติว่ากำลังทำอะไรอยู่


“ก็ฝานฝานดื้อ สรุปว่ายังไงกันแน่ไอ้ที่บอกว่าปวดท้องนี่คืออ้างใช่ม่ะ ไม่อยากเจอหน้าพี่ขนาดนั้นก็พูดมาได้”


“ฝานไม่ได้อ้าง พี่ครูซอย่าหลงตัวเอง”


“ถ้างั้นก็ไปหาหมอ”


“ไม่ไป”


“ต้องไป เดี๋ยวนี้ด้วย” ว่าจบพี่ครูซก็ลากฉันไปที่รถมินิสีขาวก่อนจะดันแผ่นหลังเข้าไปในรถโดยที่ฉันไม่เต็มใจสักนิด


               ฉันไม่รู้ว่าฉันกำลังทำบ้าอะไรอยู่เพราะสุดท้ายพี่ครูซก็พาฉันมาโรงพยาบาลที่ห่างไกลจากโรงพยาบาลแถวๆ คลับพี่สิงหาแบบสุดๆ ฉันไม่เข้าใจว่าพี่ครูซกำลังทำอะไรกันแน่เพราะระยะทางที่ขับผ่านไปนั้นเราขับผ่านโรงพยาบาลชื่อดังตั้งหลายโรงพยาบาลแต่พี่ครูซกลับไม่ขับรถเฉียดเข้าไปเลย พอฉันถามพี่ครูซก็ตอบคำถามกลับมาโดยการแสดงสีหน้าขรึมแต่มุมปากกลับยกยิ้มแบบกวนประสาทตามสไตล์ จริงๆ แล้วความสัมพันธ์ของเราควรจะตัดจากกันไปแล้วแต่สิ่งที่พี่ครูซกำลังทำอยู่มันเหมือนเมื่อก่อนชัดๆ พี่ครูซกำลังทำเหมือนกับว่าเรากำลังเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่ชอบแกล้งกันมากที่สุดในคณะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนน่ะใช่ แต่ว่าตอนนี้มันไม่ใช่


               ทันทีที่มาถึงโรงพยาบาลฉันก็ต้องเล่นละครตามน้ำไปว่าฉันกำลังปวดท้องจริงๆ เรียกได้ว่าฉันยอมเจ็บตัวฟรีเลยก็ว่าได้ เพราะฉันทั้งโดนตรวจฉี่ ตรวจเลือด แถมยังต้องนั่งรอผลอีกเป็นชั่วโมงว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่ ตอนที่อยู่ในห้องตรวจฉันก็ได้แต่บอกคุณหมอไปว่าฉันปวดท้องตรงนั้นตรงนี้เพื่อตัดปัญหาจนคุณหมอเองก็เริ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัย และก็นั่นแหละสุดท้ายผลที่ออกมาก็สรุปได้ว่าฉันไม่ได้เป็นอะไรเพราะผลปกติดีทุกอย่าง


“เมื่อกี้นี้หมอบอกว่าฝานอาจจะกินข้าวไม่ค่อยเป็นเวลา” พี่ครูซเป็นคนพูดขึ้นตอนที่ฉันเรากำลังจะเดินไปจ่ายเงินค่ารักษา ฉันไม่ได้สนใจพี่ครูซเลยสักนิดทุกคำที่พี่ครูซพูดฉันก็ทำเป็นหูทวนลมไม่รับฟังก่อนจะล้วงเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกง ให้ตายเหอะ ฉันยังไม่ได้กดเงินออกมาด้วยซ้ำ แล้วมันใช่เรื่องไหมที่ฉันจะต้องมาเสียเงินค่ารักษาพยาบาลเป็นพันทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้เป็นอะไรเลยทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะพี่ครูซคนเดียวเลย


“พี่เป็นคนพาฝานมาหาหมอเดี๋ยวพี่ออกค่ารักษาให้” พี่ครูซแตะที่ข้อมือฉันเบาๆ ก่อนจะเดินไปที่ช่องชำระเงิน แต่ฉันเดินไปคว้าแขนพี่ครูซไว้แทบจะทันที


“ไม่เป็นอะไรนี่มันเรื่องของฝานไม่ใช่เรื่องของพี่ครูซฝานไม่อยากติดเงินพี่ครูซ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ไม่บ่งบอกอารมณ์


“แต่พี่เป็นคนพาฝานมา” พี่ครูซขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ


“แต่นี่มันเรื่องของฝานๆ เป็นคนป่วยฝานดูแลตัวเองได้ไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากพี่” ฉันขึ้นเสียงเล็กน้อย ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันพยายามอยู่ด้วยตัวเอง ฉันต้องใช้ความเข้มแข็งทั้งหมดประคับประคองชีวิตตัวเองให้เข้มแข็งและอดทนต่อทุกสิ่งทุกอย่างแต่พี่ครูซก็พยายามจะทำมันพัง ยิ่งพี่ครูซทำแบบนี้มากเท่าไหร่ฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังติดหนี้บุญคุณพี่ครูซเพิ่มขึ้น


“ทำไมล่ะ เรื่องแค่นี้เองกับอีแค่พี่อยากช่วยเหลือฝานมันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับฝานมากงั้นเหรอ” คราวนี้พี่ครูซหันมาเผชิญหน้ากับฉันตรงๆ ก่อนจะยกแขนขึ้นกอดอก


“ใช่”


“เมื่อก่อนพี่เคยช่วยเหลือฝานมากกว่านี้อีก อ้อ ไม่สิ จะบอกว่าช่วยเหลือก็ไม่ถูกเพราะเมื่อก่อนฝานเดือดร้อนอะไรพี่ก็เต็มใจช่วยและฝานก็เต็มใจให้พี่ช่วยแต่พอมาวันนี้แค่เรื่องค่ารักษาพยาบาลเล็กๆ น้อยๆ ทำไมฝานต้องทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ด้วย” น้ำเสียงที่พี่ครูซพูดออกมามันบ่งบอกถึงความไม่เข้าใจได้อย่างชัดเจน มันมีทั้งความไม่เข้าใจปนความสงสัย


“เพราะว่าเมื่อก่อนกับเดี๋ยวนี้มันไม่เหมือนกัน” ฉันพูดออกไปโดยไม่ต้องคิด


“ไม่เหมือนยังไง” พี่ครูซก็สวนกลับมาทันทีเช่นกัน สายตาที่พี่ครูซใช้มองฉันมันเป็นสายตาของคนที่กำลังสงสัย และกำลังคาดหวังอะไรบางอย่าง


“เพราะว่าฝานมีสามีแล้วมันคงจะไม่ดีแน่ๆ ถ้าเกิดเฮียโอมรู้ว่าพี่ครูซมาออกค่ารักษาให้ฝานแบบนี้ฝานไม่อยากให้เฮียโอมเข้าใจผิด”


“สถานะพี่น้องก็ไม่ได้งั้นเหรอ” พี่ครูซชักสีหน้าเล็กน้อย


“สำหรับพี่ครูซอาจจะไม่คิดอะไรแต่สำหรับเฮียโอมคงจะไม่ได้คิดแบบนั้นเพราะปกติเฮียโอมเป็นคนคิดมากแค่มีผู้ชายมาเข้าใกล้ฝานเฮียโอมก็หึงแล้ว”


“งั้นแสดงว่าเวลาปกติฝานคงเสน่ห์แรงไม่เบาเลยสินะไอ้เฮียโอมอะไรนั่นถึงได้หึงฝานบ่อยๆ”


“ก็ไม่รู้สิ แต่ก็คิดว่าฝานในตอนนี้มีดีกว่าเมื่อก่อนมาก” ฉันยกริมฝีปากขึ้นน้อยๆ ก่อนจะเดินหันหลังไปที่ช่องชำระเงินโดยไม่สนใจสายตาของพี่ครูซที่กำลังมองมาเลยสักนิด เงินแค่ไม่กี่บาทหรือต่อให้จะแพงกว่านี้ฉันก็ไม่เสียดายหรอกขอแค่ไม่ต้องมาเป็นหนี้บุญคุณผู้ชายคนนี้อีกก็พอแล้ว ฉันหันหลังเดินออกมาจากโรงพยาบาลทันทีที่จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเสร็จแถมยังได้ยาแก้ปวดท้องทั่วไปมากินอีกเล็กน้อย ตอนแรกที่ฉันหันกลับมาก็ไม่เห็นเงาของพี่ครูซแล้วก็เลยคิดว่าหลังจากที่โดนฉันตอกกลับไปแบบนั้นแถมยังไม่ใยดีด้วยเหมือนเมื่อก่อนพี่ครูซจะล้มเลิกความตั้งใจทำตัวน่ารำคาญแล้วก็หนีกลับบ้านไปแต่ใครจะคิดล่ะว่าพี่ครูซยังอยู่ที่นี่


“เฮ้ ฝานฝานเดี๋ยวสิจะรีบไปไหนพี่นั่งรออยู่ไม่เห็นเลยหรือไง” พี่ครูซวิ่งตามมาก่อนจะคว้าข้อมือฉันไว้พอฉันจะสะบัดออกกลับทำไม่สำเร็จก็เลยต้องหันกลับมาเผชิญหน้ากับพี่ครูซด้วยความอดทน


“ฝานไม่เห็นพี่ครูซแล้วฝานก็กำลังจะไปโบกรถกลับบ้าน”


“มาก็มาด้วยกันขากลับจะกลับไปคนเดียวได้ยังไง”


“เรื่องของฝาน”


“ฝานเป็นอะไร ทำไมฝานถึงดื้อแบบนี้ โกรธ เกลียดอะไรพี่นักหนา”


“ฝานไม่ได้โกรธพี่ครูซแต่ฝานแค่ไม่อยากยุ่งกับพี่ครูซอีกชัดเจนพอหรือยัง”


“เพราะอะไร” พี่ครูซถามกลับมาด้วยสีหน้าคาดคั้นและแววตาก็เริ่มจริงจังมากขึ้นในขณะที่ฝ่ามือของพี่ครูซก็กำลังบีบมือฉันไว้จนแน่น


“เพราะพี่ครูซเป็นผู้ชาย การที่พี่ครูซทำแบบนี้มันไม่ดี ก็อย่างที่บอกไปว่าเฮียโอมอาจจะเข้าใจผิด” ในขณะที่ฉันพูดออกไปแบบนั้นข้างในใจมันก็รู้สึกวูบไหวแปลกๆ ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรเอาเฮียโอมมาอ้างอีกแต่มันก็เป็นทางเดียวที่ฉันจะหนีพี่ครูซได้ อีกอย่างฉันก็ควรเล่นละครไปตามเรื่องราวที่เฮียผาสร้างขึ้นมาด้วยเพราะอย่างน้อยมันก็เป็นผลดีกับตัวฉัน


“คำก็เฮียโอม สองคำก็เฮียโอม ทำไมห่ะมันแคร์ฝานมากนักหรือไงหรือว่ามันรักฝานมากทำไมฝานกับมันแลดูรักกันดีทั้งๆ ที่เมื่อก่อนฝานไม่เคยมีแฟนพอฝานหายไป กลับมาเจอกันอีกครั้งฝานกลับมีลูกกับไอ้เฮียโอมนั่นซะแล้วดูท่าทางมันคงจะมีดีมากๆ ถึงได้เอาชนะใจผู้หญิงที่ไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนอย่างฝาน” คราวนี้แรงจากฝ่ามือพี่ครูซกลับบีบมือฉันแน่นมากขึ้นกว่าเดิมพร้อมกับสายตาแข็งกร้าวที่มองมาอย่างไม่ปิดบัง


ผู้หญิงที่ไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนงั้นเหรอ.. ฉันแค่นยิ้มเล็กน้อย


“ใช่ ฝานชอบเฮียโอมมากเพราะเขาดีกับฝานมากๆ ทำไมเหรอ การที่ฝานจะสนใจผู้ชายสักคนฝานต้องรายงานพี่ครูซด้วยเหรอในเมื่อเราก็แค่รุ่นพี่รุ่นน้องที่สนิทกัน เรียนคณะเดียวกัน มันไม่มีความจำเป็นที่ฝานจะต้องรายงานพี่ครูซเลยเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของฝานทั้งนั้น”


“แต่เมื่อก่อนเราสนิทกันจะตาย ฝานทำอะไรที่ไหน ฝานเป็นคนยังไงทำไมพี่จะไม่รู้ ฝานไม่เคยมีทีท่าว่าจะสนใจผู้ชายคนไหนด้วยซ้ำ”


“ก็เพราะว่าพี่ครูซคิดแต่ว่าฝานไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนไง พี่ครูซมองแต่เปลือกนอกของฝาน เมื่อก่อนในสายตาของพี่ครูซฝานไม่เคยมีอะไรดีเลย ฝานไม่ชอบแต่งตัว ไม่ค่อยหวีผม ฝานไม่สวย ฝานใส่กระโปรงไม่เป็น แต่งหน้าไม่เป็น พี่ครูซเอาแต่ย้ำเรื่องพวกนี้จนใครต่อใครมองว่าฝานเป็นทอม มองว่าฝานไม่ใช่ผู้หญิง นี่คือสิ่งที่พี่ครูซมองเห็น แต่มีสิ่งหนึ่งที่พี่ครูซไม่เคยมองเห็นเลยก็คือ.. ความรู้สึกของฝาน” ทุกคำที่ฉันพูดออกไปฉันไม่ได้ใส่อารมณ์เลยสักนิด ทุกคำที่พูดออกไปฉันก็แค่พูดมันออกมาจากความรู้สึก ในขณะที่สายตาของฉันที่มองพี่ครูซก็ยังคงสงบนิ่งเหมือนกับน้ำเสียงที่ฉันพูดออกไปนั่นแหละ ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันอาจจะพูดมันทั้งน้ำตาแต่ตอนนี้น้ำตาของฉันมันหมดแล้ว


“…”


“แล้วพี่ครูซก็ชอบเอาฝานไปเปรียบเทียบกับพี่กันตาด้วย” ตลกดีเหมือนกันนะ เมื่อก่อนตอนที่พี่ครูซทั้งล้อทั้งแซวฉันเรื่องพวกนี้ เต็มที่ฉันก็แค่กวนประสาทกลับไปแต่กลับไม่เคยพูดถึงความรู้สึกของตัวเองว่าแท้จริงแล้วตัวเองรู้สึกยังไงเหมือนอย่างตอนนี้เลย


“…”


“ถึงแม้ว่าฝานจะไม่สวยและดูดีทุกกระเบียดนิ้วทั้งฐานะและหน้าตาเหมือนแฟนพี่แต่สิ่งที่ฝานมีเหมือนกับพี่กันตาก็คือความรู้สึก ฝานเป็นผู้หญิงและมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสักนิดหากฝานจะรู้สึกดีๆ กับผู้ชายคนไหนสักคนแม้ว่าเขาจะไม่เคยสนใจฝานเลยก็ตาม”


“ฝานหมายถึงไอ้เฮียโอมอะไรนั่นงั้นเหรอ” น้ำเสียงพี่ครูซแผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ฉันเม้มริมฝีปากตัวเองเล็กน้อยกระทั่งสายตาที่กำลังมองผ่านหัวไหล่ของพี่ครูซดันเหลือบไปเห็นร่างระหงที่คุ้นเคยดีของพี่กันตาเดินลงมาจากรถยนต์สีดำ ก่อนจะตามมาด้วยผู้ชายที่ฉันเจอที่ร้านกาแฟกำลังเปิดประตูลงมาทางฝั่งคนขับเช่นกัน และมันก็เหมือนมีอะไรดลใจให้พี่กันตาหันมาตรงที่ฉันยืนอยู่พอดี สายตาของเราประสานกันแต่ต่างความรู้สึก พี่กันตามองมาทางฉันด้วยสายตาแปลกใจแต่พอเหลือบไปเห็นแผ่นหลังของพี่ครูซพี่กันตาก็มีสีหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะเดินตามผู้ชายคนนั้นเข้าไปในโรงพยาบาล ในขณะที่ฉันก็ยังคงสงบนิ่งและไม่ได้แสดงสีหน้าแปลกใจอะไรทั้งนั้นที่เห็นพี่กันตามากับผู้ชายคนอื่น เป็นเพราะพี่ครูซกำลังยืนหันหน้าเข้าหาฉันพี่ครูซก็เลยไม่ได้เห็นอะไรสนุกๆ ฉันนึกไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าถ้าเกิดพี่ครูซกำลังยืนอยู่ตรงตำแหน่งที่ฉันยืนอยู่และเห็นภาพๆ นั้นแทนฉันอะไรจะเกิดขึ้น


“เปล่า”


“ถ้างั้นที่ฝานพูดมาฝานหมายถึงใครๆ ที่ไม่เคยสนใจฝาน”


“พี่ครูซไง” ฉันตอบออกไปตรงๆ โดยไม่ต้องคิดเพราะมันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาปิดบังในเมื่อเรื่องมันเป็นอดีตไปแล้ว


“ว่าไงนะ” สีหน้าของพี่ครูซมันมีทั้งความสับสนและงุนงง


“พี่ครูซเข้าใจไม่ผิดหรอก เมื่อก่อนฝานเคยแอบชอบพี่จริงๆ ฝานไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนั้นมันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ฝานไม่รู้ว่าทำไมฝานถึงชอบพี่ทั้งๆ ที่เมื่อเทียบกันแล้วพี่ครูซไม่มีอะไรสู้เฮียโอมได้เลย”


“…”


“ฝานพยายามหาเหตุผลว่าทำไมฝานถึงรู้สึกมากเกินกว่าคำว่าพี่น้องทั้งๆ ที่พี่ครูซก็มีแฟนแล้ว ฝานพยายามข่มความรู้สึกของตัวเองทุกครั้งเวลาที่เราต้องอยู่ใกล้ๆ กัน”


“…”


“พี่ครูซไม่เข้าใจหรอกว่ามันรู้สึกยังไงกับการที่เราต้องรู้สึกอะไรกับใครสักคนแค่ฝ่ายเดียวเพราะพี่ครูซไม่เคยต้องเผชิญหน้ากับคำว่าผิดหวัง มีแต่ผู้หญิงสวยๆ มาชอบพี่ครูซไม่เว้นแม้กระทั่งพี่กันตา เมื่อก่อนเวลาพี่ครูซชอบใครหรือให้ฝานไปขอเบอร์สาวคนไหนให้พอพวกนั้นรู้ว่าคนที่ขอเบอร์คือพี่ครูซคนพวกนั้นก็แทบจะเดินมาให้เบอร์โทรกับพี่ครูซเองด้วยซ้ำโดยไม่ต้องผ่านคนเป็นแม่สื่ออย่างฝาน”


“ฝาน..” ฉันรู้สึกได้ว่าแรงบีบจากฝ่ามือของคนตรงหน้าค่อยๆ คลายลง


“นั่นคือเหตุผลว่าทำไมฝานถึงไม่อยากเจอหน้าพี่ครูซในตอนนั้นหลังจากผ่านคืนนั้นที่เรามีอะไรกัน ผู้ชายมาตรฐานสูงแบบพี่ครูซคนที่ไม่ใช่ยังไงก็ไม่ใช่และฝานก็คือคนที่ไม่ใช่สำหรับพี่ครูซ.. อีกอย่างฝานไม่เคยอยากเรียกร้องความรับผิดชอบอะไรจากพี่ครูซทั้งนั้นเพราะมันก็แค่ความผิดพลาดที่พี่ครูซคิดว่าฝานคือพี่กันตา”


“ฝานฝาน.. พี่” ฉันไม่ได้รอให้พี่ครูซพูดต่อเพราะฉันอยากให้พี่ครูซฟังฉันมากกว่า พี่ครูซควรจะฟังคนอื่นบ้าง


“ฝานไม่อยากได้ชื่อว่าไปแย่งของที่ไม่ใช่ของตัวเองมา และยิ่งเป็นพี่ครูซที่ไม่เคยรู้สึกอะไรกับฝานเลย ถามหน่อยว่าพี่ครูซจะรับผิดชอบยังไง..” ฉันสูดหายใจเข้าปอดเล็กน้อยก่อนจะพูดสิ่งที่คาใจออกมาจนหมด “แน่นอนว่าพี่ครูซก็แค่พูดมันออกมาในฐานะที่พี่ครูซเป็นผู้ชายที่อยากจะแสดงความรับผิดชอบจริงๆ อันนั้นฝานเชื่อ แต่ฝานก็รู้ว่าพี่ครูซทำไม่ได้หรอก”


“ฝานฟังพี่ เรื่องคืนนั้นพี่รู้สึกผิดจริงๆ หลังจากผ่านเรื่องราวในคืนวันนั้นต่อให้ฝานจะบอกว่าให้พี่ลืมๆ มันไปแต่พี่ก็ทำไม่ได้” ฉันมองออกว่าพี่ครูซกำลังพยายามอธิบายว่าตัวเองรู้สึกยังไงหรือว่าอธิบายว่าหลังจากผ่านเรื่องคืนนั้นแล้วชีวิตของตัวเองเป็นยังไงบ้าง เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากได้ยินอีกแล้ว


“พอเถอะพี่ครูซเรื่องพวกนั้นมันก็เป็นอดีตไปแล้วเพราะยังไงวันนี้ฝานก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่ครูซเหมือนเดิมอีกแล้ว”


“…”


“อดีตมันก็คืออดีต เพราะหลังจากเรื่องราวในคืนวันนั้นฝานก็มีเฮียโอมและเฮียโอมก็คือปัจจุบันของฝานเฮียโอมเป็นพ่อของลูกฝานเพราะฉะนั้นพี่ครูซอย่ามายุ่งกับฝานอีกเลยนะ” พูดจบฉันก็ค่อยๆ หันหลังเดินออกมาจากตรงนั้นโดยไม่คิดจะสนใจฝ่ามือหนาที่ทำท่าเหมือนจะรั้งฉันไว้เหมือนก่อนหน้านี้










[loading....150%]

 





 

Talk
  

**จบตอนแล้ววว มีความรู้สึกว่ามันยาวมากเลย 

ฮ่าๆๆๆ ขอโทษที่หายไปนานนะคะ (10 กว่าวันเอง งุงิ) ก่อนหน้าหายไปตุนนิยายมาเพราะเขียนไม่ทัน 

พอคัมแบคแล้วก็อยากจะลงทุกเรื่องที่ค้างคากันไว้ ต่อจากนี้จะมาอัพ

พี่ครูซบ่อยๆ สลับกับเรื่องอื่นเน้อออ ฝากติดตามด้วยน้าาา 

ถ้าชอบครูซกับฝานฝานก็ฝากเม้นโหวตด้วยน้าาาา :)

หมายเหตุ : ถามว่าสงสารพี่ครูซไหม? บอกเลยว่านิดหน่อยเพราะยังเจ็บใจคำพูดของพี่ครูซที่บอกว่าให้เก็บเรื่องคืนนั้นเป็นความลับ..

กลับหน้าเพจ คลิก











Devil's Set

Devil's Flower สยบหัวใจซาตาน [พูม่า&ชิลิน] 


Devil's Rival เดิมพันอันตราย [ฮันเตอร์&บีน่า] 





The Wars of Love สงครามหัวใจ อ่านคลิกรูป



Devils Heart หลุมพรางใจ เป็นภาคต่อฮันเตอร์ค่ะ



1 เม้น 1 โหวต 1 แชร์ = ล้านกำลังใจนะคะ ขอบคุณทุกคนมากๆ ค่าาาาา :)






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 167 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,800 ความคิดเห็น

  1. #2256 jin_monbebe (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 12:07
    หน่วงมากกกก
    #2,256
    0
  2. #1897 Ns'Blackstone (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 17:35
    ตอนที่ครูซบอกให้ฝานเงียบๆไว้ แล้วใช้คำพูดแบบ เธอห้ามบอกใครเรืองนี้แฟนฉันต้องไม่รู้ มันแบบ ดูห่างเหินไปเลยอ่ะ
    #1,897
    0
  3. #1896 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 09:21
    พี่ครูซโดนซะบ้าง สม
    #1,896
    0
  4. #1894 แทฮยองที่รัก (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 14:06
    บีบหัวใจสุดอะไรสุด ฮือออ
    #1,894
    0
  5. #1893 m.star (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 10:15
    กันตามาทำอะไรที่โรงพยาบาล ท้อง? (ถ้าท้อง พี่ครูซงานเข้าแน่เลย)
    #1,893
    0
  6. #1892 Juniee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 09:26
    ฝานฝานเจ๋งมากลูก
    #1,892
    0
  7. #1891 09807141389 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 08:02
    มาต่อไวๆนะTT
    #1,891
    0
  8. #1889 LizBAMM_97 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 23:28
    10 10 10 ไปเลยค่าาาาา ฝานฝานแน่นอนมากลูก
    #1,889
    0
  9. #1888 bigbiggirlinthebigbigworld (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 22:30
    มาต่อไวๆนะคะ
    #1,888
    0
  10. #1887 bigbiggirlinthebigbigworld (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 22:30
    สุดยอดไปเลย ฝานฝาน
    #1,887
    0
  11. #1886 bigbiggirlinthebigbigworld (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 22:29
    รออออค่ะรออออ
    #1,886
    0
  12. #1885 Cartoon024 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 22:15
    สงสารฝานฝาน อยากให้พี่ครูซรู้สักทีว่าผิงผิงเป็นลูก อยากรู้เฮียโอมจะทำไง
    #1,885
    0
  13. #1882 MOONLIGHT (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 17:10
    ดีมากค่ะลูกสาว เข้มแข็งๆๆๆ
    #1,882
    0
  14. #1881 pimon9172 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 16:13
    ฝานพูดไปหมดแล้วนะพี่ครูซ
    #1,881
    0
  15. #1880 Sachitae (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 15:02
    ไม่สงสารอ่ะ ฝานใจเด็ดดี ชอบผู้หญิงใจแข็งแบบนี้ ถูกใจที่ฝานพูดมากที่ครูซเคยว่าสารพัดอ่ะ ทีนี้พอสวยขึ้นก็มาสนใจ เกลียดดดด
    #1,880
    0
  16. #1879 Nongnoos (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 14:01
    ร้องไห้เลยง่ะไรท์ TT
    #1,879
    0
  17. #1878 Kie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 12:09
    ฝานพูดได้ใจมาก
    #1,878
    0
  18. #1877 jjalaxy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 11:06
    กันตาสุดยอดมาก
    #1,877
    0
  19. #1876 Meawkyoya (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 10:56
    ชอบความตรงๆของฝานจัง อิครูซหงายเงิบไปเลยจ้าจุดนี้
    #1,876
    0
  20. #1875 jenaj (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 10:41
    โครตอิน
    #1,875
    0
  21. #1874 1234 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 10:41
    #ทีมเฮียโอมกับเอียผา
    #1,874
    0
  22. #1873 penblue2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 09:58
    สตรองไว้ค่ะคุณนางเอก
    #1,873
    0
  23. #1872 ป้า TIP (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 09:41
    ยังไม่รู้ใจตัวเองอีกนะ...
    #1,872
    0
  24. #1871 Little Ta SmileGirl (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 09:21
    จะสงสารใครดี
    #1,871
    0
  25. วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 08:23
    กันตามาทำอะไรที่โรงบาลกะผู้ชาย????
    #1,870
    0