DADDY'OOO ซ่อนรัก [ทำมือ+E-book]

ตอนที่ 7 : DADDY'OOO ซ่อนรัก 5 : : เฮียโอม [loading....150%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 156 ครั้ง
    12 มี.ค. 62







5

เฮียโอม



CRUZ SPECIALS

“…” ความรู้สึกของผมในตอนนี้มันเหมือนถูกค้อนหนักๆ ฟาดเข้าใส่หน้าอย่างจัง ไม่ดิ แค่ค้อนยังน้อยไป ไอ้ความรู้สึกตัวชาหน้าชากะทันหันแบบไม่ทันตั้งตัวมันเป็นแบบนี้เองสินะ แต่ว่า.. ทำไมผมต้องรู้สึกแบบนี้ด้วยว่ะ


“ขอโทษทุกคนนะ แต่ฉะ.. ฉันไม่กล้าบอกใครจริงๆ” ข้างในใจผมมันรู้สึกอื้ออึงไปหมดแบบบอกไม่ถูกในขณะที่สายตาของผมก็เอาแต่จดจ้องการกระทำของฝานฝานทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั่งน้ำเสียงพูดตะกุกตะกักนั่น


“แสดงว่าตอนนั้นแกคบอยู่กับเพื่อนเฮียผางั้นเหรอ” ผมได้ยินเสียงไอ้แดนดังขึ้นข้างๆ หู


“อะ อื้ม” ฝานฝานพยักหน้าเบาๆ และที่สำคัญผู้หญิงบ้านั่นไม่ยอมหันมามองทางผมสักนิด ทำไมว่ะ แค่จ้องหน้าผมมันจะตายงั้นเหรอ ผมสังเกตตั้งแต่ตอนที่ผมก้าวเท้าเข้ามาในบ้านนี้แล้วว่าฝานฝานพยายามเลี่ยงการสบตาผม หรือถ้ายังโกรธกันอยู่เรื่องเหตุการณ์ในอดีตอันนั้นผมก็เข้าใจเป็นใครๆ ก็โกรธ คงเป็นเพราะเมื่อก่อนเราสนิทกันมากเกินไปและฝานฝานก็ไม่เคยทำกิริยาแบบนี้ใส่ผมๆ ก็เลยรู้สึกขัดหูขัดตา


“โธ่ ไอ้ฝาน” เสียงไอ้เหนือพูดขึ้นก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ


“ฉันแค่คิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวและฉันก็ไม่ต้องการที่จะบอกใคร คือว่าตอนนั้นทุกอย่างมันเกิดขึ้นแบบกะทันหันมากฉันก็เลยตัดสินใจแบบนี้” อีกครั้งที่ฝานฝานพยายามอธิบายเรื่องทุกอย่างโดยที่ไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าผมสักนิดและนั่นมันก็ยิ่งทำให้ผมหงุดหงิด สาบานได้ว่าถ้าผมไม่ใช่คนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองเก่งผมอาจจะระเบิดมันออกมาตรงนี้ต่อหน้าพี่ชายผู้หญิงบ้านั่น และที่สำคัญนะผมจะไม่หงุดหงิดและค้างคาใจอะไรเลยถ้าหากว่ามันไม่มีเหตุการณ์ในวันนั้นเกิดขึ้น ท้องเหรอ ท้องกับไอ้เวรที่เพิ่งเดินผ่านหน้าผมไปเมื่อกี้นี้เนี่ยนะ นี่แสดงว่าก่อนหน้านั้นหรือหลังจากนั้นฝานฝานไปมีอะไรกับไอ้เวรนั่นงั้นเหรอ


“ฉันไม่รู้ว่าพวกนายคิดยังไงแต่ฉันเคารพการตัดสินใจของน้องสาวฉันเสมอ” พี่ชายฝานฝานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา ความรู้สึกที่ผมมีต่อพี่ชายของฝานฝานตอนนี้มันเป็นความรู้สึกเดียวกับที่ผมเคยมีต่อไอ้ขุนเขาตอนที่เจอกันครั้งแรกทั้งเย็นชาและชอบตีหน้าตายด้าน


“มาแล้วๆ ลูกผิงตื่นพอดีเลย” ผมหันไปตามเสียงที่พูดขึ้นพร้อมกับร่างสูงของไอ้เวรนั่นที่เพิ่งเดินลงมาจากบันไดและที่สำคัญไอ้เวรนั่นมันกำลังอุ้มเด็กลงมาด้วย


        หัวใจผมเริ่มเต้นผิดจังหวะมากขึ้นผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้ความรู้สึกที่มันกำลังโจมตีหัวใจของผมจนเจ็บหนึบไปหมดแบบนี้มันเรียกว่าอะไรทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าเด็กน้อยตรงหน้าอาจจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับผมทั้งนั้นแต่ผมก็ยังอยากจะเห็นหน้า เจ้าหนูน้อยตรงหน้าน่าจะยังไม่ถึงหนึ่งขวบด้วยซ้ำเผลอๆ อาจจะยังเดินไม่ได้เพราะตัวเธอเล็กมาก และวินาทีที่เจ้าหนูตรงหน้าหันมาทางผมคล้ายกับว่ากำลังสงสัยว่าคนแปลกหน้าที่ไหนเข้ามาในบ้าน นาทีนั้นหัวใจของผมก็สะดุดเข้ากับดวงตากลมโตที่กำลังมองมาก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้มดูก็รู้ว่าเจ้าหนูนี่ต้องเป็นเด็กที่อารมณ์ดีและยิ้มเก่งมากๆ เพียงแค่ยิ้มก็จะเห็นลักยิ้มบุ๋มๆ ตรงสองข้างแก้ม เห็นแบบนั้นหัวใจของผมก็รู้สึกอ่อนยวบโดยไม่มีสาเหตุ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเผลอหลุดยิ้มออกมาราวกับคนบ้า แล้วทำไมผมถึงมีความรู้สึกว่ารอยยิ้มของเรา.. เหมือนกัน


“นี่คือเฮียโอมเพื่อนของเฮียผาแล้วก็.. เป็นพ่อของผิงผิงด้วย” ฝานฝานพูดขึ้นก่อนจะรับผิงผิงจากไอ้โอมมาอุ้มไว้แนบอกอย่างหวงแหน ผมเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก่อนจะเห็นว่าไอ้เฮียโอมนั่นพยักหน้าให้พวกผมเล็กน้อย


“ผิงผิงมานี่เดี๋ยวลุงผาจะพาไปเดินเล่นนะ” พี่ชายฝานฝานพูดขึ้นก่อนจะอุ้มผิงผิงไป และก็ไม่ลืมที่จะส่งสายตาไม่เป็นมิตรมาให้พวกผมแบบไม่ปิดบังด้วย


        ความรู้สึกบีบคั้นมันก่อตัวขึ้นภายในจิตใจของผมอย่างไม่มีสาเหตุ ผมเป็นอะไรไป และที่สำคัญผมมาทำอะไรที่นี่ ไอ้ครูซมึงเป็นอะไรไปมึงกำลังต้องการอะไรกันแน่ มึงกำลังหวังอะไร ผมเอาแต่ถามคำถามวกไปวนมาในหัวสมองของตัวเองทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่แล้วว่ายังไงก็คงไม่ได้คำตอบ


“มึงแม่งบ้าไอ้ครูซ” ผมกระซิบกับตัวเองเบาๆ โดยที่ไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกมามันขื่นขมเต็มที


“แล้วมันเป็นเหตุผลเดียวกับที่แกย้ายคณะด้วยหรือเปล่า” ไอ้เหนือที่เป็นคนถามขึ้น


“จริงๆ มันก็ไม่ใช่ซะทั้งหมดหรอกก่อนหน้าฉันมีเหตุผลของฉันจริงๆ ขอโทษนะที่ปิดบัง” เสียงฝานฝานพูดขึ้นเบาๆ ผมแทบจะลืมไปซะสนิทเลยว่าก่อนหน้าผมโดนกระทืบมาเพราะดันดวงซวยไปเจอกับนักเลงเจ้าถิ่นแถวนี้ ผมรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกแบบนี้บางทีผมคิดว่าผมควรออกไปจากที่นี่


“เอ่อ.. โทษทีพอดีมีคนโทรมาพวกมึงคุยกับฝานฝานไปก่อนเลยนะกูออกไปคุยโทรศัพท์แปปนึง” ผมพูดตัดบทขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติมากที่สุดก่อนจะหันไปมองฝานฝานซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็กำลังมองมาที่ผมพอดีเพียงแต่ว่าสายตาที่มองมามันเป็นสายตาที่ว่างเปล่าแค่นั้นเอง



บ้านครูซ

“ตายแล้วนี่ฟ้าผ่าแกตายหรือว่ายังไงถึงได้โผล่หัวกลับมาบ้านได้” ทันทีที่ผมก้าวเท้าเข้ามาในบ้านเสียงของแม่บังเกิดเกล้าก็ตะโกนมาจากโซนห้องรับแขกผมจึงคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปนั่งข้างๆ แม่ที่กำลังนั่งทาเล็บเท้าอยู่


“แหมม ถ้าฟ้าผ่าผมตายจริงๆ ผมจะได้มานั่งอยู่ตรงนี้ให้แม่บ่นเหรอ” พูดไปผมก็นวดขาให้แม่อย่างเอาใจแม่น่ะว่าแต่ผมนะพูดก็พูดเหอะเดือนๆ นึงผมเห็นหน้าพ่อกับแม่บังเกิดเกล้าของตัวเองนับครั้งได้ที่บ้านผมมีลูกชายทั้งหมดสี่คนไอ้บรรดาพี่ชายของผมน่ะไม่ค่อยโผล่หัวกลับบ้านกันหรอกนานๆ ทีถึงจะอยู่กันครบนอกจากวันครอบครัวที่นัดกินข้าวกัน ส่วนพ่อกับแม่ของผมน่ะติดเที่ยวงานการไม่ค่อยทำหรอกเพราะโยนให้บรรดาพี่ชายของผมหมดแล้ว พ่อกับแม่ของผมก็เลยใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการฮันนีมูนที่เมืองนอก


“ทำเป็นพูดดีไป ว่าแต่แกเหอะลมอะไรหอบแกมาถึงบ้านได้จ๊ะคุณลูกชายสุดหล่อ” แม่หันมายิ้มให้ผมแต่ผมกลับมองว่ารอยยิ้มของแม่ดูเจ้าเล่ห์ชอบกลผมรู้แล้วว่าผมได้รอยยิ้มแบบนี้มาจากใคร ได้เห็นรอยยิ้มของแม่แบบนี้จู่ๆ รอยยิ้มของเด็กคนนั้นก็แล่นวาบขึ้นมาในหัวผมซะงั้น น่าแปลกเหมือนกันที่ผมกลับจำรอยยิ้มของเด็กคนนั้นได้อย่างชัดเจน


“อะไรกันลูกคนนี้เป็นบ้าเหรอลูกยิ้มคนเดียวน่ะ”


“ฮะๆ เปล่าครับผมคิดถึงแม่นั่นแหละก็เลยกลับมา”


“พูดแบบนี้อยากได้อะไรก็พูดมาอย่ามาทำเป็นออดอ้อน” แม่ผลักหัวผมเบาๆ


“อะไรกันแค่คิดถึงแม่นี่แปลว่าผมต้องประจบออดอ้อนขอโน่นขอนี่แม่ตลอดเหรอ”


“จะรู้เหรอก็นี่มันนิสัยแกนิ”


“ผมโตแล้วนะแม่” ผมสวมกอดแม่ไว้เบาๆ


“ในสายตาฉันแกก็ยังเด็กอยู่วันยังค่ำนั่นแหละ”


“โธ่แม่” ผมส่ายหัวไปมาอย่างขำขำ แม่ผมน่ะขี้เล่นจะตายไปเวลาด่าบรรดาลูกชายส่วนใหญ่ก็ชอบด่าเอาฮาแต่เมื่อไหร่ที่แม่ผมโมโหขึ้นมาผมกับพี่ชายก็ตัวใครตัวมันเหมือนกัน


“เออนี่ ครูซแม่ถามหน่อยสิแม่เห็นว่าแกใกล้จะเรียนจบแล้วนะก็เลยอยากถามเพื่อความแน่ใจเพราะแม่ก็เบื่อเหมือนกัน เวลาเจอหน้าพ่อแม่ของกันตาทางฝ่ายนั้นเขาก็ชอบพูดถึงเรื่องงานแต่งของแกกับกันตาตลอด พ่อกับแม่ก็ได้แต่เออออไปเพราะเห็นแกกับกันตาก็คบกันอยู่” แม่วางทายาเล็บลงบนโต๊ะก่อนจะหันมาถามผมด้วยสีหน้าที่จริงจังขึ้นเล็กน้อย


“คุณลุงกับคุณป้ายังถามแม่เรื่องนี้อยู่เหรอครับ” ผมถามขึ้นด้วยความแปลกใจ


“โอ๊ย แน่นอนสิย่ะเจอหน้ากันกี่ครั้งก็ถามทุกครั้ง นี่ไม่ใช่ว่าแกไปทำแม่กันตาท้องเข้าหรอกนะถึงได้ถามเรื่องงานแต่งอยู่นั่นแหละฝ่ายนั้นเขาทำอย่างกับกลัวว่าแกจะไม่แต่งงานกับลูกสาวเขาน่ะ ชีวิตรักของแกยังดีอยู่ใช่ไหมลูก” แม่เลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะจ้องหน้าผมด้วยความสงสัย ส่วนผมก็ไม่รู้ว่าจะตอบแม่ยังไงดีก็เลยได้แต่กลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมก็คงตอบคำถามของแม่ได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าชีวิตรักของผมกับกันตาน่ะดีมาก แต่ว่า.. ตั้งแต่ที่มีเรื่องราวที่ผมมีอะไรกับฝานฝานในคืนวันนั้นเข้ามาในชีวิตความรู้สึกผิดที่ผมมีต่อฝานฝานก็คอยตอกย้ำผมเรื่อยมา เกือบสองปีแล้วนะที่ผมไม่เคยลืม ผมสาบานได้ว่าผมไม่เคยลืมจริงๆ


“ไม่รู้ดิแม่” ผมตอบคำถามก่อนจะหันหน้าหลบสายตาอยากรู้อยากเห็นของแม่


“โอ๊ะโอ่ นี่เป็นครั้งแรกที่แม่มองเห็นสายตาไม่มั่นใจของแก” แม่แซวผมอย่างขำขำ


“นี่ผมดูง่ายขนาดนั้นเลยเหรอแม่” ผมว่ายิ้มๆ


“แกเป็นลูกฉันๆ เป็นคนเลี้ยงแกมาตั้งแต่เล็กทำไมฉันจะดูไม่ออกว่าแกเป็นยังไงหรือว่าแกรู้สึกอะไรอยู่ นี่ๆ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้อยู่กับพวกแกตลอดเวลาเพราะเอาแต่เที่ยวแต่ฉันก็รู้ความเคลื่อนไหวของพวกแกตลอดนะย่ะ”


“ฮ่าๆๆ แม่”


“ความรักมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มันเป็นเรื่องระหว่างคนสองคนที่ต้องตัดสินใจร่วมกันถ้าพูดตามความจริงนะแม่ว่าแกก็ยังมีเวลาก่อนตัดสินใจเรื่องงานแต่งงานสำหรับพ่อกับแม่น่ะไฟเขียวอยู่แล้วถ้าพวกแกรักใครพ่อกับแม่ก็รักด้วยแต่แม่ก็แค่อยากให้แกตัดสินใจดีๆ ครูซ เมื่อไหร่ที่แกแต่งงานและแกได้เป็นพ่อคนชีวิตของแกจะไม่เหมือนเดิม”


“…”


“ถ้าวันนึงแกได้มาอยู่จุดเดียวกับพ่อของแกๆ จะรู้ว่าการเป็นพ่อคนไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อก่อนอ่ะนะตากับยายของแกเกลียดพ่อแกอย่างกับอะไรดีเพราะพ่อแกน่ะเป็นเพลย์บอยรักสนุกแถมยังไม่เคยคบใครจริงจังด้วย ส่วนช่วงนั้นหลังจากเรียนจบฉันก็ยังติดเที่ยวเป็นเพลย์เกิร์ลสาวแสนสวยย่ำราตรีทุกคืน”


“…” แม่ผมพูดไปก็ทำหน้าเหม่อลอยเหมือนคนที่กำลังนึกถึงเรื่องราวความหลังอันแสนหวาน ผมเกือบหลุดขำแล้วนะแต่ผมกลัวแม่ด่า นี่ผมกับบรรดาพี่ชายนั่งฟังเรื่องนี้กันมาตั้งแต่เด็กจะร้อยรอบได้แล้วมั้ง


“ตอนที่แม่เจอกับพ่อแกครั้งแรกนะแม่รู้สึกได้เลยว่าคนนี้แหละรักแท้ของแม่แต่ด้วยความที่พ่อแกหล่อมากแถมยังเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าตอนนั้นแม่ก็ไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าความสวยของแม่อาจจะไม่เตะตาพ่อแกสุดท้ายแล้วด้วยความที่แม่ชอบพ่อแกมากแม่ก็เลยมอมเหล้าพ่อแก”


“...” เรื่องนี้ผมก็รู้แล้วทุกวันนี้พี่ชายคนโตของผมจะรู้สึกเคร่งเครียดทุกครั้งที่แม่พูดถึงเรื่องนี้ ฮ่าๆๆๆ ในขณะที่มันเคร่งเครียดแต่แม่ของผมภูมิใจมากๆ


“แล้วก็นั่นแหละ คืนนั้นฉันกับพ่อของแกก็มีอะไรกัน ตอนแรกแม่ก็คิดว่าพ่อแกอาจจะตกใจที่โดนแม่มอมเหล้าแต่เปล่าเลยสักนิด เพราะพอตื่นเช้ามาแม่ก็เห็นพ่อแกนั่งจิบกาแฟอย่างสบายใจแถมยังมาสารภาพกับแม่ด้วยซ้ำว่าความจริงพ่อแกแอบชอบแม่มาตั้งนานแล้วแต่เป็นเพราะพ่อแกกลัวว่าแม่จะไม่เล่นด้วยเพราะก่อนหน้านั้นพ่อแกก็ร้ายไม่เบา”


“พ่อก็เลยเต็มใจโดนแม่มอมเหล้า” ผมถามขึ้น แม่ผมนี่ร้ายจริงๆ


“ถูกต้อง ความจริงพ่อแกน่ะวางแผนจะมอมเหล้าแม่ตั้งแต่ก่อนหน้าแล้วแต่ไม่มีโอกาสเพราะแม่เพื่อนเยอะแต่พอพ่อแกเห็นแม่ลงมือก่อนก็เลยเออออเนียนๆ เล่นละครตามไปด้วยว่าตัวเองถูกแม่มอมเหล้าทั้งๆ ที่ตัวเองก็รู้ตัวอยู่ตลอดว่ากำลังโดนแม่มอมเหล้า”


“นี่แสดงว่าคืนนั้น..” ผมกลั้นขำไว้ก่อนจะผลักไหล่แม่เบาๆ


“ร้อนแรงเป็นบ้า พ่อแกน่ะรู้ตัวอยู่ตลอด”


“และก็นั่นแหละ หลังจากนั้นไม่นานแม่ก็ท้องพี่ชายแกส่วนพ่อแกก็ยินดีรับผิดชอบแม่อย่างเต็มใจตอนแรกตาแกรับพ่อแกไม่ได้เลยนะเพราะพ่อแกก่อนที่จะมาเจอแม่น่ะร้ายมากแต่พ่อแกก็พิสูจน์ตัวเองให้แม่เห็นว่ารักแม่จริงแล้วก็ดูแลแม่ได้”


“แต่คุณปู่ก็รวยอยู่แล้วนิ โชคดีของแม่จริงๆ ที่ตอนนั้นแม่ไม่ลำบากเลยสักนิด”


“ก็จริงของแกโชคดีของแม่ที่ตอนนั้นพ่อแกมีพร้อมทุกอย่างจนแม่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าหญิงเลยแหละครูซ”


“แม่ผมเจ๋งชะมัด” ถ้าพูดถึงเรื่องความรักผมก็มีพ่อกับแม่เนี่ยแหละเป็นไอดอลเพราะกว่าพ่อกับแม่ของผมจะได้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันจริงๆ ไม่ง่ายเลยสักนิด


“แม่จะให้แกดูอะไร” จู่ๆ แม่ก็หันไปหยิบอะไรบางอย่างในกระเป๋าใบใหญ่ก่อนจะเห็นแม่หยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงขึ้นมาพอแม่เปิดกล่องออกผมถึงได้รู้ว่ามันคืออะไร ในกล่องนั้นมีกำไลข้อเท้าเด็กคู่เล็กๆ วางอยู่ เป็นกำไลข้อเท้าเงินลายดอกไม้น่ารักๆ มีกระดิ่งเล็กๆ ห้อยอยู่


“แม่ซื้อมาทำไมครับ” ผมหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงในมือของแม่ก่อนจะเอามาจ้องใกล้ๆ อย่างสงสัย


“แกอย่าหาว่าแม่บ้าเลยนะ แม่กลัวว่าบรรดาพี่ชายแกคนใดคนนึงมันจะไปพลาดทำสาวท้องขึ้นมาเหมือนตอนที่พ่อแกทำแม่ท้องแม่ก็เลยซื้อกำไลข้อเท้ามาเตรียมรับขวัญหลานล่วงหน้าเลย”


“น่ารักดีฮะ” ผมคลี่ยิ้มเล็กน้อย จู่ๆ ผมก็รู้สึกอยากได้กำไลเด็กคู่นี้ของแม่ขึ้นมา


“หรือว่าอาจจะเป็นของลูกแกกับกันตาในอนาคต”


“ห่ะ ไม่หรอกแม่ผมไม่เคยคิดเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของอนาคต”


“ให้มันจริง พวกแกน่ะเชื้อไม่ทิ้งแถวหรอก”


“เอ่อ แม่ฮะกำไลอันนี้แม่ฝากไว้กับผมไม่ได้เหรอ”


“ทำไมต้องฝากไว้ที่แกย่ะ นี่มันเป็นของรับขวัญหลานคนแรกของฉัน” แม่แวดใส่ผมขึ้นมาแทบจะทันทีสงสัยจะหวงมากจริงๆ “มันแพงมากนะไอ้ลูกบ้า”


“หน่า ฝากไว้ที่ผมนั่นแหละเผื่อแม่ทำหายแม่ยิ่งชอบลืมโน่นลืมนี่อยู่เรื่อยเลย” ว่าจบผมก็รีบเผ่นขึ้นห้องพร้อมกับกำกล่องกำมะหยี่ในมือไว้แน่น


“เดี๋ยวสิไอ้ลูกบ้านั่นมันของหลานคนแรกของตระกูลเราเลยนะ และที่สำคัญแกกล้าว่าฉันแก่ขี้ลืมเรอะ” แม่ยังคงตะโกนด่าผมไม่หยุดใครว่าแม่แก่แม่ผมน่ะสวยมากเลยนะ



                    ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาพร้อมทั้งเปิดฝากล่องกำมะหยี่ขึ้นมาดูครั้ง ในนั้นมีกำไลข้อเท้าเด็กคู่เล็กถูกวางอยู่ รู้สึกหงุดหงิดชอบกลที่เจ้ากำไลข้อเท้านี่ไม่มีเจ้าของความจริงแล้วถ้ามันได้อยู่บนข้อเท้าของ...

 

“เฮ้ย นี่มึงคิดบ้าอะไรอยู่ว่ะไอ้ครูซเอ้ยยยย” ผมสะบัดหัวขับไล่ความคิดโง่ๆ ของตัวเองออกไป


'ถ้างั้น.. เรื่องระหว่างเราให้มันจบแค่วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นเธอห้ามบอกใครโดยเฉพาะแฟนฉัน'


'สบายใจได้พี่ครูซ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นฉันก็จะไม่บอกใคร'


“ให้ตายเหอะ” ทำไมคำพูดพวกนั้นถึงได้ตามหลอกหลอนผมไม่รู้จักจบจักสิ้น และที่สำคัญเหตุการณ์ในคืนวันนั้นมันก็เกิดขึ้นที่ห้องนี้แถมยังเป็นโซฟาตัวนี้ด้วย

END CRUZ SPECIALS



“ฝานฝาน” ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเพราะมัวแต่คิดถึงเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันขนาดเฮียผาที่เดินมานั่งข้างๆ ฉันอยู่ตั้งนานฉันยังไม่รู้สึกตัวเลย


“เฮียผา”


“ไง ฝานไม่โกรธเฮียใช่ไหมที่เฮียพูดแบบนั้นออกไป” เฮียผาย้ายที่นั่งมานั่งลงตรงข้าม ฉันสัมผัสได้ว่าประโยคที่เฮียผาถามไม่มีความโกรธหรือโมโหปนอยู่ในนั้นสักนิดแต่ดูเหมือนว่าเฮียผากำลังไม่มั่นใจในคำตอบของฉันมากกว่า


“ไม่หรอกเฮีย” ฉันคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นมาเท้าคางแทน


“ฝานก็รู้ว่าเฮียหวังดีกับฝาน”


“อื้อ” ฉันถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อย มันไม่ใช่เหนื่อยกายแต่มันเหนื่อยใจมากกว่า


“เฮียไม่รู้หรอกนะว่าพวกเพื่อนฝานที่มาบ้านเราเมื่อตอนกลางวันน่ะต้องการอะไรกันแน่”


“เพื่อนฝานมีเรื่องกับนักเลงแถวนี้”


“ไม่บังเอิญไปหน่อยเหรอ ก่อนหน้าฝานหลบหน้าพวกเพื่อนเก่าไม่ใช่หรือไงทำไมไม่คิดบ้างว่าพวกนั้นจะวางแผนกันมาแล้วก่อนที่จะมาหาฝาน ต่อให้ฝานจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหนหรือทำให้ตัวเองแตกต่างไปจากเดิมมากแค่ไหนแต่มันก็เป็นเรื่องยากที่จะบดบังสายตาของคนที่เป็นเพื่อนหรือคนที่เคยสนิทกับเรามาก่อน”


“ทำไมเฮียผาถึงคิดแบบนั้นล่ะ” ฉันรู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีใครโง่ขนาดนั้นหรอก จะมีก็คงเป็นฉันเนี่ยแหละ


“ร้อยทั้งร้อยคนพวกนั้นต้องอยากรู้อยู่แล้วว่าทำไมฝานถึงดรอปเรียนแถมยังย้ายคณะหนีด้วย”


“จริงๆ ฝานก็รู้สึกผิดนะเฮีย ฝานรู้สึกไม่ดีเลยที่ก่อนหน้าฝานเอาแต่หนีแล้วก็โกหกทุกคนแบบนั้น” 


“เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วอย่าคิดมากสิ ถ้าใครไม่มาอยู่จุดเดียวกับฝานในวันนั้นก็ไม่มีทางเข้าใจหรอกแต่เฮียเข้าใจฝานนะ” เฮียผาลูบหัวฉันไปมา เฮียผามักจะอ่อนโยนกับฉันเสมอแต่กับคนอื่นนี่อีกเรื่องเลยพูดก็พูดเหอะพี่ชายฉันน่ะแข็งนอกอ่อนในจะตายไปไม่งั้นเฮียผาเลี้ยงผิงผิงไม่ได้หรอก


“ใช่สิ ก็เฮียผาผ่านผู้หญิงมาเยอะนี่หน่า” ฉันแซวเฮียผาขำขำ เฮียผาดูดีจะตายไป เมื่อก่อนพวกเพื่อนเฮียผามักเข้าใจผิดว่าฉันเป็นทอมเพราะตอนนั้นฉันไว้ผมสั้นแถมยังทำตัวห้าวๆ ไม่มีความเรียบร้อยสักนิดยิ่งเรื่องรักสวยรักงามไม่ต้องพูดถึงเลย ส่วนเฮียผาน่ะถึงแม้ว่าเมื่อก่อนจะทำตัวเป็นนักเลงไปบ้างแต่เฮียผาก็เสน่ห์แรงเป็นบ้าที่เขาบอกว่าผู้หญิงชอบคนเลวคงจะเป็นเรื่องจริง


“อย่ามาทำเป็นรู้ดี” เฮียผาแกล้งทำหน้าขรึมใส่ฉันก่อนจะเคาะหน้าผากฉันเบาๆ


“ว่าแต่ว่า หนึ่งในกลุ่มเมื่อกลางวันน่ะมีไอ้เวรนั่นด้วยหรือเปล่า”


“หืมมม” ฉันชะงักเล็กน้อยก่อนจะเงียบไป


“อย่ามาแกล้งไม่รู้ว่าเฮียหมายถึงใคร” เฮียผาทำเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย


“ไม่มี” ฉันพูดออกไปพร้อมทั้งจ้องหน้าเฮียผานิ่งๆ จริงๆ ให้มันจบแค่นี้ก็ดีแล้วที่พูดไปก็แค่ไม่อยากให้เรื่องมันเลยเถิดมากไปกว่านี้


“งั้นเหรอฝานฝาน” เฮียผาถามย้ำอีกครั้ง


“ก็ใช่สิเฮีย ฝานจะไปโกหกเฮียทำไมล่ะ”


“หึ ก็ไม่ได้ว่าอะไรนิ”


“โว๊ะ คุยกับเฮียผาปวดหัวชะมัดฝานไปนอนกับลูกดีกว่า” ฉันตัดสินใจพูดตัดบทเพราะเริ่มรู้สึกเกร็งๆ กับสายตาที่เฮียผามองผา เฮียผาน่ะเจ้าเล่ห์แถมยังฉลาดมากด้วย


“ฝานฝาน ถ้าจะต้องเสียน้ำตาเพื่อใครอีกอย่างน้อยก็ต้องไม่ใช่คนๆ เดิม” ฉันชะงักสองเท้าที่กำลังหันหลังเพื่อเดินขึ้นห้องทันทีที่ได้ยินเสียงเฮียผาพูดขึ้นโดยไม่มองหน้าฉันสักนิด


“...”


“ครั้งนี้เฮียไม่ปล่อยมันไว้แน่”



เช้าวันต่อมา 10.00 น.

               บ้าจริง ผู้ชายคนนั้นมาทำอะไรแถวบ้านของฉันๆ ชะงักสองเท้าในขณะที่กำลังเดินไปโบกรถเมย์ที่หน้าหมู่บ้านแต่กลับเห็นพี่ครูซยืนกอดอกพิงเสาอยู่ นี่อย่าบอกนะว่าพี่ครูซยังไม่หายข้องใจเรื่องนั้น


“ไง” ในตอนที่ฉันกำลังจะหันหลังเพื่อเดินหลบไปอีกทางพี่ครูซกลับหันมามองฉันแทบจะทันทีราวกับรู้อยู่แล้วว่าฉันอยู่ตรงนี้


“พี่ครูซมาทำอะไรแถวนี้” ฉันตัดสินใจถามออกไปตรงๆ ชั่ววินาทีนั้นสายตาของเรากลับประสานกันเข้าพอดี ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่าว่าแววตาของพี่ครูซสั่นไหวนิดๆ คิดแล้วก็น่าขำคนอย่างพี่ครูซไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอก


“มารอเธอนั่นแหละ” พี่ครูซเม้มปากก่อนจะกัดริมฝีปากเบาๆ สายตาที่พี่ครูซมองมาที่ฉันหรี่ลงเล็กน้อยราวกับคนกำลังใช้ความคิด


“มารอทำไม”


“น่าแปลกดีเหมือนกัน วันเวลามันทำให้ฝานเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ขนาดหน้าพี่ฝานยังไม่อยากมองเลย” พี่ครูซกระตุกยิ้มมุมปากนิดๆ จริงๆ มันดูเหมือนรอยยิ้มเยาะมากกว่าแต่ทว่าภายใต้น้ำเสียงนั้นมันกลับสั่นไหวแปลกๆ


“ฝานไม่ได้เปลี่ยนไป ฝานแค่ไม่รู้ว่าเราจะต้องคุยอะไรกัน” พูดไปฉันก็ได้แต่กลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอตามไปด้วย มันไม่ง่ายเลยนะกับการที่ต้องมาเผชิญหน้ากับพี่ครูซแบบนี้อีกครั้งหลังจากที่เราไม่เจอกันเกือบสองปี


“จริงๆ เราก็สนิทกันไม่ใช่เหรอฝานไม่คิดจะเล่าให้พี่ฟังบ้างเหรอว่าช่วงที่ฝานหายไปฝานไปไหนมา” พี่ครูซพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่สีหน้ากลับตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย


“พี่ครูซก็รู้คำตอบแล้วฝานบอกไปหมดแล้ว” ฉันแค่นยิ้มตอบกลับไปอย่างยากลำบาก


“ใช่ พี่รู้คำตอบดีอยู่แล้วแต่พี่แค่รู้สึกว่ามันยังไม่ชัดเจน”


“ห่ะ แล้วพี่ครูซต้องการให้ฝานอธิบายแบบไหนงั้นเหรอมันถึงจะชัดเจน” ฉันแสร้งหัวเราะนิดๆ ราวกับว่าสิ่งที่ได้ยินเป็นเรื่องตลกสิ้นดี แต่เชื่อสิจริงๆ แล้วฉันไม่ตลกสักนิด


“ฝานกำลังจะบอกพี่ว่าหลังจากคืนนั้นของเราฝานก็ไปมีอะไรกับไอ้หมอนั่นงั้นเหรอ” พี่ครูซเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย


“คำตอบมันก็เห็นๆ กันอยู่ไม่งั้นผิงผิงจะเกิดมาได้ไง” ฉันตัดสินใจพูดออกไปแบบนั้นและไม่สนใจด้วยซ้ำว่าพี่ครูซอาจจะมองฉันเป็นผู้หญิงไม่ดี


“หึ จริงสินะ ครั้งแรกของเราฝานคงจะชิวมากจนไม่รู้สึกอะไรผ่านไปไม่เท่าไหร่ฝานก็มีอะไรกับคนอื่นแทบจะทันที” พี่ครูซพูดพร้อมกับก้าวเท้าเดินมาหาฉันทีละก้าวๆ จนกระทั่งระดับสายตาของเราอยู่ใกล้กันมากขึ้น


“ถ้าใช่พี่ครูซจะทำไมเหรอ” ฉันเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองต่อให้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนคนปากหมาก็ยังปากหมาอยู่วันยังค่ำ


หมับ ฉันตกใจเล็กน้อยเพราะไอ้พี่ครูซมันจับต้นแขนของฉันทั้งสองข้างก่อนจะออกแรงบีบเล็กน้อย


“รู้อะไรไหมฝานว่าลูกฝานน่ารักมาก” ฉันอึ้งเล็กน้อย จู่ๆ ทำไมพี่ครูซถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา


“เดาได้ไม่ยากว่าโตขึ้นมาต้องสวยแน่ๆ” สายตาคาดคั้นยังส่งมาอย่างไม่ลดละ


“…”


“รู้อะไรไหมว่าเมื่อวานลูกฝานยิ้มให้พี่ด้วย”


“พี่ครูซจะพูดอะไร เป็นบ้าเหรอ”


“ไม่ได้บ้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพ่อของลูกฝานจะต้องหล่อมาก” ประโยคสุดท้ายที่พี่ครูซพูดฉันเห็นพี่ครูซกัดริมฝีปากตัวเองเล็กน้อย แต่ฉันนี่สะอึกไปเลยโชคดีที่ก่อนออกจากบ้านไม่ได้กินข้าวมาไม่งั้นฉันจะต้องอ้วกพุ่งเดี๋ยวนี้แน่ๆ นี่ถ้าไม่ติดเรื่องที่ฉันปิดบังความจริงไว้ก็เท่ากับว่าพี่ครูซกำลังชมตัวเองอยู่ มายก็อด!


“พี่ครูซกำลังชมเฮียโอมอยู่นะ”


“จะบ้าเหรอ ใครชมมัน”


“ตัวเองเป็นคนพูดเองแท้ๆ” ฉันส่ายหน้าเล็กน้อย


“พี่หมายถึง...” พี่ครูซพูดขึ้นก่อนจะชะงักไป ฉันไม่รู้ว่าพี่ครูซต้องการจะพูดอะไรกันแน่หรือว่าพี่ครูซจะไม่เชื่อเรื่องผิงผิงเป็นลูกของเฮียโอม


“หมายถึงอะไร” เราสบสายตากันนิ่งๆ ราวกับสายตาของเราทั้งคู่จะสื่อถึงกันและกันได้ว่าต่างฝ่ายต่างคิดอะไรอยู่ ฉันไม่ได้โง่เพราะฉันรู้สึกได้ว่าจริงๆ แล้วพี่ครูซมีอะไรค้างคาใจ


“คืองี้ฝานฝาน พี่แค่อยากรู้ว่าเราสองคนจะคุยกันดีๆ ไม่ได้เลยใช่ไหม โอเคพี่รู้ว่าจริงๆ แล้วฝานอาจจะเคืองพี่เรื่องคืนวัน...”


“เรื่องคืนวันนั้นฝานลืมไปหมดแล้ว และฝานก็ยังยืนยันคำเดิมว่าให้พี่ครูซลืมๆ มันไปเหอะ” ฉันไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมฉันถึงต้องรู้สึกหวิวๆ ข้างในใจชอบกล ทั้งๆ ที่เรื่องนั้นก็ผ่านมานานแล้ว


“ฝานคิดว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่จะปล่อยให้มันผ่านไปง่ายๆ งั้นเหรอ” พี่ครูซขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ


“มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ หรือว่า.. พี่ครูซต้องการให้พี่กันตารู้เรื่องคืนนั้น” ฉันเลิกคิ้วเล็กน้อยเป็นเชิงท้าทายทั้งๆ ที่ฉันก็พอจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันก็ไม่สามารถปฎิเสธความรู้สึกของตัวเองได้เหมือนกันว่าฉันไม่รู้สึกอะไรเพียงแต่ว่าวันเวลาที่ผ่านไปฉันใช้ชีวิตและเรียนรู้กับความเจ็บปวดมามากพอแล้ว ฉันเสียน้ำตาเพราะผู้ชายตรงหน้ามามากพอแล้ว มันมากซะจนความรู้สึกของฉันมันเริ่มด้านชาไปเอง


“เรื่องวันนั้นที่พี่พูดพี่ยอมรับว่าพี่พูดไปเพราะอารมณ์ พี่ก็แค่ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปแต่ถ้าฝานคิดว่าพี่ไม่รู้สึกผิดอะไรเลยมันไม่ใช่เลยสักนิด”


“พี่ครูซไม่คิดบ้างเหรอว่าฝานจะเสียเวลาเพราะมัวแต่มาฟังพี่ครูซพูดจาไร้สาระ” ฉันขึ้นเสียงเล็กน้อยด้วยความโมโห จู่ๆ ผู้ชายตรงนั้นก็มารื้อฟื้นอดีตบ้าบอที่ควรจะลืมมันไปตั้งนานแล้ว จะรื้อฟื้นให้มันได้อะไรขึ้นมาต่อให้พี่ครูซจะรู้สึกผิดขึ้นมาจริงๆ มันก็สายไปแล้วกับความรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นที่ฉันเคยได้รับ แค่คำขอโทษคำเดียวมันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาหรอก ฉันแสร้งหันหน้าหนีก่อนจะถอนหายใจออกมา


“พี่รู้ว่ามันไร้สาระสำหรับฝาน” พี่ครูซบีบต้นแขนฉันแรงขึ้นเล็กน้อย “แต่พี่แค่อยากให้ฝานรู้ว่าพี่รู้สึกผิดกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น พี่แค่อยากให้ฝานรู้ว่าถ้าเกิด...”


เอี๊ยดดดดดดดดดดดดด เพราะเสียงเบรกรถที่ดังขึ้นกะทันหันจึงทำให้ฉันและพี่ครูซต้องหันไปมองด้วยความสงสัย


“ฝานฝาน” 


“เฮียโอม” ฉันคลี่ยิ้มเล็กน้อยเพราะคนที่ขับรถมาจอดข้างตัวของฉันกับพี่ครูซคือเฮียโอมนั่นเอง เฮียโอมถอดแว่นกันแดดสีดำออกตอนที่เปิดประตูลงมาจากรถ เมื่อคืนเฮียโอมนอนค้างที่บ้านฉันสงสัยกำลังจะไปเรียนพอดี พวกเฮียผากับเฮียโอมก็รุ่นเดียวกับพี่ครูซนั่นแหละเพียงแต่ว่าเฮียโอมกับเฮียผาเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยมาตั้งแต่เด็กแล้วถึงแม้ว่าลุงกับป้าของฉันจะมีฐานะที่ไม่ได้ลำบากอะไรมากมายแต่ค่าใช้จ่ายของฉันกับผิงผิงส่วนใหญ่ก็อยู่ในความดูแลของเฮียผา เมื่อก่อนฉันเคยขอเฮียผาออกไปทำงานเพราะสงสารเฮียผาแต่เฮียผาก็ไม่ยอม


               ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเพราะจู่ๆ เฮียโอมก็เดินมาโอบไหล่ฉันก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ บอกตรงๆ ว่าถ้าไม่ใช่เพราะเฮียโอมกำลังแสดงละครต่อหน้าพี่ครูซอยู่ฉันอาจจะคิดว่าเฮียโอมชอบฉันจริงๆ


“ก่อนออกมาลูกผิงเพิ่งกินข้าวเสร็จ ฝานใจร้ายมากนะที่ทิ้งสามีกับลูกออกจากบ้านมาก่อนถ้ารีบขนาดนั้นบอกเฮียก็ได้นิเพื่อฝานเฮียทำได้อยู่แล้ว” พูดจบเฮียโอมก็หัวเราะอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนฉันก็ได้แต่ส่งยิ้มเกร็งๆ กลับไป เฮียโอมเล่นใหญ่ไปไหมจริงๆ ฉันก็พอเข้าใจว่าเฮียโอมเป็นคนขี้เล่น


“เห็นเฮียโอมกำลังคุยกับเฮียผาอยู่ก็เลยไม่อยากเรียก”


“ทีงี้ล่ะมาเกรงใจไอ้ตอนที่นอนกอดเฮียทั้งคืนไม่เห็นจะเกรงใจเลย”


“หืมมม” ฉันครางในลำคอใส่เฮียโอมด้วยความตะลึงส่วนเฮียโอมก็ยังคงใบหน้ายิ้มละมุนอยู่แบบนั้น


“อ้อ แล้วนี่เพื่อนฝานเหรอมาหาแต่เช้าเชียว เอ คุ้นๆ หน้าอยู่นะใช่กลุ่มเมื่อวานที่มาใช่ไหม” เฮียโอมหันไปมองหน้าพี่ครูซก่อนจะส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตรส่วนพี่ครูซน่ะเหรอ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าพี่ครูซอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่แต่ถ้าให้ฉันเดานะฉันสัมผัสได้ว่าพี่ครูซกำลังพะอืดพะอม


“อืม” พี่ครูซพยักหน้าเล็กน้อย


“อ๋อ ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนฝานก็เหมือนเพื่อนฉัน ขอโทษทีนะที่เมื่อกี้ฉันพูดจาเลี่ยนๆ กับฝานฝานคือว่า.. ปกติเนี่ยฉันกับฝานฝานเราก็สวีทด้วยกันอยู่เป็นประจำฝานฝานน่ะน่ารักจะตายไปตัวก็นิ่มกอดทีนี่อุ่นเป็นบ้าเลย”


“เอ่อ เฮียโอมฝานว่าเราไปกันเหอะวันนี้ฝานรีบด้วยพอดีนัดเชวาไว้” เพราะสีหน้าพี่ครูซที่เริ่มอึมครึมขึ้นทุกทีนั่นแหละฉันถึงได้พูดแทรกขึ้นมา ฉันพอเข้าใจนะว่าพี่ครูซอาจจะรู้สึกโมโหเพราะความเลี่ยนของเฮีมโอมซึ่งมันเป็นนิสัยขี้เล่นประจำตัวของเฮียโอมอยู่แล้ว ส่วนพี่ครูซก็ปากหมาแถมยังชอบแหย่จนเป็นนิสัยพอสองคนมาเจอกันก็คงจะไม่ค่อยชอบหน้ากันเท่าไหร่ฉันรู้สึกได้


“อ่อ โอเคงั้นเราไปกันก็ได้เดี๋ยวเฮียไปส่งนะ” ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่ท่อนแขนของเฮียโอมจะขยับเป็นโอบรอบเอวฉันแทน ฉันหันไปมองพี่ครูซกระทั่งสบเข้ากับดวงตาเรียบเฉยคู่นั้น



CRUZ SPECIALS

ปังงง!! ผมกระแทกประตูคลับของไอ้สิงหาเสียงดังลั่นนี่ถ้าไม่ติดว่ายังมีความเกรงใจเพื่อนอยู่บ้างผมคงถีบประตูมันพังไปล่ะ


“ทีงี้ล่ะมาเกรงใจไอ้ตอนที่นอนกอดเฮียทั้งคืนไม่เห็นจะเกรงใจเลย” ผมแกล้งเลียนเสียงไอ้เฮียองเฮียโอมอะไรนั่นด้วยความหมันไส้ กรุณาอย่าเข้าใจผิดเพราะผมก็แค่หมันไส้ที่มันทำตัวหวานเลี่ยนกับผู้หญิงที่ไม่ชอบหวีผมแถมยังใส่กระโปรงไม่เป็นแบบฝานฝาน เอ่อ ถึงแม้ว่าตอนนี้ยัยนั่นก็พอจะรู้จักสะกดคำว่า ‘กระโปรง’ เป็นบ้าง.. เล็กน้อย


“อะไรของมึงวะ นี่ถ้าประตูร้านกูพังมึงต้องรับผิดชอบนะเว้ย” ไอ้สิงหาโผล่หน้ามาจากหลังเคาน์เตอร์ก่อนจะโยนกระป๋องเบียร์มาให้ผม “ไม่ฟรีนะ จ่ายเงินด้วย”


“เออ เดี๋ยวกูจะจ่ายให้มึงทั้งค่าเบียร์และค่าประตูเลยแต่ขอโทษทีประตูร้านมึงไม่ได้พังว่ะ” ผมยิ้มเล็กน้อยด้วยความเซ็งก่อนจะเดินไปหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาที่มีไอ้ขุนนั่งอยู่ก่อนแล้ว มันกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่แถมยังไม่รับรู้ถึงการมีตัวตนของผมสักนิด


“เฮ้ย ไอ้ขุนมึงคิดยังไงกับเรื่องฝานฝานวะ” ผมตัดสินใจหันไปถามไอ้ขุนเขาเพราะอย่างน้อยมันก็สนิทกับฝานฝานมากผมคิดว่ามันก็น่าจะต้องแปลกใจบ้างอะไรบ้าง


“ตอนแรกก็สงสัยแต่พอรู้เหตุผลกูก็หายสงสัยแล้ว” ไอ้ขุนเขามันพูดโดยไม่หันหน้ามามองผมสักนิดก่อนจะเปิดหนังสือพิมพ์หน้าถัดไป


“เฮ้ยไอ้ขุน มึงคิดว่าฝานฝานมันเป็นคนแบบนั้นหรอวะ” ไอ้ความรู้สึกหงุดหงิดแม่งจู่โจมใส่ผมอย่างจังผมไม่เข้าใจว่าผมเป็นอะไรกันแน่ อ้ออออผมรู้และ จริงๆ แล้วผมก็แค่เหม็นขี้หน้าไอ้เฮียองเฮีมโอมเท่านั้นเอง


“แบบไหนของมึงวะ” คราวนี้ไอ้ขุนมันใช้หางตามองผมเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิด สงสัยมันคงรำคาญที่ผมมาขัดจังหวะตอนมันกำลังอ่านข่าวอยู่


“ก็แบบ มึงก็รู้ว่าเมื่อก่อนฝานฝานไม่เคยมีแฟนพวกเราสนิทกับแก๊งฝานฝานจะตายไปใครๆ ก็รู้ว่าผู้หญิงแบบฝานฝานน่ะใส่กระโปรงยังไม่ค่อยจะเป็นเลยเห็นวันๆ ก็เอาแต่เมากับเพื่อนแล้วมันจะเอาเวลาไหนไปหาแฟนวะแถมไอ้แฟนที่ว่ายังเป็นเพื่อนของพี่ชายและที่สำคัญนะไอ้เฮียโอมอะไรนั่นน่ะดูทะเล้นเจ้าเล่ห์พิกล” คราวนี้ผมใช้เท้าถีบเก้าอี้ที่วางอยู่ตรงหน้าดังโครม โว๊ะ ทำไมวันนี้เห็นอะไรก็รู้สึกรกหูรกตาไปหมดวะ


“อ่าวเฮ้ยไอ้ครูซ คราวนี้มึงต้องจ่ายค่าเก้าอี้ด้วยนะเว้ย” เสียงไอ้สิงหาที่นั่งจิบเบียร์อยู่ข้างๆ ตะโกนขึ้นมา


“เออ เดี๋ยวกูจะจ่ายให้หมดทุกอย่างเลยถ้าวันนี้กูทำอะไรในร้านมึงพังไปบ้าง”


“ถามจริงวันนี้มึงเป็นอะไรของมึงวะเมื่อวานมึงก็หนีกลับก่อนเห็นบอกจะไปคุยโทรศัพท์ก็หายไปเลย” ผมชะงักเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ จะให้ผมบอกพวกมันได้ยังไงล่ะว่าจริงๆ แล้วผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่ วินาทีนี้ผมไม่รู้จริงๆ ว่าผมกำลังหวังอะไรอยู่


“เปล่าหรอก กูก็แค่โกรธที่ เอ่อ.. ไอ้ฝานมันแอบไปมีลูกไม่บอกพวกเราทั้งๆ ที่พวกเราก็สนิทกัน มึงจำได้ไหมว่าเมื่อก่อนกูเคยให้มึงสืบเรื่องฝานฝานว่ามันหายไปไหนขนาดมึงที่ขึ้นชื่อเรื่องเสือกเรื่องชาวบ้านแถมยังเป็นสายสืบตัวพ่อมึงยังสืบเรื่องฝานฝานไม่ได้เลย” จะว่าไปผมก็ยังสงสัยเรื่องนี้ไม่หาย


“นี่คงกลัวฉันรู้เรื่องผิงผิงมากเลยสินะ” ผมพูดกับตัวเองเบาๆ ด้วยความหงุดหงิด


“ไอ้ครูซมึงว่าอะไรนะ” ไอ้สิงหาพูดขึ้น


“ห่ะ อ๋อ เปล่าหรอกกูหมายถึงว่าไอ้ฝานมันคงกลัวพวกเรารู้เรื่องผิงผิงมากเลยสินะ”


“เออ แต่ไอ้ฝานมันก็แบล็คดีจริงๆ แหละตอนนั้นกูให้ลูกน้องพ่อสืบเรื่องฝานฝานยังสืบไม่ได้เลยรู้แค่ว่าย้ายบ้านไปแล้วแค่นั้นแหละท่าทางพี่ชายฝานฝานก็ร้ายไม่เบามึงเห็นสายตาที่มันมองพวกเราเมื่อวานไหมวะนี่ถ้าไม่ติดว่าเพิ่งเคยเจอพี่ชายฝานฝานครั้งแรกกูยังคิดเลยว่ากูกับมันเคยเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับมันมาก่อน ไอ้โอมอะไรนั่นก็อีก”


“ถึงว่าทำไมวันนั้นตอนอยู่โต๊ะสนุ๊กกูถึงได้ยินมันเรียกผิงผิงว่าลูกผิง” 


“ก็เขาพ่อลูกกันเรียกลูกผิงก็ไม่เห็นแปลก” ผมหันไปมองไอ้ขุนเขาที่กำลังนั่งกระดิกเท้าไปมาอย่างอารมณ์ดีเห็นมันนั่งเงียบมานานบทจะพูดขึ้นมาปากมันก็วอนโดนตีนสุดๆ


“หน้าไม่เห็นจะเหมือนกันสักนิด” ผมบ่นกับตัวเองเบาๆ แต่ไอ้เพื่อนเวรมันเสือกได้ยินอีก


“แล้วถ้ามึงคิดว่าผิงผิงหน้าตาไม่เหมือนพ่อ ถ้างั้นมึงคิดว่าผิงผิงหน้าตาเหมือนใครล่ะ”


“ก็เหมือน..” ผมชะงักประโยคสุดท้ายเอาไว้


“เหมือนนนน” ไอ้ขุนมันถามย้ำอีกครั้ง


“ก็เหมือนนน” กูจะพูดได้ยังไงล่ะว่าเหมือนกู พวกมึงไม่ใช่กู พวกมึงไม่ใช่กูที่พบว่าตัวเองตื่นขึ้นมาในสภาพนอนกอดกับฝานฝานแถมยังพลาดมีอะไรกันแบบไม่ได้ป้องกันพวกมึงจะไปเข้าใจอะไรล่ะจ้างให้กูก็ไม่เชื่อว่าไอ้โอมอะไรนั่นน่ะเป็นพ่อของผิงผิง เหอะ เห็นๆ กันอยู่ว่าผิงผิงหน้าตาดีถอดแบบใคร แต่ก็นั่นแหละผมก็ได้แต่คิดเองเออเองในใจคนเดียว


“เหมือนนนน”


“เหมือนไอ้ฝานไง” ในที่สุดผมก็หาคำตอบให้ตัวเองได้แล้วไม่งั้นไอ้ขุนเขามันต้องกวนผมไม่เลิกแน่ๆ ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมไอ้ขุนเขามันถึงจ้องหน้าผมเหมือนคนที่กำลังมีอะไรอยู่ในใจด้วย


“หึ ถามจริงมึงว่างมากเลยสิถึงเอาเวลามานั่งสงสัยว่าผิงผิงหน้าเหมือนใครระวังเหอะกันตาจะมาแหกอกมึงได้ข่าวมาว่าพักนี้มึงกับกันตามีปัญหากันบ่อยไม่ใช่เหรอ”


“เออ เรื่องเดิมๆ”


“ไอ้ครูซมึงคิดดีแล้วเหรอเรื่องแต่งงานกับกันตา” ไอ้สิงหาถามขึ้นมาทั้งๆ ที่มันแทบจะไม่เคยยุ่งเรื่องส่วนตัวของผมเลย


“มึงมีอะไรหรือเปล่าวะ”


“ก็.. เออ เปล่า ไม่มีอะไรหรอกกูก็แค่ถามเฉยๆ”


“จริงๆ เมื่อก่อนกูก็เคยมั่นใจว่ากันตาอาจจะเป็นผู้หญิงคนสุดท้ายของกูแต่ว่า..” จู่ๆ ใบหน้าของฝานฝานก็ลอยเข้ามาในหัวผม นี่ผมคิดไม่ออกเลยนะว่าถ้าเรื่องทุกอย่างมันไม่ได้เป็นอย่างที่ฝานฝานพูดและถ้าเกิดว่าผิงผิงเป็นลูกสาวของผมจริงๆ ผมคงเป็นพ่อที่แย่มากๆ เพราะผมเป็นคนเลือกที่จะทิ้งฝานฝานกับลูกไปตั้งแต่เช้าวันนั้นที่ผมบอกฝานฝานว่าไม่ให้พูดเรื่องของเรากับคนอื่น


“หรือว่ามึงมีสาวใหม่แล้ววะ ฮ่าๆๆ” ไอ้สิงหาหัวเราะอยู่ข้างๆ หูผมแต่ผมกลับหัวเราะไม่ออกเลยสักนิด


“จะว่าไปไม่ได้เจอไอ้ฝานมันตั้งนานกูเพิ่งรู้นะว่ามันจะสวยขนาดนี้แค่ไว้ผมยาวเปลี่ยนจากใส่กางเกงมาใส่กระโปรงบ้างน่ารักเป็นบ้าเลยว่ะนี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นน้องกูคงจีบไปนานล่ะ”


“มึงจะบ้าเหรอ มึงจะไปจีบไอ้ฝานมันได้ไงไอ้ฝานมันมีลูกมีแฟนไปแล้วไม่เห็นเหรอ” ผมหันไปตบหัวไอ้สิงหาอย่างลืมตัว


“ก็เห็น แต่ทำไมมึงต้องตะคอกใส่กูทำอย่างกับตัวเองเป็นผัวไอ้ฝานด้วยวะ”

“…”

END CRUZ SPECIALS









[loading....150%]

 





 

Talk
  

**มาแล้วจ้าาาาขอโทษที่หายไป 2 วัน อิอิ จบตอนแล้วนะ

พี่ครูซแลดูกระวนกระวายใจเรื่องผิงผิงจนเพื่อนเริ่มสงสัยแล้วนะย่ะ

เก็บอาการหน่อยพี่ถ้าไม่อยากให้ความแตก หรือไม่ก็บอกความจริงกับเพื่อนไปเลย

ว่าเคยพลาดมีอะไรกับฝานฝานไม่แน่ว่ากำลังเสริมอาจจะเยอะกว่าเดิม หุหุ 

ถ้าชอบครูซกับฝานฝานก็ฝากเม้นโหวตด้วยน้าาาา ขอบคุณค่าา :) 

กลับหน้าเพจ คลิก




Devil's Set

Devil's Flower สยบหัวใจซาตาน [พูม่า&ชิลิน] 


Devil's Rival เดิมพันอันตราย [ฮันเตอร์&บีน่า] 




The Wars of Love สงครามหัวใจ อ่านคลิกรูป



Devils Heart หลุมพรางใจ เป็นภาคต่อฮันเตอร์ค่ะ












1 เม้น 1 โหวต 1 แชร์ = ล้านกำลังใจนะคะ ขอบคุณทุกคนมากๆ ค่าาาาา :)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 156 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,800 ความคิดเห็น

  1. #4422 150221 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 23:36
    ตะคอกเพื่อนทำไมคะ
    #4,422
    0
  2. #1848 super__p (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 01:12
    ก็ผัวไง เฮียคงอยากพูดจะแย่
    #1,848
    0
  3. #1810 venus6 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 21:55
    เรืองนี้สนุกอ่ เพิ่งเจ้ามาอ่านชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,810
    0
  4. #1807 Miw Kwanchanok (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 11:08
    โดนไปเด้งที่สาม5555น่าสงสารเขานะค่ะทำตัวมีพิรุธตลอดเลยอิพี่ครูซซซซ
    อิพี่ขุนเขานี่รู้อะไรรึเปล่าเขาต้องรู้เเน่ๆเลยอ่ะะะ
    #1,807
    0
  5. #1707 Hanna_Nohana (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 13:27
    จัดหนักๆให้กระอักเลือดตายไปเลย...55555
    #1,707
    0
  6. #1694 Bruto (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 10:29
    เฮียครูซพึ่งรู้ตัวหรอว่าแย่5555555
    #1,694
    0
  7. #1663 NAME :: Aida (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 17:56
    เฮียเงิบเลยจ้า
    #1,663
    0
  8. #1622 Khaimuk1910 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 21:42
    เฮียคงพูดในใจ เออก็ผัวไง 555
    #1,622
    0
  9. #1621 tikkiitikkii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 20:44
    โอ้ยพี่ครูซ
    #1,621
    0
  10. #1620 Naderndai (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 19:15
    ฮะฮะฮ่า สมน้ำหน้า
    #1,620
    0
  11. #1619 ULTARJIRAPAT (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 18:22
    กรี๊ดมากก บอกแล้วพ่อลูกเค้าสื่อถึงกันได้ ยังไงครูซก้อต้องระแคะระคายบ้างแหละ
    #1,619
    0
  12. #1618 Menajung09 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 16:15
    ชอบๆๆๆ สนุกค่า
    #1,618
    0
  13. #1617 Menajung09 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 16:15
    มาอรกนะ รอๆๆๆ
    #1,617
    0
  14. #1615 annjaijai (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 15:06
    ถ้าไม่อยากให้งอนก็อัพบ่อยๆเยอะๆนะไรท์นะ
    #1,615
    0
  15. #1614 gongjuzyx (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 14:40
    ทำไมอีพี่ครูซถึงหวงเเรงขนาดน้านนนน
    #1,614
    0
  16. #1613 gongjuzyx (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 14:39
    สนุกมากกกกกก
    #1,613
    0
  17. #1612 dreamptk (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 11:44
    สิงหารู้แน่ๆ
    #1,612
    0
  18. #1611 iinm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 10:31
    แล้วไปตะคอกเพื่อนทำไมพี่ครูซ ยอมรับความจริงไปก็จบ
    #1,611
    0
  19. #1610 littleearn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 10:29
    รำคาญครูซ ลำไยดิ้นอะไรนักหนา ฝานจีบเฮียโอมแทนเลย! ไม่ต้องไปสนใจครูซบอกเฮียผาจัดการเลย!
    #1,610
    0
  20. #1609 หมีน้อย สีน้ำตาล (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 09:59
    ครูซไม่ควรโลภมากนะ
    #1,609
    0
  21. #1607 ป้า TIP (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 09:08
    ดิ้นน่าดูเลยนะอิครูซ...อิขุนเขา แกรู้ใช่ป่ะ 
    #1,607
    0
  22. #1606 Departure (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 09:08
    จึ่กเลย พี่สิงห์พูดแทงใจดำมากกกก
    #1,606
    0
  23. #1605 กระดานสีชมพู (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 08:46
    อย่าๆ อย่ามาทำหวงที่ตอนทำไม่เห็นคิดที่งี้ละมาหวงมาแคร์ถะโล่มากคะอีพี่ครูซ
    #1,605
    0
  24. #1604 kuborii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 08:08
    ครูซ เป็นผัวของ ฝานฝาา จีจีน่ะ 555
    #1,604
    0
  25. #1603 BMS_tangtang (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 08:03
    ก็กูเป็นไง(คิดในใจ)
    #1,603
    0