DADDY'OOO ซ่อนรัก [ทำมือ+E-book]

ตอนที่ 5 : DADDY'OOO ซ่อนรัก 3 : : ผิงผิง [loading....150%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,459
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 125 ครั้ง
    4 เม.ย. 60





3

ผิงผิง

‘ชื่อผิงผิง ชื่อคล้องกับชื่อของลุงผาเลย’

‘ดีแล้ว หลานเฮียก็ต้องชื่อคล้องจองกับชื่อเฮียสิฝานฝาน’

‘อืม..’

‘ดีกว่าไปคล้องกับชื่อไอ้เวรนั่น..’




CRUZ SPECIALS

“ได้ข่าวมาว่าเด็กใหม่คณะศิลปกรรมศาสตร์สวยโคตร เฮ้ยไอ้ครูซมึงว่าไงไปส่องหน่อยไหมว่ะ” ไอ้สิงหาพูดขึ้นก่อนจะหันมาทางผมด้วยสายตาแบบรู้กัน


“ถ้ามึงไปมึงอาจจะโดนกันตาแหกอก” ไอ้ขุนเขาที่นั่งข้างผมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ


“สวยไม่สวยไม่รู้ แต่เห็นไอ้แดนบอกว่าเซ็กซี่โคตร นมนี่แบบ วู้วววว” ไม่พูดเปล่าแถมยังทำหน้าหื่นใส่อีก


“ไม่เห็นจะเสียหายแค่ไปส่องไม่ได้นอกใจ” ไอ้กุนซือเสริมอีกเสียง


“บอกเลยว่าเด็ดกว่ากันตาอีก” ตามมาด้วยเสียงยุยงของไอ้สิงหาเช่นเดิม


“โว๊ะ นี่พวกมึงเห็นกูเป็นคนยังไงว่ะ เห็นเจอสาวเด็ดๆ หรือรุ่นน้องสวยๆ เอะอะก็ชวนกู” ผมว่าก่อนจะส่ายหัวไปมาอย่างเอือมๆ ก่อนจะหยิบขวดน้ำส้มขึ้นมาดูด


“แหมมมม ก็กูเห็นว่ามึงน่าจะชอบเห็นช่วงหลังมานี่มึงทะเลาะกับกันตาบ่อยๆ กลัวมึงจะเครียด” ไอ้สิงหาตบบ่าผมเบาๆ


“กูจะเครียดก็เพราะพวกมึงชวนกูไปดูอะไรแบบนี้เนี่ยแหละ”


“แล้วมึงจะไปไหมล่ะ”


“…” ผมครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะหันไปจ้องหน้าไอ้กุนซือนิ่งๆ


“โอเคในเมื่อมึงไม่ไปถ้างั้นกูไปและ” ไอ้สิงหาว่าก่อนจะหันไปคว้าคอเสื้อไอ้กุนซือก่อนจะลากกันไปอีกทาง


“อ้าว เฮ้ย กูยังไม่ทันพูดเลยว่ากูจะไม่ไป” ผมหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะตะโกนไปทางไอ้พวกเพื่อนเวร เอาหน่า ก็แค่มอง ไม่ได้จีบซะหน่อยเพราะแค่นี้ปัญหาที่มีมันก็มากเกินพอแล้ว


“เหอะ กูว่าแล้วน้ำหน้าอย่างพวกมึง” เสียงไอ้ขุนเขาดังขึ้นด้านหลังผมก่อนที่มันจะเดินตามมาเงียบๆ แล้วไงว่ะ มึงด่าพวกกูแต่มึงก็เดินตามพวกกูมานิ



คณะศิลปกรรมศาสตร์

“นี่พวกเฮียถึงขนาดพากันมานั่งส่องสาวคณะนี้กันเลยเหรอ” ไอ้แดนกับไอ้เหนือเดินมาหาพวกผมก่อนจะส่งเสียงแซวมาแต่ไกล


“เออดิว่ะ มีของดีก็ต้องมาแอบมองหน่อยว่าแต่พวกมึงเหอะมาทำอะไรกันแถวนี้” ไอ้กุนซือพูดขึ้น


“อ่อ พอดีผมแวะเอาของมาให้เพื่อนที่คณะนี้”


“ผู้หญิงหรือผู้ชายว่ะ”


“ฮ่าๆๆๆ ตลอดเลยนะพี่สิง ผู้ชายครับพี่เอาไหมล่ะถ้าพี่ชอบเดี๋ยวผมจะให้เบอร์มัน”


“โธ่ ไอ้เวร กูชอบผู้หญิงเว้ยไม่ใช่ผู้ชาย”


“ฮ่าๆๆๆ จะรู้เหรอ เห็นพี่แลดูสนอกสนใจ”


“เฮ้ย นั่นพี่ครูซเหรอ” เสียงคุ้นหูดังขึ้นจากอีกฝากแถมยังตะโกนเรียกซะดังลั่นแก๊งผมก็เลยหันไปมองทางที่มาของเสียงแทบจะพร้อมกัน และพอผมเห็นหน้าเจ้าของเสียงนั้นนั่นแหละผมก็คลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยเพราะเจ้าของเสียงคือรุ่นน้องจากโรงเรียนเก่าที่ผมสนิทมาก พอขึ้นมหาลัยก็บังเอิญสอบติดที่เดียวกันอีก ยัยนั่นชื่อแพนด้าหรือรู้จักกันในฉายาหมีแพนด้า เจอกันทีไรสภาพอดหลับอดนอนตลอดเห็นว่าเด็กสาขาออกแบบทั้งหลายงานเยอะมากทำงานกันหามรุ่งหามค่ำกันเลย


“โอ๊ย นึกว่าใคร แพนด้านี่เองน่ารักชะมัดเลย” ไอ้สิงหาเพื่อนเวรแถมปากยังไม่อยู่สุขสะกิดผมยิกๆ ผมก็เลยตบหัวมันกลับไป


“อ้าว แพนด้า ว่าไงเรา” 


“พี่ครูซเนี่ยหาตัวจับยากเป็นบ้า ช่วงนี้ไม่ค่อยเจอพี่ครูซเลย” แพนด้าเดินมาหาผมด้วยสภาพข้าวของเต็มมือไปหมด ทั้งกระเป๋า กระบอกเขียนแบบแล้วก็กระดาษอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมด


“โห่ พี่อยู่ปีสี่แล้วนะแพนด้า งานเยอะเป็นธรรมดา” ผมเดินเข้าไปช่วยแพนด้าถือของก่อนจะเอามาวางลงตรงโต๊ะม้าหิน ถ้าตาไม่ฝาดไปผมแอบเห็นนะว่าไอ้สิงหากับไอ้แดนจ้องแพนด้าตาเป็นมันเลย แต่ถ้าผมพูดอะไรออกไปพวกมันก็คงแห้วไปตามๆ กันเพราะแพนด้าน่ะมีคนที่ชอบอยู่แล้วเป็นรุนพี่ที่คณะเดียวกันรู้สึกจะชื่อว่าดีเซล แต่หมอนั่นมันย้ายไปเรียนที่เมืองนอก เมื่อก่อนแพนด้ามันมาปรึกษาปัญหาหัวใจกับผมเป็นประจำ แต่ไม่พูดดีกว่าพอดีว่าอยากเห็นเพื่อนสนิทกับรุ่นน้องกินแห้วไปตามๆ กัน


“แต่ก็ยังอุตส่าห์มีเวลามาส่องสาวเนอะ” แพนด้าเบ๊ะปากใส่ผมอย่างรู้ทัน


“ก็.. นิดนึงแหละ”


“เดี๋ยวก็ทะเลาะกับแฟนอีกหรอกพี่ครูซ จะบอกให้นะว่าแฟนพี่น่ะเวลาอาละวาดแม่งโคตรจะน่ารำคาญเลย”


“ใช่ๆ พี่ก็คิดแบบนั้นเหมือนกันเลยน้องแพนด้า” จู่ๆ ไอ้สิงหามันก็เสนอหน้าขึ้นมาก่อนจะเดินมายืนข้างๆ ผม


“เอ่อ ค่ะ” แล้วไอ้สิงหาก็เอาแต่จ้องแพนด้าอย่างโจ่งแจ้งจนแพนด้ามันต้องหันมาส่งสายตาให้ผมบอกตรงๆ ว่าตอนนี้เพื่อนผมแม่งโคตรเหมือนคนโรคจิตเลยก็รู้ว่าชอบแต่มึงช่วยเก็บอาการหน่อยได้ไหมครับคุณเพื่อน แต่โชคดีที่กุนซือมันรู้ทันเพราะมันเดินเข้ามาลากคอไอ้สิงหาอย่างรู้งานจนผมต้องหลุดหัวเราะออกมา


“นี่ จะบอกอะไรให้นะพี่ครูซ คณะแพนด้าอ่ะสาวน่ารักเยอะมากเลย แต่มีอยู่คนนึง คนนี้ด้าขอนำเสนอน่ารักจริงอะไรจริงอยู่ปีหนึ่ง ตอนแรกด้าก็เข้าใจว่าเป็นรุ่นน้องแต่ความจริงแล้วรุ่นเดียวกันรู้สึกเหมือนกับว่าจะย้ายคณะมา” แพนด้ามันพูดไปแล้วก็ทำหน้าเจ้าเล่ห์ไปด้วยจนผมเริ่มสงสัย


“พูดแบบนี้แสดงว่าต้องเด็ดมาก ไม่งั้นแพนด้าคงไม่กล้ามาเสนอพี่แบบนี้หรอก”


“บอกได้คำเดียวเลยว่า กันตาชิดซ้ายไปเลย” แพนด้าพูดขึ้นพร้อมทั้งกอดอกก่อนจะหันหลังพิงเข้ากับโต๊ะม้าหิน


“อ่าหะ แพนด้าพูดถึงขนาดนี้พี่เริ่มอยากจะรู้จักแล้วสิ” ผมพยักหน้าทำทีว่าคล้อยตามก่อนจะหันไปมองหน้าไอ้ขุนเขา มันก็เลยยักไหล่ใส่ผมกลับมา ทั้งชีวิตผมเจอสาวสวยมาก็เยอะจะเด็ดแค่ไหนเชียวที่แพนด้ามันว่าน่ะ


“เดี๋ยวพี่ครูซก็เจอ พอดีเมื่อกี้เพิ่งเดินสวนกันมาแล้วด้าก็มาเจอพี่ครูซก่อนพอดี บอกเลยว่าคนนี้น่ะเคยโดนเล็งให้เป็นดาวคณะด้วยแต่น่าเสียดายที่น้องเขาดันปฎิเสธไป”


“ขนาดนั้นเลย” ชักอยากเห็นหน้าแล้วแหะ


“เอ้า นั่นไง มาพอดีเลยฝานฝาน” 


             แพนด้ามันตะโกนขึ้นอีกครั้งก่อนจะโบกไม้โบกมือเรียกใครบางคนที่กำลังยืนคุยอยู่กับกลุ่มเพื่อน ผมจะไม่ตกใจเลยถ้าชื่อที่ไอ้แพนด้ามันเรียกจะไม่บังเอิญไปเหมือนกับชื่อของ.. ฝานฝาน จู่ๆ ภายในอกผมก็รู้สึกวูบวาบผิดปกติก่อนที่ทุกคนในแก๊งรวมถึงไอ้แดนกับไอ้เหนือจะหันมามองหน้ากันด้วยความตกใจ แต่ว่า.. จะใช่เหรอ? ผมค่อยๆ หันไปทางทิศทางนั้นอีกครั้งก่อนจะพบกับผู้หญิงที่ชื่อฝานฝาน ผู้หญิงคนนั้นผมยาวจนถึงกลางหลังแถมยังทำผมสีน้ำตาลแดงผิดกับฝานฝานที่ผมรู้จักเพราะยัยนั่นผมสั้นสีดำสนิท ผู้หญิงคนนั้นใส่กระโปรงนักศึกษาทรงเอเหนือเข่าเล็กน้อย หุ่นดีมาก รูปร่างสูงกำลังพอดี แถมผิวยังขาวมากด้วย ช่วงจังหวะที่ผู้หญิงคนนั้นเสยผมมันทำให้ผมนึกไปถึงใครบางคนในอดีตที่จู่ๆ ก็หายไป ไม่ใช่แค่ติดต่อไม่ได้แต่หายไปชนิดที่ว่าย้ายบ้านหนีกันเลยทีเดียว


             จนกระทั่งผู้หญิงคนนั้นค่อยๆ หันหน้ามาทางผม ช่างน่าแปลกที่สายตาของเราประสานกันอย่างจังราวกับนัดกันไว้ก่อนหน้า ริมฝีปากแดงระเรื่อขยับขึ้นลงเล็กน้อยทันทีที่เห็นผม หัวใจผมเต้นรัวเร็วทันทีที่สายตาของเราประสานกัน ต่อให้ผู้หญิงคนนั้นจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน ต่อให้ผู้หญิงคนนั้นจะผมยาวขึ้น เปลี่ยนสีผม หุ่นดีกว่าเดิม หรือมีอะไรที่แปลกไปจากเดิม แต่ไม่.. ไม่มีทางที่ผมจะจำผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ ครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันที่ร้านอาหารผมยังจำสายตาที่ผู้หญิงคนนั้นใช้มองผมได้อย่างดี


“ฝานฝาน” ผมกระซิบกับตัวเองเสียงเบา และยังเป็นจังหวะเดียวกับที่ฝานฝานหันหลังใส่ผมก่อนจะเดินหนีไปอีกทาง ไม่ใช่แค่เดินหนีแต่ฝานฝานกำลังวิ่งหนี


“ฝานฝาน เดี๋ยว” ชั่วขณะนั้นผมแทบไม่ได้คิดอะไรต่อ แทบไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าผมจะจำคนผิดหรือเปล่าเพราะผมติดสปีดวิ่งตามฝานฝานแทบจะทันที เธอหนีอะไร ที่ผ่านมาเธอหนีอะไรกันแน่ฝานฝาน เธอมีปัญหาอะไร หรือจริงๆ แล้วเธอหนีพี่กันแน่ วันนี้ผมจะต้องรู้คำตอบให้ได้

END CRUZ SPECIALS



“ฝานฝาน เดี๋ยว ฝาน” เสียงพี่ครูซดังขึ้นไล่หลังตามมาติดๆ ในขณะที่ฉันก็ออกแรงวิ่งหนีพี่ครูซอย่างสุดพลัง ให้ตายเหอะ อุตส่าห์หนีแล้วเชียว นี่ฉันลงทุนเปลี่ยนคณะหนีเชียวนะหมอนั่นยังตามมาเจอจนได้ จริงๆ เวลามันก็ผ่านมานานแล้วอีกแค่นิดเดียวเท่านั้นพี่ครูซก็จะเรียนจบแล้ว ถ้าพี่ครูซเรียนจบก็จะต้องออกไปจากที่นี่ชีวิตฉันก็จะสบายขึ้นกว่านี้ แต่ใครจะไปคิดว่าวันดีคืนดีโลกจะเหวี้ยงให้ฉันต้องมาเจอกับพี่ครูซอีก


“ฝานฝาน นั่นเธอใช่ไหม เฮ้ หยุดนะ”


“ไม่หยุดโว้ยยยย เลิกตามซะที” ฉันพูดกับตัวเองเบาๆ และไม่ได้หันกลับไปมองเลยสักนิดว่าพี่ครูซวิ่งมาถึงไหนแล้ว ตอนนี้รับรู้แค่ว่าเสียงพี่ครูซดังมากราวกับว่ากำลังจะถึงตัวฉันแล้ว


“ต้องใช่เธอแน่ๆ ฝานฝาน หยุดเลยนะ หนีพี่ทำไม” พี่ครูซยังคงตะโกนไม่เลิก


“เชื่อสิว่านายไม่อยากรู้หรอกว่าฉันหนีนายทำไม” ฉันส่งเสียง ‘หึ’ ในลำคอเบาๆ


“ไม่หยุดใช่ไหม ถ้าฉันจับได้นะโดนดีแน่ฝานฝาน”


“ไม่กลัวหรอกเว้ย” ฉันเบ๊ะปากเล็กน้อยก่อนจะออกแรงวิ่งให้เร็วขึ้น แต่หมอนั่นก็แรงควายและวิ่งเร็วมากเช่นกัน


“ครูซ เฮ้! ที่รัก นายกำลังจะวิ่งไปไหน” เสียงคุ้นหูดังขึ้นจากอีกฟากของถนนในมหาลัยนั่นจึงทำให้พี่ครูซชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหยุดวิ่ง ฉันเลยตัดสินใจหันกลับไปมองก่อนจะพบว่าเป็นพี่กันตานั่นเองที่กำลังตะโกนเรียกพี่ครูซยัยนั่นดูไม่เปลี่ยนไปเลยแหะ แต่ก็ถือว่าเป็นโชคดีของฉันเพราะจังหวะที่ฉันหันกลับไปพี่ครูซก็กำลังหันกลับไปหาพี่กันตาเช่นกัน เห็นแบบนั้นฉันก็เลยตัดสินใจวิ่งต่อ เหอะ นายตามฉันไม่ทันหรอก



สิบห้านาทีต่อมาหลังจากที่ฉันออกจากมหาลัยเรียบร้อยแล้วฉันก็เลยตัดสินใจแวะร้านกาแฟหน้ามหาลัยเพราะรู้สึกหิวน้ำ ประเด็นสำคัญก็คืออากาศมันร้อนมากๆ น่ะสิ อีกอย่างหมอนั่นคงไม่ตามฉันมาแล้วแหละก็รู้ๆ กันอยู่ว่าพี่กันตาน่ะตัวติดกับพี่ครูซขนาดไหน แต่พอคิดอีกทีก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้สิ่งที่ฉันกำลังเป็นอยู่ตอนนี้มันเรียกว่าหนีเสือปะจระเข้หรือเปล่า


“...”


“เธอเป็นใคร” ฉันนิ่งค้างอยู่ตรงหน้าประตูทันทีที่เห็นไอ้เหนือกับไอ้แดนนั่งลงที่โต๊ะตรงกลางร้าน สองคนนั้นประสานสายตามาที่ฉันแทบไม่กระพริบ


“อะ...”


“ทำไมเธอถึงหน้าตาคล้ายไอ้ฝาน” ไอ้แดนลุกขึ้นก่อนจะค่อยๆ สาวเท้าเข้ามาหาฉันอย่างช้าๆ ในขณะที่ฉันก็ค่อยๆ ก้าวเท้าถอยหลังจนแผ่นหลังของฉันชนเข้ากับประตู


“ไม่ ไม่ใช่ ไอ้ฝานมันไม่ได้สวยเหมือนเธอ”


“ขะ ขอบคุณ ฉะ ฉันไม่ใช่ฝะ ฝาน” ฉันตอบกลับไปแบบตะกุกตะกัก และยังเป็นจังหวะเดียวกับที่ไอ้เหนือมันกระโดดตัวขึ้นมาจากโซฟาก่อนจะหันมามองทางฉันด้วยสีหน้าครุ่นคิด สองแขนของมันกำลังกอดอกอยู่


“ถ้าอย่างงั้น.. เมื่อกี้นี้เธอวิ่งหนีพี่ครูซทำไมล่ะ” ไม่พูดเปล่าด้วยเว้ยเฮ้ย เพราะอยู่ดีๆ ไอ้แดนมันก็ยกฝ่ามือขึ้นก่อนจะวางลงบนประตูแถมยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ฉันด้วย ทำแบบนี้แล้วฉันจะหนีไปไหนได้ล่ะว่ะ


“ฉะ ฉันไม่รู้จัก คะ ครูซไหน พอดีฉันรีบกลับบ้าน” ฉันตอบกลับไป และยังต้องพยายามประสานสายตากับไอ้แดนด้วยเพราะถ้าฉันหลบมันต้องคิดว่าฉันโกหกแน่ๆ เผลอๆ มันอาจจะรู้แล้วว่าฉันกำลังโกหก


“ไอ้ฝาน” ไอ้แดนเรียกชื่อฉันพร้อมกับกดเสียงต่ำลง


“มะ ไม่ใช่”


“ฝานฝาน”


“ไม่ใช่ๆ”


“ไอ้แดน” จู่ๆ เสียงไอ้เหนือก็ดังขึ้นที่ด้านหลังไอ้แดนก่อนที่มันจะค่อยๆ ก้าวเท้าเดินมาจนกระทั่งมาหยุดอยู่ข้างๆ ไอ้แดน สองมือมันยังคงกอดอกไว้เหมือนเดิมก่อนจะจ้องหน้าฉันนิ่งๆ


“เขาก็บอกอยู่ว่าเขาไม่ใช่ไอ้ฝานมึงยังจะไปเซ้าซี้ทำไม” ไอ้เหนือหันไปพูดกับไอ้แดนก่อนจะหันมามองที่ฉันอีกครั้ง “อย่าลืมซิว่าไอ้ฝานมันทิ้งเพื่อนไปแล้ว คนใจร้ายแบบมันถ้าคิดจะไปก็ไปคงไม่บ้ามายืนอยู่ตรงนี้หรอก” ฉันกับไอ้เหนือสบตากันนิ่งๆ เป็นเพื่อนกับมันมานานทำไมฉันจะไม่รู้ว่าสายตาที่มันใช้มองฉันเป็นสายตาของคนที่กำลังโกรธอยู่


“ขอโทษด้วยนะครับที่รบกวน” กระทั่งไอ้เหนือมันเป็นฝ่ายเปิดปากพูดก่อนๆ จะลากไอ้แดนออกไปจากร้าน มันเหมือนกับว่าโลกกำลังหยุดหมุนเพราะฉันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานสองนาน ครั้งนั้นที่ฉันตัดสินใจไปฉันก็คิดว่าฉันตัดสินใจดีแล้วเพราะฉะนั้นฉันก็ต้องยอมรับผลตอบรับที่จะต้องตามมาหลังจากนั้น และวันนี้เป็นวันที่ฉันได้กลับมาเจอกับผู้คนในอดีตอีกครั้งฉันรู้อยู่แล้วว่าอะไรๆ มันก็คงจะไม่สงบสุขเหมือนแต่ก่อนอีก


 

“หวัดดีค่ะป้า” ฉันเหวี่ยงกระเป๋าลงบนโซฟาเบาๆ ก่อนจะเดินไปหาผิงผิง ส่วนป้าของฉันก็กำลังป้อนผลไม้ให้ผิงผิงอยู่ ฉันคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงข้างๆ ป้า ผิงผิง เป็นลูกสาวของฉันเอง ตอนนี้ผิงผิงอายุครบเจ็ดเดือนแล้ว นับจากวันนั้นนี่ก็ผ่านมาปีกว่าแล้ว ย้อนนึกไปถึงวันนั้นที่ฉันตัดสินใจดรอปเรียนเพราะฉันตั้งใจจะเก็บผิงผิงไว้ ถึงแม้ว่าผิงผิงจะเกิดมาจากความไม่ตั้งใจของฉันกับพี่ครูซแต่ผิงผิงก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน ในตอนนั้นความคิดแรกที่ฉันคิดได้หลังจากรู้ว่าตัวเองท้องก็คือการทำลายผิงผิงแต่ฉันก็ทำไม่ลง คิดแล้วก็ตลกดีเหมือนกันนะว่าถ้าหากวันนั้นฉันตัดสินใจบอกพี่ครูซไปว่าฉันท้องอะไรจะเกิดขึ้น แน่นอนว่าพี่ครูซอาจจะต้องรับผิดชอบฉันรู้จักพี่ครูซมานานถึงแม้ว่าพี่ครูซจะมีนิสัยกวนประสาทไปบ้างแต่พี่ครูซก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น แต่ว่า.. ฉันก็พอจะเดาออกว่าการแสดงความรับผิดชอบของพี่ครูซจะมาในรูปแบบไหน พี่ครูซอาจจะรับผิงผิงแต่พี่ครูซก็ไม่มีทางเลิกกับพี่กันตาแน่นอน ฉันคงทนไม่ได้ถ้าพี่ครูซจะมาเอาลูกไป แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือฉันตกลงกับพี่ครูซไว้แล้วว่าฉันจะไม่เข้าไปทำลายความสัมพันธ์ของพี่ครูซกับพี่กันตา


“ฝานลูก กลับมาแล้วเหรอ”


“ค่ะป้า”


“เป็นไงบ้าง เหนื่อยไหมลูก” ป้าหันมาถามฉันก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้


“นิดหน่อยค่ะ ฝานชินแล้ว”


“อดทนหน่อยนะลูกไหนจะต้องเลี้ยงผิงผิงอีก นี่อีกไม่กี่ปีก็จบแล้วฝานต้องสู้ๆ นะลูก” ฉันส่งยิ้มตอบกลับไปก่อนจะกอดเอวป้าไว้หลวมๆ หลังจากที่พ่อกับแม่เสียลุงกับป้าก็เป็นคนดูแลฉันกับพี่ผา ทุกวันนี้ก็มีลุง ป้า แล้วก็พี่ผาคอยช่วยเลี้ยงผิงผิง


“ป้าไม่ต้องห่วงนะคะ ฝานสู้อยู่แล้วเรื่องแค่นี้สบายมากเลย” ว่าจบฉันก็หัวเราะออกมาเบาๆ เพราะดูท่าทางเจ้าหนูผิงผิงจะหงุดหงิดที่ป้ามัวแต่คุยอยู่กับฉันไม่ยอมป้อนผลไม้อีก ทุกครั้งที่มองหน้าผิงผิงใบหน้าของคนคนนั้นก็จะผุดขึ้นมาในหัวสมองของฉันทุกครั้ง และบางครั้งก็เหมือนกับว่าคนคนนั้นคือผิงผิงของฉัน ทำไมผิงผิงไม่เห็นเหมือนแม่เลยทำไมผิงผิงต้องถอดแบบหน้าตาผู้ชายคนนั้นมาหมดเลย


“ฝานของป้าเก่งมากเลยลูก ผิงผิงก็เก่งใช่ไหมลูก” ป้าหันไปพูดหยอกล้อกับผิงผิงจนทำให้เจ้าหนูผิงผิงหลุดยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี ฉันพูดจริงๆ นะ ถ้าไม่มีพี่ครูซฉันก็ไม่เคยคิดว่าฉันขาดอะไรไปเพราะฉันมีลุง ป้า พี่ผา แล้วก็ผิงผิง 


เนี่ยแหละครอบครัวของฉัน..


คืนนั้นฉันนอนครุ่นคิดแทบทั้งคืนว่าถ้าฉันต้องเจอกับแก๊งพี่ครูซแล้วก็พวกไอ้แดนไอ้เหนืออีกฉันจะต้องทำยังไง ไม่ใช่ว่าฉันไม่เสียใจที่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้จักกับทุกคนแต่จะให้ฉันทำยังไงล่ะในเมื่อฉันตัดสินใจเดินหนีจากอดีตออกมาแล้ว จะให้ฉันย้อนกลับไปหาวันเก่าๆ ความทรงจำเก่าๆ อีกหรอ ช่วงที่ฉันหายไปเวลาที่ฉันนึกถึงเพื่อน นึกถึงแก๊งพี่ครูซรุ่นพี่ที่ฉันสนิทมากๆ น้ำตามันก็ทำท่าจะไหลออกมาทุกที แต่ฉันไม่มีทางเลือก


“จะไปยากอะไรห่ะฝานฝาน ใจแข็งเข้าไว้หรือถ้าพวกมันมาวุ่นวายมากๆ ก็มาบอกเฮียนี่เดี๋ยวเฮียจะไปจัดการเอง” เฮียผาหันกลับมาพูดกับฉันหลังจากอุ้มผิงผิงวางลงบนที่นอน งานอดิเรกของเฮียผาคือการกล่อมผิงผิงเข้านอนทุกวัน และที่สำคัญดูเหมือนกับว่าผิงผิงก็จะติดลุงผามากด้วย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเฮียผาเลี้ยงเด็กเก่งมากเป็นพี่น้องกันมาตั้งแต่เกิดฉันก็เพิ่งเคยเห็นเฮียผาเลี้ยงเด็กเนี่ยแหละ ปกติเฮียผาจะชอบเที่ยวกลางคืน ชอบแข่งรถ บางทีก็มีเรื่องท้าตีท้าต่อยทุกวัน แต่ตั้งแต่ที่ครอบครัวของเรามีผิงผิงเข้ามาเติมเต็มเฮียผาก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น


“มันยากนะเฮีย แค่นี้พวกพี่ๆ กับเพื่อนๆ ก็ผิดหวังในตัวฝานมากพอแล้ว”


“แล้วพวกมันเคยรู้บ้างไหมล่ะว่าฝานต้องเจอกับอะไรบ้าง”


“…” 


“ที่เฮียพูดก็เพราะเฮียหวังดีไม่อยากให้ฝานกลับไปเจ็บอีก เพราะถ้าฝานกลับไปใช้ชีวิตแบบเมื่อก่อนอีกฝานก็ต้องวนเวียนอยู่กับไอ้ชั่วนั่น และที่สำคัญมันก็มีคนรักอยู่แล้วด้วย” ประโยคสุดท้ายเฮียผาขึ้นเสียงเล็กน้อย


“ฝานรู้”


“เฮียอยากให้ฝานรู้นะว่าเฮียหวังดีกับฝานเสมอ” เฮียผาเดินมาหยุดลงตรงหน้าฉันก่อนจะลูบหัวฉันเบาๆ ฉันก็เลยหาเรื่องอื่นมาพูดแทนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเฮียผาเพราะถ้าพูดเรื่องนี้ด้วยกันทีไรเฮียผาก็ทำท่าอยากจะไปกระทืบไอ้พี่ครูซตลอด


“ชื่อผิงผิง ชื่อคล้องกับชื่อของลุงผาเลย” ฉันพูดขึ้นก่อนจะมองเลยไปทางผิงผิงที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงของฉัน


“ดีแล้ว หลานเฮียก็ต้องชื่อคล้องจองกับชื่อเฮียสิฝานฝาน”


“อืม..”


“ดีกว่าไปคล้องกับชื่อไอ้เวรนั่น..” ลืมบอกไปว่าเฮียผาเป็นคนตั้งชื่อให้ผิงผิง ตั้งแต่ชื่อเล่นยันชื่อจริงเลย เฮียผารักผิงผิงมากจนฉันอดคิดไม่ได้ว่าต่อไปในอนาคตเฮียผาอาจจะกลายเป็นลุงที่หวงหลานสาวมากๆ อย่างงี้ผิงผิงของแม่คงไม่มีหนุ่มๆ มาจีบแน่เลย



“ดูท่าทางจะว่างมาก” ฉันเบ๊ะปากเล็กน้อยตอนที่เห็นกลุ่มผู้หญิงเดินไปหาพี่ครูซแถมยังคุยอะไรกันก็ไม่รู้ตั้งนาน แต่ประเด็นสำคัญก็คือทำไมวันนี้หมอนั่นต้องมาที่คณะฉันอีกแล้ว


“เฮ้ย ไปนั่นแล้ว ฝานฝาน” เสียงพี่ครูซตะโกนขึ้นด้านหลังฉันก่อนจะตามมาด้วยเสียงวิ่ง แล้วมันก็เหมือนภาพที่ฉายย้อนกลับไปที่เหตุการณ์เมื่อวานตอนที่พี่ครูซวิ่งตามฉัน


หมับ


“จับได้แล้ว ฝานฝาน”


“…” ฉันตกใจเล็กน้อยเพราะจู่ๆ พี่ครูซก็คว้าข้อมือฉันก่อนจะค่อยๆ เลื่อนฝ่ามือเข้ามือกอบกุมนิ้วมือทั้งห้าของฉันไว้ และด้วยความลืมตัวฉันจึงเผลอหันกลับมาสบสายตากับพี่ครูซเข้าพอดี


“…”


“…”


“เธอจริงๆ ด้วย” พี่ครูซพูดเสียงเบาก่อนจะจ้องใบหน้าฉันด้วยแววตาสับสน ฝ่ามือของพี่ครูซกอบกุมนิ้วมือทั้งห้าของฉันไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ฉันกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ก่อนจะจ้องหน้าพี่ครูซนิ่งๆ


“…”


“นี่เธอคิดว่าพี่โง่มากเหรอฝานฝาน อะไรทำให้เธอคิดว่าพี่จะจำเธอไม่ได้”



“ฉัน.. ไม่ใช่” ฉันกัดริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกในรอบปีกว่าที่ฉันได้กลับมาเจอพี่ครูซอีกครั้ง ใบหน้าคมเข้มยังคงเดิม จมูกโด่งๆ นั่นก็ยังเหมือนเดิม ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เหมือนกับเมื่อก่อน


“เธอจะบอกว่าเธอไม่ใช่ฝานฝาน.. งั้นเหรอ” พี่ครูซขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจก่อนจะใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มอย่างกวนๆ “นี่เธอเห็นพี่เป็นตัวอะไร”


“…”


“คิดอยากจะหลอกก็หลอกง่ายๆ งั้นเหรอ”


“ฉันไม่ใช่ฝานฝาน”


“ฉันไม่เชื่อ” พี่ครูซยังคงยืนยันเสียงแข็งก่อนจะยื่นมืออีกข้างขึ้นมาสัมผัสที่แก้มข้างขวาฉันอย่างถือวิสาสะ และฉันเองก็รู้สึกได้ว่าฝ่ามือของพี่ครูซสั่นเล็กน้อยตอนที่ค่อยๆ วางมือลงบนแก้มฉันๆ ก็เลยกระแอมไอเล็กน้อยก่อนจะปัดมือพี่ครูซออกอย่างแรง


“นั่นมันก็เรื่องของนายว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ” ฉันสบตาพี่ครูซกลับไปอย่างไม่เกรงกลัวในขณะที่พี่ครูซก็จ้องฉันกลับมาด้วยแววตาสับสน แต่ภายในแววตาที่ดูสับสนฉันกลับสัมผัสได้ว่าพี่ครูซกำลังโกรธอยู่ แต่ใครสนล่ะ?


“เธอมันใจร้ายมากฝานฝาน” พี่ครูซพูดขึ้นเบาๆ


“ต้องให้บอกกี่ครั้งว่าฉันไม่ใช่ฝานฝาน อย่ามาประสาท” 


“เนี่ยแหละฝานฝาน ปากวอนหาเรื่องแบบนี้นี่มันเธอชัดๆ”


“อย่ามาบ้า” ฉันพูดขึ้นอย่างมีอารมณ์พร้อมกับพยายามงัดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุมของฝ่ามือไอ้พี่ครูซแต่หมอนี่มันมือกาวเป็นบ้า


“ใครบ้า เธอนั่นแหละบ้าทำไมต้องหลอกฉันด้วยว่าเธอไม่ใช่ฝานฝาน อ้อ หลอกฉันคนเดียวไม่พอนะเธอหลอกทุกคนด้วย ไม่รู้บ้างหรือไงว่าคนอื่นเค้าเป็นห่วงเธอขนาดไหน จู่ๆ ก็หายหน้าหายตาไปเป็นปีพอเจอกันอีกครั้งก็ยังมีหน้ามาโกหกว่าตัวเองไม่ใช่ฝานฝาน ทำไมห่ะ คิดจะเอาความสวยมาหลอกฉันหรือไงว่าเธอไม่ใช่ฝานฝานขอบอกเลยนะว่าชีวิตฉันเจอคนสวยมาเยอะแยะสวยแค่นี้ทำอะไรหัวใจฉันไม่ได้หรอก” ฉันยืนฟังไอ้พี่ครูซมันพูดจาบ้าบอยาวเป็นหางว่าวก่อนจะกระพริบตาเล็กน้อยตอนที่ไอ้คำว่า ‘สวย’ มันหลุดออกมาจากริมฝีปากพี่ครูซ


“พูดจบหรือยัง น่ารำคาญ” ฉันพูดขึ้นนิ่งๆ พร้อมทั้งปรับสีหน้าให้เรียบเฉย


“นี่เธอว่าไงนะ” พี่ครูซอ้าปากอย่างอึ้งๆ


“หูตึงหรือไง ฉันถามว่านายพูดจบหรือยัง ฉันรำคาญ”


“เธอจะเอาแบบนี้ใช่ไหมฝานฝาน” พี่ครูซบีบข้อมือฉันแน่นขึ้นก่อนจะถลึงตาใส่ฉันด้วย หึ กลัวตายล่ะ ทำเป็นขรึม


“แบบไหนอะไรของนาย”


“ก็ไอ้ที่เธอเป็นอยู่นี่ไง ดื้อด้าน จับได้คาหนังคาเขาก็ยังไม่ยอมรับนี่มันชีวิตจริงนะฝานฝานไม่ใช่ในละคร”


“แล้วฉันพูดหรือไงว่านี่ไม่ใช่ชีวิตจริง” ฉันถลึงตาใส่พี่ครูซอย่างกวนๆ ต่อให้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนฉันก็ยังเป็นฉันเนี่ยแหละ ขืนมาพูดจากวนโอ๊ยไม่เลิกพี่ครูซก็พี่ครูซเหอะ


“สรุปว่าเธอก็ยังจะยืนยันคำตอบเดิมใช่ไหมว่าเธอไม่ใช่ฝานฝาน”


“แน่นอน เพราะฉันไม่ใช่ฝานฝานจริงๆ” เราสองคนจ้องหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย


“ถ้าเธอไม่ใช่ฝานฝาน ถ้างั้นเธอชื่ออะไร”


“ไม่จำเป็นที่ฉันต้องบอกนาย”


“หึ” พี่ครูซส่งเสียงหึในลำคอก่อนจะจ้องหน้าฉันอย่างหาเรื่อง “ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอจะโกหกฉันไปได้สักกี่น้ำกันเชียว”



CRUZ SPECIALS

“ครูซ เป็นอะไรไปทำไมนายดูเครียดๆ” กันตาพูดขึ้นก่อนจะนั่งลงบนตักผมๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับกันตาเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้มกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง


“ไม่มีอะไรหรอก วันนี้ฉันแค่เหนื่อยๆ”


“หืมม เหนื่อยอะไร วันนี้นายไปทำอะไรมาเห็นขุนเขาบอกว่านายไม่ได้เข้าเรียนตอนบ่าย”


“ฉันไปทำธุระให้ที่บ้านมาน่ะ” ผมว่าก่อนจะโอบเอวกันตาไว้หลวมๆ ไอ้ขุนเขาก็ช่างเป็นคนดีซะเหลือเกินบอกความจริงกันตาไปซะหมดว่าผมไม่ได้เข้าเรียน ยัยนี่รู้มากจะตายไปเดี๋ยวก็หาว่าผมซุกผู้หญิงไว้อีก จะว่าไปพักหลังมานี่ผมกับกันตาก็มีปัญหากันอยู่บ่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องหึงหวง ยอมรับนะว่าผมเคยเจ้าชู้แต่นั่นมันก็แค่มองไม่ได้คิดจริงจัง อีกอย่างเลยก็คือพักหลังมานี่ผมมัวแต่วิ่งวุ่นอยู่กับเรื่องบางเรื่องจนไม่มีเวลาเอาหัวสมองไปคิดเรื่องอื่น จะโทษใครก็ไม่ได้เป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นคนเดียวเลย


“ครูซ วันนี้ครอบครัวของฉันไปทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ของนายมา” กันตาพูดขึ้นก่อนจะใช้ฝ่ามือลูบแก้มผมไปมา


“อืม ฉันรู้”


“คุณพ่อของครูซบอกว่าจะจัดงานแต่งงานของเราสองคนหลังเรียนจบทันที”


“อืม”


“ครูซไม่ดีใจเหรอ”


“ดีใจสิ” พูดจบผมก็หลุบสายตาลงเล็กน้อย ถ้าถามว่าดีใจไหมก็ตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าดีใจ แต่อีกใจ.. ก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน ผมไม่เข้าใจว่าตัวเองควรจะรู้สึกยังไงกันแน่


“ฉันรักนายนะ” กันตาพูดพร้อมทั้งเคลื่อนริมฝีปากเข้าหาผมๆ สบสายตาของกันตาเหมือนทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา ริมฝีปากอวบๆ ที่ผมเคยคลั่งไคล้ค่อยๆ ประทับลงบนริมฝีปากของผม หัวใจของผมมันกำลังทำตามความเคยชินเหมือนทุกๆ ครั้งที่เป็นมา แต่การกระทำของผมกลับค่อยๆ ผลักกันตาออกอย่างลืมตัว


“เอ่อ.. โทษที” ผมอึกอักเล็กน้อยก่อนจะสบเข้ากับแววตาสับสนของกันตา


“นายเป็นอะไรของนายกันแน่ครูซ นายเป็นแบบนี้มาสักพักแล้วนะ”


“เปล่า ช่วงนี้ฉันแค่เครียดๆ น่ะ” ผมพยายามหาเหตุผลที่คิดว่าดีที่สุดมาตอบกันตา ก็รู้ทั้งรู้ว่ายัยนี่คงไม่เชื่อแต่จะให้ผมทำยังไงล่ะ


“หรือว่านายมีคนอื่นกันแน่”


“นี่เธอคิดว่าฉันว่างมากถึงขนาดเอาเวลาไปจีบคนอื่นงั้นเหรอ” ผมว่าอย่างขำๆ มีผู้หญิงเยอะๆ คิดว่าสนุกหรือไง มีเยอะก็เรื่องเยอะ


“ถ้างั้นทำไมนายถึงเปลี่ยนไป พักหลังมานี้นายเอาแต่ปฎิเสธฉัน”


“ฉันคงเครียดมากจนไม่มีอารมณ์อย่างว่ามั้ง”


“นายเครียดอะไรกันแน่ บอกฉันไม่ได้จริงๆ เหรอ” กันตายังคงเซ้าซี้ผมไม่เลิกแถมยังเอาตัวเองมาบดเบียดเข้าหาผมมากขึ้นกว่าเดิม ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมก็อาจจะคล้อยตามไปแล้ว แต่หลังจากเหตุการณ์วันนั้นที่ผมเมาจนไม่รู้เรื่องรู้ราวกระทั่งพลาดทำเลวกับฝานฝานเข้า หลังจากนั้นมาผมก็ไม่เคยปล่อยให้อารมณ์อยู่เหลือทุกสิ่งทุกอย่างอีกเคย คิดอยู่อย่างเดียวว่าตัวเองควรจะมีสติให้มากขึ้นกับทุกๆ เรื่อง เพราะอย่างน้อยผมก็อยากจะให้ความผิดพลาดในครั้งนั้นเป็นความผิดพลาดครั้งสุดท้ายในชีวิต


“ไม่มีอะไรหรอก เรื่องที่บ้านนิดหน่อยน่ะ ว่าแต่เธอเถอะ วันนี้เธอจะนอนที่นี่หรือเปล่า”


“ทำไมเหรอ ถามทำไม” กันตาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแฝงความนัยอะไรบางอย่างแถมยังยื่นหน้าเข้าหาผมมากขึ้นกว่าเดิมด้วย


“เปล่าหรอก ฉันก็แค่จะบอกเธอว่าวันนี้ฉันอาจจะกลับดึกถ้าง่วงก็นอนก่อนได้เลยเพราะฉันมีนัดดื่มกับเพื่อนนิดหน่อย”


“จำเป็นต้องไปด้วยหรอครูซ” น้ำเสียงกันตาเริ่มหาเรื่องนิดๆ


“มีธุระกับเพื่อนนิดหน่อยน่ะ”


“อย่าให้รู้นะว่านายแอบซ่อนกิ๊กคนไหนไว้ นายก็รู้ดีนะว่าถ้าฉันร้ายน่ะผู้หญิงของนายจะเป็นยังไง” กันตาพูดพร้อมทั้งกระตุกยิ้มมุมปากใส่ผมก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คิดเหรอว่าผมไม่เห็นน่ะ “ฉันรักนาย” แล้วก็จูบที่ริมฝีปากของผมอีกครั้ง


“ฉันก็.. รักเธอ”




“คืองี้ จริงๆ แล้วฉันก็ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับฝานฝานมากหรอกนะรู้แค่ว่าน้องเขาสวย” ผมเดินเข้ามาในร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่งตามที่ได้นัดกับเพื่อนไว้ อ้อ มีแพนด้าด้วยอีกคน วันนี้แพนด้ามากับเพื่อนสนิทที่ชื่อว่าสายป่าน แล้วก็ทันได้ยินเสียงแพนด้ากำลังคุยอะไรกับไอ้ขุนอยู่พอดี


“สรุปว่าผู้หญิงคนนั้นก็คือฝานฝาน”


“ถูกต้อง เท่าที่พี่เล่ามาต้องเป็นฝานฝานคนเดียวกันแน่นอน”



“ฟันธงล้านเปอร์เซ็นต์ว่ายังไงก็ใช่” ผมพูดขึ้นแทบจะทันทีก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างๆ ไอ้ขุนเขา


“อ้าวพี่ครูซ เมีย เอ้ยย แฟนปล่อยตัวมาแล้วเหรอ” แพนด้าทำทีเป็นพูดผิดก่อนจะยักไหล่กวนๆ ใส่ผม


“ป่งปล่อยอะไร ยัยนั่นไม่ได้ขังพี่ไว้ซะหน่อย” 


“เอ้า จะรู้เหรอ ก็เห็นมาช้าคิดว่ามีปัญหากันอีกเห็นเวลาพี่ครูซจะขยับตัวไปไหนแต่ละทีก็ต้องมีปัญหากับแฟนตลอด”


“เธอจะไปเข้าใจอะไร คนไม่เคยมีแฟนอย่างเธอน่ะ” ผมจงใจพูดเหน็บแพนด้าก่อนจะอมยิ้มเล็กน้อย


“แหมมม พี่ครูซ ได้ทีเอาใหญ่เลยนะถ้าฉันมีแฟนขึ้นมาเมื่อไหร่จะหาให้ดีกว่ายัยกันตาแฟนพี่ครูซเลยแหละ”


“เหรอ พี่จะคอยดูวันนั้นล่ะกันนะ”


“ย่ะ ว่าแต่พี่ครูซเหอะวันนี้ไปก่อเรื่องอะไรมาอีก ไอ้ที่โทรมาเล่าให้ฟังน่ะเรื่องจริงเหรอ”


“อืม” หลังจากผ่านเหตุการณ์ปะทะฝีปากกับฝานฝานเมื่อตอนกลางวันผมก็มั่นใจพันเปอร์เซ็นต์ว่าผู้หญิงคนนั้นคือฝานฝานจริงแท้แน่นอนผมก็เลยจัดการเรื่องทั้งหมดโดยการโทรไปคุยกับแพนด้าเพื่อความมั่นใจเพิ่มขึ้นไปอีกก่อนจะนัดออกมาเจอ


“สรุปตอนนี้พวกพี่ก็ยังไม่รู้เหรอว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ฝานฝานต้องหนีพวกพี่”


“ไม่มีใครรู้สาเหตุทั้งนั้นแหละ ตอนนั้นจู่ๆ ฝานฝานก็หายไปแถมยังเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์แล้วก็ย้ายบ้านหนีด้วย” ไอ้ขุนเขาพูดขึ้น


“ถ้างั้น ก่อนที่ฝานฝานจะดรอปเรียนฝานฝานได้มีปัญหากับใครหรือเปล่าครับ” จู่ๆ เพื่อนสนิทแพนด้าที่ชื่อว่าสายป่านก็พูดขึ้น และเพราะไอ้คำพูดที่โผล่ขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเนี่ยแหละที่ทำเอาหัวใจของผมกระตุกวูบเพราะคนสุดท้ายที่ฝานฝานมีปัญหาด้วยก่อนจะหนีไปก็คือผมเนี่ยแหละ


“ก็.. ไม่มีนะ” ไอ้ขุนเขาหันกลับมาสบตาผมวูบนึง ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่าว่าแววตาไอ้ขุนเขาเหมือนมันกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนที่มันจะหันกลับไปหาไอ้สายป่าน


“ถ้างั้นทำไมฝานฝานถึงต้องทำเหมือนกับว่าไม่เคยรู้จักพวกพี่ด้วย” แพนด้าเป็นคนพูดขึ้น


“ฝานฝานคงมีเหตุผล เด็กคนนั้นดื้อจะตายไปถ้าไม่คิดจะบอกต่อให้ดุด่าว่ายังไงก็ไม่มีทางพูดหรอก” 


“อันที่จริงมึงก็สนิทกับฝานฝานที่สุด ทำไมมึงไม่ลองไปคุยกับฝานฝานดูว่ะมึงก็รู้ว่าเมื่อก่อนกูกับฝานฝานก็ไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่” ผมตัดสินใจหันไปโน้มน้าวไอ้ขุนเขาแทนเพราะคิดว่ามันมีสติมากที่สุด อีกอย่างมันก็เป็นพี่รหัสของฝานฝานด้วยผมคิดว่าคนใจเย็นแบบมันน่าจะมีวิธีคุยกับฝานฝาน


“อันที่จริงก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวิธีนะ แต่เดี๋ยวกูขอคิดอีกที”


“วิธีอะไรของมึงว่ะ” ผมถามขึ้นด้วยความสงสัย


“ก็.. วิธีที่คนฉลาดๆ เท่านั้นถึงจะคิดออก”


“ถุย” ว่าจบผมก่อนยกเท้าขึ้นถีบไอ้ขุนเขาเบาๆ มันก็เลยหลุดหัวเราะออกมา


“เหอะหน่า เดี๋ยวก็รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่ได้ผล” ผมแค่นยิ้มเล็กน้อยแต่ในหัวของผมก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดีว่าไอ้ขุนเขามันจะใช้วิธีไหนมาจัดการกับฝานฝาน ฉับพลันสายตาของผมก็เหลือบไปมองทางโต๊ะสนุ๊กที่มีแก๊งผู้ชายประมาณ 4-5 คนกำลังเล่นอยู่ตรงนั้น


“สักตาไหมมึง” ผมหันไปพูดกับไอ้ขุนเขาแล้วก็เหลือบไปมองไอ้สายป่านด้วย


“ได้อยู่แล้วพี่” ไอ้สายป่านมันตอบผมยิ้มๆ ก่อนจะเดินทำไปก่อน ผมกับไอ้ขุนเขาก็เลยเดินตามไปส่วนแพนด้าดูเหมือนว่ากำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับใครก็ไม่รู้


“เฮ้ย พี่ผา หวัดดีฮะ” จู่ๆ ไอ้สายป่านมันก็ตะโกนเรียกผู้ชายหนึ่งในกลุ่มนั้นที่กำลังแทงสนุ๊กกันอยู่ กระทั่งผู้ชายหน้านิ่งๆ คนนึงที่เงยหน้าขึ้นมาก่อนจะพยักหน้าให้ไอ้สายป่านแต่ไม่ได้พูดอะไรเพราะในปากกำลังคาบบุหรี่ไว้อยู่


“ไอ้นั่นหน้าคุ้นแหะ แต่กูนึกไม่ออกว่ะว่าเคยเจอที่ไหน” ไอ้ขุนเขากระซิบที่ข้างหูผมก่อนจะผิวปากเบาๆ


“เหรอ ถ้ามึงไม่รู้แล้วกูจะรู้ไหมว่ะ”


“นั่นดิ”


“ไอ้เวรเอ๊ย”


“ว่าไงไอ้สายป่าน วันนี้ว่างเหรอช่วงนี้เห็นไม่ค่อยจะอยากโผล่หัว” หนึ่งในแก๊งเดียวกับไอ้คนที่ชื่อผาพูดขึ้น บอกตรงๆ ผมรู้สึกว่าไอ้หมอนี่มันหน้าตาดูกวนประสาทกว่าไอ้คนที่ชื่อผาอีก


“มาเป็นเพื่อนไอ้ด้ามันน่ะพี่โอม พอดีมาคุยธุระกับรุ่นพี่ไอ้ด้านิดหน่อย” ไอ้สายป่านมันพูดขึ้นก่อนจะหันมาทางผมกับไอ้ขุนเขา ส่วนไอ้คนที่ชื่อโอมก็พยักหน้าให้เล็กน้อย


“อ่ะ พวกกูกำลังจะกลับกันพอดี” ไอ้คนที่ชื่อผาส่งไม้สนุ๊กให้ไอ้สายป่านก่อนจะเดินไปหยิบถุงอะไรก็ไม่รู้ที่วางอยู่บนเก้าอี้เต็มไปหมด


“ไอ้โอม กูฝากให้มึงหยิบแพมเพิสกับผ้าอ้อมเด็กมาด้วยมึงลืมหรือเปล่าทำไมถุงดูน้อยๆ”


“ลืมบ้าอะไรไอ้ผามึงแหกตาดูด้วย ของพวกนี้ซื้อกันจนเป็นกิจวัตรกูไม่ลืมง่ายๆ หรอกยิ่งเป็นของลูกผิงด้วยเนี่ยใครจะกล้าลืม”


“เออ” ผมไม่ได้ตั้งใจจะฟังไอ้คนที่ชื่อผากับโอมคุยกันเท่าไหร่หรอกนะแต่หูทั้งสองข้างมันเสือกได้ยินพอดีนี่ดิ ผมตัดสินใจหันกลับไปมองแก๊งนั้นอีกรอบปรากฎว่าออกไปจากร้านกันหมดแล้ว


“เฮ้ย ไอ้ป่าน มึงรู้จักแก๊งนั้นด้วยเหรอ” ผมหันไปถามไอ้สายป่าน


“อ๋อ ก็รู้จักกันแบบผ่านๆ อ่ะพี่ไม่ได้สนิทอะไรมาก เมื่อก่อนพวกพี่เขาเป็นนักเลงคุมอยู่แถวนี้แต่เห็นว่าเลิกแล้ว”


“มันมีลูกแล้วหรอว่ะ” คราวนี้เป็นไอ้ขุนเขาที่ถามขึ้น นั่นดิ ดูจากภายนอกอายุน่าจะเท่าๆ พวกผมด้วยซ้ำ ถ้ามีลูกจริงนี่บอกเลยว่าไวไฟเป็นบ้า ฮ่าๆๆๆ


“เออ อันนี้ผมก็ไม่รู้นะพี่ พวกพี่เขาก็ไม่เคยเล่าอะไรให้ผมฟังอ่ะเคยได้ยินเรียกผิงผิงอะไรเนี่ยแหละ”


“ชื่อลูกเขาล่ะมั้ง เออ แต่ชื่อน่ารักดีว่ะ ผิงผิง” ผมพูดขึ้นก่อนจะเผลอหลุดยิ้มออกมา


“ยิ้มอะไรของมึงไอ้ครูซ” ไอ้ขุนเขาหันมาถามผมพร้อมกับทำหน้างงๆ


“เปล่าซะหน่อย” ผมยักไหล่เบาๆ ก่อนจะควักบุหรี่ขึ้นมาสูบ


“แต่กูพูดจริงๆ นะว่ากูรู้สึกคุ้นหน้าไอ้คนที่ชื่อผายังไงก็ไม่รู้ว่ะ เหมือนกูเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อน” ส่วนไอ้ขุนเขาก็ยังไม่เลิกสงสัยเรื่องไอ้คนที่ชื่อผา คนเราหน้าตาคล้ายกันเยอะแยะมันอาจจะเคยเจอคนที่หน้าคล้ายกับไอ้ผาจริงๆ ก็ได้ แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันจะคิดมากทำไม

END CRUZ SPECIALS











[loading....150%]

 





 

Talk
 

 

**แอบขำอีพี่ครูซค่าาาา นางนึกว่าผิงผิงเป็นลูกของเฮียผา มีการแอบด่าเขาไวไฟ ตัวเองหรือเปล่า หืออออ 555555+

ถ้าชอบครูซกับฝานฝานก็ฝากเม้นโหวตด้วยน้าาาา ขอบคุณค่าา :) 

กลับหน้าเพจ คลิก





Devil's Set

Devil's Flower สยบหัวใจซาตาน [พูม่า&ชิลิน] เปิดรีปริ้น อ่านรายละเอียด คลิก


Devil's Rival เดิมพันอันตราย [ฮันเตอร์&บีน่า] มีแต่อีบุ๊คจ้าาา


The Wars of Love สงครามหัวใจ อ่านคลิกรูป


Devils Heart หลุมพรางใจ เป็นภาคต่อฮันเตอร์ค่ะ












1 เม้น 1 โหวต 1 แชร์ = ล้านกำลังใจนะคะ ขอบคุณทุกคนมากๆ ค่าาาาา :)




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 125 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,800 ความคิดเห็น

  1. #3909 worldissuck (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 16:39
    หงุดหงิดตรงทำไมฝานไม่กินยาคุมนี่แหละ555
    #3,909
    0
  2. #3825 Kim_Oh (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 10:07
    พี่ชายน้องรหัสไงคะพี่ขุน
    #3,825
    0
  3. #2350 ispoposa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 00:57
    เกรียดครูซสุดๆหึ้ยๆปล.สนุกๆชอบมาดค่ะ
    #2,350
    0
  4. #1410 LIGHT'S ME_SE (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 09:32
    อิพี่ครูซอย่าไปว่าเขาว่าไวไฟ นั่นลูกแกน่ะแหละ555555
    #1,410
    0
  5. #911 Narissara Puy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 09:49
    เจิมต่อคร่าาาา
    #911
    0
  6. #906 may - lon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 23:28
    รอค่าา
    #906
    0
  7. #904 KFahsai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 17:26
    เปิดพรีเถอะอยากได้เล่มแล้ว มีความชมว่าชื่อลูกน่ารัก
    #904
    0
  8. #903 bambyluhan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 17:15
    นั้นลูกตัวเองน่ะ
    555+
    #903
    0
  9. #902 BowAgase (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 15:08
    มาต่อเร็วๆน้าาา
    #902
    0
  10. #901 Praew1341 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 12:31
    แค่ชื่อก็เอ็นดูละหรอ ลูกแกนั้นแหละอีพี่ครูซ
    #901
    0
  11. #900 barara~ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 12:27
    เอาแล้วว
    #900
    0
  12. #899 Tay Za (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 11:23
    โอ้ยยยยนั่งอ่านวันละ10รอบอยากให้อัพตลอดเวลา5555ชอบมากกก
    #899
    0
  13. #898 khawhom26 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 11:10
    ต่อออออ
    #898
    0
  14. #897 Sachitae (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 10:57
    มีแต่คนเอ็นดูผิง ขนาดเพื่อนพี่ชายยังเรียกลูกผิงเลย น่ารักกกก ฝานไม่ง้อพ่อโง่ๆ แบบแกหรอก
    #897
    0
  15. #896 Cartoon024 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 09:59
    ลูกผิง ทุกคนคงรักผิงผิงมากๆแน่เลย แล้วเมื่อไหร่พ่อผิงผิงจะรู้สักที
    #896
    0
  16. #894 ป้า TIP (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 08:37
    เฮียผา น่ารักจัง อิอิ 
    รอดูขุนเขาแกจะมีแผนอะไร
    #894
    0
  17. #893 tikkiitikkii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 08:26
    'ชื่อน่าดีว่ะ ผิงผิง'
    อยากจะบอกก็ชื่อลูกพี่นั้นแหละพี่ครูซ!!!
    #893
    0
  18. #892 .ยิ้มแห้ง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 08:09
    ลูก-นั่นแหละ -พี่ครูซ!!
    #892
    0
  19. #891 Jukjik (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 07:44
    สนุกม้ากค่ะ รอดูคุณพ่อนะคะ ถ้ารู้ความจริงจะสลัดยัยกันตายังงัย

    ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้คะ
    #891
    0
  20. #890 MOONLIGHT (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 06:49
    ค่า คนไม่ไว
    #890
    0
  21. #889 annjaijai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 06:35
    เราก็รอไรท์เหมือนกัน
    #889
    0
  22. #888 SaovaneeMada (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 05:52
    ลูกตัวเองน่านล่ะพี่ครูซ
    #888
    0
  23. #887 kungkankk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 04:52
    ตลกก ตัวเองแหละไวไฟ -บ้าาา
    #887
    0
  24. #886 Tay Za (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 02:23
    ไรท์ขอบคุณที่อัพนะ. คือชอบมากกกกกกอยากรุ้ถ้าครูซรุ้ความจริงจะทำยังไง
    #886
    0
  25. #885 dreamptk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 01:57
    ไรท์รู้มั้ยเค้ารอไรท์ทุกวันเลยเราบอกให้อัพทุกวันอ่ะ เราอยากอ่านนนนน
    #885
    0