DADDY'OOO ซ่อนรัก [ทำมือ+E-book]

ตอนที่ 12 : DADDY'OOO ซ่อนรัก 10 : : ขอเป็นชู้ทางใจ [loading....150%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    6 ต.ค. 61








10

ไม่อาจหยุดนิ่ง




ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองไหมว่าก่อนออกมาจากบ้านฉันเห็นพี่ครูซ แต่คิดอีกทีก็คงเป็นไปได้ยากเพราะในเวลาแบบนี้พี่ครูซน่าจะกำลังเคลียร์อยู่กับพี่กันตา เผลอๆ สองคนนั้นเขาอาจจะดีกันแล้วก็ได้ เมื่อก่อนฉันจำได้ว่าต่อให้สองคนนั้นจะทะเลาะกันยังไงหรือมีปัญหาใหญ่ขนาดไหนไม่ทันข้ามวันก็คืนดีกันแล้ว

เฮ้ย ฝานฝาน

อ้าว เชวา แล้วนี่แกวิ่งหนีใครมาฉันหันกลับมาก่อนจะเห็นว่าเชวามันวิ่งตรงมาทางฉันด้วยความไว ท่าทางเหมือนมันเพิ่งวิ่งหนีใครมาเลย

ห่ะ อะ เอ่อ.. เปล่า พอดีว่าาา ฉันกำลังวิ่งลดน้ำหนักอยู่น่ะ

ตอนนี่เนี่ยนะฉันเลิกคิ้ว

เออดิ ไปๆ รีบขึ้นเรียนเดี๋ยวไม่ทันส่งงานซวยตายห่าว่าจบเชวาก็ลากฉันขึ้นตึก ท่าทางมันเหมือนคนกำลังมีพิรุธอะไรบางอย่างเพียงแต่ว่าฉันไม่รู้ก็เท่านั้นแหละ เป็นเพื่อนกับเชวามานานเวลามันมีความลับหรือไม่อยากบอกอะไรต่อให้เอาอะไรมาง้างปากมันก็ไม่พูดหรอกนอกจากมันอยากจะพูดเอง แต่ข้อเสียของเชวาก็คือเป็นคนที่เก็บความลับไม่เก่ง อย่างเช่นตอนนี้ มันจะมาวิ่งลดน้ำหนักอะไรเอาตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นข้ออ้าง ฉันว่ามันกำลังวิ่งหนีใครอยู่ต่างหาก

พลั่ก!!

โอ๊ย ขอโทษค่ะ

ขอโทษครับ น้องๆ เป็นอะไรไหม

ไม่ค่ะๆ หนูขอโทษนะพี่เป็นเพราะไม่ได้มองว่าเมื่อกี้นี้ฉันเดินชนใครเข้า รู้แค่เพียงว่าฉันเดินชนแผงอกใครบางคนอย่างแรงจนกระเป๋าผ้าในมือกับกระเป๋าใส่แบบในมือร่วงลงพื้น

โอเคนะน้อง พี่ซุ่มซ่ามเองขอโทษทีฉันกำลังก้มลงเก็บของแถมยังเป็นจังหวะเดียวกับรุ่นพี่ที่ฉันเดินชนก้มลงมาช่วยเก็บของ นั่นจึงทำให้มือฉันกับรุ่นพี่ตรงหน้าสัมผัสกันโดยบังเอิญ ด้วยความที่ตกใจฉันจึงชักมือกลับก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า ทันทีที่เห็นใบหน้าของคนตรงหน้าฉันก็ได้แต่นิ่งเงียบไป นี่มันผู้ชายที่อยู่กับพี่กันตานิ

น้องๆ เป็นลมไปแล้วเหรอรุ่นพี่ตรงหน้าโบกมือไปมาตรงหน้าฉันก่อนจะอมยิ้มอย่างขี้เล่น

ปะ เปล่าค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ พอดีฝานเดินซุ่มซ่ามเองฉันรีบหลบตาก่อนจะอมยิ้มนิดๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทและดูมีพิรุธจนเกินไป

น้องชื่อฝานเหรอ

ชื่อฝานฝานค่ะพอเก็บของเสร็จฉันก็ลุกขึ้นยืนและยังเป็นจังหวะเดียวกับที่คนตรงหน้าลุกขึ้นยืนตาม

พี่ชื่อฟลุคนะครับ

ค่ะฉันพยักหน้าเป็นเชิงว่ารับรู้ก่อนจะหันกลับมาสบตากับคนตรงหน้าตรงๆ พี่ฟลุคกำลังมองฉันอยู่เหมือนกันพร้อมกับอมยิ้มเล็กๆ ตอบกลับมา เป็นอย่างที่เชวาบอกจริงๆ ว่าพี่ฟลุคหน้าตาดีมากออกแนวแบดๆ มากกว่า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันนิดๆ คล้ายกำลังแปลกใจตอนที่มองฉันอยู่ รอยยิ้มเล็กๆ นั่น แม้จะเรียกได้เต็มปากเต็มคำว่ามันเป็นการอมยิ้มแต่ก็ดูมีเสน่ห์เฉพาะตัว อืม ถ้าเป็นฉันๆ จะให้นิยามคำว่าน่ารักแทนที่จะเป็นหล่ออ่ะนะ

โหลๆ น้องเหม่ออีกแล้ว

ไม่ได้เหม่อแค่แปลกใจฉันตอบกลับไปก่อนจะยักไหล่นิดๆ

หืมม เห็นหน้าพี่แล้วแปลกใจอะไรกันแน่ นี่เราเคยเจอกันมาก่อนไหมฝานฝานอยู่ปีหนึ่งเหรอ

ใช่ค่ะ แต่พี่ฟลุคคงไม่เคยเห็นหน้าฝานหรอกเพราะฝานไม่ค่อยเข้าร่วมกิจกรรมอะไรมากมายนอกจากตอนรับน้องตอนนั้น

งั้นเหรอ แต่พี่ว่าพี่คุ้นหน้าฝานฝานนะ น่าจะเป็นตอนเดินสวนกันหรือเปล่าแต่เป็นเพราะเราไม่เคยคุยกันแบบจริงๆ จังๆคราวนี้ฉันไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ข้างในใจของฉันมันกำลังตะโกนว่า ดีแล้วที่เราไม่เคยคุยกันแบบจริงๆ จังๆ

ถ้างั้นฝานไปเรียนก่อนนะเดี๋ยวสายฉันตัดบทแทนเพราะรู้สึกแปลกๆ เวลายืนคุยกับพี่ฟลุคแบบนี้ ไม่รู้สิ อาจจะเป็นเพราะพี่ฟลุคเป็นผู้ชายของพี่กันตามั้ง

ฉันเดินแยกออกมาอีกทางกับเชวา แต่พอหันไปมองอีกครั้งปรากฏว่าพี่ฟลุคกำลังยืนมองฉันอยู่ตรงที่เดิมฉันจึงรีบหันหน้ากลับมา

หวังว่าพี่ฟลุคคงไม่ได้ชอบแกเข้าหรอกนะฝานฝานเชวาสะกิดไหล่ฉันยิกๆ

โอ๊ย แกน่ะคิดมาก ฉันจำได้ว่าพี่ฟลุคเป็นใคร

ใช่ไง ผู้ชายที่เจอวันนั้นอ่ะแกจำได้ป่ะที่ร้านกาแฟ

เออ จำได้

ฟันธงเลยว่าเขาเป็นแฟนกัน

หึ เออฉันยักไหล่เล็กน้อยเพราะจริงๆ ฉันก็ไม่ค่อยจะสนใจหรอกว่าพี่ฟลุคกับพี่กันตาเป็นอะไรกัน ทั้งๆ ที่ความจริงฉันก็พอจะมองออกตั้งแต่วันนั้นแล้ว เพียงแต่ฉันแค่ไม่อยากยุ่งเรื่องของคนอื่น อย่างน้อยถ้ามันจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นก็ให้มันไปเกิดที่อื่นที่ไม่มีฉันเข้าไปเกี่ยวข้องอีก เพราะแค่นี้ชีวิตฉันก็ยุ่งยากมากพอแล้ว

วันนี้ฉันมีเรียนถึงแค่ตอนบ่ายหลังจากเคลียร์งานเสร็จฉันก็เดินลงมาจากตึกพร้อมเชวา ช่วงนี้ที่มหาลัยมีกิจกรรมเยอะมากเอาจริงๆ เขาก็ค่อนข้างบังคับนะว่าเด็กปีหนึ่งทุกคนควรเข้าร่วม ไอ้ฉันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เข้าร่วมเลยนะแต่บางอย่างถ้าเลี่ยงได้ฉันก็จะเลี่ยงๆ อย่างเช่น กิจกรรมอะไรก็ตามที่ทำให้ฉันต้องกลับบ้านดึกกว่าปกติฉันก็จะขอไม่เข้าร่วม เห็นจะมีก็แต่กิจกรรมรับน้องที่ต้องเข้าร่วมทุกคนนั่นแหละที่ฉันเข้าทุกวัน เด็กออกแบบกับเด็กวิศวะนี่รับน้องคนละแบบเลยนะ คณะที่ฉันเรียนอยู่ปัจจุบันการรับน้องก็จะมีทั้งแบบโหดๆ เฮฮา ร้องเต้นสนุกสนาน ส่วนคณะเก่าของฉันตอนที่อยู่ร่วมหัวจมท้ายกับพวกไอ้เหนือแล้วก็ไอ้แดนซึ่งก็คือคณะวิศวะคอมนั่นล่ะ ตอนนั้นพวกแก๊งพี่ขุนเขาเป็นคนรับฉันเข้าตอนรับน้อง พวกพี่ขุนเขา พี่ครูซ พี่กุนซือ เป็นพี่ว้ากที่โหดมากโดยเฉพาะพี่ครูซหมอนั่นโหดจนฉันเหม็นขี้หน้าไปเลย แต่พอได้มารู้จักและสนิทกันแบบจริงๆ จังๆ เพราะเป็นพวกชอบปาร์ตี้ หลังเลิกเรียนบ้านไม่กลับต้องมีดื่มกับเพื่อน ฉันถึงได้รู้ว่าพี่ครูซที่ฉันเคยเหม็นขี้หน้าน่ะนิสัยปัญญาอ่อนเป็นบ้า อ้อ ปากเสียด้วย

นั่นไง เพิ่งพูดกับแกไปเมื่อเช้า เลิกเรียนเขาก็มารับกันล่ะเห็นม่ะเชวาสะกิดแขนฉันให้หันไปมองตรงหน้าตึก ฉันจึงหันไปมองตามก่อนจะเห็นว่าพี่กันตาเดินมาหาพี่ฟลุค พูดอะไรกันนิดๆ หน่อยๆ ก็พากันเดินไปตรงลานจอดรถ และมันก็ยังเป็นอีกครั้งที่พี่ฟลุคหันมามองฉันแล้วยิ้มให้ ฉันไม่แน่ใจว่าพี่ฟลุคหันมาเห็นฉันเพราะความบังเอิญหรือตั้งใจกันแน่

น่าแปลกแหะ คราวนี้ดูแม่นางคนนั้นเปิดตัวกับพี่ฟลุคแบบจริงๆ จังๆ ปกติไม่ค่อยเห็นมารับกันแบบนี้ นานๆ จะเห็นที

เรื่องของเขาหน่า ต่อมเผือกทำงานอีกแล้วนะแกฉันหันไปบ่นเชวา

แน่นอนย่ะ พี่ฟลุคฮอตจะตายรู้เอาไว้ก็ไม่เสียหายเวลาที่เพื่อนในคณะพูดกันฉันจะได้ไม่ตกข่าว

เออๆ งั้นฉันกลับก่อนนะฉันกระชับกระเป๋าก่อนจะหันไปบอกลาเชวา

ไม่กินข้าวด้วยกันก่อนเหรอ

ไม่อ่ะ วันนี้นัดป้าไว้

โอเคๆ เดี๋ยวว่างๆ จะแวะไปหาผิงผิงนะ

 

ตอนที่ฉันกลับมาถึงบ้านฉันก็สังเกตเห็นว่าหน้าบ้านมีรองเท้าแปลกๆ อีกแล้ว เป็นรองเท้าของผู้ชาย และไม่ใช่รองเท้าของทั้งเฮียโอมและเฮียผาด้วย หวังว่าคงจะไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันคิดหรอกนะ ฉันก้าวเท้าเข้าไปในบ้านก่อนจะเห็นว่าป้ากำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ส่วนลุงกำลังปลูกต้นไม้อยู่ในสวน

“ป้าคะ วันนี้ใครมาที่บ้านเหรอคะ” ตอนที่ถามออกไปหัวใจทำไมมันต้องเต้นเป็นจังหวะแปลกๆ ด้วยก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมฉันต้องตื่นเต้นแบบนี้ด้วย

“อ่อ ก็พ่อหนุ่มหล่อคนเดิมที่มาเมื่อวันก่อนไงลูก” ป้ายิ้มตอบกลับมา

“หล่อตรงไหน” ฉันเบ้ปากก่อนจะบ่นอุบ

“ฝานว่าไงนะลูก”

“เปล่าค่ะ ว่าแต่ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนเหรอคะ”

“เล่นอยู่กับผิงผิงในห้องของฝานจ๊ะ”

“เหอะ” ทันทีที่ได้ยินคำตอบจากป้าฉันก็หันหลังเดินขึ้นห้องอย่างรวดเร็ว แต่ก็พยายามทำให้ไม่ผิดสังเกตมากเกินไปจนป้าสงสัยเพราะลุงกับป้ายังไม่รู้ว่าพี่ครูซเป็นใคร วันก่อนที่พี่ครูซมาที่บ้านฉันก็หลุดชื่อพี่ครูซออกมาตอนที่ป้าอยู่ด้วยแต่ก็ยังเบาใจได้หน่อยเพราะป้าไม่รู้แม้กระทั่งชื่อและหน้าตาของผู้ชายที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อแท้ๆ ของผิงผิง ต่อให้พยายามปฎิเสธยังไง และต่อให้โกหกความจริงไปอีกนานแค่ไหน แต่สิ่งเดียวที่โกหกไม่ได้ก็คือผิงผิงคือเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ครูซ

ฉันค่อยๆ แง้มประตูเข้าไป พยายามไม่ให้คนข้างในรู้ตัวว่าฉันกำลังเปิดประตูเข้ามา ก่อนจะค่อยๆ ปิดประตูลง และภาพที่เห็นตรงหน้าก็ทำเอาฉันอึ้งไปเล็กน้อย สองเท้าชะงักอยู่กับที่โดยไม่รู้ตัว พี่ครูซกำลังนอนหันหลังให้ฉันส่วนมืออีกข้างกำลังตบก้นให้ผิงผิงแถมในลำคอยังพึมพำเพลงอะไรก็ไม่รู้ที่ฉันไม่สามารถจับใจความได้แต่ในความคิดฉันๆ กลับรู้สึกว่ามันไม่มีความไพเราะเอาซะเลย แต่ที่น่าแปลกกว่านั้นตอนที่ฉันค่อยๆ ชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ ก็คือ ผิงผิงกำลังนอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของพี่ครูซ ฝ่ามือของพี่ครูซก็กำลังตบก้นของผิงผิงเบาๆ เห็นแบบนั้นฉันก็ได้แต่ยืนเงียบๆ ไม่กล้าแม้กระทั่งจะก้าวเท้าต่อหรือเรียกคนที่กำลังนอนอยู่เพราะกลัวลูกตื่น ฉันจึงตัดสินใจเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ที่วางอยู่ข้างเตียงแทน

“หลับซะและ” พี่ครูซบ่นกับตัวเองก่อนจะก้มหน้าลงจูบที่แก้มอวบๆ ของผิงผิง

“...” ฉันจ้องภาพบนเตียงนิ่งๆ มันเหมือนกับภาพที่ฉันเคยคิดไว้เลย ภาพของผิงผิงที่มีพ่อกำลังนอนกล่อมอยู่แทนที่จะมีแค่แม่ แต่น่าเสียดายที่พี่ครูซไม่รู้ว่าผิงผิงเป็นลูกสาวหรือต่อให้รู้ฉันก็จะดิ้นจนสุดชีวิต

พี่ครูซอมยิ้มเล็กๆ ที่ฉันไม่เคยปฎิเสธหรือโกหกตัวเองได้เลยว่ามันเป็นรอยยิ้มเดียวกับผิงผิง หรือเรียกง่ายๆ ก็คือผิงผิงไม่ได้ถอดแบบรอยยิ้มจากพี่ครูซเท่านั้น แต่ทุกอย่างที่เป็นผิงผิงกลับถอดแบบพี่ครูซมาซะหมด บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมพี่ครูซถึงปักใจเชื่อว่าผิงผิงเป็นลูกสาวของตัวเอง

“...” จู่ๆ สายตาของเราก็เคลื่อนมาสบตากันโดยบังเอิญ

“ฝาน” พี่ครูซเรียกชื่อฉันเบาๆ พร้อมกับแสดงอาการตกใจเล็กน้อยที่เห็นฉันนั่งอยู่ตรงนี้ เห็นแบบนั้นฉันก็ค่อยๆ ลุกขึ้นก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าพี่ครูซที่ลุกขึ้นมายืนตรงปลายเตียงแทน

“ฝานมานานแล้วเหรอ” น้ำเสียงของพี่ครูซอ่อนลงกว่าทุกครั้งตั้งแต่ที่เรากลับมาคุยกัน

“พี่ครูซมาทำอะไรที่นี่” ฉันไม่ตอบแต่เลือกที่จะถามกลับไปแทน

“พี่มาหาฝาน”

“มาหาทำไม” ฉันพยายามกดเสียงให้เบาลงมากที่สุดเพราะกลัวผิงผิงตื่น แต่ถ้าเกิดลากพี่ครูซออกไปจากห้องฉันก็กลัวลุงกับป้าจะได้ยินเพราะฉันมั่นใจได้เลยว่าถ้าฉันลากพี่ครูซออกไปจากห้องนี้ได้คนตรงหน้าจะต้องยั่วโมโหหาเรื่องให้ฉันตะคอกหรือขึ้นเสียงใส่แน่ๆ

พี่ขอโทษเรื่องเมื่อคืนนี้

เรื่อง?ฉันเลิกคิ้วเป็นเชิงตั้งคำถามทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าพี่ครูซหมายถึงเรื่องอะไร

กันตาทำรุนแรงเกินไป พี่ขอโทษจริงๆ

ช่างมันเถอะ ฝานลืมไปหมดแล้วและพี่ครูซก็ไม่จำเป็นต้องมาขอโทษแทนพี่กันตาด้วย

พี่รู้ว่าฝานโกรธพี่

ฝานไม่ได้โกรธอะไรพี่ครูซทั้งนั้นฉันจ้องหน้าพี่ครูซนิ่งๆ

“…”

ก็แค่เรื่องเข้าใจผิด ฝานไม่เคยคิดอยากแย่งพี่ครูซไปจากพี่กันตาอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ทางที่ดีฝานว่าพี่ครูซไปเคลียร์กับพี่กันตาให้เข้าใจดีกว่านะ เพราะฝานไม่อยากขึ้นชื่อว่าเป็นมือที่สามของใครปากก็พูดไปแบบนั้นแต่อีกใจฉันก็อยากบอกคนตรงหน้าใจแทบขาดเรื่องที่ฉันเห็นพี่กันตากับผู้ชายคนอื่น แต่คิดไปคิดมามันก็ไม่ใช่เรื่องของฉันอีกนั่นล่ะ

ฝานไม่เคยคิดแย่งพี่มาจากกันตาตั้งแต่แรกอยู่แล้วพี่รู้พี่ครูซสบสายตาฉันนิ่งๆ ฉันรู้สึกได้ว่าคนตรงหน้ากำลังกลืนอะไรบางอย่างลงคออย่างยากลำบาก พี่ครูซหลุบสายตาไปมองที่ผิงผิงก่อนจะหันกลับมาสบสายตากับฉันอีกครั้ง จริงๆ ที่พี่มาวันนี้นอกจากจะมาขอโทษเรื่องเมื่อคืน พี่ยังมีอีกเรื่องที่อยากจะถามฝาน

พี่ครูซจะถามอะไรฝาน

สรุปฝานจะไม่บอกพี่จริงๆ ใช่ไหมว่าผิงผิงเป็นลูกของใคร

ฝานบอกพี่ครูซไปแล้วฉันยังคงสีหน้าเรียบเฉยดังเดิม

มันคือคำตอบสุดท้ายใช่ไหมฝานแววตาของคนตรงหน้าสั่นไหวแปลกๆ แต่ฉันก็ยังคงยืนยันคำเดิม

ฝานคิดว่ามันไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะมันเป็นความจริงมาตั้งแต่ต้น ฝานเคยบอกพี่ครูซไปแล้วว่าผิงผิงเป็นลูกของเฮียโอมพี่ครูซก็ยังไม่เชื่อ แล้วพี่ครูซจะให้ฝานทำยังไงพี่ครูซถึงจะเชื่อ

ฝานไม่ต้องทำยังไงทั้งนั้นเพราะพี่จะไม่คาดคั้นฝานอีกต่อไปแล้วคนตรงหน้าถอนหายใจเบาๆ ตอนพูดออกมา

ตอนแรกที่ฝานบอกพี่ครูซ ทำยังไงพี่ครูซก็ยังคงรั้นแต่พอมาตอนนี้อะไรทำให้พี่ครูซยอมรับง่ายๆ กันแน่ พี่ครูซรู้ไหมว่าพี่ครูซเป็นผู้ชายที่ดื้อรั้นมากที่สุดในโลกฉันกระตุกยิ้มมุมปากนิดๆ

ไม่รู้สิ เป็นเพราะพี่อยากเชื่อฝานมั้งแต่พี่ครูซกลับคลี่ยิ้มตอบกลับมา

“พี่ครูซควรกลับไปได้แล้วเพราะถ้าพี่กันตารู้ว่าพี่ครูซมาที่นี่เดี๋ยวก็เป็นเรื่องอีก ฝานรำคาญ”

“พี่ไม่กลับ” คราวนี้คนตรงหน้าไม่พูดเปล่า พี่ครูซค่อยๆ สาวเท้าก้าวเข้าหาฉันมากขึ้น พอเห็นแบบนั้นฉันก็เริ่มระแวง สองเท้าของฉันก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ

“แล้วพี่ครูซจะอยู่ทำไม”

“ผิดตรงไหน นอกจากมาหาฝานแล้วพี่ก็อยากมาเล่นกับหลานด้วย” พี่ครูซคลี่ยิ้มมุมปากตอนที่แผ่นหลังของฉันชิดผนังห้องก่อนที่เจ้าตัวจะทาบฝ่ามือเหนือศรีษะของฉัน

“ผิงผิงหลับแล้ว พี่ครูซก็กลับไปได้แล้วนะ” ฉันกดเสียงต่ำลงอย่างระวังตัว เมื่อก่อนต่อให้เราจะเล่นหัวตบหัวกันยังไงแต่เราสองคนก็ไม่เคยใกล้ชิดกันแบบนี้ยกเว้นคืนวันนั้น

“ก็บอกอยู่ว่าพี่มาหาแม่ของหลานด้วย ในเมื่อหลานหลับแล้วพี่ก็เลยอยากอยู่คุยกับแม่ของหลานก่อน” ไม่พูดเปล่า คราวนี้พี่ครูซเอาปลายนิ้วมาเกลี่ยเส้นผมไปทัดไว้หลังใบหูฉันเบาๆ การกระทำแบบนี้ของพี่ครูซทำให้ฉันรู้สึกขนลุกและตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก แต่เพียงว่าฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองตื่นเต้นเพราะอะไรกันแน่

“คุยอะไร”

“คุยอะไรก็ได้ เราไม่ได้คุยกันเป็นปี พอกลับมาเจอกันอีกครั้งเราก็ไม่ค่อยได้คุยกันแบบสนิทสนมเหมือนเมื่อก่อน”สายตาของพี่ครูซจดจ่ออยู่ตรงใบหูของฉันก่อนจะค่อยเคลื่อนสายตากลับมาจนกระทั่งสายตาของเราประสานกัน

“ยังมีอะไรต้องคุยอีก”

“พี่ก็แค่อยากได้มิตรภาพในวันวานของเรา เราสองคนกลับมาสนิทกันเหมือนเดิมไม่ได้จริงๆ เหรอ” พี่ครูซพูดเสียงเบา ไม่ใช่แค่พี่ครูซแต่เป็นฉันด้วยที่ต้องอยู่ในโหมดกระซิบกระซาบกับพี่ครูซ นี่ถ้าไม่ติดว่าลูกนอนอยู่ฉันจะตะโกนใส่หน้าพี่ครูซเลยคอยดู

“จริงๆ ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้นะ แต่ว่า.. หลังจากที่พี่กันตามาอาละวาดฝานเมื่อคืนเห็นทีมิตรภาพของเราคงกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว” ฉันยกแขนขึ้นกอดอกก่อนจะสบตาคนตรงหน้าอย่างท้าทาย ยังไงซะพี่ครูซก็ไม่กล้ามีปัญหากับพี่กันตาอยู่แล้ว พูดแบบนี้ไปดูสิว่ายังจะกล้าต่อปากต่อคำอะไรกับฉันอีก

“ฝานกำลังจะบอกพี่ว่า ถ้าไม่ติดกันตามิตรภาพของเราสองคนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมใช่ไหม” พี่ครูซเลิกคิ้วก่อนจะอมยิ้มกรุ้มกริ่มแปลกๆ

“ก็ใช่ แต่พี่ครูซก็รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้”

“เป็นไปได้สิ” คนตรงหน้าขยับตัวเข้าหาฉันมากขึ้น

“พี่ครูซทำบ้าอะไร ออกไปห่างๆ เลย” ฉันใช้ฝ่ามือดันแผงอกคนตรงหน้าไว้

“ฝานฝาน”

“...” ฉันชะงักไปทันทีที่คนตรงหน้าคว้าข้อมือข้างซ้ายของฉันไว้

“พี่เลิกกับกันตาแล้ว” ริมฝีปากของคนตรงหน้าขยับขึ้นลงทีละคำช้าๆ สายตาที่ชอบล้อเล่นก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมา

“วะ ว่าไงนะ” ฉันพูดไม่ออก

“พี่เลิกกับกันตาแล้ว”

“ทำไม เพราะฝานงั้นเหรอ แค่เพราะเรื่องเมื่อคืนงั้นเหรอ”

“ไม่ใช่เรื่องเมื่อคืน”

“ถ้างั้น.. ทำไม” ฉันถามพี่ครูซด้วยความไม่เข้าใจ

“ทุกอย่างมันเป็นเพราะผู้ชายนิสัยไม่ดีอย่างพี่เกิดหวั่นไหวให้กับผู้หญิงที่พี่ไม่เคยมองเห็นค่า กันตารู้มาสักพักแล้ว” ฉันเงยหน้าขึ้นสบสายตาของคนตรงหน้าอย่างจริงจังจนสังเกตเห็นเงาของตัวเองในดวงตาคู่นั้น

“พี่ครูซหมายถึงใครหร.. อื้อ” ฉันถามย้ำ

ยังไม่ทันที่ฉันจะได้พูดจนจบประโยคดี พี่ครูซก็บีบข้อมือซ้ายของฉันจนแน่นก่อนจะกดริมฝีปากลงมาอย่างรวดเร็ว มันเร็วมากซะจนฉันตั้งตัวไม่ทันและผลักพี่ครูซออกไม่ทันด้วย ฉันยืนนิ่งอยู่ในท่าเดิมด้วยความช็อกในขณะที่ริมฝีปากของพี่ครูซกลับกดลงบนริมฝีปากของฉันจนแนบแน่น ฉันไม่แน่ใจว่าเรายืนอยู่ในท่าจูบแบบนี้นานเท่าไหร่รู้สึกตัวอีกครั้งก็ตอนที่คนตรงหน้าเริ่มใช้ปลายลิ้นสัมผัสตรงริมฝีปากล่างของฉันทีละนิดๆ

พลั่ก พอตั้งสติได้ฉันก็ออกแรงผลักคนตรงหน้าออกไป

“ทำบ้าอะไรเนี่ยพี่ครูซ ฝานมีลูกมีสามีแล้วนะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมทั้งใช้หลังมือขยี้ๆ ตรงริมฝีปาก หวังเพียงแค่ให้มันช่วยกลบความร้อนผ่าวที่เกิดขึ้นเมื่อกี้นี้ให้หายไป

“ไอ้เฮียโอมนั่นน่ะเหรอ” พี่ครูซขยับเข้าหาฉันอีกครั้งจนใบหน้าของเราอยู่ห่างกันไม่มาก น้ำเสียงที่พูดก็เข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ใช่ แล้วก็อย่าเรียกเฮียโอมว่าไอ้เฮียโอมด้วย”

“หวงมากสินะคนนี้”

“ใช่ หวงมากด้วย” ฉันจ้องหน้าพี่ครูซราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พี่ครูซกล้าจูบฉันได้ยังไง

“แต่พี่ไม่สน ในเมื่อฝานทำให้พี่หวั่นไหวฝานต้องรับผิดชอบ”

“บ้า ฝานไปทำอะไรพี่ครูซ ฝานไม่ได้ทำอะไรเลย” ฉันรีบหันหน้าหนีตอนที่พี่ครูซก้มหน้าลงมาอีกครั้ง แต่พี่ครูซเพียงแค่ชะงักอยู่ที่ใบหูของฉันก่อนจะกระซิบเบาๆ แต่ฉันดันได้ยินมันอย่างชัดเจน

“ฝานหายไปโดยไม่บอกใคร ตอนนั้นพี่ทำผิดต่อฝาน พอฝานหายไปพี่ก็เครียด กินไม่ได้นอนไม่หลับ ถึงแม้ว่าพี่จะคบกับกันตาอยู่แต่ใจของพี่มันกลับเอาแต่คิดถึงใครอีกคนที่หายไป พี่เอาแต่ตั้งทำถามกับตัวเองว่าทำไมๆๆๆ ฝานถึงหายไป ฝานเป็นอะไร ฝานทำอะไร ฝานไปอยู่ที่ไหน แต่พี่ก็ไม่เคยได้คำตอบไม่ว่าจะทำยังไงพี่ก็ไม่เคยได้คำตอบ”

“...”

“อีกอย่างฝานก็เคยบอกว่าฝานชอบพี่ด้วย” พี่ครูซถามย้ำและมันยังเป็นจังหวะเดียวกับที่ฉันหันหน้ากลับมานั่นจึงทำให้ริมฝีปากของเราเผลอสัมผัสกันเบาๆ

“มันเป็นอดีตไปแล้ว ตอนนี้ไม่ได้ชอบแล้ว” ฉันบอกพร้อมกับกลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอ

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่จะทำให้ฝานกลับมาชอบพี่อีกครั้ง”

“ฝานบอกว่าฝานมีลูกมีสามีแล้ว”

“ถ้างั้นพี่ก็จะยอมเป็นชู้ทางใจของฝาน ดูสิว่าพี่จะทำให้ฝานชอบพี่ได้ไหม”

“พี่ครูซอย่าบ้านะ ชู้ทางใจบ้าบออะไรกัน ฝานรักเฮียโอมคนเดียว อื้ออออ”

คราวนี้คนบ้าตรงหน้าใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างประคองแก้มของฉันแน่นก่อนจะกดริมฝีปากลงมาที่ริมฝีปากของฉันอย่างรุนแรงและแนบแน่นราวกับเสือที่กำลังหิว

“พี่ไม่สนใจ จำเอาไว้ อย่าบอกรักผู้ชายคนอื่นต่อหน้าพี่” พี่ครูซถอนจูบออกอย่างรุนแรงก่อนจะพูดขึ้น “ไม่งั้นพี่จะไม่ทำแค่จูบแน่ๆ”

“เราไม่ได้เป็นอะไรกันนะพี่ครูซ ต่อให้พี่ครูซจะเลิกกับพี่กันตาหรือว่ายังไงแต่เราก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน” ว่าจบฉันก็กัดริมฝีปากจนแน่นเพราะสู้แรงคนตรงหน้าไม่ได้

“เป็นไม่เป็นก็รอดูต่อไปล่ะกัน พี่ไม่สนหรอกว่าฝานจะมีสามีแล้วหรือไม่มี พี่สนแค่เพียงฝานและพี่เท่านั้น!”

“นิสัยไม่ดี เอาแต่ใจ เห็นแก่ตัว” ตอนนี้ฉันโกรธจนไม่รู้จะโกรธยังไงแล้ว รู้แค่เพียงว่าเนื้อข้างในมันเต้นไปหมดเพราะความโกรธ

“พี่รู้ว่าพี่นิสัยไม่ดี พี่เคยเห็นแก่ตัว เรื่องที่ผ่านมาพี่ขอโทษ พี่รู้ว่าพี่ผิด”

“พอเถอะพี่ครูซ” ฉันออกแรงผลักคนตรงหน้าออกไปแต่ไม่สำเร็จ

“พี่รู้ว่าฝานโกรธและเสียความรู้สึก ต่อให้ฝานไม่พูด ปากบอกไม่รู้สึก แต่พี่รู้ว่าฝานรู้สึกมาตลอด” คราวนี้พี่ครูซรวบเอวฉันเข้าหาตัวเลยกลายเป็นว่าเราสองคนเหมือนคนที่กำลังอยู่ในท่ากอด

“ฝานบอกให้พี่ครูซพอ ถ้าพี่ครูซไม่หยุดฝานจะร้อง”

“ดี ถ้างั้นฝานก็ร้องไปเลยนะ ร้องให้ดังๆ เลยลูกจะได้ตกใจตื่นฝานกล้าไหมล่ะ” พี่ครูซทำหน้าตาท้าทายฉันจนน่าตบให้คว่ำ

“ไอ้พี่ครูซปากหมา” ฉันตะคอกเบาๆ

“ก็แค่กับฝานนั่นแหละรู้ไว้ซะ”

“ฝานลูกๆ ทำอะไรอยู่จ๊ะ ป้ามาตามฝานกับครูซลงไปกินข้าวจ๊ะ”

“ปล่อยได้แล้ว ไม่งั้นป้าต้องเข้ามาเห็นแน่ๆ”

“อย่าบอกรักผู้ชายคนอื่นต่อหน้าพี่” พี่ครูซย้ำอีกครั้งพร้อมกับสายตายียวนนั่น

“ไม่เขา.. เขาเป็นสามีฝาน”

“งั้นก็ตามใจ บอกรักไอ้เฮียโอมนั่นหนึ่งครั้งพี่จะจูบฝานแบบนี้อีกหนึ่งที และถ้าได้ยินอีกครั้งพี่ก็จะจูบแบบนี้อีกสองที ถ้ามีครั้งที่สามก็สามที” ไม่พูดเปล่าแต่กลับยืนใบหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้นจนฉันได้กลิ่นน้ำหอมจากคนตรงหน้า

“ไม่กลัวหรอก” ฉันทำตาโตใส่คนตรงหน้าอย่างโกรธ

“ท้าให้ลอง” พี่ครูซจ้องฉันกลับมาอย่างท้าทาย

“ฝานลูก” พอได้ยินเสียงเรียกของป้าอีกครั้งฉันก็รีบเดินไปเปิดประตูห้องเพราะกลัวป้าสงสัยเรื่องพี่ครูซ

“ค่ะป้า” ฉันคลี่ยิ้มตอนที่เปิดประตูห้องออกมาแล้วพบว่าป้ากับลุงอยู่หน้าห้อง

“ลงไปกินข้าวสิลูก พาพี่ครูซลงไปกินด้วยนะ พี่ครูซเขามารอฝานตั้งแต่เช้าแล้วนะลูก”

“พี่ครูซเขาคงไม่หิวหรอกค่ะป้า” ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงปกติแต่ข้างในใจกำลังตะโกนด่าพี่ครูซอยู่ ใครสนล่ะ จะมาทำอะไรตั้งแต่เช้า ใครเชิญมิทราบ

“ใครบอกครับป้า ผมหิวมากเลยข้าวเที่ยงก็ยังไม่ได้กิน” พี่ครูซพูดแทรกขึ้นมาก่อนจะมาหยุดอยู่ข้างๆ ฉันจึงหันไปถลึงตาใส่

“งั้นลงไปสิลูก ผิงผิงหลับแล้วใช่ไหม งั้นป้าขอเข้าไปหน่อยนะ” พูดจบลุงกับป้าก็เดินเข้ามาในห้องแทนแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะหันมาสั่งฉัน “ฝาน รีบพาพี่ครูซลงไปสิลูกป้าทำราดหน้าไว้เดี๋ยวจะเย็นก่อนนะ”

“เอ่อ.. ค่ะ” อีกครั้งที่ฉันหันไปมองพี่ครูซที่กำลังยืนล้วงกระเป๋าพิงประตูห้องของฉันแถมยังทำลอยหน้าลอยตาใส่ตอนที่ฉันหันไปมอง

 

มันเป็นการกินอาหารมื้อที่อึดอัดมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ฉันนั่งกินราดหน้าอยู่ตรงหน้าพี่ครูซ เราสองคนนั่งตรงข้ามกัน ต่างคนต่างกินกันเงียบๆ โดยที่ไม่มีใครพูดอะไรก่อนทั้งนั้น และก็เพราะความเงียบนี่ล่ะที่ทำให้ฉันอึดอัด

เคร้ง ฉันวางช้อนกับส้อมลง

อิ่มแล้วเหรอ ทำไมอิ่มไวจังพี่ครูซเงยหน้าขึ้นถามทั้งๆ ที่ในปากยังเคี้ยวปลาหมึกอยู่

ก็อิ่มแล้ว กินไม่ลง

นี่เหม็นขี้หน้าพี่ขนาดนั้นเลยเหรอพี่ครูซพูดไปเคี้ยวไป มารยาทแย่มาก เหอะ

รู้ตัวก็ดีนิ ถ้ากินอิ่มก็รีบกลับไปได้แล้วนะฉันถลึงตาใส่

โหย อะไรวะ นี่กินยังไม่อิ่มก็ไล่แล้วเหรอ

ก็หมายถึงว่าถ้าพี่ครูซกินอิ่มแล้ว

กินอิ่มแล้วพี่ก็ง่วงอ่ะ หนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อน

พี่ครูซจะบ้าเหรอ ที่นี่บ้านฝานนะไม่ใช่บ้านพี่ครูซ จะทำอะไรก็เกรงใจกันบ้างสิ มากินข้าวบ้านเขาก็ยังจะมานอนบ้านเขาอีกอีกครั้งที่ฉันจ้องพี่ครูซกลับไปด้วยความไม่พอใจ พี่ครูซเริ่มทำตัวแปลกไปอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ที่เรากลับมาเจอกันอีกครั้ง ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพี่ครูซทำไปเพื่ออะไร และต่อให้เรื่องที่พี่ครูซบอกว่าฉันทำให้พี่ครูซหวั่นไหวจะเป็นเรื่องจริงฉันก็ไม่สนใจหรอก ตอนนี้เกาะป้องกันหัวใจตัวเองของฉันแข็งแรงมาก ฉันเคยสัญญากับตัวเองว่าฉันจะไม่ใจอ่อนให้ความรักง่ายๆ อีกแล้ว ฉันจะไม่ยอมเสียน้ำตาเพื่อคนๆ เดิมอีกเป็นครั้งที่สองหรอก

แหม ทำอย่างกับว่าเราไม่ใช่คนกันเองพี่ครูซยังยียวนไม่เลิก

ก็ไม่ใช่น่ะสิ

เหรอ พี่ไม่เห็นรู้เลยว่าจบก็ลอยหน้าลอยตากินราดหน้าต่อไป เห็นแบบนั้นฉันก็เลยถือถ้วยก่อนจะเดินกระแทกเท้าเข้าไปในครัวอย่างอารมณ์เสีย ความจริงฉันหิวมากนะแต่พอมาเจอคนยียวนกวนประสาทแบบพี่ครูซจากที่หิวมากมันก็กลายเป็นไม่หิวเลย

ฉันยืนล้างถ้วยอยู่ในครัวเพราะไม่อยากออกไปเจอหน้าพี่ครูซ และขณะที่หัวสมองของฉันกำลังคิดแผนการที่จะทำให้พี่ครูซออกไปจากที่นี่ เสียงย่ำเท้าของใครบางคนก็เดินตรงเข้ามาในครัว ฉันพอจะเดาออกว่าเป็นใครแต่ฉันก็แกล้งทำเป็นไม่สนใจ อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าฉันทำเหมือนพี่ครูซไม่มีตัวตนพี่ครูซจะทำยังไงต่อไป

อ๊ะ.. พี่ครูซฉันอุทานก่อนจะเงยหน้าไปมองเจ้าของใบหน้ากวนๆ ปนหน้าด้านที่กำลังยืนอยู่ด้านหลังฉันแบบแนบชิด แผ่นหลังของฉันชนเข้ากับแผงอกของพี่ครูซจนฉันรู้สึกได้ และจังหวะที่ฉันกำลังจะหันกลับไปด่าพี่ครูซก็โน้มตัวลงมาพร้อมกับวางจานลงในซิงค์ล้างจาน จากนั้นเจ้าตัวก็บีบน้ำยาล้างจานลงบนฟองน้ำล้างจานแล้วก็ล้างในส่วนของตัวเอง

พี่ครูซฉันกลั้นหายใจก่อนจะเรียกชื่อพี่ครูซเบาๆ

หืมมมไม่ขานรับเปล่าๆ แต่กลับยื่นแก้มลงมาด้วย ร่างกายเราแนบกันไปหมดและฉันก็รู้สึกได้ถึงลมหายใจเข้าออกของพี่ครูซด้วย

ทำบ้าอะไรเนี่ย ถ้าจะล้างจานรอฝานล้างเสร็จก่อนไม่ได้หรือไงทำไมต้องมาแย่ง

พี่ไม่ได้แย่ง พี่แค่อยากรีบล้างเห็นฝานยืนล้างจานอยู่ในครัวตั้งนานพี่ก็นึกว่าฝานกำลังล้างจานที่มีอยู่ในครัวทั้งหมด ที่ไหนได้ถ้วยจานมีแค่สองสามใบฝานยืนล้างตั้งนาน

เรื่องของฝานคราวนี้ฉันพยายามยืนนิ่งๆ ไม่ขยับตัวเพราะไม่อยากสัมผัสโดนส่วนอื่นๆ ของพี่ครูซไปมากกว่านี้

กลัวพี่ขนาดนั้นเลยเหรออีกครั้งที่พี่ครูซยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ๆ ในขณะที่สองมือก็กำลังล้างจานในส่วนของฉันไปด้วย

ไม่ได้กลัว

แล้วทำไมต้องยืนนิ่งขนาดนี้ เนี่ยนะไม่กลัว

ฝานแค่ไม่เข้าใจว่าพี่ครูซกำลังทำอะไรกันแน่ ทำไมต้องตามตื้อฝานไม่เลิกด้วยฉันเม้มริมฝีปากจนแน่นหลังจากที่พูดจบ จริงๆ นะ ฉันไม่เข้าใจว่าพี่ครูซทำแบบนี้ทำไมนี่แค่ตามมาถึงบ้านพี่ครูซยังหาเรื่องถึงเนื้อถึงตัวฉันขนาดนี้ แล้ววันต่อๆ ไปล่ะพี่ครูซจะทำขนาดไหน ปกติพี่ครูซก็มีนิสัยทั้งเจ้าเล่ห์ กะล่อน แถมยังขี้เล่นด้วย ฉันรู้ว่าพี่ครูซเป็นผู้ชายที่กล้ามาก ไอ้ถึงเนื้อถึงตัวแค่นี้น่ะเป็นเรื่องจิ๊บๆ ไปเลยถ้าเทียบกับเมื่อก่อนที่พี่ครูซหลอกแต๊ะอั๋งพวกดาวคณะที่สวยๆ แต่ตอนนี้กับตอนนั้นมันไม่เหมือนกัน ฉันแค่กลัว ฉันกลัวหัวใจตัวเองว่ามันจะเผลอใจให้กับผู้ชายคนนี้อีก ฉันไม่อยากกลับไปเจ็บอีกแล้ว และมันก็ยากเกินว่าที่พี่ครูซจะเข้าใจด้วย ต่อให้พี่ครูซจะพูดว่าขอโทษกี่ร้อยกี่พันครั้งมันก็ชดเชยกันไม่ได้

“…”

“ฝาน เป็นอะไรทำไมเงียบไป”

“พี่ครูซกลับไปเถอะ”

“พี่ไม่กลับ” พี่ครูซย้ำด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนกับว่านี่เป็นบทสนทนาเรื่องทั่วไป

“ฝานบอกให้พี่ครูซกลับไป” ฉันย้ำ

“ก็พี่บอกฝานว่าพอหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อน พี่ง่วงแล้วขอนอนเล่นสักสองสามชั่วโมงไม่ได้เลยเหรอ”

“ถ้าพี่ครูซไม่กลับฝานจะไปเอง”

“ฝานจะไปไหน”

“ไปไหนก็ได้ที่ไม่ต้องมาเจอหน้าพี่ครูซแบบนี้” คราวนี้ฉันเงยหน้าขึ้นมองพี่ครูซที่กำลังก้มมองฉันอยู่เหมือนกัน เป็นเพราะพี่ครูซตัวสูงและแผงอกกว้างพอยืนอยู่ในท่านี้ก็ดูเหมือนว่าพี่ครูซกำลังยืนซ้อนอยู่ทางด้านหลังแทบจะมิดตัวฉันเลย

โธ่ ฝานฝานพี่ครูซเรียกชื่อเต็มของฉันพร้อมกับถอนหายใจออกมา

สรุปพี่ครูซจะไม่กลับฉันเลิกคิ้วโดยไม่มองหน้าพี่ครูซสักนิด

สรุปว่าเราจะคุยกันดีๆ ไม่ได้จริงเหรอ

หนึ่งฉันเริ่มนับเพราะไม่อยากฟังคำยียวนกวนประสาทอะไรจากพี่ครูซอีกแล้ว ฉันต้องปกป้องความรู้สึกตัวเองจากผู้ชายคนนี้ให้ดี ฉันจะต้องไม่หวั่นไหวอีก

สอง

ฝานจะนับไปถึงสิบถึงร้อยเลยไหมล่ะ

สาม

ฝา..

พลั่ก!! คราวนี้ฉันอัดศอกเข้าที่ท้องของพี่ครูซอย่างแรงจนเจ้าตัวอ้าปากค้างด้วยความเจ็บ

อั๊ก ฝะฝาน มันจุกนะพี่ครูซถอยห่างจากฉันก่อนจะงอตัวกุมท้องตัวเองไว้ สีหน้าเหยเกด้วยความจุก

ข้อหาที่พี่ครูซงี่เง่าไล่ให้กลับก็ไม่กลับ และนี่..ว่าจบฉันก็เดินไปประชิดตัวของพี่ครูซก่อนจะจับหัวไหล่ทั้งสองข้างของพี่ครูซไว้แน่นๆ พร้อมกับอัดเข่าเข้ากับท้องของพี่ครูซอีกครั้ง ก่อนจะว่าต่อจนจบประโยค ข้อหาที่พี่ครูซมาจูบฝานทั้งๆ ที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ชู้ทางใจบ้าบออะไรกันพอนึกไปถึงเรื่องชู้ทางใจบ้าบออะไรนั่นฉันก็โวยวายลั่นห้องครัวด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเดินหนีออกมาจากตรงนั้นปล่อยให้พี่ครูซจมอยู่กับความจุกอยู่คนเดียว

เฮ้ เดี๋ยวสิฝานฝาน นี่กล้ารังแกกันขนาดนี้เลยเหรอพี่ครูซว่าตามหลังฉันมา

           “ถ้าพี่ครูซไม่หยุดทำตัวกะล่อนใส่ฝานพี่ครูซได้เป็นหมันตายแน่คราวนี้ฉันหันกลับไปชี้หน้าพี่ครูซพร้อมทั้งกล่าวคาดโทษอย่างคนเอาจริง







ขออนุญาติอัพเป็นตัวอย่าง 10 ตอน เพื่อเป็นตัวอย่างก่อนตัดสินใจซื้อแบบอีบุ๊คนะคะ
ตอนพิเศษขอสงวนไว้เฉพาะฉบับอีบุ๊คน้าาา ส่วนเรื่องของลุงผาอัพให้อ่านฟรีในเวปค่ะ :)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,800 ความคิดเห็น

  1. #2749 Cartoon024 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 22:49
    สมน้ำหน้าอิพี่ครูซ
    #2,749
    0
  2. #2748 READER (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 16:07
    ยังไงครูซก็ผิด ผิดที่ทำลายความรู้สึกฝานฝานหลังจากมีไรกัน ยังให้ฝานเก็บเรื่องนี้ห้ามให้แฟนตัวเองรู้ ตอนนั้นฝานเจ็บปวดแค่ไหน ดีนะที่ครอบครัวช่วยกันประคับประคองมาจนสามารถกลับมาเรียนแต่ต้องย้ายคณะอีกอ่ะ ทนอุ้มท้องคนเดียว เสียโอกาสในชีวิตมากมาย ขณะที่ครูซใช้ชีวิตปกติมีแค่สำนึกผิดเองคงเพราะรู้ว่ามีลูกหรอกนะถึงได้แสดงตัวออกนอกหน้าขนาดนี้ โดนแค่นี้น้อยไปว่ะ อยากให้เจอเฮียผาไวไวจัง ^^ # ทีมฝานฝาน
    #2,748
    0
  3. #2747 tikkiitikkii (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 15:00
    เจ็บไหมพี่ครูซ555
    #2,747
    0
  4. #2746 annjaijai (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 14:31
    รอออออออ
    #2,746
    0
  5. #2745 Puitonkla (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 11:42
    อิพี่ครูซจะรอดมั้ยเนี่ย ยังต้องเจอด่านยากที่สุดคือเฮียผาอีกนะ
    #2,745
    0
  6. #2744 eeg12345 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 07:57
    พี่ครูซ มีลูกคนเดียวก็พอแล้วค่ะ จัดไปฝานฝาน5555
    #2,744
    0
  7. #2743 SaovaneeMada (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 06:55
    หน้าด้านเข้าไว้พี่ครูซ
    #2,743
    0
  8. #2742 Ommy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 06:37
    มาอัพทุกวันนะจ๊ะ กำลังสนุกเชียว
    #2,742
    0
  9. #2741 annjaijai (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 06:10
    พี่ครูซสู้ๆๆๆๆ
    #2,741
    0
  10. #2740 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 06:05
    พี่ครูซระวังเป็นหมัน555
    #2,740
    0
  11. #2739 pimon9172 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 05:10
    ฝานฝานยอมใจพี่ครูซเถอะ
    #2,739
    0
  12. #2738 jsp1012 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 03:58
    ฝานใจแข็งมาก
    #2,738
    0
  13. #2737 แทฮยองที่รัก (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 02:31
    เอาเลยฝาน 5555
    #2,737
    0
  14. #2736 Ns'Blackstone (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 02:26
    น่ารักกก แต่ก็แอบหน่วงลึกๆ ฮื้ออออ สงสาร
    #2,736
    0
  15. #2735 Sachitae (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 01:59
    สมน้ำหน้า ชอบนางเอกใจแข็งแบบนี้จัง
    #2,735
    0
  16. #2734 eeg12345 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 18:46
    รออออๆๆๆ อัพวายๆๆๆๆๆๆๆ_สู้ๆค่าาาาาาาาาาา
    #2,734
    0
  17. #2733 onenazaaaaa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 17:20
    รุกละนะ
    #2,733
    0
  18. #2732 annjaijai (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 11:41
    รออออออคะ
    #2,732
    0
  19. #2731 Khaimuk1910 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 09:59
    เฮียแกมีความเป็นนายกสมาคมกลัวเมียสูงนะ ดูจากการกล่อมลูกนอน 555
    #2,731
    0
  20. #2730 tikkiitikkii (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 09:51
    จูบวนไปค่ะพี่ครูซ5555
    #2,730
    0
  21. #2729 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 01:48
    พี่ครูซรุกได้ใจมาก555
    #2,729
    0
  22. #2728 dsnfdskjfpodsl (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 00:49
    มาต่อไวๆนะคะ รออออจ้า รอออออ
    #2,728
    0
  23. #2727 pimon9172 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 00:38
    ชอบพี่ครูซแนวนี้จังเลย ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก5555
    #2,727
    0
  24. #2726 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 23:52
    พี่รุกหนักมากกกกก
    #2,726
    0
  25. #2725 11563845 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 22:26
    จริงๆ พี่ครูซก็ไม่ได้ผิดอะไรเลยนะ ฝานๆดัไปนอนบนที่นอนเขา เตียงเขา พี่ครูซเขาเมามาจะมานอนกับเมียเจอฝานๆนอนอยู่ใครเขาก็เข้าใจผิดทั้งนั้น ไปอยู่ผิดที่ผิดทางเอง ฝานๆก็อะไรพอพี่ครูซจะรับผิดชอบตัวเองก็เป็นคนบอกเองว่าไม่ต้อง แล้วจะมาทำดราม่าว่าพี่ครูซเป็นคนผิดได้ยังไง เรื่องความรู้สึกก็เหมือนกันฝานๆชอบเขาแต่ไม่บอก ใครเขาจะไปรู้แล้วทำไมต้องมาทำตัวราวกับตัวเองเป็นเหยื่อความรู้สึกด้วย คนที่น่าสงสารจริงๆ เรื่องนี้คือพี่ครูซนะ มีรุ่นน้องมาชอบก็ตอบรับความรู้สึกน้องไม่ได้จนคาราคาซัง มีแฟนก็โดนหลอก ฝานๆ ชีวิตเขาก็อยู่ดีมีแต่คนรัก แย่หน่อยแค่เรียนช้าไปปีเท่านั้นเอง
    #2,725
    0