DADDY'OOO ซ่อนรัก [ทำมือ+E-book]

ตอนที่ 10 : DADDY'OOO ซ่อนรัก 8 : : เธอคือลูกสาวของผม [loading....150%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37,591
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    6 ต.ค. 61






8

เธอคือลูกสาวของผม

"หากฉันยังอยู่ตรงนี้ เธอจะไม่ฟังเสียงหัวใจฉันหน่อยหรอ

หัวใจฉัน?"




“พี่ครูซมาทำอะไรที่นี่” เพราะความตกใจและไม่คาดคิดว่าพี่ครูซจะบุกมาหาผิงผิงถึงที่บ้าน ฉันเลยเผลอเรียกชื่อพี่ครูซออกมา พี่ครูซจ้องหน้าฉันด้วยสีหน้าหลากหลายความรู้สึกก่อนจะหันไปกดจมูกลงที่แก้มของผิงผิง


“อย่าหอมผิงผิงนะพี่ครูซ” ไม่พูดเปล่า เพราะฉันรีบพุ่งตัวเองเข้าไปหาพี่ครูซแทบจะทันที


“ฝาน อะไรกันลูก พี่เขาเป็นรุ่นพี่ฝานไม่ใช่เหรอพี่เขาก็แค่มาเยี่ยมผิงผิงแค่นั้นเอง” ป้าพูดขึ้นพร้อมทั้งส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ฉันคล้ายกับจะบอกเป็นทางอ้อมให้ฉันใจเย็นๆ


“พี่ครูซมาที่นี่ทำไม ฝานไม่อยากให้เฮียโอมเข้าใจผิด” ฉันไม่ได้ตอบคำถามป้าแต่กลับส่งสายตาคาดคั้นไปให้คนตรงหน้าแทน และสิ่งที่พี่ครูซตอบคำถามฉันกลับมามันแทบจะทำให้ฉันอยากจะเข้าไปบีบคอพี่ครูซให้ตายคามือ


“พูดอะไรน่ะฝานฝาน ลูกอยู่ไม่เห็นเหรอ ใช่ไหมค่ะ” ประโยคสุดท้ายพี่ครูซหันกลับไปถามผิงผิงที่ไม่ได้สนใจอะไรเลยนอกจากผ้าเช็ดหน้าลายเป็ดสีเหลืองที่พี่ครูซใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ ฉันกวาดสายตามองบรรดาถุงของใช้จากห้างสรรพสินค้าดังที่วางอยู่ตรงมุมห้อง


“พี่ครูซซื้อของพวกนั้นมาทำไม” ฉันเพียงแค่มองผ่านๆ แต่ก็พอจะรู้ว่าในถุงนั้นมันมีอะไรบ้าง นอกจากของเล่น หนังสือนิทานเด็ก แล้วก็มีบรรดาเสื้อผ้าอีกเยอะแยะไปหมด


“พี่ซื้อมาฝากผิงผิง” พี่ครูซเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับฉันเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปสนใจผิงผิงที่กำลังให้ความสนใจกับผ้าเช็ดหน้าลายเป็ดของพี่ครูซ


“ผิงผิงมาหาแม่มาลูก” ฉันตัดสินใจเดินเข้าไปอุ้มผิงผิงออกมาจากอ้อมกอดของพี่ครูซที่มีท่าทางไม่อยากจะปล่อยผิงผิงอย่างชัดเจน ฉันแกล้งทำเป็นไม่เห็นก่อนจะหอมแก้มผิงผิงทั้งข้างซ้ายและข้างขวาเหมือนที่ทำเป็นประจำทุกวัน จนกระทั่งป้าเข้ามาอุ้มผิงผิงออกไปจากอ้อมกอดของฉัน


“ถ้างั้นฝานคุยกับพี่เขาไปก่อนนะลูกเดี๋ยวป้าพาผิงผิงไปข้างบนก่อน” 


               ฉันมองผิงผิงที่ถูกป้าอุ้มขึ้นไปนอนเล่นข้างบนห้องนอนจนลับสายตา ก่อนจะหันกลับมาสบสายตากับคนตรงหน้าอย่างมีอารมณ์


“ฝานมีเรื่องอยากคุยกับพี่ครูซ” ฉันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์ก่อนจะเดินนำพี่ครูซออกมาตรงบริเวณสวนหน้าบ้าน ซึ่งพี่ครูซก็เดินตามหลังฉันมาเงียบๆ 


“…”


“พี่ครูซต้องการให้ฝานกับเฮียโอมมีปัญหากันให้ได้เลยใช่ไหม” ฉันรู้อยู่แก่ใจว่าฉันไม่ควรพูดออกไปแบบนั้น แถมยังแอบอ้างเอาชื่อเฮียโอมมาพูดอีกแล้ว แต่ฉันจำเป็นต้องทำจริงๆ เพื่อไม่ให้พี่ครูซมายุ่งกับครอบครัวของฉันอีก


“แล้วทำไมฝานจะต้องไม่พอใจพี่คนเดียว สมมุติว่าคนที่มาวันนี้ไม่ได้เป็นพี่แต่กลับเป็นไอ้ขุนเขา กุนซือ หรือไอ้สิงหา ฝานจะใส่อารมณ์กับพวกมันเหมือนที่ใส่อารมณ์กับพี่แบบนี้ไหม” พี่ครูซแสดงสีหน้าไม่เข้าใจอย่างชัดเจน


“แน่นอน” ฉันตอบกลับไป


“ปากแข็ง”


“ฝานพูดจริงๆ”


“ฝานน่ะโกหกไม่เก่งเลยสักนิด แค่พี่มองตาฝานพี่ก็รู้แล้วว่าฝานกำลังปิดบังอะไรพี่อยู่” ไม่ว่าเปล่า เพราะพี่ครูซสาวเท้าก้าวเข้าหาฉันมากขึ้นจนฉันต้องถอยหลังตาม


“พี่ครูซอย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลย มันไม่ใช่แค่ฝานกลับเฮียโอมเข้าใจผิดแต่ฝานไม่อยากให้พี่ครูซมีปัญหากับเมียพี่ครูซด้วย”


“ฝานหึง?” พี่ครูซเลิกคิ้ว


“ทำไมฝานต้องหึงพี่ครูซ” ฉันจ้องหน้าพี่ครูซกลับไปอย่างเอาเรื่อง


“ก็ฝานเป็นคนสารภาพความในใจเองว่าเคยชอบพี่”


“ถ้างั้นพี่ครูซโง่หรือบ้ากันแน่ถึงได้ไม่รู้อะไรเลยว่าความรู้สึกของฝานที่มีต่อพี่ครูซมันเป็นอดีตไปแล้ว” ทันทีที่ฉันพูดจบพี่ครูซก็เงียบไป สายตาคู่คมตรงหน้ายังคงสบตาฉันเงียบๆ ฉันไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมฉันถึงละสายตาไปจากมันไม่ได้ สุดท้ายฉันก็ทำได้แค่เพียงหลุบตาลงมองสนามหญ้าแทน


“พี่ขอโทษที่พี่ไม่เคยรู้เลยว่าฝานคิดอะไรและคิดยังไงกับพี่”


“มันก็ถูกต้องแล้วที่พี่ครูซจะไม่รู้เพราะพี่ครูซมีพี่กันตาอยู่แล้ว เรื่องพวกนั้นมันเป็นความรู้สึกของฝานเอง พี่ครูซไม่จำเป็นต้องมารู้สึกหรือมาพูดอะไรอีกแล้ว” ว่าจบฉันก็หันหลังเพื่อจะเดินไปให้พ้นจากตรงนี้ จริงๆ ฉันคิดว่าพี่ครูซก็คงรู้ว่าทุกอย่างมันชัดเจนดีอยู่แล้ว เรื่องระหว่างเรามันจบไปนานแล้ว มันเป็นแค่ความผิดพลาดที่เป็นอดีตไปแล้ว


“สรุปฝานจะไม่บอกพี่ใช่ไหมว่าผิงผิงเป็นลูกใคร” พี่ครูซคว้าแขนฉันไว้ก่อนจะบีบแน่นมากขึ้นจนฉันต้องหันกลับมามอง สายตาคู่คมที่ส่งมามันดูหนักแน่นมากกว่าเมื่อก่อนมาก ฉันไม่ชินกับพี่ครูซในแบบนี้เลย


“ผิงเป็นลูกเฮียโอม”


“หน้าตาดีถอดแบบฉันขนาดนี้ ยังจะโกหกอีกฝานฝาน”


“พูดแบบนี้ระวังพี่กันตาเมียพี่เขาจะเข้าใจผิดได้นะพี่ครูซ” ฉันเหยียดยิ้มมุมปากพร้อมทั้งจ้องตาพี่ครูซกลับอย่างไม่ยอมแพ้


“เรื่องนี้มันเป็นเรื่องระหว่างเรา ทำไมฝานต้องโยงไปที่คนอื่นตลอด”


“ระหว่างพี่ครูซกับฝานมันไม่ใช่คำว่าเรา และนี่.. ฝานก็เพิ่งรู้นะว่าพี่กันตาเป็นคนอื่นสำหรับพี่ครูซไปแล้ว”


“เรื่องระหว่างพี่กับกันตามันไม่ใช่อย่างที่ฝานเข้าใจ”


“เข้าใจสิ ฝานเข้าใจดีมากมีแต่พี่ครูซนั่นแหละที่โง่” พูดไปฉันก็นึกไปถึงภาพที่เห็นพี่กันตาอยู่กับผู้ชายคนอื่น ไหนจะเรื่องที่พี่กันตามาหาเรื่องฉันทางอ้อมอีก


“ใช่ฝาน พี่มันโง่มาก ในสายตาของฝานพี่มันก็แค่คนโง่ที่ไม่ควรรู้อะไรเลย” สายตาที่ดูคาดคั้นจนเกินไปของคนตรงหน้าทำให้ฉันต้องหันหลบ


“พี่ครูซพูดอะไร มันไม่มีอะไรที่พี่ครูซควรรู้ทั้งนั้นแหละ ปล่อยมือฝานได้แล้วนะ” ฉันว่าก่อนจะพยายามสะบัดออกจากการจับกุมของพี่ครูซแต่พี่ครูซกลับไม่ยอมปล่อย


“หลังจากคืนวันนั้นฝานท้องใช่ไหม ที่ฝานหนีไปเป็นปีโดยไม่บอกใครแม้กระทั่งพี่เป็นเพราะฝานท้องผิงผิงใช่ไหม ฝานท้องกับพี่” พี่ครูซดึงฉันเข้าหาตัวมากขึ้นก่อนจะใช้แขนอีกข้างโอบรอบเอวฉันไว้ด้วย


“พี่ครูซอย่ามาบ้า ฝานไม่ได้ท้องกับพี่ครูซ บอกแล้วไงว่าผิงผิงเป็นลูกเฮียโอม พี่ครูซคิดว่าฝานเป็นคนดีมากขนาดนั้นหรือไง หลังจากที่ฝานมีอะไรกับพี่ครูซไม่นานฝานก็มีอะไรกับเฮียโอม”


“มีอะไรกับมัน?”


“ใช่”


“ฝานคิดว่าพี่โง่มากนักหรือไงถึงจะไม่รู้ว่าฝานเป็นคนยังไง จะต้องให้ย้ำไหมว่าเมื่อก่อนเราสนิทและรู้ใจกันมากขนาดไหน ฝานรู้ใจพี่และพี่ก็รู้ใจฝาน ถึงแม้ว่าเราจะชอบปากเสียใส่กันบ่อยๆ แต่ใครๆ ก็รู้ว่าแท้จริงแล้วเราสนิทกันมากขนาดไหน”


“นั่นมันเรื่องส่วนตัวของฝาน บางเรื่องก็ใช่ว่าพี่ครูซจะรู้ไปซะหมด”


“ฝานท้องลูกของพี่ และฝานหนีมาเพราะไม่อยากให้พี่มีปัญหากับกันตา” พี่ครูซสวนกลับมาแทบจะทันที


“เลิกหลอกตัวเองได้แล้วพี่ครูซ”


“ฝานนั่นแหละเลิกหลอกตัวเอง”


“ฝานไม่ได้หลอกตัวเอง ฝานพูดความจริง”


“ฝานโกหก” พี่ครูซพูดย้ำทีละคำช้าๆ ชัดๆ


“พูดแบบนี้ตรวจ DNA เลยไหมล่ะพี่ครูซ” ฉันตัดสินใจพูดออกไปแบบนั้นเพื่อตัดปัญหาให้พี่ครูซเลิกเซ้าซี้อีก ทั้งๆ ในใจของฉันมันกลับเต้นโครมครามแทบไม่เป็นจังหวะ และถ้าเกิดพี่ครูซเกิดบ้าจี้ตรวจขึ้นมาจริงๆ ฉันต้องแย่แน่ๆ


“หึ ไม่จำเป็นหรอก DNA ฟ้องอยู่บนหน้าลูกขนาดนั้นแค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าลูกสาวใคร”


“สรุปพี่ครูซจะไม่เลิกวุ่นวายกับฝานใช่ไหม แถมยังมโนว่าลูกคนอื่นเป็นลูกตัวเองด้วย”


“ไม่เลิกยุ่งแน่ๆ”


“หน้าด้าน”


“รู้” ทันทีที่พี่ครูซตอบกลับมาฉันก็สาดสายตาเย็นชาใส่พี่ครูซอย่างเอาเป็นเอาตาย


“คนอะไรกล้ายอมรับว่าตัวเองหน้าด้าน” ฉันแค่นเสียงรอดไรฟัน


“ก็คนหล่อๆ อย่างพี่เนี่ยแหละไม่ต้องไปหาจากที่ไหนหรอก”


“ฮึ่ย” ฉันผลักพี่ครูซออกห่างจากตัว


“ฝานฟังพี่ พี่ยินดีรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด พี่จะไปบอกครอบครัวของพี่ว่าพี่ทำฝานฝานท้อง พี่ยินดีรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น แม่พี่ใจดีมาก และ..”


“พี่ครูซจะต้องให้ฝานทำยังไงพี่ครูซถึงจะเชื่อว่าผิงผิงไม่ใช่ลูกของพี่ครูซ แค่เราพลาดมีอะไรกันแค่ครั้งเดียวมันไม่มีอะไรมาตัดสินได้หรอกนะ ว่าฝานเคยท้องกับพี่ครูซ ทุกอย่างมันก็แค่เรื่องบังเอิญที่พี่ครูซมโนไปเอง” ฉันตัดสินใจตัดบทในสิ่งที่พี่ครูซกำลังพูด ฉันไม่เข้าใจว่าพี่ครูซทำแบบนี้ทำไม รู้สึกผิดและอยากรับผิดชอบงั้นเหรอ? มันสายไปแล้วแหละ ฉันไม่เคยลืมหรอกว่าพี่ครูซเคยพูดว่ายังไงบ้าง


“ถ้าอย่างงั้นฝานก็จำคำพูดพี่ไว้ให้ดีๆ ว่าพี่ไม่มีทางจบเรื่องนี้ง่ายๆ แน่” พี่ครูซจ้องหน้าฉันด้วยสายตาที่มุ่งมั่นและจริงจัง


“เลิกคิดไปเองได้แล้วพี่ครูซ ผู้ชายอย่างพี่ครูซน่ะเป็นพ่อที่ดีของผิงผิงไม่ได้หรอก” อีกครั้งที่ฉันสาดสายตาเย็นชาใส่พี่ครูซก่อนจะเดินหนีเข้ามาในบ้านเลย ซึ่งคราวนี้พี่ครูซไม่ได้ตามเข้ามาและไม่ได้รั้งฉันไว้อีก



22.00 น.

“ฝานลูก รุ่นพี่ฝานที่มาเมื่อตอนกลางวันเขายังไม่กลับไปอีกเหรอลูก”


“คะ” ฉันกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผิงผิงเพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ตอนแรกที่ได้ยินที่ป้าพูดฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าอะไร คงเป็นเพราะว่าในสมองของฉันเอาแต่คิดเรื่องที่พี่ครูซแอบมาหาผิงผิงเมื่อตอนกลางวัน ฉันหันกลับมามองป้าก่อนจะตัดสินใจเดินไปตรงหน้าต่าง


“ป้าเห็นพ่อหนุ่มนั่นยืนอยู่ตรงหน้าบ้านตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นๆ ตอนแรกป้าจะให้เข้ามานั่งในบ้านแต่เขาไม่ยอมเข้ามา”


“แล้วเขาได้บอกไหมคะว่าเขารอใคร”


“เห็นบอกว่ารอเพื่อนนะ แต่ป้าก็ไม่รู้ว่าเพื่อนที่ไหนเพราะเห็นรุ่นพี่ฝานคนนี้ยืนอยู่ตรงนั้นมาตั้งหลายชั่วโมงแล้ว ฝานจะไม่ลงไปคุยกับพี่เขาหน่อยเหรอลูก”


“ไม่ดีกว่าค่ะ ฝานว่าพี่เขาอาจจะรอเพื่อนมารับกลับบ้านก็ได้ ป้าไปนอนเถอะค่ะเดี๋ยวฝานกล่อมผิงผิงนอนเอง”


“เอางั้นก็ได้จ๊ะ” ว่าจบป้าก็เดินออกจากห้องไป ในขณะที่ฉันยังคงยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองจากตรงนี้ฉันเห็นพี่ครูซกำลังยืนอยู่หน้าบ้าน ผ่านไปสักพักพี่ครูซก็เดินไปกลับตรงบริเวณหน้าบ้านของฉัน จนกระทั่งพี่ครูซหยุดเดินขึ้นมากะทันหัน และเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับฉันพอดี ฉันชะงักเล็กน้อยด้วยความตกใจก่อนจะรีบปิดผ้าม่านลงทันที


“ให้ตายเหอะ คนอะไรหน้าด้านเป็นบ้าไล่ให้ไปก็ไม่ไป”



CRUZ SPECIALS 

               เมื่อคืนผมยืนอยู่หน้าบ้านฝานฝานตั้งแต่ช่วงเย็น จนกระทั่งตกดึกผมก็ยังไม่กลับ ความรู้สึกของผมมันทั้งหน่วงและชาไปหมด ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตผมยังไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนเลยสักคนแม้กระทั่งกันตา ซึ่งเป็นผู้หญิงที่ผมคบด้วยนานมากที่สุด ผมก็ยังไม่เคยสัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้ หรือแม้กระทั่งตอนที่ผมกับกันตาทะเลาะกัน ผมก็ไม่เคยรู้สึกแย่แบบนี้มาก่อน แต่เพียงแค่คำพูดของฝานฝานคำเดียวที่บอกว่าผมไม่มีทางเป็นพ่อที่ดีของผิงผิงได้ มันก็ยิ่งตอกย้ำถึงการกระทำที่ผมเคยได้ทำเลวกับฝานฝานเอาไว้ ผมรู้ว่าเวรกรรมเหล่านั้นมันกำลังย้อนกลับมาเล่นงานผมแล้ว ผมรู้และยอมรับผิดทุกอย่างว่าผมเป็นคนทิ้งฝานฝานไปเพราะความเห็นแก่ตัว แต่ที่ผมรู้สึกผิดยิ่งกว่าก็คือการที่ฝานฝานท้องโดยที่ผมไม่รู้ และผมก็มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าผิงผิงเป็นลูกสาวของผม


“เฮ้ย นี่มึงขนซื้อมาเองหมดนี่เลยเหรอ”


“เออดิ” ผมเงยหน้าขึ้นมองไอ้สิงหาที่เดินเข้ามาตบไหล่ผมจากทางด้านหลัง วันนี้ก่อนมาเรียนช่วงบ่ายผมแวะไปซื้อของที่ห้างมา


“คู่มือเลี้ยงเด็ก” ไอ้สิงหาหยิบหนังสือขึ้นมาจับๆ แล้วก็พลิกเปิดดูทีละเล่ม “เป็นเรื่องเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก, คู่มือเลี้ยงลูก, เด็กแรกเกิด, อาหารตามวัย โอ้โหมึง”


“มันก็ต้องศึกษาไว้ กูไม่เคยมีลูกและยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องเลี้ยงเด็กเลยนะ กูเคยมีหลานที่ไหนล่ะที่เคยเห็นก็เป็นหลานแบบว่าลูกของญาติห่างๆ”


“มึงทำอย่างกับว่าไอ้ฝานมันจะยอมรับมึงวันนี้พรุ่งนี้งั้นแหละ” ไอ้สิงหามันส่ายหัวไปมาก่อนจะนั่งลงข้างๆ พร้อมกับตบบ่าผมเบาๆ


“กูรู้ แต่กูก็ต้องทำหน้าที่พ่อที่ดี เอาเข้าจริงกูนี่แย่ว่ะแถมยังเป็นพ่อที่ไม่เอาไหนด้วย” มันก็คงจริงอย่างที่ฝานฝานพูดว่าผมไม่มีทางเป็นพ่อที่ดีของผิงผิงได้ แต่ผมก็จะพิสูจน์ให้ฝานฝานรู้ว่าผมสามารถทำได้


“นั่นเป็นเพราะมึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน”


“แต่กูก็ทำตัวเองตั้งแต่ต้น ทุกอย่างมันเป็นความผิดของกูอยู่แล้ว มันก็ไม่แปลกหรอกที่ฝานฝานจะไม่ยอมรับกู”


“ถ้ามึงพิสูจน์ตัวเองให้ไอ้ฝานมันเห็นว่ามึงสามารถดูแลมันและหลานผิงผิงได้ กูเชื่อว่ามันจะต้องใจอ่อน พวกเรารู้จักไอ้ฝานมันมานาน มึงก็รู้ว่าไอ้ฝานมันไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้น”


“แต่การที่คนเราต้องทนทุกข์ราวกับแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า เหมือนกับที่ฝานฝานเป็น มันก็คงไม่ง่ายที่จะทำให้ฝานฝานยอมรับกู”


“…”


“กูก็แค่อยากจะเข้าไปแบ่งเบาความทุกข์ที่ฝานฝานเคยเจอมาไว้ที่กูบ้าง กูก็แค่อยากจะทำให้วันคืนที่เหลือของฝานฝานมีแต่ความสุขถึงแม้จะรู้ว่ามันสายไปแล้ว” ผมแค่นยิ้มออกมาราวกับว่ามันเป็นเรื่องเล่าทั่วไป ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วข้างในใจผมมันรวดร้าวยิ่งกว่าสิ่งที่ผมแสดงออก


“มึงต้องทำให้ได้ เพราะถ้ามึงทำไม่ได้ คราวนี้ไอ้เฮียโอมอะไรนั่นได้เป็นพ่อผิงผิงจริงๆ แน่”


“กูไม่ยอมหรอก” ผมสวนกลับไปแทบจะทันที พูดถึงไอ้เฮียโอมอะไรนั่นก็รู้สึกหงุดหงิดทุกที


“หึ ว่าแต่ว่า เรื่องฝานฝานกับผิงผิงมึงจะไม่บอกแม่มึงจริงๆ เหรอ กูว่าแม่มึงต้องดีใจมากแน่ๆ” 


“ตอนแรกก็ว่าจะบอกแต่คิดอีกทีกูว่ายังดีกว่า ฝานฝานยังไม่ยอมรับกู อีกอย่างหลายๆ เรื่องมันก็ยังไม่เคลียร์ กูเรียนผูกกูก็ต้องเรียนแก้เอง ถ้ากูบอกที่บ้านตอนนี้ก็เท่ากับว่ากูไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหาเอง อีกอย่างกูก็โตแล้วด้วยอีกไม่กี่เดือนกูก็เรียนจบแล้ว กูอยากพิสูจน์ตัวเอง”


“อย่าให้เจ๊อินต้องลุย กูขอร้อง” ว่าจบไอ้สิงหามันก็หัวเราะดังลั่น ‘เจ๊อิน’ หรืออีกชื่อคือ ‘เจ๊หนูอิน’ คือฉายาของแม่ผมเอง แม่ผมมีชื่อเล่นๆ ว่าหนูอิน เป็นเพราะเมื่อก่อนแม่ผมเป็นเสือสาว แซ่บและเซ็กซี่ชนิดที่ว่าเดินผ่านที ผู้ชายนี่เหลียวหลังเป็นแถว เจ๊อินคือฉายาที่เพื่อนๆ ในแก๊งแม่เรียก ส่วนไอ้พวกเพื่อนผมพอมันรู้เรื่องนี้ก็ชอบเรียกแม่ผมว่าเจ๊อิน ในขณะที่แม่ก็ดูชอบอกชอบใจมากๆ แม่บอกว่าพอพวกเพื่อนผมเรียนชื่อแม่แบบนี้มันให้ความรู้สึกเหมือนแม่กลับมาฮอตอีกครั้ง แต่แม่ผมสวยมากนะ ปัจจุบันก็สวย


“ถ้าเจ๊อินออกโรง คนแรกที่จะตายคือกูเลย” ผมว่าก่อนจะนึกไปถึงเรื่องราวในอดีต ตอนนั้นกิ๊กเก่าพ่อซึ่งไม่รู้ว่าเอาเบอร์พ่อมาจากไหนโทรมา พอแม่รู้เรื่องพ่อผมนี่เละเป็นโจ๊ก อย่าให้พูดถึงสภาพ.. ใบ้ให้ก็ได้ว่าตอนนั้นพ่อหัวแตกส่วนอื่นก็สาหัสไม่แพ้กัน


“นี่มึงกลัวเจ๊อินด้วยเหรอ กูจำได้ว่าช่วงแรกๆ ที่มึงคบกับกันตา ไม่รู้ว่ากูรู้สึกไปเองไหมว่าดูเหมือนเจ๊อินจะไม่ค่อยถูกโฉลกกับกันตาเท่าไหร่”


“เรื่องนี้กูก็ไม่รู้ว่ะ แต่แม่ก็ไม่เคยมีปัญหาเวลากูจะคบกับผู้หญิงคนไหน”


“เฮ้ยไอ้ครูซ ไอ้สิงหา” เสียงไอ้กุนซือตะโกนมาแต่ไกล ผมหันไปมองก่อนจะเห็นว่ามันมาพร้อมกับไอ้ขุนเขา ช่วงนี้ไอ้ขุนเขาก็ไม่รู้หายหัวไปไหน เวลาจะเจอมันแต่ละทีส่วนใหญ่ก็จะเป็นเวลามีเรียนหรือต้องพบอาจารย์เรื่องโปรเจค ส่วนเวลาที่เหลือผมก็ไม่รู้ว่ามันไปไหน ถ้าให้เดานะ มันคงติดสาวใหม่อีกตามเคย ไอ้นี่มันไม่เคยควงใครเป็นตัวเป็นตนหรอก


“เออ” 


“เย็นนี้ที่เดิมไหม เผื่อมึงอยากย้อมใจ” ไอ้กุนซือหัวเราะเบาๆ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ ผม คราวนี้มันยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ผมก่อนจะยื่นโทรศัพท์มือถือมาให้ 


“ย้อมใจอะไรวะ” ผมถามด้วยความสงสัยก่อนจะหยิบโทรศัพท์ที่ไอ้กุนซือยื่นให้มาดู


“เป็นไงล่ะ กูเตือนมึงหลายรอบแล้ว คราวนี้มึงจะว่ายังไง” ไอ้กุนซือมันทำสีหน้าเหนือกว่าใส่ผม


“คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง ยัยนั่นก็เคยบอกว่าเป็นเพื่อนกัน” ผมเลื่อนๆ โทรศัพท์ของไอ้กุนซือดูไปเรื่อยๆ มันเป็นภาพแผ่นหลังของกันตาที่กำลังเดินจูงมืออยู่กับเด็กอินทีเรียที่ยัยนั่นเคยบอกว่าเป็นเพื่อน


“นี่ไอ้เวรครูซ ไอ้เพื่อนเวรครับ นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนกูคงด่าไปแล้วว่ามึงแม่งโคตรของโคตรโง่” 


“แล้วนี่มึงไม่ได้ด่ากูอยู่เหรอ” ผมว่าขำขำ


“ก็เออไง กูกำลังด่ามึงอยู่ และกูก็อยากให้มึงเลิกโง่ได้แล้วเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กูเอาภาพพวกนี้มาให้มึงดู” ที่ไอ้กุนซือพูดมามันก็ถูก เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันเอาภาพแอบถ่ายมาให้ผมดู ไม่ใช่แค่ไอ้กุนซือแต่ยังรวมไปถึงไอ้สิงหาที่ขึ้นชื่อเรื่องเผือกเรื่องชาวบ้านด้วย ไม่มีอะไรที่ไอ้สิงหาอยากรู้แล้วไม่รู้ยกเว้นเรื่องของฝานฝาน พวกมันเคยเอาภาพแอบถ่ายกันตากับผู้ชายในภาพมาให้ผมดูบ่อยมากก่อนจะหายไปพักนึงเลยแหละ แต่พอผมไปถามกันตาตรงๆ ยัยนั่นก็บอกว่าเป็นเพื่อนกัน แรกๆ ผมก็เชื่อ แต่พอมันบ่อยเข้าจากที่ไม่เคยเชื่อเพื่อนผมก็เลยลงมือสืบเอง


“เออ ก่อนหน้าที่กูเคยให้มึงดูภาพที่พวกกูเคยตามแอบถ่ายกันตา ถ้ามึงไม่เชื่อก็ไม่เป็นอะไรหรอกเพราะว่าพวกมึงคบกันมานาน แต่ว่ามันไม่ได้มีแค่ครั้งเดียวไง มึงจะเอาไงต่อ” คราวนี้ไอ้สิงหาเป็นคนพูดขึ้นบ้าง


“เดี๋ยวกูจัดการเอง ขอบใจพวกมึงมาก” ผมตัดสินใจพูดขึ้น


“จัดการยังไงวะ จัดการแบบ.. พอกันตามาออดอ้อนมึงหรือมาอ่อยมึงนิดหน่อย มึงก็ให้อภัยแล้วก็เชื่อ แบบนั้นเหรอ?” ไอ้ขุนเขาที่นั่งเงียบไปนานพูดขึ้นแถมมันยังมองหน้าผมแบบท้าทายด้วย


“เรื่องของกูเหอะน่า กูจัดการเองได้”


“มึงมันไม่เด็ดขาด” คราวนี้เป็นไอ้กุนซือที่พูดขึ้น


“กูบอกแล้วว่ากูจัดการเองได้ กูมีเหตุผลของกู” ผมกวาดสายตามองหน้าเพื่อนในแก๊งแต่ละคนที่มีสีหน้าแตกต่างกันไป ไอ้ขุนเขามันมองหน้าผมด้วยสายตาท้าทาย ไอ้กุนซือมองหน้าผมด้วยสายตาของคนที่รักความถูกต้อง ส่วนไอ้สิงหามันมองหน้าผมด้วยสายตาครุ่นคิด


“มึงจะจัดการยังไง สรุปมึงเชื่อพวกกูแล้วเหรอว่ากำลังโดนกันตาสวมเขา”


“พวกมึงฟังกูนะ พวกมึงก็รู้ว่านิสัยกูคือเป็นคนเชื่อใจแฟน ก่อนหน้ากูยอมรับว่ากูไม่เชื่อพวกรูปถ่ายบ้าๆ นั่นที่พวกมึงขยันส่งมาให้กูดูถ้ากูไม่ได้เห็นกับตา”


“มึงพูดงี้แสดงว่ามึงเคยเห็นกันตากับไอ้เวรนั่นแล้ว” ไอ้สิงหาตบโต๊ะเสียงดัง


“อืม แต่กูไม่พูดแล้วก็ไม่ได้บอกใคร”


“เพราะอะไรวะ ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขนาดนี้มึงต้องเลิกกับกันตาได้แล้วนะเว้ย มึงชอบเหรอวะโดนแฟนตัวเองสวมเขา” คราวนี้ผมเลือกที่จะเงียบเพราะสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจของผมมันหนักอึ้งเกินกว่าที่ผมจะพูดออกไป ทำไมถึงไม่พูด? และทำไมถึงไม่เลิกกับกันตางั้นเหรอ?.. 


“ไม่เป็นไร ไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไร บางอย่างมันอาจจะยากเกินกว่าที่พวกกูจะเข้าใจ” ไอ้สิงหาตบบ่าผมเบาๆ


“ก็เพราะมึงมั่นโง่ไง ถึงไม่เข้าใจ” คราวนี้ไอ้กุนซือหันไปด่าไอ้สิงหาก่อนจะหัวเราะเสียงดัง


“เอ้า ไอ้เวรเอ๊ย กูหวังดีก็ผิดอีก”


“คนอย่างมึงเนี่ยนะหวังดีกับใครเป็น กูเห็นมึงเอาแต่เผือกเรื่องชาวบ้านถ้าวันไหนไม่เผือกก็หม้อสาวไปวันๆ แล้วอย่างงี้เมื่อไหร่มึงถึงจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน” 


“หุหุ กูไม่แคร์หรอกเพราะตอนนี้กูเจอว่าที่เจ้าสาวของกูแล้วรับรองได้เลยว่าถ้ากูจีบติดกูจะโละสาวๆ ในสต็อกออกให้หมดเลย” ไอ้สิงหามันพูดก่อนจะอมยิ้มมีเลศนัย


“ไหนๆๆ ผู้หญิงคนนั้นคือใครวะ พวกกูเคยเห็นหน้าไหม” ไอ้กุนซือทำสีหน้าอยากรู้เต็มที่ นั่นดิ ขนาดผมยังอยากรู้เลยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เพราะปกติไอ้สิงหามันไม่ค่อยแสดงออกว่าสนใจผู้หญิงคนไหนจริงๆ จังๆ สักที เว้นก็แต่..


“เชวาเพื่อนของฝานฝานไง สวยมากๆ สเปคกูเลย” ผมนั่งมองหน้าไอ้กุนซือนิ่งๆ เพราะในขณะที่มันพูดถึงเชวาสายตาของมันกลับมองไปที่ไอ้ขุนเขาที่กำลังนั่งตีสีหน้าเครียดๆ ตามสไตล์มัน


“เชวาเพื่อนฝานฝานเนี่ยนะสเปคมึง” ผมพูดขึ้น


“เออ กูได้เบอร์มาแล้วด้วย จริงๆ แล้วดูท่าทางเชวาก็ดูสนใจกูอยู่เหมือนกันมึงก็เห็นนิไอ้ครูซ”


“วันนี้กูเห็นผาชันพี่ชายของฝานฝานกับไอ้เฮียโอมมาทำอะไรแถวหลังมอก็ไม่รู้ ดูจากลักษณะเหมือนกำลังตามหาคนอยู่” จู่ๆ ไอ้ขุนเขามันก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา นั่นจึงทำให้ทุกคนเริ่มเบนความสนใจไปที่มันรวมถึงผมก็ด้วย


“มันจะมาตามหาใครแถวๆ มหาลัยเราวะ” ไอ้กุนซือผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวพูดขึ้นด้วยความสงสัย ในขณะที่ไอ้สิงหามันหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าประมาณว่า ‘เชี่ยแล้วไงมึง’


“กูก็ไม่รู้” ไอ้ขุนเขาตอบไอ้กุนซือกลับไป 



21.00 น.

“ขอเหมือนเดิม วันนี้เพื่อนกูจะย้อมใจ”


“ย้อมใจอะไรของมึง” ผมทิ้งบุหรี่ลงพื้นก่อนจะขยี้ซ้ำตอนที่เดินเข้ามาในร้านอาหารกึ่งผับกึ่งบาร์ จริงๆ มันคือร้านเดียวกับที่ผมมาวันนั้นกับไอ้ขุนเขา แพนด้า แล้วก็ไอ้สายป่านเพื่อนของแพนด้าซึ่งตอนนั้นผมมาสืบเรื่องของฝานฝาน แล้วก็ที่นี่อีกนั่นแหละที่ผมได้เจอกับไอ้ผาแล้วก็ไอ้โอมครั้งแรก เพียงแต่ว่าวันนี้แก๊งผมมากันครบหมดเลยพ่วงด้วยไอ้แดนกับไอ้เหนืออีกสองคน


“โห่ น่าเสียดายเนอะพี่กุนซือไอ้ฝานมันมาไม่ได้” ไอ้แดนทำหน้าเสียดายอย่างออกนอกหน้าก่อนจะส่ายหัวไปมา


ผัวะ!! ผมจัดการตบหัวไอ้แดนไปหนึ่งทีแบบแรงๆ


“โห่ ตบผมทำไมเนี่ยพี่ครูซ แรงฉิบ”


“มึงจะให้ฝานฝานมาทำไม ฝานฝานต้องเลี้ยงผิงผิงอยู่บ้าน” พอได้ยินไอ้แดนพูดแบบนั้นผมก็อดหงุดหงิดไม่ได้ สถานที่เที่ยวกลางคืนแบบนี้มันไม่เหมาะกับฝานฝานอีกต่อไปแล้ว


“พี่ครูซเป็นห่วงฝานฝานมันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย เมื่อก่อนเห็นกัดกันยับ”


“ก็ต้อง.. ห่วงเป็นธรรมดา ฝานฝานมีลูกแล้ว” ผมอึกอักเล็กน้อยตอนที่พูดคำว่า ‘ห่วง’ ออกไป คือปกติถ้าเป็นเมื่อก่อน ด้วยความที่ผมเป็นคนปากเสียมากแถมยังทะเลาะกับฝานฝานเป็นประจำ ต่อให้ผมจะห่วงฝานฝานยังไงแต่ผมก็ไม่ค่อยได้พูดคำๆ นี้ออกมาหรอกเพราะผมเป็นคนปากหนัก นอกจากเตือนแบบกวนๆ แต่แฝงความห่วงใยเอาไว้ อย่างที่รู้กันว่าเมื่อก่อนแก๊งฝานฝานน่ะสายปาร์ตี้ตัวยง


“ก็ไม่ต้องดื่มก็ได้ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้มีเวลาคุยกับมันแค่อยากให้มันมานั่งคุยด้วยก็แค่นั้นเอง”


“ไม่ได้” ผมยืนยันเสียงแข็ง


“พอๆ เอาไว้คราวหน้าก็ได้เว้ยชวนบ่อยๆ ยังไงฝานมันก็ไม่ปฎิเสธหรอก” ไอ้สิงหาพูดพร้อมกับเดินมาเกาะไหล่ผม


“จะคราวนี้หรือคราวไหนก็ไม่ได้” ผมพูดขึ้นโดยไม่ได้หันไปมองหน้ามันสักนิด


“หึหึ เดี๋ยวนี้มีหวง” คราวนี้มันจงใจกระซิบให้ผมได้ยินแค่คนเดียว


“อะ เอ่อ.. กูไม่ได้หวง” พอได้สติอีกครั้งผมก็อึกอักเล็กน้อย หวงฝานฝานงั้นเหรอ? 


“หน้าแดงด้วยมึง”


“กูเนี่ยนะหน้าแดง”


“เออดิ” 


“บะ บ้าแล้วมึง”


“กูไม่ได้บ้า ไม่เชื่อมึงไปส่องกระจกในห้องน้ำได้เลย ไม่งั้นลองถามไอ้ขุนเขาดูก็ได้” คราวนี้ไอ้สิงหามันเบนสายตาไปทางไอ้ขุนเขาที่กำลังเดินนำอยู่ข้างหน้าผม


“ไม่ต้องๆ กูไม่อยากให้พวกมันสงสัย”


“แล้วมึงคิดว่ามึงจะปิดเรื่องนี้ไปอีกนานแค่ไหน เชื่อดิ อีกไม่นานพวกมันก็ต้องรู้”


“กูไม่ได้ตั้งใจปิด แต่กูแค่อยากแน่ใจอะไรบางอย่างก่อน มึงก็น่าจะรู้ว่าปัญหาชีวิตกูตอนนี้มันมากมายขนาดไหน”


“กูรู้ เกิดเป็นมึงแม่งซวยฉิบหาย ไหนจะเรื่องกันตาอีก กูเดาได้เลยว่าถ้ากันตารู้เรื่องมึง ฝานฝาน และหลานผิงผิง เรื่องนี้จะต้องไม่จบลงง่ายๆ แน่ แต่ว่านะ.. มึงจะกลัวอะไรวะ ในเมื่อมึงก็รู้อยู่แก่ใจว่ากันตากำลังสวมเขาให้มึงอยู่”


“มึงไม่เข้าใจหรอก”


“ถ้าเดาไม่ผิด สุภาพบุรุษอย่างมึงคงรู้สึกผิดต่อกันตาสินะที่ก่อนหน้ามึงไปทำไอ้ฝาน..”


“เฮ้ย พวกมึงคุยอะไรกันวะ” ไอ้กุนซือเดินมาหยุดข้างๆ ผมเลยหันไปส่งสายตาให้ไอ้สิงหามันหยุดพูด เดี๋ยวเรื่องมันจะยาว


“ไม่มีอะไร ไอ้สิงหามันกำลังนินทาฝานฝานอยู่” ผมพูดขึ้นพร้อมกับเดินมาหยุดอยู่ตรงโต๊ะที่ไอ้กุนซือมันโทรจองไว้


“เหมือนเดิมน้อง” ไอ้ขุนเขาหันไปคุยกับเด็กเสิร์ฟที่สนิทกับแก๊งพวกผมดี


“ช่วงนี้ไม่ค่อยเจอหน้าเลยฮะพี่ขุนเขา”


“เออ ใกล้จบแล้วงานเยอะ”


               พอผมหย่อนก้นนั่งลงที่โต๊ะ ผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็ค ก่อนจะพบว่ามีสายที่ไม่ได้รับประมาณห้าสายซึ่งเป็นเบอร์ของกันตา ผมไม่รู้ว่ายัยนั่นโทรมาตอนไหนเพราะผมชอบเปิดระบบสั่นมากกว่า พักหลังมานี้ผมกับกันตาเริ่มห่างกันอย่างเห็นได้ชัด จริงๆ มันไม่ใช่แค่พักหลัง ถ้าพูดกันตามความจริงแล้วผมกับกันตาเริ่มห่างกันอย่างจริงๆ จังๆ หลังจากวันที่ผมมีอะไรกับฝานฝาน ผมยอมรับว่าผมรู้สึกผิดกับฝานฝานตั้งแต่วันนั้นและผมไม่เคยมีความสุขเลยหลังจากที่ฝานฝานหายไป ในขณะที่กันตาเองก็เริ่มห่างจากผมเหมือนกัน แรกๆ ผมก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร แต่หลังจากที่ผมสืบได้ว่ากันตามีคนอื่นผมก็เข้าใจทันทีว่าความผิดทั้งหมดมันเป็นเพราะผมละเลย ก็เลยทำให้กันตาแอบคบคนอื่น นี่คือสาเหตุที่ผมเก็บเงียบมาตลอดว่าทำไมผมถึงไม่เคยพูดเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่เพื่อนของผมก็ชอบเอารูปแอบถ่ายกันตากับผู้ชายอีกคนมาให้ผมดูบ่อยมาก แต่ผมก็อ้างตลอดว่าเป็นเพื่อนของกันตา เพราะอย่างน้อยผมก็ไม่อยากให้คนอื่นมองกันตาไม่ดีแม้ว่ากันตากำลังทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ความผิดทั้งหมดมันเป็นเพราะผมเอง ผมเป็นคนผิดตั้งแต่ต้น ผมรู้อยู่แล้วว่าสักวันกันตาก็ต้องเป็นฝ่ายไปอยู่ดี ส่วนผมก็ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องเหมือนกัน


“เออ เอาจริงๆ นะเว้ยพวกพี่ ตอนแรกที่ผมเห็นหน้าน้องผิงผิงผมนี่แบบอยากจับฟัดมาก เด็กอะไรน่ารักเป็นบ้าเลย” จู่ๆ ไอ้แดนมันก็พูดถึงผิงผิงขึ้นมา ผมก็เลยเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าก่อนจะนั่งเท้าคางฟังไอ้แดนเงียบๆ


“เออ จริงด้วย และที่สำคัญเลยนะ กูไม่เห็นจะรู้สึกเลยสักนิดว่าน้องผิงผิงจะมีส่วนคล้ายเฮียโอมอะไรนั่น จริงอยู่ที่อาจจะมีส่วนคล้ายไอ้ฝานมันนิดนึง แต่ส่วนที่เหลือเนี่ยกูรู้สึกคุ้นๆ ยังไงก็ไม่รู้ว่ะ น้องผิงผิงหน้าคล้ายใครวะ ให้นึกยังไงกูก็นึกไม่ออก” ไอ้เหนือมันหันไปคุยกับไอ้แดนกันอยู่สองคน ในขณะที่ผมก็ได้แต่แอบอมยิ้มอยู่ในใจว่า ‘ก็คล้ายกูไงจะให้คล้ายใครล่ะ ไอ้เฮียโอมน่ะมันตัวหลอกเว้ย’


“เออ กูก็คิดแบบนั้นเหมือนกันเด็กอะไรน่ารักเป็นบ้าเลยโตขึ้นมาต้องสวยแน่ๆ พวกมึงลองดูฝานฝานดิ ไม่เจอกันเป็นปี กลับมาเจอกันอีกทีกูแทบจำไม่ได้ ไม่น่าเชื่อว่าฝานฝานจะหน้าหวานขนาดนั้น” ไอ้กุนซือใช้มือเกาคางอย่างใช้ความคิด


“โห่ ไอ้ฝานมันก็สวยของมันมาตั้งนานแล้วแต่พวกพี่อ่ะมองไม่เห็นเอง อีกอย่างเมื่อก่อนมันก็ไม่ค่อยแต่งตัวดูเดี๋ยวนี้ดิ ขนาดพวกผมเป็นเพื่อนก็ยังอดชมไม่ได้เลย” ไอ้เหนือพูดขึ้น 


“ถูกของมึง แถมยังหุ่นดีกว่าเดิมด้วย ล่าสุดนะ กูได้ยินมาว่าฝานฝานป็อบมาก ผู้ชายนี่ตามจีบเต็มไปหมดแต่โชคดีไปที่ไอ้ฝานมันมีลูกมีผั.. เอ้ย สามีแล้ว มันก็เลยไม่ได้สนใจ”


“เหอะ สามีปลอมจอม” ด้วยความหมันไส้ผมก็เลยเผลอหลุดพูดออกมา ขนาดว่าเบาแล้วพวกมันยังเสือกได้ยิน


“เมื่อกี้มึงว่าไงนะไอ้ครูซ” ไอ้กุนซือหันมามองผมก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “อะไรจอมปลอมๆ”


“อะไรนะ เอ่อ.. กูหมายถึง รองเท้าน่ะ พอดีวันนี้กูจะไปซื้อรองเท้ากีฬาแล้วดันเจอของก็อปเกรดเอพอดี” ผมกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เหมือนกับว่าก่อนหน้านี้ผมไม่ได้พูดอะไรผิดไป


“เฮ้ยๆๆๆ พี่ครูซ พี่ขุนเขา ผู้ชายที่กำลังยืนโอบสาวอยู่ตรงนั้นใช่พี่ชายไอ้ฝานป่ะ” ไอ้แดนหันมาสะกิดผมกับไอ้ขุนเขาจนพวกผมต้องมองไปทางที่มันชี้ แล้วก็ทันได้เห็นผู้ชายคนนึงกำลังยืนโอบไหล่สาวสวยที่ไหนก็ไม่รู้ส่วนมืออีกข้างกำลังอัดบุหรี่เข้าปอด แค่มองด้านข้างผมก็รู้ทันทีว่าหมอนั่นคือพี่ชายของฝานฝาน โชคดีที่โต๊ะตรงที่ผมนั่งอยู่ห่างจากพวกนั้นพอสมควรแถมยังเป็นมุมแอบมองที่ดีมากด้วย ผมเลิกคิ้วเล็กน้อยตอนที่เห็นไอ้เฮียโอมเดินไปคุยอะไรกับไอ้ผาก็ไม่รู้ และที่สำคัญตรงที่พวกมันอยู่ยังมีผู้หญิงสวยๆ อยู่เต็มไปหมด ไหนจะแก๊งเพื่อนผู้ชายที่ดูนักเลงๆ นั่นอีก


“ไอ้หมอนั่นมันเป็นแฟนไอ้ฝานนิ แล้วทำไมตรงนั้นมีผู้หญิงด้วยวะ” ไอ้สิงหาพูดขึ้นและยังเป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้หญิงคนนึงเดินเข้ามาควงแขนไอ้เฮียโอม


“หรือว่าเฮียโอมนอกใจไอ้ฝานวะพวกพี่ แต่จะเป็นไปได้เหรอไม่เมื่อเขาก็มีลูกด้วยกันแล้วนะ” ไอ้เหนือออกความเห็นขึ้นมาบ้าง


“ถะ ถะ โถ่ พวกมึงอ่ะไม่รู้อะไรมีลูกด้วยกันแต่ฝ่ายชายมีบ้านเล็กบ้านน้อยอยู่นอกบ้านก็มีให้เห็นอยู่เยอะแยะไป” ผมคลี่ยิ้มเล็กน้อยเมื่อนึกอะไรบางอย่างออก หึหึ ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าฝานฝานกับไอ้เฮียโอมจะเล่นละครตบตาผมไปอีกนานแค่ไหน วันนี้แหละผมจะต้องรู้ความจริงให้ได้เลย


“รู้ดี แสดงว่าทำบ่อย” ไอ้ขุนเขามันหันมาแขวะผมเว้ยเฮ้ย


“บ่อยห่าอะไร อย่างกูน่ะถ้ามีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้วยิ่งมีลูกสาวน่ารักๆ หน้าตาดีมากๆๆๆ อย่างผิงผิงอ่ะนะ กูยอมอยู่บ้านให้เมียโขกสับเลยว่ะ” 


“จริง?” ไอ้ขุนเขาขมวดคิ้ว


“เออดิ” ผมตอบกลับไปทันทีก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากไปสองสามที


“ดีเลย กูอัดเสียงมึงไว้และ” คราวนี้ผมตวัดสายตาไปมองที่มือไอ้ขุนเขาแทบจะทันทีก่อนจะพบว่าแม่งอัดเสียงผมเก็บไว้จริงๆ เผลอไม่ได้จริงๆ ไอ้นี่มันร้ายหักหลังผมได้ตลอด แต่ไม่เป็นอะไรคราวนี้ปล่อยมันไปก่อนเพราะตอนนี้ผมมีเรื่องสำคัญอย่างอื่นต้องจัดการก่อน


“เดี๋ยวกูมานะ ไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึง” ว่าจบผมก็เดินเลี่ยงออกมาจากโต๊ะทันที

END CRUZ SPECIALS



PHA SPECIALS

“มึงคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมวะ ถ้าเกิดว่ากูอยากจะจริงจังกับน้องสาวมึง”


“วันนั้นที่โดนกูถีบนี่คือมึงยังไม่เข็ด?”


“เออดิ กูน่ะมันคนทนมือทนตีน ต่อให้มึงจะกระทืบกูให้ตายตรงนี้กูก็ยังยืนยันคำเดิมว่ากูชอบน้องสาวมึงจริงๆ”


“หึ” ผมกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะพยายามแกะมือทีน่าที่กำลังเกาะแขนผมจนแน่น


“อะไรกันผา ก็แค่เกาะ แค่จับ ไม่ได้เลยหรือไง มากกว่านี้ก็ทำมาแล้ว” ทีน่าใช้สาตตาออดอ้อนผมซะจนผมเริ่มขนลุก ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมอาจจะรู้สึกนะ แต่พอหลังจากที่เราเลิกกันอะไรๆ มันก็เปลี่ยนไปแล้ว


“รำคาญ ไม่เข้าใจหรือไง”


“ใจร้าย ทีเมื่อก่อนนายยังตามใจฉันเลย” ทีน่าว่าก่อนจะซบลงบนบ่าผม


“ทีน่า ขอร้องล่ะ อย่าให้ฉันต้องใจร้ายกับเธอเลย ตอนนี้ฉันต้องการความเป็นส่วนตัว”


“ก็ถ้าฉันปล่อยนาย ยัยผู้หญิงพวกนั้นก็จะมาเกาะแกะนายน่ะสิ นายเป็นของฉันนะ” ทีน่ากระทืบเท้าอย่างไม่พอใจตามนิสัยเอาแต่ใจของเธอนั่นแหละ และนั่นก็ยิ่งทำให้ผมหงุดหงิด เมื่อก่อนฝานฝานก็เป็นเด็กเอาแต่ใจนะ แถมยังติดเที่ยวและดื้อมาด้วย แต่ว่าน้องสาวของผมก็ยังนิสัยดีและน่ารักแถมยังมีเหตุผลกว่าทีน่าเยอะเลย


“เข้าใจผิดแล้วทีน่า ฉันไม่ใช่ของใคร” คราวนี้ผมงัดฝ่ามือของทีน่าออกจากแขนได้สำเร็จเพื่อตัดความรำคาญ ประเด็นสำคัญเลยก็คือผมไม่อยากเหวี่ยงผู้หญิง


“ผา!!” เสียงทีน่าตะโกนเรียกชื่อผมดังลั่นด้วยความไม่พอใจ แต่ผมไม่ได้สนใจเพราะผมเดินเลี่ยงมาตรงด้านหลังร้านก่อนจะเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่รู้สึกว่ากำลังมีคนเดินตามผมมา


“มึงมาทำอะไรไอ้โอม”


“เอ้า มึงไปไหนกูก็ไปด้วย”


“เพื่อ?” ผมยกยิ้มสมเพชใส่มันกลับไป แต่ไอ้นี่มันหน้าด้านและมึนโคตรๆ


“อยากจีบน้องก็ต้องเอาชนะใจพี่ชายให้ได้ก่อน” คราวนี้ไอ้โอมมันยกยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่ผมกลับมาคล้ายกับจะบอกว่า ‘กูไม่กลัวมึงหรอก’


“หึ อย่าคิดว่าเป็นเพื่อนแล้วกูจะไม่กล้ากระทืบนะ”


“แล้วแต่มึงเล้ยยย ด้วยความที่กูกับมึงมีเรื่องต่อยตีด้วยกันประจำกูก็พอจะกะน้ำหนักตีนมึงได้ว่าประมาณเท่าไหร่ คราวนี้พอกูโดนมึงกระทืบกูจะได้หาวิธีรับมือกับมึงได้ทัน” 


“ไอ้เวร”


“น้อมรับ”


               ผมส่ายหัวด้วยความหงุดหงิดกับความหน้ามึนของไอ้โอมก่อนจะเดินเข้ามาทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ ส่วนไอ้โอมมันก็เดินตามมายืนฉี่ข้างๆ ผมทางด้านขวา ส่วนฝั่งซ้ายนี่ใครก็ไม่รู้ จำได้ว่าเมื่อกี้นี้ก่อนจะเดินเข้ามาในห้องน้ำผมเห็นไอ้หมอนี่มันยืนฉี่อยู่ตรงนี้ พอผมเดินเข้ามามันก็ยังฉี่ไม่เสร็จอีก แม่ง!! แดกน้ำเข้าไปทั้งถังเลยเหรอ นานฉิบเป๋ง คราวนี้ผมใช้หางตาเหลือบไปมองไอ้มนุษย์ฉี่นานข้างๆ ตัวก่อนจะรู้สึกว่าทำไมมันหน้าคุ้นๆ จังวะ ผมเคยเห็นมันที่ไหน? แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก หลังจากเดินไปล้างมือเสร็จผมก็เดินออกมาจากห้องน้ำก่อนจะพบว่าไอ้โอมกำลังกอดอกยืนพิงกำแพงจ้องหน้าผมด้วยสายตาครุ่นคิด


“จ้องอะไร หนวดมึงติดอยู่บนหน้ากูเหรอ” ผมว่า


“หนวดกูจะไปติดอยู่บนหน้ามึงทำซากอะไร แต่หัวใจของกูฝากไว้ที่น้องสาวมึงมานานแล้ว” ผมได้ยินมันพูดจาเลี่ยนหูคราวนี้ผมก็ไม่ลังเลเลยที่จะ


พลั๊ก!! ผมยันเท้าถีบท้องมันเต็มๆ


“นี่กูแค่เตือนๆ มึงนะ” ผมว่าพร้อมกับทำหน้าโหดใส่ไอ้โอม แต่มีเหรอว่ามันจะกลัว ไอ้นี่น่ะมันหน้าด้าน


“ซี้ดดดด ขนาดเตือนนะมึง วันไหนเอาจริงได้โปรดนึกถึงความเป็นเพื่อนของกูกับมึงด้วย”


“ฝันเหอะ กูไปล่ะ”


“เดี๋ยวๆ มึงจะกลับไปหาทีน่าที่โต๊ะเหรอ” ไอ้โอมมันตะโกนเรียกผมตอนที่ผมกำลังหันหลังจะเดินออกไปทางโซนหน้าร้าน ถ้าเป็นเมื่อก่อนน่ะเวลาผมมาที่นี่กิจกรรมของผมมีให้ทำเยอะแยะไปหมด คือเมื่อก่อนผมค่อนข้างเกเรพอสมควรกับไอ้เวรโอมเนี่ยแหละ แต่พอเริ่มโตขึ้นและยังเป็นช่วงจังหวะเดียวกับที่ฝานฝานท้องผิงผิงผมก็เริ่มลดเรื่องเที่ยวลง


“ไม่อ่ะ กูจะกลับบ้าน” ผมหันกลับมาบอกมัน


“คือกูมีเรื่องจะคุยกับมึง” ไอ้โอมทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะกวักมือเรียกผมให้เดินเข้าไปหามัน ตอนแรกผมก็ไม่อยากทำตามที่มันสั่งหรอกนะ แต่ผมก็ยอมเดินกลับไปหามันเพราะคิดว่ามันคงมีเรื่องสำคัญจริงๆ เดาเอาจากลักษณะหน้าตาซีเรียสและชอบเก็กหล่อของมัน


“เรื่องอะไรของมึงอีก หวังว่าคงจะไม่ใช่เรื่องน้องสาวกูอีก”


“ก็.. กำลังจะถามมึงพอดีว่าถ้าอยากให้ฝานฝานมีใจให้บ้างจะต้องทำยังไง เฮ้ยยย เดี๋ยวๆ” พอได้ยินมันพูดแบบนั้นผมก็เลยจัดการล็อกคอไอ้โอมก่อนจะดึงเข้าหาตัวเตรียมแทงเข่าพิฆาตใส่มัน


“อะไรของมึง เล่นแง่..”


“คือความจริงแล้วกูจะคุยกับมึงเรื่องพ่อของผิงผิง” 


“ทำไม มึงเจอตัวมันแล้วเหรอ” ผมพยายามข่มอารมณ์หงุดหงิดลงไปแต่ก็รู้อยู่เต็มอกว่ามันยาก คุยกับไอ้โอมเรื่องนี้ทีไรผมนี่อยากจะฆ่าคนทุกที


“เปล่าๆ แต่กูอยากจะพูดอะไรกับมึงหน่อย” ไอ้โอมทำหน้าจริงจังตอบกลับมา ผมก็เลยยืนนิ่งๆ ฟังเรื่องที่มันจะพูด “ความลับไม่มีในโลกหรอกเพื่อน มึงก็รู้ว่าสักวันพ่อของผิงผิงจะต้องมาทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อ”


“ความเป็นพ่องั้นเหรอ สาบานได้ว่ากูไม่รอให้ถึงวันที่มันมาทวงสิทธิ์หรอก” ผมกดเสียงต่ำอย่างข่มอารมณ์ ไอ้เวรนั่นมันทำน้องสาวผมเสียใจขนาดไหน วันนั้นใครเคยรู้บ้างแม้แต่ไอ้เวรนั่นก็ไม่เคยรู้


“กูรู้ว่ามึงรู้สึกยังไง เพราะถ้ากูรู้ว่ามันเป็นใครกูก็จะไม่ปล่อยไว้เหมือนกัน เพียงแต่กูแค่รู้สึกว่าตั้งแต่พวกรุ่นพี่ฝานฝานบุกมาบ้านมึงความรู้สึกของกูมันบอกว่าอะไรๆ มันกำลังจะไม่เหมือนเดิม บางทีพวกเราอาจจะปิดความลับไม่ได้แล้ว”


“แล้วมึงไม่ชอบหรือไง ตอนนี้ใครๆ ก็เข้าใจว่ามึงเป็นพ่อของผิงผิง” ผมถามมันกลับไปอย่างลองใจ จริงอยู่ที่ใครๆ ก็เข้าใจว่ามันเป็นพ่อของผิงผิง แต่ผมก็ไม่เคยประกาศอย่างโจ่งแจ้งถ้าไม่มีคนถามเพราะลึกๆ แล้วผมก็แอบรู้สึกผิดเหมือนกันที่ดันเอาชื่อหนุ่มคาสโนว่าตัวพ่ออย่างมันมาอ้างแต่มันดันเต็มใจซะนี่


“ไอ้ผา มึงก็รู้ว่ากูจริงจังกับน้องสาวมึงมากแค่ไหน กูยังยืนยันคำเดิมว่ากูจริงจังกับฝานฝานมากและที่สำคัญกูไม่เคยรังเกียจอดีตของฝานฝานเลย”


“ถ้ามึงมั่นใจขนาดนั้นมึงก็ลองพิสูจน์ให้กูดูหน่อยว่าคาสโนว่าตัวพ่ออย่างมึงจะสามารถหยุดอยู่ที่น้องสาวกูได้จริงหรือเปล่า” ผมเอนหลังพิงกำแพงก่อนจะควักบุหรี่ออกมาจุด


“มึงพูดเหมือนมึงไม่รู้จักกู” ไอ้โอมหัวเราะเบาๆ


“ช่วงนี้กูจะลองทำตัวไม่รู้จักมึงดู ก็อยากจะรู้ว่าน้ำหน้าอย่างมึงจะเอาอะไรมาชนะใจฝานฝาน มึงก็รู้ว่าฝานฝานเป็นคนยังไง ฝานฝานยังไม่ลืมเรื่องในอดีตมึงก็รู้” พูดเรื่องนี้ทีไรผมก็เจ็บแทนน้องแต่ผมเองก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน บางทีผมก็คิดว่ามันอาจจะเป็นเวรกรรมที่เมื่อก่อนผมดันทำเลวใส่ผู้หญิงไว้เยอะ เวรกรรมเหล่านั้นมันก็เลยตกมาอยู่ที่ฝานฝาน


“กูจะพยายาม แต่กูจะไม่พยายามเพราะมึงอยากลองใจกูหรอกนะแต่กูจะพยายามเพื่อฝานฝานและลูกผิง”


“หึ บางทีกูก็คิดนะว่าทำไมพ่อแท้ๆ ของผิงผิงถึงไม่ใช่มึงแต่กลับเป็นรุ่นพี่เลวๆ อย่างไอ้ครูซนั่น”


เคร้ง!! ผมตวัดสายตาไปทางอีกมุมหนึ่งแถวๆ ห้องน้ำเพราะจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างตก

END PHA SPECIALS









[loading....150%]






ท้าดาาาาาา ปกเต็มครูซ & ฝานฝาน ค่าาาา

ดินแดนแห่งความรักของพี่ครูซกับฝานฝาน น่ารักไหมมมม!!



Talk
  

**ตอนนี้เปิดพรี พี่ครูซ & ฝานฝาน แล้วนะคะ ระยะเวลาตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 สิงหาคม มีขายทั้งแบบแยกเล่มและขายแบบเป็นเซต ถ้าซื้อแยกเล่มจะอยู่ที่เล่มละ 399+ค่าส่ง 40 บาทค่ะ แต่ถ้าซื้อครบทั้งเซตซึ่งมีทั้งหมด 3 เล่มจะได้ของแถมคือบ็อกฟรีค่าาา จำกัดจำนวน 300 บ็อกเท่านั้น หากสนใจสั่งซื้อหนังสือสามารถสั่งซื้อได้ที่ http://www.jennydrenger.com/ จ้าาา รวมไว้ที่นั่นหมดแล้วค่ะ พี่ครูซก็อยู่ที่นั่นไม่ต้องมาสั่งที่นิกนะ 55555+ หากสงสัยตรงไหนสอบถามได้ค่ะ ถ้าไม่สะดวกถามในคอมเม้นก็แชทหานิกที่เพจได้เลยจ้าาาา  

***อัพแล้ววววจ้าา ฝากเม้นโหวตให้ครูซฝานฝานด้วยน้าาา สถานการณ์เริ่มเคร่งเครียด หุหุ :)

กลับหน้าเพจ คลิก







Devil's Set

Devil's Flower สยบหัวใจซาตาน [พูม่า&ชิลิน] 


Devil's Rival เดิมพันอันตราย [ฮันเตอร์&บีน่า] 





The Wars of Love สงครามหัวใจ อ่านคลิกรูป



Devils Heart หลุมพรางใจ เป็นภาคต่อฮันเตอร์ค่ะ


1 เม้น 1 โหวต 1 แชร์ = ล้านกำลังใจนะคะ ขอบคุณทุกคนมากๆ ค่าาาาา :)






       

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,800 ความคิดเห็น

  1. #2965 tigersweet (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 22:52
    ปกสวยมาก มากกกก
    #2,965
    0
  2. #2515 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 00:50
    เฮียผารู้แล้ววววว
    #2,515
    0
  3. #2468 Mikaririn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 09:17
    พวกแกรไม่มีที่จะคุยกันแล้วใช่ไหมถึงได้มาคุยเรื่องนี้กันแถวห้องน้ำเนี่ยยยยย
    จากที่ไม่รู้ได้รู้กันหมดแน่
    #2,468
    1
    • #2468-1 aomihi(จากตอนที่ 10)
      9 กรกฎาคม 2560 / 21:52
      กลัวไม่รู้ค่ะ บ้านนี้ไม่มีความลับ
      #2468-1
  4. #2431 bigbiggirlinthebigbigworld (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 23:10
    ได้ยินหมดแล้วสินะนังพี่ครูซ
    #2,431
    0
  5. #2430 annjaijai (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 22:34
    เจิมตอนต่อไปเลยเหอะ
    #2,430
    1
    • #2430-1 phattaraporn(จากตอนที่ 10)
      6 กรกฎาคม 2560 / 22:36
      อิอิ เดี๋ยวๆ กำลังจะลง
      #2430-1
  6. #2429 ULTARJIRAPAT (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 20:51
    พี่ครูซแน่ๆ ไม่งั้นก้อพวกรุ่นพี่ฟาน โอ้ยยยยยยยยยค้าางงงงงงงงงงง ไรท์ใจร้ายอีกแล้ว555555
    #2,429
    0
  7. #2428 pangrum8540 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 20:30
    ม่ายยยยนยนนนน
    #2,428
    0
  8. #2427 plengthanjira (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 19:16
    รอค้าาาา
    #2,427
    0
  9. #2426 White Knight (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 18:46
    ผารู้แล้ว!!!!ม่ายยยยยยยยแกซวยแน่ๆครูซ!!!
    #2,426
    0
  10. #2425 moorung1996 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 14:51
    พี่ครูซสินะะะะะที่มาได้ยิน
    #2,425
    0
  11. #2424 moorung1996 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 14:50
    ใครมาได้ยินนนน เพื่อนพี่ครูซเหรออออ
    #2,424
    0
  12. #2423 mamacream (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 13:14
    พี่ผามายืนยันด้วยตัวเอง
    #2,423
    0
  13. #2422 Little Ta SmileGirl (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 12:26
    จะรู้ความจริงก็เพราะเฮียนี่แหละ
    #2,422
    0
  14. #2421 Cartoon024 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 12:22
    ใครมาได้ยิน เฮียผาก็รู้ริว่าพี่ครูซเป็นพ่อ
    #2,421
    0
  15. #2420 motinword (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 11:55
    เฮียครูซใช่ไหมมมม
    #2,420
    0
  16. #2419 Puitonkla (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 11:32
    ครูซ หรือแก้งเพื้อนครูซมาแอบได้ยินเนี่ยย
    #2,419
    0
  17. #2418 Thunyaporn10826 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 10:25
    เริ่มงงว่าตกลงว่าพี่ผากับเฮียโอมรู้ว่าใครเป็นพ่อของผิงผิงใช่ป่ะหรือว่ารู้ว่าชื่ออะไรเเต่ไม่รู้คนไหน
    #2,418
    0
  18. #2417 mintmoexsia (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 10:12
    อ้าววว
    #2,417
    0
  19. #2416 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 09:58
    บรรลัยหละทีนี้!!! ไม่ตายก็คางเหลืองปะ?
    #2,416
    0
  20. #2415 หว๋าย.... (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 09:47
    ถ้าจำไม่ ผิด เฮียผา น่าจะรู้ ตั้งแต่ ฝานตั้งท้องแล้วนิ  ฝานเป็นคนบอกเองไม่ใช่หรอ..หรือไง อ่ะ

    #2,415
    0
  21. #2414 ป้า TIP (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 09:36
    อิครู๊ซแกล้งตายเลย
    #2,414
    0
  22. #2413 rosemonster46 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 08:24
    อ้าววว พี่ผารู้แล้วหรอ
    #2,413
    0
  23. #2412 littleearn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 07:54
    โอ้โหหห งี้ก็แปลว่ารู้แล้วอะดิ
    #2,412
    0
  24. #2411 depin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 07:45
    อหหห เฮียผารู้จ้า
    #2,411
    0
  25. #2410 Emwiga Thongngern (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 07:40
    อ้าวพี่ครูซ ซวยละ?!!!!
    #2,410
    0