[Monsta-x] The ruler vampire (wonho × you)

ตอนที่ 8 : Ep 07 ll จุดจบคนขี้เกียจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 914
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    7 ก.พ. 61










คนตาย คือ คนที่ไร้แล้วซึ่งความรู้สึกทุกอย่างบนโลกใบนี้ ปราศจากกายหยาบ ปราศจากความเจ็บ ความทุกข์ และความทรมานใดๆ 


เห็นไหมความตายไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด! มันเจ็บแค่แปบเดียว จากนั้น เราก็จะไม่รู้สึกอะไรอีกเลย ไม่ต่างจากคนที่นอนหลับไปชั่วนิรันดร์


เพราะความตายมันง่ายไป!


แวมไพร์เฒ่าบอกกับเธอแบบนี้ เขาไว้ชีวิต และปล่อยให้เธอมีลมหายใจอยู่ต่อไป

 

…………………………………………………………………………………………………………………

 

ร่างเล็กนอนขดตัวอย่างหมดสภาพด้วยความอ่อนล้าบนพื้นเย็นเฉียบภายในห้องทึบใต้ดินของบ้านใหญ่ โดยมีความมืดและความเงียบเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อน เจ้าของร่างที่นอนอย่างหมดสภาพ ไม่ได้รับอาหารและน้ำมาร่วม 7 วัน ถ้าเป็นคนธรรมคงจะหิวจนตายไปแล้ว ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นมันคงจะดีซะกว่า


เธอหิว อ่อนล้า ทรมาน แต่กลับตายไม่ได้


ประตูเหล็กบานหนาที่ถูกล็อคไว้ด้วยเวทมนต์ชั้นสูงเปิดออก ก่อนร่างสูงจะเดินเข้ามาพร้อมกับไฟฉายในมือ ดวงตาคมปราบมองมาที่ร่างเล็กด้วยความรู้สึกหลากหลายที่สุมอยู่ในใจ มันทั้งสงสารและก็สมน้ำหน้า เพราะเขาเองเป็นคนที่ทำให้เธอต้องมาลงเอยในที่แบบนี้


วอนโฮย่อกายสูงลงข้างๆ มือหนาเกลี่ยเส้นผมที่เริ่มจะพันกันยุ่งให้พ้นจากใบหน้าของเธอ หน้ากลมๆนั่น ตอนนี้ดูซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด เขาย้ายมือไปวางที่ไหล่มนก่อนจะเขย่าเบาๆเป็นเชิงเรียกสติ เสียงลมหายใจเข้าออกที่ไม่สม่ำเสมอทำให้เขารู้ว่าเธอไม่ได้กำลังนอนหลับ


ดวงตากลมโตแต่ไร้แววปรือขึ้นช้าๆก่อนจะกระพริบถี่ๆอย่างไม่ชินแสง เพราะอยู่ในความมืดมานาน เมื่อดวงตาปรับชินกับแสงได้ เซจูเหลือบมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่พอใจอย่างชัดเจน เธอยังไม่หายเคืองเขา จึงเลือกที่จะหลับตาหนีคนตรงหน้าอย่างไม่สนใจ และภาวนาให้เขารีบเอาหน้าหล่อๆนั่นไปให้พ้นๆ


เพราะเขาไม่ใช่หรอที่ทำให้เธอมีสภาพแบบนี้!


"นี่ยัยสี่ขา เธอจะเมินฉันแบบนี้ไม่ได้นะ"


"…" เซจูไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ดวงตากลมยังคงปิดสนิท เธอไม่อยากเห็นหน้าเขา ไม่อยากเห็นคนที่ทำให้เธอต้องมาลงเอยที่นี่ จากตอนแรกที่กลัวตาย แต่พอมาเจอแบบนี้ เธอขอตายคงจะดีซะกว่า อย่างน้อยก็ไม่ต้องมาทนหิวจนแทบจะกินตัวเองแบบนี้


"เซจู" วอนโฮกดเสียงต่ำเมื่อเห็นว่าเธอยังคงนิ่งเฉย เขาเกลียดการโดนเมินเป็นที่สุด โดยเฉพาะจากพวกหมาป่าอย่างเธอ และมันก็คงจะเป็นแบบนี้ต่อไป หากเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง เขาตัดสินใจรวบร่างที่เบาจนแทบปลิวมาไว้ในอ้อมแขน


การลอยวืดขึ้นกลางอากาศแบบกะทันหันทำเอาคนถูกอุ้มลืมตาโพรง เธอมองคนตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ เมื่อร่างสูงเหมือนกำลังจะพาเธออกจากห้อง เขาเป็นคนส่งให้เธอมายู่ในที่แบบนี้ แล้วเขาจะกลับเขามาเอาเธอออกไปทำไม


"ปล่อย..." เสียงเล็กแหบพร่าอย่างคนที่ไม่ได้รับน้ำมาหลายวันพูดขึ้น


"หือ? เธอแน่ใจนะว่าต้องการแบบนั้นจริงๆ" คนตัวสูงแหย่คนในอ้อมแขน อันที่จริงโทษขังของเธอมันหมดแล้ว เขาจึงมาพาออกไป แต่ถ้าคนตัวเล็กอยากจะอยู่อย่างแห้งเหี่ยวในนี้ต่อไปเขาก็ไม่ขัดข้อง


 "ถ้าเธอไม่อยากออกไปเจอแสงสว่าง อาหาร หรือที่นอนนุ่มๆ ฉันปล่อยเธอไว้นี่ก็ได้นะ" พูดจบเขาก็ทำท่าจะวางเธอลง แต่แม่ตัวดีก็ขัดเขาด้วยเสียงแหบๆอย่างไว้ท่าซะก่อน


"มะไม่"


เขาอมยิ้มอย่างนึกขำก่อนจะพาเธออกจากห้องมืดนั่น


"ปล่อยฉันลง ฉันเดินเองได้"


เมื่อได้ฟังเขาก็เหลือบมองคนอวดดี ดูจากสภาพและสีหน้าที่ซีดปานไก่ต้มแล้ว เธอไม่น่าจะยืนไหวเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าเธอไม่อยากจะให้เขาอุ้มขนาดนั้น เขาก็คงต้องวางเธอลง


วอนโฮค่อยๆปล่อยคนในอ้อมแขน แต่ก็ยังพยายามประคองเธอไว้อยู่ เขาไม่ได้เป็นห่วงแต่แค่กลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไปก่อนถึงเวลาอันควรก็แค่นั้น


แต่ทันทีที่ฝ่าเท้าสัมผัสพื้นเย็นของชั้นใต้ดิน เธอก็เซไปด้านหลังราวกับคนไม่มีแรงทันที ด้วยความที่ขาดสารอาหารมาร่วมอาทิตย์ ทำให้ร่างกายแทบจะไม่มีแหล่งพลังงานเหลือพอให้เคลื่อนไหวได้


หลังเธอปะทะเข้ากับอกแกร่ง  เขาถอนหายใจในความดื้อรั้นที่จะเดินไปเองของเธอ ก่อนจะตัดสินใจรวบตัวเธอไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง และพาเธอเดินออกไป


เธอออกแรงขัดขืนเล็กน้อย แต่ด้วยเรี่ยวแรงที่แทบจะไม่เหลือ เลยไม่ทำให้ร่างสูงสะเทือนเท่าไหร่


เขาเดินตรงไปที่บ้านเล็กทางซ้ายของบ้านใหญ่ ตรงไปที่ห้องของตัวเอง เขาวางเธอลงบนเตียงนุ่มแทนที่จะวางบนพื้นอย่างที่เคยทำ เขาแค่ไม่อยากรังแกคนป่วยก็เท่านั้น


วอนโฮจัดให้เธอนั่งพิงหัวเตียงด้วยท่าที่สบายที่สุด ก่อนจะรินน้ำเปล่าจากเหยือกที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงมาให้เธอดื่มแก้กระหาย


"เอาฉันออกมาทำไม" เธอรับน้ำไปดื่มรวดเดียวหมด พร้อมกับร้องขอมันอีกแก้ว


"โทษของเธอครบกำหนดแล้ว"


"หมายความว่ายังไง"


"…"


"ฉันพ้นโทษแล้วใช่มั้ย กลับบ้านได้แล้วใช่หรือเปล่า"


สายตาที่มองไปยังเขาเปี่ยมไปด้วยแสงจากความหวัง แต่เขาก็เลือกที่จะดับมันทันทีด้วยคำตอบ


"ไม่ใช่ เธอจะต้องอยู่ที่นี่ต่อไป"


"…"


"อยู่เป็นสัตว์เลี้ยงของฉันไปอีก 500 ปี"


"หะ!" คนตรงหน้าอ้าปากค้างอย่างเหวอๆ ไอ้ที่ว่า 500 ปีนั่นมันเล่นตลกอะไรหรือเปล่า "นายอำอะไรฉันหรือเปล่าเนี่ย" เธอเริ่มโวยวายออกมา ดูเหมือนอาการอ่อนล้าจากการขาดอาหารจะหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้ยินอะไรที่มันร้ายแรงกว่านั้น


500 ปี สำหรับการติดแหงกอยู่ในที่ของศัตรู! เธอไม่ต้องมีผัวเป็นแวมไพร์ไปเลยหรอ!!


ร่างสูงได้ฟังก็ได้แต่ยักไหล่ ก่อนจะพูดประโยคที่ทำร้ายจิตใจเธอไม่เบา


"เธอต้องอยู่ชดใช้ความผิดไปอีก 500 ปี ยัยทาส!"

 

………………………………………………………………………………………………………………

 

เสียงจานกระทบกันดังเคร้งๆมาสักพักใหญ่ภายในห้องครัวของบ้านเล็กฝั่งซ้าย คนล้างหน้าตาบูดบึ้งอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อตนต้องมาทำอะไรแบบนี้ แต่เธอก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันได้ ในเมื่อคนสั่งมีสถานะเป็นทั้งเจ้านายและเจ้าของสุนัขรับใช้อย่างเธอ เขาย้ำหนักย้ำหนาว่าให้เธอทำมันให้เสร็จและเรียบร้อยที่สุด


'จานที่ใช้แล้วทั้งหมดในรั้วคฤหาสน์นี้ เธอต้องไปขนมาล้างให้หมด ห้ามอู้ ห้ามทำแตก ห้ามทำไม่เสร็จก่อนฉันกลับมา!' ดวงตาคมจ้องลึกไปที่ตาของเธอ ก่อนที่ร่างสูงจะขยับเข้ามาใกล้ สายตาและท่าทางของเขาดูคุกคาม จนเธอต้องถอยหลังกรูดอย่างหวาดๆ ก่อนจะหยุดกึกเพราะติดกำแพง


'ถ้าทำไม่ได้ตามที่ฉันสั่งแม้แต่ข้อเดียว ฉันจะลงโทษเธอ' มือหนาตะปบเข้าที่กำแพงด้านข้างตัวเซจู เขาย่อตัวลงจนเสมอกับเธอ


'…อยากลองมั้ยล่ะ ก็ลองไม่ทำตามดูสิ รับรองเธอได้เข็ดไปอีกนานแน่ๆยัยสี่ขา' นิ้วเรียวชี้หน้าออกคำสั่งก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องครัวไป ทิ้งเธอไว้กับกองทัพจานชาม


ด้วยความที่ขี้เกียจเป็นทุนเดิม ทำให้เธอไม่โปรดปรานการลงโทษโดยการล้างจานแบบนี้เท่าไหร่นัก แต่จะแบบไหนก็ไม่ชอบทั้งนั้นแหละ!


โดยเฉพาะคำขู่นั่น มันต้องเป็นอะไรที่เลวร้ายแบบที่เธอเกลียดและไม่ชอบเอามากๆอย่างแน่นอน และเธอก็ไม่อยากจะลองซะด้วยสิ


หลังจากที่เขาเอาเธอออกมาจากห้องมืด ร่างกายและความแข็งแรงของเธอก็ฟื้นคืนมาอีกครั้งเมื่อได้กินอาหาร ซึ่งที่นี่มีทั้งอาหารทั่วไปแบบมนุษย์และเลือด โดยแวมไพร์ที่อาศัยภายในรั้วคฤหาสน์ไม่ต้องออกไปล่ากินเอง แต่จะมีแวมไพร์บางตนที่ต้องผลัดเวรกันออกไป


เซจูได้รู้ภายหลังว่าเธอถูกยกให้รับใช้วอนโฮในความผิดฐานพยายามฆ่า เธอเปรียบเหมือนเป็นลูกไก่ในกำมือเขา ถ้าบีบก็ตาย จะคลายก็รอด และเซจูก็ไม่ชอบเลยสักนิด เธออยากจะเป็นอิสระโดยไม่มีใครมาเป็นเจ้าของชีวิต โดยเฉพาะไอ้พวกแวมไพร์ และโดยเฉพาะตัวที่ชื่อวอนโฮ เพราะเธอรู้สึกว่าเขาอันตราย ทั้งต่อร่างกาย และหัวใจของเธอ!


เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองจามชามที่ยังไม่ได้ล้างก่อนจะถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ด้วยความเซ็งสุดขีด มันไม่ได้มีมากมาย แต่คนขี้เกียจอย่างเธอย่อมมองว่านี่มันก็มากเกินไปแล้ว


"อะ เอ่อ สวัสดีค่ะ" แต่แล้วก็มีเสียงเล็กๆดังขึ้นที่ตรงประตูครัว ก่อนที่เจ้าของเสียงจะพาร่างเล็กๆอันแสนบอบบางเข้ามา เธอดูตัวเล็กไปเลยเมื่อเทียบกับเซจูที่รูปร่างสูงกว่า ใบหน้าหวานใสของคนมาใหม่ฉายแววประหม่าเล็กน้อย เมื่อต้องเจอกับคนที่ตัวเองไม่รู้จัก ริมฝีปากบางสีสวยยกยิ้มขึ้นนิดๆก่อนจะเอ่ยออกมาอีกรอบ เมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนถือจานค้างด้วยความงงว่าเธอเป็นใคร "ฉันชื่อมีอาค่ะ"


พูดโคตรเพราะ! เซจูคิดในใจทันทีที่ได้ยินเธอพูด


คนล้างจานอยู่พยักหน้าเล็กน้อย พลางพินิจดูคนตรงหน้าไปในที ยัยเด็กมีอานี่คงจะไม่พ้นเป็นพวกแวมไพร์แน่ๆ แต่ทำไมเธอถึงดูบอบบ้างอ้อนแอ่นและอ่อนหวานต่างจากตนอื่นๆขนาดนี้


"ฉันเซจู ยินดีที่ได้รู้จักนะ" เธอพูดแนะนำตัวกับเด็กสาวรุ่นน้อง ก่อนจะหันมาล้างจานต่อ เมื่อคิดว่าคนมาใหม่ไม่ได้ดูมีท่าทีอันตรายอะไร เธอก็เลยไม่ได้สนใจมากนัก


"ให้ฉันช่วยนะคะ" ร่างเล็กสาวเท้ามาใกล้ตรงจุดที่เธอยืนอยู่อย่างรวดเร็ว มือเรียวขาวซีดไม่รอคำอนุญาตฉวยจานมาล้างทันที ใบหน้าขาวใสของมีอามองมาที่เธอและยิ้มให้อย่างจริงใจ


เซจูลอบหัวเราะในใจคนเดียวอย่างบ้าคลั่ง เมื่อมีนางฟ้ามาโปรดถึงที่ เธอยิ้มตอบคนตัวเล็กกว่ากลับไป ก่อนจะฉากหลบ และให้มีอาเข้ามาล้างจานได้ถนัดมากขึ้น


หาโอกาสอู้มาตั้งนาน ในที่สุดก็เจอซะที เซจูลอบยิ้มคนเดียว


"ขอบใจนะ" เธอบอกคนที่กำลังล้างจานอย่างขะมักเขม้น ก่อนที่ตัวเองจะหยุดทำเอาดื้อๆ


มีอาที่เห็นการกระทำน่าเกลียดนั่นได้แต่ยิ้มเจื่อนๆกลับไป แต่เธอก็ไม่ได้ว่าอะไร แถมยังยอมล้างคนเดียวต่อไปด้วยความยินดี แม้ว่าจะไม่ใช่หน้าที่ก็ตาม


เซจูเดินไปเปิดตู้เย็นก่อนจะหาอะไรมายัดใส่ปากอย่างอารมณ์ดี เธอไม่กังวลว่าจะถูกจับได้เรื่องขโมยของกิน เพราะในตู้นั่นมันมีขนมมากซะจนหากหายไปเป็นสิบชิ้นก็ไม่มีใครรู้


เธอหยิบขนมปังชิ้นเล็กมาจ่อตรงปากของมีอาที่กำลังก้มหน้าก้มตาล้างจานคนเดียวอย่างรู้สึกผิด จึงเอาขนมปังมาป้อนเพื่อเป็นการไถ่โทษแทน


มีอาช้อนตาขึ้นมามองเธอก่อนจะอ้าปากกินขนมในมือเธออย่างว่าง่าย


"ขอบคุณนะคะ" คนตัวเล็กพูด ตัวตาสระอิน่ารักหยีขึ้นเมื่อเธอยิ้ม จนทำเอาคนมองเผลอยิ้มตามไปด้วย เพราะภาพของคนตรงหน้ามันน่ารักมาก และคำขอบคุณของมีอามันก็ทำให้เซจูรู้สึกผิดเล็กน้อย ทั้งๆที่มันเป็นงานของเธอแต่เธอกลับปล่อยให้มีอาทำคนเดียวอย่างเห็นแก่ตัว


แต่อย่าคิดว่าเธอจะช่วยนะ ไม่ล่ะ ขี้เกียจ! ก็แค่รู้สึกผิดแค่นั้นแหละ


"เธออยู่ที่นี่มานานหรือยัง" เซจูถือโอกาสชวนคุย อย่างน้อยถ้าต้องจมปลักอยู่กับที่นี่อีก 500 ปี เธอก็ควรที่จะหาเพื่อนไว้ แถมเพื่อนดีๆที่ช่วยทำงานแบบนี้เธอควรจะรีบคบให้ไว


"นานแล้วค่ะ ตั้งแต่เกิดเลย"


"แวมไพร์ทั้งหมดในเกาหลีอยู่ที่นี่ทั้งหมดเลยหรอ"


"ไม่หรอกค่ะ คนที่อยู่ในรั้วคฤหาสน์แห่งนี้ ถ้าไม่ใช่พวกที่สืบเชื้อสายราชวงศ์มาจากโรมาเนียโดยตรงก็จะเป็นพวกผู้รับใช้ราชวงศ์ค่ะ"


"…" เซจูได้ฟังก็ขมวดคิ้วงง ราชวงศ์โรมาเนียนั้นเธอรู้จัก เพราะปีศาจที่ชื่อว่าแวมไพร์ ถือกำเนิดมาจากที่นั่น แล้วก็คงจะแพร่กระจายไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก แต่ไอ้คำว่าผู้รับใช้นั่น คืออะไรเธอไม่เข้าใจ


แต่ดูเหมือนว่ามีอาจะอ่านสีหน้าอึนๆจากเธอได้ จึงได้รีบอธิบายไขข้อข้องใจให้


"ผู้รับใช้ก็คือพวกที่มีพลังเหนือกว่าแวมไพร์ทุกตนค่ะ พวกนี้จะถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้คุมกฎ"


คนอู้งานพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ พลางลองเดาเล่นๆว่ามีอาเป็นอะไร ระหว่างราชวงศ์กับผู้รับใช้ราชวงศ์ ท่าทางอ่อนแอแสนดีแบบนี้ไม่น่าจะเป็นผู้คุมกฎได้ เพราะพวกนั้นต้องโฉดกว่านี้ เธอคิดอ้างอิงจากพฤติกรรมของวอนโฮที่ทำกับเธอ


อย่างมีอาคงไม่พ้นเป็นราชวงศ์แน่ๆ


แต่แล้วเธอกลับสะดุ้งเมื่อคิดได้แบบนั้น ซึ่งก็หมายความว่า เธอกำลังใช้มีอาที่อาจจะเป็นลูกสาวของแวมไพร์เฒ่านั่นให้ล้างจานอยู่ก็เป็นได้


"ฉันไม่ใช่ราชวงศ์หรอกค่ะ" มีอาขัดขึ้นเหมือนรับรู้ความคิดของเธอ


"และฉันก็ไม่ได้เป็นผู้คุมกฎด้วย"


"…"


"แต่พี่ชายฉันเป็นค่ะ ครอบครัวของฉันจึงได้ย้ายมาอยู่อย่างสะดวกสบายดีนี่"


ขนมปังที่ถืออยู่ในมือและกำลังจะเอาเข้าปาก ถูกถือค้างเอาไว้แบบนั้น เซจูหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด เป็นไปได้ไหมที่มีอาคนนี้จะเป็นน้องสาวของวอนโฮ


"แต่ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นแล้ว" คนตัวเล็กพูดเสียงแผ่ว แต่คนฟังถึงกับถอนหายใจอย่างโล่อกที่มีอาไม่ใช่น้องสาวของเขา เพราะตานั่นคงตะไม่พอใจแน่ที่เซจูปล่อยให้น้องสาวเขามาล้างจานแทน


มีอาล้างจานคนเดียวไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง


ไม่รู้ว่าเป็นเพราะใส่น้ำยาล้างจานเยอะเกินไปจนมันลื่น หรือว่าเพราะคนล้างไม่ทันระวัง จานใบหรูค่อยๆไหลหลุดออกจากมือเล็กขาวก่อนทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกไปสู่พื้น


เซจูตาเบิกตากว้างอย่างตกใจ แต่เธอก็มีสติมากว่าคนที่ทำมันตก เธอพุ่งตัวเข้าไปและจับจานนั่นไว้ได้ก่อนที่มันจะตกถึงพื้นอย่างฉิวเฉียด เธอหอบหายใจอย่างใจหายใจคว่ำที่เกือบจะทำข้าวของเสียหาย


ห้ามทำแตกๆๆๆ!! น้ำเสียงออกคำสั่งของวอนโฮดังก้องเข้ามาในหัวของเธอ


"พี่เซจูค่ะ ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ"


"มะไม่เป็นไร" เซจูที่ยังไม่หายตกใจตอบหลับไป


ไม่เป็นไรบ้านแกสิ! ฟหกด่าสว เกือบทำฉันซวยแล้วยัยเด็กซุ่มซ่าม


แม้จะอยากต่อว่าคนตรงหน้า แต่เซจูก็รู้ดีว่าเป็นเธอเองที่ปล่อยให้มีอามาทำแทนตั้งแต่แรก และเธอคงจะไม่มีสิทธิโกรธ ได้แต่ปล่อยไป เพราะถึงยังไงจานใบนี้มันก็ไม่ได้เสียหาย แถมอีกฝ่ายก็ดูไม่ได้ตั้งใจ


มีอามองเธอด้วยใบหน้าสำนึกผิดก่อนจะหันกลับไปล้างจานต่อด้วยความระมัดระวังที่เพิ่มมากขึ้น


เซจูค่อยๆลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ แข้งขายังสั่นๆจากเหตุการณ์ที่หวิดจะโดนวอนโฮลงโทษไม่หาย


"ทำอะไรกันอะ!" เสียงเข้มที่ดังขึ้นข้างหลังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาจิตใจที่ยังไม่เข้าที่เข้าทางของเซจูตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม


เพล้ง!!


           รวมถึงจานในมือด้วย มันแตกกระจายทันทีที่สัมผัสกับพื้นหินอ่อน


"เชี่ยยย" เซจูอุทานออกมา ก่อนที่จะค่อยๆหันไปมองเจ้าของเสียง


วอนโฮมองภาพตรงหน้านิ่ง เขาไม่พอใจตั้งแต่เธอกล้าให้มีอามาทำงานแทนแล้ว แถมเธอยังมีหน้ามาทำข้าวของเสียหายอีก


หมาตัวนี้ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย ท่าทางเธอคงจะยังไม่รู้จักความร้ายกาจที่แท้จริงของเขาละมั้ง ถึงได้กล้าท้าทายขนาดนี้


ตาคมปลาบมองคนทำผิดตรงหน้าด้วยความโมโห ผิดกับสายตาสั่นระริกของเธอที่จ้องกลับมาด้วยความกลัว


จะมากลัวตอนนี้มันก็ไม่ทันแล้ว!


มือหนาคว้าเอาที่ต้นแขนก่อนจะออกแรงบีบอย่างแรงจนเธอต้องนิ่วหน้า


"มานี่ ไปกับฉัน!!"


"เดี๋ยว!ๆ ไปไหน ฉันไม่ไป!" เซจูออกแรงขืนตัวสุดชีวิต เธอเกลียดหน้าดุๆของเขาตอนนี้ที่สุด


"อย่ามาเรื่องมาก บอกให้ไปก็ไปเถอะ!" คนพูดถลึงตามองเธอด้วยความหงุดหงิด


"ก็บอกว่าไม่ไปก็คือไม่ไปไง!" เธอพยายามง้างมือที่บีบต้นแขนเธอจนแทบจะแหลก แต่เขาก็แรงเยอะเหลือเกิน ตากลมตวัดมองคนตัวสูงอย่างไม่สบอารมณ์ "โมโหอะไรของนายวะ ไปกินรังแตนที่ไหนมา!"


"เธอล้างจานไม่เสร็จ ให้มีอาทำงานแทน ทำจานแตก แถมยังแอบกินขนมอีก แบบนี้จะไม่ให้ฉันไม่โมโหได้ไง!"


เซจูหน้าเจื่อนก่อนจะรีบยัดขนมปังคำสุดท้ายเข้าปาก เธอยอมรับสิ่งที่เขาพูดมาทั้งหมด เพราะมันเป็นเรื่องจริง แต่มีเรื่องเดียวเท่านั้นที่เขาพูดมั่วและกล่าวหาเธอ


"ฉันเปล่าใช้มีอานะ"

มีอาแค่มาขอช่วย แล้วฉันก็เปิดโอกาสให้เธอได้ช่วยแบบเต็มที่แค่นั้นเอง!


"เปล่าบ้าเปล่าบออะไร ก็เห็นๆอยู่ว่ามีอาล้างจานแทนเธอ เธอนี่กล้ามากนะ อยู่ในที่ของพวกฉันแล้วยังมีหน้ามาใช้คนของฉันอีก"


"ไม่ได้ใช้เว้ย" เซจูตะโกนเถียงกลับไป ก่อนจะหันหน้าไปหามีอาเป็นเชิงว่าให้เธอช่วยพูด "บอกไปดิมีอา ว่าฉันไม่ได้ใช้เธอ แต่เธอเดินเข้ามาขอช่วยเอง"


"พอได้แล้ว!" วอนโฮตะคอกเสียงดังจนสองสาวสะดุ้ง โดยเฉพาะคนที่เขาบีบแขนไว้ ตั้งแต่เขาเห็นเธอยืนด้วยท่าทางสบายใจโดยมีมีอาทำงานงกๆอยู่คนเดียว เขาก็เดือดจะแย่ แล้วยังจะมีหน้ามาพูดเหมือนตัวเองไม่ผิดแบบนี้อีก


"บอกไปสิมีอา!" เซจูเร่งมีอาที่เอาแต่ทำหน้าเหลอหลาคล้ายคนจะร้องไห้เมื่อถูกเธอกดดันและขึ้นเสียงใส่


"เอ่อ คือว่า.."


"พอเถอะมีอา" วอนโฮพูดเสียงเรียบผิดดับเมื่อสักครู่ลิบลับ เขาหันไปหามีอา "ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เธอออกไปก่อนนะ" น้ำเสียงทุ่มนุ่มที่ฟังดูปลอบประโลมเอ่ยกับเด็กสาวหน้าสวย เขาพยักพเยิดให้เธอออกไปจากสถานการณ์ตรงนี้


แต่เซจูรีบฉวยแขนเล็กนั่นไว้ก่อนที่มีอาจะเดินผ่านไปเสียก่อน "มีอา บอกนายนี่ไปสิว่าฉันไม่ได้ใช้เธออะ!"


คนฟังถึงกับสะดุ้งด้วยแรงจากเซจูที่จับแขนเธอเอาไว้และเสียงที่ดังด้วยความโมโห แต่เธอก็ตกใจเกินกว่าจะพูดอะไรออกไปได้ จึงได้แต่ยืนตัวสั่นนิดๆ ตาหวานช้อนมองวอนโฮอย่างขอความช่วยเหลือ


"อย่าเงียบดิเห้ย เธออยากให้ฉันโดนหมอนี่ลงโทษหรือไง!" เธอบีบคั้นเด็กสาวอีกครั้ง มือที่กำรอบต้นแขนขาวนั่นออกแรงเพิ่มและเขย่ามีอาอย่างเร่งรัด จนแขนเริ่มขึ้นรอยสีแดงจางๆ


"ปล่อย" เขาที่เงียบมาสักพักเอ่ยขึ้นด้วยเสียงรายเรียบ หากแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความหงุดหงิด


"บอกเขาไปสิ บอกเขาไป!" เซจูไม่สนใจคำสั่งจากเขา แต่กลับเลือกที่จะกดดันมีอาต่อ


"ฉันบอกให้ปล่อยเธอ!" เขากระชากเซจูอย่างแรงจนมือเธอหลุดออกจากแขนมีอา สีหน้าถมึงทึงของเขาอ่อนลงเมื่อหันไปมองมองมีอา เขาบอกให้เธอกลับไปพักที่ห้อง และไม่ต้องล้างจานต่อ คนตัวเล็กพยักหน้ารับน้อยๆก่อนจะเดินพลางลูบคลำแขนตัวเองที่เริ่มจะเจ็บออกไป


มีอาเผลอไปสบตากับเซจูที่มองเธอเหมือนพร้อมจะเข้ามาขย้ำเต็มที่ ก่อนจะรีบหลบตาอย่างไว


"ทีนี้ก็เหลือแค่เราละ"


มือหนากระชากเธออย่างแรงอีกครั้ง เขากึ่งลากกึ่งบังคับให้เธอเดินตาม แม้เซจูจะขืนตัวเองไม่ให้เขาลากไปง่ายๆเพียงใด แต่ร่างสูงก็ดูไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เขาลากเธอออกจากห้องครัวผ่านโถงกลางของบ้านก่อนจะขึ้นไปที่ชั้นสอง ตรงไปที่ห้องนอนของเขา


"พะ พามาที่นี่ทำไม!" คนตัวเล็กโวยวายออกมาในที่สุด สีหน้าตื่นกลัวตอนนี้ทำให้เขารู้สึกสะใจอย่างมาก


จะแกล้งยัยนี่ทั้งทีก็ต้องทำแบบนี้แหละ เขาจับทางได้ว่าเธอดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบเข้าใกล้เขานัก จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เขาไม่สน สนแค่ว่าจะทำให้เธอกลัวจนไม่กล้าขัดคำสั่งเขาอีก


"ก็ลงโทษไง"


คนฟังจ้องหน้าเขาเหมือนเธอได้ยินอะไรผิดไป


"ทำไมต้องที่นี่ล่ะ อะ เอาฉันไปกวาดบ้าน ถูบ้าน ปลูกผักทำสวนก็ได้ คราวนี้สัญญาเลยว่าจะไม่อู้อีก นะๆๆ" ตากลมมองเขาอย่างอ้อนวอน วอนโฮส่ายหัวอย่างเอือมๆ มันหลายครั้งแล้วที่คนตัวเล็กอ้างนู่นอ้างนี่ สุดท้ายเธอก็กลับคำตลอด เห็นทีครั้งนี้ต้องทำให้จำซะบ้าง


เขาไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มเย็นกลับไป เขากระตุกแขนเธอที่เอาแต่เกาะขอบประตูไว้แน่นให้เข้ามาในห้อง ก่อนจะปิดประตูแล้วล็อคมันด้วยเวทมนต์


เซจูรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีสะบัดแขนเขาออกก่อนจะวิ่งหนีอ้อมไปอยู่อีกฝากของห้องโดยมีเตียงใหญ่คั้นกลาง เธอรู้ว่าถ้าเขาล็อคมันด้วยมนต์ เธอไม่มีทางที่จะเปิดมันออกไปได้แน่นอน


และตอนนี้ไม่ว่าเขาจะจัดการกับเธอยังไง เธอก็พร้อมที่จะสู้ยิบตา


วอนโฮมองคนตัวเล็กที่ตั้งการ์ดเตรียมสู้อย่างนึกขบขัน พวกหมาป่านี่ไม่ยอมจนมุมง่ายๆจริงๆ ร่างสูงก้าวเข้าประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งตัว มือที่กำหมัดแน่นหวังจะฝากรอยแดงไว้บนหน้าขาวๆของเขาถูกจับรวบไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย


"เฮ้ย! ทำอะไรอะ ปล่อยๆๆ" น้ำเสียงที่สั่นเครือโวยวายอย่างตื่นตระหนก เมื่อเขาอยู่ใกล้จนเกินความจำเป็น


ลมหายใจร้อนผ่าวจากเขาที่เป่ารดบริเวณใบหน้า ทำเอาเธอต้องก้มเพื่อหลบเลี่ยงกับการได้สบตากับเขา


ฝ่ามือหนาที่จับกุมข้อมือทั้งสองข้างของเธอกับความใกล้ชิด ทำเอาหน้าเธอร้อนวาบขึ้นอย่างไร้เหตุผล


"...ไม่ปล่อย" เขาแหย่เธอต่อด้วยเสียงกระซิบแหบพร่าบริเวณกกหูเล็กที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงอย่างเห็นได้ชัด เธอย่นคอหลบอย่างรู้สึกจั๊กจี้


เขายิ้มเยาะอย่างสะใจที่เห็นปฏิกิริยาตื่นกลัวผิดวิสัยของหมาป่า


เขาคิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกลงโทษเธอแบบนี้


มือข้างที่เหลือของวอนโฮท้าวกับกำแพง ใบหน้าหล่อโน้มลงไปใกล้คนตัวเล็กมากขึ้น ริมฝีปากหยักสวยของเขาคลี่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยบางอย่างออกมา "จูบฉัน…"


ถ้อยคำสั้นๆที่เอ่ยออกมาทำเอาคนฟังถึงกับอึ้งหนักจนเงยหน้ากลับมามองคนพูดตาค้าง


"นายพูดว่าอะไรนะ"


"จูบฉัน"


"ไอ้บ้า นายแม่งบ้าไปแล้ว"


"…"


"จะลงโทษฉันก็ทำดิ จะตีฉันหรือว่าจะต่อยก็ได้ จะให้ไปทำบ้าบอแบบนั้นทำไม"


วอนโฮขมวดคิ้ว ยัยบ้านี่เรียกการจูบกับเขาว่าทำบ้าบองั้นหรอ


"ไม่บ้า นี่คือการลงโทษ จูบ ฉัน ซะ" เขาพูดเน้นคำชัดๆให้เธอฟังอีกครั้ง ตาเรียวจ้องลึกไปในแววตาที่เริ่มไหวสั่นคู่นั้น


"นี่แวมไพร์เขาลงโทษกันด้วยวิธีทุเรศแบบนี้หรอ"


คนฟังถึงกับชะงักกึก เขาหายใจเข้าช้าๆอย่างระงับอารมณ์ ก่อนจะเริ่มพูดกับเธออีกครั้ง


"แล้วเธอชอบไหมล่ะ"


"ไม่ชอบเว้ย" เซจูสวนกลับไปโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดนาน


"นั่นแหละ เพราะเธอไม่ชอบ ฉันถึงเรียกมันว่าการลงโทษไง"


การลงโทษคือการให้ทำในสิ่งที่คนๆนั้นไม่ชอบใจ ทำให้ไม่กล้าที่จะทำผิดอีก แต่ก็อย่างว่าแหละ มีวิธีลงโทษเธอตั้งมากทาย ทำไมเขาถึงเลือกแบบนี้ก็ไม่รู้ อาจจะเป็นเพราะหน้าเธอตอนโดยแกล้งมันตลกดีก็ได้


"นายมันบ้าชัดๆ"


"หึ" ร่างสูงยิ้มเยาะให้กับคำบริภาษ


"ยิ้มบ้าอะไร" คนพูดเฉมองไปทางอื่น หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมาข้างนอก ยิ่งได้มองสบตากับคนตรงหน้ามันก็ยิ่งเต้นแรง


"จูบฉัน!"


"…" เธอกลืนน้ำลายอย่างรู้สึกอับจนหนทาง เธอไม่ยอมจูบเขาแน่ๆ แค่อยู่ใกล้แค่นี้เธอก็มีอาการหวั่นไหวแปลกๆ แถมแข้งขาก็สั่น สั่นไปทั้งตัวจนแทบจะเป็นลมอยู่แล้ว!


เรื่องจูบน่ะ ลืมไปได้เลย! สั่งให้เธอไปล้างส้วมยังดีซะกว่า


เธอเริ่มออกแรงดิ้น สองมือที่ถูกยึดเอาไว้ในตอนแรกพยายามที่จะดันลำตัวหนาของเขาให้ออกห่างอย่างสุดชีวิต


แต่คนอย่างวอนโฮ ยิ่งผลักออก เขาก็ยิ่งอยากเข้าใกล้


"เร็วๆสิ ฉันไม่มีเวลามารอเธอทั้งวันนะ"


"ฉันไม่มีทางจูบนายเด็ดขาด!" คนตัวเล็กออกแรงดิ้นมากขึ้นเมื่อเห็นว่าเขาเริ่มจะเข้ามาใกล้มากเกินไปแล้ว


ดูเหมือนว่าคำพูดที่ดูเด็ดขาดของเธอเมื่อกี้จะได้ผล เขาชะงัก และปล่อยมือทั้งสองข้างของเธอแล้วถอยออกห่าง ให้เธอมีที่ว่างให้ได้หายใจหายคอได้สะดวกอีกครั้ง


"ก็ได้ งั้นฉันมีทางเลือกให้เธอ"


"อะ อะไร" เซจูตาวาวอย่างมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง


วอนโฮหัวเราะเบาๆในลำคออย่างมีเลศนัยก่อนจะเดินเข้าหาเธอ "จูบฉัน หรือไม่ก็…"


"…" คนฟังตาแป๋วอย่างใจจดใจจ่อ จนไม่ได้สังเกตว่าร่างสูงได้ใช้สองแขนกักตัวเธอไว้กับกำแพง


"ให้ฉันจูบเธอ"


พ่องงงงงง!! เธอร้องด่าให้กับความบ้าบอของเขาในใจ


คนไม่ได้รักกันชอบกันจะบังคับให้ทำแบบนี้ทำไม นอกเสียจากว่าเขาจะเกลียดเธอมากจริงๆ ถึงได้บังคับให้ทำ


"เลือกมา" คนพูดยิ้มไม่หยุด เมื่อเขาสามารถทำให้เธอหน้าถอดสีได้ถึงขนาดนี้ "เลือกดีๆนะ ถ้าไม่อยากรุกฉันก่อน ให้ฉันจูบเธอก่อนก็ได้"


"แต่รับรองเลยว่าเธอจะเคลิ้มจนมือไม้อ่อนทำงานอะไรต่อไม่ได้ไปอีกสักพักเลยล่ะ"


คนพูดเหย้าแหย่ด้วยความสะใจ เมื่อเห็นเซจูเบะปากคล้ายกับคนจะร้องไห้


เธอคิดหนักจนหัวแทบจะระเบิด


"เลือกมา ไม่งั้นเธอก็ออกไปจากห้องนี้ไม่ได้ แล้วถ้ายังชักช้า ข้อเสนอต่อไปมันอาจจะหนักกว่านี้ก็ได้นะ"


"…" เซจูหน้าซีดลงไปอย่างเห็นได้ชัด แน่นอนว่าเธอไม่ชอบมันทั้งสองตัวเลือก แต่ถ้ารอต่อไป หมอนี่อาจจะเปลี่ยนใจ และเสนอทางเลือกที่มันบ้าบอกว่านี้ขึ้นมาก็ได้


ฉันจะจูบเขาหรือให้เขาจูบดี เอาไงดีวะ!


"ชักช้า"


"เลือกได้แล้วๆๆๆ" เธอพูดรัวเร็วอย่างตกใจเมื่อเขาทำท่าจะเข้ามาเบียดมามากขึ้น เธอผลักเขาออก และเขาก็ยอมผละออกไปอย่างง่ายดาย


วอนโฮกอดอกยืนมองคนตรงหน้าอย่างรอดูท่าที เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะเลือกอะไร


เธอเลือกสิ่งที่คิดว่าอันตรายต่อเธอน้อยที่สุด เซจูเม้นปากตัวเองแน่นก่อนจะก้าวเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆด้วยความประหม่า คนตัวสูงยกยิ้มนิดๆเมื่อเขาเริ่มเดาได้แล้วว่าเธอน่าจะเลือกอะไร


เธอยกแขนทั้งสองข้างขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆ ก่อนจะวางแหม่บนไหล่กว้างของเขา เรียวขาเล็กออกแรงเขย่งขึ้นนิดๆ แต่ก็ไม่ต้องเขย่งมาก ด้วยเธอเป็นคนตัวสูงและเขาก็ยังก้มหน้าต่ำลงมา


เซจูสูดหายใจเข้าปอดลึกๆอย่างรวบรวมความกล้า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องทำอะไรแบบนี้ แล้วแม่งก็โคตรที่จะตื่นเต้น หัวใจเต้นแรงจนเหมือนมันจะหลุดออกมาให้ได้ ตากลมหลับปี๋ ก่อนที่จะเอาปากของเธอปัดผ่านปากเขาอย่างไว


"เรียบร้อย!" เซจูพูดด้วยเสียงที่สั่นไม่น้อยจากความตื่นเต้น ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างนึกโล่งที่การกระทำบ้าบอบีบหัวใจนี่จบลงเสียที


แต่คนโดยจูบถึงกับนิ่งค้าง ไม่ใช่ว่ามันวาบวาม หรือเคลิบเคลิ้มจนต้องอึ้งแต่อย่างใด


แต่


แบบนี้บ้านยัยนี่เรียกว่าจูบอ่อวะ!


"ไม่ได้เรื่อง" เขาพูดก่อนจะสาวเท้าเขาหาเธอที่ถอยไปสุดมุมห้องหลังจากที่เอาปากปัดผ่านแวบๆที่ปากเขา


            "อะ อะไรอีกก ปล่อยฉันดิ ฉันทำตามที่ตกลงแล้วนะ" เธอพยายามที่จะเลี่ยงพูดคำว่าจูบกับเขา เพราะแค่นึกถึงมันก็ทำให้เธอขนลุกแปลกๆ


"ถือว่าเป็นโมฆะไปละกัน" มือหนาเกี่ยวกระหวัดรอบเอวบางแล้วดึงเข้ามาประชิดลำตัว เซจูมองหน้าเขาอย่างตกใจ แขนเรียวยกขึ้นมาดันอกหนาให้ออกห่างจากตัวอย่างอัตโนมัติ


"งั้นตอนนี้ก็เหลือแค่ว่า ให้ฉันจูบเธอแล้วสินะ…" ร่างสูงยกยิ้มพราย คนตัวเล็กตรงหน้านี่ไม่ได้เรื่องจริงๆ เห็นเขาคงต้องลงมือสอนด้วยตัวเอง


เซจูดิ้นหนีอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา


"อย่านะ อย่านะเว้ย!" เธอร้องลั่น และพยายามเบี่ยงตัวหนีใบหน้าหล่อขาวจัดที่ก้มต่ำลง มือข้างที่เหลืออยู่ของเขาบีบบริเวณข้างแก้ม บังคับให้เธอต้องรับจุมพิตที่ไม่ต้องการ!






talk

คิดถึงเราไหม 5555

เขาจูบกันแล้วววววววววววววว

มันอาจจะไม่ฟินเท่าไหร่นะ 555 รอบหน้าไรท์จะพยายามมากกว่านี้ อิอิ

เหมือนเดิมค่ะ ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ  ><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

345 ความคิดเห็น

  1. #296 Msswm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 19:39
    โอ๊ยยยยยยยย><
    #296
    1
    • #296-1 H_HB(จากตอนที่ 8)
      19 ตุลาคม 2561 / 16:07
      ฮิฮิฮิ ><
      #296-1
  2. #44 คุณนายคิม * (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 02:10
    อื้อหืมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม กรี้ดค่ะงานนี้มีกรี้ด
    #44
    1
    • #44-1 H_HB(จากตอนที่ 8)
      24 มีนาคม 2560 / 18:33
      เค้าก็กรี๊ดดด งือออ ><
      #44-1
  3. #35 penang rachain (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:05
    มันแบบ อื้อหื้อออออ แจ้งเตือนอัพแล้วบับ กรี๊ดดเอามาอีกกก 5555
    #35
    1
    • #35-1 H_HB(จากตอนที่ 8)
      22 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:18
      รอก่อนน้าตัวเองงงง
      #35-1
  4. #33 WHO IS ME? (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:42
    แอบหมั่นไส้นางเอกอ่ะ มีคนมาช่วยแล้วยังจะไปว่าเขาอีก 55555 วอนโฮควรจัดหนักๆค่ะ -..-
    #33
    1
    • #33-1 H_HB(จากตอนที่ 8)
      13 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:42
      นางเอกมีความเห็นแก่ตัวเบาๆ 555
      #33-1