[Monsta-x] The ruler vampire (wonho × you)

ตอนที่ 6 : Ep 05 ll กลับบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 819
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    7 ก.พ. 61









"ป้าคุ้นหน้าหนูมาก"


เอาอีกแล้ว เป็นความบังเอิญหรือว่าอะไรกันแน่


นี่มันเป็นประโยคยอดฮิตของวันหรือไง!




"คะ?" คนฟังขานรับอย่างไม่เชื่อในหูตัวเอง ในเวลาไม่ถึงหนึ่งวันมีคนมาคุ้นหน้าเธอแล้วถึงสองคนด้วยกัน คนหนึ่งเป็นผู้ชายขับรถหน้าตาน่ารัก อีกคนเป็นคุณป้าร้านอาหาร


"หน้าหนูคงโหลมั้งค่ะ แฮะๆ" ตอบพลางหัวเราะแห้งๆกลับไป แต่คนหัวเราะกลับไม่ได้รู้สึกดีเลยสักนิดที่เธอหน้าโหล


"อืมม แต่ป้าไม่คิดงั้นนะ เหมือนเคยเห็นที่ไหนแต่จำไม่ได้เนี่ยแหละ"


"…"


"นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก หนูเคยเป็นดารามาก่อนหรือเปล่า"


"เอ ไม่นี่คะ"


"งั้นหนูก็คงจะหน้าคล้ายดาราสักคนมั้ง เหมือนป้าเคยเห็นในหนังสือ"


ใบหน้าเล็กเห่อขึ้นสีอย่างอายๆแกมยินดี ที่ป้าทักว่าเธอหน้าคล้ายดารา ขอเป็นปาร์ค ชินเฮนะ หรือซอง เฮเคียวก็ได้


เป็นไปได้สูง ว่าป้าแกอาจจะจ้องหน้าเธออยู่แบบนั้นทั้งวันจนกว่าจะนึกออกว่าเธอหน้าเหมือนใคร ถ้าไม่มีลูกค้าคนใหม่มาเข้าร้านซะก่อน


"ป้าไม่กวนแล้ว ทานให้อร่อยนะ" หญิงวัยกลางคนพูดพลางยิ้มให้อย่างใจดีก่อนจะจากไปทำหน้าที่ของเธอต่อ


คนที่เข้ามาทานอาหารที่ร้านนี้ก่อนเธอ เพิ่งลุกออกไปเมื่อสักครู่ เซจูเหลือบมองหนังสือพิมพ์เล่มเยินๆของทางร้านที่วางอยู่บนโต๊ะนั้น ก่อนจะเดินไปหยิบมาอ่านเล่น วันที่ในหน้าแรกบ่งบอกว่าเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับเมื่อสองวันก่อน เซจูมองบนอย่างนึกเซ็ง เธอต้องการจะอ่านข่าวสารของวันนี้แต่ก่อนจะส่งสายตาหาฉบับปัจจุบันที่อาจวางอยู่บนโต๊ะไหนสักโต๊ะก็ได้ภายในร้าย เธอก็ดันไปเห็นพาดหัวข่าวที่ตัวหนังสือใหญ่เด่นหราเข้า


'ตำรวจรวบแก๊งใหญ่ขณะส่งมอบยาเสพติดที่ท่าเรือ xxx' หัวข้อข่าวทำให้เธอต้องหยิบมันขึ้นมาอ่านอีกครั้งด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะพบว่าการออกปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนั้นที่เธอเข้าร่วม เหมือนจะผ่านไปด้วยดี ตำรวจสามารถรวบตัวคนร้ายพร้อมกับหลักฐานที่เป็นยาเสพติดหลายแสนเม็ดได้ และเตรียมตัวสืบสาวไปถึงตัวการค้ายารายใหญ่


นั่นก็ดูเหมือนจะผ่านไปด้วยดี ถ้า


เนื้อความของข่าวที่เป็นรายละเอียดถูกเขียนเพิ่มเติมไว้ว่า ใกล้ที่เกิดเหตุพบศพผู้ต้องหาถูกเผา และกำลังทำการพิสูจน์ถึงสาเหตุของการเสียชีวิต นอกจากนั้นยังพบคราบเลือด ที่ผลตรวจออกมายืนยันแล้วว่าเป็นของหนึ่งในสองนายตำรวจที่หายตัวไปในคืนเดียวกัน แต่เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าการเสียชีวิตของผู้ต้องหานั้นจะเกี่ยวข้องกับตำรวจสองนายที่หายตัวไปหรือไม่


เบื้องล่างข้อความปรากฏรูปจากภาพถ่ายของบุคคลสองคน


รูปถ่ายหน้าตรงของชายหนุ่มที่ดูขี้เล่นจนปิดไม่มิดแม้ว่าจะทำหน้านิ่งตามแบบฉบับรูปถ่ายทางราชการ ข้างกันนั่นเองมีรูปผู้หญิงหน้าตาละม้ายคล้ายเธอไม่มีผิด


แต่เห้ยย! นั่นมันเธอเลยว่ะ!


ใต้ภาพระบุชื่อและนามสกุลของเธอกับ 'อี มินฮยอก'! ไว้อย่างชัดเจน


ทั้งคู่ถูกระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่หายตัวไปในคือวันออกปฏิบัติงาน ทั้งยังถูกสงสัยกลายๆว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาที่กลายเป็นศพถูกเผาในคืนเดียวกันด้วย


ข่าวที่มีรูปเธอโชว์หราอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์นั่นทำให้เธอตกใจพอสมควร แต่ก็คงจะไม่มากไปกว่าที่ได้รู้ว่า


ไอ้มินฮยอก มึงหายไปไหนวะ!


ที่ป้าคุ้นหน้าเธอก็คงเป็นเพราะหนังสือพิมพ์เล่มนี้สินะ เห็นทีว่าเธอจะช้าอยู่แบบนี้ไม่ได้แล้ว อาหารตรงหน้าถูกกินไปสองสามคำให้พอหายหิวก่อนเธอจะเดินไปจ่ายเงินและรีบเร่งจากไป เธอไม่ควรอยู่ในเมืองนาน ไม่รู้ว่าคนอื่นที่ไม่ใช่ป้าจะจำหน้าเธอได้หรือเปล่า


หนังสือพิมพ์ใช่ว่าจะถูกผลิตขึ้นมาฉบับเดียวซะเมื่อไหร่


เธอไม่อยากโดนทางกรมตำรวจเรียกตัวเข้าพบ เพราะต้องถูกสอบสวนอีกไม่รู้ต่อกี่ครั้ง มันน่ารำคาญ และที่สำคัญเธอคงจะกลับไปที่นั่นไม่ได้อีกแล้ว


มือเล็กประคองต้นแขนด้านซ้ายเพราะเริ่มรู้สึกถึงอากาศเจ็บที่มันดูจะทวีมากขึ้นทุกที ขณะที่เท้าก็วิ่งลึกเข้าไปในป่าเรื่อยๆ เส้นทางในการกลับบ้านครั้งนี้ดูจะไม่มีอุปสรรคเท่าไหร่ มันไม่เปลี่ยวและวังเวงเท่าแต่ก่อน ดูเหมือนว่าจะมีผู้คนใช้สัญจรไปมาเยอะและบ่อยขึ้น รอบข้างเธอเงียบสนิทมีเพียงเสียงนกและเสียงลมเท่านั้น จนกระทั่งเธอได้ยินเสียงฝีเท้าย้ำไปย้ำมาอยู่รอบๆตัว ก่อนที่มันจะเคลื่อนเข้ามาใกล้จากทางด้านซ้าย ตากลมเบิกกว้างขึ้นด้วยความดีใจ เมื่อร่างหนาของคนที่แสนคุ้นเคยปรากฏตัวขึ้น


"ไอ้จู…" เสียงเข้มเอ่ยขึ้นอย่างไม่เต็มเสียงนัก ราวกับว่าเขาไม่ได้พูดคำๆนี้มานาน


"…" ไร้เสียงใดๆออกจากปาก เธอดีใจเกินกว่าจะพูดออกมาได้ ปากเล็กเม้มเป็นเส้นตรงเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ตัวเองเผลอแสดงความขี้แยของตนออกมาโดยการร้องไห้


"เป็นแก จริงๆด้วย" ร่างหนาค่อยๆขยับเขามาใกล้ เขาเองก็ดีใจไม่ต่างจากเธอ แต่ด้วยนิสัยที่ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ออกมาชัดเจน ทำให้ใบหน้าหล่อนั่นมีเพียงแค่รอยยิ้มจางๆเท่านั้น แต่แล้วมันก็หายไป เมื่อเขาเห็นรอยเลือดซึมออกมานิดๆที่ต้นแขนด้านซ้ายของเธอที่มีผ้าพันเอาไว้


ร่างเล็กโผเข้ากอดผู้เป็นพี่ชายก่อนจะร้องไห้ออกมาเมื่อเธอห้ามมันไม่อยู่แล้ว หลากหลายความรู้สึกตีกันวุ่นจนมั่วไปหมด ทั้งความคิดถึงคนในครอบครัว ทั้งความกลัวจากการต่อสู้ที่เธอต้องเผชิญมา ทั้งความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นกับคนๆนั้น มือหน้าของเขาลูบวนไปมาอย่างแผ่วเบาที่ศีรษะของเธอ


ใบหน้าเล็กเงยมองพี่ชายที่เธอคิดถึง ดวงตาเขาที่มองกลับมานั้นดูเป็นห่วงเธออย่างชัดเจน และอ้อมกอดนี่ก็อบอุ่นและให้ความรู้สึกปลอดภัยมากกว่าสิ่งไหน


"ไอ้พี่นู…" ปากเล็กเรียกพี่ชายก่อนจะซุกหน้าลงพี่อกหนานั่นอีกครั้งอย่างนึกหมั่นเขี้ยว เธออย่างจะอยู่แบบนี้ไปนานๆ อกของพี่ชยอนูมันอุ่นน่าซบที่สุด


"พอได้ละมั้ง" มือหนายันไหล่เธอออก ก่อนจะย่อตัวให้เสมอความสูงของเธอ รอยยิ้มที่ไม่ค่อยมีให้เห็นพร่ำเพื่อ ยิ้มให้เธอจนตาหยี มือหน้าเกลี่ยน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน


"โคตรคิดถึงพี่อะ"


"พี่ก็คิดถึงแกเหมือนกัน แล้วนี่เป็นไงมาไง ถึงได้กลับบ้านมาสภาพนี้เนี่ย" เขาถามพลางไล่สายตาสำรวจน้องสาว ที่นอกจากแผลที่ต้นแขนแล้ว ที่อื่นก็ยังมีรอยถลอกให้เห็นอยู่ประปราย ตาเรียวหรี่ลงอย่างสงสัยเมื่อเห็นแผลคล้ายของมีคมที่ต้นคอเธอ ถึงมันจะไม่ลึกมาก และแผลเริ่มที่จะสมานกันแล้ว แต่เขาก็รู้ได้ทันทีว่ามันเกิดจากอาวุธที่มีส่วนผสมของเงิน


"เรื่องมันยาว..." พูดไม่ทันจบเธอก็โดนขัดเสียก่อน มือหนาชี้มาที่คอเธอ


"ไปโดนอะไรมา" เขาถามเสียงเข้มอย่างคาดคั้น ทำเอาคนฟังถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย ความรู้สึกอุ่นร้อนตอนที่ริมฝีปากนั่นทาบลงมาที่ปากแผลผุดเข้ามา ทำเอาเธอถึงกับหน้าร้อน


"เออ อืม คือโดนมีด"


"รู้น่า แต่ที่พี่หมายถึงคือ แกไปโดนไอ้อาวุธที่เป็นเงินพวกนี้ได้ยังไง" เมื่อเห็นสายตาลอกแลกกรอกไปกรอกมาอย่างมีพิรุธ เขาก็รู้ได้ทันทีว่ามีบางเรื่องที่น้องสาวกำลังปิดบัง


"เรื่องมันยาวจริงๆนะพี่"


คนฟังพยักหน้าน้อยๆเป็นเชิงเข้าใจ ก่อนจะชวนเธอกลับไปทำแผลที่บ้าน


ไม่นาน ทั้งคู่ก็มาถึงหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่กลางหุบเขา หมู่บ้านแห่งนี้มีคนอาศัยอยู่ไม่เกินยี่สิบหลังคาเรือน ชยอนูเดินนำน้องสาวไปยังบ้านไม้สองชั้นที่เธอคุ้นตาเป็นอย่างดี ร่างเล็กถลาวิ่งผ่านเขาเข้าไปในบ้านอย่างลิงโลด เธอกวาดตามองรอบบ้านที่เงียบสงบผิดปกติ ก่อนจะวิ่งขึ้นไปข้างบนเพื่อมองหาพ่อกับแม่ แต่ที่ชั้นสองของบ้านก็มืดสนิทและเงียบไม่ต่างจากชั้นล่าง เธอวิ่งกลับลงมาหน้าตาตื่นก่อนจะพบกับชยอนูที่กำลังค้นตู้ยา


"พี่ แล้วพ่อกับแม่อะ พวกเขาไปไหน" เสียงเล็กร้อนรนจนปิดไม่มิด เขาที่กำลังหยิบยาจึงหยุดชะงัก แล้วหันมาตอบคำถามของเธอ


"ไปหาญาติที่อยู่ทางใต้ เดือนหน้าคงกลับมามั้ง" เขากลับไปค้นตู้ยาเช่นเดิม คนฟังเลิกคิ้วสูง ก่อนจะถอนหายใจด้วยความเซ็งนิดๆ เพราะคนที่อยากเจอหน้าดันไม่อยู่ซะงั้น


"เดือนหน้าเลยหรอ" เซจูบ่นออกมาพลางเดินไปนั่งเก้าอี้ใกล้ๆกับชยอนูที่ได้ยาและอุปกรณ์ทำแผลมาครบพอดี เขาวางมันทั้งหมดไว้บนโต๊ะตรงหน้าเธอ


"อืม ทำไม แกจะรีบไปไหน กลับมาครั้งนี้นึกว่าจะอยู่ยาวเลยซะอีก" มือหนาเอื้อมมาหาเธอหวังจะแกะผ้าพันแผลออก แต่เธอรู้ตัวจึงเบี่ยงตัวหลบ


มือพี่หนักอย่างกับเท้า ขืนให้ทำแผลให้แขนเธอคงช้ำในตายพอดี


คนหวังดีได้แต่มองเธอตาค้อน


"ก็ว่าจะอยู่ยาวเลยนั่นแหละ…"


"เออ แขนมา ฉันจะทำแผลให้" เขายังไม่ละความพยายาม ชยอนูเอื้อมมาหวังจะจับแขนน้องสาวอีกครั้ง และเธอก็หลบมันเช่นเคย เป็นแบบนี้ไปสักพัก จนในที่สุดเธอก็หลบไม่ทัน มือหนาตะปบเข้าจังๆบริเวณที่พันผ้าไว้ และมันก็สะเทือนถึงแผลจนเธอต้องร้องมา


"เห้ย โทษๆ เจ็บหรอวะ"


"เจ็บดิพี่ เบาๆหน่อย"


เขาเกาหัวตัวเองอย่างงุ่นง่านพลางคิดว่าเขาคงไม่เหมาะกับงานแบบนี้ ปกติเวลาได้แผลมาก็มักจะได้แม่เป็นคนรักษาให้ แต่ตอนนี้ท่านไม่อยู่ ไอ้เขาจะทำเองก็ดูไม่เข้าท่าสักเท่าไหร่ แล้วดูท่าทางของเจ้าน้องตัวแสบแล้ว มันคงไม่ให้เขาแตะต้องแผลมันอีกแน่


"เดี๋ยวฉันจะไปตามคนมาช่วยทำแผลให้"


"ใคร"


"ก็คนแถวๆนี้แหละ"


ท่าทางคนแถวนี้ที่ว่าคงจะเป็นคนจริงๆ เดี๋ยวนี้พี่ชายเธอหัดคบคนเป็นเพื่อนแล้วหรอเนี่ย


ที่หมู่บ้านเล็กๆนี้มีทั้งพวกหมาป่าและมนุษย์อยู่ร่วมกัน พวกเขาไม่รู้ถึงเผ่าพันธุ์ของพวกเธอ และพวกเธอก็ไม่กินพวกเขาเหมือนกัน แต่จะกินพวกมนุษย์จากถิ่นอื่นที่หลงหรืออยู่คนเดียวในป่า หรือไม่ก็สัตว์ป่าต่างๆ


"แต่ต้องรอมืดๆนะ วันนี้มันออกไปข้างนอก กว่าจะกลับเข้าหมู่บ้านได้ก็คงจะสักพักอะ"


เซจูพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่เธอก็ไม่อยากให้แผลมันหมักหมมไว้นาน มือเล็กค่อยๆแกะผ้าที่พันไว้ออก เผยให้เห็นแผลเปิดที่ดูจะไม่ค่อยสมานกันดีนัก รอบๆเป็นรอยแดงไหม้อย่างชัดเจน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นผ้าผืนใหม่


นี่ถ้ามีดไม่แฉลบไปโดนแขน ป่านนี้เธอคงม่องเท่งไปแล้ว


มือเย็นในวันนี้ค่อยข้างจะดูทุลักทุเลเลยทีเดียวเมื่อพี่ชยอนูตัดสินใจเข้าครัวเอง ทั้งๆที่ปกติเขาจะไปอาศัยกินกับเพื่อนที่อยู่บ้านถัดไปหรือไม่ก็เข้าไปในป่า  เขาให้เหตุผลว่าจะทำอาหารต้อนรับน้องสาวกลับบ้าน ซึ่งเซจูก็ไม่ได้เข้าครัวไปช่วยพี่ชายแต่อย่างใด เธอนั่งรอพลางอ่านหนังสือการ์ตูนเล่มเก่าๆของพี่ชายไปพลางๆ


เขาใช้เวลาในการเข้าครัวไม่นาน อาหารหน้าตากึ่งๆเกือบจะน่าทานก็ถูกยกมาวางไว้ที่โต๊ะไม้เล็กๆบริเวณห้องนั่งเล่น


เซจูมองมันอย่างชั่งใจก่อนจะเหลือบตาไปมองพ่อครัวจำเป็นที่ตักข้าวสวยร้อนๆมาให้


"มองไร"


"ก็มองพี่ไง น่าแปลกใจมาก"


คนฟังเลิกคิ้วสูงอย่างสงสัย "แปลกใจอะไร"


"นึกว่าพี่จะชวนเข้าป่ากินอะไรที่มันคาวๆกว่านี้ซะอีก" เธอพูดพร้อมกับรับจานข้าวมาจากเขา


"รอให้แกหายดีก่อนละกัน ฉันพาเข้าแน่"


เซจูพยักหน้ารับก่อนจะลงมือชิมอาหารจากฝีมือพี่ชาย ถึงแม้หน้าตามันจะดูธรรมดาและค่อนไปทางไม่น่ากิน แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่า รสชาติแม่งก็ไม่ต่างกัน


ผัดผักนี่รถขนเกลือคว่ำใส่หรือไงวะครับ!


ชยอนูเหลือบเห็นคนตรงหน้าทำหน้าตาแปลกๆ ก่อนเธอจะลุกไปหาน้ำเปล่ามากลั้วคอเป็นการใหญ่


"ทำไมวะ มันไม่อร่อยหรอ"


"ไม่น่าถาม" เธอสวนขึ้นมาทันควัน จนลืมนึกไปว่าเขาตั้งใจทำให้เธอมากแค่ไหน ชยอนูหน้าเจือนลงอย่างเห็นได้ชัด ทำเอาเธอรู้สึกผิดอย่างมหันต์จนแทบอยากจะตบปากตัวเองให้เลือดสาดเลยทีเดียว


"ล่อเล่นน่าพี่ มันอร่อยจะตาย นี่ไงๆ" เซจูพูดพลางตัดกับข้าวเข้าปากไปคำใหญ่หลายคำติดต่อกันอย่างเอาใจ


ผู้เป็นพี่มองภาพนั้นแล้วก็นึกขำ ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่ามันไม่อร่อย แต่ก็แค่แกล้งน้อยใจน้องมันไปงั้น ไม่คิดว่ามันจะง้อโดยการยัดเอาๆแบบนี้ ผัดผักมันเค็มขนาดนั้นเดี๋ยวโรคไตได้ถามหากันพอดี


สองพี่น้องนั่งเล่นกันไปเรื่อยและเล่าถึงการใช้ชีวิตของแต่ละคน ชยอนูดูเหมือนจะลืมเรื่องสาเหตุการได้แผลมาของน้องไปซะสนิท จนกระทั่งเหลือบไปเห็นรอยเลือดจางๆที่มันซึมออกมาอีกครั้ง


"เออ ลืมเรื่องแผลแกไปเลย ว่าแต่ไปโดนอาวุธแบบนี้ได้ยังไง"


"เอ่อ คือ" เธอแสดงสีหน้าอึกอักออกมาอย่างชัดเจน เธอไม่อยากบอกว่ามันเกิดจากผู้ชายคนนั้น ผู้ชายจากเผ่าพันธุ์ที่เป็นศัตรูโดยกำเนิดกับเผ่าพันธุ์เธอ พี่ชยอนูจะต้องโกรธเขามากแน่ๆ แต่ต้นเหตุที่แท้จริงมันเริ่มจากเธอไปฆ่าพวกของเขาก่อน


"มีอะไรหรือเปล่าจู ปกติแกไม่เคยปิดบังอะไรพี่นะ"


"…"


"บอกมาเถอะ ขอแค่แกพูด ฉันจะเชื่อแกหมดทุกอย่าง" มือหนายกขึ้นลูบหัวเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นมือข้างซ้าย และบางอย่างที่ห้อยอยู่กับกำไลข้อมือเชือกเขามันก็เตะตาเธอเข้าอย่างจัง


'เหรียญสีทอง'


ถึงครั้งแรกที่เห็นมันแค่แวบๆ ทั้งขนาดและลวดลายที่สลักไว้บนเหรียญก็คนละลายกัน แต่เธอก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือ สัญลักษณ์แห่ง 'ผู้คุมกฎ' ฝั่งหมาป่า


เห็นที เรื่องที่เธอไปฆ่าคนของฝั่งนู่นจะยิ่งบอกพี่ชายไม่ได้เสียแล้ว เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าพี่เธออาจจะพาไปส่งยันบรานเลยทีเดียว เพราะพี่เธอรักความถูกต้องและกฎเกณฑ์จะตายไป


"โดนพวกเดียวกันทำร้ายอะพี่" เธอเลือกที่จะโกหก


"ที่ไหน แล้วมันเป็นใคร!"


“เพื่อน ทะเลาะกันนิดหน่อย ตอนนี้ก็โอเคขึ้นแล้ว”


“แกแน่ใจ?”


“อืม” เซจูเอ่ยตอบ แต่ดวงตากลมกับไม่กล้าที่จะสบตาพี่ชาย


            ชยอนูเอะใจกับท่าทางของน้องสาว มองปราดเดียวก็รู้ว่าเธอกำลังปิดบังอะไรสักอย่างอยู่แน่นอน แต่เขาก็รู้ว่าถึงจะเซ้าซี้ต่อแค่ไหน ถ้าเซจูไม่อยากบอก เธอก็จะไม่มีวันปริปากออกมาแน่นอน


"เซจู”


“อะไรพี่”


“นั่งรอนี่นะ เดี๋ยวพี่ไปตามเพื่อนมาให้ ไอ้นี่มันมือเบา" พูดจบเขาก็ลุกพรวดออกไปทันที ทิ้งให้อีกคนนั่งหน้าเหวออยู่คนเดียว


ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลังจากที่พี่ของเธออกไปสักพัก เซจูเดินไปที่ประตูก็พบว่าเป็นชยอนูนั่นเอง เขามากับใครอีกคน ปากเล็กจิ้มลิ้มของเขานั้นฉีกยิ้มให้เธอมาแต่ไกล


ให้ตาย! โลกมันกลมไปหรือเปล่า


“หวัดดีครับ” เสียงทะเล้นเอ่ยประโยคเดียวกับที่เพิ่งพูดกับเธอไปเมื่อตอนสายของวันเป๊ะๆ


“นาย!” เธออุทานออกมาพลางชี้มือไปยังหน้าเขา คนถูกชี้ได้แต่ยิ้มรับก่อนจะเดินมานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเธอ


“เจอกันอีกแล้วนะ” คนพูดเท้าคางมองหน้าเธอ แต่ริมฝีปากนั่นก็ยังยิ้มไม่หยุด


“อะไรกัน รู้จักกันมาก่อนหรอ” ชยอนูชิงถามเขากลับก่อนที่เธอจะทันได้พูดอะไร ร่างหนาเดินมาใกล้ก่อนจะหยุดอยู่บริเวณโต๊ะที่พวกเธอสองคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว


“ก็ไม่เชิงรู้จักหรอกครับ แต่ผมเพิ่งเจอเมื่อตอนสายของวันนี้นี่เอง”


ชยอนูได้ฟังถึงกลับพยักหน้าด้วยความเหลือเชื่อที่โลกมันกลมขนาดนี้ จากนั้นบุคคลมาใหม่ก็เหล่าให้เขาฟังถึงการรับเธอมาจากข้างทางที่ล้อมรอบไปด้วยป่า ก่อนจะจอดส่งที่ตลาด


            “ขอบใจมาก ถ้าไม่ได้นายไม่รู้ว่ายัยนี่จะมาถึงบ้านตอนไหน” คนพูดตบบ่าหนุ่มหน้าตี๋ด้วยความขอบคุณ เธอที่เป็นคนกลางได้แต่มองเขาทั้งคู่สลับไปมาอย่างทำอะไรไม่ถูก และไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี


            “ไอ้จู นี่ไอ้จูน้องสาวฉัน”


            “หะ” เธอกับคนตรงหน้าผสานเสียงพร้อมกันด้วยความงงก่อนจะกระจ่างว่านั่นอาจจะเป็นชื่อของพวกเขาทั้งคู่


            “ฉันชื่อจู จูฮอนน่ะ” คนตรงข้ามพูดพร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้าเธอ เซจูเหลือบมองหน้าที่ยังยิ้มไม่ยอมหุบของเขาก่อนจะค่อยๆยื่นมือไปสัมผัส มือเขานุ่มและอุ่นกว่าที่เธอคิด ฝ่ามือหนากอบกุมมือเล็กๆของเธอจนเกือบมิด


            “ฉันเซจู” คนตัวเล็กยิ้มกลับไป ถึงเขาจะดูอารมณ์ดีจนพิลึกไปบ้าง ตาดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นเพื่อนที่ดีกับเธอได้แน่นอน


            ชยอนูขอตัวไปอาบน้ำ เขากำชับจูฮอนให้ทำแผลให้เธอดีๆ


            ร่างสูงขยับเก้าอี้มาใกล้ๆเพื่อที่จะแผลให้ถนัดมากขึ้น เขาเริ่มที่คอก่อน เพราะมันมีขนาดเล็กกว่าที่แขนอยู่มาก สำลีชุบแอลกอฮอล์ถูกเอามาเช็ดเบาๆที่รอบปากแผล ความแสบของมันไม่มากเท่าที่ควรเพราะแผลเริ่มที่จะปิดแล้ว


            “อย่าเอียงคอหนีสิ” คนทำแผลเอ็ดเธอเบาก่อนที่เขาจะขยับหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้นอีก


            สายตาแกสั้นหรือไงวะ


          “นายก็อย่าขยับมาใกล้มากดิ”


            “เขิน?” จูฮอนหยุดเช็ดแผล ตาตี่ๆของเขามองเธออย่างขบขัน


            คนตัวเล็กได้แต่ถลึงตาใส่ก่อนจะยอมรับไปตรงๆ เขาพยักหน้าก่อนจะทำแผลต่อ แต่ใบหน้านั่นก็ยังไม่ยอมห่างออกไป แถมยังยิ้มล้อเลียนเธออยู่ตลอดเวลาจนทำแผลเสร็จ


            เขาลากลับบ้านไปตอนช่วงดึกๆหลังจากที่นั่งเล่นกับชยอนูได้สักพัก


            เซจูขอตัวแยกไปนอนในห้องของเธอที่ไม่ได้ใช้มันมานาน ข้าวของทุกอย่างยังอยู่ที่เดิมของมันไม่เปลี่ยน เธอคาดว่าจะได้เจอกับฝุ่นและหยากไย่มากกว่านี้ แต่มันกลับไม่เป็นไปตามนั้น ดูเหมือนว่าพี่ชายเธอจะคอยปัดกวาดให้อยู่ตลอด เขาแสนดีและน่ารักมากจริงๆ


            ร่างเล็กพลิกตัวกลับไปกลับมาบนเตียง เธอนอนไม่หลับ ทั้งๆที่ร่างกายก็เหนื่อยล้า แถมนี่ยังเป็นการนอนที่ดูจะสบายและปลอดภัยที่สุดในรอบๆหลายวันก็ตาม


            ใบหน้าหล่อเหลาของแวมไพร์ตนนั้นลอยเข้ามาในห้วงความคิดของเธออีกครั้ง ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นยังไง จะยังนอนเป็นผักอยู่ในป่านั่นเหมือนเดิม หรือว่ามีพวกของเขามาพบแล้ว เธอนอนคิดนั่นคิดนี่ไปจนเผลอหลับไปในที่สุด


            ผ่านไปหลายอาทิตย์ ชีวิตของเซจูดูจะกลับมาสงบสุขเหมือนเดิม แผลเริ่มจะกลับมาหายเป็นปกติ เธอกับพี่ชยอนูชอบชวนกันไปล่าสัตว์มากินอยู่หลายครั้ง และเธอก็ยังคอยติดตามข่าวคราวของมินฮยอกจากทางหนังสือพิมพ์โดยการแอบเข้าไปในเมืองอยู่บ่อยๆ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีอะไรคืบหน้าขึ้นมาเลยสักนิด เขายังคงหายไป ไม่มีเบาะแสเพื่อเติม ราวกับว่าไม่เคยมีตัวตนบนโลกใบนี้


            เธอกับจูฮอนเริ่มสนิทกันมากขึ้น จนเธอได้รู้ว่าเขาเป็นมนุษย์ธรรมดาๆที่หลงใหลพวกเรื่องเหนือธรรมชาติสุดๆ และที่สำคัญ


            เขารู้ว่าเธอกับพี่เป็นตัวอะไร


            เรื่องนี้เขาไม่เคยคิดที่จะนำมันไปบอกกล่าวคนอื่น เขาเก็บมันเป็นความลับไว้ตลอดมา และเขาเองก็จงเกลียดจงชังพวกตัวดูดเลือดซะยิ่งกว่าอะไร แม่เขาถูกฆ่าตายโดยพวกมัน


          เหมือนชีวิตเธอจะสงบราบเรียบแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง พี่ชยอนูโผล่มาเคาะประตูห้องเธอ ใบหน้าเขาเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์อะไรทั้งสิ้น


            “ลงไปข้างล่าง เรามีเรื่องต้องคุยกัน!” 


                                                                                       

Talk

คิดถึงพี่วอนโฮกันอะป่าวววววว หายไปยาวๆ 5555

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ ><










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

345 ความคิดเห็น

  1. #43 คุณนายคิม * (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 00:50
    เหมือนพี่นูจะเรียกไปรายงานตัวที่ก่อเรื่องไว้เลยอ่ะ
    #43
    1
    • #43-1 H_HB(จากตอนที่ 6)
      24 มีนาคม 2560 / 18:32
      เรียกไปเทศ และให้ยอมรับผิด 5555
      #43-1
  2. #26 JurairatSuriya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 00:20
    เห็นไรท์อัพแล้วน้ำตาจิไหล555 พี่นูจะคุยไรอ่าาา สู้ๆนะไรท์
    #26
    1
    • #26-1 H_HB(จากตอนที่ 6)
      24 มกราคม 2560 / 15:16
      เห็นคอมเมนต์แล้วน้ำตาจิไหลเหมือนกัน 555 ขอบคุณมากนะคะ ><
      #26-1
  3. #25 jjjj77127 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 20:34
    ดีใจมากเลยไรท์มาอัพอ่า สู้ๆนะคะ
    #25
    1
    • #25-1 H_HB(จากตอนที่ 6)
      24 มกราคม 2560 / 15:15
      ขอบคุณนะคะ >< ดีใจที่มีคนมาอ่านเหมือนกันนน
      #25-1
  4. #24 penang rachain (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 19:28
    คิดถึงไรท์อะ คิดถึงมาก พอเห็นแจ้งเตือนนิยายอัพนี่เผลอกรี๊ดลั่นบ้านเลยอะ งืออออ
    #24
    1
    • #24-1 H_HB(จากตอนที่ 6)
      24 มกราคม 2560 / 15:14
      คิดถึงคนอ่านเหมือนกันนน ><
      #24-1