[Monsta-x] The ruler vampire (wonho × you)

ตอนที่ 5 : Ep 04 ll คืนพระจันทร์สีฟ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 975
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    7 ก.พ. 61











วอนโฮสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมากลางดึก เมื่อเสียงสั่นเบาๆจากโทรศัพท์มือถือที่วางไว้ข้างกายดังขึ้น ร่างสูงขมวดคิ้วเพราะกลัวว่าเสียงมันจะไปรบกวนอีกคนที่นอนขดตัวด้วยท่าที่จะไม่ค่อยสบายนักบนโซฟาให้ต้องตื่น แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นคนที่หลับลึกพอสมควรเลยทีเดียวสำหรับพวกหมาป่า ร่างบางนอนนิ่งสนิทอย่างไม่รับรู้กับเสียงที่ควรได้ยิน


นั่นหลับหรือว่าตายวะครับ!


เขาคว้าโทรศัพท์มาดูด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยที่มันมารบกวนการนอนหลับก่อนจะมองดูที่หน้าจอด้วยความรำคาญ ก็คงจะเป็นมิสคอลหรือไม่ก็ข้อความจากเพื่อนตำรวจที่ทำงานด้วยกันโทรมาตาม ก็เขาเล่นหายหน้าหายตาไปเลยหลังจากออกมาปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้น 


แต่สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์กลับไม่ใช่สิ่งที่คิดเอาไว้ ข้อความขอความช่วยเหลือสั้นๆถูกส่งมาจากบุคคลที่เขาคาดการณ์ไว้ยู่แล้วว่าจะต้องติดต่อกลับมา เพียงแต่ไม่นึกว่ามันจะเป็นวันนี้และตอนนี้เท่านั้นเอง เมื่อได้อ่านมันก็ทำเอาคิ้วแทบจะผูกกันเป็นโบว์ด้วยความเซ็งเลยทีเดียว เขาอาจจะเพิกเฉยและทำเมินไปก็ได้ แต่ความรับผิดชอบที่มีมากและตัวเขาเองก็เป็นสาเหตุที่ทำให้มันเกิดขึ้น บังคับให้เขาเมินเฉยต่อการขอความช่วยเหลือครั้งนี้แบบนั้นไม่ได้


ร่างสูงจัดแจงสภาพตัวเองให้เรียบร้อยไม่ให้เหมือนคนที่เพิ่งตื่นนอนจนเกินไปนัก ก่อนจะเดินไปหาคนที่นอนนิ่งสนิทอยู่บนโซฟา ใจนึงก็อยากที่จะลากเธอไปด้วย แต่ติดตรงที่บุคคลที่เขาจะไปหานั้นไม่อาจพาเธอไปด้วยได้ แถมเส้นทางที่จะไปมันก็คนละทางกับทางที่จะไปบราน เขากลัวว่าเธอจะคิดตุกติกแล้วหนีไปอีก ถึงการตามตัวจะไม่ยากจนเกินความสามารถของเขา แต่มันก็เหนื่อยและน่ารำคาญ


"ยัยสี่ขา…" มือหนาสะกิดที่ต้นแขนของเธอที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมา


"…" แต่เสียงที่ตอบกลับมามีเพียงเสียงหายใจที่เป็นจังหวะสม่ำเสมออย่างคนหลับสนิทเท่านั้น


วอนโฮตัดสินใจทำให้ร่างตรงหน้ามีสภาวะเสมือนตายแล้วด้วยเวทมนต์ชั้นสูงทางฝั่งแวมไพร์ และมันก็ถูกห้ามไม่ให้ใช้พร่ำเพรื่อ


เพราะของดีย่อมต้องมีค่าตอบแทนที่แสนแพง มันจะส่งผลต่อผู้ใช้ไม่เร็วก็ช้าและไม่มากก็น้อย พลังงานในร่างกายของผู้ใช้จะถูกถ่ายทอดไปให้ผู้ถูกใช้ทีละนิดเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตเอาไว้ เพราะผู้ถูกใช้ไม่สามารถที่จะลุกไปหาอาหารใส่ท้องให้ตัวเองได้ ยิ่งถ้าใช้เป็นเวลานาน ก็ยิ่งจะส่งผลเสียแก่ผู้ใช้มากขึ้น แต่วอนโฮไม่มีเวลามาแคร์เรื่องนั้น ถ้าปล่อยเธอไว้ลำพังเธอคงไม่วายหนีไปอีกแน่ เขาไม่อยากแปลงร่างเป็นเทศกิจไปไล่จับหมาดื้อตัวนี้อีกแล้ว!


วอนโฮอุ้มคนตัวเล็กขึ้นไว้ในอ้อมแขนแกร่งก่อนจะนำไปวางไว้บนที่นอนแล้วจัดแจงห่มผ้าให้เธอ ถึงเขาจะไม่ใช่คนดีอะไร แต่ก็คงจะไม่ปล่อยให้เธอต้องนอนขดตัวต่อไปบนโซฟาทั้งๆที่เตียงก็ว่างอยู่หรอก


เสียงหายใจเป็นจังหวะจากการหลับสนิทค่อยๆเบาลง เธอจะเข้าสู่สภาวะนี้จนกว่าเขาจะกลับมาแก้มนต์ วอนโฮเปิดหน้าต่างก่อนจะโผออกไปในความมืดเพื่อไปหาใครบางคนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือจากเขา ใครบางคนที่เขาต้องรับผิดชอบ

 

 

…………………………………………………………………………………………………………………

 

 

การไปจัดการธุระของเขากว่าจะเสร็จก็กินเวลาไปจนเกือบพระอาทิตย์ตกดินของอีกวัน เมื่อย้อนกลับมาหาเธอที่โรงแรมแถวชานเมืองที่เดิม ฟ้าก็มืดเสียแล้ว ดวงตาเรียวเหลียวมองพระจันทร์ดวงโตกลมสวยที่กำลังส่องสว่างท่ามกลางท้องฟ้าอยู่เหนือหัวตัวเองด้วยความรู้สึกกังวลแปลกๆ


เขากล่าวทักทายพนักงานต้อนรับสาวสวยที่รู้จักกันดีก่อนจะตรงไปที่ห้องพัก ร่างบางยังคงนอนนิ่งเหมือนเดิมบนเตียง


ผลจากการใช้มนต์ต้องห้ามเริ่มแสดงอาการเมื่อเขาเริ่มรู้สึกหน้ามืดและเหนื่อยล้าเอาดื้อๆ ทั้งที่จริงมันก็เป็นตั้งแต่เขาเริ่มใช้เมื่อกลางดึกแล้ว แต่ไม่คิดว่ายิ่งใช้นานมันจะนิ่งแย่แบบนี้ เรี่ยวแรงที่มีทั้งหมดเหมือนถูกดูดหาย มันเริ่มถูกแบ่งสรรไปให้ร่างเล็กที่นอนนิ่งไม่ต่างจากคนตาย และถ้าหากเขาปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป พลังงานคงจะโดนแย่งไปเลี้ยงเธอหมดแน่นอน


วอนโฮจัดการแก้มนต์ที่ทำใส่เธอ ร่างกายที่ดูเหมือนจะล้มลงทุกทีก็เกือบจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้งแต่ก็ยังอ่อนเพลียจนต้องการการพักผ่อนอยู่ดี


ดวงตาสีน้ำตาลเข้มปรือขึ้นก่อนที่จะกระพริบถี่ๆเพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่างที่ไม่ได้เห็นมาเป็นระยะเวลาค่อนวัน  เธอลุกขึ้นนั่งด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าผิดปกติอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในตอนที่เพิ่งตื่นนอนใหม่ๆ ก่อนจะแสดงสีหน้างงๆ


ครั้งสุดท้ายเธอจำได้ว่านอนโซฟา แต่ทำไมพอตื่นมาถึงได้มาโผล่ที่เตียงกันวะ เซจูมองไปรอบๆห้องก็เจอเขาที่ยืนทำหน้าเหนื่อยๆอยู่ไม่ไกล


"นายย้ายฉันมานอนนี่หรอ"


"อืม"


"อ่า ขอบใจนะ" เธอพูดเสียงแผ่วแล้วเบี่ยงหน้าหนีร่างสูง ลับหลังเขาเธอแอบยิ้มคนเดียวอย่างหวั่นไหวแปลกๆที่เขาเกิดใจดีให้เธอมานอนบนเตียงแทน


"เรื่อง?"


"ก็ ก็ นี่ไง" เธอเอียงหน้าหลบอย่างรู้สึกอายอีกครั้งเมื่อคิดไปถึงว่าเธอมานอนอืดบนนี้ได้ยังไง


ก็คงจะไม่พ้นคนหน้าหล่อตรงหน้านี่อุ้มมาแน่


"อ่าๆ ไม่เป็นไร" เขาพยักหน้ารับแบบไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เซจูเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจที่เห็นเขาเป็นแบบนั้น ไม่ใช่เพราะเขาใจดียอมเสียสละที่นอนนุ่มๆ แต่เป็นเพราะสีหน้าที่ดูอิดโรยซีดเซียวกว่าปกติจนแทบจะเป็นสีขาว


เขาเป็นอะไร?


"นาย เอ่อ นายหิวหรอ" เมื่อเห็นคนตรงหน้าดูเหนื่อยๆ แถมมือไม้ก็สั่น นั่นมันอาการเดียวกับเธอตอนหิวชัดๆ


"ช่างมันเถอะ ไปเก็บของได้แล้ว เราจะไปบรานกัน"


"เดี๋ยวนะ ไปบรานหรอ ไหนนายบอกว่าจะพักก่อนไงแล้วพรุ่งนี้ค่อยออกเดินทาง"


"ก็พักแล้ว เธอนอนอืดมาวันนึงเต็มๆเลย ไม่รู้ตัวไง๊"


เมื่อได้ฟังเธอจึงเดินไปหยิบมือถือมาเช็ควันที่ และมันก็เป็นไปตามที่เขาบอกจริงๆ


เธอตื่นมาในตอนหัวค่ำของอีกวัน


มือเล็กเกาหัวพลางนึกงงตัวเองว่าเผลอหลับไปนานข้ามวันแบบนี้ได้ยังไง


"เก็บของซะทีจะได้รีบไปกัน" เขาเร่งเมื่อเห็นเธอเอาแต่นั่งนิ่งไม่ขยับไปไหน


ดวงตาสีน้ำตาลเข้มตวัดมามองอย่างหงุดหงิดเล็กน้อยที่เขาไปสั่งเธอ ก่อนจะลุกขึ้นมาเก็บข้าวของที่วางทิ้งไว้ระเกะระกะตามที่ต่างๆภายในห้องเข้ากระเป๋าเป้ด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียดพอควร 


มื่อเสร็จเรียบร้อย เขาก็เดินนำคนตัวเล็กออกมาจากห้องก่อนจะไปเช็คเอ้าท์ที่โถงโรงแรมกับพนักงานสาวสวยที่เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาอีกคนที่น่าจะเพิ่งมาเปลี่ยนเวรกับแม่สาวแวมไพร์คนก่อน เธอส่งยิ้มยั่วยวนวอนโฮมาแต่ไกลจนเซจูอดเบ้ปากใส่อย่างหมั้นไส้ไม่ได้ แวบนึงที่เธอเห็นเขามองแม่สาวพนักงานต้อนรับผิวขาวหยวกคนนั้นด้วยแววตาแพรวพราวกว่าปกติ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหุ่นสวยสัดส่วนดูแน่นหนึบเต็มมือหรือเป็นเพราะเขาหิวเลือดเธอกันแน่


"ขอบคุณที่มาใช้บริการนะคะ" ร่างเล็กของพนักงานสาวที่หน้าอกหน้าใจดูจะไม่เล็กตามเอ่ยตามธรรมเนียมของคนทำงานบริการ หากแต่สายตาสวยเฉี่ยวนั่นกลับสื่ออะไรบางอย่าง


"ครับ"


"!" เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นวอนโฮยิ้มได้หล่อลากไส้น่าหลงใหลขนาดนี้


ยิ้มที่สามารถล่อลวงหัวใจสาวๆได้อย่างไม่ยาก


"คราวหน้าถ้าเป็นไปได้ กลับมาอีกนะคะ" เสียงเล็กนั่นเอ่ยอย่างยั่วยวน


"ครับ" ร่างสูงตอบรับก่อนจะยิ้มแบบเดิมให้เธอไปอีก


กลับมากินเธอนะสิ ยัยนมตู้มเอ๊ย!


ทั้งสองเดินออกมาจากโรงแรมด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เขายิ้มกริ่มอย่างภาคภูมิใจในเสน่ห์อันเหลือร้ายของตัวเอง ผู้หญิงคนเมื่อกี้ความจริงก็น่าขย้ำไม่เบา ถ้ามีโอกาสเขาคงได้กลับมากินเธอแน่ แต่คงไม่ใช่แค่เลือด เขาจะกินให้หมดทั้งตัวเลย!


ส่วนเธอก็หน้าบึ้งบูดอย่างนึกหมั้นไส้คนที่เดินนำหน้า ที่คงจะคิดว่าตัวเองหล่อซะเต็มประดาละมั้ง ถึงได้อ่อยสาวไปทั่ว แม่คนนั้นก็เหลือทน เห็นผู้ชายหน้าตาดีหน่อยเป็นไม่ได้


"เป็นไร ทำไมหน้าบูดอย่างกับขี้ไม่ออก" เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเขาหันมาเห็น


"เปล่านี่ แค่ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องไปคฤหาสน์บรานบ้าบออะไรนั่นเฉยๆ" เธอตอบอย่างขอไปที นั่นมันก็ส่วนหนึ่งที่ทำให้หน้าบูด แต่อีกส่วนคือเธอดันนึกโมโหที่เห็นเขายิ้มให้ยัยนั่นทั้งๆที่เธอก็ไม่ได้เป็นอะไรกับเขาด้วยซ้ำ แต่จะให้บอกไปได้ยังไงล่ะ แล้วเธอเองก็ยังไม่รู้เลยว่าทำไมถึงต้องหงุดหงิด


"อะหะ อย่าหนีละกัน เธอสัญญาแล้ว"


"แน่นอน" เธอตอบเขาได้ไม่เต็มเสียงนัก ในเมื่อความจริงเธอไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว


การไปคฤหาสน์บราน ไปในที่ๆมีแต่ศัตรูก็ไม่ต่างจากการเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่น สู้ให้เธอสู้กับเขาจนตัวตายไม่ดีกว่าหรอ เซจูเหลือบมองพระจันทร์ที่ลอยอยู่เหนือหัวอย่างรอคอยเวลาที่เหมาะสม


เส้นทางถนนตัดผ่านหน้าโรงแรมล้อมรอบไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ดูเงียบสงบตามปกติของละแวกชานเมือง รถยนต์ที่พอเริ่มมืดก็จะยิ่งวิ่งผ่านมาทางนี้น้อย ชวนให้บรรยากาศดูเงียบเหงามากขึ้นไปอีก ร่างสูงของวอนโฮเดินนำเธอลัดเลาะตามทางเล็กๆด้านข้างของตัวโรงแรมไปทางด้านหลังที่ติดกับป่า เขาเดินอย่างมั่นใจโดยไม่ต้องพึ่งพาไฟฉายแม้ทางข้างหน้าจะมืดเพียงใด


ใช้เวลาในการเดินเท้าด้วยความเร็วที่ผิดมนุษย์ไม่นานคนทั้งคู่ก็เกือบจะออกจากป่าแห่งนั้นแล้วเข้าสู่เขตเมืองหลวงอันศิวิไลซ์


เซจูแหงนมองพระจันทร์ดวงกลมบนฟ้าก่อนเธอจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างมีแผนการบางอย่าง สองขาที่ก้าวตามร่างสูงข้างหน้าอย่างรวดเร็วหยุดกะทันหัน เธอคิดว่าที่ตรงนี้เหมาะที่สุด มันทั้งมืดและลึก


"เธอคิดจะฆ่าฉันใช่มั้ย" เสียงเข้มถามอย่างรู้ทันก่อนที่เขาจะหยุดเดินเมื่อสัมผัสได้ว่าคนที่ตามเขามานั้นหยุดการเคลื่อนไหวไปดื้อๆ เขารู้อยู่แล้วว่าวันนี้มันคืนพระจันทร์เต็มดวง และเธอก็คงจะใช้โอกาสนี้กำจัดเขา


เธอยกยิ้มอย่างเยือกเย็นในขณะที่นิ้วเรียวเริ่มหดสั้นกลายเป็นอุ้งมือและเล็บก็กลับยื่นยาวออกมาคล้ายเล็บของสัตว์ป่า


"ฉะ ฉันไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอกน่า" แม้จะพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นด้วยความตื่นเต้นเพียงใด แต่เธอก็ไม่สามารถทำมันได้


"หึ ถ้าไม่ใช่แล้วจะกลายร่างทำไม" วอนโฮพูดพลางย่างสามขุมเข้ามาหาอย่างไม่นึกกลัว เขาตีหน้าขรึมปกปิดอาการเมื่อยล้าที่ยังไม่จางหายไป


"ฉันแค่อยากจะยื่นข้อเสนอ" คนพูดไม่คิดจะถอยหนีตามปกติที่ควรจะเป็น เธอรับรู้ได้ว่าตอนนี้เธอสามารถที่จะสู้กับคนตรงหน้าได้โดยที่ไม่เสียเปรียบ


"อะไรอีกล่ะ"


"ปล่อยฉันไป ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นว่าฉันฆ่าไอ้ตัวเย็นพวกของนาย ละ ละแล้ว แล้วฉันจะไว้ชีวิตนาย"


"หะ!" เขาอุทานอย่างไม่เชื่อหู ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะกล้าต่อรองอะไรแบบนี้อีก ครั้งนี้ถึงขั้นจะกลายเป็นหมาป่ามาเล่นงานเขาด้วยซ้ำ ก็คงจะมั่นใจพอว่าจะเอาชนะเขาได้ล่ะมั้ง


แล้วไอ้คำพูดที่ว่าจะไว้ชีวิตเขานั้นมันตลกร้ายอะไรหรือเปล่า น้ำหน้าอย่างไอ้พวกหมาป่าเนี่ยนะจะทำอะไรได้ ก็เคยแพ้พวกเขามาแล้วครั้งนึงไม่ใช่หรอ เขาต่างหากล่ะที่ควรเป็นคนพูด


"นี่อย่ามาทำหน้าไม่เชื่อแบบนั้นนะ! หมาป่าน่ะน่ากลัวกว่าที่นานคิดซะอีก"


"เรื่องนั้นฉันไม่รู้ แต่ที่รู้ๆคือพวกเธอมันเจ้าเล่ห์พูดกลับไปกลับมาเชื่อถือไม่ได้" วอนโฮแอบด่า "เธอบอกกับฉันว่าจะไปบรานเธอบอกว่าเธอจะไม่หนีฉันไปไหน แต่สุดท้ายก็ไม่รักษาสัญญา"


คนฟังเค้นหัวเราะอย่างเหลือเชื่อ


"นายเคยเห็นหมาป่าในนิทานที่ไหนพูดความจริงหรือรักษาคำพูดบ้างล่ะ" เซจูพูดพลางยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างเลือดเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้แม้ว่าในใจนั้นจะวูบไหวแปลกๆกับคำพูดที่เขาต่อว่าเธอ


"ฉันก็พอจะเดาได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ว่าสัตว์อย่างพวกเธอยังไงมันก็ต้องแว้งมากัดอยู่ดี"


เธอถึงกับหน้าถอดสีเมื่อคำพูดที่เขาว่าเธอเป็นเพียงสัตว์หลุดออกมาจากปากเขา แม้เธอจะปฏิเสธว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับผู้ชายตรงหน้า แต่ถ้อยคำดูถูกนั่นมันกลับทำร้ายเธอได้อย่างน่าแปลก ทั้งๆที่เธอเองก็ไม่เคยใส่ใจอะไรพวกนี้เลยด้วยซ้ำ


"จะยังไงก็ช่าง ปล่อยฉันไปซะ ฉันไม่อยากทำร้ายนาย"


วอนโฮหัวเราะอย่างไม่รู้สึกตลก ดวงตาสีแดงก่ำมองคนตรงหน้าอย่างมาดร้ายแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สัญชาตญาณของนักล่าถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง


ถ้าเธอต้องการแบบนี้เขาก็จัดให้ เมื่อจะพาไปบรานแบบดีๆไม่ชอบ สงสัยคงจะอยากไปด้วยน้ำตา


"มาลองดูก็ได้นะ ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพวกหมาอย่างเธอมันจะขี้แพ้เหมือนเดิมหรือเปล่า" คำสบประมาทจากเขาทำเอาเธอตาลุกวาวด้วยความโกรธ


วอนโฮมองร่างเล็กตรงหน้าค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น จนกระทั่ง แขนทั้งสองข้างกลายเป็นขาหน้า ผิวเนียนสีน้ำผึ้งสวยเปลี่ยนเป็นขนปกคลุมไปทั่วร่าง แต่ก่อนที่จะกลายเป็นหมาป่าโดยสมบูรณ์ เธอก็วิ่งหนีหายไปหลังต้นไม้ใหญ่


"ถ้าวันนี้เธอฆ่าฉันไม่ได้ ก็อย่าหวังเลยว่าจะหนีพ้น!" เขาท้าทายสิ่งมีชีวิตร่างยักษ์ที่หายเข้าไปในพุ่มไม้ด้านหน้า ตั้งแต่เกิดมาเขาก็ยังไม่เคยปะทะกับศัตรูสี่ขานี่เลยสักครั้ง   แต่เขาเองก็อยากลอง อยากพิสูจน์เหมือนกันว่าพวกเผ่าพันธุ์หมาป่ามันแน่สักแค่ไหน และถึงแม้ว่าการปะทะครั้งนี้มันจะเสี่ยง แต่เขาก็ยอม ยอมแม้อาจจะต้องถูกปลดออกจากการเป็นผู้คุมกฏ โทษฐานที่ปล่อยให้เธอหนีไปได้ถึง 2 ครั้ง


"กรรรรร!" เสียงขู่คำรามดังขึ้นไม่ไกลไม่ใกล้ วอนโฮเหลียวไปรอบตัวอย่างระแวดระวังตามสัญชาตญาณ


บนเนินหินสูงทางด้านซ้ายปรากฏร่างของสัตว์ล่าเนื้อขนาดใหญ่เท่ากระทิง ขนปุยสีน้ำตาลทองสะท้อนกับแสงจันทร์ เล็บของมันแหลมคมดูราวกับใบมีด ดวงตาสีน้ำตาลเข้มวาววับอย่างดุร้าย


และมันกำลังจ้องมองมาที่เขา


หลายอึดใจที่ไม่มีใครกล้าเคลื่อนไหว ต่างฝ่ายก็ต่างลอบดูท่าทีของกันและกัน จนในที่สุด เธอก็เป็นฝ่ายเริ่มก่อน ร่างทะมึนที่มีเขี้ยวเล็บแหลมคมกระโจนมาที่เขา ท่อนไม้ขนาดใหญ่ที่วางอยู่ใกล้เท้าถูกวอนโฮหยิบขึ้นและขว้างไปอย่างต้องการที่จะหยุดการโจมตี


แต่สุนัขตัวนั้นว่องไวเกินไป มันหลบพ้น วอนโฮก้าวถอยหลัง กรงเล็บที่แหลมคมปานใบมีดตวัดเข้าที่เสื้อเชิ้ตสีขาวจนขาด เขาล้มลงโดยมีร่างยักษ์ของหมาป่าคร่อมทับไว้ กำปั้นที่เขามักใช้ในการต่อสู้ประชิดตัวจนชินถูกส่งเข้าที่สีข้างของไอ้ตัวขนปุยอย่างจังก่อนที่มันจะทันได้ฝังเขี้ยวลงบนตัวเขา


"เอ๋งงง!" เจ้าหมาป่าร้องด้วยความเจ็บปวดจากกำปั้นที่มีแรงมหาศาลนั่นก่อนที่ร่างของมันจะกระเด็นไปกระแทกต้นไม้ แต่ก็กลับลุกขึ้นมายืนได้โดยใช้เวลาไม่นาน ผิดกลับเขา ร่างกายที่เพลียมาก่อนหน้านี้เริ่มส่งผลให้การเคลื่อนที่ช้าขึ้นและพร้อมจะล้มลงทุกเมื่อ วอนโฮค่อยๆยันกายลุกขึ้นยืนอีกครั้งอย่างยากลำบาก แข้งขาสั่นเทาจวนจะหมดแรง เขาไม่อยากที่จะก้มลงมองดูเสื้อที่ถูกฉีดขาดเลย หน้าอกของเขารู้สึกเปียกและอุ่นๆ และเขาก็รู้เลยว่ามันคงจะโดนข่วนเป็นแผลใหญ่ ถ้าหลบช้ากว่านี้อีกนิดเดียวเขาไม่กลายเป็นแค่เศษเนื้อที่ชื่อวอนโฮเลยหรอ


เซจูเดินวนรอบร่างสูงอย่างดูท่าทางที เธอมองแผลฉกรรจ์จากฝีมือตัวเองบนแผงอกแกร่งนั่นอย่างรู้สึกผิด เธอไม่ได้ตั้งใจ แต่เธอจำเป็นต้องทำเพราะไม่อยากให้เขาเอาไปที่นั่น


"เธอคิดจะฆ่าฉันจริงๆด้วย" เขาเค้นหัวเราะอย่างรู้สึกผิดหวังก่อนจะกระชากเศษเสื้อขาวที่ตอนนี้ถูกย้อมไปด้วยสีแดงจากเลือดออกให้พ้นกาย ลำตัวช่วงบนที่เต็มไปด้วยมัดดล้ามสวยงามปรากฎขึ้น แต่มันคงจะดูดีกว่านี้ถ้าปราศจากบาดแผลที่น่ากลัวนั่น


เซจูอยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าเธอไม่ได้ตั้งใจแบบนั้น อย่างน้อยก็ในตอนแรก  ขอแค่เขายอมปล่อยเธอไป


ด้วยความโมโหกับสิ่งที่เธอสร้างไว้บนร่างกาย เขาล้วงหยิบมีดเงินก่อนจะรวบรวมแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ในสภาพร่างกายที่อ่อนล้าแบบนี้พุ่งเข้าหาเธอด้วยความเร็วจนเธอก็หลบแทบไม่ทัน ปลายแหลมของมีดเฉือนเข้าที่ขาหน้าด้านซ้าย เพราะคนที่หวังจะฆ่าในตอนแรกกลับเปลี่ยนใจและเบี่ยงปลายมีดออกจากจุดสำคัญได้ทัน หมาป่าสีน้ำตาลทองร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดทันทีที่โดนอาวุธทำจากแร่เงินที่เป็นปฏิปักษ์กับตน


ร่างสูงที่ต้องการจะข่มขู่เธอเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อให้เธอยอมไปบรานดีๆกำมีดพลางเดินไปหาร่างที่นอนครวญครางอยู่กับพื้น เขาก้าวข้ามลำตัวที่ปกคลุมไปด้วยขนนุ่มก่อนจะนั่งทับ มือที่ว่างกดไปลงบนลำคอด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ของแวมไพร์ มืออีกข้างง้างมีดขึ้น เขาเล็งไปที่หน้าอกข้างซ้ายของสัตว์สี่ขาตรงหน้า


ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเบิกขึ้นอย่างตกใจที่เขาจะฆ่าเธอ ถึงแม้ว่าจะเตรียมใจมาแล้วแต่เธอก็ไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วแบบนี้ แต่แล้วมีดที่หมายจะปลิดชีวิตเธอก็ร่วงใส่พื้น มันเฉียดเธอไปนิดเดียว ก่อนจะตามมาด้วยร่างหนาของคนบนร่างที่จู่ๆก็หมดแรงล้มพับลงบนตัวเธอเหมือนตุ๊กตายัดนุ่นที่อ่อนปวกเปียก เธอในร่างหมาป่าดันเขาออกก่อนจะพลิกขึ้นมาแทน แผลที่แสบร้อนคล้ายเอาน้ำร้อนมาราดใส่บริเวณขาหน้าข้างซ้ายเริ่มที่จะทุเลาลง หรืออาจจะเจ็บจนมันเริ่มชินหรือเปล่าก็ไม่รู้


วอนโฮกัดฟันกรอดอย่างนึกโมโห ทั้งโมโหร่างกายที่มันมาทรยศหมดแรงเอาตอนนี้ และโมโหตัวเองที่เกือบจะทำเกินหน้าที่ เมื่อกี้เขาเกือบแล้ว เขาเกือบจะฆ่าเธอด้วยความโกรธและสัญชาตญาณความเป็นศัตรูที่ฝั่งแน่นมาช้านาน


ถือซะว่าที่เขาหมดแรงไปแบบนี้เป็นโชคดีที่ทำให้เขาไม่พลั้งมือฆ่าเธอละกัน ตาคมมองสุนัขตัวใหญ่ที่มองมายังเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก บาดแผลบริเวณขาหน้าที่ใหญ่ไม่แพ้กับเขามีเลือดไหลซึมผ่านขนหนาออกมาไม่หยุด เขาเหลือบมองไปที่คอ คำว่า 'Wonho' ที่ทำจากเหล็กยังคงเด่นชัดอยู่บนปลอกคอสีดำ อย่างน้อยถึงเธอจะหนีไปแต่เขาก็ยังสามารถที่จะตามกลับมาได้ สุนัขตัวยักษ์ตรงหน้าค่อยๆตัวเล็กลงก่อนจะกลับคืนร่างมนุษย์ แขนซ้ายของเธอเปื้อนเลือดแดงฉานอย่างน่ากลัว มีดเงินที่ทำตกไว้ไม่ไกลถูกเธอหยิบมันขึ้นมา


"นายจะปล่อยฉันไปมั้ย" ใบหน้าเล็กอาบไปด้วยเม็ดเหงื่อมากมายไหลซึมตามใบหน้าด้วยความเจ็บปวดจากอาวุธแร่เงินนั่น


มันไม่ตายหากไม่โดนเข้าที่หัวใจ แต่ก็เจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสเลยทีเดียว


มือที่กำมีดเงินจ่ออยู่เหนือร่างเขาสั่นจนแทบจะควบคุมไม่ได้


"ไม่ได้ ปล่อยไปไม่ได้" เขาละล่ำละลัดพูดออกมาอย่างยากลำบาก


การปล่อยให้นักโทษหนีไปได้ถึง 2 ครั้งย่อมไม่ส่งผลดีกับเขาแน่นอน


เมื่อได้ฟังดังนั้นคนตัวเล็กก็กัดปากตัวเองจนมันเห่อแดงอย่างพยายามข่มใจ เขาใจแข็งจริงๆเธอแทบจะฆ่าเขายู่แล้วแต่เขาก็กลับเลือกที่จะไม่ยอมปล่อยเธอไป หน้าที่มันสำคัญกว่าชีวิตตัวเองขนาดนั้นเลยหรอ?


เซจูหลับตาแน่น ขณะมือเล็กตัดสินใจลงคมมีดไปที่หน้าอกด้านซ้ายของเขา


วอนโฮแผดเสียงร้องออกมาด้วยความทรมานเจียนขาดใจ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง มันเหมือนมีใครเอามีดมากรีดเล่นที่หัวใจจนเป็นริ้วๆ แล้วสาดตามด้วยน้ำร้อน ร่างหนางอตัวดิ้นไปมาอย่างทุรนทุราย เขาตาพร่าจากพิษของบาดแผล แต่ก็ยังสามารถมองเห็นเธอได้ชัดเจน


คนที่จงใจฆ่าเขา!


เซจูพยุงร่างตัวเองให้ลุกยืน ถึงแม้จะโดนคมมีดเข้าที่แขนแต่มันกลับเจ็บร้าวไปทั้งร่าง แผลที่เกิดจากมันที่คอยังไม่ทันหายดี ก็มาเกิดกับต้นแขนซะแล้วแถมยังใหญ่กว่าเดิมจนน่ากลัวว่าเลือดเธอจะไหลหมดตัวจนตาย เธอคว้าเป้ที่ตกอยู่แถวนั้นขึ้นมาสะพาย มีดเงินถูกเก็บลงไปในนั้น ตาคู่สวยเหลือบมามองร่างเขาที่นอนหายใจพะงาบๆอยู่บนพื้นอย่างช่วยเหลืออะไรตัวเองไม่ได้


"ฉันไปบรานกลับนายไม่ได้จริงๆ ฉันไม่อยากตาย ฉันไม่อยากตายด้วยน้ำมือของศัตรูอย่างพวกนาย"


"…"


"เข้าใจฉันด้วยนะ" เซจูพูดก็จะหันหลังให้เขาแล้วเดินจากมา


"ยะ อย่าให้ฉันเจอเธออีก"


"…" ขาที่เดินชะงักค้างอย่างรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อ


"หนีให้ได้ตลอด…"


"…"


"เพราะถ้าฉันเจอเธออีก รับรองว่าเธอจะต้องเสียใจแน่ๆที่ทำแบบนี้!"


"!"


"เธอจะต้องเสียใจที่ไม่ทำให้ฉันตายๆไปซะ!"


เขาเพิ่งรู้ ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า ไม่งั้นเธอคงจะหาอะไรมาจุดไฟเผาเขาไปแล้ว เธอแค่ต้องการเวลา เวลาที่จะหนีกลับเข้าฝูง




ร่างเล็กเดินซวนเซจากมา เธอตรงกลับไปในทิศทางเดิม ชายเสื้อที่ใส่อยู่ถูกฉีกออกมาอย่างไม่ใส่ใจสภาพที่เหลือ มันถูกนำมาพันเพื่อห้ามเลือดอย่างลวกๆเธอเดินไปเรื่อยๆจนไปโผล่ที่ถนนตัดผ่านป่าสุดเปลี่ยวสายหนึ่ง กลิ่นมนุษย์ที่อยู่ไม่ไกลนักลอยปะปนมาในอากาศ เซจูสูดหายใจลึกอย่างนึกกระหายในกลิ่นนั้น เธออยากได้กลิ่นอีกเพราะในเวลานี้มันช่างหอมยวนใจดีเหลือเกิน เพิ่งได้รู้ว่าตอนนี้นอกจากจะเจ็บแผลแล้ว เธอยังหิวอีกตั้งหาก


เลือดมนุษย์ที่นานๆเธอจะมีโอกาสได้ดื่มกิน


ร่างเล็กจากเคยเดินสองขากลายร่างเป็นสัตว์สี่ขา จมูกที่ไวต่อกลิ่นเป็นพิเศษสูดเอากลิ่นหอมหวานจากมนุษย์นิรนามคนนั้นเข้าสู่ปอดอย่างไม่รู้จักพอ ก่อนจะเดินลัดเลาะหาต้นตอของกลิ่นนั่น


หญิงสาวร่างอวบเดินวนไปวนมารอบรถยนต์ที่จอดนิ่งสนิทอยู่บนถนนกลางป่า เธอสบถครั้งแล้วครั้งเล่าให้กับรถที่มันมาเสียเอาตอนนี้ มือป้อมยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูเพื่อติดต่อใครบางคน ก็คงไม่พ้นขอความช่วยเหลือ พฤติกรรมต่างๆเหล่านั้นล้วนถูกจับจ้องมาตลอดจากเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลที่ซุ่มอยู่ไม่ไกล


ปกติหมาป่ามักออกล่าเป็นฝูง แต่เธอที่อยู่คนเดียวมานาน ชอบที่จะออกล่าคนเดียวมากกว่า


มันรอจังหวะที่หญิงสาวชาวมนุษย์เผลอ ก่อนจะกระโจนออกมาจากเงามืด เธอคนนั้นไม่มีแม้แต่เวลาให้ตกใจหรือวิ่งหนี คมเขี้ยวแหลมฝังลงมาที่ไหล่อวบน่าเคี้ยวเล่น เซจูสะบัดเหยื่อของเธอไปมาก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในป่าลึก และฉีกกินร่างนั้นอย่างหิวกระหาย


เมื่อกินอิ่มก็เป็นธรรมดาที่จะเริ่มง่วงนอน


เซจูในร่างหมาป่าเดินหาที่ทางที่เหมาะพอจะให้พักผ่อนได้ เธอตัดสินใจนอนในร่างหมาป่าเพราะคิดว่ามันน่าจะปลอดภัยกว่าอยู่ในร่างมนุษย์ก่อนจะขดตัวลงนอน ดวงตาสีน้ำตาลค่อยๆปิดอย่างช้าๆ


เลือดที่แผลหยุดไหลไปนานแล้ว แต่ความเจ็บแสบของมันก็ยังแล่นเข้าไปปั่นป่วนเธอแม้ในขณะหลับ


เสียงนกป่าที่ออกหากินยามเช้ากับแสงรำไรจากพระอาทิตย์ที่ส่องผ่านแนวใบไม้ปลุกให้เธอตื่น


เธอกลับคืนร่างมนุษย์เมื่อพระจันทร์หายลับไป มือเล็กขยี้ตาก่อนจะบิดขี้เกียจ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้สึกปวดหนึบที่ต้นแขน มองดูสภาพตัวเองที่เหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาทำเอาเธอถึงกับส่ายหน้า ลำธารเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลนักถูกใช้เป็นห้องอาบน้ำชั่วคราวในการชำระคราบเลือดแห้งกรังที่ติดอยู่ตามเนื้อตัว ทั้งจากเลือดของเธอเองและเลือดจากอาหาร เศษชายเสื้อที่พันต้นแขนด้านซ้ายถูกแกะออกเพื่อทำความสะอาดแผล ซึ่งตอนนี้มันบวมแดงจนน่ากลัว เธอวักน้ำจากลำธารมาเผื่อล้างมันอย่างลวกๆก่อนจะฉีกเสื้อสะอาดตัวใหม่ในกระเป๋ามาพันไว้


หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าและจัดการสภาพตัวเองให้ดูเหมือนผีปอบน้อยลง เธอก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง ในช่วงสายของวันเธอเจอถนนสายหนึ่งที่มันจะนำเข้าไปที่เขตเมืองในชนบท เซจูเดินตามทางมาเรื่อยๆ เมื่อเจอรถที่นานๆจะวิ่งผ่านมาทีมือเล็กจึงโบกและขอติดรถไปลงในที่ๆเธอต้องการ หลายคันเลือกที่จะวิ่งผ่านไปไม่สนใจรับเธอ แม้ว่าจะไปทางเดียวกัน


ร่วมสามชั่วโมงที่เธอต้องเดินเพียงลำพังกว่าจะมีคนใจดียอมรับเธอขึ้นรถไปด้วย


คนขับมาคนเดียว เป็นผู้ชายวัยรุ่นที่หน้าตาดูน่ารักคนหนึ่ง เขาฉีกยิ้มให้เธออย่างเป็นกันเอง ปากเล็กจิ้มลิ้มเอ่ยถามถึงจุดหมายปลายทาง ก่อนจะพบว่าเธอก็มีจุดหมายที่เดียวกับเขาพอดี


เซจูที่นั่งข้างๆคนขับเริ่มรู้สึกกระสับกระส่ายเมื่อดวงตาตี่เล็กนั่นเหลือบมามองเธอเป็นระยะๆ แววตาเขาแฝงไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ทำเอาเธออดกังวลไม่ได้ว่ายังมีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่ที่ใบหน้าหรือเปล่า


"หวัดดีครับ" เขาทักก่อนจะพูดต่อ "คุณมาเที่ยวหรอครับ"


"อ่า" คนถูกถามเงียบไปอย่างคิดหาคำตอบที่ดูเข้าท่าที่สุด เธอลังเลว่าจะพูดความจริงหรือโกหกไปดี


"ป่าวค่ะ ฉันกลับบ้าน" สุดท้ายเธอก็เลือกพูดความจริง


"บ้านคุณอยู่ในเมืองข้างหน้านี่หรอ"


"อ่าใช่"


ใช่ซะเมื่อไหร่เล่า


ถนนเส้นนี้ตรงออกไปจะเจอกับเขตเมืองในชนบท ที่นั่นถ้าเดินลึกเข้าป่าข้ามภูเขาไปสองลูกถึงจะถึงบ้านของเธอ


"ผมก็คนแถวนั้น ไม่ยักเคยเห็นคุณมาก่อน"


ถ้าเห็นก็แปลกละ เธอไม่ได้กลับบ้านมาหลายสิบปี ดูจากภายนอกเขาแล้ว อายุเพิ่งจะยี่สิบต้นๆเองมั้ง


"แต่เชื่อมั้ย หน้าคุณคุ้นมากๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน" คนพูดเกาหัวแกรก ดูท่าเขาคงจะพยายามนึกอยู่จริงๆ


"ฉันหน้าโหลมั้ง"


"คงงั้นอะ" เขาพูดก่อนจะหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว


"…" เซจูเงียบและไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ดวงตากลมโตมองวิวตามข้างทาง


"ว่าแต่ที่แขนนั่นไปโดนอะไรมาล่ะ" คำถามถูกเปลี่ยนจากหน้าของเธอไปที่แขนของเธอแทน คนพูดว่าพลางพยักพเยิดมาที่แขนซ้ายของเธอที่มีผ้าพันไว้อย่างแน่นหนา แต่ก็มีรอยเลือดซึมออกมานิดๆ


"อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะ แต่ดีขึ้นแล้ว คุณอย่าไปใส่ใจเลย"


หรือภาษาชาวบ้านก็คืออย่าเผือกนั่นเอง


เธอซึ้งในความมีน้ำใจของเขาที่รับเธอขึ้นรถมาด้วย แต่ขอเถอะ หยุดพูดสักที ตอนนี้เธอเหนื่อย อยากนั่งเงียบๆ


แล้วก็ดูเหมือนความคิดของเธอจะส่งถึงเขา เพราะคนข้างๆก็ไม่ได้ซักถามหรือสงสัยอะไรในตัวเธออีก


เซจูเอามือลูบแผลที่ความเจ็บแสบยังคงมีให้รู้สึกอยู่ พลางนึกไปถึงคนที่ทำให้มันเกิด เธอกำลังคิดถึงเขา เธอกำลังคิดถึงใบหน้าหล่อขาวนั่น อธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าทำไม บางทีอาจจะโกรธ หรือบางทีอาจจะรู้สึกผิด


ไม่รู้ว่าเขาจะมีคนมาช่วยหรือเปล่า

ไม่รู้ว่าป่านนี้จะดีขึ้นหรือยัง

ให้ตายเถอะ นี่เธอกำลังห่วงเขาหรอเนี่ย

 

'ยะ อย่าให้ฉันเจอเธออีก'

'หนีให้ได้ตลอด…'

'เพราะถ้าฉันเจอเธออีก รับรองว่าเธอจะต้องเสียใจแน่ๆที่ทำแบบนี้!'

'เธอจะต้องเสียใจที่ไม่ทำให้ฉันตายๆไปซะ!'

ประโยคที่เขาพูดกับเธอเป็นครั้งสุดท้ายดังก้องไปมาในหัว


แต่ไม่หรอก เขาจะไม่มีวันได้เจอเธออีก


คนใจดีจอดส่งแถวๆตลาดสด เจ้าของใบหน้าหล่อตี๋หันมายิ้มให้เธอส่งท้าย เซจูกล่าวขอบคุณ ก่อนจะแยกทางมา


ท้องเริ่มส่งเสียงประท้วงด้วยความหิวเมื่อถึงเวลาที่อาหารควรจะลงไปหามันสักที แต่ครั้งนี้ที่เซจูต้องการนั้น คืออาหารปรุงสุก หรืออาหารที่มนุษย์กินกัน ไม่ใช่เนื้อสดอย่างเมื่อคืน การอยู่ร่วมกับมนุษย์นี่มันก็ทำให้เธอกินตามแบบที่ควรจะกินได้น้อยลง


เซจูค้นเสื้อแขนยาวขึ้นมาใส่ปกปิดต้นแขนซ้ายของตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจก่อนจะออกเดินหาอะไรรองท้อง


ร้านอาหารเพิงเล็กๆแถวข้างทางย่อมเป็นตัวเลือกที่ดี คุณป้าเจ้าของร้านท่าทางใจดียิ้มต้อนรับขณะที่เธอสั่งอาหาร ภายในร้านมีโต๊ะและเก้าอี้พลาสติกมากมายที่ว่างอยู่ ด้วยคนในร้านไม่ค่อยจะมีมากนัก นั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอเลือกมาทานที่นี่ อาหารราคาไม่แพงแต่น่าตาชวนกินสุดๆมาเสิร์ฟที่โต๊ะก่อนที่ป้าเจ้าของร้านจะจ้องหน้าเธออย่างพินิจพิเคราะห์


เธอยิ้มกลับอย่างทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนจ้องขนาดนั้น


"ป้าคุ้นหน้าหนูมาก"


เอาอีกแล้ว เป็นความบังเอิญหรือว่าอะไรกันแน่


นี่มันเป็นประโยคยอดฮิตของวันหรือไง!




Talk

มาแล้วน้าาา

พี่วอนโฮเจ็บหนักน่าดูเลย จะมีแรงไปตามกลับไหมเนี่ยยยยย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

345 ความคิดเห็น

  1. #23 boeytaii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 19:15
    ติดเรื่องนี้ไปแล้ว ชอบๆๆ //สงสารพี่วอนโฮ เจ็บมั้ยยย~T_T~
    #23
    1
    • #23-1 H_HB(จากตอนที่ 5)
      20 มกราคม 2560 / 16:49
      ขอบคุณนะคะ >< ดีใจที่ชอบน้าาาา
      #23-1
  2. #22 penang rachain (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 20:23
    เลือดสาดเลยอะ 5555
    #22
    1
    • #22-1 H_HB(จากตอนที่ 5)
      20 มกราคม 2560 / 16:47
      555 กระจายเลย
      #22-1
  3. #21 jjjj77127 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 15:39
    มาต่อนะคะ ชอบ
    #21
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #21-2 H_HB(จากตอนที่ 5)
      20 มกราคม 2560 / 16:48
      ขอบคุณนะคะ ดีใจจัง ><
      #21-2
  4. #20 penang rachain (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 07:18
    สารภาพว่าเข้ามาเปิดดูทุกวัน 555 ปล. อัพต่อเลยได้ม้ายย 555
    #20
    1
    • #20-1 H_HB(จากตอนที่ 5)
      11 มกราคม 2560 / 17:30
      โอ้ยไรท์ดีใจมาก >< เนื้อหาตรงไหนมันงงก็ถามมาได้นะ
      ปล.ปั่นอยู่นะ ยังไม่เสร็จดี 5555
      #20-1