[Monsta-x] The ruler vampire (wonho × you)

ตอนที่ 2 : Ep 01 ll เมื่อเธอเผลอฆ่าพวกมันตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,990
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    29 ม.ค. 61









เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาพักกลางวัน ผู้คนที่เดิมทีจะเดินขวักไขว่กันไปมาจนดูวุ่นวายจึงหายหน้าหายตากันไปหมด เหลือไว้เพียงแค่ คิม เซจู 

ร่างเล็กนั่งประจำที่ที่โต๊ะทำงานของเธอตรงมุมในสุดของห้อง ถึงแม้ห้องนี้จะเป็นห้องทำงานรวมแบบออฟฟิศทั่วไป แต่ก็มีแผงกั้นโต๊ะที่พอจะช่วยให้มีความเป็นส่วนตัวขึ้นมาบ้าง บนโต๊ะเธอเต็มไปด้วยกองแฟ้มหนา ที่วางระเกะระกะดูไม่เป็นระเบียบตามนิสัยของเจ้าของโต๊ะที่ค่อนข้างจะขี้เกียจ มือเรียวพลิกหน้ากระดาษในแฟ้มไปทีละหน้าๆ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคล้ายสีดาร์กช็อกโกแลตไล่ตาอ่านเนื้อหาในหน้ากระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าอย่างตั้งใจเพื่อที่จะรีบทำสรุปสำนวนคดีที่รับผิดชอบอยู่ส่งหัวหน้าก่อนจะถึงเย็นวันนี้ และนั่นก็คือเหตุผลที่เธอไม่ลงไปทานข้าวกับเพื่อนๆ


ก๊อกๆๆ เสียงเคาะแผงกั้นดังขึ้นเบาๆก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนเคาะ


"แหม มึงนี่ชอบทำงานแบบไฟลนก้นตลอดเลยนะ" เจ้าของเสียงทะเล้นพูดอย่างหยอกล้อพร้อมกับเอื้อมมือไปลากเก้าอี้จากโต๊ะทำงานของตัวเองที่อยู่ห่างจากโต๊ะเธอเพียงแค่แผงกั้นมานั่งตรงข้ามกับเธอ


"ยังไม่ชินหรือไง" เธอเลิกคิ้วสูงก่อนจะถามออกไป ด้วยความที่ทั้งเธอและเขาทำงานคู่กันมาตลอด จึงทำให้รู้จักนิสัยใจคอกันดี


มินฮยอก ยิ้มจนตาหยีก่อนจะเปิดปากพูดเรื่องสำคัญที่ตั้งใจจะมาบอกเธอ ทั้งๆที่เขาเพิ่งจะกินอาหารมื้อกลางวันไปเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น แต่ว่าหูที่สุดจะดีก็ดันไปได้ยินเหล่าหัวหน้าหน่วยคุยกัน จึงทำให้ร้อนรนจนต้องรีบแล่นมาบอกเธอ ด้วยรู้ว่าเธอมีภาระงานที่ต้องสะสางให้เสร็จ


"บ่ายนี้มีประชุมด่วน" เขาพูดและลอบดูปฏิกิริยาคนฝั่งตรงข้ามไปด้วย ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่เขาชอบทำไม่น้อย ด้วยอาชีพที่เป็นอยู่ ทำให้เขาต้องช่างสังเกตเป็นพิเศษ


และก็เป็นไปตามคาด เซจูเพื่อนเขาคนนี้เก็บอารมณ์ทางสีหน้าไม่เก่งเอาซะเลย รอยยิ้มที่มีให้ตอนที่เขาโผล่เข้ามาคลายลง ดวงตากลมวาวที่คล้ายลูกสุนัขนั้นเบิกกว้างก่อนที่ปากเล็กแต่ว่าอิ่มเอิบจะพ่นเอาคำโวยวายสารพัดที่ไม่น่าฟังนักออกมา


บิงโก! เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้เป๊ะๆว่ายัยนี่จะต้องอารมณ์เสีย


"แล้วกูจะเอาเวลาไหนไปสรุปสำนวนเนี่ยยย มาประชุมอะไรวันนี้วะ!"

มินฮยอกไหวไหล่อย่างไม่ยินดียินร้ายเป็นคำตอบ


"ว่าแต่มึงแน่ใจนะ ยังไม่เห็นมีใครมาแจ้งอะไรเลย" คนตรงหน้าหรี่ตามองเขาอย่างจ้องจับผิด แต่สิ่งที่เขาได้ยินมานั้นไม่ผิดชัวร์ อีกไม่นานก็คงจะมีการแจ้งถึงเรื่องการประชุมสายฟ้าแลบนั่นแน่นอน ดูท่าแล้วคนตรงหน้าก็คงจะหวังลมๆแล้งๆว่าเรื่องที่เขาบอกนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง


เขาจ้องตาตอบเพื่อนสนิทที่จ้องกลับมาอย่างไม่ลดละ ริมฝีปากสีแดงเรื่อๆตามธรรมชาติของเขายกยิ้มขึ้นที่มุมปากเมื่อนึกอยากจะแหย่คนตรงหน้าขึ้นมา เขาลุกยืนก่อนจะเอามือท้าวโต๊ะรกๆที่แทบจะไม่เหลือที่ว่าง ก่อนจะโน้มลำตัวลงไปใกล้คนตัวเล็กมากขึ้น สายตาที่ผสานกันของเขามีแววทะเล้นหยอกล้อจนเธอทนสบตาไม่ไหว เป็นฝ่ายที่ยอมหลบออกมาก่อน ความเขินที่มักจะกำเริบทุกครั้งที่ใกล้ชิดผู้ชายไม่ว่าคนไหนๆทำให้เธอต้องรีบเกร็งหน้ากลบเกลื่อนแล้วเปลี่ยนประเด็นในทันที


"ละแล้ว แล้วมึงไปรู้มาจากไหน" เซจูพูดโดยที่ยังไม่ยอมสบตากับเขา

มินฮยอกนึกขำในท่าทางของเพื่อน ก่อนจะเล่าให้ฟัง


ผู้คนที่ทำงานในห้องเดียวกันเริ่มทยอยกลับเข้ามาทำงานต่อในภาคบ่ายหลังจากรับประทานมื้อกลางวันเสร็จ พลันก็ปรากฏร่างสูงใหญ่ของผู้ชายวัยกลางคน แต่ว่าท่าทางดูน่าเกรงขามที่หน้าห้อง มือหนายกขึ้นก่อนจะเคาะเบาๆที่กระจกบานใสข้างตัวเพื่อเรียกให้ทุกๆคนในห้องหันไปให้ความสนใจ รวมทั้งเธอและมินฮยอกด้วย


"มากันครบทุกคนแล้วใช่มั้ย"


"ตอนบ่ายโมงครึ่งมีประชุมด่วนนะครับ ที่ห้องประชุม04 เรื่องนี้เป็นคดีสำคัญ มากันให้ตรงเวลาด้วย"

เจ้าหน้าที่ทุกคนในหน่วยเอ่ยตอบรับก่อนที่จะหันมาเคลียร์เรื่องส่วนตัวต่อ เมื่อเหลือเวลาอีก 20 นาทีก่อนเข้าประชุม


"แม่งเอ๊ยยย ส่งไม่ทันกำหนดอีกจนได้" เซจูเกาหัวแกรกอย่างต้องการระบายความกังวล ดวงตาสีน้ำตาลจ้องเขม็งไปที่แฟ้มงานอย่างนึกโมโห แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากอ่านมันต่อไป


จะว่าไป นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอส่งงานช้า โดนด่าอีกสักครั้งจะเป็นไรไป


"เหลืออีกกี่แฟ้มอะ" มินฮยอกเอ่ยถาม และถึงแม้เกือบทุกคดีเขาจะทำร่วมกับเธอ แต่คดีนี้เป็นคดีที่เธอรับผิดชอบเพียงคนเดียว ด้วยมันเป็นคดีเล็กๆ แต่แม่คนขี้เกียจก็มักจะทำไม่ทันกำหนดส่งทุกที เขาเองก็ส่งสำนวนคดีของตัวเองไปแล้วเมื่อเช้า ตอนนี้จึงยินดีที่จะได้ช่วยให้เธอไม่โดนด่า


"เหลืออีกแฟ้มนึงงงง" แฟ้มสีดำที่วางไว้ข้างๆแฟ้มที่เธอกำลังอ่าน ถูกยกขึ้นและยื่นมาตรงหน้า ทั้งๆที่เขายังไม่ทันเอ่ยปากว่าจะขอช่วยเลยสักคำ แต่ยัยนี่ก็ดันยัดเหยียดมาให้เขาซะแล้ว


เขาแกล้งอิดออดไม่ยอมรับแฟ้มนั่นมาเพราะว่าเห็นสีหน้าอ้อนวอนสุดฤทธิ์ของเธอแล้วก็นึกอยากแกล้งขึ้นมาอีก


เขามันขี้แกล้งอยู่แล้วนี่ ส่วนเธอมันก็น่าแกล้งชะมัด


"เลี้ยงหล้ากูหนึ่งมื้อเป็นการตอบแทนด้วย"


"เออ!" เสียงเล็กกระแทกใส่อย่างนึกหมั่นไส้เพื่อนตัวดี

เขารับแฟ้มนั่นมาพลางหัวเราะน้อยๆก็จะเอามันไปอ่านที่โต๊ะของตัวเอง


ตอนเร่งรีบในการปั่นงานแบบนี้ เวลาก็ดูท่าจะเดินเร็วเป็นพิเศษ เธอเหลือบมองนาฬิกาข้อมือที่ตั้งตรงกับเวลาของสำนักงานเป๊ะๆก่อนจะลุกขึ้นบิดร่างกายไปมาเพื่อขับไล่ความเหมื่อยขบที่นั่งทำงานมาตั้งแต่เช้า  มือเล็กเอื้อมไปเกาะแผงกั้นโต๊ะเพื่อมองดูบุคคลข้างๆ


เธอเรียกให้เขาเตรียมตัวไปประชุม

ทั้งคู่เดินออกไปพร้อมกับคนอื่นๆในห้อง


ห้องประชุมใหญ่ตอนนี้เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่มากมายหลายระดับ เบื้องหน้าถูกตั้งโดยโปรเจคเตอร์จอใหญ่ยักษ์ ดูท่าแล้ว เรื่องที่ถูกยกขึ้นมาเรียกประชุมด่วนวันนี้คงจะไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และเมื่อทุกคนมาประจำที่พร้อม เจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าก็เป็นฝ่ายเปิดประเด็นทันที

              

              ไม่ผิดที่เซจูคาดไว้สักนิด เรื่องที่เรียกประชุมในครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับคดีใหญ่ที่เจ้าหน้าที่ตามสืบสาวและหาหลักฐานกันอยู่นาน แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถจะเอาผิดผู้ต้องสงสัยได้ คงไม่พ้นมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลังอยู่แน่ สายตำรวจที่ส่งเข้าไปสืบหลายรายต่างก็หายตัวไปอย่างลึกลับ อย่าว่าแต่ได้เบาะแสจากคดีเลย เบาะแสจากพวกเขาเหล่านั้นก็ไม่เคยได้ 


           พวกเขาหายไป ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้


"สายของเรารายงานมาว่าพวกมันได้นัดส่งยาล็อตใหญ่กันวันพรุ่งนี้"


"…"


"ที่ท่าเรือxxx…เวลาเที่ยงคืนครึ่ง"

ทุกคนในที่ประชุมหน้าเหวอกันไปหมดด้วยความตกใจปนดีใจ ที่คดีใหญ่ๆแบบนี้กำลังจะถึงตอนจบได้สักทีหลังจากที่พยายามจะปิดมันอยู่เป็นปีๆ


"การเข้าจับกุมพวกมันในครั้งนี้ ทางกรมตำรวจได้ประสานงานกับเราซึ่งรับดูแลคดีนี้โดยตรงมาตั้งแต่ต้น กับตำรวจท้องที่ที่จะมาร่วมกับพวกเราด้วย"


เซจูและคนอื่นๆพยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะที่ท่าเรือที่พวกมันจะใช้ส่งของนั้นไม่ได้อยู่ในละแวกเดียวกันกับโรงพักของพวกเธอที่อยู่ในเขตโซล หากแต่อยู่แถบชานเมืองอย่างอินชอน การได้ตำรวจท้องที่มาเข้าร่วมก็คงจะดีไม่น้อยเพราะพวกเขาย่อมจะชำนาญพื้นที่มากกว่า


"คืนนี้เราจะประชุมด่วนกันอีกครั้งถึงแผนการการจับกุมพวกมันร่วมกับตัวแทนตำรวจท้องที่ที่กำลังเดินทางมา"


การประชุมจบลงในช่วงเกือบๆสี่โมงเย็น โชคดีที่มินฮยอกได้เสนอตัวเข้ามาช่วย ทำให้เธอสามารถที่จะส่งงานหัวหน้าได้ทันเวลาพอดีในตอนห้าโมงเย็นเป๊ะ! ถึงแม้ว่าจะถูกด่าทางสายตานิดหน่อยแต่เธอก็ไม่ได้แคร์ อย่างน้อยก็ส่งทันไม่ใช่ไง๊?


การประชุมในคืนนี้ถูกกำหนดขึ้นตอนหนึ่งทุ่มตรง การปฏิบัติหน้าที่ที่มีความเสี่ยงในครั้งนี้เธอกับมินฮยอกมีชื่อให้เข้าร่วม มินฮยอกนั้นมีฝีมือในการต่อสู้ดีถึงดีมาก เพราะตอนเด็กๆนั้นเขาผ่านการฝึกเทควันโดมาแถมเรื่องการตัดสินใจและไหวพริบเขาก็ไม่เป็นรองใคร สามารถตัดสินใจได้ดีและเด็ดขาดพอๆกับหัวหน้าที่นำการออกปฏิบัติหน้าที่เลยด้วยซ้ำ ส่วนเซจู ถึงแม้ว่าจะเป็นผู้หญิงแต่ความเร็วและพละกำลังของเธอไม่เป็นสองรองใคร จนอาจจะมากกว่ามนุษย์ปกติทั่วไปด้วยซ้ำ


มินฮยอก เมื่อเห็นว่าเธอสามารถส่งงานได้ทันเวลา เขาก็ทวงสัญญาที่เธอให้ไว้ทันที

"เลี้ยงเหล้าๆ"


"เหล้าบ้าอะไรตอนนี้ มึงอยากเมาไปประชุมไง๊" คนตัวเล็กเอ็ดให้เขาจนได้ ก่อนเธอจะกึ่งลากกึ่งจูงเขาไปหาซื้ออะไรมายัดใส่ท้องสำหรับมื้อเย็น


"โอ๊ยย ไม่เมาหรอ ก็กินนิดเดียวดิ"


"ไม่ได้โว้ย!" เธอปฎิเสธเสียงหนักแน่น โดยที่ไม่รู้สักนิด ว่าหากพ้นคืนนี้ไปแล้วเธอจะไม่มีโอกาสได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเขาอีกเลย

 

 

…………………………………………………………………………………………………………………

 

 

ท่าเรือเล็กๆส่วนบุคคลที่อยู่ห่างไกลจากจุดที่ผู้คนพลุกพล่านเต็มไปด้วยตู้คอนเทนเนอร์เก่าๆวางเรียงราย และท่อเหล็กมากมายที่มองดูแล้วเกะกะ แต่นั่นมันก็เป็นที่ที่ใช้สำหรับกำบังได้เป็นอย่างดี เสียงคลื่นกระทบฟังดังเป็นจังหวะ แม้ฟังดูก็รู้ว่าคลื่นลมสงบเหลือเกิน ก็เหมือนกับช่วงอากาศฟ้าสดใสก่อนที่พายุจะเข้า 


บรรยากาศยามค่ำคืนหนาวเหน็บจากลมทะเลที่โชยมาเป็นระลอกๆ ดวงดาวบนท้องฟ้าที่เคยให้แสงสว่างเล็กๆพร่างพราว ในคืนนี้กลับมืดสนิท เหมือนดาวพวกนั้นได้หนีห่างไปราวกับเป็นใจให้พวกโจร จะหวังแสงสว่างจากพระจันทร์ดวงโตก็ไม่ได้ เพราะคืนนี้ดันเป็นคืนเดือนดับ


เจ้าหน้าที่มากกว่า 10 นายยังไม่รวมกำลังเสริมที่เตรียมพร้อมอยู่ไม่ห่างจากสองหน่วยงานรอซุ่มอยู่ตามจุดต่างๆที่วางแผนไว้อย่างเงียบเชียบ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่หลังจากนั่งฟังเสียงคลื่นลมจนคุ้นหู จู่ๆก็มีเสียงแปลกปลอมดังขึ้น!


เสียงน้ำแตกกระจายบวกกับเสียงเครื่องยนต์ที่ถึงแม้ว่าจะเบากว่าปกติ แต่กับคนที่ประสาทหูดีเกินคนอื่นอย่างเธอก็สามารถได้ยินมันได้ ดวงตาสีน้ำตาลวาววับขึ้นอย่างตื่นเต้น ถึงแม้ว่าในครั้งนี้จะไม่ใช่การออกปฏิบัติหน้าที่ครั้งแรกของเธอ แต่มันก็ยากที่จะไม่ให้รู้สึกแบบนั้น มือเล็กกระชับด้ามปืนในมือให้แน่นขึ้นอย่างเตรียมพร้อม หูรอฟังคำสั่งจากผู้เป็นหัวหน้าที่แอบซุ่มอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ในใจก็นึกทวนถึงแผนการต่างๆอย่างตั้งใจ


ร่างเล็กชะงักกึกอย่างเสียสมาธิ เมื่อลมทะเลที่ตอนแรกได้พัดพาเอาแค่กลิ่นเค็มๆของทะเลมาพอให้เธอได้รู้สึกสดชื่น แต่ตอนนี้มันกลับมีกลิ่นๆหนึ่งลอยปะปนมาด้วย เธอไม่แปลกใจที่ได้กลิ่น แต่เธอแปลกใจที่ได้กลิ่นมันที่นี่!


ปกติเธอมันจะได้กลิ่นนี้ลอยมาแตะจมูกเสมอเวลาที่ต้องปะปนกับผู้คนมากมายในที่สาธารณะจำพวกห้างและตลาด


แล้วนั่นมันก็ต่างคนต่างอยู่ เธอแค่ได้กลิ่นพวกเขาแค่นั้นมันก็จบ


กลิ่นนั้นเริ่มเข้มข้นและชัดเจนมากขึ้นเช่นเดียวกับเสียงเรือที่ใกล้เข้ามา


ส่วนทางถนนเองก็มีเสียงจากรถยนต์ดังขึ้นไม่ไกลก่อนที่มันจะแล่นเข้ามาจอดในที่นัดหมาย ชายฉกรรจ์ชุดดำ 5 คน เดินลงมาจากรถ พวกเขามองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวังภัย คนพวกนี้ไม่เคยคิดจะประมาทเลยจริงๆ จากนั้นไม่นาน ผู้ชายราว 10 คน ที่แต่งตัวไม่แตกต่างจากพวกที่มากับรถยนต์ก็เดินออกจากเรือขึ้นมาบนฝั่งพร้อมกับกระเป๋าพับสีดำเงาใบใหญ่และตะเกียงน้ำมันให้แสงสว่าง


หนึ่งในนั้น เธอเห็นเขาและสามารถแยกออกได้ทันทีว่าเขาไม่ใช่คน


ผิวที่ความราวหิมะ หน้าตานิ่งเงียบเย็นชาราวกับถูกฉาบไปด้วยน้ำแข็ง


'ไอ้พวกตัวดูดเลือด'


กลิ่นคาวเลือดสะสมคั่งค้างจนเกิดเป็นกลิ่นเฉพาะติดตัว และถึงแม้ว่าเผ่าพันธุ์ของพวกเขาจะอยู่ปะปนกับมนุษย์มาเป็นเวลานาน แต่กลิ่นคาวเลือดที่น่ารังเกียจนั่นก็ไม่เคยเลือนหายไปราวกับเป็นตราบาปที่พวกเขายังคงดำรงชีพด้วยของเหลวข้นสีแดงสดพวกนั้นอยู่ ข้อสงสัยต่างๆเกี่ยวกับพวกสายตำรวจที่หายตัวไปถูกไขให้กระจ่างทันทีที่เห็นเขา


ดวงตาสีแดงก่ำผิดมนุษย์ ที่ดูจะไม่มีใครสังเกตเห็นนั่น เหลือบมองไปรอบๆกาย ริมฝีปากสวยได้รูปยกยิ้มขึ้นมาอย่างรู้ทัน เขารู้ว่ารอบๆตัวมีคนหลายสิบกำลังซุ่มรออยู่ และนี่ก็ดูจะไม่ได้คณามือเขานัก ไอ้คนที่แล้วๆมาที่พยายามจะเข้ามาสอด เขาก็จัดการส่งมันกลับไปบ้านเก่าทั้งนั้น คนพวกนี้ก็คงจะมีชะตาไม่ต่างกัน


เซจูตัดสินใจเก็บปืนพกในมือลงซองข้างลำตัว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกระบอกใหม่ที่พกมาด้วยขึ้นมาแทน ในนี่มีกระสุนหนึ่งนัด แต่มันก็พิเศษพอดู กระสุนที่เคลืบด้วยแร่เงินบริสุทธ์ เธอพกของที่มันเป็นอันตรายกับไอ้เจ้าตัวนั้น พอๆกับที่มันอันตรายต่อเธอ แต่ก็แน่ล่ะ ใครมันจะเอาของที่ทำให้ตายได้มายิงใส่ตัวกัน เธอตั้งในจะใช้มันแค่ขู่เขา  แม้มันเกือบจะเป็นการละเมิดกฎข้อตกลงในการอยู่ร่วมกันที่กำหนดไว้เมื่อนานมาแล้วก็เถอะ


แต่พวกเพื่อนของเธอและหัวหน้า เธอไม่ยอมให้พวกเขาต้องมาจบชีวิตเพราะไอ้อมนุษย์ตัวนั้นเด็ดขาด


ลงมือฆ่ามันไม่ได้ แค่ใช้ขู่ให้หนีไปก็พอ


กระเป๋าสีดำใบใหญ่ไม่แพ้กันกับพวกที่มาจากเรือถูกเอาออกมาจากรถก่อนจะเปิดโชว์อีกฝ่าย จากมุมที่เซจูซุ่มอยู่ เธอมองไม่เห็นว่าข้างในนั้นเป็นอะไร แต่ก็เดาได้ไม่ยาก เงินยังไงล่ะ ไม่นานกระเป๋าอีกใบก็ถูกเปิดออก และมันคงจะไม่พ้น ยาเสพติด


สัญญาณจากหัวหน้าในการออกปฏิบัติหน้าที่ดังขึ้นในหูฟังบลูทูธ หลายคนเริ่มเปลี่ยนตำแหน่งในการเข้าล้อมจับกุม หากแต่เธอไม่ได้ขยับไปไหน เธอไม่ได้อยู่ภายใต้คำสั่งอีกต่อไปแล้ว เธอมีไอ้ตัวปัญหาที่จะต้องรับผิดชอบเพียงคนเดียว เพื่อไม่ให้มันทำอะไรคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่พวกนั้น


มินฮยอกที่เคลื่อนย้ายตัวเงียบๆจากตำแหน่งอื่นเข้ามาใกล้บริเวณที่เธออยู่ เขาส่งภาษาใบ้เป็นเชิงถามเพื่อไม่ให้เกิดเสียง


'ทำไมไม่ไปประจำที่ ทำไมยังอยู่ที่เดิม'


เธอได้แต่กลืนน้ำลายลงคอไปก้อนใหญ่ ส่งสายตาขอโทษเพื่อนที่ไม่อาจตอบคำถามได้ หน้าที่ของเธอในตอนนี้คือจับตาดูไอ้ตัวนั้นเพื่อไม่ให้มันมาทำร้ายพวกของเธอ ไม่งั้นละก็ ตายกันหมดแน่


ดวงตาสีน้ำตาลละออกจากเพื่อนที่ยังทำหน้างงๆไม่หาย ก่อนจะหันไปมองบุคคลตัวซีดนั่น


แต่ทว่า เขาไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้ว


เธอกวาดสายตามองสอดส่องไปทั่วอย่างนึกร้อนใจ การปฏิบัติหน้าที่ครั้งก่อนๆถึงแม้จะตื่นเต้นอยู่บ้าง แต่ก็คงจะไม่เท่าครั้งนี้


เธอได้กลิ่นเขาอยู่ไม่ไกล ไอ้ตัวนั่นมันกำลังเริ่มแล้วแน่ๆ


แรงสะกิดเบาๆที่หลังทำเอาเธอแทบสะดุ้ง เพราะมัวแต่สนใจไอ้ตัวดูดเลือดจึงลืมระวังตัวไป ปืนกระบอกเล็กในมือถูกยกขึ้นจ่อที่หน้าของบุคคลข้างหลัง ก่อนที่เธอจะถอนหายใจอย่างโล่งอกและวางปืนลง มินฮยอกที่สะกิดเธอสงสายตาหงุดหงิดมาให้ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอละเลยหน้าที่แบบนี้ ทั้งๆที่ครั้งก่อนไม่เป็น เขาทำสัญญาณมือถามเธออีกครั้ง แต่ก็ได้รับกลับมาเพียงการส่ายหน้าเบาๆและสายตาขอโทษแบบเดิม


กลิ่นแปลกปลอมนั่นลอยมากระทบจมูกเธออีกครั้ง ครั้งนี้มันแรงมากๆ ก่อนที่เจ้าของกลิ่นจะมาปรากฏตัวอยู่บนตู้คอนเทนเนอร์เบื้องหลังของมินฮยอกแต่ด้านหน้าของเธอ หัวใจของเธอเต้นถี่แรงขึ้นจนแทบจะควบคุมไม่อยู่จากรังสีสังหารที่ถูกส่งมา


สายตาเย็นเยือกนั่นบ่งบอกชัดเจนว่ามินฮยอกรวมถึงเธอไม่รอดแน่


ถ้าหากเขารู้ว่าเธอเป็นตัวอะไรเขาจะไม่ฆ่าเธอ แต่นี่ไม่ กลิ่นมนุษย์ที่เธออาศัยอยู่ด้วยเป็นปีๆกลบกลิ่นเดิมไปจนหมด


ร่างกายกำยำที่อยู่สูงกว่าโฉบลงมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาแดงก่ำปรากฏให้เห็นแวบนึงก่อนที่เธอจะตัดสินใจเหนี่ยวไกออกไปอย่างตกใจในวินาทีเดียวกับที่หัวหน้าสั่งลุยผ่านหูฟังและก่อนที่คมเขี้ยวนั้นจะฝังเข้าที่คอของเพื่อนเธอ


ปังๆๆ!! เสียงปืนหลายนัดดังขึ้นเบื้องหลัง เป็นสัญญาณให้รู้ว่าผู้ร้ายพวกนั้นเลือกที่จะขัดขืน การต่อสู้จึงเกิดขึ้น กำลังเสริมที่ซุ่มอยู่ไม่ไกลคงถูกเรียกตัวและกำลังจะมาถึง ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้


กระสุนที่พุ่งออกมาจากปลายกระบอกปืนของเธอ สามารถหยุดยั้งการสังหารได้ 


กระสุนทำขึ้นพิเศษเคลือบด้วยแร่เงินบริสุทธิ์ แทรกซึมผ่านมัดกล้ามเนื้อที่เย็นเฉียบก่อนจะตัดเข้าตรงขั้วหัวใจที่หยุดเต้นไปนานแล้วของเขา ด้วยความตกใจกลัวว่าเพื่อนจะถูกฆ่าเธอจึงพลั้งมือยิงเขาเข้าที่จุดตาย ทั้งๆที่ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แค่ขู่ให้เขาล่าถอยไปเท่านั้น


เธอกำลังละเมิดกฎของการอยู่ร่วมกันที่ตกลงไว้!


ร่างนั้นแน่นิ่งอยู่กับพื้น เธอไม่มีเวลาให้คิดนาน ร่างเล็กถลาไปเอาตะเกียงน้ำมันที่ถูกวางทิ้งไว้กลางวงต่อสู้ด้วยความเร็วที่เกินมนุษย์ ก่อนจะนำมาเผาร่างซีดขาวนั่นทิ้ง เพื่อให้เขานั้นตายจริงๆอีกครั้ง


เซจูเลือกที่จะละเมิดกฎนั่นเพื่อปกป้องพวกพ้องที่ถึงแม้จะเป็นคนละเผ่าพันธุ์ แต่พวกเขาก็เป็นฝ่ายถูก พวกเขากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง เธอหวังว่าการที่เธออยู่ปะปนกับพวกมนุษย์มาหลานปีจะทำให้กลิ่นของเธอเจือจางจนไอ้พวกตัวดูดเลือดตัวอื่นที่เรียกตัวเองว่า 'ผู้คุมกฎ' ตามล่าเธอไม่ได้


เปลวไฟลุกท่วมร่างไร้ชีวิตตรงหน้า เขาตายจริงแน่ๆ เธอรีบหนีออกมาจากตรงนั้นด้วยความกลัว พวกตัวดูดเลือดมักจะมีพลังจิต โดยเฉพาะไอ้พวกที่อยู่ในคณะคุมกฎนั่น ที่มักจะมีพลังพิเศษที่เหนือกว่าตัวอื่นๆเสมอ ไม่นานพวกมันคงจะรู้ว่ามีเผ่าพันธุ์ตัวเองตายแล้วต้องรีบรุดมาตรวจสอบ ซึ่งเธอจะอยู่รอไม่ได้


เธอทำผิดกฎ พวกนั้นคงจะไม่ปล่อยไว้

            

            เซจูรีบวิ่งออกมาด้วยความเร็วชนิดที่ไม่เคยวิ่งให้ใครเห็นออกมาจากสถานที่แห่งนั้น โดยไม่ทันได้สังเกตว่าเพื่อนของเธอนั้นนอนแน่นิ่งอยู่ที่เดิม ลมหายใจที่รวยริน ทำให้เขาไม่มีแรงแม้แต่จะเรียกเธอเอาไว้ เขาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ถึงแม้ว่ามันจะเร็วเกินไปจนสายตาขาไม่สามารถที่จะมองทัน  เธอวิสามัญผู้ร้ายที่กำลังกระโจนใส่เขาอย่างเลือดเย็น ผู้ร้ายที่เล็บและฟันยาวแหลมเกินกว่าปกติ! เธอเผามันและวิ่งหนีหายไป


ร่างกายของเขาชักกระตุกด้วยความเจ็บปวดที่โถมเข้ามาแสนสาหัสอย่างควบคุมไม่อยู่ บาดแผลที่ท่อนแขนก็ดูเหมือนจะเจ็บแสบขึ้นทุกขณะ เลือดในกายร้อนผ่าวราวกับเปลวเพลิงจนเขาแทบจะตายให้ได้ เขาไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน รู้แต่ว่ามันเร็วมาก มากจนเธอที่กำลังตกใจก็คงจะไม่ทันสังเกตเห็นเหมือนกัน


เลือดไหลทะลักอย่างควบคุมไม่อยู่ มือหนาเอื้อมขึ้นมาปิดปากแผล และพยายามที่จะลุกขึ้นยืน การก้าวขึ้นมาเป็นตำรวจของเขาต้องผ่านความตายมามากมายนักต่อนัก


และการถูกกัดที่ท้องแขนแบบนี้ก็ดูจะไม่ใช่การบาดเจ็บที่ร้ายแรงที่สุด


แต่มันกลับ เจ็บปวดที่สุด เขาไม่สามารถจะลุกขึ้นยืนได้ แขนขาเริ่มชาและไร้เรี่ยวแรงจากการเสียเลือดมากไป ดวงตาเขาเริ่มปิดลงทีละนิดๆ ก่อนที่สติจะพร่าเลือนไปมากกว่านี้ ก็ปรากฏร่างหนาขึ้นตรงหน้า


ใบหน้าหล่อขาวเกลี้ยงเกานั้นไม่คุ้นตาเขาเท่าไหร่ แต่ดูจากเครื่องแบบตำรวจบนร่างนั่นแล้ว เขาคงจะเป็นตำรวจท้องที่ที่มาช่วยงาน ริมฝีปากได้รูปของเขาพูดอะไรบ้างอย่างกับมินฮยอก แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถที่จะรับรู้อะไรได้อีกแล้ว ดวงตาที่เคยทะเล้นร่าเริงไร้แวว ก่อนที่มันจะปิดลงอย่างสงบ

 

…………………………………………………………………………………………………………………

 

 

เขาว่ากันว่าครั้งแรกมักยากเสมอ หากแต่นี่ไม่ใช่


ข้าวของที่จำเป็นบางส่วนถูกยัดใส่กระเป๋าใบเล็กอย่างลวกๆ พร้อมกับอาวุธปืนที่ภายบรรจุกระสุนเงินอยู่เต็มแม็ก เธอเก็บทุกอย่างก่อนจะย่องตัวออกจากบ้านของครอบครัวจำเป็นล่าสุดที่เธออาศัยอยู่ด้วย เธอมองรูปพ่อกับแม่อุปถัมภ์ที่ตั้งอยู่ภายในห้องโถงเล็กของบ้าน ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทั้งน้ำตาด้วยความรู้สึกผูกพัน


"หนูขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ ตอนนี้หนูต้องไปแล้ว ถ้ามีโอกาสเราคงได้พบกันอีก" นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับการจากลาครอบครัวจำเป็นแบบนี้ แต่เธอผ่านมันมาหลายครั้ง หลายครั้งจนชินชา ในแต่ละปีที่อยู่กับพวกเขาแต่ละครอบครัว เธอแทบจะไม่ได้ดูโตขึ้นไปจากเดิมเลย ทำให้ต้องเปลี่ยนที่อยู่บ่อยๆเพื่อไม่ให้เกิดความสงสัย


ร่างเล็กย่องออกจากบ้านในซอยลึกท่ามกลางความมืดสนิทยามค่ำคืน เวลานี้ไม่ว่าบ้านหลังไหนก็ปิดไฟนอนหมดแล้ว เธอเดินอย่างรีบเร่งออกจากซอย เพื่อหาเส้นทางในการกลับบ้านแท้จริงที่ใกล้ที่สุด

 

พลันก็มีลมเย็นเฉียบจนจับขั้วหัวใจพัดมาวูบหนึ่ง


เซจูจิกเล็บมือเข้ากับสายกระเป๋าเป้แน่นเมื่อสัมผัสได้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล รางสังหรณ์ของเธอไม่เคยพลาดสักครั้ง ก่อนที่ปืนพกจะถูกหยิบออกมาจากซองข้างกาย หัวใจเริ่มกับมาเต้นแรงราวกับเธอเพิ่งจะไปกระโดดตบมาสักร้อยครั้งได้ ดวงตากลมที่สามารถมองเห็นได้ดีในที่มืดสอดส่องหาความผิดปกติไปรอบๆ เหงื่อกาฬไหลผุดขึ้นตามไรผมและร่างกาย


กลิ่นคุ้นจมูกเหมือนตอนที่ท่าเรือปรากฏขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ความเย็นจะก่อตัวขึ้นรอบๆเธอ  ขาเรียวยาวรีบออกตัววิ่งด้วยความเร็วอย่างไม่รอให้สิ่งๆนั้นมันมาใกล้ ความเร็วตามเผ่าพันธุ์ของเธอไม่มีทางที่ไอ้ตัวดูดเลือดตัวนั้นมันจะตามทันอย่างแน่นอน


แต่ยกเว้นเขา การที่ได้ก้าวเข้ามาเป็น 1 ในคณะผู้คุมกฎย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย แวมไพร์ทุกตนในนี้ล้วนมีพลังพิเศษเหนือแวมไพร์ตนอื่น


ท่อนแขนแข็งแรงตวัดรอบคอเธออย่างรวดเร็ว ขาที่กำลังวิ่งสะดุดค้างด้วยแรงกระชาก แวบเดียวที่เธอถูกเขาจู่โจม โลหะเย็นก็ถูกเอามานาบที่ต้นคอ มันบาดเข้าที่ผิวของเธอนิดๆเป็นเชิงข่มขู่ แผลแสบร้อนราวกับถูกไฟลนที่คอบ่งบอกให้รู้ว่านั่นไม่ใช่อาวุธธรรมดา แต่มันคือ แร่เงินบริสุทธิ์


ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะที่กกหู ทั้งๆที่เธอแน่ใจว่าไอ้ผีตายซากพวกนี้ไม่น่าจะหายใจแล้วด้วยซ้ำ เรือนกายหนาที่แน่นชิดกับเธอก็เช่นกัน มันเย็นเยียบหากแต่เมื่อได้สัมผัสกลับทำให้รุ่มร้อนจนเธอขนลุกเกลียว


กายหนาเบียดร่างเข้าหาเธอมากขึ้นพร้อมกับมีดที่บาดลึกลงบนผิวเนื้อ เธอสั่นด้วยความตื่นกลัว หัวสมองพยายามคิดหาวิธีเอาตัวรอดสุดชีวิต ถ้าเธอขยับเพียงนิด เขาก็พร้อมที่จะปลิดชีพด้วยการปักมีดเข้าที่หัวใจโดยไม่ต้องเอาไปย่างไฟต่อเหมือนพวกพ้องของเขา


คนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมแขน ไม่ได้ดูอ่อนแอปวกเปียกเหมือนเช่นมนุษย์เพศหญิงทั่วไป แม้มองจากภายนอกจะไม่ต่างกันก็เถอะ กายเธอสั่นระรัวราวกับสุนัขเวลาที่มันกลัวจับใจ ส่วนมือเล็กทั้ง 2 ข้าง ก็พยายามที่จะดึงแขนเขาที่พันธนาการอยู่รอบคอออก


"เธอเป็นตัวอะไรกันแน่…" เสียงเข้มต่ำแหบพร่ากระซิบที่ข้างหู เล่นเอาเธอรู้สึกขนลุกซู่ไม่น้อย เธอรู้ว่าไอ้ตัวดูดเลือดพวกนี้มันมีเสน่ห์เหลือร้ายที่เอาไว้หลอกล่อให้เหยื่อตายใจ แต่ไม่คิดว่าพอได้อยู่ใกล้ๆมันจะรุนแรงต่อหัวใจของเธอขนาดนี้


"เธอรู้วิธีฆ่าพวกเราได้ยังไง…"


เซจูไม่รู้ว่าต้องตอบคำถามนั่นยังไง แต่จะให้บอกไปว่าเธอเป็น 'มนุษย์หมาป่า' ก็คงจะไม่ได้ เธอจึงเลือกที่จะเงียบ และได้แต่หวังว่าเขาจะไม่รู้ กลิ่นมนุษย์และการกินแบบมนุษย์ที่เธอทำมาตลอดคงจะช่วยพลางไม่ให้เขารู้ได้บ้าง


"…"


"หึ" เสียงหัวเราะดังขึ้นข้างหูชวนให้รู้สึกจั๊กจี้


"งั้นมากับฉัน เงียบไว้และอย่าส่งเสียง ถ้าไม่อยากโดนเสียบ ด้วยมีดนี่"


เธอมองมีดที่จ่ออยู่ที่คอ ก่อนจะตัดสินใจได้ว่า เงียบไว้จะดีกว่า ถ้าหากมีดที่จ่ออยู่ตอนนี้เป็นเพียงแค่มีดธรรมดาไม่ได้ทำมาจากเงินเธอก็คงจะไม่หวาดกลัวต่อคำขู่นั่นแน่ๆ


พูดจบเขาก็เก็บมีด ร่างสูงเปลี่ยนไปชอนตัวร่างบางที่เริ่มจะดิ้นขลุกขลักเล็กน้อยขึ้นมาอุ้ม เรียวแขนเล็กเอื้อมมาโอบรอบคอเขาโดยอัตโนมัติอย่างตกใจ


"เห้ยย!! ไอ้บ้า แกทำอะไรวะ!" เสียงตวาดดังมาจากคนในอ้อนแขนอย่างลืมตัวก่อนที่เธอจะหุบปากแน่นเพราะกลัวว่าเขาจะเอามีดนั่นออกมาทำอย่างที่ขู่ไว้จริงๆ


คนโดนอุ้มมีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนักในสายตาเขา เธอทั้งกลัว ตกใจและโมโหที่ทำอะไรเขาไม่ได้


ลมเย็นที่เข้าปะทะเข้ากับใบหน้าทำให้เธอเริ่มออกแรงดิ้นเพื่อจะให้หลุดจากพันธนาการนี่อีกครั้งเมื่อรับรู้ได้ว่าคนที่กำลังอุ้มเธอนั้นกำลังจะพาไปที่ไหนสักที่ ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม เธอไม่อยากไป แต่ยิ่งดิ้นแรงมากเท่าไหร่ แขนแกร่งที่โอบรอบตัวเธออยู่ก็ยิ่งออกแรงมากขึ้นเท่านั้น มือหนาที่สัมผัสอยู่บริเวณแผ่นหลังรัดแน่นยิ่งขึ้นจนแทบจะชนกับฐานอก ทำเอาเธอหน้าชาด้วยความอาย


เขาเหลือบมองคนข้างใต้อย่างนึกขำในท่าที แขนของเธอย้ายลงไปกอดอกตัวเองอย่างนึกหวงตัว ส่วนใบหน้าเล็กๆก็ก้มหนีเขาจนคางแทบชิดอก


แต่เขาไม่ได้รู้สึกสงสารหรือเห็นใจในท่าทางหวาดกลัวนั่นแม้แต่น้อย เพราะเธอได้ฆ่าพรรคพวกเขา แล้วยิ่งถ้าเธอเป็น ไอ้ตัวที่เขาคิดไว้ละก็


งานนี้จบไม่สวยแน่ๆ





Talk

วอมโฮมาแล้ววววววววววว ><


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

345 ความคิดเห็น

  1. #241 Tresh (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 23:27
    ตอนแรกก็สนุกแล้วค่าา~ เสียจุยยมินย้อกตายตั้งแต่ตอนแรก ฮื่อออ พี่วอนดูก๊าวมากมาก ><
    #241
    1
    • #241-1 H_HB(จากตอนที่ 2)
      23 มีนาคม 2561 / 20:47
      ขอบคุณที่ชอบนะฮับ ><
      #241-1
  2. #5 pai-pay (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 20:30
    รูปพี่โฮข้างล่างคือดาเมจแรงมาก 55555
    #5
    1
    • #5-1 H_HB(จากตอนที่ 2)
      22 ธันวาคม 2559 / 22:00
      งื้อออ >< แรงมากจริงๆค่ะ
      #5-1
  3. #4 Ji(won)young (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 17:41
    เล่าสนุกดี รอนะคะ;)
    #4
    1
    • #4-1 H_HB(จากตอนที่ 2)
      22 ธันวาคม 2559 / 21:58
      ขอบคุณนะคะ ><
      #4-1