Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 64 : PART 59 : เริ่มง้อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Jisoo talk...


"ลูกไม่ได้ปิดบังแม่ใช่มั๊ย"

"คะ? อืม...ไม่นะคะ" ทำไมแม่ฉันถามอะไรแปลกๆ

"จริงเหรอ?" 

"แล้วแม่อยากให้มีอะไรล่ะคะ"

"ตกลงลูกกับซอกจินเป็นแค่พี่น้องกันจริงๆ เหรอ" นี่แม่ฉันยังคาใจเรื่องนี้อยู่อีกเหรอ

"จริงที่สุดคะแม่"

"เชื่อได้เหร๊อ" ลิซ่าที่เดินตามหลังมาเอ่ยขึ้น

"แน่นอนที่สุดย่ะ"

"ถ้าไม่ใช่ซอกจิน .........." 

"คะ ว่าไงคะแม่" แม่ฉันพึมพำอะไรคนเดียวก็ไม่รู้ 'ทำตัวน่าสงสัย'

"เปล่านิ แม่แค่ว่าซอกจินก็น่ารักดี" ควรจะเชื่อดีมั๊ยเนี่ย

"แม่ว่าเราไปซ้อมเพลงของเราดีกว่านะ" แม่ว่าแล้วโอบไหล่ฉัน 'แปลกจัง' 


ในที่สุดเราสามคนก็เดินมาถึงห้องเปียโนซักที

"ลิซขอนั่งฟังอยู่โซฟานุ่มๆ นี้นะ จะได้สบายๆ ชิวๆ" ลิซ่าว่าแล้วนั่งเหยียดขาอยู่บนโซฟายาว ฉันนั่งประจำที่บนเก้าอี้หน้าเปียโน ส่วนแม่ยืนอยู่ที่ข้างเปียโน แม่มองมาที่ฉันอย่างอบอุ่น ฉันชอบเวลานี้จัง เวลาที่ได้ร้องเพลงนี้กับแม่ ช่วงเวลาเดิมๆ มันหวนคืนมา ปกติพ่อกับฉันจะเป็นคนเล่นเปียโนให้กับแม่ตลอด ฉันอยากให้พ่อมาอยู่ตรงนี้ด้วยจัง ฉันเริ่มบรรเลงเพลงด้วยเสียงเปียโน


~ Deep in the meadow, under the willow ~

"~ Here it’s safe, here it’s warm ~" เราร้องประสานเสียงกัน

~ Here is the place where I love you ~ 


ลิซ่าหลับไปแล้วคะ เพลงมันไม่ได้น่าง่วงนะคะ แต่เพราะมันเพราะจนสะกดให้หลับได้ต่างหากล่ะ อย่าเข้าใจผิดกันนะ

"คิดถึงพ่อจังคะ" ฉันบอกแม่ แม่เดินเข้ามากอดฉันแล้วลูบหัวปลอบประโลมฉัน 

"แม่ก็คิดถึง" ถึงคนอื่นจะเรียกพ่อฉันว่า ซาตาน แต่จริงๆ แล้วพ่อฉันไม่ใช่คนโหดร้ายไร้เหตุผลหรอกนะ แต่มันเป็นเพราะคาร์แมน เป็นเพราะผู้หญิงคนนี้  คนที่เปลี่ยนชีวิตของฉันกับแม่มาจนถึงทุกวันนี้

"แม่ว่าปลุกน้องเถอะ ดูสิน้องน้ำลายยืดแล้ว" ยัยลิซจะหลับสบายอะไรเบอร์นั้น

"ลิซ่า" ฉันสะกิดเบาๆ ไม่ขยับเลยคะ หลับลึกไปเปล่ายะ

"ลิซ่า!" ฉันก้มลงไปตะโกนกรอกหูลิซ่า

"ค๊าาา!" 

"โอ้ย! หน้าฉัน" ใครจะไปคิดว่ายัยลิซจะลุกขึ้นพรวดพราดขนาดนี้

"โทษทีพี่ เจ็บล่ะสิ" ลิซ่ายกมือไหว้อย่างสำนึกผิด

"ก็แน่อยู่แล้ว! ลุกเลยแก กลับไปนอนในห้องโน้น ลุกๆๆ" ฉันสะกิดตัวลิซ่า

"ค๊าาา คุณเพ่! ไปแล้วนะคะคุณป้า สวัสดีคะ" ลิซ่าไหว้แม่ฉันก่อนจะเดินนำฉันออกไป

"ไปแล้วนะคะแม่ ยัยลิซ! รอฉันด้วย!" ฉันหันไปบอกแม่ก่อนจะออกเดินตามลิซ่า 

"นี่! เห็นว่าขายาวก็เดินไม่รอกันเลยนะ!" ฉันตะโกนไล่หลังลิซ่า ยัยนี้ง่วงจนไม่คิดจะเดินรอฉันเลยเหรอคะ เลี้ยวซ้ายไปโน้นแล้วคะ ห้องนางอยู่ทางขวาไม่ใช่เหรอ ฉันจึงเร่งฝีเท้าจนมาถึงทางแยก ฉันหยุดยืนอยู่ที่ทางแยกนั้น เธอเดินดุ่มๆ ไปโน้นแล้วคะ ง่วงจนเบลอแล้วแน่ๆ

"ยัยลิซ! แกจะไปไหนของแก ห้องแกอยู่ทางนี้นะ!"

"ไปหายายแคสเปียร์ค่ะ"

"ไม่ง่วงแล้วเหรอ"

"ลิซนอนมานานแล้วต่างหาก ไปแล้วนะ" เธอโบกมือให้ฉันแล้ววิ่งหายไป ฉันว่าฉันกลับห้องไปเตรียมชุดที่จะใส่พรุ่งนี้ดีกว่าคะ ว่าแล้วฉันก็เลี้ยวขวาเพื่อเดินกลับห้องตัวเอง ระหว่างทางฉันก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนอีกไม่กี่เมตรก็จึงถึงห้องฉันแล้ว

"สวัสดีครับ" ทหารคนหนึ่งเดินเลยผ่านฉันไป ฉันไม่ได้สนใจอะไรเขาหรอกคะ กระทั่งเดินมาถึงหน้าห้อง

"นี่มัน..." ใครเอาของสิ่งนี้มาวางไว้ที่ที่จับประตูนะ

"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน" ฉันหยิบดอกกุหลาบสีเหลืองที่ผูกโบว์สีขาวขึ้นมาดูและอ่านการ์ดที่ผูกติดมาด้วย 'ใครกันนะ เหรอว่า...'

"คุณคะ!" ฉันหันหลังกลับเพื่อเรียกทหารคนเมื่อกี้

"คุณคะ!" ฉันออกเดินตาม พอเค้ารู้ว่าฉันเดินตามเขาก็เดินเร็วขึ้น

"คุณคะ! หยุดก่อนค่ะ!" จากเดินฉันก็เริ่มเดินเร็วขึ้น ก้าวยาวขึ้น แต่ยิ่งฉันเดินเร็วขึ้นเท่าไหร่ เขายิ่งเดินเร็วขึ้นเท่านั้น ระยะห่างของเราไม่ได้ลดน้อยลงเลย แถมยังทิ้งห่างกว่าเดิมอีก 'เขาเป็นใครกัน จะใช่เจ้าของดอกไม้นี่หรือเปล่านะ' ฉันคิด

"คุณคะ! เดี๋ยวก่อนสิ! คุณ!" เขาเลี้ยวซ้ายหายไปแล้วคะ ฉันออกวิ่งในทันที 'ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าคุณเป็นใครกันแน่' 

"เฮ้ย!"


โป้ก!


"โอ้ย!" เจ็บตัวจนได้

"เดินยังไงฮะ เธอ!" ชูก้าว่า ฉันมองข้ามไหล่เขาไป เขาหายไปแล้วอะ หายไปได้ไงกัน 

"เธอมองหาใคร" ฉันหันมาสบตาเขา สายตาเขาแสดงความสงสัยชัดเจน ฉันว่าฉันเดินไปดูดีกว่าคะ คิดได้อย่างนั้นฉันจึงออกเดินไปตามทาง 

"จีซู" เขาเรียกตามหลังฉัน ฉันเดินสอดส่ายสายตาไปทั่วทุกมุมแล้วหยุดหันซ้ายหันขวาเมื่อเดินมาถึงอีกแยก 

"หายไปไหนนะ"

"เธอตามหาใคร" เขาเดินเข้ามาถาม

"ตอนที่พี่เดินมาเมื่อกี้ เห็นผู้ชายในชุดทหารเดินผ่านมาบ้างเปล่าคะ" เขาทำหน้ามึนๆ งงๆ 

"ไม่นิ มีอะไรงั้นเหรอ" ฉันไม่ชอบเวลาที่เขาทำหน้าสงสัยแบบนี้นะ

"เปล่าคะ" ฉันว่าแล้วเดินกลับทางเดิม

"จีซู!" ฉันชะงักฝีเท้าหลง แล้วหันกลับไปหาเขา

"มีอะไรคะ"

"..." เอ้า! เรียกฉันแต่ไม่พูด เขาต้องการอะไรกันแน่

"ถ้าจะเอาเรื่องฉันสำหรับเหตุการณ์เมื่อกี้ ฉันขอโทษคะ ฉันผิดเองที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ ขอโทษอีกครั้งคะ ฉัน..."

"ไม่ใช่!" อะไรของเขาดูกระวนกระวายแปลกๆ

"พี่ไม่สบายเปล่าคะ"

"เปล่า" งั้นเหรอ

"คือ..." 

"คือ?" ฉันยืนรอคำพูดจากเขา

"คือ...ฉันแค่จะถามว่าดอกไม้สวยดีนิ เอามาจากไหน" หือ! ถามเรื่องดอกไม้เนี่ยนะ

"ก็มีคนให้มาคะ" ฉันรีบตอบปัดๆ ไป แต่เขาสิคะ ดูเหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลาเลย

"พี่มีอะไรอีกเปล่าคะ" ฉันอยากรีบเดินออกไปจากตรงนี้เต็มทีแล้ว เห็นหน้าเขาแล้วมันเจ็บแบบแปลกๆ

"..." แค่ตอบว่ามีหรือไม่มีต้องคิดอะไรนานขนาดนั้น

"ถ้าไม่มีฉันขอตัวนะคะ" ฉันมองหน้าเขาพักนึง เหมือนเขามีอะไรในใจแต่ไม่ยอมพูดออกมา งั้นก็แล้วแต่นะ ฉันว่าแล้วหันหลังกลับและเดินออกไปจากตรงนั้นโดยไม่มองกลับไป ใครจะกล้าหันกลับไปมอง



Suga talk....


เธอเดินไปโน้นแล้วครับ

'เรียกเขาสิวะ'

'อย่าเรียกนะเว้ย'

'มึงกลัวไรชูก้า' 

เกิดการตีกันระหว่างฝ่านธรรมะกับอธรรมในสมองผม ผมควรจะเรียกเธอดีมั๊ยนะ หรือว่าไม่ควรดี ผมก้มหน้าคิดอย่างจริงจัง

'เรียก ไม่เรียก เรียก ไม่เรียก เรียก ไม่เรียก!'

ผมตัดสินใจว่าผมไม่เรียกเธอดีกว่า ถึงเรียกไปก็ไม่รู้จะคุยอะไรอยู่ดี อีกอย่างดูเธอไม่ได้อยากจะคุยกับผมซักเท่าไหร่ แถมยังเรื่องดอกกุหลาบนั่นอีก 'ทำไงดีวะ' หัวผมตันไปหมดแล้ว 'เครียดโว้ย' ทำไมผมต้องมาตามง้อเธอด้วย 'ก็มึงชอบเขาไง' ขอบใจเสียงในหัวที่ช่วยตอบแทน ยังไม่ทันง้อก็มีบุคคลปริศนาเข้ามาพัวพันอีก 'คิดไม่ออกแล้วว้อย!' หรือผมต้องใช้ตัวช่วย 

"อย่าดีกว่า"



ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

"สักครู่ครับ!" เสียงตะโกนมาจากในห้อง ผมเดินมาห้องนี้ทำไมกัน มันจะเป็นตัวช่วยหรือว่าตัวซวยก็ไม่รู้ 'กลับดีกว่าว่ะ' ผมหันหลังเตรียมเดินกลับห้องตัวเอง

"มาแล้วๆ อ้าวฮยอง! มีไรวะ แล้วนั่นจะไปไหน เข้ามาก่อนฮยอง" เจโฮปว่าแล้วรีบลากแขนผมเข้าห้อง

"กูไม่มีไรแล้ว กูว่ากูกลับดีกว่า" ผมรีบขัดขืนมัน

"ได้ไงฮยอง แคะเรียกแบบนี้แสดงว่าต้องมี เข้ามาก่อน" มันไปเอาแรงที่ไหนมาครับนี่


ปัง!


ในที่สุดผมก็เขามาในห้องนี้จนได้

"คิดถึงก็เลยมาหาเหรอฮยอง" แรปมอนชะโงกหน้าออกมาจากห้องน้ำ ผมเพิ่งสังเกตว่าเจโฮปแต่งตัวดีผิดปกติ

"พวกมึงจะไปไหนกัน" ผมถามขึ้น

"ไม่ได้จะไปไหนฮยอง"

"ไม่ได้จะไปนะแต่เซทผมยังกะจะไปเดินพรมแดง"

"ก็ธรรมดาของคนหล่อ ดูดี มีเสน่ห์" 

"มั่นใจมากนะมึง"

"แน่นอนอยู่แล้ว! ว่าแต่ฮยองเหอะ ตกลงมีไรถึงมาหาพวกผมสองคน" เจโฮปถามผม ตกลงผมควรจะปรึกษามันใช่มั๊ยครับ แต่ในกลุ่มพวกเราไอ้สองคนนี้น่าจะดูมีความคิดที่สุดแล้ว...มั้ง?

"ก็...นิดหน่อย"

"นิดหน่อยของฮยองน่ะเรื่องอะไร"

"เรื่องจีซู"

"จีซู!" แรปมอนเดินออกมาจากห้องน้ำ

"มึงจะตะโกนทำซากอะไร เดียวใครก็มาได้ยิน" ผมบอกแรปมอน

"โทษๆ ฮยอง"

"แน่ะๆๆ ใครกันน้า บอกว่า กูรู้ว่ากูต้องทำยังไง กูจัดการเองได้ แล้วไมวิ่งเต้นมาหาพวกผมกันล่ะ" เจโฮปแซะผม

"ทีแรกมันก็ใช่" ผมว่า

"แล้วตอนนี้ล่ะฮยอง" เจโฮปถามผม

"กูไม่รู้แล้ว กูไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี" ผมตอบ

"ว่าแล้วว่าคนแข็งๆ แบบฮยองต้องไปไม่รอด" 

"แล้วมั๊ยฮยองไม่ถามจินฮยอง รายนั้นชำนาญกว่าพวกผมอีกนะ" แรปมอนแนะ

"มึงก็รู้มันสนิทกับจีซู ดีไม่ดีมันเอาไปบอกจีซูกูก็หมดท่าพอดี"

"ทีงี้กลัวหมดท่านะฮยอง" เจโฮปว่า ผมเริ่มไม่แน่ใจในตัวพวกมันแล้วล่ะ

"กูว่ากูกลับดีกว่า" ผมหันหลังตั้งท่าว่าจะเดินออกไป

"เดี๋ยวดิฮยอง" เจโฮปดึงผมไว้

"ฟังวิธีผมก่อน"

"วิธีไรของมึง"



'มึงทำได้ยุนกิ' ผมเดินบอกตัวเองมาตลอดทาง เจโฮปบอกผมว่าวันนี้จีซูกับแม่จะเป็นคนทำข้าวเย็นให้พวกเรา มันเลยบอกให้ผมมาอาสาช่วยเขา และแนะแผนของมันมา ซึ่งผมไม่รู้ว่ามันเข้าท่าหรือเปล่า แต่คงต้องลองดู ผมเดินตามทางมาเรื่อยๆ จนถึงห้องครัว ผมหลบอยู่หลังประตูก่อนเพื่อเรียกสมาธิ

"เอาผักไปล้างแล้วหั่นมาให้แม่ด้วยนะ"

"คะ" 

พวกเธออยู่นั่นไงครับ

"ฮู้!" ผมผ่อนลมหายใจเพราะความตื่นเต้น ไม่เคยต้องเป็นฝ่ายเข้าหาแบบนี้เลยนะ ผมตัดสินใจเดินออกจากหลังประตูเข้าไปในครัว

"สวัสดีครับ" ผมทักแม่ของจีซูก่อนตามมารยาท จีซูหันมาตามเสียงของผมแล้วส่งสายตาสงสัยมาให้

"อ้าว! หวัดดีจ้ะ หิวแล้วเหรอ"

"เปล่าครับ ผมแค่เดินผ่านมา เห็นในนี้กำลังยุ่งๆ เลยเดินเข้ามาน่ะครับ เผื่อว่ามีอะไรที่ผมจะช่วยได้บ้าง" ตั้งแต่มาที่นี้ นี้เป็นประโยคที่ผมพูดยาวที่สุดแล้วมั้ง

"ไม่มีหรอกคะ ฉันว่าพี่ออกไปรอข้างนอกเถอะ" ใจร้ายจังครับ

"จีซู! ไม่น่ารักเลยนะ" จีซูหมุ่ยหน้าเมื่อโดนแม่ดุ

"จริงๆ มันก็ไม่ได้วุ่นวายอะไรหรอกจ้ะ แต่ถ้าเธออยากช่วยก็ได้นะ" แม่จีซูยิ้มใจดีตอบผม

"แม่คะ! เราทำกันเองสองคนก็ได้คะ ไม่เห็นต้องไปรบกวนเวลาของพี่เขาเลย" เธอไม่อยากเจอผมขนาดนั้นเชียว

"ไม่ได้รบกวนอะไรซักหน่อย ฉันเต็มใจ" เธอมองผมอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

"เป็นครั้งเลยนะที่ได้ยินคำนี้ 'ฉันเต็มใจ' น่าประทับใจจัง" เธอว่าแล้วหันกลับไปล้างผักต่อ เมื่อกี้เธอประชดใช่มั๊ยครับ ผมเห็นแม่จีซูยิ้มขำๆ ให้พวกเราสองคน

"เธอชื่ออะไรล่ะ" เธอถามแล้ววางเขียงกับมีดไว้บนเคาร์เตอร์ที่อยู่กลางห้อง

"ผมชื่อยุนกิครับ หรือเรียกว่าชูก้าก็ได้ครับ" ผมว่าแล้วเดินเข้าไปประจำที่

"ฉันชอบชื่อดั้งเดิมมากกว่านะ งั้นฉันเรียกเธอว่ายุนกิแล้วกัน" เธอดูใจดีจังเลยครับ


ตุ้บ! 


"จีซูวางค่อยๆ ซิลูก"

"ก็มันหนักนิคะ" เธอส่งสายตาเฉยเมยมาให้ผม 

"เด็กๆ ช่วยหั่นผักพวกนี้ให้แม่ด้วยนะ เดี๋ยวแม่ไปดูหม้อซุปก่อน" แม่จีซูว่าแล้วเดินไปดูหม้อซุปของเธอ ผมมองสำรวจพืชผักที่อยู่ในชาม มีเยอะเลยครับ ทั้งคะน้า กะหล่ำ ต้นหอม หอมแดง หอมหัวใหญ่ พริกหยวก พริกหวาน ขิง ข่า ตะไคร้ บลาๆๆ นี่แกจะเปิดร้านอาหารเหรอครับ แล้วผมควรจะเลือกอะไรดีนะ 'หอมหัวใหญ่' เสียงเจโฮปดังขึ้นในหัว หลอนไปอีก ผมหยิบหอมหัวใหญ่ออกมาจากตระกร้

"ถ้าไม่เคยทำก็นั่งดูอยู่เฉยๆ ก็ได้นะคะ" จีซูว่าในขณะที่หั่นคะน้าอยู่

"ไม่ล่ะ ฉันบอกว่าจะช่วยก็คือช่วย" เธอหันมามองผม สงสัยผมไปเถอะครับ ผมจึงเริ่มลงมือหั่นหอมหัวใหญ่ ผมเคยเห็นไอ้จินมันทำ มันต้องหั่นหัวหั่นท้ายก่อนใช่มั๊ยครับ


ฉึบ! ฉึบ!


ใช้ได้ๆ ต่อไปก็หั่นครึ่งลูก


ฉึบ!


ไม่เคยตั้งใจอะไรขนาดนี้เลยครับ ต่อไปต้องหั่นตามยาวสินะ


ฉึบ!...ฉึบ!...ฉึบ!


ผมค่อยๆ บรรจงหั่นทีละฉึบทีละฉึบอย่างประณีต จีซูหันมามองผม

"หั่นช้าเป็นเต่าขนาดนั้นจะได้กินมั๊ยคะ" 

"ก็มันครั้งแรกนี่น่า"

"ก็บอกแล้วว่าให้นั่งอยู่เฉยๆ" ทำไมต้องว่ากันด้วยก็ไม่รู้ ผมกลับมาตั้งใจหั่นอีกครั้ง หั่นไปหั่นมาทำไมมันเริ่มแสบๆ ตานะ รู้สึกเหมือนน้ำตากำลังไหลออกมาเลย

"สู้ด!" ไม่ใช่แค่น้ำตาล่ะครับ น้ำมูกก็มาด้วย

"ฮึ!" เธอหัวเราะผมเหรอ ผมใช้แขนเช็ดน้ำตาออก ตายๆ แผนเจโฮปทำผมขายขี้หน้าซะแล้ว

"ตายแล้ว ทำไมน้ำหูน้ำตาไหลอย่างนี้ละยุนกิ" แม่จีซูมองมาทางผม

"จีซูไปเอากระดาษทิชชู่มาให้พี่เขาหน่อยสิ"

"ค๊าาา" เธอว่าแล้วไปหยิบกล่องกระดาษทิชชู่มา

"อ่ะ!" เธอยื่นกล่องมาข้างหน้าผม ผมจึงใช่มือข้างที่ว่างที่เคยจับหอมหัวใหญ่หยิบกระดาษออกมา แล้วเอามาเช็ดน้ำตา

"เห้ย!" แสบกว่าเดิมอีกครับ

"นี่พี่ฉลาดหรือโง่กันแน่นิ เอามานี่เลย!" เธอดุผมก่อนจะคว้ากระดาษทิชชู่ไปจากมือ

"เดี๋ยวก็ตาบอดพอดี" ว่าแล้วเธอก็เอือมมือมาเช็ดน้ำตาให้ผม ทำไงดีครับ ใจผมเต้นแรงมากๆ มันนานมากแล้วนะที่ผมไม่ได้ใกล้ชิดกับเธอแบบนี้ เธอบรรจงเช็ดน้ำตาให้ผมพร้อมสีหน้าเคร่งเครียดปนหงุดหงิดหน่อยๆ

"ไม่รู้หรือไงว่ามันจะแสบ" เธอมองสบตาผม สายตาแบบนี้ผมไม่ได้มองมันอย่างจริงจังมานานเท่าไหร่แล้วนะ เราสบตากันนานสักพักหนึ่ง จนกระทั่ง...

"อืม! ผักแม่ได้ยังจ้ะ" 

"ได้แล้วคะ!" จีซูรีบเคลื่อนตัวไปหยิบชามผักส่งไปให้แม่ของเธอก่อนจะมองค้อนมาทางผม แม่จีซูยิ้มขำๆ หลังรับผักไปทำอาหารต่อ

"ยุนกิมาช่วยป้าทำกับข้าวดีกว่าจ้ะ ทางนั้นให้ยัยซูทำคนเดียวก็พอ" ผมหันไปมองจีซู เธอส่งสายตามาบอกว่า 'ไปสิ'

"ครับๆ คุณป้า" ไปก็ไปวะ ผมเดินมายืนอยู่ข้างๆ แม่จีซู

"ลองชิมให้ป้าหน่อยว่าอร่อยหรือยัง" แม่จีซูตักน้ำซุปใส่ช้อนแล้วส่งมาให้ผม ผมลองชิมดู

"อร่อยมากเลยครับ กลมกล่อมกำลังดี" เธอยิ้มมาให้ผม แม่ลูกคู่นี้ท่าจะเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก พวกเธอสองคนเหมือนวิตามินซีเลยครับ แค่เห็นรอยยิ้มก็มความสุขตามแล้วทันที

"นี่ยุนกิ" เธอกระซิบกับผม

"ครับ" ผมกระซิบตอบ

"ป้าถามอะไรหน่อยสิ" ดูเหมือนจะเป็นความลับด้วยสิ

"ครับ"

"พวกเธอรู้จักพวกลูกสาวป้านานยัง" ทำไมป้าแกถามแบบนี้ล่ะครับ

"ก็สักพักแล้วครับ"

"สนิทกันหรือเปล่า"

"ก็บางคนครับ" 

"งั้นเหรอ แล้วๆๆๆ เห็นใครมาจีบลูกสาวป้าบ้างมั๊ย" ถ้าตอบตัวเองก็กะไรๆ อยู่ แต่ถ้าเป็นแต่ก่อนก็ไอ้จินนะ แต่ผมก็ไม่ได้รู้อะไรมาก อาจจะมีคนอื่นก็ได้ แต่ผมว่าผมรู้อยู่เรื่องหนึ่ง 

"เห็นครับ" ผมว่าผมบอกป้าแกดีกว่า

"ฮึ...มีจริงๆ เหรอ"

"จริงครับ เจ้าของดอกกุหลาบสีเหลือง" ผมเป็นคนขี้ฟ้องแบบนี้ไปได้ยังไงเนี่ย คิดอีกที 'กูไม่น่าพูดเลย' แต่มันหลุดไปแล้วนิ 'ไหลๆ ไปแล้วกัน'

"ฮึ...แล้วเขาเป็นใคร"

"ผมไม่รู้ครับ รู้แค่ว่าเธอตามหาเขาอยู่" ตอบเองก็โมโหเอง ตอนนั้นเธอไม่ได้สนใจผมด้วยซ้ำ มัวแต่ตามหาไอ้คนปริศนานั่น

"จีซู!" 

"คะ"

"ไหนว่าไม่มีอะไรปิดบังแม่ไง" 

"อะไรล่ะคะแม่"

"เจ้าของดอกกุหลาบสีเหลืองคือใคร" ป้าแกจะถามเธอทำไมกันครับเนี่ย โอ้ย! เดี๋ยวเธอก็หาว่าผมขี้ฟ้องอีก จริงๆ ด้วยครับ จีซูมองค้อนมาทางผมแล้ว

"แม่ถามว่าใคร"

"ไม่รู้คะ"

"ไม่รู้ได้ไง"

"ก็หนูไม่รู้จริงๆ จู่ๆ ดอกกุหลาบนั่นก็ไปโผล่อยู่หน้าประตู" เป็นปริศนาไปอีก

"หนูก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาเป็นใคร" ทำไมต้องอยากรู้ด้วยนะ 

"งั้นเหรอ แปลกจัง" แล้วแม่จีซูก็หันกลับมาทำกับข้าวต่อ

'ขี้ฟ้อง' ผมอ่านปากเธอได้อย่างนี้ ว่าแล้วเชียว

"ยุนกิ หยิบพริกไทยมาให้ป้าหน่อยสิ"

"ครับ!" ผมหันไปหยิบพริกไทยแล้วกลับไปยืนข้างเธอต่อ

"นี่" เอาอีกแล้วครับ ดูจะเป็นความลับอีกแล้วครับ

"ไม่รู้จะเสียมารยาทมั๊ยถ้าป้าจะถามว่ายุนกิมีแฟนหรือยัง" อึ้งไปเลยครับ ถามกันตรงๆ แบบนี้เลยเหรอ แม่กับลูกนี่ช่างเหมือนกันจริงๆ

"เอ่อ...ไม่มีครับ"

"แล้ว...ไม่มีคนที่ถูกใจเลยเหรอ" ลูกสาวแม่ไง จะตอบแบบนี้ได้เปล่าครับ

"ก็มีอยู่คนนึงครับ"

"คุยอะไรกันอยู่สองคนคะ แอบนินทาหนูอยู่หรือไง" จีซูเอ่ยขึ้นหลังจากเห็นเราซุบซิบกันอยู่แค่สองคน

"ไม่ได้นินทาลูกซักหน่อย แม่แค่ทำความรู้จักยุนกิเอง เนาะ" เธอหันมาถามผม

"ครับ" ผมยิ้มตอบเธอ

"ไม่นินทาก็แล้วไป" แล้วจีซูก็กลับไปเตรียมของต่อ

"เหมือนแอบรักอย่างนี้เหรอ" ป้าแกเริ่มการสอบสวนอีกครั้งแล้วครับ

"ก็คงอย่างนั้นแหละมั้งครับ"

"แล้วผู้หญิงเขาไม่รู้เหรอ"

"ผมก็ไม่แน่ใจครับ คือ...ผมคงทำให้เธอสับสนมั้งครับ ตอนนี้เธอเลยออกห่างจากผม ก็เลยต้องมาง้ออย่างนี้"

"จ้ะ ก็เลยอะไรนะ" ผมพูดอะไรออกไปครับ ดีที่ประโยคสุดท้ายมันเหมือนแค่พึมพำอะไรในลำคอ

"อ่อ ก็เลยแห้วนะครับ" เกือบไปแล้วๆ

"ป้าว่าอย่างยุนกิไม่แห้วหรอกจ้ะ เชื่อป้าสิ ผู้ชายใจดีแบบนี้ สาวๆ ที่ไหนก็ชอบ" แค่ผมอาสาช่วยแค่นี้ คุณป้าก็คิดว่าผมเป็นคนดีแล้วเหรอครับ มองโลกในแง่ดีจัง

"ผมก็หวังให้เป็นอย่างนั้น เฮ้อ~" ผมเผลอถอนหายใจออกมา

"อย่าคิดมากสิลูก" เธอเอามือลูบหลังผม เหมือนแม่ที่ค่อยให้กำลังใจลูก เธอใจดีจริงๆ ครับ

"จีซูเสร็จยังลูก" เธอหันไปถามจีซูที่กำลังวุ่นอยู่กับชามผัก

"ค๊าาา มาแล้วคะ" จีซูยกชามผักมาหาเรา

"ยุนกิไปช่วยน้องผัดผักหน่อยไป"

"ครับ?"

"ไปซิ" เธอส่งซิกมาให้ผม คือ...คุณป้าแกรู้เหรอ รู้...ได้ไง!

"อ่อ ครับๆ" ผมเดินไปยืนข้างๆ จีซูแทน

"ถือคะ" เธอส่งชามผักมาให้อย่างไม่ค่อยเต็มใจ แล้วเปิดเตาและเตรียมกะทะเอาไว้ ผมยืนเป็นลูกมือช่วยเธออย่างเงียบ หยิบโน้นหยิบนี้ ถูกบ้างผิดบ้าง โดนด่าก็เยอะโดนว่าก็แยะ แต่ทำไงได้ล่ะครับ ส่วนแม่จีซูก็ได้แต่ยืนขำพวกเราสองคน

"นี่มันห้องครัวหรือสมรภูมิรบกันแน่เนี่ย" แม่จีซูว่าก่อนจะหันไปจัดจานที่จัดค้างไว้

"ซีอิ๋วขาวหน่อยคะ" ผมหยิบขวดที่คิดว่าเป็นซีอิ๋วขาวไปให้

"โอ้ย! แม่คะ ลูกมือแม่ไม่ได้เรื่องเลย บอกอีกอย่างไปหยิบอีกอย่างมา" เธอว่าแล้ววางขวดนั้นกลับที่เดิมแล้วหยิบอีกขวดไป เมื่อกี้ผมว่าผมหยิบถูกแล้วนะ ผมหมุนขวดนั่นมาดู 'ซอสหอย' เจริญจริง

"แกก็ดุพี่เขาอยู่นั่นแหละ ดูสิยุนกิหน้าเสียหมดแล้ว" คุณป้าว่าแล้วจีซูจึงหันมามองหน้าผม ก่อนจะหันไปผักผักต่อ

"ก็ช่วยไม่ได้นิคะ" ยัยผู้หญิงใจร้าย

"เสร็จแล้วคะ" เธอปิดเตาลง เหงื่อออกเยอะเลยครับ ผมว่า...

"พี่ทำไรอะ" ผมหยิบทิชชู่มาซับเหงื่อให้เธอ เธอต่อต้านนิดหน่อยครับ

"อยู่นิ่งๆ" ผมค่อยๆ ซับที่หน้าผาก แก้ม จมูก และกำลังจะซับที่คาง

"เดี๋ยวฉันทำเอง!" เธอแย่งกระดาษจากมือผมไปซับต่อ แล้วมองผมอย่างสงสัยก่อนจะหันไปมองทางอื่น

"โอโห้! ว้าวๆๆ หอมไกลไปเป็นกิโลเลยคะ" โรเซ่โผล่หน้าเข้ามาในครัว

"มาคนแรกเลยนะหนูแชยอง" 

"คนแรกที่ไหนคะคุณป้า โน้น! มารอกันตรึมเลยคะ อยู่ข้างนอกโน้น"

"งั้นมาเร็วๆ เลย มาช่วยป้าจัดจาน" 

"ได้เลยครับผม" โรเซ่ว่าแล้วเข้ามาช่วยพวกเรา

"มื้อนี้จะอร่อยแน่เหรอคะป้า" 

"ทำไมหลานถามอย่างนั้นล่ะ"

"แค่สองคนนี้ทำด้วยกันหนูก็เสียวท้องแล้วคะ" โอเว่อร์เหมือนไอ้วีเลยครับ

"ฮึๆๆ ว่าไปนั้น เขาเข้ากันดีจะตาย" แม่จีซูว่า

"จริงเหรอคะ ไม่น่าเชื่อ" โรเซ่สงสัย

"ป้าประชดน่ะจ้ะ" เธอว่าแล้วหันมาขำให้เราสองคน ผมกับจีซูมองหน้ากันก่อนจะเมินไปทางอื่นทั้งคู่

"งั้นหนูขอเป็นหนูทดลอง ชิมให้ก่อนนะคะ" โรเซ่ว่า

"หิวก็บอก" จีซูดันรู้ทันเธอ

"โหยพี่ก็ ขอชิมนิดหน่อยเอง เนาะคุณป้า" แม่จีซูยิ้มขำๆ ให้โรเซ่

"ฮึๆ ตามใจหลานเลยจ้ะ"

"เย้! ขอบคุณค่ะ" แล้วโรเซ่ก็เริ่มตักชิมทีล่ะคำสองคำ เอ่อ ผมว่าเธอคงอยากได้ข้าวนะครับ นั่นไม่เรียกว่าชิมแล้วมั้ง

"เป็นไงบ้างจ้ะ"

"สุดยอด แซ่บขนาดค่ะ" โรเซ่ว่า

"อ่ะ" จีซูยื่นจานข้าวไปให้โรเซ่ ขนาดจีซูยังคิดเหมือนผมเลย โรเซ่รับไปแล้วตักกับราดข้าวตัวเอง ก่อนจะไปนั่งที่โต๊ะเล็กมุมห้อง

"แกไปอดข้าวอดน้ำมาจากไหนฮะ" จีซูว่าแล้วเดินเข้าไปจัดจานช่วยแม่

"ก็คู่แฝดแทวอนแทยอนน่ะสิคะ พาเล่นจนเหนื่อยแถมยังเจ็บตัวมาด้วย พอกลับไปถึงห้อง ฉันก็สลบสไลไปเลย ตื่นมาอีกทีท้องก็ประท้วงซะแล้ว" โรเซ่ว่าก่อนจะกลับไปให้ความสนใจกับจานข้าวตรงหน้า

"ยุนกิ มาช่วยป้าจัดจานเร็วลูก เสร็จแล้วจะได้ยกไปกัน"

"ครับๆ" ผมเข้าไปช่วยจีซูกับแม่จัดจานต่อ ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีเห็นจะได้ แล้วทุกอย่างจึงเสร็จ ร่วมทั้งโรเซ่ที่กินข้าวหมดจานพอดี

"เด็กๆ มายกอาหารออกไปให้พวกคุณๆ เร็ว" สิ้นเสียงก็มีคนใช้หลายคนเดินเข้ามาในครัว

"พวกลูกก็ไปล้างไม้ล้างมือแล้วไปรวมกับคนอื่นๆ ได้แล้วนะ" แม่จีซูหันมาบอกพวกผม

"คะ/ครับ" มันกำลังจะดีขึ้นใช่มั๊ยครับ



.........จบ PART 59.........

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

1,612 ความคิดเห็น

  1. #1579 Thack_patsarin (@Thack_patsarin) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 08:31

    สงสารยุนกิอ่าาโดนพี่จีซูดุ แต่ไม่เป็นไรๆมีแม่ยายคอยอยู่ข้างๆ รี้ดเดอร์หวังว่าชูก้าฮยองจะง้อจีซูออนนี่ได้สำเร็จนะค่ะ สู้ๆค่ะ ยุนกิฮยอง fighting!!✌✌✌


    #1579
    0
  2. #978 -wa-ya- (@-wa-ya-) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 17:39
    พอเริ่มมาง้อก็โดนดุตลอดเลย เข้าทางเเม่ค่ะพี่ดีแล้ว ช่างอดทนให้โดนดุ น่ารักกกกกก
    #978
    0
  3. #762 piya eiei (@janner1) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:19
    สงสารพี่กิโดนจีซูดุ555555
    #762
    0
  4. #761 BamMonb (@BamMonb) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:19
    ตอนหน้ามีอะไรหรอไรท์ รีบๆมาต่อไม่ไหวแล้วววววว
    #761
    0
  5. #760 อ้อม อ้อมม (@aomchanya) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:51
    ใครกันะ... หรือจะเป็นพ่อที่ชิชูคิดถึง...
    งือออ พี่ก้าน่ารักกกก สู้นะคะ
    #760
    0