บงการรักกลางใจ - Ebook พร้อมโหลดแล้ว

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 1 ขาใหญ่ประจำบ้าน (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,792
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    20 เม.ย. 62

 

สถานบันเทิงหรูหราที่เน้นบริการลูกค้าระดับสูงกำลังเปิดรับสองหนุ่มสาวที่เคียงคู่เข้าไปด้านใน แสงไฟสาดส่องเป็นลำยาวเคลื่อนไหวสอดคล้องกับจังหวะดนตรีที่กระหึ่มเข้ามาหาในทุกทิศทาง ปลุกเร้าอารมณ์ที่หลับใหลอยู่ก้นบึ้งหัวใจให้ลุกมาเต้นเร่าอย่างมีชีวิตชีวา

วันนี้คนเยอะไปหน่อยศศิตาว่าขณะยกมือขึ้นคล้องท่อนแขนของเพื่อนหนุ่ม เข้าไปในห้องมืดสลัวซึ่งอัดแน่นด้วยนักท่องราตรีที่กำลังโยกขยับตามเสียงเพลง พวกเขาเดินแทรกกลุ่มคนเข้ามาด้านใน กระทั่งเจอกับบริกรที่คุ้นหน้าจึงได้พามานั่งตรงโต๊ะว่างตัวหนึ่ง

ฉันรู้สึกว่าที่นี่ดูแปลกไป หรือว่าเขารับลูกค้าหลากหลายขึ้น

เพื่อนสาวที่นั่งเคียงข้างพูดขึ้นลอยๆ ก่อนเธอจะกรีดนิ้วยกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปากบางที่เคลือบลิปสติกสีสด ณัฐดนัยเหลียวมองหาของ แปลกหากไม่พบสิ่งสะดุดตาพอจะบ่งชี้ตามถ้อยคำของศศิตาสักอย่าง สุดท้ายจึงต้องหันมาหาคำตอบจากเธอ

ที่ว่าแปลก...มันคืออะไร

เดี๋ยวนี้เขารับลูกค้า ระดับล่างแล้วหรือ

ศศิตาบุ้ยใบ้ไปทางโต๊ะหนึ่ง ซึ่งมีคนที่เตะตาเธออย่างจัง ชายร่างใหญ่สวมเสื้อยืดปอนๆ กับกางเกงยีนส์เก่านั่งกระดิกขาพลางกระดกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม สลับกับปล่อยเสียงหัวเราะครื้นเครงโดยไม่สนใจใครเมื่อเขาโน้มกายใหญ่ฟังคำพูดของคนร่วมโต๊ะ

ทว่าเมื่อณัฐดนัยหันมองตามทิศทางที่ศศิตาบุ้ยใบ้บอก ภาพแรกที่เห็นกลับทำให้ชายหนุ่มต้องหรี่ตาเพื่อจะโฟกัสให้คมชัดกว่าเดิม กระทั่งม่านตาปรับภาพนั้นเห็นจนชัดเจนพอ มากพอจนมั่นใจว่าคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นเป็นคนเดียวกับที่เห็นตรงรีสอร์ตเขาใหญ่เมื่อสองวันก่อน

โลกกลม...กลมอย่างไม่น่าเชื่อ

อะไรของเธอ เพี้ยนหรือเปล่า มาท่องทฤษฎีโลกกลมอะไรในนี้ศศิตาหัวเราะอย่างเห็นขันเมื่อเห็นท่าตะลึงงันของคนที่รำพึงคำแปลกหู

มองโต๊ะนั้นสิ โต๊ะคนระดับล่างของเธอ เห็นอะไรไหม ตรงๆ นั่นละ

ผู้หญิงธรรมดาสองคน อยู่กับผู้ชายปอนๆ สองคนศศิตาตอบด้วยน้ำเสียงไม่ต่างจากเดิม

ผู้หญิงคนหนึ่งไม่ธรรมดาณัฐดนัยกล่าวแก้ คนขวามือ ผูกผมหางม้ากำลังหัวเราะ เธอคุ้นไหม

ไม่คุ้น ฉันไม่รู้จัก ถึงเคยเห็นหน้าก็จำไม่ได้เจ้าของวาจายกไหล่พลางเบ้ปากด้วยไม่อยากใส่ใจ หากคนนั่งข้างก็ยังเซ้าซี้เกินกว่าจะทนไหว จนเธอต้องหันไปหรี่ตามองอีกครั้ง หากผลยังเป็นเหมือนเดิม

ฉันไม่ใส่ใจคนพวกนี้ให้เสียสายตาหรอก สิ้นเปลืองความทรงจำ ถ้าเธออยากบอกอะไรก็พูดมาเลย อย่าเล่นยี่สิบคำถาม มันน่าเบื่อศศิตาโบกมือตัดบท แล้วหันมาสนใจแก้วเหล้าพร้อมกับแกล้มบนโต๊ะต่อ

ผู้หญิงคนนั้นเราเจอที่รีสอร์ตเขาใหญ่ คนเป็นพี่เลี้ยงให้ลูกชายพี่พัทธ์ไง เธอไม่แปลกใจหรือว่าทำไมพี่เลี้ยงเด็กบ้านนั้นถึงออกมาหากินในผับด้วยณัฐดนัยว่าอย่างมาดหมาย ดวงตาทอประกายคมกล้าแปลกๆ

แม้ศศิตาจะไม่ชอบหน้าคนที่เธอเพิ่งรื้อฟื้นความทรงจำมาได้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ก็นึกขุ่นใจในคำพูดของเพื่อนชายไม่น้อย

ทุเรศ พูดมาได้ว่าออกมาหากิน นายนี่ดูถูกผู้หญิงชะมัด ถ้ายังไม่เห็นกับตาว่าเขาทำจริง ก็อย่าบังอาจพูดจาหยาบคายไม่ให้เกียรติอีก ฉันไม่ชอบ เข้าใจไหม

โอเคๆ รู้ๆ ขอโทษที่พูดให้ระคายหูณัฐดนัยยกสองมืออย่างยอมแพ้บอกขอโทษอย่างแกนๆ หากใครจะรู้ว่าเขารู้สึกตามนั้นจริงๆ ด้วยเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนสาว บางสิ่งที่อ่อนไหวซึ่งเธอเก็บไว้ข้างในอย่างมิดชิดและไม่เคยเผยให้ใครรู้

ถ้าอยากทักทายเขาก็ตามสบายเจ้าหล่อนยกมุมปากยิ้มอย่างยากจะเดาความคิด หลังจากเห็นเพื่อนหนุ่มเหล่มองอย่างอ้อยอิ่งอยู่พักใหญ่ และดูว่าคงเป็นเช่นนี้อีกนาน หรือจนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดลุกจากไปเลยก็ได้

ณัฐดนัยถอนสายตากลับมาจึงเห็นเพื่อนสาวปรายตามองอย่างรู้ทัน

ดูเหมือนเธอกำลังติดใจเขานะ

ไม่นี่ณัฐดนัยไม่รีรอที่จะปฏิเสธ พร้อมบังคับตัวเองไม่ให้หันมองอีก หากประจักษ์ต่อมาว่าการทำอย่างนั้นมันยากสำหรับเขาจริงๆ

ท่าทางของณัฐดนัยอยู่ในสายตาของศศิตาตลอด เธอส่ายหน้ากับตัวเองก่อนกลับไปดื่มด่ำกับรสชาติน่าหลงใหลของน้ำสีอำพันต่อ หากหางตายังชำเลืองแลโต๊ะเป้าหมายของณัฐดนัย แต่คนในความสนใจกลับเป็นชายหนุ่มในเครื่องแต่งกายเก่าปอน ไร้รสนิยมที่เพิ่งพูดทับถมว่าเป็นคนระดับล่าง

สองคนนั่งด้วยกันไม่นานก็มีคนพอคุ้นหน้า หากศศิตาประเมินแล้วเห็นว่าไม่น่าคบหาก็ปรี่มาทักทาย แล้วทรุดกายนั่งอย่างไม่รอคำเชื้อเชิญ

เป็นไงครับ คุณศิตาสบายดีหรือเปล่า เราไม่เจอกันนานแล้วนะ ไม่เห็นโทร.หาผมบ้างเลย ถ้าไม่เจอกันที่นี่ ผมคงไม่มีโอกาสร่วมโต๊ะกับคุณอีกละมั้งชายร่างท้วมผิวคล้ำวัยกว่าสามสิบปีทรุดนั่งข้างศศิตา ซึ่งเป็นตำแหน่งตรงข้ามกับณัฐดนัย ชายหนุ่มเบือนหน้ามองปฏิกิริยาของเพื่อนสาว เห็นเพียงความหมางเมิน ไม่ใส่ใจอันเป็นท่าทีที่เขาสัมผัสมาจนชิน

ฉันไม่สะดวกร่วมโต๊ะกับใคร วันนี้มากับเพื่อน อยากคุยตามประสาเพื่อนมากกว่าค่ะหญิงสาวตัดบทไล่อย่างไม่แยแส

พูดจาไม่น่ารัก...หรือน้อยใจที่ผมไม่โทร.หาหลังจากครั้งสุดท้ายที่เรากินข้าวด้วยกันวาจาอ่อนโยนอย่างเสแสร้งจากริมฝีปากหนาทำให้ศศิตารู้สึกคลื่นไส้ อยากอาเจียนเป็นที่สุด เธอนิ่งขึง มีแต่ดวงตาหลุบต่ำที่สื่อว่ารู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์ที่น่ารังเกียจนี้

คงไม่ใช่อย่างที่คุณคิดครับ ผมกับศิตากำลังคุยธุระส่วนตัวกัน เราจึงไม่สะดวกร่วมโต๊ะกับใคร เอาไว้เป็นโอกาสหน้าดีกว่าณัฐดนัยพยายามคลี่คลายสถานการณ์ หากดูว่าเขาทำได้ไม่ดีนัก

เฮ้ย! ใครให้นายออกความเห็นวะ ฉันกำลังคุยกับคุณศิตา ไม่ใช่นาย ทีหลังถ้าไม่อนุญาตก็อย่าสะเออะมาออกความเห็น จำไว้!”

วาจาก้าวร้าวพร้อมดวงตาแข็งกร้าวที่ทอจากกรอบตาเรียวเล็กนั่นทำให้ณัฐดนัยกำหมัดแน่น อารมณ์โมโหพุ่งปรี๊ดขึ้นมา ศศิตาเห็นท่าไม่ดีจึงจับมือเพื่อนหนุ่มเป็นเชิงปราม ทว่าเขาไม่อาจหยุดตัวเองไว้ได้

ศิตามากับผม และเรากำลังนั่งอยู่โต๊ะนี้ ถ้าคุณอยากได้โต๊ะก็เรียกเด็กเสิร์ฟมาบริการ อย่าเสียมารยาทกันแบบนี้!”

เสียงคำรามของณัฐดนัยแผดลั่นอย่างน่ากริ่งเกรง ทำเอาคนที่นั่งกั้นกลางระหว่างสงครามห้ำหั่นต้องย่นคอด้วยไม่ชินกับท่าทางนั้น และภาพคนทั้งสามก็ช่างสะดุดตานักท่องราตรีเหลือเกิน อีกทั้งเสียงดนตรีที่กระหึ่มลั่นก็พลันเงียบลง จึงยังผลให้พวกเขากลายเป็นดาวเด่นในผับหรูได้ในพริบตา

มึงเป็นใครกูไม่สน แต่ถ้าเข้ามาที่นี่อย่าทำอวดดี วันนี้กูจะปล่อยพวกมึงไป แต่คราวหน้า มึงโดนแน่ไอ้หน้าอ่อน

เสียงแหบห้าวจากคู่กรณีของณัฐดนัยดังกึกก้อง หลังจากเขากวาดมองรอบตัวแล้วพบว่าพวกตนกำลังตกเป็นเป้าสายตาของหลายคน จึงตัดสินใจปิดท้ายด้วยคำขู่อย่างไม่ให้เสียเชิงแล้วถอยร่นออกไป

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

206 ความคิดเห็น

  1. #91 Jakkaran55 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 16:27
    อิหยังวะสาวเค้าไม่เล่นด้วยยังตื้อ
    #91
    0