Freaky - chanbaek

ตอนที่ 4 : Lyor

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 227 ครั้ง
    5 ก.พ. 62

 

 

คอมมาดี้ค่ะ เชื่อใจกันได้

 

 

 

Dear my Lyor –

Designated Survivor

 



 

 

“ไม่”

“คุณว่ายังไงนะ?”

“ผมไม่คุยกับเขา”

“...”

“เด็ดขาด”

 

โอลิเวอร์ รองผู้อำนวยการเอฟบีไอและเจ้าหน้าที่หลายชีวิตในที่เกิดเหตุ .. ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำตอบ

เขากำลังทำความเข้าใจท่าทางสุดโต่งของ ผู้อำนวยการฝ่ายการเมือง ตรงหน้าคนนี้อย่างถึงที่สุด

 

สูทเรียบกริบ

นาฬิกาเรือนหรู

รองเท้ามันวับ

กรอบแว่นตาราคาแพง

และทรงผมซึ่งถูกเซ็ตอย่างจงใจ

 

ทุกอย่างเกินมาตรฐาน

ทั้งรูปลักษณ์ ความสามารถ ประสบการณ์

นิสัยก็ด้วย .. เกินมาตรฐานมนุษย์โลกไปเยอะ

 

ชานยอล พรอสกี้ คนนี้น่ะ

 

“ผมเกรงว่าจะทำแบบนั้นไม่ได้” โอลิเวอร์ค้านและยืนกรานตามหน้าที่ เขาไม่มีความจำเป็นที่จะปฏิบัติตามความต้องการงี่เง่าเหล่านั้น มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด

 

“ผมกำลังทำอยู่” และรู้ว่าไม่ง่ายเมื่อชานยอลไม่มีทีท่าอ่อนข้อ

 

ใบหน้าสะอาดสะอ้านของมนุษย์บ้าเกียรตินิยมเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนภายใต้กรอบแว่นมองตรงอย่างน่าหมั่นไส้ มือแกร่งถือเอกสารซึ่งเกี่ยวกับคดีเอาไว้ แถมยังไม่ยอมขยับหลีกทางไปไหนอีก

 

เขาถนัดนักล่ะ เรื่องเอาแต่ใจพรรคนี้

 

“ขอโทษทีคุณพรอสกี้”

 

ทว่ามีเสียงหนึ่งแทรกขึ้น

เป็นเสียงของคนปกติที่มนุษย์ประหลาดทำเป็นมองเลยผ่าน ทั้งที่เขาก็ยืนอยู่ข้างกับรองผู้อำนวยการเอฟบีไอตั้งแต่ต้นการสนทนา

 

“แต่ผมเป็นคนรับผิดชอบคดีนี้” คนที่เพิ่งมีตัวตนพูดด้วยสีหน้าไม่เป็นเดือดเป็นร้อน “และถ้าคุณไม่อยากคุย”

 

มือเรียวฉกเอกสารจากชานยอลมาม้วนเอาไว้อย่างถือสิทธิ์ เขาไม่สนเหมือนกันว่ามนุษย์ประหลาดจะทำสีหน้าดุใส่กันสักแค่ไหน

 

เพราะนั่นมันตลกสิ้นดี

 

“มันก็ไม่ใช่ปัญหาของผม”

 

จบคำจากเจ้าหน้าที่เอฟบีไอระดับสูงอย่าง แบคฮยอน แบรดลีย์ บรรยากาศรอบตัวก็พลิกตลบจนตามกันแทบไม่ทัน

 

แบคฮยอนเดินตัวปลิวเข้าที่เกิดเหตุ โดยไม่ลืมโคลงหัวให้หัวหน้าของตนเป็นเชิงขอตัว และมนุษย์สุดรั้นนามชานยอลผู้เกลียดความพ่ายแพ้ ก็พยายามก้าวตามอย่างไม่ลดละ

 

“ข้อเสียของคุณคืออะไรรู้ไหม?” ชานยอลส่งกระแสกดดันใส่แผ่นหลังเล็ก ซึ่งสวมแจ็กเกตสกรีนคำว่า ‘FBI’ ตรงหน้า ทั้งที่รู้ว่าประโยคค่อนแขวะทำอะไรเจ้าหน้าที่คนนี้ไม่ได้เลยก็ตาม

 

“ผมต้องอยากรู้ใช่ไหม?” แบคฮยอนขอถุงมือจากลูกน้องมาสวม พลางมองไปรอบๆ ห้องนอนที่เหตุยิงกราดเพิ่งเกิดขึ้น เขาไม่ได้ตั้งใจมองข้ามหัวมนุษย์สูทเนี๊ยบนักหรอก แต่เกะกะชะมัดให้ตายสิ

 

“มารยาท” เน้นเสียงพร้อมเท้าสะเอวให้เจ้าหน้าที่คนเก่งหยุดมอง “แย่”

 

“อ่าฮะ”

 

“เข้าขั้นวิกฤต”

 

“ผมไม่สนว่าคุณจะวิจารณ์นิสัยผมแบบไหน แต่ตอนนี้คุณกำลังขวางการปฏิบัติงานของทีมผมอยู่ หลีกหน่อย” นอกจากจะบอกผ่านคำติติงจากผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองแล้ว แบคฮยอนยังดีดนิ้วให้จอมเกะกะหลบทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานด้านหลังอีก

 

และนั่นทำให้ชานยอลหงุดหงิดทวีคูณเชียวล่ะ

 

“ผมมีเวลาไม่มาก” ใบหน้าหล่อแสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจ ทว่ายังเก๊กขรึมเอาไว้ไม่มีหลุด “จะทำเป็นมองข้ามไปสักเรื่อง หรืออาจจะหลายเรื่อง” ประโยคหลังกัดฟันพูดประชิด กะจะขู่ให้อีกฝ่ายหงอ

 

แต่ก็นั่นแหละ แบคฮยอนดันอกแข็งๆ เอาไว้ด้วยนิ้วชี้เสียก่อน

 

“มันก็ควรจะเป็นแบบนั้น”

 

ฟาดฟันสายตากันอยู่สักพัก ชานยอลก็เป็นฝ่ายกระแอมไอออกมาซะเอง

 

“คุณติดต่อซีไอเอรึยัง?”

 

.. และเข้าเรื่องอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

 

เจ้าหน้าที่คนเก่งหลุบตาพลางระบายลมหายใจทิ้ง เขาคร้านจะตอบคำถามเต็มทน แต่เอาเถอะ แบคฮยอนแยกแยะเวลางานกับเรื่องส่วนตัวได้ค่อนข้างดี ทำให้คนตรงหน้ารู้ซะบ้างว่าเขามืออาชีพแค่ไหน

 

“เป็นเรื่องแรกที่เราทำ” ลูกน้องแถวนั้นกุลีกุจอยื่นแล็บท็อปใส่มือแบคฮยอน “ไม่กี่สัปดาห์ก่อนเลขาธิการเดโมแครตมีการติดต่อกับทางนั้นจริง”

 

“หลักฐานล่ะ”

 

แบคฮยอนยื่นมันไปตรงหน้าชานยอลทันที ไม่มีประโยชน์ที่จะปิดกั้นข้อมูลสำคัญ เพราะคนๆ นี้มีสิทธิ์รู้ทุกการเคลื่อนไหวของบุคลากรในรัฐบาลอยู่แล้ว

 

“เราดักฟังทางวิทยุอย่างต่อเนื่อง”

 

“แน่ใจตอนไหน?”

 

“วันนี้”

 

ผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองละความสนใจจากแล็บท็อป ใบหน้าหล่อกับดวงตาเรียวมากเสน่ห์กำลังจับผิดเจ้าหน้าที่คนเก่งอย่างพิจารณา

 

เขาไม่ชอบใจนักกับท่าทางปล่อยตัวสบาย แต่พร้อมรับมือกับทุกคำถามแบบที่แบคฮยอนทำ

 

มันกวนใจเขา

 

“ถือว่าเป็นการทำงานผิดพลาดรึเปล่าคุณเจ้าหน้าที่?”

 

“เราไม่คิดแบบนั้น” ริมฝีปากบางเหยียดยิ้ม “เพราะเลขาธิการไม่ได้อยู่ในห้องนี้ตอนเกิดเหตุ”

 

“ในสำนวนบอกว่าเขาแค่บังเอิญเปลี่ยนห้องนอน”

 

“เปล่าเลย” แบคฮยอนปฏิเสธ “เราคุมตัวเขาเอาไว้ก่อนที่เหตุจะเกิด”

 

คำตอบนั้นทำเอาชานยอลตาเป็นประกายอย่างปิดไม่มิด และเผลอพูดออกมาราวกับมันน่าสนใจนักหนา “ทำให้มือปืนยิงพลาด”

 

“ถูกต้อง”

 

มนุษย์ตรรกะมีท่าทีผ่อนคลายขึ้นเมื่อได้รับข้อมูล เขากอดอกแล้วเคาะนิ้วบนคางอย่างใช้ความคิด ก่อนจะหุนหันลุกขึ้นอย่างรีบร้อน แล็บท็อปในมือเกือบตกหากไม่ได้เจ้าหน้าที่คนเก่งช่วยเอาไว้

 

“เอ่อ” นิ้วแกร่งดันกรอบแว่นขึ้นอย่างถือมาด กอบกู้หน้าตาที่เพิ่งเสียไป .. แม้จะไม่ทัน “ผมได้ไอเดียไปเสนอประธานาธิบดีแล้ว”

 

“ก็นั่นงานคุณ” ซึ่งแบคฮยอนไม่แปลกใจนักหรอก เขาค่อนข้างชินชากับท่าทางแบบนี้มากเชียวล่ะ

 

“ผมจะไม่พูดว่าขอบคุณหรอกนะ”

 

“ก็ไม่ได้หวังเหมือนกัน”

 

คำตอบที่ได้น่าพอใจจนต้องยกมุมปากขึ้น ชานยอลคว้ากระเป๋าแล้วหมุนตัวเตรียมออกจากเศษซากความพังทลายตรงนี้อย่างรวดเร็ว .. พูดกันตามตรง เขาไม่ชอบที่แบบนี้สักเท่าไหร่ มันไม่สุนทรีย์เอาซะเลย

 

“นี่คุณพรอสกี้” แต่เสียงนุ่มที่เอ่ยขึ้นอย่างไม่รีบร้อน รั้งให้คนที่กำลังจะก้าวพ้นประตูหันมาเก๊กขรึมใส่อีกรอบ “คุณจำเป็นต้องลงมาดูที่เกิดเหตุด้วยตัวเองเลยรึไง?”

 

มนุษย์ประหลาดหลุบตาต่ำครู่หนึ่ง

 

“ยังไงเราก็ต้องสรุปสำนวนส่งไปทำเนียบขาวอีกรอบอยู่ดี”

 

“ช่างจู้จี้จังนะคุณเจ้าหน้าที่”

 

“จู้จี้เหรอ?” ปากบางหลุดขำปนสงสัย เขาเนี่ยนะจู้จี้?

 

“ฟังนะ” ชานยอลเดินกลับมาอีกครั้ง “นั่นเพราะพวกคุณทำงานช้า มันทำให้ผมซึ่งต้องหาทางกอบกู้ความน่าเชื่อถือของประธานาธิบดีเอาไว้ ต้องลงมาคาบข่าวให้ทันเหตุการณ์ ยังไม่รวมสภาคองเกรสหงำเหงือกนั่นอีก ผมจำเป็นต้องมีข้อมูลเพื่องัดข้อกับมนุษย์เหล่านั้น ส่วนคุณเองก็คงไม่อยากเปลี่ยนผู้บังคับบัญชาบ่อยๆ หรอกจริงไหม?”

 

“..โอเค” เจ้าหน้าที่แบคฮยอนกอดอกแล้วเบ้ปากนิดๆ  อยากจะเชื่อเหตุผลยืดยาวนั่นอยู่หรอก แต่ก็เชื่อไม่ลงสักเท่าไหร่

 

มนุษย์ OCD อย่าง ชานยอล พรอสกี้ นอกจากงานแล้ว เรื่องส่วนตัวก็จัดจ้านไม่แพ้กัน แบคฮยอนหาเหตุผลมารองรับไม่ได้เลยว่าทำไมคนรักความสะอาดเข้าไส้ถึงกล้าเอารองเท้าเงาวับลงมาเหยียบเศษปูนเศษกระเบื้องให้มีตำหนิ สูทแสนแพงนี่อีก ยังไม่รวมอาการที่ต้องใช้ผ้าเช็ดหน้าอุดจมูกทุกนาที

 

ถึงจะเอาหน้าที่มาอ้างก็ยังมีทางเลือกอื่นอยู่ดีไม่ใช่รึไง

 

“ว่าแต่คุณเจ้าหน้าที่”

 

คราวนี้เป็นแบคฮยอนที่ถูกรั้งเอาไว้แทน

ชานยอลเท้าสะเอวข้างหนึ่ง แล้วยกนิ้วชี้ขึ้นอีกข้าง ราวกับกำลังจะอธิบายเรื่องเข้าใจยากต่อจากนี้

 

“อะไร?”

 

“พีชเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในจีน สัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว จัดเป็นไม้พุ่มผลัดใบ อยู่ในสกุล Prunus ทนแล้งได้ดี  มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว”

 

คนฟังกดหัวคิ้วลง “แล้ว?”

 

“ตามปกติถ้านำมาสกัดเป็นน้ำหอมกลิ่นที่ได้ก็จะ” ชานยอลหลับตาและสูดลมหายใจเข้าคล้ายกับพยายามที่จะซึมซับกลิ่นดังกล่าว “มันควรจะหอม สดชื่น และดับกลิ่นได้ดี”

 

แล้วมนุษย์บ้าคนนี้จะพูดถึงเรื่องพีชขึ้นมาทำไม

 

“แต่พอมันอยู่บนตัวคุณ”

 

รึว่า

 

“เหมือนน้ำยาฉีดผ้าอับ”

 

“...”

 

“โคตรจะไร้อารมณ์”

 

แบคฮยอนยอมรับ

เขากับชานยอลน่ะ

 

“คุยสนุกดีนะ ไปล่ะ”

 

คนละขั้วอย่างยากที่จะบรรจบจริงๆ

 

 

 

 

Oliver : พวกนายดูสนิทกัน

Baekhyun : ดูเหมือนแบบนั้นเหรอ?

Oliver : มีอะไรที่ฉันควรรู้ไหม?

Baekhyun : จะสอบประวัติลูกน้องรึไง

Oliver : ใช้สิทธิ์หัวหน้าหน่อยมันจะเป็นไรไป

Oliver : ว่าไง

Oliver : สนิทกันขั้นไหน

Baekhyun : ข้ามมาคำถามนี้เลยนะ

Oliver : ฉันว่าฉันรู้จักนายดีแบค

Oliver : มันไม่ธรรมดา

Read

Baekhyun : แน่ใจเหรอ

Oliver : ?

Baekhyun : อาจจะมีคนรู้จักฉันดีกว่านายก็ได้

 

 

 

 

Chanyeol Prosky

& Baekhyun Bradly

 

 

 

 

เที่ยงคืนกว่า .. ที่เจ้าของห้องอย่างแบคฮยอนเกาะกรอบประตูเอาไว้อย่างเหนื่อยหน่าย

เขาเพลียและกำลังจะเคลิ้มหลับ คาดว่าวันนี้คงหลับฝันดีแน่ แต่ดันสะดุ้งตื่นเพราะโดนคนบ้ากดเรียกเหมือนโลกกำลังจะแตกซะก่อน

 

“มีอะไร?”

 

“ผมว่าสำนวนที่พวกคุณร่างส่งวันนี้มันประหลาดไปหน่อย”

“เผื่อคุณลืมว่าผมเลิกงานแล้ว”

“...”

“อีกอย่าง”

“...”

“ในโลกไม่มีใครประหลาดเท่าคุณอีกแล้วล่ะ”

 

แม้มีร่องรอยเหนื่อยล้าปรากฏอยู่บ้าง แต่แขกไม่ได้รับเชิญก็ยังคงหล่อเหลาไม่เปลี่ยน สิบแปดชั่วโมงในนั้นทำอะไรมนุษย์บ้างานคนนี้ไม่ได้เลยรึไงกัน

 

“มารยาทน่ะ โอ้พรอสกี้!

 

แบคฮยอนค้อนเสียงหลงเมื่อแขกผู้ย้อนแย้งอาศัยจังหวะเผลอลอดเข้าไปในห้อง อุกอาจขนาดถอดรองเท้าเก็บบนชั้นส่วนตัว และดูเหมือนห้ามไปก็เท่านั้น สุดท้ายก็ต้องปิดประตูก่อนจะเดินตามคนหน้าด้านเข้ามาอย่างไม่เต็มใจนัก

 

คนตัวสูงถอดสูทและวางข้าวของลงยังเคาน์เตอร์กลางห้องช้าๆ ทีละอย่างตามประสาคุณชายเจ้าระเบียบ ชำนาญแม้กระทั่งการหยิบแก้วออกมารินไวน์ต่อหน้าต่อตาเจ้าของของมัน

 

“ไวน์แรงบ่มปี1981” เขายกขึ้นจิบแล้วคลี่ยิ้มเหมือนคนชนะสงครามโลก “ยุคแห่งการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์”

 

แต่ที่จริง .. เหมือนคนเมากาวซะมากกว่า

 

“วางลง แล้วจะไปไหนก็ไป”

 

“พูดถึงเรื่องสำนวน”

 

แบคฮยอนกลอกตา

ชานยอลก็ยังคงเป็นไอ้บ้าที่พยายามจะกลับเข้าเรื่องห่าเหวในหัว ทั้งที่ไม่รู้ว่าความจริงตั้งใจจะมาทำอะไรกันแน่

 

“มันทำไม” ตามน้ำไปก่อน เจ้าของห้องทิ้งตัวลงยังโซฟา เขาเปิดทีวีแล้วเปลี่ยนช่องไปเรื่อย คล้ายกับเลี่ยงการสนทนากลายๆ

 

“ถ้าผมดูไม่ผิด ตอนนี้คุณกำลังหงุดหงิดใจนะ”

 

ผิดซะที่ไหนสุดท้ายคนประสาทก็เปลี่ยนเรื่องอีกจนได้

ชานยอลวางแก้วไวน์ แล้วนั่งลงข้างกัน

 

“นั่นเพราะตอนนี้เป็นเวลาพักผ่อน แล้วผมก็กำลังจะนอน”

 

“คุณหวงไวน์ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

 

“ให้ตายเถอะ”

 

แบคฮยอนถูกจ้องหน้า .. แม้จะจากด้านข้าง แต่ก็สัมผัสได้ว่าเป็นสายตาที่อ่านยากเอาเรื่อง

 

“แล้วเมื่อกี้คุณก็ขึ้นเสียงครั้งแรกของวันด้วย”

 

“ชานยอล” แบคฮยอนชักจะหมดความอดทน ตอนนี้เขาทั้งเหนื่อยและเพลีย ไม่มีแรงมาต่อกรกับคนบ้านักหรอก “หมดธุระของคุณรึยัง?”

 

ทว่าชานยอลกลับชะงักค้างเหมือนคนสติหลุดแทน

ไม่ได้อึ้งที่โดนไล่ เรื่องนั้นชานยอลด้านพอตัว แต่เพราะกำลังช็อกที่ถูกเรียกชื่อจริง ซึ่งเขาไม่ยอมให้ใครเรียกมาก่อน และก็ไม่เคยอนุญาตให้คนตรงหน้าเรียกด้วย!

 

“คุณกำลังละเมิดสิทธิมนุษยชนของผม”

 

“ซีเรียสไหม?” คนตัวเล็กหันไปเลิกคิ้วถามอย่างไม่จริงจังนัก “คุณนี่มันจอมไร้สาระจริงๆ”

 

“เรื่องฮิวเมนไรท์ไม่เคยไร้สาระหรอกคุณเจ้าหน้าที่แบรดลีย์

 

“รู้จักชื่อกันแล้วรึไง?”

 

“ผมรู้มากกว่านั้นอีก”

 

“อะไรบ้างล่ะ?” อยากรู้เหมือนกันว่าจะบ้าจี้ตอบแค่ไหน แต่พอเห็นชายหนุ่มตัวโตเสยผมก่อนพับแขนเสื้อขึ้นทีละข้าง อีกทั้งสายตาเรียวที่กำลังจริงจังนั่นอีก แบคฮยอนก็ไม่รู้ว่าเขาคิดผิดหรือเปล่าที่ถามออกไป

 

“คุณชื่อ แบคฮยอน แบรดลีย์ เกิดที่ไมอามี เป็นลูกคนโต เป็นลูกคนเดียว พ่อกับแม่แยกทางกัน จบโทจากชิคาโก้ ต้องบอกรหัสประจำตัวด้วยไหม?”

 

“เรื่องแบบนั้นหัวหน้าผมก็รู้”

 

“ยังมีอีก” ชานยอลคลายเนกไท ก่อนจะถอดแว่นตาออก เขาวาดแขนขึ้นพาดบนพนักโซฟาคล้ายกับโอบเจ้าของห้องเอาไว้ “ใช่ คุณเกลียดพ่อ คุณฟาดหัวเขาไปทีนึงจนสลบ แล้วพาแม่หนีออกมา”

 

“ถ้าย้อนกลับไปแล้วเห็นแม่นอนแขนหักอยู่ ผมก็จะทำอีก”

 

“คุณเลยชอบใช้ความรุนแรงมาตั้งแต่ตอนนั้นสินะ”

 

“หยาบคายซะจริง พอได้รึยัง”

 

ชานยอลยกมุมปากเล็กน้อยเมื่อแกล้งแหย่เจ้าของห้องได้สำเร็จ

 

มีอีกหลายเรื่องที่เขารู้ อย่างเช่น แบคฮยอนเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ถูกคัดให้ทดลองงานกับซีไอเอ เคยผ่านมิชชั่นแอลจีเรีย และกลับมาทำงานให้รัฐบาลอีกครั้งอย่างเช่นทุกวันนี้

 

เห็นตัวเล็ก หน้าตาน่าจิ้มลิ้มแบบนั้น ผ่านอะไรมามากเชียวล่ะ

 

ผิดกับชานยอลที่ถึงจะตัวใหญ่มากกว่าเพราะชอบเข้ายิม มีกล้ามน่ามอง แต่ไม่เคยผ่านมรภูมิอะไรเลยสักอย่าง

 

นอกจากเหตุผลที่ว่าเขาหวงตัวเข้าขั้นโรคจิตแล้ว ก็คงเพราะชอบการเมืองมากกว่าสิ่งอื่น

 

ครอบครัวพรอสกี้กว่าครึ่งอยู่ทำเนียบขาว ส่วนอีกครึ่งซุกตัวอยู่เพนตากอน เขามีปริญญาเอกที่นิวยอร์กสองใบ เคยลงเป็นสมาชิกวุฒิสภา เข้าแคมเปญกับประธานาธิบดีคนก่อนและปัจจุบัน เคยเป็นที่ปรึกษาให้ฮิลลารี และตอนนี้ก็ลอยตัวเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองมาปีกว่าแล้ว

 

“คุณไม่ชอบบรั่นดี” มนุษย์ประหลาดยังคงพูดต่อ ไม่คิดจะปฏิเสธแม้เจ้าของห้องจะเอนหัวซบท่อนแขนของตนแล้วหลับตาลงไปเสียดื้อๆ

 

“แต่คุณชอบ”

 

ทว่าปากบางนั่นก็ยังพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาให้เขาได้ยิน

 

“คุณชอบไวน์”

 

“ส่วนคุณชอบขโมยไวน์ของผม”

 

ชานยอลยกไหล่ ก็ไวน์ที่นี่อร่อย แถมยังฟรี เขาไม่ปฏิเสธหรอก

 

“เรื่องสำนวน--

 

“คุณไม่ชอบให้ผมจับ”

 

“อะไร?”

 

“คุณไม่ชอบให้ผมจับ” ชานยอลย้ำ ก่อนใช้นิ้วชี้ไปยังหน้าอกอีกฝ่ายภายใต้เชิ้ตขาว ชี้วนไปเวียนมาโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัส “คุณไม่ชอบให้บีบด้วย”

 

“พูดอะไรของคุณเนี่ย” แบคฮยอนลืมตาขึ้นอย่างสงสัย แล้วก็ไม่อยากจะเชื่อ .. เขาเห็นชานยอลทำสีหน้าคล้ายกับรังเกียจกันนักหนา เป็นบ้าอะไรอีกเอ่ย

 

“ก็ตอนที่ผมทำ”

 

“...”

 

“คุณร้อง”

 

“...”

 

“เหมือนทรมาน”

 

“...”

 

“คุณเจ็บเหรอ หรือว่าคุณไม่ชอบ”

 

โอ้

ให้ตาย

ไอ้มนุษย์บ้าตรรกะ

 

คิดแบบนั้นจริงดิ?

 

“กลับไปได้แล้ว” พอกันที แบคฮยอนหมดอารมณ์คุยอย่างถาวร เขาลุกขึ้นปัดมือไล่ผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองออกจากห้องเหมือนหมูเหมือนหมา

 

ความจริงอยากจะชกหน้าสักหมัด จะได้เลิกทำตัวราวกับหลุดออกมาจากโรงพยาบาลบ้าแบบนี้สักที

 

แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างนั้น

เพราะเมื่อคนตัวเล็กจะก้าวขาหนี .. ก็ถูกอีกคนใช้นิ้วเท้ายกขึ้นหนีบชายเสื้อไว้ซะก่อน .. แถมยังแน่นมากซะด้วย

 

โคตรจะทุเรศ

 

“ชานยอล”

“ผมฟ้องคุณแน่ถ้าเรียกชื่อจริงผมอีก”

“เอาเท้าลงไป”

“นี่เท้าของผม”

“แต่นี่เสื้อของผม”

“ผิดแล้ว มันคือเท้าของผม”

“แต่เท้าของคุณมันหนีบอยู่บนเสื้อของผม”

“ฮิวเมนไรท์รู้จักไหมเจ้าหน้าที่แบรดลีย์

 

นี่มันนรกอะไรวะเนี่ย

 

“ถ้าไม่ปล่อย คุณเจ็บตัวแน่”

 

แบคฮยอนไม่ได้ขู่ เพราะตอนนี้ฟางเส้นสุดท้ายแล้วจริงๆ

 

แม้หน้าตาจะยังตีมึนว่าไม่หวั่นแค่ไหน แต่บอกเลยว่าในใจชานยอลแกว่งไปแล้วเกินครึ่ง

ถึงเขาจะตัวใหญ่และดูเหมือนแรงเยอะกว่า แต่เชื่อเถอะว่าถ้าหากเจ้าหน้าที่เอฟบีไอตัวเล็กคนนี้ได้ทุ่มก็คือใส่ไม่ยั้ง ประเภทที่ว่าดุกว่าล็อตไวเลอร์

 

ยิ่งตอนใส่กุญแจมือนะ .. แขนแทบหัก

 

ก็เพราะความประทับใจแรกที่เจอกัน เขาเคยโดนมาแล้ว .. ทั้งหมด

ตอนนี้ .. ก็เลยต้องยอมปล่อยเท้าลงช้าๆ แต่โดยดีนั่นเอง

 

“คุณหวงไวน์จริงๆ ด้วย”

 

“หุบปากไปเลย” แบคฮยอนหลุบตามองคนที่ยังคงนั่งอยู่บนโซฟาด้วยอาการระอา

 

ชานยอลเป็นอัจฉริยะที่สามารถจัดการกับงานได้เฉียบขาดแทบทุกเรื่อง

แต่พอเป็นเรื่องส่วนตัว ..กลับห่วยแตกเกินมนุษย์โลก

 

คนตัวโตตัดสินใจใช้ก้านนิ้วเกี่ยวเข้าที่อุ้งมืออีกคนแล้วรั้งให้ขยับเข้ามาใกล้กัน สีหน้าของแบคฮยอนกรุ่นนิดหน่อย นัยน์ตาดำขลับแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย แถมแก้มยังป่องขึ้นอย่างคุมไม่อยู่ แต่เขาไม่ขอโทษหรอก การที่ได้เห็น แบคฮยอน แบลดลีย์ คนใจเย็นแสดงอารมณ์ด้านลบออกมาน่ะ สนุกจะตาย

 

แล้วก็น่ารักดีเหมือนกัน

 

มนุษย์ประหลาดไล้นิ้วบนฝ่ามือเจ้าของห้อง ไม่มีเหตุผลเลย ตามทฤษฎีแล้วผิวหนังมนุษย์หากผ่านการใช้งานมาอย่างหนักก็จะต้องหยาบกร้านไปตามเวลาบ้าง แต่นี่อะไรกัน มันนุ่มเกินไป

 

นุ่ม .. เหมือนทุกครั้งที่เขาจับ

 

“ผมแค่ต้องการแก้ไข ผมทำให้ความล้มเหลวเป็นผลดีได้” ชานยอลพูดพลางหยุดคิด “ว้าว มันน่าจะเป็นคำขวัญของทำเนียบขาว ผมต้องจดเอาไว้หน่อย”

 

ไอ้สารเลว

 

กำลังจะดีอยู่แล้วเชียว แบคฮยอนเกือบชกคนบ้างานให้ล้ม ถ้าไม่ติดว่าจู่ๆ ชานยอลก็รั้งตัวเขาเข้าไปกอดอย่างไม่บอกไม่กล่าวซะอย่างนั้น

 

“...”

 

ท่อนแขนแกร่งหนีบตัวเขาเอาไว้เหมือนปูยักษ์ ส่วนใบหน้าหล่อก็ซุกลงยังหน้าท้องราบ ..

 

เรียกได้ว่ากอดซะจม

 

หายใจออกไหมน่ะ

 

“ทำอะไร?”

“สำรวจ”

“...”

“กลิ่น”

“...”

“ไม่พีชแล้ว”

“..ก็คุณบอกว่ามันอับ”

“กลิ่นนี้หอม”

“..น้ำยาปรับผ้านุ่มธรรมดา”

“ดีมากเจ้าหน้าที่แบรดลีย์

 

มันไม่ได้อ่อนโยนเลยสักนิด กลับกันออกจะตลกเกินไปด้วยซ้ำ

คุณชายตัวโตที่กำลังถูจมูกไปกับเสื้อเชิ้ตของเขาน่ะ เหมือนเด็กเอาแต่ใจไม่มีผิด

 

 

ไม่ได้เมาหรอก แต่จบที่เตียงได้ยังไง ฉันเองก็จำไม่ได้เหมือนกัน

ปีกว่าแล้วน่ะนะ?

ใช่ แต่มันก็ไม่ได้หวือหวาอะไร เขาค่อนข้างที่จะ .. เข้าใจยากนิดหน่อย

แล้วความสัมพันธ์แบบนี้มันดีแล้วรึไง?

ฉันไม่รู้หรอกโอลิเวอร์ เขาไม่เคยบอกว่าเราเป็นอะไรกัน ส่วนฉันก็ไม่ได้ต้องการด้วย

แต่เขาอาจจะต้องการก็ได้

...ไม่จริงน่า

แค่พูดมันออกมาไม่เป็นเท่านั้นแหละ

งั้นเหรอ

แบบภาษามนุษย์โลกน่ะ

 

 

“ผมแค่ต้องหาคำตอบ” ชานยอลเงยหน้าขึ้นพูด เขาเอาคางเกยไว้กับหน้าท้องอีกคน “ว่าทำไมคุณถึงร้องแบบนั้น”

 

“แบบไหน”

 

“แบบทรมาน”

 

“นี่ถามจริงๆ ใช่ไหม”

 

“จริงสิ คุณเจ็บใช่ไหม?”

 

โอเค เขาพอจะเข้าใจแล้วว่าชานยอลไม่ได้กวนประสาท

 

แบคฮยอนรู้สึกว่าตัวเองเหมือนมนุษย์ไบโพล่าเข้าไปทุกวัน เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวไม่พอใจ เดี๋ยวโกรธ ส่วนตอนนี้เขาก็หัวเราะออกมาซะลั่น ยิ่งชานยอลขมวดคิ้วถามย้ำอีกครั้ง เขาก็ยิ่งหัวเราะไม่หยุด

 

ชกหน้าจริงๆ ซะดีไหม

น่าหมั่นไส้ชะมัด

 

“คุณหยุดหัวเราะเถอะมันน่าเกลียด” เสียงทุ้มหงุดหงิดขึ้นเมื่อแบคฮยอนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

 

สำหรับคุณชายพรอสกี้ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องจริงจัง นั่นก็เพราะน้อยครั้งที่เพอร์เฟ็คชั่นนิสต์อย่างเขาจะผิดพลาด และเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ฝังใจเขาอยู่ไม่น้อย

 

ใช่ มันเพิ่งจะผ่านไปไม่กี่วัน

และเขาต้องแก้ไขมันให้เร็วที่สุด

 

“โอเค โอเค” แบคฮยอนเช็ดน้ำตา แต่ก็ไม่วายเงยหน้ากลั้นขำอีกรอบ

 

“มันตลกตรงไหน”

 

“ตรงที่คุณไม่รู้ว่าผมเสียวน่ะสิ”

 

“...”

 

“จุดอ่อนเลยแหละ”

 

ใบหน้าหล่อยังคงน่ามองเช่นเคย ทว่าใบหูกลับแดงขึ้นเสียจนแบคฮยอนยกยิ้มเอ็นดู

 

พวกเขาลึกซึ้งกันจริง แต่พอมานึกดูแล้วก็แทบจะนับครั้งได้

ถึงจะบอกว่าชานยอลเป็นมนุษย์บ้างาน แต่แบคฮยอนเองก็ใช่ย่อยเมื่อไหร่ ถ้าไม่นับเวลางานที่เจอกันค่อนข้างบ่อย หมายถึงต่อปากต่อคำเหมือนคนไม่ลงรอย ก็คงต้องพึ่งความบังเอิญ หรือไม่ก็เซนส์ของชานยอลอย่างเช่นวันนี้ .. ที่จะได้อยู่กันสองต่อสอง

 

อย่างที่รู้กัน ชานยอลไม่ใช่มนุษย์ปกติ เป็นประเภทที่หาความอ่อนโยนได้ยากเสียยิ่งกว่าอะไร เพราะฉะนั้นการเล้าโลมจึงไม่ใช่ทาง ส่วนแบคฮยอนก็ตามฉบับคนไม่เรื่องมาก ครั้งแรกของเรามีเพียงจุดหมายเป็นที่ตั้ง แทบไม่ได้มองความสวยงามระหว่างนั้นเลยสักนิด โหมอารมณ์ใส่กันเหมือนอดอยาก แปลกใจไม่น้อยที่มีครั้งต่อมา และถึงดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่ชานยอลจะยุ่งย่ามกับร่างกายของเขามากเท่าครั้งก่อน

 

เจ้าของห้องย่อตัวลงจับใบความแดงเหล่านั้นเอาไว้ทั้งสองข้าง ดวงตากลมโตของคนปากหนักทำทีตื่นกลัวให้เขาได้หลุดขำ แบคฮยอนจุ๊บลงยังริมฝีปากอิ่มอย่างไม่ยอมให้อีกคนตั้งตัว .. แล้วก็ตามคาด เขาได้รับสีหน้ารำคาญกลับคืนมา แต่เรื่องที่คิดเผื่อเอาไว้ว่าคงโดนปัดมือออก .. ดันผิดแผนไปหน่อย

 

เพราะได้จูบจากคนบ้ากลับมาแทนซะงั้น

จูบชนิดที่ดีกว่าครั้งไหนๆ

 

ผมทำให้ความล้มเหลวเป็นผลดีได้

 

ก็อาจจะจริง

 

แล้วก็ ..

 

“ผมรู้จุดอ่อนของคุณแล้วเจ้าหน้าที่แบรดลีย์

 

คงไม่ได้นอนหรอกคืนนี้

หมายถึง เราทั้งคู่

 

 

แล้วนายไม่ชอบเขาบ้างเหรอ?

...

ว่าไง?

บอกตอนไหนว่าไม่ชอบ

โอ้โหเจ้าหน้าที่

เอ็นดูจนจะไม่ไหวอยู่แล้ว

 

 

 

Political Director

& FBI Agent

 

 

 

 

“ไม่”

“...”

“ผมไม่คุยกับเขา”

“...”

“เด็ดขาด”

 

“ทำไมเขาไม่คุยกับนายอีกแล้ว?” โอลิเวอร์หันมากะซิบถามลูกน้องที่ยืนหน้าตายอยู่ข้างตัวอย่างนึกสงสัยอีกครั้ง “มันไม่ได้ดีขึ้นเลยรึไง ความสัมพันธ์น่ะ”

 

แบคฮยอนยกยิ้มตอบ

 

 

ถึงผมจะชอบคุณ

ตกใจหมด ทำไมจู่ๆ ถึงพูดขึ้นมา

แต่เวลางานผมจะไม่อ่อนข้อให้คุณหรอกนะ

อ้อเหรอ

เตรียมใจไว้เลย

 

 

“ขอโทษที”

“…”

“แต่ผมเป็นคนรับผิดชอบคดีนี้”

“…”

“และถ้าคุณไม่อยากคุย”

“…”

“มันก็ไม่ใช่ปัญหาของผม”

 

แบคฮยอนไม่สนหรอก

แล้วเขาก็จะไม่แพ้ด้วย

 

“เรื่องนี้ผมไม่มีจุดอ่อนหรอกนะคุณพรอสกี้”

 

 

 

END

 

 

#ฟชานแบค

อย่าถือสาคนบ้าเลยนะคะ แต่งเพราะอยากเลือกตั้งค่ะ ล้อเล่น 55555

เราแปลงเรื่องนี้เป็น 2 คู่ มีชานแบคกับมินซอน เป็นคู่ที่เรารักและคิดว่าเหมาะกับคาแรคเตอร์ดี

ขอบคุณที่รอเราเสมอ จิตใจก็ดีขึ้นค่ะ แต่งบรรยายได้บ้างแล้ว

ชอบก็บอกกันได้นะคะ ไม่ชอบก็ขอบคุณที่อ่านคับ

 

             
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 227 ครั้ง

245 ความคิดเห็น

  1. #242 bhjlo (@NamNicharee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 15:37
    ชอบอ่ะน่ารักมากๆเลย น่ารักแบบซึนๆอีกคนก็ทันกัน ชอบบบบบ
    #242
    0
  2. #236 chamanowww (@chamanowww) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 10:47
    คุณพรอสกี้น่ารักและน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกันเลย555555 ภาษาสวยมากเลยค่ะ
    #236
    0
  3. #233 sunshinyi19 (@sunshinyi19) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 13:41
    ชอบจัง5555
    #233
    0
  4. #206 stamcheeva (@Stamcheeva) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 12:21
    โอยยยยย น่ารักมาก อยากหอมหัว
    #206
    0
  5. #204 Papang Pang (@parkbaekpang) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 10:39
    แงงงดีใจมากกกที่พี่ชิกลับมาแต่งให้อ่านอีก คิดถึงอยู่เสมอเลย ดีใจมากจริงๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วเรื่องนี้ก็ชอบอีกแล้ว รักเลยยย
    #204
    0
  6. #201 Mr.B_toey (@toeyy19) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 01:13
    อ่านแล้วโครตคิดถึงโฮส์มเลยตอนมาที่เกิดเหตุ5555
    #201
    0
  7. #200 Mr.B_toey (@toeyy19) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 01:11
    โอยยชอบบบ แซ่บบ
    #200
    0
  8. #198 ahciin (@littlegirls43) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 01:07
    คอมเมดี้จริงๆค่ะ5555
    #198
    0
  9. #191 lomarday (@tobokki) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 02:47
    คิดถึงพี่ชิมากๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ ส่วนตัวชอบพล็อตและภาษาการบรรยายแนวนี้มากๆ มันเหมือนนิยายแปลเลยค่ะแง ดีมากๆเลย ;-;
    #191
    0
  10. #190 PASSP13 (@PASSP13) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 00:22
    ชอบอ่ะ มีดูแปลกใหม่แต่น่ารักมากๆ ชานยอบคนบ้า คนเด้อ555555555555
    #190
    0
  11. #186 MINE_XO (@mine_xo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 17:26
    กรี๊ดดดดดดดดดด

    คิดถึงสำนวนพี่ชิตลอดไป ได้กลับมาอ่านเเล้วมันจั๊กจี้หัวใจมากค่ะ รักมากๆ เป็นปลื้มทุกครั้งที่ได้อ่านเลย ชอบคาเเรคเตอร์ของทั้งคู่ด้วย กลิ่นไอฝรั่งเสมออินเตอร์ที่สุด 😭
    #186
    0
  12. #181 fboomxbyun (@baumwolle19) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 10:21
    ปิดชื่อผู้แต่งไว้ ก็จะเดาได้เลยค่ะว่าเป็นพี่ชิ เอกลักษณ์มากก
    #181
    0
  13. #173 MiaChan27_ (@MiaChan27_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 18:21
    ภาษาดีมาก คิดถึงฟิคพี่ชิมากๆเลยยยยย แงงง
    #173
    0
  14. #167 oom3456789 (@oom3456789) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 03:38
    ก่อนอื่นเลยคือภาษาดีมากกกก ใช้ภาษาแบบพูดไม่ถูกอ่ะ ให้ฟีลเหมือนนิยายฝรั่ง ภาพในหัวเราแล่นเป็นช็อตๆตามที่บรรยายเลย แล้วบรรยากาศในเรื่องก็คืออยู่เมกาอีก เข้ากันมากกก ชอบค่ะ!!
    #167
    0
  15. #150 หัวห๊อมหอม (@chomcan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 19:53
    เอ็นดูคุณพรอสกี้จังเลยค่ะ ถึงเรื่องงานคุณเขาจะเก่ง แต่เรื่องอื่นๆนี่เขาเด็กน้อยมากเลยค่ะ มีความเขินหูแดงด้วย น่ารักกกกกกก
    #150
    0
  16. #144 -sassybbh- (@puttichacba) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 18:35
    โอ้โหหหห แงงงงงงง หนูโหดหาฟิคแบบนี้มากนานมากค่ะพี่ชิ รักพี่ชิมากๆๆๆๆ แงงงง การบรรยาย ทุกอย่าง แงงง ชอบมากๆๆๆๆ ชอบความเป็นเอฟบีไอต่างๆด้วยย ฮืออ น่ารักๆๆๆๆ เอ็นดูคุณชานยอลเขานะคะ
    #144
    0
  17. #114 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:52
    สำนวนภาษายังเป็นพี่ชิเหมือนเดิมเลย ชอบมาก ๆ แง้
    #114
    0
  18. #112 ppeii (@byunpay) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:21
    ชอบมากเลยฮือออ
    #112
    0
  19. #111 ตามลำบากเลย (@wuyuejie) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:45
    โง้ยยยย ชอบมากๆเลยค่ะ คิดถึงพี่ชิมากๆ คิดถึงสำนวนของพี่มากๆๆๆๆๆ ดีใจที่กลับมาอัพฟิคอีกนะคะ😍😍😍😍
    #111
    0
  20. #108 parkxbyun (@oohsenoey) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:46
    ชอบๆๆ ชานยอลประหลาดมากแต่น่าเอ็นดู555555
    #108
    0
  21. #107 irene.adler (@gift_sudlert) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:35
    น่ารักมากกกกกก อุแง
    #107
    0
  22. #106 annelf10783 (@annelf10783) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:56
    ตลกชานยอล5555555 เป็นเรื่องที่น่ารักมากๆ มันดูแปลกๆบ้าๆแต่น่าเอ็นดู
    #106
    0
  23. #105 ก้า. (@luca-gomis) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:46
    ดีเว่อรรรรร
    #105
    0
  24. #104 iwannascreamallthetime (@__ttlewt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:06
    คิดถึงพี่ชิมากๆค่ะฮืออออออออ คิดถึงการเดาเรื่องไม่ได้แบบนี้5555555 ขำคุณพรอสกี้มากโคตรจะมนุษย์ดาวอังคาร(แบบไม่ใช่มนุษย์โลกอะค่ะ5555555) คุณแบรดลีย์เอ็นดูจ๊น ชอบคาแรคเตอร์ของทั้งสองคนมากๆค่ะะะะ
    #104
    0
  25. #103 t-t-thn (@thn-56) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:27
    ชอบเนื้อเรื่องแนวนี้มากๆๆๆๆ ขอบคุณนะคะ
    #103
    0