Between us...รักข้างเดียว [Yaoi]

ตอนที่ 5 : 5th Step แพ้ทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,024
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 119 ครั้ง
    26 เม.ย. 61

5th Step

แพ้ทาง

[ Leng ]




ทั้งที่คิดว่าจะถูกหนุ่มสี่ตาที่คืนนี้ไม่ได้ใส่แว่นลงโทษด้วยความฟิน แต่เพราะมันมีธุระด่วนออกไปข้างนอกกะทันหัน คราวนี้ผมถึงรอดตัวไปอย่างน่าเสียดาย และด้วยความเพลียจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ผ่านมา พอผมอาบน้ำเสร็จ ก็เผลอหลับไปโดยที่ไม่รู้ตัว ก่อนที่ผมจะตื่นขึ้นมาอีกทีจากแรงถีบของคนที่นอนอยู่ข้างกัน

 "ไสหัวไปได้แล้ว"

ผมงัวเงียลืมตาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่เพราะเท้าที่ดันก้นของผมให้ออกจากเตียงอย่างแข็งขัน ทำให้คนขี้เซาอย่างผมลุกไปอาบน้ำอย่างจำใจ และเมื่อออกมาจากห้องน้ำ ไอ้อิงก็เขวี้ยงเสื้อผ้าของมันชุดหนึ่งมาให้อย่างพวกไร้อารยธรรม

 ไอ้เหี้ยเอ๊ยคิดจะสั่งสอนคนอื่น ก็หัดอบรมมารยาทตัวเองบ้างเถอะ!

ผมก็ได้แต่บ่นอยู่ในใจ แล้วใส่เสื้อผ้าของมัน ก่อนจะมองเจ้าของห้องที่ตอนนี้กลับไปจำศีลกับกองผ้าห่มบนเตียงอีกรอบ

อะไรวะทำไมมึงนอนต่อได้ แต่กูนอนต่อไม่ได้?

"เฮ้ยตื่นดิ"

ผมเดินไปดึงผ้าห่มของมันออก ก่อนจะลากคนที่นอนสบายออกจากเตียง ใบหน้าหล่อที่ยับเยินจากการนอนมองผมด้วยความไม่พอใจ

"ยุ่งไรวะ กูจะนอน"

"กูตื่น มึงก็ต้องตื่น อย่ามาเอาเปรียบ"

"น่ารำคาญว่ะ วันนี้กูว่าง ส่วนมึงมีเรียนไม่ใช่หรือไงวะ แม่ง!"

ผมมองไอ้อิงด้วยความแปลกใจและสงสัย ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะรู้ประวัติของผมดีเกินคาด ขนาดผมเองยังจำตารางชีวิตของตัวเองไม่ค่อยได้เลยครับ

"มึงว่างก็ไปส่งหน่อย"

ไอ้อิงทำหน้ายุ่งใส่ แต่ก็ยังฝืนแรงเกาะเตียงแน่นเป็นตุ๊กแก ผมก็เลยต้องเริ่มงัดกลยุทธ์ขั้นต่อไป

 "นะครับพี่อิง ไปส่งหน่อย"

งานนี้ถ้าใช้ไม้แข็งไม่ได้ ก็ต้องลองใช้ไม้อ่อนดู ไม่ว่ายังไงก็ต้องขัดขวางการนอนของมันให้ได้ ผมไม่ได้มีจุดประสงค์อะไร นอกจากความสะใจครับ

ผมทำหน้าอ้อนแบบที่ไม่รู้เหมือนกันว่า อีกฝ่ายจะมองแล้วเป็นยังไง ไอ้อิงทำเสียงไม่พอใจ แต่ก็ยอมลุกออกมาจากเตียงในที่สุด

 "หึ!"

ไอ้อิงแค่นยิ้มตรงมุมปาก ก่อนจะเข้ามาบีบหน้าของผมแรงๆ ทีหนึ่ง แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ผมก็ได้แต่นวดหน้าของตัวเองคลายความเจ็บไปครับ ผมว่ามันต้องซาดิสม์อ่อนๆ แน่

ผมรอมันอาบน้ำแต่งตัวอยู่ไม่นาน เราสองคนก็เดินออกมาจากห้อง ผมมองไอ้อิงที่ใส่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์เหมือนเคย แล้วนึกแผนการบางอย่างขึ้นมาในใจ

"ไปคอนโดกูก่อน แล้วค่อยไปมอ"

"เออ"

ผมส่งกุญแจของน้องแฟร์รี่ไปให้ มันก็บ่นเหมือนตาแก่อีกนิดหน่อย แล้วทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้ผมแต่โดยดี

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . .|

ท้องถนนในช่วงเร่งด่วนค่อนข้างติดขัด แต่คนอารมณ์ร้อนอย่างไอ้อิงก็ไม่ได้มีท่าทีหงุดหงิดอะไร ก่อนที่มันจะขับรถไปถึงคอนโดของผมตอนเกือบเก้าโมง

"เข้ามารอในห้องดิ"

ไอ้อิงไม่ได้ตอบรับอะไร แตาก็ยอมลงมาจากรถ ก่อนที่เราสองคนจะเดินไปที่ลิฟต์ด้วยกัน ทันทีที่ผมแตะคีย์การ์ดใช้งานลิฟต์เสร็จ ผมก็หยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมา

"พี่อิงกดชั้นด้วย ขอดูโทรศัพท์ก่อน"

"เยอะนะมึง"

ไอ้อิงบ่น แต่ก็ทำตามที่ผมบอก ผมก็ลอบมองคนที่ยืนหลังตรงมองตัวเลขของชั้นที่เพิ่มขึ้นแบบไม่สนใจใคร

นอกจากไอ้อิงจะรู้ที่อยู่ของผมแล้ว อีกฝ่ายก็ยังรู้ชั้นที่ผมอยู่ด้วย แบบนี้มันก็คงรู้ว่า ผมอยู่ห้องไหนด้วยแน่เลยครับ

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ผมก็ชะลอฝีเท้าของตัวเอง แล้วปล่อยให้ไอ้อิงเดินนำไปอย่างแนบเนียน และเมื่อมันหยุดเท้า แล้วมองมาทางผมที่ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์มือถือ ใบหน้าที่นิ่งเฉยเหมือนรูปปั้นก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

"ถ้ามึงเดินล้มหน้าทิ่ม กูจะกระทืบซ้ำ"

"ก็มองทางอยู่"

ไอ้อิงสะบัดเสียงใส่ผมอีกรอบ ก่อนจะยืนรอผมเปิดประตูห้อง แล้วเดินตามเข้ามา ผมก็เก็บโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งส่งข้อความไปบอกโดดเรียนกับเพื่อนในกลุ่มใส่กระเป๋ากางเกงเหมือนเดิม

เรื่องเรียนช่างมันเถอะ ตอนนี้ผมสนใจเรื่องของคนตรงหน้ามากกว่า ผมอยากจะรู้ว่า มันรู้เรื่องส่วนตัวของผมมากแค่ไหน ทั้งที่ผมเพิ่งรู้จักมันเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน

ถ้ามันไม่เอาแต่ด่า แล้วพาลใช้อารมณ์กับผมอยู่เรื่อย ผมคงคิดว่า ไอ้อิงเป็นแฟนคลับของผมแน่เลยครับ

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

คอนโดของผมอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางกรุง มีการตกแต่งที่ทันสมัยและมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน แต่ผมก็ลดระดับความหรูหราด้วยข้าวของที่วางเกะกะอย่างไร้ระเบียบ ส่วนที่ดูดีที่สุดก็คงเป็นห้องครัวที่ไม่ได้ใช้งานอะไร นอกจากล้างแก้วหรือล้างจานในบางครั้ง ถึงอย่างนั้นผมก็จ้างแม่บ้านมาดูแลเรื่องความสะอาดและเสื้อผ้าทุกอาทิตย์นะครับ

 ไอ้อิงทำท่าทีเหมือนไม่ได้สนใจอะไร แต่ผมว่ามันกำลังเก็บข้อมูลครับ เพราะสายตาเรียบเฉยกวาดมองจนผมที่จับผิดอยู่สังเกตได้

 "เมื่อกี้เพื่อนเพิ่งส่งข้อความาบอกมว่ายกเลิกคลาสแล้ว"

ผมตอแหลใส่อย่างเป็นธรรมชาติ ไอ้อิงก็มองผมเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปนั่งลงตรงโซฟาที่ห้องนั่งเล่นแบบไม่ต้องมีใครเชิญ

ผมเดินเข้าห้องนอนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นของตัวเอง ส่วนชุดที่ใส่มาก็โยนใส่ในตะกร้ารอแม่บ้านเอาไปซักครับ หลังจากนั้นผมก็เดินออกมานั่งข้างแขกคนพิเศษ แล้วเริ่มแผนการขั้นต่อไปอย่างใจเย็น

"พี่อิง มึงเรียนที่เดียวกับกูเหรอ"

ผมไม่มั่นใจว่า ไอ้อิงจะตอบคำถามไหม แต่ถ้าอยากรู้เรื่องที่ต้องการ ก็ต้องเตรียมรับมือปากของมันครับ

"ก่อนจะถามอะไร มึงควรหาน้ำมาเสิร์ฟแขกที่อุตส่าห์ขับรถมาส่งมึงก่อนไม่ใช่หรือไง"

 โดนนิดหน่อย เล้งไม่เจ็บครับ ฮึ่ย!

 "ก็ไม่ใช่คนรับใช้เลยไม่รู้"

แต่จะให้อยู่เฉย ก็ไม่ได้หรอกครับ 

ไอ้อิงตาวาวขึ้นมาทันที ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่า มันกำลังจะกลายร่าง แต่ผมจะมาป๊อดตอนนี้ไม่ได้ ถึงแม้จะเจอกรงเล็บตะปบหรือโดนกัดจนจมเขี้ยว ผมจะต้องง้างปากหมาของมันให้คายสิ่งที่ผมต้องการออกมาให้ได้!

"ไอ้เล้ง!"

"เอาน้ำเย็นใช่เปล่า เดี๋ยวหยิบมาให้"

ผมไม่ได้กลัวมันหรอกนะครับ แต่การศึกบางครั้งก็ต้องรู้จักหลบหลีกเพื่อรอจังหวะที่เหมาะสมกว่า...เชื่อเถอะ!

"เสิร์ฟน้ำแล้ว จะตอบได้ยัง"

ไอ้อิงไม่ได้สนใจแก้วน้ำเย็นที่ผมไปยกมาให้ แต่ใช้สายตาคมกริบที่วันนี้มีแว่นกรอบโลหะประดับมองเหมือนกับกำลังประเมินท่าทีของผมอยู่

"มึงจะอยากรู้ไปทำไม สนใจกู?"

"ถ้าไม่สนใจ จะถามทำไม"

"หึถ้าอยากรู้นัก ก็หาคำตอบเอาเองดิ"

ปากเสียแล้วยังจะเล่นตัวอีก ถ้าไม่หล่อ กูไม่ทนหรอกนะเว้ย!

"พี่อิงบอกหน่อย วันหลังจะได้ไปหาเวลาอยากเจอไง"

ขั้นแรก...ก็งัดลูกอ้อนมาใช้ครับ เพราะดูเหมือนว่าพอจะได้ผลอยู่บ้าง เห็นได้จากผลลัพธ์ก่อนหน้านี้

"กูไม่อยากเจอมึง ไม่ต้องเสนอหน้ามาให้เสียสายตา"

ผมคำนวณไว้แล้วว่า มันจะต้องตอกกลับ แต่ไม่เป็นไรครับ ผมยังมีขั้นต่อไป นั่นคือการหลอกล่อให้คายความลับออกมา

"แล้วที่คณะมีผู้หญิงสวยๆ บ้างเปล่า"

"ไอ้เหี้ยนี่ต่อหน้ากูเลยนะ ถ้ากูเจอที่มอกู แต่ไม่ได้มาหากู มึงโดน!"

ไอ้อิงผลักผมจนหัวทิ่ม พร้อมกับมองมาอย่างคาดโทษ ผมก็ได้แต่เบ้หน้าใส่ แล้วมองคนตรงหน้าอย่างใช้ความคิด

สรุปว่าอยู่คนละมหาวิทยาลัยกัน แล้วมันมารู้จักผมได้ยังไงวะ...

"ก็พี่อิงไม่บอก ถ้ากูไปหาแต่ไม่เจอมึง แล้วดันจีบผู้หญิงแถวนั้นติด ก็ช่วยไม่ได้"

"ไอ้เล้ง!"

"ความผิดมึงนะพี่อิง"

ผมสบตากับไอ้อิงที่จ้องผมเขม็ง ก่อนที่ผมจะเลิกคิ้วขึ้นกวนเส้นประสาทเพื่อให้มันเผยความจริงออกมา

"กูอยู่เศรษฐศาสตร์ มอ A"

เหนื่อยกว่าจะได้แต่ละคำตอบ ต้องล่อหลอกอย่างกับป้อนข้าวเด็กเลยเว้ย!

เอาเป็นว่าตอนนี้ผมก็รู้เรื่องของมันบ้างแล้ว ที่เหลือก็แค่ถามเรื่องที่มันรู้เกี่ยวกับผมต่อครับ

"แล้วพี่อิงรู้จักกูได้ไง"

"ทำไมกูต้องตอบมึง น่ารำคาญ"

ผมมองไอ้อิงที่ทำหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์ออกมา ก่อนที่มันจะยกแก้วน้ำที่ถูกเพิกเฉยก่อนหน้านี้ขึ้นมาดื่มราวกับไม่อยากเสวนากับผมอีก แต่ผมก็ยังไม่ยอมแพ้หรอกครับ

"คงรู้จากเพื่อนคนนั้นใช่เปล่า ชื่อไรวะ"

"คนอย่างมึงไม่มีสิทธิ์พูดถึงเพื่อนกู!"

มันองค์ลงแล้ว!

ผมมองท่าทางจริงจังและสีหน้าไม่พอใจของไอ้อิงเล็กน้อย ก่อนจะทำหน้าไม่สนใจออกมา

"ตามใจ กูก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าใครเป็นใคร เอาไปงั้น ขี้เกียจจำ"

 "ไอ้เหี้ย!"

ผลั่วะ!

ไอ้อิงต่อยผมทันที ผมก็ชักสีหน้าออกมา พร้อมกับมองคนที่แสดงสีหน้าโกรธเคืองชัดเจน ถึงตอนนี้จะรู้สึกเจ็บ แต่ก็ต้องข่มอาการไว้ก่อนครับ 

"แต่ถ้าบอกว่าเป็นใคร กูจะไปขอโทษ"

"ไม่จำเป็นคนอย่างมึงไม่ต้องมายุ่งกับฝ้ายอีก!"

เอาล่ะครับ คราวนี้ก็ได้ชื่อของผู้หญิงที่เป็นผู้จุดชนวนความสัมพันธ์ของผมกับมันสักที ว่าแต่...ฝ้ายไหนวะผ้าฝ้ายปุยฝ้ายใยฝ้ายแต่ผมก็ไม่คุ้นสักฝ้ายอยู่ดี ถ้าพูดออกไปว่าไม่เคยได้ยินมาก่อน ผมคงโดนอีกหมัดแน่ ท่าทางจะเป็นคนสำคัญของมันด้วย ไม่อย่างนั้นคงไม่ฉุนขาดต่อยผมทันทีแบบนี้

หรือว่าจะเป็นเพื่อนที่มันแอบรักอยู่วะ?

น่าจะใช่...ถ้ามีใครพูดถึงมีนไม่ดี ผมก็คงจะโมโหอยู่เหมือนกัน

"ก็ได้ ต่อไปนี้จะไม่ยุ่งกับเพื่อนมึงอีก"

"ไม่ใช่แค่เพื่อนกู มึงต้องเลิกยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นด้วย"

"อะไรวะ ไม่เห็นเกี่ยว"

เรื่องเพื่อนของมัน ผมก็เข้าใจนะครับ แต่เรื่องที่ว่า ผมจะคบหรือนอนกับใครก็เป็นสิทธิ์ของผมไม่ใช่หรือไง

"ไอ้เล้งที่กูพูดมา มึงไม่สำนึกเลยใช่ไหม! มึงสนุกนักหรือไงที่เล่นตลกกับความรู้สึกของคนอื่น!"

ไอ้อิงตวาดผมเสียงดัง ผมก็ชักสีหน้าออกมา ก่อนจะเบือนหน้าหนีแบบไม่สนใจ

"อย่ามาโทษกู เรื่องแบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอกว่ะ"

"นี่มึง!"

ไอ้อิงเข้ามาบีบกรามของผมแน่น ก่อนจะส่งสีหน้าเหยียดหยามออกมาอย่างดูแคลน ผมขมวดคิ้วเพื่อข่มความเจ็บจากฝีมือของคนตรงหน้า

"มึงจำเอาไว้นะ ถ้ากูรู้ว่ามึงยังฟันผู้หญิงทิ้งเล่น กูจะเอามึงให้หมดสภาพจนไปเอากับใครไม่ได้อีก!"

ผมลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก น้ำเสียงเยือกเย็นและสายตาเอาจริงจนน่ากลัว ทำให้ผมนึกหวั่นใจว่า คิดผิดหรือเปล่า ที่จะเอาตัวเข้ามาเกี่ยวข้องกับคนแบบนี้ แต่ตอนนี้ผมก็ก้าวเข้ามาจนไม่สามารถถอยหลังได้แล้ว

ผมโดนหมายหัวเป็นที่เรียบร้อย

"เจ็บ"

"หึ!"

ไอ้อิงแค่นเสียงในลำคอ ก่อนจะปล่อยมือที่ทำหน้าที่ข่มขู่ผมด้วยกำลังจนปวดไปหมดออก ผมเบ้หน้าออกมา พลางมองคนตรงหน้าอย่างไม่พอใจ จริงอยู่ว่าผมเป็นคนไม่ดี อาจจะมีคนเกลียด คนไม่ชอบ แต่ก็ไม่เคยคิดว่า จะเจอใครมาคุมแบบนี้

ไอ้อิงถอนหายใจออกมาเหมือนต้องการลดอารมณ์ที่เดือดพล่านเมื่อครู่ให้เย็นลง มันมองผมนิ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นผลักหัวของผมเบาๆ เหมือนหยอกเล่น ท่าทีที่ผ่อนคลายลงของอีกฝ่าย ทำให้ผมหายใจคล่องขึ้น

"กูหิวแล้ว มึงไม่หิว?"

"หิว แต่เจ็บปาก"


"แล้วที่นี่มีอะไรบ้างหรือเปล่า"

"ไม่มี มึงลองไปดูเอาเองแล้วกัน"

ไอ้อิงไม่ได้ตอบรับอะไร นอกจากลุกขึ้นเดินไปทางห้องครัวอย่างไม่รีบร้อน ผมก็มองตาม พลางขบคิดกับตัวเองอยู่ในใจ

จะเอายังไงกับคนแบบนี้ต่อดีวะ...

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

"เอาคีย์การ์ดมา กูจะลงไปซื้อของข้างล่าง"

"เอาเงินด้วยเปล่า"

"ไอ้สัตว์ อย่ากวนตีนกู"

ก็แค่ถาม...

ผมตอบกลับมันในใจ พร้อมกับส่งสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการไปให้ ตอนนี้หมดอารมณ์ปะทะคารมที่อาจจะบานปลายเป็นการใช้กำลังแล้วครับ ถึงอย่างนั้นผมก็ยังมีสิ่งที่สงสัยอยู่

ผมมองไอ้อิงที่เดินพ้นจากประตูห้องออกไป ก่อนจะนอนเล่นบนโซฟา ความเจ็บที่ร้องบอกตรงมุมปากไม่ได้ทำให้ผมสนใจเท่าไหร่นัก บางทีผมอาจจะชินกับการโดนผู้หญิงตบมาหลายคน เรื่องแค่นี้ก็เลยไม่ได้หนักหนาอะไร

โดยรวมแล้ว...ผมก็รู้เรื่องบางส่วนที่สมควรรู้แล้ว ตอนนี้ก็เหลือแต่เรื่องที่มันรู้เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของผม

ผมไม่ได้ปิดบังเรื่องส่วนตัวหรอกนะครับ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้เรื่องของคนอื่นแบบนี้ ถ้าหากไม่ได้สนใจมากเป็นพิเศษ

ถ้าคิดอย่างพิจารณาอีกครั้ง คำว่า 'สนใจก็ไม่ได้มีความหมายในแง่ดีเสมอไป อาจจะสนใจเพราะ 'ชอบหรือ 'เกลียดก็ได้ แต่ผมว่าไอ้อิงคงเป็นอย่างหลังอยู่แล้ว มันคงหาประวัติและวางแผนมาก่อนจะลากผมไปอัดในคืนนั้น

"เฮ้อ..."

เมื่อเดือนก่อนผมยังลัลล้าอย่างสบายใจอยู่เลย แต่ตอนนี้เหมือนตัวเองกำลังอยู่ในกรงที่มองไม่เห็น

คิดถึงมีนว่ะ...

อยู่ดีๆ ผมก็คิดถึงเพื่อนสุดที่รักขึ้นมา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะชวนคุยอะไร สุดท้ายโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือ ก็ถูกวางไว้ที่โต๊ะรับแขกแทน

ผมหลับตาลง พร้อมกับปล่อยให้ความเงียบขัดเกลาจิตใจให้สงบ ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงเปิดประตูอีกครั้ง ไอ้อิงคงกลับมาแล้ว

ผมไม่ได้ลืมตาขึ้นมา เพราะตอนนี้อยากนอนอยู่นิ่งๆ มากกว่า ในขณะที่ผมกำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเอง ก็รู้สึกว่ามีใครอีกคนกำลังยืนมองอยู่ ผมก็เลยนึกสนุกทำเป็นนอนหลับเพื่อดูว่า อีกฝ่ายจะทำอะไร หวังว่ามันคงจะไม่ปลุกผมด้วยฝ่าเท้าอย่างเมื่อเช้าหรอกนะครับ

ผมก็นอนรออย่างแอบลุ้นไปด้วย ก่อนจะตัวแข็งขึ้นเล็กน้อย เมื่อความเย็นและความแสบตรงมุมปากก่อตัวขึ้น ผมนึกอยากลืมตามองใจจะขาด แต่ก็อดใจเอาไว้ สุดท้ายก็ทนไม่ไหวจนต้องแอบลืมตาขึ้นมานิดนึงครับ

ไอ้อิงกำลังทำแผลให้ผม

เพราะปรือตาขึ้นมาเล็กน้อย เลยเห็นภาพตรงหน้าไม่ค่อยชัด แต่ท่าทางอ่อนโยนและสีหน้าที่ดูตั้งใจแบบนั้น ทำให้ผมรู้สึกเหมือนเวลาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ผมจะรีบปิดเปลือกตาให้สนิท พร้อมกับรับรู้ถึงสิ่งรอบข้างได้อีกครั้ง เมื่อความอบอุ่นจากฝ่ามือใหญ่ลูบหัวของผมเบาๆ

ผมรู้สึกเกร็งจนหายใจติดขัด แต่ถ้าผมตื่นตอนนี้ สัมผัสที่ได้รับก็จะหายไปทันที จากมือที่ลูบหัวคงกลายเป็นตบหัวแทนแน่ครับ

ผมกลั้นใจรอจนกระทั่งรู้สึกว่า ไอ้อิงเดินห่างออกไปแล้ว ก่อนจะลืมตาขึ้นมาทันที แล้วขมวดคิ้วออกมา

มึงเป็นคนยังไงกันแน่?

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

กลิ่นหอมของอาหารที่ลอยออกมาจากห้องครัวกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะให้ร้องโวยวาย ผมเลยลุกจากโซฟา แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าให้สดชื่นและชะล้างความสับสนบางอย่างออกไป

ผมมองใบหน้าของตัวเองในกระจกเงา ก่อนจะยกมือสัมผัสกับพลาสเตอร์ที่ติดอยู่ตรงมุมปาก

อืม...เอายังไงดีวะ

ทันทีที่ผมได้เผชิญหน้ากับไอ้อิงอีกครั้ง ผมควรจะทำท่าทียังไงกับการทำแผลครั้งนี้

ทำหน้าตกใจ แล้วขอบคุณมันอย่างนั้นเหรอแต่มันเป็นคนต่อยผมนะครับ ถึงแม้ผมจะหาเรื่องมันก่อนก็ตาม

ถ้ามันจะทำเมินไม่สนใจ ผมก็คงไม่ได้รู้สึกอะไรกับรอยแผลนี้นัก แต่ไอ้การที่ทำร้ายร่างกายกัน แล้วมาดูแลทีหลังเนี่ย ผมวางตัวไม่ถูกเลยจริงๆ

ผมเดินออกมาจากห้องนอน ในจังหวะเดียวกับที่ไอ้อิงเดินออกมาจากห้องครัวพอดี มันมองผม ก่อนจะแสดงสีหน้าไม่พอใจเหมือนเคย

"แดกข้าว"

ผมก็เดินตามไอ้อิงไปที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะนั่งมองชามข้าวต้มปลาท่าทางน่ากินที่วางอยู่ตรงหน้า แล้วเริ่มคลายบรรยากาศชวนอึดอัดด้วยการให้มันด่าเพื่อลดช่องว่างของเราสองคนลง

"ข้าวต้มอีกแล้วเหรอ มึงทำเป็นอยู่อย่างเดียวหรือไง"

"ทำอะไรไม่เป็น อย่าเสร่อมาบ่น แดกไป"

ผมมองใบหน้าดุของไอ้อิงเล็กน้อย ก่อนจะตักข้าวต้มขึ้นมากินต่อ ผมไม่รู้หรอกว่า คนตรงหน้าทำอาหารเก่งหรือเปล่า แต่ตอนนี้ผมติดใจรสชาติข้าวต้มฝีมือของมันแล้วครับ

ใครจะไปคิดล่ะว่า...คนอย่างมันจะทำอาหารอร่อย

"เจ็บปากก็แดกแบบนี้ไปก่อน วันหลังจะทำของที่ชอบให้"

มันจะทำกับข้าวให้ผมกินอีก?!

ผมเงยหน้ามองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทันที แต่ไอ้อิงไม่ได้สนใจผมครับ มันก้มหน้าก้มตากินข้าวต้มของตัวเองไปเงียบๆ แล้วตอนนี้ผมคิดว่า ได้เวลาของผมแล้วมั้ง

"พี่อิง...ขอบคุณที่ทำแผลให้"

นัยน์ตาสีดำหลังกรอบแว่นเลื่อนขึ้นมามองผมเล็กน้อย ก่อนจะหลุบลงต่ำอย่างไม่สนใจเช่นเดิม

"กูแค่รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำเท่านั้น"


.


.


.


TBC++++++++


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 119 ครั้ง

375 ความคิดเห็น

  1. #321 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 02:28
    น่อ อยากรู้จักพี่อิงของน้องเล้ง ลึกลับเหลือเกิน
    #321
    0
  2. #41 AraReJung (@arare195) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 14:01
    เหนื่อยแทนเลย -พี่อิงนี่ขี้หึงจริงๆ
    #41
    0