Between us...รักข้างเดียว [Yaoi]

ตอนที่ 3 : rd Step พลังของหนุ่มแว่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3397
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 116 ครั้ง
    20 เม.ย. 61

3rd Step

พลังของหนุ่มแว่น

[ Leng ]





ถึงแม้เหตุการณ์ในวันนั้นจะผ่านมาสักพักจนเหมือนเป็นแค่ความฝัน แต่ทว่าความจริงก็ยังมีเพียงหนึ่งเดียว!

มีนสุดที่รักมีแฟนเป็นผู้ชาย!!!

โอ้ มาย ก็อด!

[โทษทีว่ะ พอดีกั้งไม่ค่อยสบาย กูต้องอยู่ดูแล]

"อืม ไม่เป็นไร กูเข้าใจ"

[เอาไว้คราวหน้านะมึง]

"เออๆ"

ผมได้แต่ยืนฟังเสียงสัญญาณที่ตัดไปด้วยความไม่สบอารมณ์ ภายในใจก็กำลังต่อว่าไอ้หน้าซื่อที่ต้องแอบร้ายลึก มันต้องสำออยป่วยเพื่อไม่ให้มีนมาเดตกับผมแน่

กูประมาทมึงเกินไปสินะ ไอ้กั้งจืด!

ผมก็ว่าไปนั่น คนเป็นแฟนกันก็ต้องดูแลกัน คนที่เป็นแค่เพื่อนคิดไม่ซื่ออย่างผม ถึงจะสนิทสนมแค่ไหนก็ต้องทำใจ แบบนี้เขาถึงมีเพลงเพื่อนกับแฟนแทนกันไม่ได้ใช่ไหม เศร้าว่ะครับ

ผมได้แต่ถอนหายใจทิ้ง แล้วมองตั๋วหนังสองใบที่ซื้อเตรียมเอาไว้ แถมยังแอบเนียนซื้อที่นั่งสวีตไว้ด้วย แต่ไม่นึกเลยว่า แผนจะมาล่มแบบนี้ แล้วทีนี้ผมจะเอายังไงต่อดี

ทว่าในขณะที่ผมกำลังคิดอะไรกับตัวเองไปเรื่อย แรงกระชากตรงหัวไหล่ก็ทำให้ผมต้องหลุดจากภวังค์ แล้วหันไปมองอีกฝ่ายด้วยความตกใจ

ไอ้แว่นหล่อนี่ใครวะ?

"ทำหน้ากวนตีนกู อยากมีเรื่องใช่ไหมวะ"

อ้าว...ไอ้อิง

ผมมองใบหน้าของคนตรงหน้าด้วยความแปลกใจ คนหน้าตาดี ทำอะไรก็ดูดีครับ ถึงปากจะไม่น่าคบ แต่หนุ่มแว่นเร้าใจก็ไม่เลว

"หึอย่าคิดว่ากูไม่กล้า เจอที่ลับตาคนเมื่อไหร่ มึงโดนแน่ ไอ้เล้ง"

ขอต่อยให้แว่นแตกทีเถอะ!

"แล้วทำไมมึงใส่แว่น สายตาสั้น?"

ไอ้อิงมองผมครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปทางอื่น ผมก็เตรียมใจรับคำถากถางตามสไตล์ไอ้อิงจิตผิดปกติ แต่ครั้งนี้มันกลับทำให้ผมแปลกใจขึ้นมาอีกรอบ

"ก็...สั้นห้าร้อยกว่า"

เฮ้ยมันตอบเหมือนคนปกติด้วยว่ะ?

"แล้วคราวนั้นมึงใส่คอนเทคเลนส์เหรอ"

ผมรีบถามต่ออย่างกระตือรือร้น ตอนนี้ผมรู้สึกตื่นเต้นมากครับ เหมือนเพิ่งเห็นลูกของตัวเองพูดได้ครั้งแรก

"มีสมองก็คิดเองสิวะ"

เออ...

จะว่าไปแล้วตั้งแต่ครั้งนั้น ผมก็ไม่ได้ติดต่อพบเจอกับมันอีกเลยครับ จนเผลอคิดไปว่า ชาตินี้คงไม่มีวันที่เราสองคนต้องมาเจอกันแล้วด้วยซ้ำ

"แล้วมึงมากับใคร"

"มาคนเดียว"

พอนึกถึงเรื่องนี้ ก็รู้สึกช้ำใจครับ ผมก็แค่คนถูกทิ้งที่ไม่มีใครเหลียวแล

"มาคนเดียว แล้วทำไมต้องซื้อตั๋วสองใบ ถ้าเงินเหลือนัก ก็เอาไปบริจาคมูลนิธิไป"

แม่งเห็นด้วยหรือวะ ผมคงดูถูกพลังของมนุษย์สี่ตามากเกินไป

"ที่จริงนัดเพื่อนเอาไว้ แต่มันติดธุระกะทันหันเลยมาไม่ได้"

ในเมื่อคนที่นัดไว้ไม่มา ตั๋วหนังสองใบนี้ก็ไม่มีความหมาย ถ้าจะให้เข้าไปดูคนเดียวก็ไม่ไหวครับ สุดท้ายก็คงต้องตัดสินใจทิ้งไป หรือไม่ก็เก็บเอาไว้เตือนหัวใจของตัวเอง

ต่อไปนี้ผมคงต้องเตรียมเผื่อใจให้มากกว่านี้ เพราะมีนไม่ใช่คนพิเศษของผมเพียงคนเดียวอีกต่อไป อันที่จริงแล้วผมต่างหากที่ไม่ใช่คนพิเศษของมันอีกต่อไป

ยิ่งคิดก็ยิ่งห่อเหี่ยวใจ

"หนังเข้ากี่โมง"

ผมมองไอ้อิงที่ยังยืนอยู่ตรงหน้า ผมเกือบลืมไปแล้วว่า ยังมีผู้ชายคนแรกของผมยืนอยู่ด้วย มัวแต่อินกับบทคนอกหักมากไปหน่อย

"ก็อีกสิบนาที"

"อืม งั้นไปได้แล้ว"

ฮะ?

ผมมองไอ้อิงอย่างไม่เข้าใจ ส่วนคนถูกมองก็ทำหน้ารำคาญใจแบบทุกทีออกมา

"แล้วมึงจะยืนทำหน้าโง่อีกนานไหม กูจะรู้ไหมว่าดูโรงไหน คิดว่าทำแบบนี้แล้วน่ารักหรือไงวะไอ้สัตว์"

มาเป็นชุดเลยว่ะครับ...

"มึงจะดูเป็นเพื่อนกูเหรอ"

"หึ...กูดูเป็นผัวมึงมั้ง"

ผมก็ทำหน้าเอ๋อ แต่ไม่อยากพูดอะไรที่ดูเหมือนจะทำให้อีกฝ่ายสาดพายุคารมเข้ามาอีก ผมจะไม่แปลกใจเลย ถ้าหากไอ้อิงจะไม่มีใครคบ ก็ปากรั่วชั่วร้ายแบบนั้น แต่ละประโยคที่พ่นอกมา ใครจะไปทนฟังครับ

ถึงคำพูดกับท่าทางของไอ้อิงจะมีปัญหา แต่การที่อีกฝ่ายยอมดูหนังเป็นเพื่อนผม ก็พอจะลบล้างความน่าเบื่อของมันไปได้บ้าง

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

"ที่นั่งแบบนี้ มึงแน่ใจว่านัดเพื่อนมาดู"

ไอ้อิงหันมามองผมเขม็ง เมื่อเราสองคนได้ลงจอดยังตำแหน่งที่นั่งสวีตเป็นที่เรียบร้อย มันคงคิดว่า ผมนัดผู้หญิงมานั่งเร้าอารมณ์มากกว่า

"อืม ก็ที่นั่งแบบนี้มันเป็นส่วนตัว แล้วก็นั่งสบายกว่า"

นี่เป็นข้ออ้างที่ผมเตรียมเอาไว้ เวลามีนถามครับ แต่ตอนนี้ก็เอามาใช้ตอบไอ้อิงได้ด้วยเช่นเดียวกัน

"หึอย่าให้กูจับได้นะมึง"

ถ้ามึงจับได้ แล้วจะทำไมวะ?

ผมอยากจะถามกลับ แต่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่รู้จักกัน ทำให้ผมรู้ว่า มันกวนตีนคนอื่นได้ฝ่ายเดียวครับ ถ้าใครไปกวนตีนมัน ไอ้อิงจะองค์ลงขึ้นมาทันที

"ว่าแต่มึงมาทำอะไรวะ"

ตอนนี้เราสองคนกำลังนั่งดูหนังตัวอย่างอยู่ครับ ไอ้อิงก็หันมามองผมด้วยสายตาเย็นชาไม่สนสภาพอากาศที่หนาวในโรงหนังเหมือนเคย

"เกี่ยวอะไรกับมึง"

ผมก็ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมา นอกจากหน้าตากับรูปร่างแล้ว ไอ้อิงก็ไม่มีอะไรน่าคบเลยครับ ผมเลยเลิกสนใจมัน แล้วหันมาดูหน้าจอยักษ์ที่อยู่ตรงหน้าต่อ

หนังที่กำลังฉายอยู่ตอนนี้สนุกดีเหมือนกันครับ เรื่องนี้ผมไม่ได้สนใจดูตั้งแต่แรก แต่มีนบอกว่า อยากจะมาดู ก็เลยเนียนหาเรื่องชวนมาดูด้วยกัน ถึงแม้เพื่อนรักจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว แต่ผมก็ยังอยากใกล้ชิดกับมันเหมือนเมื่อก่อนอยู่ดี บางทีรสนิยมทางเพศที่เปลี่ยนไปอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของเราเดินหน้าไปมากกว่าเดิม...มั้ง

"ป็อปคอร์น"

ผมหันไปมองคนที่นั่งข้างกัน ไอ้อิงก็มองมาด้วยสายตานิ่งเฉย ก่อนที่ผมจะส่งสิ่งที่มันต้องการไปให้ แต่พอผ่านไปสักพัก...

"น้ำ"

อะไรของมึงครับเนี่ย!?

ผมก็หันไปมองไอ้อิงอีกรอบ คราวนี้มันวางป็อปคอร์นไว้อีกฝั่ง แล้วหันมาสนใจแก้วน้ำที่ผมกำลังถืออยู่

"ชักช้าว่ะ"

ผมได้แต่มองไอ้อิงที่ดึงแก้วน้ำของผมไปดูดต่อหน้าตาเฉย ท่าทางปกติและเป็นธรรมชาติจนเกินไป ทำให้ผมรู้สึกตงิดขึ้นมาในใจ

ก่อนหน้านี้ผมก็ถามมันแล้วว่า จะซื้ออะไรเข้าไปกินไหม ซึ่งมันก็ปฏิเสธ แล้วพล่ามถึงความรังเกียจที่มีต่อผมเหมือนที่ผ่านมา แต่ตอนนี้คือ...ฟาดของกินกูหมดแล้วเว้ย!

ไอ้คนแบบนี้...ถ้าไม่เกรียนสุดติ่ง ก็ต้องมีปมตอนเด็กแน่นอนครับ!

ผมก็มองด้วยความเซ็ง ในโรงหนังไม่ควรส่งเสียงดัง เลยปล่อยให้มันทำตามใจ แล้วกลับมาสนใจเนื้อเรื่องชวนน่าติดตามอย่างจนใจ

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

หลังจากใช้เวลาอยู่ในโรงหนังชั่วโมงกว่าๆ ตอนนี้ผมก็ย้ายตัวเองมาอยู่ที่ร้านหนังสือกับไอ้อิงครับ แน่นอนว่าผมโดนบังคับให้มา

ผมเดินวนไปวนมาอยู่ในร้านแบบไม่ได้สนใจอะไรนัก หนังสือกับผมไม่ใช่เพื่อนที่ดีต่อกันสักเท่าไหร่ครับ เราคบค้าสมาคมกันเฉพาะยามจำเป็นจริงๆ เท่านั้น

น่าเบื่อเว้ย!

ผมอยากจะกลับไปนอนเล่นที่คอนโด เต็มแก่ แต่ก็ไม่กล้าไปเร่งไอ้อิงที่พร้อมจะระเบิดอารมณ์ใส่ผมตลอดเวลา ผมเลยตั้งใจยืนมองมันเป็นการกดดันทางอ้อมแทนครับ

วันนี้ไอ้อิงใส่แค่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์สีซีดที่แสนจะธรรมดา แต่ก็ออกมาดูดีตามรูปร่างของผู้สวมใส่ แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับผมในวันนี้ ก็คงเป็นแว่นตานั่นแหละครับ

ผมลอบมองเสี้ยวหน้าของไอ้อิงที่กำลังก้มอ่านหนังสืออะไรสักอย่างอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนจะรู้สึกใจเต้นระรัวขึ้นมา เมื่อสายตาคมกริบที่ซ่อนอยู่หลังกรอบเลนส์เลื่อนมามอง นัยน์ตาที่เย็นชากับแว่นตาที่เลื่อนตกลงมาเล็กน้อยชวนโมเอะ

ไอ้เหี้ยอิงมุมนี้แจ่มมากไม่เสียแรงที่กูยอมเสียตัวให้!

"มองไรวะ"

"ก็มองไปเรื่อย มึงเลือกได้ยัง"

ไอ้อิงไม่ได้ตอบอะไร นอกจากหยิบหนังสือที่มันเลือกดูก่อนหน้านี้มาเล่มหนึ่ง แล้วเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ หลังจากนั้นผมก็เดินตามหลังมันเหมือนลูกเป็ดตามแม่เป็ดต่อไปครับ

กูวิ่งหนีไปเลยดีไหมวะ...

"เฮ้ยไอ้เล้ง"

เสียงทักที่ดังขึ้น ทำให้ผมต้องหันไปมอง ก่อนที่สายตาจะเป็นประกาย เมื่อเห็นไอ้โจ้ เดือนคณะของผมเดินเข้ามาหา มันเป็นผู้ชายอีกคนที่ผมแอบใช้เป็นอาหารตาหล่อเลี้ยงหัวใจอยู่ครับ

นอกจากหน้าตาโดดเด่นกับหุ่นราวกับนายแบบเกรดเอแล้ว ไอ้โจ้ก็มีบุคลิกที่อบอุ่นกับท่าทางที่เป็นกันเองด้วยครับ อีกทั้งยังมีรอยยิ้มพิมพ์ใจชวนมอง ถือว่าเป็นอาหารตาระดับห้าดาวเลยทีเดียว

"แล้วมึงมาทำไรวะ"

"กูมาเดินเล่น กะว่าจะหาของกินแถวนี้"

คือ...มันต้องอย่างนี้สิครับตอบให้ตรงคำถาม ไม่ใช่กวนตีนกลับเหมือนใครบางคน

"อืม"

"ไปกินด้วยกันป่ะ พอดีกูมาคนเดียว"

ผมก็นึกลังเล เพราะการนั่งกินข้าวไป มองหน้าคนหล่อไป ก็น่าสนใจจนยากที่จะปฏิเสธ เสียแต่ว่าวันนี้ผมไม่ได้มาคนเดียวแล้ว

"ไอ้เล้ง รถมึงจอดชั้นไหน"

ไอ้อิงถามผมเสียงนิ่ง ก่อนจะมองไอ้โจ้เล็กน้อย แล้วหันมาสนใจผมต่อ

"ชั้นห้า"

"เอากุญแจรถมึงมา"

ผมก็งงอยู่นะครับ แต่ก็ยอมทำตามที่มันบอกไป ไอ้อิงคว้ากุญแจรถ แล้วชักสีหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากไปเฉย

"เฮ้ย!"

ผมมองตามไปแบบคนงงกับชีวิต ดูเหมือนไอ้โจ้เองก็คงงงเหมือนกัน ผมเลยส่งยิ้มให้มันเล็กน้อย

"กูขอตัวก่อน ไว้ค่อยเจอกัน"

"อืม ไว้เจอกัน"

ผมรีบวิ่งตามไอ้อิงที่ไม่ได้เดินเร็วอย่างที่คิด ก่อนที่เราสองคนจะมายืนอยู่หน้าลิฟต์ แล้วผมก็หันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างกัน

"อะไรของมึงเนี่ย"

"ยุ่งอะไรด้วยวะ"

"ก็มึงเอากุญแจรถกูไป

"แล้วมึงส่งให้กูทำไม"

 "ก็..."

ผมถอนหายใจออกมา พลางมองไอ้อิงที่กำลังตอกย้ำความด๋อยของผมอย่างเย้ยหยัน ถือว่าคราวนี้เป็นความผิดของผมเองก็ได้ที่ดันซื่อบื้อโชว์โง่ออกไปแบบนั้น

"แล้วมึงไม่ได้เอารถมาเหรอ"

"หึกูไม่ได้รวยมีรถขับอย่างมึง"

ผมก็ได้แต่มองสีหน้าหาเรื่องของอีกฝ่าย โดยไม่ได้โต้ตอบอะไร ก่อนที่เราสองคนจะเดินเข้ามาในลิฟต์ แล้วมันก็โยนกุญแจรถคืนให้ผมครับ

"ขับรถไปส่งกูเลยไอ้สัตว์"

กูเป็นคนรับใช้มึงหรือไง สั่งอยู่ได้!

ผมก็ได้แต่จิ๊จ๊ะกับตัวเองอยู่คนเดียวครับ ถ้าโวยวายอาจจะโดนมันกระทืบทิ้งได้ ลานจอดรถก็เปลี่ยวชวนให้ลองตีนเล่นเพลินแบบไม่มีใครสนใจด้วย

เอาเถอะ...วันนี้กูยอมมึงเพราะแว่นของมึง รู้เอาไว้ด้วย!

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . .


เมื่อเราสองคนเดินมาหยุดตรงรถยนต์คันสวยของผม ไอ้อิงก็ตีหน้ายุ่งมองเล็กน้อย แล้วเมินใส่ตามสไตล์ ผมก็ไม่ได้ใส่ใจครับ มันจะชักสีหน้าบ่อยจนมีรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ก็ไม่เกี่ยวกับผม

ปกติรถยนต์ของผมจะมีตุ๊กตาหน้ารถเป็นผู้หญิงครับ ส่วนเพื่อนของผมเกือบทุกคนก็มีรถยนต์ส่วนตัวขับกันเอง วันนี้จึงเป็นครั้งแรกที่คนนั่งข้างผมเป็นผู้ชาย

ผมไม่ได้เปิดเพลงฟัง แล้วมันก็นั่งเงียบไม่ได้พูดอะไร ผมมองมอีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสนใจถนนข้างหน้า

"ให้ไปส่งที่ไหน"

"ห้องกูไงไอ้โง่"

เดี๋ยวกูก็ถีบมึงลงข้างทางนี่แหละ ไอ้เหี้ย!

ผมก็ทำตัวเก่งอยู่แค่ในใจคนเดียวเท่านั้นแหละครับ เอาเข้าจริงก็กลัวตัวเองนั่นแหละจะโดนเล่นงาน เรื่องชกต่อยทำร้ายร่างกายคนอื่นไม่ใช่แนวของผมหรอกครับ

"มึงมีรถกี่คันวะ"

"สองคัน คันนี้ชื่อบันนี่ ส่วนอีกคันชื่อแฟร์รี่"

"ทำไมต้องตั้งชื่อ ปัญญาอ่อนหรือไง"

"มึงไม่รู้หรือไง การตั้งชื่อคือการให้ความสำคัญ สิ่งไหนที่กูใส่ใจ ก็จะเรียกชื่อ"

"งั้นเรียกกูว่าพี่อิง"

"ฮะ?"

ผมหันไปมองไอ้อิงด้วยความงงกับการเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน ส่วนมันก็มองมาด้วยท่าทางจริงจังในมาดหนุ่มแว่นขรึมทรงเสน่ห์ครับ

"กูอยู่ปีสี่"

+ "อืม"

ผมก็ได้แต่ตอบรับไปตามเรื่องตามราว ก่อนที่เราสองคนจะไม่ได้พูดอะไรอีก จนกระทั่งผมขับรถมาถึงหน้าหอพักของไอ้อิง

"เอามือถือมึงมา"

"อะไรวะ"

"กูสั่ง เอาออกมา"

ผมก็บ้าจี้ยอมมันครับ ก็พอจะรู้ว่า ไอ้อิงจะทำอะไร แต่ก็เล่นตัวนิดหน่อยให้มันด่า หลังจากนั้นมันก็บังคับแลกเบอร์โทรศัพท์กับผมครับ

"ถ้ากูโทรไปไม่รับ เจอดีแน่"

"แล้วมึงจะโทรมาทำไมวะ"

"ไม่ใช่เรื่องของมึง"

"ถ้ากูไม่รับ ก็ไม่ใช่เรื่องของมึงเหมือนกัน"

"ไอ้เล้ง!"

"ทำไมวะไอ้อิง!"

ทันทีที่ผมพูดจบ ไอ้อิงก็กระชากคอเสื้อของผมเข้ามาใกล้ และก่อนที่ผมจะทันได้เข้าใจอะไร ก็โดนจูบไปแล้ว!

"เมื่อกี้กูบอกให้มึงเรียกกูยังไง"

ผมเบิกตากว้างประสานกับสายตาภายใต้กรอบแว่นวาววับที่ดูน่ากลัว ทว่าในขณะเดียวกันดวงตาคู่นั้นที่สะท้อนภาพของผมชัดเจน ก็น่าหลงใหลจนไม่อยากเบือนหนี

"ไอ้..."

ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบดีด้วยซ้ำ ผมก็โดนไอ้อิงปล้นจูบอีกครั้ง ถึงจะเป็นเหมือนจูบสั่งสอนตามฉบับผู้ชายซาดิสม์ แต่ก็ไม่ได้รุนแรงจนเจ็บปากอย่างที่คิด ในทางกลับกัน...ริมฝีปากที่บดเบียดและปลายลิ้นที่แทรกเข้ามา ก็ทำให้ผมเคลิ้มไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อใบหน้าได้สัมผัสกับความเย็นของกรอบแว่นโลหะ ก็ทำให้รู้สึกระทวยยิ่งกว่าเดิม

"หึหาเรื่องเองนะมึง"

ไอ้อิงดันกรอบแว่นตาของตัวเองขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเดินลงจากรถไป ผมปรับลมหายใจของตัวเอง แล้วมองตามแผ่นหลังที่หายเข้าไปในหอพัก

ผมยกยิ้มขึ้นมา ก่อนจะขับรถกลับคอนโด ของตัวเอง ความรู้สึกวาบหวามที่เปื้อนอยู่เต็มริมฝีปากยังติดแน่นอยู่ในใจ จะว่ายังไงดีล่ะ...ผมก็หาเรื่องจริงๆ นั่นแหละ

แหม...ก็ผมอยากจูบกับหนุ่มแว่นนี่ครับ


.


.


.


TBC++++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 116 ครั้ง

374 ความคิดเห็น

  1. #356 Bowlinggxx (@Bowlinggxx) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 11:54
    เล้งคือความกวนตีนที่แท้ทรู55555555
    #356
    0
  2. #347 ppvs_ (@ppvs_) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 22:06
    ขำอิง55555555555
    #347
    0
  3. #340 ChanglongSama (@ChanglongSama) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 18:57
    ร้ายยยยกาจจจจจจ
    #340
    0
  4. #319 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 02:11
    อุ้ยตาย เข้าทางคนน้อง 55555
    #319
    0
  5. #299 Baithong-Btk14 (@Baithong-Btk14) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 18:24
    พี่อิงจะรู้ไหมว่าเล้งมันมีความแรดอยู่ในตัว
    #299
    0
  6. #17 Thedrm. (@dreamdarknight) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 12:51
    มาต่อออออ -.- 55555 ค้างอีกแล้วว
    #17
    0
  7. #16 gina-gina (@gaina-gina) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 14:56
    เรววววว อีก50% ค้างงงงง
    #16
    0
  8. วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 14:45
    มาดูเป็นผัว!!! เอิ่ม ดีค่ะ ดูเป็นผัวก็ดูเป็นผัว มือระเบิดจะไม่ยุ่ง >///<
    #15
    0
  9. #13 Prasitthiphon (@0933789979) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 15:26
    มายังเน้อออ
    #13
    0
  10. #12 Thedrm. (@dreamdarknight) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 18:16
    มาร่อเร็ววววว ค้างมาก ชอบอิง น่ารักแบบแปลกๆดี 5555
    #12
    0