ตอนที่ 7 : บทที่ 6 ราคาที่มองไม่เห็น [rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2601
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    15 ธ.ค. 60

ภายในเรือนเล็กสำหรับพักผ่อน เบื้องหน้าจิวเซียนในยามนี้มีสตรีร่างสูงท่าทางแข็งแรงที่ลุงจางหามาให้ยืนค้อมตัวอยู่ สตรีนางนี้มีใบหน้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นางแนะนำตัวกับจิวเซียนด้วยรอยยิ้มเป็นกันเองและดูอ่อนโยน “ข้าชื่อเถิงหลิ่ง จากนี้จะคอยตามรับใช้ท่านเทพธิดาเจ้าค่ะ”

จิวเซียนเพียงพยักหน้าตอบรับเป็นเชิงเข้าใจขณะพยายามรื้อดูเสื้อผ้าที่พวกชาวบ้านเคยให้นางไว้ ก่อนจะเลือกชุดที่ดูธรรมดาออกมาได้ชุดหนึ่ง พลางหันกลับไปถามเถิงหลิ่งด้วยรอยยิ้มกว้าง “เจ้าบอกว่าเจ้ามาตามรับใช้ข้า ถ้าอย่างนั้นเจ้าจะฟังคำสั่งข้าเป็นอย่างดีใช่รึไม่”

“เจ้าค่ะ” เถิงหลิ่งตอบขณะที่จิวเซียนกำลังพึมพำซ้ำไปซ้ำมา “ดีจริง ๆ ”

แต่พอเห็นว่านางกำลังเปลี่ยนเป็นชุดชาวบ้านธรรมดา ๆ ทั้งยังล้างหน้าและรวบผมขึ้น เถิงหลิ่งก็ถามออกมาอย่างแปลกใจว่า “ท่านเทพธิดาแต่งตัวเช่นนั้น จะออกไปที่ใดเจ้าคะ”

“เจ้าช่วยเฝ้าอยู่ที่นี่ที ข้าจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย” จิวเซียนตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง นางไม่สนใจใบหน้าที่ดูแปลกใจของเถิงหลิ่งทั้งยังพูดต่อไปว่า “ข้าไปไม่นานเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง หากมีคนมาหาข้า บอกพวกเขาไปว่าข้ากำลังพักผ่อนอยู่เข้าใจหรือไม่”

“เจ้าค่ะ” เถิงหลิ่งได้แต่ตอบอย่างลังเล ขณะมองส่งสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพธิดาโบกมือลาและเดินจากไปด้วยรอยยิ้มบางเบา

ฝ่ายจิวเซียนเมื่อออกจากศาลเจ้าได้ก็รีบสาวเท้าอย่างรวดเร็ว ด้วยหวังว่าจะไปให้ไกลจากสถานที่แห่งนี้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นางมิได้แต่งหน้าทั้งยังเอาผ้าคลุมที่ปกปิดใบหน้าครึ่งล่างออก ย่อมต้องไม่มีใครจำได้เป็นแน่ เพราะฉะนั้นสิ่งเดียวที่ต้องทำในยามนี้ก็คือ…

หนี!

นางต้องหนีตอนที่ยังมีโอกาสอยู่ ยามนี้เรื่องทุกอย่างเลยเถิดไปกันใหญ่แล้ว หลอกชาวบ้านว่าน้ำกำลังจะท่วมไม่พอ นางยังไปหลอกแม่ทัพใหญ่ว่าสงครามจะจบภายในเจ็ดวันอีก แล้วนางจะอยู่เพื่อรอรับผิดหลังความแตกได้อย่างไร ต่อให้สวรรค์เมตตาทำให้เรื่องเหล่านั้นเป็นจริงขึ้นมาอีกครั้ง นางจะยังอยู่ในฐานะเทพธิดาจอมปลอมที่คอยหลอกลวงผู้อื่นต่อไปได้อีกนานแค่ไหนกัน

จิวเซียนตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในตัวเมืองเพื่อซื้อเสบียงอาหารสำหรับเวลาเดินทางหลบหนี แม้จะรู้สึกผิดต่อชาวบ้านที่คอยดูแลนางเป็นอย่างดีมาตลอดหลายวันนี้ก็ตาม

ถึงแม้ว่าชาวบ้านจะไม่เคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของนาง แต่จิวเซียนก็ยังคงเดินก้มหน้าพยายามหลบสายตาผู้คน ด้วยเกรงว่าจะมีใครจำนางได้ ขณะกำลังโล่งใจเพราะประตูเมืองอยู่ไม่ไกล เสียงอันคุ้นเคยของใครบางคนก็ดังขึ้น

“เจ้า…” แค่ได้ยินเสียงทักของจิ่นเต๋อ จิวเซียนก็สะดุ้งสุดตัวก่อนจะทำเป็นไม่ได้ยินแล้วเดินหลบไปอีกทางทันที แต่ยังไม่ทันจะได้ไปไหน คนที่ทักเขาก็เดินเข้ามาขวางนางเอาไว้เสียก่อน

“ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?” จิ่นเต๋อพูดพลางมองจิวเซียนที่กำลังแกล้งทำเป็นมองเมินเขาด้วยสายตาตำหนิ แต่เสียงของสตรีที่สนทนากับเขาเมื่อครู่ทำให้เขาล้มเลิกความคิดที่จะซักถามจิวเซียนต่อ

“ท่านรู้จักกับนางหรือ” ฮวาชิงฉินถามพลางมองไปยังจิวเซียนด้วยสายตาสงสัย แต่ยังไม่ทันได้พิจารณาอีกฝ่าย จิ่นเต๋อก็แทรกตัวเข้ามาบังสายตาของนางเสียก่อน “ไม่มีอะไร นางแค่ดูเหมือนคนรู้จักเท่านั้น”

จิวเซียนเห็นเช่นนั้นก็รีบเดินต่อราวกับไม่มีเรื่องอันใดเกิดขึ้น แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไม่อยากให้ฮวาชิงฉินเห็นนางก็ตาม

พอนางเดินห่างจากคนทั้งสองพอสมควร จิวเซียนก็รีบแอบเข้าไปในตรอกเล็ก ๆ ตรอกหนึ่งพร้อมกับถอนหายใจยาวอย่างโล่งใจ หากจิ่นเต๋อซักถามนางต่อ เขาจะต้องจับได้แน่นอนว่านางกำลังจะหลบหนี คิดได้เช่นนั้นก็รีบสาวเท้าเตรียมตัวออกนอกเมือนทันที แต่ยังไม่ทันเดินไปถึงถนนใหญ่น้ำเสียงน่ากลัวที่เพิ่งได้ยินมาก็ดังขึ้นอีกครั้ง “เจ้าคิดจะไปไหน”

พอหันกลับไปนางก็ได้พบกับสายตาจ้องจับผิดของจิ่นเต๋อ นางจึงยิ้มสู้ก่อนจะตอบด้วยท่าทางไม่รู้เรื่องรู้ราวว่า “ข้าแค่ออกมาเดินเล่น” ขณะจ้องกันไปจ้องกันมาสองขาของนางก็ค่อย ๆ ก้าวถอยหลังเพื่อเตรียมตัวหนี แต่อีกฝ่ายกลับหรี่ตาถามนางออกมาอย่างรู้ทัน “เจ้า…คิดจะหนีอย่างนั้นรึ”

เขาถามยังไม่ทันจบจิวเซียนก็ออกตัววิ่งเรียบร้อยแล้ว ในเมื่อนางกำลังหนีแล้วจะอยู่รอให้เขาจับตัวได้อย่างไรกัน!

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ เจ้ายังหนีไปตอนนี้ไม่ได้!” คำพูดของเขาทำให้นางต้องตะโกนถามกลับไป “ทำไมข้าจะหนีไม่ได้”

“พวกชาวบ้านเชื่อมั่นในตัวเจ้าจึงคิดขุดคลองและสร้างคันกั้นน้ำ หากเจ้าหายไปพวกเขาจะหมดกำลังใจและเลิกทำมัน ทั้งที่มันเป็นเรื่องที่ดี”

น้ำเสียงตำหนิและคำตอบที่ได้รับทำให้ขาทั้งสองข้างของจิวเซียนหยุดชะงัก ทุกอย่างที่เขาพูดมีเหตุมีผลและเป็นความจริง อีกอย่าง นางไม่อยากจะเชื่อเลยว่าความคิดดี ๆ เช่นนี้จะถูกเอ่ยออกมาจากปากของคนอย่างเขาได้

จิวเซียนตัดสินใจว่าจะหันกลับไปสนทนาพาทีกับเขาสักเล็กน้อย แต่พอเห็นว่าเขากำลังวิ่งเข้ามาด้วยสายตามุ่งร้าย ขาทั้งสองข้างของนางก็ขยับวิ่งต่อไปโดยไม่ทันได้คิดทันที

ถ้าถูกเขาจับตัวเอาไว้ได้ เขาคงไม่มีความคิดที่จะคุยกับนางดี ๆ เป็นแน่!

“ท่านไม่ได้เชื่อคำทำนายนั่น ทำไมถึงให้ชาวบ้านสร้างคันกั้นน้ำเล่า” จิวเซียนตะโกนถามอีกฝ่ายขณะกำลังวิ่ง

“ข้าแค่อยากแก้ปัญหาที่น้ำชอบท่วมเมืองนี้บ่อย ๆ อีกอย่าง…” เขาก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ “หากเจ้าไม่กลับไปชีวิตข้าก็ลำบากกันพอดีน่ะสิ”

แค่นางไม่กลับไป เขาจะลำบากได้อย่างไรกัน!

จิวเซียนวิ่งพลางตะโกนกู่ร้องอยู่ในใจ สุดท้ายนางก็ติดอยู่ตรงทางตันทางหนึ่ง จึงได้แต่หยุดยืนมองกำแพงที่กั้นระหว่างนางกับทางหนีอย่างหงุดหงิด ทางฝ่ายจิ่นเต๋อ พอตามมาจนทันและเห็นว่านางไปต่อไม่ได้แล้ว เขาก็ยกยิ้มอย่างผู้ชนะขณะที่หอบจนตัวโยนเพราะความเหนื่อย

แม้จะเหนื่อยจนแทบขาดใจแต่จิวเซียนก็ไม่ยอมแพ้ นางยกยิ้มอย่างท้าทาย ก่อนจะวิ่งตรงไปที่กำแพงและพยายามปีนข้ามมันอย่างรวดเร็ว

จิ่นเต๋อยืนอ้าปากค้าง ขณะมองจิวเซียนปีนป่ายข้ามกำแพงจนหายลับไปจากสายตา จึงได้แต่พูดออกมาอย่างหมดความอดทน  “เจ้า!...”

“กลับมานี่เดี๋ยวนี้นะ!!”

เสียงตะโกนจากอีกฟากของกำแพงทำให้จิวเซียนอดหัวเราะออกมาไม่ได้ นางนึกเอาไว้แล้วว่าคุณชายที่ใช้สมองมากกว่าแรงอย่างเขาจะต้องไม่เคยปีนข้ามกำแพงมาก่อนเป็นแน่ เพียงเท่านี้นางก็สามารถสลัดเขาหลุดได้เสียที

“ใครจะยอมกลับไปง่าย ๆ กัน” จิวเซียนบ่นพึมพำออกมาด้วยความเหนื่อย แต่วิ่งไปได้ไม่นานนักก็รู้สึกเหมือนมีเงาสายหนึ่งวูบไหวผ่าน

กึก...

อยู่ ๆ ร่างกายของนางก็แข็งค้างขยับไม่ไปไหนไม่ได้ในชั่วพริบตา

หมับ…

เพียงเท่านั้นยังไม่พอ อีกฝ่ายยังกล้ารวบตัวนางขึ้นพาดบ่าโดยไม่ไถ่ถามนางสักคำอีกด้วย

“ท่าน!!” จิวเซียนได้แต่ถลึงตามองแม่ทัพอี้ที่โผล่มาแบบไม่บอกไม่กล่าวด้วยสายตาไม่พอใจ “ท่านคิดจะทำอะไร”

ขณะที่แม่ทัพอี้เพียงตอบนางเรียบ ๆ เท่านั้น “คุณหนู เจ้าไม่ควรวิ่งไปมาเช่นนี้ มันอันตราย”

แม่ทัพอี้จับจิวเซียนวางพาดลงบนหลังม้าคู่ใจอย่างเบามือ หลังจัดท่าทางให้นางเสร็จเขาก็ค่อย ๆ จูงม้าเดินตามตรอกซอกซอยเพื่อออกไปจากตัวเมืองโดยไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก จิวเซียนได้แต่จ้องมองเขาด้วยสายตาประท้วง ก่อนจะบ่นพึมพำออกมาว่า “โกหก ท่านจงใจตามข้าชัด ๆ …”

“ข้าจะพาเจ้าไปส่ง” แม่ทัพอี้ตอบสั้น ๆ โดยไม่สนใจคำบ่นของนาง

ได้ยินแค่นั้นจิวเซียนก็ต้องรีบถามกลับอย่างมีความหวัง “ที่ไหน…” แต่ความเป็นจริงมักจะโหดร้าย เพราะเขาตอบกลับมาว่าจะส่งนางไปที่ศาลเจ้า

จิวเซียนรู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกอีกฝ่ายจับตามองอยู่ ไม่อย่างนั้นแล้ว เขาจะโผล่หน้ามาจับนางขณะกำลังหนีได้รวดเร็วเช่นนี้ได้อย่างไร

“จะว่าไปแล้ว...ท่านคอยตามข้าทำไม” จิวเซียนถามคนที่เดินจูงม้าอยู่ข้าง ๆ พลางขมวดคิ้วแน่น นางไม่เคยเขียนเรื่องของเขาและชายชุดดำลงไปในนิยาย แม้แต่รายละเอียดง่าย ๆ อย่างชื่อแคว้นก็ยังไม่ได้ตั้ง หากนางอยากรู้เรื่องของที่นี่ก็มีแต่จะต้องถามเอาจากเขาเพียงเท่านั้น

หรือจะถามเขาไปเลยว่าที่นี่คือที่ไหนดี...

นางคิดได้เพียงชั่วครู่ก็ตัดสินใจล้มเลิกที่จะทำมัน เพราะถ้านางถามอะไรผิดแปลกไปจนแม่ทัพอี้สงสัยว่านางเป็นสายลับที่ฝ่ายศัตรูส่งมาแล้วล่ะก็ ชีวิตนางอาจจะดับสิ้นภายในชั่วลมหายใจก็เป็นได้

‘หากเป็นศัตรูเขาจะไม่ลังเลใจแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรีก็ตาม…’

แค่คิดถึงคำพูดของลุงจางในคราวก่อนก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบแล้ว หากมีความเสี่ยงที่จะถูกฆ่าตาย นางก็ควรจะหลีกเลี่ยงคำถามหรือคำพูดที่ชวนให้ชีวิตได้รับอันตรายไว้มิใช่หรือ

“มีคนของแคว้นศัตรูต้องการตัวเจ้า หลังจากได้ยินเรื่องพลังทำนายอนาคตของเจ้า” แม่ทัพอี้พูดหลังจากนิ่งเงียบไปพักใหญ่

“ที่นี่เป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ เรื่องของข้าไม่น่าหลุดไปไวขนาดนั้น” นางเพิ่งมาถึงไม่กี่วันข่าวจะกระจายไปไกลถึงแคว้นของศัตรูได้อย่างไร จิวเซียนคิดพลางขมวดคิ้วแน่น แต่คำตอบจากอีกฝ่ายก็ทำให้นางกระจ่างแจ้งในทันที

“เมืองนี้อยู่ไม่ไกลจากชายแดน ห่างไปไม่ถึงร้อยลี้ (หนึ่งลี้เท่ากับ 500 เมตร) มีทัพของข้าเตรียมรับข้าศึกอยู่”

ให้ตายเถอะ นางอยู่ใกล้ชายแดนที่มีสงครามขนาดนี้เชียวรึ!

จิวเซียนได้แต่ร่ำร้องอยู่ในใจว่าเหตุใดนางจึงไม่รู้เรื่องรู้ราวเหล่านี้ นางเหลือบมองไปทางแม่ทัพใหญ่ที่ควรจะอยู่คุมทหารให้ชนะศึกตามคำทำนายของนางด้วยสายตาสิ้นหวัง เมื่อเห็นว่าเขายังคงจูงม้าอย่างไม่เร่งร้อนต่อไป

เขามีทัพที่ต้องดูและและมีศึกที่ควรจะชนะให้ได้อยู่ไม่ใช่หรือ…

แม้จะมีคำถามมากมาย แต่เป็นเพราะเกรงว่าจะโดนอีกฝ่ายเข้าใจผิดจึงได้แต่ถามง่าย ๆ ที่พอรู้คำตอบอยู่แล้วออกไป “ทำไมพวกเขาถึงต้องการตัวข้า”

“อาจเป็นเพราะคิดว่าพลังของเจ้ามีประโยชน์”

ได้ยินเช่นนั้นนางก็บ่นพึมพำกับตัวเองว่า “ข้าก็แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะไปทำอะไรได้” พอสิ้นเสียงของนางอีกฝ่ายก็เหลือบมองมาด้วยสายตาประหลาด ทำให้นางเข้าใจว่าเขาคงเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังสร้างความลำบากให้สตรีบอบบางอย่างนางก็เป็นได้

คิดแล้วก็แสร้งพูดออกไปอย่างอ่อนแรง ด้วยหวังว่าเขาจะคลายจุดให้  “ท่านแม่ทัพ ช่วยปล่อยให้ข้าขยับตัวได้หรือไม่ ข้าเป็นเพียงสตรีตัวเล็ก ๆ โดนท่านสกัดจุดไว้เช่นนี้ข้ารู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่...”

จิวเซียนส่งสายตาสื่อความหมายว่า ‘ข้าเป็นสตรีบอบบางท่านไว้ใจข้าได้’ ออกไปให้เขาอย่างมุ่งมั่น แต่อีกฝ่ายกลับทำลายมันโดยการตอบกลับมาเสียงเรียบอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่ยอมอยู่เฉย ๆ เหมือนสตรีปกติทั่วไป”

ฉึก!

ถ้อยคำนั้นราวกับมีดที่ทิ่มแทงหัวใจของจิวเซียน นางจึงหุบปากเอาไว้เพื่อรักษาแผลใจอย่างเงียบ ๆ

สุดท้ายแม่ทัพอี้ก็พานางมาถึงบริเวณทางเข้าศาลเจ้า เขาอุ้มนางลงมาจากหลังม้าก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราวกับผู้ใหญ่ตักเตือนเด็กที่กำลังเล่นซนอีกประโยค “ข้าจะส่งคนมาดูแลเจ้า อย่าออกไปก่อเรื่องอีก”

เห็นท่าทีของอีกฝ่ายใจของจิวเซียนก็รู้สึกเจ็บปวดอีกครั้ง นางพอจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดท่านแม่ทัพผู้ไม่คุ้นชินกับสตรีถึงเข้าใกล้นางได้โดยไม่มีท่าทีต่อต้านเหมือนครั้งก่อน นี่จะต้องเป็นเพราะเขาเห็นนางเป็นเด็กเกเรไม่เหมือนกุลสตรีทั่วไปใช่หรือไม่

ยิ่งคิดก็ยิ่งน้อยใจจึงอดไม่ได้ที่จะเถียงออกไปเสียงเบา “ทำไมข้าต้องทำตามที่ท่านบอกด้วย”

เห็นจิวเซียนพูดตัดพ้อ แม่ทัพอี้ก็มีท่าทางคิดหนักก่อนจะตัดสินใจพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้จิวเซียนตื่นตกใจออกมา “ถ้ายอมทำตามที่ข้าบอก ข้าจะบอกวิธีกลับบ้านให้กับเจ้า”

“ท่านพูดเรื่องอะไรกัน!” จิวเซียนเบิกตาโต ขณะรีบถามเขาด้วยหัวใจที่เต้นรัวเร็ว นางรู้ว่าเขาต้องการล่อให้นางอยู่ต่อ แต่สีหน้าท่าทางของเขากลับดูจริงจังเป็นอย่างมาก ทำให้นางตัดสินใจถามเขาออกไปไม่ยอมหยุดว่า “ถ้าท่านรู้ ท่านควรจะรีบบอกข้ามา รีบบอกข้าเร็ว ๆ เข้า”

เมื่อเห็นว่าเขามองมาที่นางด้วยสีหน้าเหมือนลำบากใจและแสดงให้เห็นว่าเมื่อครู่เขาคิดผิดที่เอ่ยปากล่อลวงนาง จิวเซียนก็เริ่มรู้สึกโมโหเพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่เข้าใจว่าพูดอะไรออกมา

เขาคงไม่รู้ว่าคำพูดเหล่านั้นสร้างความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ให้นางมากขนาดไหน...

จิวเซียนแค่นหัวเราะออกมาก่อนจะเอ่ยกับคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงห่างเหิน “ไม่รู้ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่ แต่ข้าไม่ได้มีพลังอย่างที่คนอื่นพูด”

นางเหนื่อยกับการโกหกและเหนื่อยกับชีวิตที่ไร้ความหวังว่าจะได้กลับบ้านแล้ว ปล่อยให้เขาจับตัวนางด้วยข้อหาหลอกลวงชาวบ้านไปเลยก็ได้ ไหน ๆ นางก็เคยตายไปแล้ว ตายอีกรอบจะเป็นไรไป

ขณะที่กำลังคิดว่าตัวเองคงไม่รอด แม่ทัพอี้ก็ให้คำตอบสั้น ๆ ที่ทำให้นางรู้สึกแปลกใจออกมา “เจ้ามี”

จิวเซียนได้แต่ส่งสายตาไม่เข้าใจให้อีกฝ่าย เขาจึงอธิบายออกมาว่า “ลองคิดดูให้ดี ว่าเจ้านำสิ่งใดติดตัวมาบ้างยามมาที่นี่ในครั้งแรก แล้วเหตุใดทุกอย่างที่เจ้าพูดจึงเป็นจริง เจ้าได้เล่าเรื่องที่เจ้าพูดให้ใครฟังหรือไม่”

ได้ยินเช่นนั้นจิวเซียนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา หากนางบอกผู้อื่นแล้วพวกเขาเหล่านั้นจะทำให้เรื่องราวที่นางพูดเป็นจริงหรือ หากทำได้ คนผู้นั้นก็คงเป็นเทพเจ้าตัวจริงแล้ว

“ข้าจะไปเล่าให้ใครฟังได้ เรื่องที่ข้าพูดก็เป็นผู้อื่นที่มาถามข้าเอง อีกอย่าง คำขอเยอะแยะเช่นนั้นบางทีข้ายังจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าพูดอะไรออกไป…”

พูดถึงตรงนี้จิวเซียนก็นึกอะไรบางอย่างออก นางจำคำทำนายกับคำขอทั้งหมดไม่ได้จึงต้องจดบันทึกเอาไว้ เพื่อที่เวลากลับไปจะได้เขียนให้มันเป็นเรื่องจริงและทุกครั้งที่นางจดบันทึกจะมีสิ่งหนึ่งที่นางใช้เหมือนกันทุกครั้ง

“หรือว่าจะเป็น…”

จิวเซียนนึกถึงของชิ้นเดียวที่ติดตัวมาจากโลกก่อน หรือก็คือ พู่กัน หนึ่งในสมบัติเก่าแก่ประจำตระกูล ที่นางใช้เขียนเรื่องราวต่าง ๆ อยู่ทุกวัน!

เห็นนางนิ่งเงียบไปแม่ทัพอี้ก็พูดขึ้นอีกครั้ง “เหมือนเจ้าจะนึกออกแล้ว”

จิวเซียนมองหน้าแม่ทัพอี้ด้วยความรู้สึกยากจะกล่าว แม้เรื่องของพู่กันจะดูลักลับและน่าเหลือเชื่อ แต่ก็ยังไม่เท่ากับเขาที่เข้าใจทุกอย่างทั้ง ๆ ที่นางไม่แม้แต่จะแอะใจถึงความจริงเหล่านั้นเลยด้วยซ้ำ

“ทำไมท่านถึงรู้เรื่องพวกนี้กัน!”

 

***************************************

**rewrite ครั้งที่ 2 14/12/2560


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

173 ความคิดเห็น

  1. #173 NatthayaSrichan (@NatthayaSrichan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 21:19
    ขำตอนนางเอกปีนกำแพงจนน้ำตาไหล55
    #173
    0
  2. #159 Asahi_san (@amire) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 23:13
    เออ! ปริศนาพู่กันยังไม่เท่าท่านแม่ทัพเลย!!!
    #159
    0
  3. #142 AprilIV (@babyll) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 02:55
    เออนั่นดิ ทำไมนางรู้ ?
    #142
    1
  4. #114 sm_lovelypinkboy (@sm-lovelypinkboy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 23:48
    ทำไมท่านแม่ทัพถึงรู้??? หรือจะเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้??
    #114
    0
  5. #58 monnutji (@monnutji) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 20:31
    เข้ามาอ่านรวดเดียวจบเลยค่ะไรท์ มาถึงก็มาเจอตอเลย ท่านแม่ทัพพพพพ ท่านเป็นใครกันนน //ติดตามๆๆ
    #58
    1
    • #58-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 7)
      19 ธันวาคม 2559 / 20:34
      ขอบคุณค่ะ อยากรู้ว่าท่านแม่ทัพเป็นใครก็ต้องรอกันต่อไปนะคะ ><
      #58-1
  6. #57 Meteorsky (@Meteor123) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 19:04
    หุยยยย ไรท์มีความลับบบ
    #57
    1
    • #57-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 7)
      19 ธันวาคม 2559 / 19:32
      ถ้าไม่มีก็เงียบเหงาเกินไปสิคะ อิอิ
      #57-1
  7. #56 RaNBoWRabBit (@RaNBoWRabBit) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 18:26
    แม่ทัพแลดู ... รู้กว่านางเอกอีก เปลี่ยนตำแหน่งเทพดีไหมค่ะ 5555555555555555555555
    #56
    1
    • #56-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 7)
      19 ธันวาคม 2559 / 18:30
      แบบนั้นจะเรียกท่านแม่ทัพว่าอะไรดีล่ะคะ 555
      #56-1
  8. #55 linn-nalin (@linn-nalin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 18:07
    กรี๊ด......
    ไรท์อย่าอุบสิ เผยมาเลย รอๆๆๆๆๆ
    #55
    1
    • #55-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 7)
      19 ธันวาคม 2559 / 18:16
      เรื่องสำคัญต้องอุบไว้ก่อนสิคะ อิอิ
      #55-1
  9. #54 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 15:15
    อ่า ท่านแม่ทัพ รู้ได้ยังไง
    #54
    1
    • #54-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 7)
      19 ธันวาคม 2559 / 17:13
      อยากรู้ต้องรอดูกันต่อไปค่ะ หุหุ
      #54-1
  10. #53 Clovery.Honey (@Muki-mokun-mook) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 14:58
    หืมมม ท่านแม่ทัพรู้อ่ะ ขอตอนต่อไปด่วนๆค้า สนุกๆ
    #53
    1
    • #53-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 7)
      19 ธันวาคม 2559 / 17:13
      ตอนใหม่อีกไม่นานเกินรอแน่นอนค่ะ ^^
      #53-1
  11. #52 w24112525 (@w24112525) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 13:53
    เงื่อนตายเลยอยากรุ้อ่ะพลีสสสสส
    #52
    1
    • #52-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 7)
      19 ธันวาคม 2559 / 14:48
      อยากรู้ต้องรอต่อไปนะจ๊ะ หึหึ
      #52-1
  12. #51 cheri-n (@cheri-n) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 13:34
    ทำไมท่านแม่ทัพรู้??
    เรื่องนี้มีเงื่อนงำ ^ ^



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 ธันวาคม 2559 / 13:34
    #51
    1
    • #51-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 7)
      19 ธันวาคม 2559 / 14:47
      เดี๋ยวจะตามแก้ทีกลังนะคะ พอดีรีบลงไปนิดหนึ่ง แหะๆ
      #51-1
  13. #50 อ่านได้อ่านดี (@VIVIDS) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 13:23
    แม่ทัพเป็นใครกัน
    #50
    1
    • #50-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 7)
      19 ธันวาคม 2559 / 14:47
      นั่นสิ เป็นใครกันนะ??
      #50-1