ตอนที่ 6 : บทที่ 5 ผู้มาเยือน [rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2653
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    15 ธ.ค. 60

เช้าวันต่อมา...

จิวเซียนยืนตาค้างจ้องมองศาลเจ้าเก่า ๆ ที่ถูกบูรณะเสียจนใหม่เอี่ยม โดยมีกลุ่มชาวบ้านเร่งให้นางเดินเข้าไปดูด้านในด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกับช่วยนางขนของเข้าไปยังเรือนหลังเล็กด้านหลังศาลเจ้า

ยามนี้เรือนเก็บของได้ถูกชาวบ้านดัดแปลงให้เป็นที่พักพิงแก่นาง ทุกคนร่วมแรงร่วมใจช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูเสียจนวุ่นวาย ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายลงมาเบา ๆ มาตั้งแต่เช้า

ต้องยกความดีความชอบให้คำทำนายมั่ว ๆ ของนางที่ทำให้พวกชาวบ้านขยันขันแข็งถึงเพียงนี้ ถึงยากที่จะเชื่อ แต่เรื่องที่นางพูดออกมานั้นกลายเป็นจริงเกือบทั้งหมด

แม้แต่นางยังทึ่งความสามารถในการคาดเดาของตัวเองเลย...

ศาลเจ้าถูกทำความสะอาดเสียจนใหม่เอี่ยม แต่กลับมีกลิ่นธูปหอมคละคลุ้งเพราะชาวบ้านแห่กันมาสักการะกันเป็นจำนวนมาก ส่วนตรงใจกลางศาลเจ้ามีรูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา[1]ตั้งอยู่ ซึ่งจิวเซียนไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเหตุใดชาวบ้านจึงแห่มาขอฝนจากเทพผู้สร้างมนุษย์แทนที่จะขอจากเทพแห่งฝนหรือเทพแห่งสายน้ำ

“เมื่อวานเกิดเรื่องอะไรขึ้น เหตุใดเจ้าถึงตัวสั่นเหมือนถูกผีเข้า”

คำถามของจิ่นเต๋อดึงนางออกมาจากห้วงความคิดอย่างไม่เต็มใจเท่าใดนัก เมื่อวานนางประสบพบเจอเหตุการณ์น่ากลัวจึงมีท่าทางเสียขวัญยามกลับถึงโรงเตี๊ยมอยู่บ้าง แต่นางถูกกำชับเอาไว้ว่าห้ามเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังจึงรีบปฏิเสธออกไปด้วยสีหน้าไม่รู้เรื่องรู้ราว “ข้าไม่ได้สั่นสักหน่อย”

จิ่นเต๋อหรี่ตามองมาที่นางอย่างจ้องจับผิด ก่อนจะพูดเบา ๆ ราวกับบ่นออกมาอีกครั้ง “ดูยังไงก็ตัวสั่นอยู่ชัด ๆ ”

เห็นอีกฝ่ายไม่ยอมเลิกราจิวเซียนจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง “ที่นี่ดูดีเสียจนไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นศาลเจ้าร้างนั่นจริง ๆ ”

“อืม” เขาตอบเสียงเรียบ ก่อนที่จิวเซียนจะเสี่ยงถามอะไรบางอย่างขึ้นมาอย่างลังเล “แล้วที่นี่ปลอดภัยรึเปล่า?

ได้ยินเช่นนั้นจิ่นเต๋อก็แสดงสีหน้าสงสัย “เจ้าหมายความว่ายังไง”

“ที่นี่อยู่กลางป่ากลางเขาแบบนี้ ก็อาจจะมีพวกไม่หวังดีก็ได้…”

ท่าทางกังวลของนางทำให้เขาอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เขาเมินสายตาไม่พอใจจากนางก่อนจะอธิบายกลับมาด้วยรอยยิ้ม “ที่นี่เป็นเมืองขนาดเล็ก คนส่วนใหญ่รู้จักกันหมดไม่มีทางมีเรื่องเช่นนั้นอยู่แล้ว”

ถ้าจริงก็ดีสิ…

จิวเซียนได้แต่คิดอยู่ในใจเพราะภาพจากประสบการณ์เฉียดตายเมื่อวานยังคงติดตรึงอยู่ในหัวของนางไม่อาจสลัดให้หลุดออกไปได้ แล้วจะบอกว่าเมืองแห่งนี้ปลอดภัยได้อย่างไร

[1] เจ้าแม่หนี่วา คือ หนึ่งในเทพของจีน ผู้สร้างมนุษย์ขึ้นมาจากดินเหนียว ในยามที่ลงมาบนโลกครั้งแรก

“ว่าแต่...น้ำจะท่วมตามที่เจ้าบอกจริงรึเปล่า”

จิ่นเต๋อถามออกมาอย่างลังเลเพราะเขาเองก็ไม่อยากเชื่อว่าสตรีตรงหน้าจะสามารถทำนายอนาคตได้ แต่วันนี้ฝนตกมาตั้งแต่เช้าแล้ว หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปน้ำอาจจะท่วมตามคำทำนายของนางก็เป็นได้

นี่เป็นครั้งแรกที่จิวเซียนเห็นอีกฝ่ายสับสนและลังเล ยามมองมาที่นาง

“ข้าไม่รู้” จิวเซียนตอบกลับอย่างจนปัญญา เพราะนางยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเรื่องราวเหล่านั้นจึงกลายเป็นจริง

“เจ้าเป็นเทพธิดาไม่ใช่รึ ถึงจะเป็นเทพธิดาจอมปลอมก็เถอะ”

น้ำเสียงและสีหน้ายามพูดของเขาทำให้นางรู้สึกโมโหเสียจนอยากจะหาอะไรมาเย็บปากนั่นเอาไว้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่นางคงสู้เขาไม่ได้ แทนที่จะทำร้ายเขาคงกลายเป็นทำร้ายตัวเองแทนอย่างแน่นอน อีกอย่าง เขาเป็นพระเอกที่นางสร้างขึ้น เป็นจุดศูนย์กลางของเรื่องราวทั้งหมด หากเกิดเรื่องกับเขาจะส่งผลกระทบอย่างไรกับโลกใบนี้นางก็ไม่อาจรู้ได้

“ว่าแต่...เจ้าชื่ออะไร”

“...”

คำถามนั้นทำให้จิวเซียนเพิ่งรู้ตัวว่าไม่เคยบอกชื่อของนางกับอีกฝ่าย ต่อหน้าผู้อื่นเขาไม่เคยเรียกนางตรง ๆ สักครั้ง แต่ลับหลังกลับเอาแต่เรียกเทพธิดาจอมปลอม ในเมื่อเขานึกอยากเรียกชื่อนางแทนคำเรียกแย่ ๆ เช่นนั้นนางก็รีบแนะนำตัวเองออกไปอย่างกระตือรือร้น “จิวเซียน ข้าชื่อหลวนจิวเซียน”

“นั่นชื่อจริง…” จิ่นเต๋อพูดพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ เพราะชื่อที่นางบอกรวมมาจากคำว่า เทพธิดา กับ โชคชะตา ซึ่งเสริมกับสถานะเทพธิดาของนางได้เป็นอย่างดี

พอเห็นเช่นนั้นจิวเซียนก็รีบพยักหน้าพร้อมกับกล่าวยืนยันออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ “นั่นเป็นชื่อของข้าจริง ๆ ”

จิ่นเต๋อยังคงสงสัยในชื่อชวนเข้าใจผิดของนางอยู่จึงทำเพียงแค่พยักหน้ารับแบบขอไปทีเท่านั้น “ส่วนของข้าคงไม่ต้องบอก เพราะดูเหมือนเจ้าจะรู้ดีแล้ว”

“มีคนเล่าให้ท่านฟัง?” จิวเซียนย่นคิ้วถามกลับอย่างไม่ชอบใจ เพราะแม่ค้าคนนั้นทำให้นางต้องประสบพบเจอกับเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อวานนี้

แต่อีกฝ่ายทำแค่ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาพร้อมกับประโยคกำกวมเพียงเท่านั้น “ข้าบอกแล้วว่าทุกคนในเมืองนี้รู้จักกันดี”

ได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของบุรุษที่ดีสองหน้าเก่งอย่างจิ่นเต๋อ นางก็ได้แต่เบ้ปากอย่างไม่อยากเชื่อ “โกหกชัด ๆ ”

ทั้งสองพูดคุยกันไม่นานลุงจางก็วิ่งเข้ามาท่าทางแตกตื่นเนื้อตัวเปียกปอน “ท่านเทพธิดา ด้านนอกฝนตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งยังตกลงมาไม่หยุด หากเป็นอย่างที่ท่านเคยทำนายเอาไว้น้ำจะต้องท่วมเมืองเป็นแน่ พวกเราควรทำอย่างไรดี”

“เรื่องนั้น...” พอเห็นอีกฝ่ายเป็นกังวลทั้งยังรอคอยคำตอบจากนางอย่างมีความหวัง จิวเซียนก็ได้แต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เพราะนางไม่รู้วิธีที่จะป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กว้างใหญ่อย่างเมืองทั้งเมืองเหมือนกัน หากเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมานางคงรับผิดชอบไม่ไหวอย่างแน่นอน

เมื่อเห็นจิวเซียนมีท่าทางลำบากใจ จิ่นเต๋อก็ตัดสินใจออกหน้าพูดแทนนาง “ลุงจาง นางทำนายได้แค่อนาคต แล้วจะบอกวิธีแก้ให้พวกท่านได้อย่างไร”  คำพูดนั้นทำให้ลุงจางมีสีหน้ารู้สึกผิดและผิดหวัง จิ่นเต๋อจึงเสนอตัวเข้าช่วยเหลือด้วยตัวเอง “เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ พวกเราลองออกไปดูสถานที่ก่อนแล้วค่อยกลับมาช่วยกันลองคิดหาวิธีดู”

ลุงจางพยักหน้ารับและเดินตามเขาออกไปข้างนอกอย่างว่าง่าย แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะหันมาบอกจิวเซียนว่าที่พักถูกจัดเรียมเรียบร้อยแล้ว

จิวเซียนยิ้มขอบคุณอีกฝ่ายก่อนจะเดินตรงไปสำรวจที่พักที่ใหม่ของนางทันที เรือนเก็บของถูกปรับเปลี่ยนโดยแบ่งเป็นห้องนอนขนาดเล็กและห้องรับแขกอย่างเป็นสัดส่วน เครื่องเรือนต่าง ๆ จัดวางอย่างเรียบง่าย ของใช้ที่จำเป็นทั้งหลายก็ถูกเตรียมไว้ให้อย่างครบครัน

โชคดีที่นางไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินเพราะมีชาวบ้านนำมาส่งให้ตลอดทั้งวัน ตราบใดที่คำทำนายของนางยังคงเป็นจริงนางก็จะไม่อดตาย

เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่ามีเรื่องที่นางบอกชาวบ้านไปมากมาย นางก็รีบเอากระดาษและพู่กันออกมาและจดเอาไว้อีกครั้ง เผื่อวันใดได้กลับไปตื่นขึ้นในโรงพยาบาลหลังจากโดนช่วยชีวิตอีกครั้ง นางจะได้นำไปเขียนในนิยายของนางให้ครบทุกเรื่อง

“ยังไม่ได้เขียนเรื่องน้ำท่วมสินะ…” จิวเซียนคลี่กระดาษสองสามแผ่นที่นางเคยใช้บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ออก จากนั้นจึงใช้พู่กันที่พกติดตัวมาตลอดจุ่มหมึกที่ฝนทิ้งไว้และจดบันทึกเรื่องที่เคยพูดกับชาวบ้านลงไป ก่อนจะเพิ่มเนื้อหาในส่วนที่เคยเขียนค้างเอาไว้คราวก่อนด้วย

“ดูเหมือนมีเรื่องต้องทำตอนกลับไปเยอะจริง ๆ ”

จิวเซียนได้แต่ทอดถอนใจเมื่อย้อนอ่านทวนข้อความในกระดาษทั้งหมด แต่ยามนี้นางควรจะตั้งใจรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโลกใบนี้และสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไปแล้วต่างหาก เผื่อมีหนทางกลับไปได้

คิดได้เช่นนั้นนางก็รีบเดินออกไปตามหาจิ่นเต๋อเพื่อสอบถามเรื่องราวจากเขา แต่กลับเจอลุงจางยืนอยู่เพียงลำพังไม่เห็นบุรุษที่นางตามหาแม้แต่เงา

“ลุงจางคุณชายหลีเล่า”

“คุณชายหลีกลับไปแล้ว เขาบอกว่าจะช่วยชาวบ้านออกแบบคันกั้นน้ำกับวางแผนขุดคลองระบายน้ำเพิ่ม จึงรีบไปคุยกับท่านเจ้าเมือง”

วิธีแก้ปัญหาที่จิ่นเต๋อคิดและความกระตือรือร้นของเขามองเห็นได้จากแววตาชื่นชมของลุงจาง ทำให้นางอดคิดไม่ได้ว่าอย่างน้อยพระเอกก็ยังคงหลงเหลือความดีที่ควรคู่กับการเป็นพระเอกอยู่ จึงอมยิ้มอย่างอารมณ์ดี “เป็นความคิดที่ดีทีเดียว”

พอเห็นว่านางเอ่ยปากชมคุณชายหลี ลุงจางก็รีบพูดจายกย่องส่งเสริมอีกยกใหญ่ “ย่อมเป็นเช่นนั้น คุณชายหลีมักจะฉลาดหลักแหลมเสมอ” ก่อนจะทอดถอนใจออกมา “น่าเสียดายที่เขาไม่อาจสอบเป็นขุนนางได้”

สิ่งที่ได้ยินทำให้จิวเซียนไม่รู้จะพูดอย่างไร เพราะนางเป็นผู้กำหนดให้ชีวิตของเขาต้องกลายเป็นเช่นนี้เอง

“ท่านเทพธิดาต้องการอะไรอีกหรือไม่” ลุงจางถามขึ้นอีกครั้ง

“ไม่ล่ะ พวกท่านไปทำธุระต่อเถอะเพียงแต่…”

ยังไม่ทันพูดจบนางก็ชะงักเอาไว้อย่างลังเลใจ แต่พอเห็นลุงจางรอฟังอย่างตั้งใจ นางก็อธิบายออกไปด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม “เพียงแต่ข้าอยู่ที่นี่คนเดียว จึงรู้สึกหวาดกลัวนิดหน่อย”

ลุงจากพยักหน้าเข้าใจก่อนจะตอบนางด้วยรอยยิ้ม “ท่านเทพธิดาไม่ต้องกังวลอีกไม่นานข้าจะส่งคนมาอยู่เป็นเพื่อนท่าน” แล้วจึงพูดอย่างมั่นใจไม่ต่างจากจิ่นเต๋อว่า “หมู่บ้านของพวกเราปลอดภัยเสมอ ท่านเทพธิดาไม่ต้องกังวลไป”

คำตอบของเขาทำเอาจิวเซียนได้แต่ยิ้มแห้ง “เป็นเช่นนี้นี่เอง”

หลังจากนั้นลุงจางและพวกชาวบ้านก็จากไป จิวเซียนที่รู้สึกไม่ดีที่ต้องอยู่คนเดียวจึงตัดสินใจไปนั่งอยู่ใกล้ ๆ รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วาในศาลเจ้า เพราะสิ่งนี้ใกล้เคียงกับการมีคนอยู่เป็นเพื่อนนางที่สุดแล้ว นางคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่สักพัก ก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างจากทางด้านหลัง

ตึก…

พอนึกได้ว่าอยู่ตัวคนเดียวจิวเซียนก็ใจหายวาบ “นั่นใคร!” นางรีบลุกขึ้นและหันกายกลับไปมองแต่ไม่เห็นใครสักคน

“...”

ขณะที่นางถอนหายใจอย่างโล่งออกและหันกลับมาทางเดิมนั้น...

“กะ กรี๊…!!!” จิวเซียนกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อพบว่าอยู่ ๆ ก็มีคนโผล่มาอยู่ตรงหน้า แต่ยังไม่ทันได้เปล่งออกมาสุดเสียง ปากก็ถูกมือของอีกฝ่ายปิดเอาไว้เสียก่อน

“อย่าส่งเสียงดังไป ข้าไม่ใช่คนไม่ดี”

นางรู้สึกคุ้นเคยกับเสียงของบุรุษตรงหน้าจึงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจลง และเริ่มสังเกตเขา เมื่อเห็นชุดเกราะสีเงินแวววาว กับหน้ากากที่ปกปิดใบหน้าไว้เหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน นางก็จำได้ทันทีว่าเขาเป็นคนที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้ในเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อวานนี้

พอเห็นว่านางมีท่าทีสงบลงเขาก็ค่อย ๆ เอามืออกอย่างลังเลและก้าวถอยหลังออกไป...สิบก้าว

เท่ากับคราวก่อนไม่ขาดไม่เกินแม้แต่ก้าวเดียว...

จิวเซียนเห็นท่าทางแปลกประหลาดเช่นนั้นก็ได้แต่ถามออกไปอย่างตะขิดตะขวงใจ“ท่าน ท่านคือ…คนที่ช่วยข้าไว้ก่อนหน้านี้ไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ ท่านตามข้ามาทำไมกัน”

“ข้าไม่ได้ตามเจ้ามา ข้าแค่ตามรอยคนที่คิดจะทำร้ายเจ้าคราวก่อน”

นั่นเป็นคำตอบเรียบ ๆ จากเขา ที่ดูไม่น่าเชื่อถือเลยแม้แต่น้อย…

ไม่นานนักเขาก็พูดขึ้นอีกครั้ง “ศพพวกนั้น คนของข้าจัดการแล้ว”

เขาจะเอามาบอกนางทำไม นางไม่ได้อยากรู้เรื่องเหล่านั้นเลยสักนิด...

จิวเซียนนิ่วหน้าขณะบ่นอยู่ในใจ สุดท้ายก็ได้แต่มองบุรุษท่าทางสง่างามเบื้องหน้าอย่างหวาดระแวง พลางครุ่นคิดว่าเขาเป็นใครกัน

“คุณหนูอย่าได้ตกใจกลัวข้าไป” เขาพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่านางมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ ก่อนจะยืนยันอย่างหนักแน่น “ข้ามิใช่คนไม่ดี”

แม้คำพูดจะฟังดูน่าเชื่อถือ แต่เขาคงจะลืมไปว่าตัวเขายังอยู่ในชุดออกศึกทั้งยังปิดบังใบหน้าให้ดูน่าสงสัย แล้วนางจะกล้าเชื่อเขาได้อย่างไรกัน!

“แม้แต่ใบหน้าของท่านข้าก็ยังไม่เคยเห็น จะให้มั่นใจได้อย่างไร” ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมาจากปากของนาง อีกฝ่ายก็ดูจะมุ่งมั่นในการทำให้นางเชื่อใจขึ้นมา จึงพูดออกมาอย่างหนักแน่น “ถ้าเช่นนั้นข้าจะถอดมันออก”

หลังพูดจบเขาก็ทำตามที่เอ่ยปากทันที ใบหน้าที่เผยออกมาของเขาทำเอาจิวเซียนถึงกับยืนตาค้างจ้องมองเขาอย่างโง่งม

เขามีใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ราวกับคุณชายตระกูลใหญ่ที่ถูกประคบประหงมมาอย่างดี สีผิวของเขามิได้ขาวผ่องเหมือนจิ่นเต๋อที่อาศัยอยู่แต่ในเมือง ทำให้นางมั่นใจว่าคนเบื้องหน้าจะต้องเป็นทหารที่กรำศึกมายาวนานอย่างแน่นอน ยิ่งเห็นจิวเซียนก็ยิ่งเสียดายที่อีกฝ่ายมีใบหน้าดูดีถึงเพียงนั้นแต่กลับไร้รอยยิ้ม เหตุใดเขาต้องทำท่าทางเงียบขรึมเช่นนั้นด้วย

เมื่อถูกจ้องมองอยู่นานอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะไม่คุ้นชินสักเท่าไหร่จึงกระแอมกระไอออกมาสองสามทีเพื่อเรียกสติของนาง

จิวเซียนหลุดออกจากภวังค์แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเสียงของลุงจางก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

“ท่านเทพธิดา ข้าพาคนมาอยู่เป็นเพื่อนท่านแล้ว” เมื่อเดินมาถึงลุงจางก็สังเกตเห็นผู้มาใหม่ จึงทักอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงดีใจระคนแปลกใจ “อ้าว ท่านแม่ทัพอี้เหตุใดท่านจึงอยู่ที่นี่กัน”

เห็นลุงจางพูดราวกับรู้จักอีกฝ่าย จิวเซียนก็ต้องหันไปมองด้วยความสงสัย ก่อนที่ลุงจางจะอธิบายออกมาอย่างชื่นชมด้วยน้ำเสียงภูมิใจ “ท่านเทพธิดา ท่านผู้นี้คือ ‘อี้หย่งฝู’ แม่ทัพน้อยผู้คอยปกป้องความสงบสุขของแคว้นเราอย่างไรเล่า”

ได้ยินเช่นนั้นจิวเซียนก็มีสีหน้าแปลกใจ ก่อนจะหันไปมองชายที่ยังคงยืนนิ่ง “เขาเป็นแม่ทัพออย่างนั้นรึ”

ลุงจางรีบพยักหน้าตอบ ก่อนจะหันไปถามบุรุผู้ยืนนิ่งเป็นท่อนไม้ด้วยความสงสัยว่า “แม่ทัพอี้มาทำอะไรที่นี่ มีเรื่องอะไรให้พวกข้าช่วยหรือไม่”

“คนของข้าได้ข่าวจากชาวบ้านว่าเมืองนี้มีคนที่สามารถทำนายอนาคตได้ ข้าจึงลองมาให้นางทำนายเรื่องสงครามที่เกิดขึ้นดู” แม่ทัพอี้ตอบกลับเสียงเรียบ ท่าทางของเขาดูน่าเชื่อถือไม่ได้ดูน่าสงสัยแม้แต่น้อย

จิวเซียนถึงกับนิ่งค้างไป เพราะสิ่งที่เขาพูดไม่เหมือนกับที่บอกนางเอาไว้เลยสักนิด แต่ในเมื่อเขาเป็นถึงแม่ทัพที่ต้องคอยดูแลความสงบสุขของผู้คน ย่อมไม่แปลกที่เขาจะปิดบังความจริงเพื่อไม่ให้ผู้คนแตกตื่น

ด้านลุงจาง พอได้ยินความต้องการของแม่ทัพอี้ก็รีบหันมามองจิวเซียนด้วยสายตาคาดหวังทันที “ท่านเทพธิดา ท่านคิดว่าอย่างไร พวกเราจะชนะหรือไม่ แล้วสงครามครั้งนี้จะจบลงเมื่อใดกัน”

พอเจอคำถามจากลุงจาง จิวเซียนก็พูดไม่ออก เพราะนั่นเป็นคำถามที่มากเกินกว่านางจะตอบแบบเดาสุ่มได้ แต่พอต้องเผชิญกับสายตารอคอยของเขา นางก็ทำได้แค่พูดอะไรบางอย่างออกไปเช่นเดิม

“ข้าคิดว่า…” นางหยุดเว้นช่วงพลางเหลือบมองไปทางแม่ทัพอี้ที่กำลังจ้องมองนางอย่างพิจารณาอยู่เหมือนกัน เมื่อรับรู้ว่ากำลังโดนจ้องโดยแม่ทัพที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน นางก็อดกังวลใจขึ้นมาไม่ได้ว่าหากเขาจับได้ว่านางหลอกลวงชาวบ้านอาจจะถูกจับเข้าคุกก็เป็นได้

แต่นางก็เลือกที่จะพูดอะไรบางอย่างออกไปอยู่ดี...

“ข้าคิดว่าแคว้นของเราจะชนะภายในเจ็ดวัน”

ได้ยินเช่นนั้นลุงจางก็มีสีหน้าดีใจขึ้นมาทันที ก่อนที่แม่ทัพอี้ที่ยืนฟังอยู่จะพูดขอบคุณนาง “ขอบคุณคุณหนูที่ช่วยทำนายให้ข้า” เขากล่าวอย่างสุภาพจากนั้นจึงขอตัวลาจากไปอย่างรวดเร็ว “ข้ายังมีเรื่องต้องสะสางอีกมากต้องขอตัวก่อน”

จิวเซียนมองส่งแม่ทัพอี้เดินจากไปโดยไม่ได้พูดอะไรอีก แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด นางรู้จึงสึกได้ว่าเขายังคงมองมาด้วยสายตาล้ำลึกยากคาดเดา

“ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เจอแม่ทัพอี้ที่นี่” ลุงจางที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ พลางมองตามหลังบุรุษผู้น่าเกรงขามด้วยสายตาชื่นชม

“เขาเป็นคนเช่นไรรึ”

ลุงจางเห็นนางไม่รู้เรื่องก็ทำท่าจุ๊ปากอย่างเสียดายก่อนอธิบายออกมา “เขาเพิ่งรับตำแหน่งแม่ทัพต่อจากบิดา ทั้งยังเป็นแม่ทัพหนุ่มที่เก่งกาจมากความสามารถ ชนะสงครามมานับครั้งไม่ถ้วน เพียงแต่…” พูดถึงตรงนี้ใบหน้าของลุงจางก็มีแววขบขันเล็กน้อย “เพียงแต่…เขาไม่ถูกกับสตรีน่ะสิ”

ได้ยินเช่นนั้นจิวเซียนก็เข้าใจทันทีว่าเขาพยายามเว้นระยะห่างเวลาพูดคุยกับนางเพราะเหตุใด พอลุงจางเห็นนางมีสีหน้าเข้าใจ ก็เล่าต่อไปอย่างอารมณ์ดี “ผู้คนเล่าลือกันว่าเขาถูกเลี้ยงมาในจวนแม่ทัพเลยแทบไม่ได้ใกล้ชิดกับสตรีเท่าไหร่” พูดถึงตรงนี้ลุงจางก็เว้นช่วง ก่อนจะถอนหายใจออกมา “แต่หากเป็นศัตรูล่ะก็ไม่มีลังเลใจแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรีก็ตาม”

คำพูดนั้นทำให้จิวเซียนต้องยิ้มแห้ง ด้วยไม่รู้ว่ายามนี้แม่ทัพอี้ผู้ยิ่งใหญ่จะมองนางเป็นมิตรหรือศัตรู “เป็นเช่นนี้นี่เอง”

ผ่านไปสักพักลุงจางนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ก็รีบพูดขึ้นเสียงดัง “อ๊ะ จริงสิข้าพาสาวใช้มาให้ ท่านเทพธิดาจะได้ไม่ต้องกังวลใจเวลาอยู่คนเดียวอีก” พูดจบเขาก็รีบวิ่งออกไปพร้อมกับคำพูดทิ้งท้ายไม่กี่ประโยค “นางเป็นสตรีที่พลัดหลงกับครอบครัว เพิ่งเข้ามาอยู่ที่เมืองเราได้ไม่นาน ข้าจะรีบไปเรียกนางเข้ามา”

พอลุงจางออกไปจิวเซียนก็ถอนใจออกมา ไม่ใช่เพราะโล่งใจที่มีคนมาอาศัยอยู่เป็นเพื่อน แต่เป็นเพราะนางเพิ่งจะโกหกคำโตกับแม่ทัพผู้แสนจะยิ่งใหญ่ ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขากำลังทำสงครามอันใดอยู่ต่างหาก...

 

***************************************

**rewrite ครั้งที่ 2 14/12/2560


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

173 ความคิดเห็น

  1. #149 Nut'reeeee (@nutree) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 20:35
    เราว่านางเอกค่อนข้างโง่และซื่อบื้อไปหน่อย ทำไมชอบทำนายอะไรที่เฉพาะเจาะจงขนาดนั้น เกิดมันพลาดขึ้นมาคือความแตกเลยนะ แถมเรื่องที่ทำนายล่าสุดคือทำนายว่าจะชนะสงคราม... มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยนะนั่น มีแต่เจาะจงว่าเป็นภายในอาทิตย์นี้อีก

    จุดนี้ทำไมดูแปลกๆ พูดเลี่ยงได้ก็เลี่ยงไปสิ แบบเป็นความลับของสวรรค์ เรื่องนี้ห้ามแพรงพาย ข้าบอกเจ้ามากเกินไปแล้ว อะไรก็ว่าไป ไม่ใช่ใครมาถามอะไรก็ตอบสุ่มๆมั่วๆไปหมด

    - -
    #149
    0
  2. #146 Meteorsky (@Meteor123) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 17:52
    เราต้องการท่านแม่ทัพ 555555
    #146
    0
  3. #141 AprilIV (@babyll) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 02:46
    โอ้ อย่าบอกนะว่าท่านแม่ทัพเป็นพระเอก เพราะพระเอกในนิยายอาจไม่ใช่พระเอกในเรื่องจริงๆ ก็ได้นี่นา

    เราพู่กันที่นางใช้เขียนต้องมีอะไรแน่นวลลลล
    #141
    1
  4. #113 sm_lovelypinkboy (@sm-lovelypinkboy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 23:29
    ว้าว~~~เป็นแม่ทัพนี่เอง ก็สงสัยอยู่ว่าทำไมถึงต้องยืนห่างนางตั้งสามเมตรที่แท้ไม่เคยเข้าใกล้สตรี ท่านแม่ทัพบอกว่าตามรอยคนร้าย แสดงว่าคนร้ายพวกนั้นก็ยังคงตามจิวเซียนน่ะสิ
    สงครามที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวกับคนร้ายพวกนั้นด้วยมั้ย เพราะแม่ทัพตามเรื่องด้วยตัวเอง
    เอ๊ะ หรือเป็นห่วงจิวเซียนกัน ว่าไปเรื่อย~ แต่เชียร์แม่ทัพนะ
    #113
    0
  5. #86 OP Luffy (@572539) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 21:21
    เป็นเพราะพู่กันแหง ๆ
    #86
    1
    • #86-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 6)
      6 มกราคม 2560 / 23:22
      จะใช่ไม่ใช่นะ อิอิ ^^
      #86-1
  6. #49 Larwan (@Larwan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 10:45
    ทีมแม่ทัพค่ะ
    #49
    1
    • #49-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 6)
      19 ธันวาคม 2559 / 14:49
      คนเชียท่านแม่ทัพเยอะจริงๆ
      #49-1
  7. #48 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 07:49
    ขอบคุณค่ะ
    #48
    1
  8. #47 MIND_CAO (@MIND_CAO) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 23:40
    อยากให้ท่านเเม่ทัพเป็นพระเอกจัง
    #47
    1
  9. #46 Clovery.Honey (@Muki-mokun-mook) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 22:17
    ขอจ่ายค่าตัวให้ท่านแม่ทัพมาเป็นพระเอกค่ะ อิอิ
    #46
    1
  10. #45 Linlij (@Linlij) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 20:44
    ... ใครโผล่มา~~ แม่ทัพงั้นหรืออออ สนใจจะเป็นพระเอกเรื่องนี้มั้ยคะ? อยู่กับนางเอกรับรองรู้ล่วงหน้าทุกอย่าง 555
    #45
    1
    • #45-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 6)
      18 ธันวาคม 2559 / 20:49
      รู้ล่วงหน้าได้จริงๆหรือเสี่ยงเดาก็ไม่รู้นี่สิคะ 555
      #45-1
  11. #44 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 20:35
    รอนะคะ เลือกทีมไหนดี ทีมพระเอก(มั๊ย) หรือ ทีมท่านแม่ทัพ
    #44
    1
    • #44-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 6)
      18 ธันวาคม 2559 / 20:41
      นั่นสิคะ ทีมไหนดีนะ (^^ )( ^^)??
      #44-1
  12. วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 20:04
    ทีมท่านแม่ทัพค่ะ
    #43
    1
    • #43-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 6)
      18 ธันวาคม 2559 / 20:31
      O.o ไรท์นี่รักทั้งสองคนเลย ยังเลือกไม่ถูก 555
      #43-1
  13. #42 Meteorsky (@Meteor123) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 19:42
    คนไหนพระเอกกก กรี้ดดดดด
    #42
    3
    • #42-2 Meteorsky (@Meteor123) (จากตอนที่ 6)
      18 ธันวาคม 2559 / 20:26
      ดีทั้งคู่เลยค่ะ เลือกไม่ถูก 55555555555555
      #42-2
    • #42-3 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 6)
      18 ธันวาคม 2559 / 20:31
      ไม่ต่างจากไรท์เลยค่ะ 555
      #42-3