ตอนที่ 5 : บทที่ 4 ตัวละครที่ไม่เคยเอ่ยถึง [rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3084
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    15 ธ.ค. 60

“ข้าให้เจ้าอยู่แค่เท่าที่มีเงินจ่ายเท่านั้น ถ้าไม่มีก็ออกไป”

นั่นคือคำพูดที่ได้ยินจากจิ่นเต๋อ หลังกลุ่มชาวบ้านที่ไม่เชื่อถือในตัวนางจากไปเมื่อสองวันก่อน ทำให้จิวเซียนเริ่มคิดแล้วว่านางไม่ควรมาพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมของเขาเลยจริง ๆ

บุรุษเห็นแก่เงิน!

แม้จะโมโห แต่จิวเซียนก็อดสงสัยไม่ได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเห็นแก่เงินมากขนาดนั้น?

วันนี้จิวเซียนออกไปเดินตลาดยามเช้า เพราะไม่อาจทนรอฟังผลลัพธ์จากคำทำนายสุ่ม ๆ ที่พูดออกไปในคราวก่อนไหว อันที่จริงนางรู้ในผลลัพธ์ดี ยามนี้จึงปลอมตัวเป็นสาวชาวบ้านธรรมดาทั้งยังใส่หมวกที่มีผ้าคลุมผืนใหญ่อำพรางใบหน้าไว้เพื่อเตรียมพร้อมให้หนีได้ตลอดเวลา

“ท่านป้าข้าถามอะไรนิดหน่อยได้หรือไม่” จิวเซียนถามแม่ค้าวัยกลางคนที่กำลังตักขนมใส่ห่อกระดาษให้นาง

“ได้สิ” แม่ค้าผู้นั้นจะรีบตอบกลับมาอย่างยินดีที่ขายของได้ตั้งแต่เช้าตรู่

ได้ยินเช่นนั้นจิวเซียนก็อมยิ้ม พลางทำทีเป็นสงสัย “ข้ามาอยู่เมืองนี้ได้ไม่นาน ได้ยินผู้คนร่ำลือกันว่าคุณชายหลีเป็นคนดียิ่งนัก ได้ยินมาว่าเขาเพิ่งช่วยเหลือสตรีนางหนึ่งท่านรู้เรื่องนี้หรือไม่” เมื่อเห็นแม่ค้ามองกลับมาด้วยแววตาสงสัยนางก็รีบร้อนอธิบายออกไป “ข้าตามข่าวสารไม่ทัน ได้ยินผู้อื่นพูดถึงเลยอยากเอาไปพูดคุยกับเพื่อนฝูงบ้าง”

จิวเซียนได้แต่หวังให้แม่ค้าเชื่อคำโกหกของนาง อันที่จริงนางก็แค่อยากรู้ ว่าทำไมจิ่นเต๋อถึงเห็นแก่เงินขนาดนั้น

พอเห็นนางอธิบายกลับมาแม่ค้าก็มีทีท่าเข้าใจทันที “เรื่องนั้นนั่นเอง”

“ท่านป้ารู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใดเขาจึงเป็นคนดีถึงเพียงนี้” จิวเซียนถามขึ้นอีกครั้ง แม่ค้าจึงตอบเสียงสูงกลับอย่างเข้าถึงอารมณ์ “เพราะเขาเคยลำบากมาก่อนน่ะสิ”

“ท่านป้าล้อข้าเล่นแล้ว” จิวเซียนทำท่าแปลกใจพลางหัวเราะน้อย ๆ

พอเห็นนางไม่เชื่อแม่ค้าก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าล้อเจ้าเล่นที่ไหนกัน” ก่อนจะเริ่มอธิบายออกมาด้วยสีหน้าสงสารปนเห็นใจ “พ่อของคุณชายหลีเคยเป็นอดีตขุนนางใหญ่มาก่อน แต่เขาซื่อตรงเกินไปจึงโดนโยนความผิดให้จนถูกลงโทษเนรเทศมาอยู่เมืองของพวกเรา โรงเตี๊ยมเล็ก ๆ นั่นสร้างจากเงินเก็บที่เหลือเพื่อยังชีพเท่านั้น”

“เพราะเคยได้รับความไม่เป็นธรรมมาก่อนจึงคอยช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อนตลอด แต่ถึงชื่อเสียงของเขาจะดีแค่ไหนทางราชสำนักก็ยังไม่ยอมให้กลับไปสอบเป็นขุนนางเสียที ว่ากันว่าอนาคตของเขาคงจะจบอยู่แค่ตรงนี้ทั้ง ๆ ที่ควรจะไปได้ไกลแท้ ๆ ” พูดจบแม่ค้าผู้นั้นก็ถอนหายใจอย่างเสียดาย “ช่วงหลังมานี้โรงเตี๊ยมก็โดนคนพยายามระรานตลอด ช่างน่าสงสารจริง”

ประโยคสุดท้ายของนางทำให้จิวเซียนต้องถามทวนอย่างงุนงง “ระราน? ใครมาระรานพวกเขากัน”

แม่ค้าเพิ่งรู้ตัวว่าหลุดพูดอะไรเกินควร ก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที “เรื่องนี้ข้าพูดไม่ได้ ถ้าเจ้าอยากรู้ก็ไปหาเอาเองแล้วกัน”

จิวเซียนเห็นท่าทีของแม่ค้าจึงรีบหยิบของตรงหน้าขึ้นมาอีกสองสามชิ้น “ท่านป้าบอกข้าสักหน่อยเถิด ข้าว่าจะซื้อขนมกับเครื่องประดับพวกนี้เพิ่มสักหน่อย”

แค่ได้ยินว่าจะได้ขายของเพิ่ม แม่ค้าก็ใจอ่อนยอมเปิดปากเพิ่มอีกประโยคหนึ่ง “ข้าบอกได้แค่ว่าพวกนั้นอยากจะยึดโรงเตี๊ยมของคุณชาย…”

“ท่านหมายถึงพวกเขาติดหนี้?” จิวเซียนถามอย่างแปลกใจ

“ฉากหน้าอาจจะเป็นเช่นนั้น แต่ความจริงมักจะซับซ้อนกว่าสิ่งที่เห็น” แม่ค้าตอบก่อนจะบ่นพึมพำอย่างไม่อยากยุ่งว่า “เฮ้อ..ความรักของสตรีช่างน่ากลัวจริง ๆ ”

ความรักของสตรี? นั่นหมายความว่าเป็นเพราะความหึงหวงหรอกหรือ?

“ทำไมเจ้าไม่ลองเดินไปทางถนนสายนั้นดูล่ะ อาจจะรู้อะไรเพิ่มก็ได้” แม่ค้าบอกนางพร้อมกับชี้ไปถนนสายหนึ่งซึ่งมีผู้คนบางตา จิวเซียนลังเลเล็กน้อยก่อนจะจ่ายเงินที่ได้มาจากการบริจาคให้แม่ค้าและเดินตรงไปที่ถนนสายนั้น

จิวเซียนเดินพลางนึกเทียบเหตุการณ์จากบทสนทนาเมื่อครู่กับเรื่องที่นางเคยแต่งไว้

ในเนื้อเรื่องนางวางให้มีตัวร้ายเป็นลูกสาวพ่อค้า สตรีนางนั้นแอบรักพระเอกและชอบกลั่นแกล้งคู่พระนางเป็นประจำ นั่นคงเป็นต้นเหตุที่ทำให้โรงเตี๊ยมกำลังจะโดนยึดแน่นอน

แต่นางไม่เคยกำหนดเรื่องยึดโรงเตี๊ยมเอาไว้นี่…

“ที่นี่…”

เพราะมัวแต่คิดเรื่อยเปื่อย จิวเซียนจึงไม่ทันสังเกตว่าถนนสายใหญ่เมื่อครู่กลับกลายเป็นตรอกเล็ก ๆ รกร้างไร้ผู้คนแทนเสียแล้ว

สวรรค์! นางกำลังหลงทางในโลกที่นางสร้างขึ้น!

แต่ให้ทำอย่างไรได้ นางเป็นแค่คนกำหนดเรื่องราวจะไปรู้ถนนหนทางหมดทุกสายได้อย่างไร มองซ้ายมองขวาอยู่ไม่นานก็ตัดสินใจหันหลังกลับไปทางเดิม แต่กลับมีชายฉกรรจ์สามคนขวางทางอยู่

“พวกเจ้าเป็นใคร…” จิวเซียนถามอย่างหวาดระแวง

“เจ้าแอบสืบเรื่องของเจ้านายพวกเราอย่างนั้นรึ” คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าพูดขึ้น ก่อนจะก้าวเข้ามาพร้อมมีดในมือ “ไม่รักชีวิตแล้ว หรือคิดจะจับคุณชายหลี”

จิวเซียนรู้ทันทีว่าแม่ค้าผู้นั้นคงจะหลอกนางเสียแล้ว เจ้านายของกลุ่มคนตรงหน้าจะต้องมีอิทธิพลในเมืองน่าดู แต่ก็สมควรแล้ว เพราะตัวร้ายที่ไม่มีอำนาจมากพอจะกลายเป็นอุปสรรคคอยขัดขวางพระเอกนางเอกได้อย่างไร

แต่ให้มาเจอกับตัวเองเช่นนี้ก็อีกเรื่องหนึ่ง...

“ลูกพี่ พวกเราควรจะทำยังไงกับนางดี” หนึ่งในชายฉกรรจ์ถาม ก่อนที่หัวหน้าของพวกเขาจะมองมาที่นางพร้อมรอยยิ้มน่ากลัว “ไม่ได้มีคำสั่งฆ่า แค่กรีดหน้าก็พอ”

โหดร้ายเกินไปแล้ว! แค่ได้ยินก็รู้แล้วว่าคนสั่งการจะต้องเป็นสตรีอย่างแน่นอน

“ถอยออกไปนะ” จิวเซียนพูดขณะที่เท้าสองข้างก้าวถอยหลังหลบกลุ่มคนตรงหน้าไปเรื่อย ๆ

“คุณหนูดูเหมือนเจ้าจะดวงตกเสียแล้ว”

คำพูดที่ไม่เร่งร้อนพร้อมกับท่าทางน่ากลัวนั้น ทำให้นางเผลอก้าวพลาดจนสะดุดล้มลงไป นางร้องขอความช่วยเหลืออย่างมีความหวังแม้จะไม่เห็นเงาของใครเลยก็ตาม “ช่วยด้วย…”

“คิดว่าจะมีคนได้ยินรึ” ชายที่เป็นหัวหน้าพูดขึ้นทั้งยังหัวเราะเสียงดัง แต่ไม่นานนักลูกน้องที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ทักด้วยน้ำเสียงกระวนกระวายขึ้นมาเสียก่อน “ลูกพี่ ทางนั้นมีคนอยู่ด้วย”

คำพูดและท่าทางหวาดกลัวนั้นทำให้ทุกคนหันไปมองอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะสะดุ้งด้วยความตกใจ เพราะบุรุษในชุดสีดำมิดชิดรูปร่างกำยำสูงใหญ่ ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลชวนให้อดรู้สึกหวาดผวาขึ้นมาไม่ได้

สิ่งที่ทำให้อีกฝ่ายดูน่ากลัวไม่ใช่เพราะการปกปิดใบหน้าหรือท่าทางของเขา แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่รู้สึกถึงตัวตนของอีกฝ่ายเลยต่างหาก เขาอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!

“นั่นมันใคร…” หัวหน้าชายฉกรรจ์รู้ทันทีว่าไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับบุรุษผู้นั้น

“หลบเร็ว!” ชั่วพริบตาที่อีกฝ่ายขยับเข้ามา หัวหน้าชายฉกรรจ์ก็ตะโกนบอกพรรคพวกเสียงดัง แต่ก็ไม่ทันเพราะอีกฝ่ายโผล่เข้ามาประชิดพวกเขาเสียแล้ว

เร็วเสียจนไม่อาจมองเห็นได้…

แค่เขาขยับก็จับหนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์เบื้องหน้าได้อย่างง่ายดาย

สิ่งที่เห็นทำเอาจิวเซียนถึงกับพูดไม่ออก นางรู้สึกเหมือนเสียงในลำคอและเรี่ยวแรงหายไปจนหมดเพราะเหตุการณ์น่ากลัวตรงหน้า

หัวหน้าชายฉกรรจ์ถูกบุรุษลึกลับจับคว้าคอและยกขึ้นสูงจนตัวลอยเหนือพื้นด้วยมือเพียงข้างเดียว ท่าทางนิ่งเงียบไม่แยแสสิ่งใดของเขาดูราวกับพร้อมจะหยุดลมหายใจของอีกฝ่ายได้ตลอดเวลา

“กะ แกคิดจะทำอะไร” หัวหน้าชายฉกรรจ์พยายามสู้กลับ แต่ขยับได้ไม่เท่าไหร่มือของอีกฝ่ายที่จับคอของเขาเอาไว้ก็ออกแรงบีบทันที

กลายเป็นร่างไร้ลมหายใจในชั่วพริบตา...

“ละ ลูกพี่…” ชายฉกรรจ์ที่เหลืออยู่มองร่างไร้วิญญาณของพรรคพวกด้วยความตกใจ พอตั้งสติได้ก็พากันวิ่งหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต “ถอยเร็วเข้า!”

จิวเซียนได้แต่ยืนนิ่งไม่ไหวติงด้วยความหวาดกลัว การคร่าชีวิตของผู้อื่นอย่างง่ายดายของคนตรงหน้าทำให้นางรู้ทันทีว่าไม่มีทางหนีไปจากเงื้อมมือของเขาได้

สุดท้ายก็เหลือแค่นางผู้เดียว...

หลังโยนร่างไร้วิญญาณของกลุ่มชายฉกรรจ์ทิ้งอย่างไม่แยแส บุรุษผู้นั้นก็เดินเข้ามาหานางอย่างไม่รีบร้อน ฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาแต่ละก้าวทำให้นางหวาดหวั่นจนถึงขีดสุด ลำคอตีบตันไม่อาจร้องเรียกให้คนช่วย ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งไม่อาจวิ่งหนีได้ น้ำตาไหลออกมาเป็นสายด้วยความกลัว

“เจ้าคือสตรีที่ผู้คนพูดถึง?”

น้ำเสียงเย็นเยียบของเขาเรียกสติของนางกลับมาอีกครั้ง นางพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงถดกายถอยหนีพร้อมกับบอกปัดคำถามของเขา“ขะ ข้าไม่รู้ว่าท่านพูดถึงใคร”

แต่อีกฝ่ายไม่สนใจ เขาทำเพียงยื่นมือออกมาหานางเท่านั้น “ส่งของมา”

“ของ…ของอะไร” จิวเซียนถามเสียงสั่นอย่างไม่เข้าใจ

บุรุษชุดดำไม่ตอบคำถามแต่ยื่นมือออกมาหานางแทน ฝ่ามือมัจุราชเพิ่งคร่าไปสามชีวิต หากมาถึงนางคงเพิ่มเป็นสี่ชีวิตอย่างแน่นอน...

“ปล่อยนาง!”

เสียงตะโกนดังก้องดังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลทำให้จิวเซียนหันไปมองด้วยความหวัง แต่ความหวังของนางกลับควบม้าสีน้ำตาลเข้มที่ดูแข็งแกร่งกำยำกำลังพุ่งตรงมาทางนางโดยไม่มีท่าทีว่าจะชะลอลงแม้แต่น้อย

หากยังพุ่งมาเช่นนี้นางต้องโดนม้าเหยียบตายก่อนโดนฆ่าเป็นแน่!

จิวเซียนหลับตากรีดร้องเมื่อเห็นม้ากระโดดโผทะยานเข้ามา แต่ผ่านไปสักพักก็พบว่า นอกจากลมพัดผ่านจนหมวกของนางหลุดปลิวไปแล้วร่างกายของนางล้วนปกติไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย

นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เมื่อเห็นบุรุษบนหลังม้าที่คั่นกลางระหว่างนางกับชายชุดดำแล้วก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบได้หยุดหมุนลง

บุรุษท่วงท่าสง่างามในชุดเกราะสีเงินวาววับพร้อมดาบในมือทำให้นางรู้สึกปลอดภัย ถึงแม้จะไม่เห็นใบหน้าเพราะถูกหน้ากากปกปิดเอาไว้ แต่นางรู้สึกได้ทันทีว่าเขาจะต้องมาเพื่อปกป้องนางอย่างแน่นอน

ขณะนางกำลังเหม่อลอย บุรุษในชุดเกราะและชายชุดดำก็เข้าปะทะกันอย่างดุเดือดจนนางมองอย่างไรก็ไม่ทันเสียแล้ว

เงาร่างของคนทั้งสองวูบไหวไปมาอย่างรวดเร็ว จิวเซียนได้แต่เบิกตากว้างนั่งนิ่งค้างเป็นรูปปั้นหินไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว ผ่านไปไม่นานบุรุษในชุดเกราะก็ได้เปรียบและสร้างบาดแผลให้ชายชุดดำได้สำเร็จ ฝ่ายชายชุดดำเห็นท่าไม่ดีจึงรีบหลบหนีหายไปในชั่วพริบตา

นี่คือการต่อสู้ของยอดฝีมือสินะ...

“คุณหนู เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า ยืนไหวหรือไม่”

เสียงเรียกของทำให้จิวเซียนได้สติคืนมา เพียงแต่ระยะห่างกว่าสิบก้าวในการสนทนานี้คือสิ่งใดกัน?

จิวเซียนกระพริบตาปริบ ๆ หัวสมองพลันหมุนวนคิดตีกันไม่หยุดว่าเหตุการณ์ชวนระทึกขวัญกลับกลายเป็นสถานการณ์แปลกประหลาดเช่นนี้ได้อย่างไร

“ตอนนี้คุณหนูอาจจะยังตกใจอยู่ แต่อีกไม่นานก็คงชิน”

เขากำลังปลอบนางทั้ง ๆ ที่ยืนห่างขนาดนั้นน่ะหรือ เหตุใดนางต้องชินด้วย แล้วนางจะชินกับเหตุการณ์เฉียดตายเช่นนี้ได้อย่างไร

แต่บุรุษในชุดเกราะไม่ได้ไขข้อข้องใจให้นางสักนิด เขาหันไปทิศทางหนึ่งเหมือนจับสัญญาณบางอย่างได้ก่อนจะหันมากำชับนางด้วยเสียงหนักแน่น “อย่าพูดเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด” ก่อนจะเปลี่ยนเป็นลังเลเล็กน้อย “หากเจ้าเป็นคนผู้นั้นจริง อีกไม่นานเรื่องราวทุกอย่างจะกระจ่างเอง”

พูดจบเขาก็จัดการนำร่างไร้ลมหายใจของชายฉกรรจ์ทั้งสามไปมัดรวมกันในมุมอับและใช้กองฟางที่กองอยู่แถวนั้นคลุมซ่อนไว้ ส่วนรอยเลือดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ใช้เท้าปัดเอาฝุ่นและดินรอบด้านมากลบ ก่อนจะขี่ม้าจากไปโดยทิ้งนางเอาไว้อย่างเดียวดาย

นางกำลังเผชิญหน้ากับเรื่องอันใดกัน...

ผ่านไปครู่เดียวจิวเซียนก็รู้สาเหตุที่ทำให้ชายในชุดเกราะจากไป เพราะเสียงตะโกนที่ฟังอย่างไรก็คุ้นเคยของลุงจางดังแว่วมาพร้อมกับคนกลุ่มใหญ่ที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้างปรากฏขึ้น “นั่นไง ๆ ท่านเทพธิดาอยู่ที่นั่น”

เมื่อเห็นว่านางกำลังยืนโอนเอนราวกับจะล้มลง พวกเขาก็รีบกรูเข้ามาช่วยพยุงและเริ่มบทสนทนาที่นางไม่คาดคิดว่าจะได้ยิน

“ท่านเทพธิดาท่านช่างเก่งกาจจริง ๆ ได้โปรดทำนายให้พวกเราเพิ่มอีกเถิด” นั่นคือคำพูดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาจากหนึ่งในคนที่ไม่เชื่อว่านางเป็นเทพธิดาในคราวก่อ

“ทุกอย่างที่ท่านบอกมาล้วนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงทั้งสิ้น ต้องขอบคุณท่านที่ทำให้พวกเราเตรียมตัวได้ทัน” นั่นคือคำพูดชื่นชมจากชายที่นางทายว่าจะโดนโจรบุกบ้าน  ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นด้วยแววตาซาบซึ้งว่า “หากไม่ใช่เพราะภรรยาข้าเชื่อคำของท่านแล้วเรียกให้ข้าเฝ้าดูบ้านไว้ บ้านของพวกเราคงไม่เหลือข้าวไว้ให้กินแล้ว”

“ท่านเทพธิดา โปรดทำนายให้พวกเราด้วยเถิด” ชาวบ้านอีกคนรบเร้าขึ้น

ท่าทางของพวกเขาทำเอาจิวเซียนมึนงงยิ่งกว่าเดิม “อ่า คือ…” นางได้แต่พูดอ้ำอึ้งเพราะคิดไม่ออกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น “บางที…”

“ท่านเทพธิดา ท่านเป็นอะไรหรือไม่” ในที่สุดลุงจางที่สังเกตถึงท่าทางผิดปกติของนาง

“ไม่ ไม่มีอะไร” จิวเซียนนึกถึงคำพูดที่ชายปริศนากำชับเอาไว้จึงรีบส่ายหัวตอบกลับไป และพยายามตั้งสติเพื่อหาทางพูดอะไรสักอย่างตามที่กลุ่มคนเบื้องหน้าต้องการแทน

“บางที…หากฝนตกไม่ยอมหยุดอาจจะเกิดน้ำท่วมขึ้นมาก็ได้”

พอได้ยินคำพูดของนางชาวบ้านต่างก็มีสีหน้าชื่นชม ในขณะที่นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพิ่งจะพูดสิ่งใดออกไป

“ท่านเทพธิดา เรื่องนี้จะเกิดขึ้นเมื่อใดกัน”

ลุงจางเป็นผู้ถามขึ้น จิวเซียนจึงได้แต่แสร้งตอบกลับไปด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อนว่า “ข้าพูดมากเกินไปแล้ว พูดมากไปไม่ใช่เรื่องดี…” 

สวรรค์! ในเมื่อท่านช่วยมาหลายครั้งแล้ว ก็ช่วยให้คำพูดของนางเป็นจริงแล้วก็ช่วยส่งนางกลับบ้านเสียที!

ตอนนี้ในหัวของจิวเซียนมีหลายสิ่งหลายอย่างตีกันไปหมด นางทั้งสงสัยว่าเหตุใดสิ่งที่นางพูดจึงเป็นจริงขึ้นมา คนท่าทางแปลกประหลาดที่ช่วยนางไว้เป็นใคร เรื่องน่าหวาดหวั่นเมื่อครู่เป็นจริงใช่หรือไม่ ในกองฟางไม่ไกลจากตรงนี้มีศพของกลุ่มชายฉกรรจ์ซ่อนอยู่จริงหรือ เหตุนางต้องมาพบเจอเรื่องเช่นนี้ด้วย และที่สงสัยมากที่สุดก็คือ…

ที่แห่งนี้เป็นเพียงโลกในฝันหลังความตายของนางจริง ๆ หรือ?

……………………

 

ไกลออกไป ณ บ้านร้างในป่าใหญ่ ซึ่งกั้นกลางระหว่างเมืองเล็ก ๆ กับสนามรบที่มีศึกยืดเยื้อมายาวนาน ท่ามกลางเงามืดไร้ซึ่งแสงใด ๆ มีคนกลุ่มหนึ่งนั่งรอข่าวดีที่ยังมาไม่ถึงอย่างเงียบงัน

เมื่อประตูไม้ผุเก่าถูกเปิดออก ชายเปี่ยมรัศมีสูงศักดิ์ที่นั่งอยู่ตรงกลางก็ถามถึงความสำเร็จของภารกิจที่เขามอบหมายให้อีกฝ่ายไปทำทันที “ได้ของมารึเปล่า”

ได้ยินเช่นนั้นชายชุดดำผู้ทำงานพลาดก็รีบคุกเข่าลงพร้อมยอมรับผิดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าทำให้นายท่านผิดหวัง โปรดลงอาญาด้วย”

คำตอบที่ได้รับทำให้ผู้ถามขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะถอนหายใจออกมาและโบกมือให้อีกฝ่ายอย่างไม่ถือสา “เจ้าไม่เคยพิดพลาดมาก่อน ครั้งนี้ทำไม่สำเร็จเกิดเรื่องอันใดขึ้น”

“มีคนมาช่วยนาง” บุรุษชุดดำครุ่นคิดชั่วครู่จึงพูดออกมา “ดูเหมือนจะเป็นคนผู้นั้น พวกเขาคงเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”

ถ้อยคำหนักแน่นชัดเจนสื่อความหมายให้ผู้รับคำตอบเข้าใจในทันทีว่าผู้ที่มาขัดขวางเป็นใคร

“เจ้าแน่ใจรึ” ชายสูงศักดิ์ถามกลับ พอเห็นคนสนิทพยักหน้า นัยน์ตาของเขาก็หรี่เล็กลง “พวกเขาคงจะร้อนใจไม่แพ้พวกเรา แต่ที่น่าสงสัยคือพวกเขาได้แหล่งข่าวเกี่ยวกับนางและของสิ่งนั้นมาจากไหน”

พอเห็นสายตาของชายสูงศักดิ์ หนึ่งในคนที่ยืนอยู่ในห้องก็ตอบรับและถอยกายออกไปทันที “ข้าน้อยจะรีบสืบโดยเร็ว”

นั่นทำให้ชายผู้มีอำนาจสูงสุดในห้องพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนจะลุกขึ้นเดินด้วยสีหน้าครุ่นคิด แต่ไม่นานนักบุรุษชุดดำก็ถามขึ้นอย่างรู้งาน “จะให้ข้าจัดการ…”

บุรุษชุดดำถามยังไม่ทันจบ ผู้เป็นนายก็ตัดบทขึ้นมาเสียก่อน

“ไม่จำเป็น ยังมีเวลาอีกมาก ตอนนี้นางมีคนคอยปกป้องอยู่ พวกเราคงทำอะไรได้ไม่สะดวก จะเป็นการดีกว่าหากหาคนจัดการเรื่องนี้แทนเรา”

ในเมื่อเขาไม่สะดวกออกหน้าในแคว้นนี้ ยืมมือผู้อื่นคงจะดีกว่ามิใช่หรือ?

“ส่งสาส์นเรียกท่านราชครูมาพบข้าที่เมืองนี้โดยเร็วที่สุด”

พูดจบชายสูงศักดิ์ก็ยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะเดินนำออกจากบ้านร้างไปอย่างเงียบงัน…

 

***************************************

**rewrite ครั้งที่ 2 14/12/2560


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

173 ความคิดเห็น

  1. #158 Asahi_san (@amire) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 22:44
    พู่กันมีปัญหาจริงๆสินะ
    #158
    0
  2. #140 AprilIV (@babyll) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 02:32
    ว้อทททททท? อะไรยังไง ทำไมมันมีปมเพิ่มมาได้ล่ะนิ คนสองกลุ่มคือใครรร
    #140
    0
  3. #134 izyberry (@izyberry) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 22:44
    ไรท์หายไปนานมากกกเลยค่ะ
    #134
    1
    • #134-1 Aniaris/ขวัญตา (@unikayani) (จากตอนที่ 5)
      22 สิงหาคม 2560 / 23:27
      ไรท์หายไปติดเกมมาค่ะ รู้ตัวอีกทีก็เล่นเพลินไปแล้ว แหะ ๆ ><
      #134-1
  4. #112 sm_lovelypinkboy (@sm-lovelypinkboy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 23:12
    ชายชุดดำกับชายชุดเกราะเป็นใครกัน คนหนึ่งมาร้ายอีกคนมาดี
    จะมีเรื่องอะไรให้จิวเซียนปวดหัวอีก แค่นี้ก็แทบแย่แล้วววว
    #112
    0
  5. #41 อ่านได้อ่านดี (@VIVIDS) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 20:59
    ตามมาจากเรื่องก่อนๆเรื่องนี้สนุกดี
    #41
    1
    • #41-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 5)
      18 ธันวาคม 2559 / 18:17
      ขอบคุณค่ะ ><
      #41-1
  6. #39 สายรุ้ง (@noominzaaa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 06:28
    สนุกค่ะ
    #39
    1
    • #39-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 5)
      18 ธันวาคม 2559 / 18:20
      ขอบคุณนะคะ ^^
      #39-1
  7. #38 RaNBoWRabBit (@RaNBoWRabBit) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 21:37
    ชอบเรื่องนี้ FC ค่ะ
    #38
    1
    • #38-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 5)
      18 ธันวาคม 2559 / 18:19
      ขอบคุณค่ะ (>< )( ><)
      #38-1
  8. #37 Clovery.Honey (@Muki-mokun-mook) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 18:07
    รอตอนต่อไปค้า น่าสนใจๆ
    #37
    1
    • #37-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 5)
      18 ธันวาคม 2559 / 18:19
      ตอนต่อไปมาแล้วนะคะ ขอบคุณค่ะ ^^
      #37-1
  9. #35 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 15:11
    มีความงงค่ะ ใครอะไรยังไง ตัวละครลึกลับ
    #35
    1
    • #35-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 5)
      18 ธันวาคม 2559 / 18:18
      อยากรู้ต้องอ่านตอนต่อไปนะคะ อิอิ
      #35-1
  10. #34 Meteorsky (@Meteor123) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 11:34
    ขอบคุณมากค่ะะะ ????
    #34
    1