ตอนที่ 13 : บทที่ 12 การหลอกล่ออันหอมหวาน [rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    15 ธ.ค. 60

ในคฤหาสน์อันแสนใหญ่โตของตระกูลเลี่ยว ‘เลี่ยวฉี’ กำลังต้อนรับแขกคนสำคัญของเขาอยู่ ทำให้ภายในเรือนรับรองที่ถูกจัดตกแต่งด้วยของราคาแพง ทั้งยังมีหญิงสาวหน้าตาดีจำนวนมาก เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชอบใจของราชครูหลัว

“พ่อค้าเลี่ยวช่างเก่งกาจยิ่งนัก จึงสามารถหาหญิงสาวหน้าตาดีมาได้มากมายเช่นนี้”

“หากท่านราชครูพอใจ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้จะนับว่าเป็นสิ่งใดได้” เลี่ยวฉีเอ่ยอย่างยินดี ก่อนที่ราชครูหลัวจะกล่าวเป็นนัยกลับมา

“เสียดายก็แต่คนที่ข้าอยากได้ กลับไม่ได้มาน่ะสิ” คำพูดนั้นทำให้เลี่ยวฉีต้องรีบอธิบายว่า “หากมิใช่เพราะแม่ทัพอี้เข้ามาขวาง คนของข้าย่อมพานางมาให้ท่านราชครูได้แน่ หากแม่ทัพอี้กลับไปเมื่อไหร่ข้าจะรีบจัดการให้ท่านทันที”

ราชครูหลัวทำเพียงแค่พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้เท่านั้น เขามองไปยังพ่อค้าเลี่ยวที่ประจบประแจงอย่างโง่งม พลางคิดในใจว่าควรใช้แผนการใดจึงจะได้ตัวสตรีที่ต้องการแล้วล้วงความลับจากนาง ก่อนจะส่งนางให้กับคนพวกนั้นตามข้อตกลงโดยที่ไม่มีใครจับพิรุธเขาได้

“ท่านราชครู ไม่ทราบว่าเรื่องข้อตกลงเกี่ยวกับค่าตอบแทน…”

เสียงของพ่อค้าเลี่ยวดังขัดความคิดของราชครูหลัว

“เจ้าส่งอาวุธพวกนั้นไปก็จะได้รับก่อนครึ่งหนึ่งจากที่ตกลงกันไว้” ราชครูหลัวตอบเสียงเรียบถึงการค้าที่พวกเขาร่วมมือทำกันมาช้านาน “ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะได้หลังจากเจ้าส่งตัวสตรีนางนั้นมาให้ข้า และข้ารับรองว่าเจ้าจะได้มากกว่าที่ตกลงกันอย่างแน่นอน”

ได้ยินเช่นนั้นพ่อค้าเลี่ยวก็รีบพยักหน้าประจบด้วยดวงตาเป็นประกาย “มีโอกาสเมื่อไหร่ข้าจะรีบจัดการทันที”

ท่าทางเห็นแก่เงินจนไม่เกรงกลัวต่อความผิดของอีกฝ่ายทำให้ราชครูหลัวอดหัวเราะขึ้นมาอย่างหยามหยันไม่ได้

“นอกจากจะไม่กลัวโทษจากการค้าขายอาวุธแล้ว เจ้ายังไม่เกรงกลัวโทษทัณฑ์จากสวรรค์อีกด้วย”

พ่อค้าเลี่ยวเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายจงใจเสียดสีเรื่องของสตรีที่พวกเขากำลังจะลักพาตัว ก็ยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ท่านราชครูคงไม่ได้เชื่อเรื่องงมงายเหล่านั้นใช่หรือไม่ แต่ต่อให้นางจะเป็นเทพธิดาจริง ท่านก็รู้ว่าข้าสนใจแค่ของที่สามารถทำเงินได้เท่านั้น”

ฝ่ายราชครูหลัวพอได้ยินก็หัวเราะชอบใจ เขาหรี่ตาลงทำท่าจะเสนอถึงการค้าใหม่ที่ดีกว่าเดิม

“ถ้าเช่นนั้นเจ้าไม่สนใจ…”

ขณะที่ราชครูหลัวคิดจะพูดเรื่องสำคัญต่อ เสียงโวยวายและฝีเท้าที่ดูเร่งร้อนจากภายนอกก็ทำให้เขาต้องชะงัก ท่าทางนิ่วหน้าอย่างไม่พอใจของราชครูหลัวทำให้เลี่ยวฉีที่ต้องรีบขอตัวออกไปจัดการทันที “ข้าต้องขอตัวสักครู่”

ด้านนอกเรือนรับรอง คุณหนูคนสำคัญตระกูลเลี่ยวกำลังรีบร้อนเดินออกจากคฤหาสน์พร้อมกับสาวใช้คนสนิท แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นประตูบ้านก็ถูกบิดาเรียกเอาไว้เสียก่อน “ฮุ่ยอิ๋ง นั่นลูกจะไปที่ไหนกัน”

เสียงเรียกนั้นทำให้เท้าทั้งสองข้างของเลี่ยวฮุ่ยอิ๋งหยุดลง ก่อนจะหันไปมองบิดาด้วยใบหน้างอง้ำเอาแต่ใจ “ท่านพ่อข้าแค่จะออกไปพบเพื่อนเท่านั้น”

“เพื่อนอย่างนั้นรึ” เลี่ยวฉีเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้ทัน ก่อนจะแกล้งถามกลับไปด้วยแววตามีเลศนัยพร้อมกับเสียงหัวเราะร่า  “หรือว่าคุณชายหลีจะใจอ่อนแล้ว เจ้าจึงรีบออกไปพบเขา”

เลี่ยวฮุ่ยอิ๋งมองค้อนบิดาที่ทายถูกบางส่วน เพราะนางถูกจิ่นเต๋อเรียกออกไปพบจริง ๆ “ถูกคนของเรากดดันเช่นนั้น เขาจะไม่ยอมอ่อนข้อให้เราได้อย่างไร” นางพูดถึงตรงนี้ก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ “ข้าหวังให้ในใจของเขามีข้าอยู่บ้างเพียงเท่านั้น แต่ตอนนี้ แค่ได้เขาไว้ข้างกายก็นับว่ามากพอแล้ว”

เลี่ยวฉีเจอกับนิสัยเอาแต่ใจทั้งยังรั้นไม่ยอมฟังอะไรของบุตรสาวก็ได้แต่ส่ายหัวไปมา ก่อนจะหันไปกำชับสาวใช้คนสนิทของนางแทน “ลู่เสียนดูแลคุณหนูของเจ้าให้ดี อย่าให้ใครหลอกนางได้”

“เจ้าค่ะ”

เลี่ยวฮุ่ยอิ๋งเห็นสาวใช้คนสนิทตอบรับอย่างว่าง่ายก็แค่นเสียงไม่พอใจก่อนจะรีบร้อนเดินนำออกไป เริ่นลู่เสียนเห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งตามไปเพื่อทำหน้าที่ของนางให้ดี

เมื่อเห็นบุตรสาวและสาวใช้เดินออกไปจนลับสายตา เลี่ยวฉีก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะกลับเข้าไปในเรือนรับรองดังเดิม หลังจากมองซ้ายมองขวาจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครคิดสอดรู้สอดเห็น ก็เดินเข้าไปนั่งตรงข้ามราชครูหลัวด้วยรอยยิ้ม “ในเมื่อทางสะดวกแล้วเรามาคุยเรื่องผลประโยชน์ในรอบนี้กันต่อเลยดีหรือไม่”

แค่เห็นท่าทางของคนตรงหน้าราชครูหลัวก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายหวังจะต่อรองผลประโยชน์เพิ่มอีกเป็นแน่ จึงยิ้มเยาะขึ้นขณะพูดออกมาว่า “เจ้าจะเสนออะไรก็ว่ามา”

……………...

 

อีกด้านหนึ่งที่ตรอกเล็ก ๆ ไม่ไกลจากคฤหาสน์ตระกูลเลี่ยว มีคนสองคนกำลังหลบอยู่ข้างกำแพงแอบมองจิ่นเต๋อที่ยืนรอเลี่ยวฮุ่ยอิ๋งเพียงลำพัง

“เจ้าคิดว่านางจะติดกับจริง ๆ น่ะหรือ” แม่ทัพอี้พูดออกมาอย่างกังขา  เพราะเขาไม่คิดว่าแผนที่จิวเซียนคิดจะได้ผล เขาเคยได้ข้อมูลมาว่าคุณหนูนางนั้นมีสติปัญญาที่เฉียบแหลมจนสามารถช่วยให้การค้าขายของตระกูลรุ่งเรืองไม่ใช่หรือ แล้วจะติดกับง่าย ๆ เช่นนี้ได้อย่างไร

“นางจะติดกับเพราะนางไม่ได้ฉลาด” จิวเซียนหันไปมองเขาอย่างมั่นใจ “สาวใช้ของนางต่างหากที่เป็นตัวปัญหา”

“แล้วเจ้าคิดจะทำยังไง”

คำถามของเขาทำให้จิวเซียนเผยรอยยิ้มซุกซนออกมา ก่อนจะเบนสายตาไปยังบุรุษที่ยืนอยู่หน้าคฤหาสน์ตระกูลเลี่ยวอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย “เขาคงฉลาดพอที่จะหาทางไล่สาวใช้นางนั้นออกไปเอง”

เมื่อไม่มีสิ่งใดให้ทำอีก จิวเซียนก็หาเรื่องพูดคุยกับบุรุษข้างกายแทน “ท่านแม่ทัพสงสัยอะไรในความสัมพันธ์ของตระกูลเลี่ยวกับราชครูหลัวอยู่หรือ” แต่เมื่อเห็นแม่ทัพอี้มีท่าทางลังเล นางก็ต้องพูดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า “ระแวงข้าอย่างนั้นรึ ข้ากำลังช่วยท่านอยู่นะ”

พอเห็นท่าทางของนาง อี้หย่งฝูก็ได้แต่พูดออกมาอย่างจนใจว่า “คนของพวกเขาติดต่อกับคนที่สายของข้าตามอยู่”

ได้ยินเช่นนั้นจิวเซียนก็พยักหน้าเข้าใจ เมื่อเห็นว่าคุณหนูเลี่ยวกำลังเดินออกมาจากคฤหาสน์ นางก็ชี้ให้เขามองไปทางนั้นพลางจ้องมองเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างไม่วางตา

เลี่ยวฮุ่ยอิ๋งยกยิ้มอย่างยินดีเมื่อเห็นคนที่ยืนรอนางอยู่หน้าคฤหาสน์ นางรีบจัดแจงเสื้อผ้าบนร่างกายให้เข้าที่ เพื่อไม่ให้เขาเห็นว่านางรีบร้อนออกมาจนแม้แต่เสื้อผ้าก็ยังสวมใส่ไม่เรียบร้อย “จิ่นเต๋อ เจ้ารอข้านานหรือไม่”

จิ่นเต๋อยืนรอจนเบื่อได้ยินเสียงเรียกของนางก็ลอบถอนหายใจอย่างเอือมระอา ก่อนจะหันกลับไปตอบด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน “ถ้าเพื่อเจ้านานเท่าไหร่ข้าก็รอได้”

“เจ้าช่างปากหวานยิ่งนัก” เลี่ยวฮุ่ยอิ๋งบิดชายแขนเสื้ออย่างเอียงอาย ก่อนที่จิ่นเต๋อจะแกล้งถามด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีว่า “แล้วเจ้าไม่ชอบหรืออย่างไร”

พูดคุยกันไม่นาน เลี่ยวฮุ่ยอิ๋งก็เขยิบเข้าไปหาจิ่นเต๋ออย่างช้า ๆ พลางอธิบายด้วยท่าทางหวังดีว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าอาจจะไม่ชอบใจกับการกระทำของบิดาข้าอยู่บ้าง แต่หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ” แล้วจึงรีบถามตรงประเด็น “เจ้าเรียกข้าออกมามีเรื่องอันใดเล่า”

พอได้ยินคำอธิบายแบบขอไปที ก่อนจะวกกลับเข้ามาเรื่องที่สนใจอย่างรวดเร็วของสตรีตรงหน้าแล้วจิ่นเต๋อก็ต้องชะงักไป

“ข้าแค่อยากมาพบเจ้า” เขาหลุบตาลงเพื่อซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้และตอบกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยน “ข้าอยากขอบคุณที่เจ้าช่วยข้าเอาไว้ หากไม่ใช่เพราะเจ้า ข้าคงคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว” ถึงแม้ในใจจะรู้สึกรังเกียจแต่จิ่นเต๋อก็ยื่นมือออกไปกุมมือของเลี่ยวฮุ่ยอิ๋งเอาไว้อย่างนุ่มนวล “ข้าช่างโง่งมยิ่งนักที่มองไม่เห็นของมีค่าตรงหน้า”

เลี่ยวฮุ่ยอิ๋งเขินอายจนไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้ารับไม่ได้กับคำพูดของตัวเองของจิ่นเต๋อ แต่เพียงครู่เดียวสีหน้าพะอืดพะอมของเขาก็จางหายไปกลายเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนดังเดิม

หลังจากได้สติกลับมาเลี่ยวฮุ่ยอิ๋งก็หันไปพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงขัดเขิน “ขอแค่เจ้าเข้าใจก็พอแล้ว ว่าแต่เจ้ามาพบข้าเพราะเรื่องแค่นี้น่ะหรือ ข้าอุตส่าห์ออกมาด้านนอกทั้งทีทั้งยังเร่งจัดการงานต่าง ๆ ที่ต้องทำจนหมดแล้ว...”

ท่าทางคาดหวังของนางเข้าทางจิ่นเต๋อที่รอโอกาสนี้อยู่พอดี เขากระแอมกระไอเล็กน้อยเพื่อปกปิดความดีใจที่ไม่ต้องพยายามทำอะไรน่าขนลุกเพื่อให้นางชักชวนเขาอีก ก่อนจะทำทีเป็นเสนอออกไปอย่างสุภาพว่า “ถ้าอย่างนั้นให้ข้าอยู่พูดคุยกับเจ้าอีกสักนิดดีหรือไม่”

“ดี! พวกเราจะไปที่ใดกันดี” คุณหนูเลี่ยวรีบตะโกนตอบรับด้วยความดีใจ

เมื่อเห็นว่าเลี่ยวฮุ่ยอิ๋งลืมมารยาทและการวางตัวเป็นกุลสตรีไปจนหมด เริ่นลู่เสียนที่ยืนก้มหน้าอยู่ไม่ไกลก็รีบตรงเข้าไปสะกิดนางพลางกล่าวเตือนออกมาทันที “คุณหนูเจ้าคะ ที่คฤหาสน์ยังเหลือ…” แต่ยังพูดไม่ทันจบ เลี่ยวฮุ่ยอิ๋งก็รีบตัดบทและหันมาพูดกับจิ่นเต๋อเสียก่อน  “ข้าขอเวลาสักครู่”

เลี่ยวฮุ่ยอิ๋งรีบดึงสาวใช้คนสนิทไปอีกทางพลางต่อว่าอีกฝ่ายที่คิดจะพูดถึงงานที่คั่งค้างอยู่ในห้องของนางออกมา “งานพวกนั้นก็เป็นเจ้าที่ทำอยู่แล้วไม่ใช่รึ กลับไปทำมันต่อซะ!” ได้ยินคุณหนูเลี่ยวสั่งการเช่นนั้น เริ่นลู่เสียนก็มีสีหน้าหนักใจ ก่อนจะตัดสินใจเดินไปบอกจิ่นเต๋อตรง ๆ ว่า “คุณชายหลี ต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะ แต่ข้าเกรงว่าคุณหนูจะออกไปที่ไหนไกลไม่ได้ เพราะนายท่านกำชับไว้”

“ถ้าทำให้พ่อของเจ้าลำบากใจเช่นนั้น พวกเราค่อยพูดคุยกันวันหลัง...”

พอเห็นจิ่นเต๋อกำลังจะจากไป เลี่ยวฮุ่ยอิงก็รีบห้ามเอาไว้ทันที “ไม่ได้!”

เริ่นลู่เสียนคาดการณ์ไว้แล้วว่าคุณหนูของนางจะต้องดื้อรั้นและไม่ยอมให้อีกฝ่ายกลับไป จึงเสนอออกมาว่า “ถ้าเช่นนั้นพวกคุณหนูเข้าไปนั่งจิบชาพูดคุยเล่นในคฤหาสน์ดีหรือไม่เจ้าคะ”

คำเสนอนั้นทำให้จิ่นเต๋อมีสีหน้าแปลกใจ “คฤหาสน์ของเจ้าต้อนรับแขกคนสำคัญอยู่ไม่ใช่หรือ”

เห็นเขามีท่าทางเช่นนั้น เลี่ยวฮุ่ยอิ๋งที่ไม่อยากเสียโอกาสที่จะได้ใช้เวลาร่วมกันไปกัยเขาจึงรีบอธิบายทันที “คฤหาสน์ของข้าใหญ่โตกว้างขวาง ย่อมมีพื้นที่สำหรับพวกเราอยู่แล้ว”

จิ่นเต๋อพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนเช่นเดิมและไม่มีท่าทีปฏิเสธอีก

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว เริ่นลู่เสียนก็เตรียมตัวผละออกไปจัดการเรื่องภายในคฤหาสน์ “ข้าน้อยจะรีบกลับเข้าไปสั่งให้คนเตรียมของว่างเอาไว้นะเจ้าคะ”

จิ่นเต๋อเดินตามพวกนางเข้าไปในคฤหาสน์ ก่อนจะถึงประตู เขาใช้ช่วงเวลาที่ไม่มีใครสังเกตเห็นหันไปพยักหน้าให้คนสองคนที่ซ่อนอยู่ในตรอกเล็ก ๆ ไม่ใกล้ไม่ไกลเป็นเชิงให้สัญญาณว่างานขั้นแรกสำเร็จแล้ว

พอเห็นจิ่นเต๋อได้เข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลเลี่ยวและไม่มีสิ่งใดให้เฝ้าดูอีก อี้หย่งฝูก็ต้องหันไปถามจิวเซียนด้วยน้ำเสียงแปลกใจ “เขาดูไม่เหมือนกับที่ผู้คนเล่าลือกันสักเท่าไหร่” ซึ่งจิวเซียนก็เข้าใจในทันทีว่าเขาหมายถึงจิ่นเต๋อผู้แสดงละครได้อย่างแนบเนียน จึงถามกลับไปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ท่านดูออกได้อย่างไรกัน”

แต่เขากลับไม่ยอมตอบ และเปลี่ยนไปพูดถึงเรื่องอื่นด้วยสีหน้าแปลก ๆ แทน “สาวใช้นางนั้นคงไม่อยู่รบกวนพวกเขาให้เป็นปัญหาแล้ว” ได้ยินเช่นนั้นจิวเซียนก็รีบถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ท่านได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกันด้วยหรือ เล่าให้ข้าฟังบ้างสิ”

ด้วยระยะห่างจากประตูคฤหาสน์มาถึงตรอกที่พวกนางอยู่ เป็นไปไม่ได้เลยที่จิวเซียนจะได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูด แต่กับท่านแม่ทัพผู้เก่งกาจย่อมไม่เป็นเช่นนั้น เขาได้ยินทุกอย่างไม่ขาดไม่เกินแม้แต่ประโยคเดียว

จิวเซียนพยายามรบเร้าแม่ทัพอี้ให้เขาเล่าว่าจิ่นเต๋อใช้คำพูดอะไรเกลี้ยกล่อมเลี่ยวฮุ่ยอิ๋งบ้าง นางมั่นใจต้องเป็นคำพูดที่แม้แต่ตัวเขาเองต้องรู้สึกคลื่นไส้เป็นแน่ โอกาสที่จะหาเรื่องกลั่นแกล้งจิ่นเต๋อเช่นนี้จะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไรกัน “ท่านแม่ทัพอย่าเก็บเอาไว้คนเดียวสิ ข้าอยากจะรู้เรื่องบ้าง”

สุดท้ายแม่ทัพอี้ก็ทนเสียงรบเร้ากับแขนที่ถูกเขย่าตลอดเวลาไม่ไหว จึงครุ่นคิดชั่วครู่แล้วพูดออกไป “เขาแค่ขอบคุณที่นางช่วยเหลือ และบอกว่าอยากพูดคุยกับนางต่อเท่านั้น”

ได้ยินอีกฝ่ายตอบแบบขอไปที จิวเซียนก็เบ้หน้าอย่างไม่พอใจ “พวกเขาพูดคุยกันตั้งนาน ท่านบอกออกมาแค่นี้เองหรือ”

“เจ้าจะรู้เยอะแยะไปทำไม” อี้หย่งฝูตำหนินางเล็กน้อย เพราะถ้าหากนางยังรบเร้าต่อ เขามิต้องบอกทุกคำที่ได้ยินให้นางฟังหรือ คำพูดชวนขนลุกเช่นนั้นเขาจะพูดออกมาได้อย่างไรกัน

จิวเซียนเห็นแม่ทัพอี้มีท่าทีคิดหนัก ก็เลิกคะยั้นคะยอให้เขาพูดและได้แต่ถอนหายใจอย่างเสียดาย “ก็ได้ ๆ ข้าไม่อยากรู้แล้ว” จากนั้นจึงเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าพูดออกมาว่า “กลับศาลเจ้ากันก่อนข้าจะให้คนคอยตามเขาเอาไว้เอง”

“คนของท่านมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

อี้หย่งฝูพาจิวเซียนที่กำลังทำหน้าสงสัยขึ้นม้าเพื่อกลับศาลเจ้า ก่อนจะตอบกลับไปสั้น ๆ “เมื่อเช้า”

“ท่านแม่ทัพ ท่านอยู่ที่นี่ตลอดเวลาเช่นนี้ถ้ามีคนเห็นแล้วสงสัยเข้าจะทำอย่างไร” ได้ยินคำถามของจิวเซียน เขาก็เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจก่อนจะก้มลงมองชุดที่เขาใส่พลางตอบนางด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ข้าใส่ชุดธรรมดาอยู่”

“...”

คำตอบของเขาทำเอาจิวเซียนถึงกับพูดไม่ออก ต่อให้เขาเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ใบหน้าของเขาก็ยังเป็นเหมือนเดิมมิใช่หรือ!

สุดท้ายตลอดแทบทั้งวันคนทั้งสองก็ไม่ได้ทำสิ่งใด นอกจากกลับไปนั่งอยู่เฉย ๆ ที่ศาลเจ้า แต่จิวเซียนก็ไม่ได้เห็นแม่ทัพอี้บ่อยนัก เพราะเขามักจะหาที่ซ่อนคอยเฝ้ามองนางอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้พวกชาวบ้านที่เข้ามาพูดคุยกับนางสงสัยว่าเหตุใดเขาจึงมาอยู่ที่นี่

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงเย็น จิวเซียนก็ยังคงนั่งอยู่หน้าศาลเจ้าเช่นเดิม โดยมีแม่ทัพอี้คอยยืนอยู่ใกล้ ๆ รอจิ่นเต๋อที่หายไปนานจนดูผิดปกติกลับมา ขณะกำลังกังวลว่าแผนที่วางไว้อาจไม่เป็นไปตามที่คิด จิ่นเต๋อก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าบูดบึ้งอย่างพอดิบพอดี

สีหน้าของเขาทำให้นางอดยิ้มแห้งให้ไม่ได้ เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายดูจะอารมณ์ไม่ดีเท่าไรนัก

“หวังว่าเท่านี้คงพอ” ทันทีที่เดินมาถึงจิ่นเต๋อก็ยื่นแผนผังทั้งหมดของคฤหาสน์ตระกูลเลี่ยว ซึ่งได้มาจากความยากลำบากของเขาให้กับจิวเซียน “ให้ตายสิ เสียเวลาจริง ๆ ”

พอเห็นจิวเซียนทำตาโตพลางพลิกกระดาษในมืออย่างตื่นเต้นเขาก็อดยืดตัวด้วยความภาคภูมิใจไม่ได้ “แผนผังนี่มีคนในช่วยข้าเอามันมา…” เขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ ว่า “คนผู้นั้นยอมเป็นพยานบอกเล่าความผิดของตระกูลเลี่ยวเพื่อแลกกับการคุ้มกัน หากเรายอมรับข้อเสนอ นางจะบอกที่ซ่อนของหลักฐานชั้นดี ที่เอาผิดตระกูลเลี่ยวและราชครูหลัวได้อย่างแน่นอน หากตัดสินใจแล้วก็ไปพบกับนางในที่ ๆ ถูกวงไว้ในแผนผังนั้น”

ได้ยินเช่นนั้นทั้งจิวเซียนและแม่ทัพอี้ก็ขมวดคิ้วมุ่น เพราะคนที่เต็มใจช่วย หาหลักฐานทำลายตระกูลเลี่ยว คงจะรู้เรื่องราวภายในเป็นอย่างดีจึงรีบคิดหาทางหนีทีไล่อย่างรวดเร็ว แต่การร่วมมือที่ได้มาอย่างง่ายดายจนเกินไป ทำให้จิวเซียนอดสงสัยและหันไปถามแม่ทัพอี้ที่ควรจะเข้าไปเอาหลักฐานออกมาไม่ได้ “ยังไม่เข้าไปจะดีกว่าหรือเปล่า”

อี้หย่งฝูเพียงส่ายหน้า แล้วกล่าวเตือนกลับ “เจ้าอยู่ที่นี่อย่าออกไปไหน จนกว่าข้าจะกลับมา” พูดจบเขาก็ออกไปในทันที

พอเห็นแม่ทัพอี้ออกไปอย่างไม่ลังเลและรวดเร็วเช่นนี้แล้ว จิวเซียนก็อดที่จะถามจิ่นเต๋อไม่ได้ว่า “เจ้าว่าหลักฐานนั้นคืออะไรหรือ” พูดจบอีกฝ่ายก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ “สมุดบัญชีลักลอบการขายอาวุธให้กับแคว้นศัตรูอย่างไรเล่า” เขาหันมาหัวเราะน้อย ๆ พลางยกยิ้มชั่วร้าย “ข้าไปเจอบันทึกการซื้อขายในห้องของนาง”

 ได้ยินเช่นนั้นจิวเซียนก็รู้ทันทีว่าคนที่ยอมร่วมมือกับพวกนางคือใคร

 

***************************************


 **rewrite ครั้งที่ 2 14/12/2560

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

173 ความคิดเห็น

  1. #162 Asahi_san (@amire) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 08:47
    อ้าว สาวใช้พวกเรางั้นรึ 5555
    #162
    0
  2. #147 Meteorsky (@Meteor123) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 19:03
    เรารอไรท์อยู่ ~
    #147
    0
  3. #131 thimakorn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 21:09
    ไรท์ฮะ...เรื่องนี้ก็ดองหรอ!!//เราเอาฮานะ 555
    #131
    1
    • #131-1 Aniaris/ขวัญตา (@unikayani) (จากตอนที่ 13)
      19 กรกฎาคม 2560 / 21:12
      เรื่องนี้อีกสักพักจะกลับมาอัพค่ะ ตอนนี้กำลังรีไรอยู่ค่า อิอิ ^^
      #131-1
  4. #130 lazypig.38 (@Haruhi_Jung) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 12:33
    เดี๋ยวๆๆๆ คือเข้ามาอ่านรวดเดียว เลื่อนมาบรรทัดสุดท้าย คือหยุดอัพแบบไม่มีกำหนด คืออัลรายยยยยย
    #130
    1
    • #130-1 Aniaris/ขวัญตา (@unikayani) (จากตอนที่ 13)
      19 กรกฎาคม 2560 / 21:14
      หยุดอีกไม่นาน เดี๋ยวก็กลับมาแล้วค่ะ 55
      #130-1
  5. #129 ChadaT (@Chonladatgan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 23:15
    ไรทหายไปเรยรออ่านอยุ่นะคะ
    #129
    2
    • #129-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 13)
      16 พฤษภาคม 2560 / 23:18
      เรื่องนี้ขอดองก่อนค่า T^T
      #129-1
    • #129-2 Pimnapat Cheng (@rainbowdimon) (จากตอนที่ 13)
      30 พฤษภาคม 2560 / 21:43
      ไรท์อย่าดองนานนะคะ ดองนานๆแล้วมันจะเปื่อย เปื่อยแล้วมันจะไม่อร่อยนะคะ 5555
      #129-2
  6. #126 แว่นพลาสติก (@pimpabb) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 01:54
    โอ๊ยยยย ผู้ชายเรื่องนี้ดีงามทั้งคู่เลย แต่แม่ทัพนี้แซ่บจริงๆ ปล่อยพระเอกคู่นางเอกเถอะ 5555
    #126
    1
    • #126-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 13)
      5 เมษายน 2560 / 18:32
      มีคนเชียแม่ทัพเต็มเลย ><
      #126-1
  7. #125 DayGood (@DayGood) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 02:05
    สนุกมาก กก
    #125
    1
    • #125-1 ~Aniaris~ (@unikayani) (จากตอนที่ 13)
      2 เมษายน 2560 / 23:01
      ขอบคุณค่า ><
      #125-1
  8. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:05
    เงออ~อ่านครั้งเเรกค่ะ เเม่ทัพนี่เป็นพระเอกป่าวง่ะ เห็นตามจิวเซียนต้อยๆเลยอ่า
    #121
    0
  9. #120 sm_lovelypinkboy (@sm-lovelypinkboy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:05
    เชื่อได้แน่หรอ? มันดูง่ายจนอดระแวงไม่ได้
    ท่านแม่ทัพนี่เกาะติดชีวิตจิวเซียนมากอะ55555

    รอติดตามตอนต่อไป สู้ๆค่ะ^^
    #120
    0
  10. #107 Clovery.Honey (@Muki-mokun-mook) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 22:10
    รอได้เสมอค่ะ สู้ๆนะคะไรท์
    #107
    0
  11. #106 1964 (@leng1964) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 02:47
    ขอบคุณค่ะ...ติดตามอยู่นะค่ะ
    #106
    0
  12. #105 nuinuinui56 (@nuinuinui56) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 23:25
    รออยู่ที่เดิมเลย สู้ๆนะคะ
    #105
    0
  13. #104 Kratai Hime Chan (@kt-kratai) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 20:34
    แม่ทัพกับจิวเซียนควรคู่กันค่ะ มีกงมีการเขย่าเเขนด้วย ฝ่ายหญิงไม่คิดอะไร แต่ฝ่ายชายต้องคิดนิดๆแน่ เพราะสมัยก่อน หญิงชายแตะต้องตัวกันไม่คอยได้ อิอิ
    ขอบคุณค่ะ สู้ๆในการทำโปรเจ๊คนะคะ รอได้คะ
    #104
    0
  14. #103 pao (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 18:55
    ยังรออ่านอยู่ค่า อีกเดือนเดียว สู้ๆเรื่องงานนะคะ
    #103
    0
  15. #102 Meteorsky (@Meteor123) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 18:28
    เราอ่านอยู่น้าาา รักท่านแม่ทัพเสมอ 5555
    #102
    0
  16. #101 Noo_sivaja (@Noo2519) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 17:20
    ขอบคุณค่า กำลังคิดอยู่เลยว่าหายไปหนายยยย 😁😁😁
    #101
    0
  17. #99 ★ω★_M (@takam07554) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 16:12
    555 หน้าสงสาร ถูกหลอกใช่ไม่รู้เรื่อง
    #99
    0