ตอนที่ 5 : {HASSADIN} : EPISODE 04 #150 per.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62417
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    5 ต.ค. 60



นี่เป็นนิยาย วาย แปลว่า ชายรักชาย อยู่ในหมวดวายและมีคำว่า Yaoi  ค่ะ



Cr. All Pic : : search engine Cr. Music : : Youtube

18+ เนื้อหามีความผิดศีลธรรม

มีความกินเด็ก ใช้วิจารณญาณในการอ่าน


│กินเด็ก│



EP.04







หมอนั่นหันมามองผม เห็นสายตาก็รู้ได้โดยทันทีว่าไม่ชอบใจ มาดร้ายอย่างงั้น แฝงความดุดันก็ไม่น้อย ถ้าเข้ามาชกหน้ากันได้ก็คงจะทำไปแล้ว ชอบมองมาที่ผม ดวงตาสีอ่อนแสดงความยินดี เด็กตัวเล็กดิ้นรนจากอ้อมแขนของผู้ชายที่เรียกว่า ‘ลุง’ ทว่าคนดื้อด้านก็คือคนดื้อด้านไม่ยอมปล่อยง่ายๆ

“อยู่นิ่งๆน่าชอบ” เขาเอ็ด

“ผมว่าคุณควรจะปล่อยได้แล้วนะ” ผมจ้องเขม็ง สายตามันไปเอง เดิมทีผมก็ไม่ใช่คนหาเรื่องคนอื่น แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าคนๆนี้ไว้ใจไม่ได้

“แล้วคุณเป็นใคร มายุ่งอะไรกับเรื่องในครอบครัว!” พอจนปัญญาที่จะเถียง ก็ขึ้นเสียงและเอาคำว่าครอบครัวมาอ้าง

“คุณเป็นญาติฝ่ายไหนของชอบกันล่ะ” ผมถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ คำเสียดสีที่อยู่ในประโยคอย่างแนบเนียนทำให้เขาเลือดขึ้นหน้า

“ผมเป็นลุง! ใครปล่อยให้คุณเข้ามาได้ยังไง!” คงทนไม่ไหวที่มีคนมาขัดคอตอนกำลังจะทำเรื่องชั่วหรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจในเหตุผล ผมไม่อยากฝืนพูดกับผู้ชายคนนี้ แค่ประโยคเดียวก็ไม่อยาก จึงเดินตรงไปยืนตรงหน้า ดูเหมือนผมจะตัวสูงใหญ่กว่าฝ่ายนั้นเยอะ

“ส่งน้องมา”

“ทำไมผมต้องทำ”

“เพราะถ้าคุณไม่ทำ ผมจะแจ้งตำรวจ” อีกฝ่ายหน้าซีดเมื่อเจอคำขู่ที่แสนตรงประเด็นเข้าไป เหงื่อถึงกับตก คงไม่คิดว่าจะมีใครเดาการกระทำอันแสนเลวนั่นได้ 

เด็กหรอจะไปรู้อะไร เล่าไปด้วยความไร้เดียงสาทั้งนั้น คนอายุมากกว่า รู้ดีกว่าใครแถมผ่านโลกมาตั้งมากกลับไม่อายฟ้าอายฝนบ้างเลย 

เมื่อเห็นสายตาของผมนั้นตำหนิและดูจะเอาจริง ผู้ชายคนนั้นก็ยอมส่งตัวของชอบมาให้ผม สองแขนน้อยยื่นมาหาอย่างไม่ลังเลเช่นเดียวกับผมที่ใช้สองแขนโอบรัดเจ้าตัวเข้ามาอุ้มไว้ในอ้อมกอด 

จริงอยู่ว่าชอบก็โตพอที่จะเดินไปไหนมาไหนได้เอง ความตัวเล็กนั่นต่างหากที่ทำให้ผู้ใหญ่ยังชอบเผลออุ้มอย่างนึกเอ็นดู ซึ่งสำหรับผม ชอบตัวเล็กกว่าผมเยอะจนการที่ผมจะอุ้ม ก็ไม่ได้แปลกอะไรหรอก

ผมมองผู้ชายคนนั้นด้วยสายตาข่มขู่เป็นการส่งท้าย เขาจึงรีบหันหลังแล้วเดินหนีไปจากบริเวณนี้

“ขอบคุณครับ” ชอบพูดขึ้นเบาๆเมื่อมีผมกับเขาอยู่กันแค่สองคน ผมยิ้มบางๆให้เด็กในอ้อมแขน

“ทีหลังอย่าให้เขามาอุ้มง่ายๆแบบนั้นสิ”

“ผมกลัวนี่” เด็กตัวขาวพูดเสียงอุบอิบในลำคอ

“กลัวอะไร?” ผมก้มหน้ามองตามคนที่ก้มหน้าจนคางแทบชิดอกนั่น

“กลัวเขาไปฟ้องคุณป้า เดี๋ยวผมก็โดนตีอีก” ผมรู้สึกสงสารชอบ ขณะเดียวกันก็โมโหสองคนนี้จนไฟจะลุกท่วมตัวด้วย ไม่รู้โชคชะตาจะใจร้ายกับเด็กตัวเล็กแค่นี้ไปถึงไหน ผมมองใบหน้าเล็กที่แดงเรื่อจากอากาศที่ค่อนข้างร้อนพลางใช้มือเกลี่ยเส้นผมจากหน้าผากมนให้

“ทีหลังถ้าลุงคนนั้นมายุ่งอีก บอกไปเลยว่าจะฟ้องอา เข้าใจหรือเปล่า” ถึงผมจะพูดกับชอบอย่างอ่อนโยนแค่ไหน เรื่องจัดการผู้ชายคนนั้น ไม่มีคำว่าพูดเล่นแน่

“ครับ” ชอบพยักหน้าอย่างว่าง่าย เขาทำให้ผมยิ้มออกมาอีก

“ไม่เจอกันตั้งหลายวัน คิดถึงอาหรือเปล่า”

“...” ชอบไม่ตอบ เขาพยักหน้าหน่อยๆ เห็นแก้มขาวแดงเรื่อ รอยยิ้มของผมกว้างมากขึ้นโดยแทบไม่รู้ตัว

“อาไม่ได้ยิน” ผมถามเขาซ้ำ จริงๆผมรู้แล้ว แค่เด็กตัวเล็กๆช่างน่าแกล้ง น่ารังแกให้อายยิ่งกว่านี้ ชอบเริ่มขืนตัวอยากลงจากอ้อมแขนของผม ดูเหมือนคราวนี้ผมจะแกล้งเขาเยอะเกินไปหน่อย ผมยอมวางเขาลงกับพื้นให้ยืนได้ด้วยตัวเอง

“จะวิ่งหนีอาหรอ” ผมถามหยอกเย้า ชอบอึกอักนิดหน่อย ผมรู้ว่าตอนแรกเจ้าตัวคงกะวิ่งไปให้ไกลเมื่อผมปล่อย ครั้นเมื่อโดนถามจริงๆ ใบหน้าเล็กแค่ฝ่ามือกลับส่ายไปมา

“เปล่าครับ”

ผมอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบเส้นผมนุ่มนิ่มเบาๆ ชอบก็ยืนอยู่ตรงหน้าผม ไม่ได้พยายามจะวิ่งหนีไปไหน ผมละมือออกมา ถึงแม้จะอยากลูบอีกนิดหน่อย ไม่อยากทำมากไปกว่านี้ ไม่อยากให้เด็กรู้สึกว่าผมกำลังทำอะไรไม่เหมาะสม

“เข้าไปข้างในดีไหม ข้างนอกนี่เริ่มจะร้อนแล้วนะ” 

ผมบอกแล้วส่งมือไปตรงหน้าเขา ชอบพยักหน้า เจ้าตัวยื่นมือมาให้ผมจับ ผมเลยจูงมือน้องเข้ามาในบ้าน เราเดินไปที่ห้องรับแขก เห็นราล์ฟกับทับทิมคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ลูกชายผมเสียอีก นั่งหน้าหงิกเหมือนอารมณ์ไม่ค่อยดี ไม่ชอบใจที่จะอยู่ตรงนี้สักเท่าไหร่

“ชอบ!” พอไทน์เห็นชอบก็ส่งเสียงสดใสแล้วรีบวิ่งเข้ามาหา

“ปล่อยให้เด็กๆไปเล่นกันก็ได้ค่ะ” ทับทิมทำตัวเป็นแม่พระเมื่ออยู่กับราล์ฟ ผมรู้ว่าลูกชายผมดูแลเพื่อนของเขาได้ เลยปล่อยให้เด็กสองคนวิ่งไปหาที่เล่นกันเอง ให้มานั่งอึดอัดต่อหน้าผู้ใหญ่ พวกเขาก็คงไม่ชอบ

“คุณหัสดินก็มานั่งด้วยกันสิ” ราล์ฟเรียกผม ผมจึงพยักหน้าแล้วเข้าไปนั่งร่วมวงสนทนา ไม่รู้ราล์ฟพูดอะไรกับทับทิมบ้าง เธอถึงได้ใจดีกับผมนักในวันนี้ เห็นพยายามชวนผมคุยอยู่หลายครั้ง 

ความสงสัยที่มีเริ่มหมดไปเมื่อราล์ฟพูดถึงคาสิโนแห่งหนึ่งในต่างประเทศที่ต้องให้คนที่เป็นสมาชิกรับรองจึงจะเข้าเล่นได้ ผมมีชื่อเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของที่นั่น ผมไม่ใช่คนชอบเล่นการพนันหรอก เจ้าของที่นั่นรู้สึกว่ามีวันนี้ได้เพราะผมเคยช่วยเขาจากการจ้างงานเล็กๆจนเขาต่อยอดมันให้กลายเป็นเม็ดเงินยิ่งใหญ่ได้อย่างวันนี้ เขาเลยให้ผมไว้เพื่อเป็นเกียรติเฉยๆ 

ผมจะใช้ชิปเท่าไหร่ก็ได้ โดยไม่ต้องลงเงินจริง ผมไม่เคยทำแบบนั้นเพราะผมไม่สนใจการพนันและไม่อยากเอาเปรียบเขาด้วย

“ถ้าคุณทับทิมชอบ คุณหัสดินเขาอาจจะพอมีทางให้คุณได้ไปเล่นที่นั่นได้นะ” ราล์ฟผายมือมาทางผม 

ผมยิ้มบางๆ เริ่มรู้แล้วว่าทำไมราล์ฟถึงให้ผมมาที่นี่ ผมเริ่มเห็นวิธีการที่จะทำให้ทับทิมหลุดจากการเป็นผู้ดูแลมรดกชัดเจนมากขึ้นทุกทีแล้วสิ เธอดูไม่ฉลาดนัก เธอคงไม่นึกไม่ฝันหรอก ว่าผมจะเบิกทางตกสวรรค์ให้กับเธอ

กับสิ่งที่เธอทำกับชอบ มันก็สมควรแล้ว ผมไม่แคร์หรอก

 


มื้อเย็นผ่านไปอย่างราบรื่นจนแทบเป็นไปไม่ได้ ผมเห็นผู้ชายที่เหมือนจะลวนลามชอบมาร่วมโต๊ะด้วย เขาชื่อ ‘นพ’ เป็นผู้ชายที่คบหากับทับทิมอยู่ ดูเหมือนจะช่วยงานอยู่ที่บริษัทที่เป็นของคุณพ่อของชอบ 

เดิมทีไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โตอะไรเลย เพิ่งจะมาเลื่อนมาอยู่ตำแหน่งสูงตอนที่ทับทิมขึ้นมาเป็นผู้บริหารชั่วคราวนี่แหละ ทับทิมบอกว่าคืนนี้นพจะอยู่ค้างเพราะพรุ่งนี้จะเดินทางไปประชุมที่ต่างประเทศ ไปจากที่นี่ใกล้สนามบินมากกว่า ฟังดูก็รู้ว่าเป็นข้ออ้าง ผมไม่มีทางให้ผู้ชายคนนี้อยู่บ้านเดียวกับชอบทั้งคืนให้มีโอกาสอะไรหรอก

“พอดีว่าลูกชายผมเขามีงานต้องทำกับเพื่อน ผมขอพาชอบไปค้างด้วยได้ไหมครับ” 

ผมถามตอนที่เมดเริ่มเก็บจานอาหารคาวไปเพื่อจะเสิร์ฟของวานแทน นพมองผมด้วยสีหน้าตำหนิ

“เป็นเด็กเป็นเล็กแค่นี้จะไปค้างบ้านเพื่อนบ่อยๆไม่ได้หรอก ผมไม่เห็นด้วย”

“ผมถามผู้ปกครอง ซึ่งในที่นี้คือคุณทับทิม ว่าไงครับ รังเกียจไหม” 

ผมถามเธอ ตอนนี้ไทน์กับชอบไม่ได้อยู่แถวนี้ ทั้งสองทานข้าวเสร็จก่อนจึงขอตัวแยกไปเล่นกันต่อ ดีเหมือนกัน ไม่งั้นลูกชายตัวดีของผมแย้งว่าไม่มีการบ้านก็เข้าทางคุณนพอะไรนั่นพอดี

“ได้สิคะ” ทับทิมยิ้มหวาน

“ขอบคุณครับ”

ผมหันไปสบตานพ ถึงริมฝีปากผมจะยิ้มอยู่ แววตาของผมก็บอกอย่างชัดเจนว่าเขาไม่มีทางที่จะเอาชนะผมเรื่องน้องชอบได้อย่างเด็ดขาด 

 

พอเสร็จธุระ ผมขอตัวกลับพร้อมกับไทน์และชอบ ทับทิมเอาใจผมจนถึงขนาดมายืนส่งผมกับหลานที่เธอไม่ได้รักและใส่ใจสักนิดที่รถ นพยืนทำสีหน้าไม่พอใจผมมากๆอยู่ด้านหลัง 

เขารู้ว่าที่ผมทำคือสงครามประสาท คิดหรอว่าผมจะสนใจ ผมไม่แคร์หรอกว่าเขาจะคิดยังไงกับผม เขามองชอบเป็นเหยื่อชิ้นโต ผมอาจจะไม่ใช่คนที่ความคิดสะอาดหมดจดหรอก แค่อย่างน้อยผมก็ยังรู้ว่าอะไรควรทำ และอะไรยังทำไม่ได้  

ราล์ฟก็แยกตัวกลับไปเหมือนกัน เขาพยักหน้าให้หนึ่งทีเป็นอันรู้กันระหว่างเรา ไทน์วิ่งกลับไปที่รถเพราะเบื่อที่นี่จนเต็มกลืน ชอบไม่รีบวิ่งตามเพื่อนไป เขาเดินชะลอๆอยู่ข้างๆผม

“มีอะไรจะคุยกับอาหรือเปล่าครับ?” ผมถามเด็กตัวน้อยที่เดินเรียบร้อยอยู่ข้างกัน

“มีครับ” ชอบพยักหน้านิดหน่อย

“อาไม่ได้ยินเลย” ผมไม่ได้ยินจริงๆว่าชอบพูดว่าอะไร เขาชอบทำเสียงงึมงำอยู่ในลำคอ แถมส่วนสูงเรายังต่างกันมากเกินไปด้วย

“...” เขาเงยหน้ามองผม พอเห็นผมมองอยู่เหมือนรอตั้งใจฟัง เขาก็รีบก้มหน้า มันเป็นนิสัยของเด็กคนนี้ไปแล้ว เขาขาดความมั่นใจในตัวเอง

“ถ้าชอบอยากให้อาได้ยิน ชอบต้องพูดให้ชัดๆแล้วก็ดังๆนะครับ ไม่งั้นอาไม่ได้ยินนะ”

“คือ...” 

ถึงจะทำเหมือนจะพูดอะไร เขาก็ยังส่งเสียงเบาๆอยู่ดี ผมจึงตัดปัญหาด้วยการก้มลงอุ้มเจ้าตัวขึ้นมา ชอบตื่นตระหนกนิดหน่อย แก้มขาวขึ้นสีระเรื่อเหมือนอาย ผมหัวเราะกับอากัปกิริยาแบบนั้น มันชวนให้รู้สึกเอ็นดู

“ถ้าพูดเสียงเบา อาก็ต้องอุ้มชอบขึ้นมาแบบนี้ อาถึงจะได้ยินว่าเราพูดอะไร”

ชอบพยักหน้าเหมือนเข้าใจแล้ว เราเดินเกือบถึงตัวรถ ผมหยิบกุญแจมากดปลดล็อกรถให้ลูกชายตัวดีที่ไปถึงก่อนขึ้นรถไปก่อน จากนั้นก็หันกลับมาที่เด็กตัวเล็กในอ้อมแขนอีกครั้ง

“พูดสิ อาฟังอยู่ จะถึงรถแล้วนะ”

“คุณอาทำยังไงให้ผมไปค้างที่บ้านได้หรอครับ คุณป้าเคยบอกว่าจะไม่ให้ผมไปค้างที่ไหนอีก” 

ผมชอบสีหน้าสงสัยของชอบในตอนนี้ มันตอกย้ำความไร้เดียงสาของเขา เขาอายุเท่าลูกชายผม ไม่รู้ทำไมถึงแตกต่างกันได้มากขนาดนี้ หรือผมเลี้ยงลูกชายแบบปล่อยๆก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ผมสอนให้ลูกพยายามลงมือทำก่อนจะขอความช่วยเหลือจากใครเสมอ ชอบเป็นลูกคุณหนูมากๆเมื่อเปรียบเทียบกันกับลูกชายผม

“อาถามชอบบ้างได้ไหม” ผมเดินมาถึงประตูรถแล้ว จึงเปิดประตูแล้ววางร่างของชอบไว้ที่เบาะรถ ชอบพยักหน้าเล็กน้อย

“ได้ครับ”

“ถ้ามาอยู่กับอาได้ อยากมาไหม” ผมยังไม่รู้ว่าผมจะทำได้ดีที่สุดแค่ไหน ผมอยากรู้ความเห็นของเด็กด้วยเหมือนกันว่าเขาจะพอไว้ใจผมหรือเปล่า เราสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ชอบเบี่ยงหน้าไปอีกทาง เขาพยักหน้าโดยไม่สบตาผม

“อยากครับ”

 ผมอมยิ้มเล็กน้อยให้เด็กที่ตอบเสียงค่อยเสียงเบา

“คาดเข็มขัดด้วยนะครับ” ผมบอก

“ครับ”

มือขาวดึงเข็มขัดนิรภัยมาขาดให้เรียบร้อย ผมจึงผละออกมาพร้อมกับปิดประตูรถให้ ตลอดการเดินทางมีเพียงเสียงซุกซนของเด็กสองคนที่พูดคุยกันไม่หยุด ไทน์ดูมีความสุขตอนได้อยู่กับชอบ ผมมองเด็กคนนั้นจากกระจกหลังรถ ผมยอมรับว่าผมก็มีความสุขเหมือนกัน

 

ประมาณหนึ่งทุ่ม เด็กๆไม่มีวี่แววว่าจะยอมไปนอน ไทน์บอกว่าอยากดูหนัง ตอนแรกผมจะไม่ตามใจ เพราะพรุ่งนี้เจ้าตัวยังต้องไปโรงเรียนอีก ไทน์เลยอ้างว่าชอบก็อยากดูเหมือนกัน 

พอโดนเด็กทั้งคู่รุมเร้าไม่หยุด ผมก็ยอมใจอ่อน เราทั้งหมดมานั่งอยู่ที่โซฟาที่ห้องที่ผมจัดเป็นเหมือนห้องที่เอาไว้ทำกิจกรรมกับลูก อย่างดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมอะไรกันบ้างตามประสาพ่อลูก ผมไม่อยากให้ไทน์รู้สึกขาด ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีแม่ ผมจะทำให้เขารู้สึกอบอุ่นไม่ต่างจากเด็กคนอื่น

ชามป็อบคอร์นอยู่ในมือของไทน์ชามหนึ่ง อีกชามอยู่ในมือของผม เจ้าไทน์ลงไปนอนราบกับพื้น เอาหมอนหนุนศีรษะแล้วดูหนัง

“ไทน์ อย่านอนกิน” ผมดุลูก

“ป๊าอย่าบ่นสิ”

ลูกชายผมทำให้ผมต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ ยิ่งโตก็ยิ่งช่างเถียง เอาเถอะ ยังไงนี่ก็เป็นแค่ช่วงเวลาพักผ่อน ผมไม่อยากจะไปดุหรือควบคุมอะไรแกมาก 

ชอบนั่งอยู่ข้างๆผม เจ้าตัวเกร็งเชียวพอไม่มีเพื่อนนั่งอยู่ด้วย แสงในห้องนี้ก็สลัวๆหน่อย ลูกชายผมอยากได้บรรยากาศแบบในโรงหนังเลยบอกให้ทำแบบนี้

“ชอบ” ผมเรียกเขาแล้วส่งชามป็อบคอร์นในมือให้ เพราะดูเขาจะไม่กล้าหยิบจากผม

“ขอบคุณครับ” 

เสียงเล็กบอกแล้วเอื้อมมือมาหยิบมันเข้าปากเงียบๆ ผ่านไปสักครึ่งชั่วโมง ยังมีผมกับชอบที่ดูหนังอยู่ ส่วนไทน์น่ะหรอ ก็ตามที่ผมคาดนั่นแหละ นอนหลับปุ๋ยให้หนังดูเขาไปเรียบร้อยแล้ว

“ชอบง่วงหรือเปล่า จะไปนอนก็ได้นะ เดี๋ยวอาปลุกไทน์ แล้วอาไปส่งที่ห้อง” 

ผมรู้ว่าชอบคงไม่กล้าบอกความต้องการของตัวเองหรอก เขาดูเป็นเด็กเรียบร้อย เด็กตัวน้อยส่ายหน้าไปมา เขาขยับเข้ามาใกล้ๆผม ผมไม่สามารถละสายตาจากใบหน้าที่มีแสงจากจอมากระทบอยู่เป็นระยะนั่นได้เลย

“ผมขออยู่ตรงนี้ก่อนได้ไหมครับ”

“ได้สิ” ผมยิ้มให้อย่างใจดี “ชอบหนังแบบนี้หรอเรา”

ผมวางมือบนศีรษะเขาและรูปเรือนผมนุ่มนั่นเบาๆ ชอบส่ายหน้าไปมา เขาหันมามองผม

“ผมอยากอยู่กับคุณอา” 

คำพูดแสนไร้เดียงสานั่นทำให้หนังในจอโทรทัศน์ไม่น่าดูอีกต่อไป ผมขยับตัวหันมาหาชอบแล้วเท้าแขนกับโซฟาพลางมองหน้าเขาไปด้วย

“ทำไมล่ะครับ” 

ผมอยากรู้ เขาทำให้ผมอยากรู้ เวลาได้พูดคุยกับชอบ มันไม่เหมือนกับการได้พูดคุยกับเด็กทั่วๆไปเลย มันมีอะไรบางอย่างที่ผมรู้สึกกับเขาเป็นพิเศษแตกต่างจากเด็กทั่วไป 

กับเด็กคนอื่น ผมหมายถึงเพื่อนคนอื่นๆของลูก ผมก็ใจดีด้วยพอประมาณ ในความใจดีนั้นมันไม่ได้อยากช่วยเหลือหรืออยากดูแลแบบที่เป็นกับชอบเลย ผมอยากหาเหตุผลที่มีความรู้สึกให้เด็กคนนี้ ผมไม่รู้มันคืออะไร

“ผมก็ไม่รู้ครับ คุณอาใจดีกับผมมากเลย” เขาบอก “ขอบคุณครับ”

ผมเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ชอบ เจ้าตัวหดคอหนีนิดหน่อย ไม่ได้ถึงขนาดรีบกระเถิบหนีอะไร เขายังสบตากับผมอยู่ด้วยซ้ำ

“อาไม่ได้ใจดี”

“...”

“อาก็ใจร้ายเหมือนกัน” ผมพูดยิ้มๆ

“หมายถึงอะไรครับ” ชอบถามเสียงแผ่วเบา

“อาหมายความอย่างที่อาพูดไงครับ ถ้าเราโตกว่านี้เราก็จะรู้ว่าคนเราไม่ได้มีด้านใดด้านหนึ่ง คนหนึ่งคน มีการแสดงออกหลายด้านเสมอ” ผมรู้ว่ามันยากที่จะทำให้เด็กสิบขวบเข้าใจในสิ่งที่ผมกำลังบอกให้เขาฟัง ผมแค่อยากสื่อว่าผมก็มีด้านที่ไม่ดีเหมือนกันอะไรทำนองนั้น

“ยังไงครับ ผมเองก็เป็นแบบนั้นด้วยหรือเปล่า”

“สำหรับอา เรายังมีแค่ด้านเดียว” ผมลูบเส้นผมของเขาเบาๆ “เด็กดี”

“...”

ชอบยังคงมองผม ผมเองก็ไม่ได้ละสายตาไปจากเขาง่ายๆ เส้นผมที่ล้อมกรอบหน้าเด็กน้อยถูกผมเกลี่ยออกให้เบาๆ ไม่อยากให้มันปรกตาเขา ผมไม่ได้สังเกตว่าชอบขยับตัวเข้าใกล้ผมมากแค่ไหน ใกล้จนอันตราย เรียวปากนุ่มนิ่มกดเฉียดลงที่แก้มผม ผมชะงักนิดหน่อยเพราะผมไม่ทันตั้งตัว ชอบแก้มแดงเรื่อ ถึงอย่างงั้นก็ไม่ได้รีบถอยออกไป

“สองครั้งแล้วนะ” ผมชูสองนิ้วเป็นการบอกเขาไปด้วย จากนั้นก็ทาบนิ้วชี้ลงบนเรียวปากนุ่ม “ถ้ามีอีกครั้ง อาจะจูบคืน”

“แม่เคยบอกผม เวลาที่แม่จูบที่แก้ม” ชอบไม่ได้กลัวในสิ่งที่ผมพูด เขากำลังอธิบายสิ่งที่เขาทำด้วยเสียงค่อยๆในแบบฉบับตัวเอง “มันหมายถึงแม่รักผม”

!!!!

“อาไม่ใช่คนในครอบครัวของผม แต่ก็เหมือนอาเป็น ผมรู้สึกว่าอาห่วงผมจริงๆ" นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ชอบพูดอะไรยาวๆกับผม ถึงเขาจะหลุบตาต่ำเลยก็ตาม “เพราะฉะนั้นถึงอาจะจูบคืน ผมก็ไม่โกรธหรอก”

ผมเลิกคิ้วนิดหน่อย เขายังเด็กมากจริงๆ เด็กเกินกว่าที่ผมจะทำอะไรไม่ดีลงไปได้ ไม่งั้นผมก็ไม่ต่างอะไรกับนายนพเลยสักนิด

“อารู้ว่าชอบขอบคุณอา” ผมเชยปลายคางเล็กขึ้นให้มองผม “แต่อย่าทำแบบนี้กับใครอีกนะ เราไม่รู้หรอกว่าเขาจะคิดกับเรายังไง”

“แล้วอาคิดยังไงครับ” เด็กช่างสงสัยยังคงมีคำถามกับผม

“อาคิดไม่ดี” ผมยิ้ม ถึงแม้ว่าชอบจะทำหน้าสงสัยในทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมพูดก็ตาม “นี่ดึกแล้วนะ เด็กๆต้องเข้านอนแล้วนะ”

ผมเกลี่ยแก้มเขาเบาๆแล้วกดจูบที่เหนือริมฝีปากสีเรื่อนั่นเหมือนเวลาที่ทำกับลูกชายตัวเองตอนที่งอแงไม่ยอมนอน (ผมไม่ยอมบอกชอบแน่ว่าผมทำแบบนั้นตอนไทน์ห้าขวบ)

“ราตรีสวัสดิ์ครับ”

 “ครับ”

เด็กน้อยตอบเสียงเบา ผมยิ้มให้เขาเล็กน้อยแล้วขยับตัวไปปลุกลูกชายตัวแสบให้ลุกขึ้น ไทน์งัวเงียนิดหน่อยแล้วดันตัวขึ้นมานั่ง

“เช้าแล้วหรอ” เจ้าตัวถามเบาๆ

“ยัง แต่ลูกต้องไปนอนที่ห้องของลูกแล้ว พรุ่งนี้จะได้ไปโรงเรียน” ผมดึงตัวลูกให้ลุกขึ้นยืนและอุ้มชอบลงมาจากโซฟา เด็กน้อยสองคนพากันเดินออกไปจากห้องนี้ ชอบเดินออกไปจากห้อง เขาไม่วายหันกลับมามองผมที่ยังยืนอยู่ตรงนี้คนเดียว

ผมโบกมือให้เด็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้ม แก้มขาวขึ้นสีเรื่อมากกว่าเดิม เขารีบเดินออกไปจากตรงนี้เร็วๆเหมือนไม่อยากให้ผมรู้ว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไร ผมคิดว่าไม่ทันแล้วนะ ผมว่าผมรู้ว่าเขากำลังเขินอายผม ไม่ว่าจะเขินด้วยความรู้สึกแบบไหนก็ตามที

 

ผมตื่นตั้งแต่หกโมง ไม่ใช่เพราะนาฬิกาปลุกด้วย คงเป็นเพราะเมื่อคืนผมนอนไม่ค่อยหลับ ออกแนวหลับๆตื่นๆอยู่ตลอด 

ผมคิดเรื่องคำพูดที่ชอบถามผม เรื่องที่ผมคิดยังไง เรื่องที่ผมเผลอบอกเขาไปว่าผมคิดไม่ดี ผมไม่ควรตอบไปแบบนั้น ด้วยเหตุนี้ ผมเลยไม่นอนอุดอู้อยู่บนเตียง เลือกจะลงมาข้างล่าง เปิดตู้เย็นแล้วหาน้ำดื่ม เจ็ดโมงเมื่อไหร่ผมค่อยไปเรียกเด็กๆให้อาบน้ำ 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณดิน” สาวใช้ในบ้านส่งเสียงทักผม เธอกำลังจะเตรียมมือเช้าพอดี

“วันนี้ผมทำเองครับ ไหนๆก็ตื่นแล้ว” ผมบอกพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ

“ได้ค่ะ”

“รบกวนปลุกเด็กๆให้ผมด้วยนะครับ สักเจ็ดโมงสิบห้านาทีก็ได้” 

ถึงแม้เธอจะเป็นคนที่ผมจ้างไว้ให้ช่วยงานบ้าน ผมก็มักจะใช้คำพูดกับเธออย่างสุภาพเสมอ เธอโค้งศีรษะให้เล็กน้อยเป็นการน้อมรับแล้วเดินออกไปจากบริเวณนี้ ผมวางแก้วน้ำที่ดื่มน้ำแล้วไว้ที่เคาเตอร์ เดินย้อนกลับไปที่ตู้เย็นอีกครั้งเพื่อเอาวัตถุดิบออกมาเตรียมทำมือเช้า

“คุณอา” 

เสียงเรียกนั่นทำให้ผมหมุนตัวกลับไปมอง ชอบมายืนอยู่ตรงนี้ เขาสวมเสื้อผ้าของลูกชายผม ด้วยความที่เขาตัวเล็กกว่า แขนเสื้อเลยยาวเลยมือเขาออกมาอีก ไหนจะขากางเกงที่เจ้าตัวยืนเหยียบอยู่อีก เห็นแล้วกลัวจะเดินสะดุด ผมยิ้มอย่างนึกเอ็นดู เขาเหมือนแมวในกองผ้าน่ะ

“ทำอะไรหรอครับ” เขาถามแล้วเอามือขยี้ตาอย่างงัวเงีย

“แล้วชอบลงมาทำไมครับ อายังไม่ได้ปลุกเลย”

“ผมตื่นเองครับ ปกติอยู่ที่บ้านก็ตื่นเวลานี้” เสียงแผ่วเบาตอบกลับมา

“อากำลังจะทำอาหารเช้าให้เราสามคน” ผมบอก “อยากจะกลับขึ้นไปนอนหรือว่าจะมานั่งตรงนี้แล้วดูอาทำ”

ชอบทำหน้าเหมือนคิดอยู่ ผมชอบสีหน้าแบบนี้ของเขา มันทำให้ผมยิ้มได้ไม่หยุด ใบหน้าเล็กที่ดูเหมือนแก้มกับดวงตาจะบวมหน่อยๆเพราะเพิ่งตื่นทำให้รู้สึกอยากฝังจมูกลงบนแก้มนุ่มนิ่มนั่น หรือไม่ก็จูบซับไปทั่ววงหน้าเล็ก เขาน่ามันเขี้ยวขนาดนั้นเลยล่ะ

“ผมอยู่ดีกว่า” 

เจ้าตัวเลือกได้ในที่สุด ผมเดินเข้าไปหาเขาแล้วสอดมือเข้าไปจับที่ใต้วงแขนเล็ก ยกตัวเขาขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้อย่างง่ายดาย มือเล็กๆสองข้างวางทาบลงอยู่บนแผ่นอกผมอย่างไม่ตั้งใจ คิดว่าตกใจนิดหน่อยที่โดนผมอุ้มกะทันหัน ผมเผลอวางมือลงบนแก้มเขาเบาๆ ชอบก็เลยยกมือขึ้นมาจับมือผมไว้อีกที

ความจริงผมควรผละออกไปได้แล้ว หากร่างกายผมกลับนิ่งอยู่ที่เดิม

 















[LOADING...150 PER.]

แท็ค #ป๊าดินกินเด็ก


ภาคต่อนิยายเรื่องนี้มีอีกสองเรื่องน๊า
สายฮาหมดเลยค่ะ 5555
--------------------
เรื่องแรก 
 #พี่มี (แฟน) เด็ก
ฟ้าใหญ่ X อีนังพี่อาร์ค 
ใครอยากสะใจเห็นคนกลัวผัว กดที่รูป
V




เรื่องที่สอง มีความหื่น ฮา น่ารัก 
และกลัวเมียเด็กสุดพลังค่ะ [เฮียไทน์ X ตันหยง]
คลิ๊กที่รูป

V


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

911 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #21662 พญานก T^T (@Khaofang_17) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 22:29
    อิชั้นจะไม่ทน น้องชอบคะพี่ชอบน้องค่ะ // คุณหัสดินต้องใจเย็นนะคะ ถึงน้องจะอ้อยด้วยความไร้เดียงสาขนาดไหนก็ตาม
    #21662
    0
  2. #21656 ดาบซ่อนคม (@Num-khaw) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 13:30
    โครตบาป 555
    #21656
    0
  3. #21331 tbuykeid37 (@tbuykeid37) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 09:49
    ชอบบบบ
    #21331
    0
  4. #19372 mynkjeffbx (@mildn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 03:13
    อาต้องใจเย็นๆ ใจร่มๆไว้ก่อนนะคะะะะ คุณอาาาาาาา น้องชอบไร้เดียงสา ทำไปโดยไม่รู้ตัวนะคะ น้องเด็กอยุ่นะคะ
    #19372
    0
  5. #18602 macaroon-cookie (@maneedaeng) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 13:48
    เด็กมันอ่อย(โดยไม่รู้ตัว)เหลือเกินนน
    #18602
    0
  6. #18288 ChareeBungwai (@ChareeBungwai) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 23:34
    คุณอาอย่าวู่วาม
    #18288
    0
  7. #17271 Thitaphorn Tiemnara (@thitanana) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 16:22
    คุณอาต้องใจนิ่งๆไว้นะคะ *คุกๆๆๆๆๆ* -.,-
    #17271
    0
  8. #17270 Thitaphorn Tiemnara (@thitanana) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 16:22
    คุณอาต้องใจนิ่งๆไว้นะคะ *คุกๆๆๆๆๆ* -.,-
    #17270
    0
  9. #17268 Thitaphorn Tiemnara (@thitanana) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 16:22
    คุณอาต้องใจนิ่งๆไว้นะคะ *คุกๆๆๆๆๆ* -.,-
    #17268
    0
  10. #15947 memeya (@memeya) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 01:31
    น้องชอบบบบน้องอาจจะไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอัไรอยู่ ฮือออ ควาทไร้เดียงสาของหนู ทำให้พี่รู้สึกผิด ???????????????? แง~
    #15947
    0
  11. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 23:20
    คิดถึงคุกไว้นะคุณอา55555555
    #15942
    0
  12. #15413 hwalhwal (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 16:25
    คุณอาคะ ใจเย็นๆไว้นะคะ555555
    #15413
    0
  13. #13185 thejathhhhhhh (@thejathhhhhhh) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 16:01
    คุกคุกคุกคุก คุกถามหาแล้ววววว
    #13185
    0
  14. #13183 exolbenben (@exolbenben) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 15:38
    อาคิดไม่ดี...ว้อยยยยขากำลังยื่นเข้าไปในคุก55555
    #13183
    0
  15. #12938 ikonyg (@ikonyg) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 19:54
    ครึ่งตัวเข้าคุกไปแล้วเรียบร้อย 55555
    #12938
    0
  16. #12937 ikonyg (@ikonyg) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 19:53
    ชอบตอนโตน่ารักมากเลยยยววว
    #12937
    0
  17. #12608 Asuno (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 21:18
    เด็กก็อ่อยแบบไร้เดียงสา แต่อีป๊านี่ไปไกลแล้วนะ555
    #12608
    0
  18. #10865 ปงจี้ (@mayupong-111) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 01:45
    ป๊าาาาา ใจเย็นนะ555555
    #10865
    0
  19. #10260 bwp_k (@bwp_k) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 21:36
    อัยยะ เด็กก็อ่อย ป๊าจะอดใจไหวไหมนี่
    #10260
    0
  20. #9644 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 08:59
    อดทนไปก่อนเนอะ 555555
    #9644
    0
  21. #8467 gaia05 (@giai05) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 19:53
    ข่มใจไว้นะคะ อา รอน้องโตก่อนเนอะ 555
    #8467
    0
  22. #7636 นักอ่าน. (@ziintaeliin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 11:23
    ป๊าใจเย็งก่องน้าาา
    #7636
    0
  23. #7546 untitledd (@gdrgn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 20:13
    คุงอาาาา
    #7546
    0
  24. #7287 JJwhy (@JJwhy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 12:53
    "ฉันคิดไม่ดี"
    คุกไปทางนั้นค่ะ//ผายมือ 55555555
    #7287
    0
  25. #6301 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 02:48
    คุณอาาาาา คิดไม่ดี ส่วนคนอ่านใจไม่ดีเลยค่ะ น้องชอบต้องรีบโตนะคะ 555555
    #6301
    0