ภารกิจยั่วสวาท

ตอนที่ 7 : ผู้หญิงที่น่าทึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 พ.ย. 59




ก่อนที่อะไรๆ จะเลยเถิดกันไปใหญ่ เมื่ออินทุอรเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่านัยน์ตาสีฟ้าลืมโพลงและกำลังจับจ้องมองเธออยู่

หญิงสาวชะงักงัน หอบแฮ่กจากการช่วยชีวิตเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย รู้สึกยินดีในนาทีแรก ที่ชายหนุ่มไม่เป็นอะไร กำลังจะยิ้มยินดีทีเดียว หากไม่รู้สึกสงสัยในความไม่ชอบมาพากล เมื่อถูกจ้องมองอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่เหมือนอาการของเพิ่งฟื้นคืนสติมาก็ให้ฉุกคิด หัวคิ้วเรียวขมวดมุ่นนิดๆ ก่อนจะคิดออกว่าเขาแค่แกล้งให้เธอตกใจ

“นี่...คุณไม่ได้จมน้ำหรอกหรือ?” ถามอย่างอึ้งไป

“เปล่า” 

โดมินิคตอบออกมาได้หน้าตาเฉย พร้อมกับผงกตัวลุกขึ้นมานั่งมองหน้าเธอด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก อินทุอรจริงจังเหลือเกินที่จะช่วยเขาจากการจมน้ำ จนเขาไม่อาจจะแกล้งเธอต่อไปได้

“หมายความว่าคุณแกล้งจมน้ำอย่างนั้นหรือ?”

ชายหนุ่มยักไหล่ “ผมก็แค่อยากรู้ว่าคุณจะช่วยชีวิตผมเหมือนที่ช่วยยัยโรสหรือเปล่า?”

ความปรารถนาดีคือสิ่งที่เขาตีค่าเป็นเรื่องของความสนุกสนาน ต้องการทดสอบ กลีบปากสีระเรื่ออิ่มตึงเม้มแน่น ดวงตาคู่สวยฉายชัดถึงความโกรธ

“คุณเอาเรื่องของความเป็นความตายมาล้อเล่นได้ยังไงกัน?” เสียงแหวต่อว่า

เขาก็อยากจะสำนึกผิดเหมือนกัน

“ผมว่ายน้ำเป็น และก็ว่ายเก่งด้วย คุณเข้าใจผิดไปเองต่างหาก”

 โบ้ยให้เป็นความผิดของเธอไปเสีย

“เข้าใจผิด เข้าใจผิดยังไง? ก็ในเมื่อคุณเรียกให้ฉันช่วย”

“ผมพูดอย่างนั้นหรือ?” 

ทำไม่รู้ไม่ชี้ได้อย่างยียวน 

“ผมก็แค่จะบอกว่าให้คุณช่วยลงมาเล่นน้ำเป็นเพื่อนผมหน่อยต่างหาก ก็เห็นคุณกระโดดตามมา”

“แต่คุณแกล้งจมน้ำ”

“เปล้า...ผมแค่อยากรู้ว่าน้ำตรงนั้นมันลึกสักเท่าไหร่ ก็เลยปล่อยตัวให้ลองจมลงไป คุณก็ไปกระชากผมขึ้นมาเสียก่อน” 

สีข้างยังดีอยู่ไหม? แถได้เสียขนาดนี้

“แล้วตอนที่ฉันเรียกคุณล่ะ คุณไม่ยอมลืมตา ไม่ยอมตอบรับ”

“ก็ผมเหนื่อยนี่นา และก็อยากรู้ว่าคุณจะทำยังไง” 

นัยน์ตาสีฟ้าเต้นระริก เมื่อคนตัวเปียกหน้าแดงด้วยความโกรธ หน้าตาเธอก็ยิ่งน่าดูเข้าไปอีก

“มันเลยทำให้ผมรู้ว่า น้ำทะเลที่นี่ก็ไม่ได้เค็มสักเท่าไหร่...ออกจะหวานปะแล่มเสียด้วยซ้ำ”

ไม่ว่าเปล่าแกล้งเม้มริมฝีปากหยักสีระเรื่ออย่างล้อเลียนเธอ

อินทุอรตาเขียวปั๊ด ลุกพรวดจากพื้นทรายปัดเนื้อปัดตัวแล้วรีบเดินหนี เพราะขืนอยู่นานไปกว่านี้ คงได้ข่วนหน้าคนช่างยั่วยวนกวนประสาทแน่ๆ

หญิงสาวเดินกลับไปที่เรือ เพราะสปีดโบ๊ทยังลอยลำไม่ได้ทอดสมอ ถูกน้ำทะเลซัดเข้ามาใกล้กับชายฝั่ง โดยไม่สนใจเสียงหัวเราะขบขันของคนที่เห็นเธอเป็นตัวตลก

“คนนิสัยไม่ดีเอ๊ย” 

เธอบ่นบริพาสเขา แหงนหน้ามองขอบเรือที่ยังสูงเหนือศีรษะ ไม่ทันได้คล้องบันไดเรือเอาไว้เสียด้วย ก็ต้องกระโดดลงน้ำจนตัวเปียกเพราะถูกหลอกให้เข้าใจผิด...ไม่อยากคิดว่า อยู่ที่นี่ต่อกับเขาอีกสักสัปดาห์ จะเจออะไรบ้าง? เหตุการณ์นี้สอนเธอแล้วว่า ผู้ชายคนนี้ไว้ใจไม่ได้เลย

“แล้วจะขึ้นเรือยังไงล่ะนี่” 

เอื้อมมือไปพยายามเกาะขอบเรือ แต่ก่อนที่ความพยายามจะเป็นผลร่างเล็กก็ถูกยกลอยขึ้นราวกับไร้น้ำหนัก มือใหญ่แข็งแรงจับที่สะเอวแน่น ยืนยันให้แน่ใจว่าไม่มีทางทำเธอตกแน่ ตอนนี้มือสองข้านั้นค่อยๆ แผ่ความร้อนจนรู้สึกผะผ่าวไปทั้งเนื้อทั้งตัว ใบหน้างามหันขวับกลับมา ไม่รู้ว่าโดมินิคเดินตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“รีบขึ้นไปสิครับ เดี๋ยวผมจะเป็นคนขนกระเป๋าขึ้นฝั่งเอง” รีบบอกอย่างมีน้ำใจ รับรู้ได้ถึงอารมณ์กรุ่นโกรธของหญิงสาว แล้วก็เริ่มสำนึกผิดขึ้นมา เขาไม่ควรไปล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอเลย

อินทุอรค้อนขวับให้ พร้อมกับเม้มปากแน่นก่อนจะรีบปีนขึ้นไปบนเรือ คิดว่าทำแค่นี้ แล้วจะทำให้เธอหายโกรธได้หรือไง

เฮ้! คุณ เอาบันไดเรือมาพาดสิ ไว ผมจะได้ช่วยขนกระเป๋า”

 เสียงตะโกนบอกมา แต่เธอไม่สนใจ กำลังรอให้คลื่นซัดเรือเข้าไปใกล้ฝั่งมากกว่านี้ เพื่อรอเวลาที่จะทอดสมอ โดยปล่อยเขายืนตากแดดแช่น้ำเสียให้เข็ด เห็นว่าอยากเล่นน้ำดีนัก

ก่อนที่จะระลึกได้ว่า หน้าที่ของเธอคือมายั่วให้เขาตกหลุมรัก พอเจอคนนิสัยไม่ดีเข้า เป็นลืมตัวเสียเรื่อยเลย อินทุอรจึงตั้งสติใหม่ 

ท่อง ใจเย็น...ใจเย็น สะกดตัวเองควบคุมสติไว้

“คุณโกรธผมหรือ?” 

พอขึ้นมายืนบนเรือได้อีกครั้ง คนตัวสูงก็ถามหน้าม่อยเสียงอ่อยอย่างสำนึกผิด แต่เธอไม่เชื่อหรอก

“แล้วเป็นคุณจะโกรธไหมคะ คุณทำให้ฉันตกใจแทบแย่” 

เธอต่อว่าให้ฟังดูดี

“คุณเป็นห่วงผม?” 

นัยน์ตาสีฟ้าเต้นระริก รู้สึกดีที่ได้ยินแบบนั้น ถ้าหญิงสาวจะโกรธเขาด้วยเหตุผลนี้ เขายอม เพราะเธอสมควรที่จะโกรธ

อินทุอรปรายดวงตางามค้อนนิดๆ

“คุณเป็นเจ้านายฉัน ถ้าคุณเป็นอะไรไป ฉันคงตกงานแน่”

“พ่อผมไม่ไล่คุณออกหรอก ท่านชื่นชมคุณจะตาย”

เขารีบพูดเอาใจ

อินทุอรช้อนสายตาคมหวานขึ้นมองเขา ยิ้มนิดๆ

“งั้นฉันก็หวังว่าคุณจะรู้สึกเช่นนั้นกับฉันเหมือนกันนะคะ” 

ว่าแล้วก็เดินเลี่ยงไปให้คนฟังรู้สึกหัวใจลำพองขึ้นมายิ้มหน้าระรื่น

“งั้นเราก็รีบขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันดีกว่า ปล่อยให้ตัวเปียกอย่างนี้ไม่ดีแน่ ยังต้องผจญกับแดดและน้ำทะเลอีกหลายวัน” ถึงเขาจะชอบยามที่เธอเปียกปอน เสื้อผ้านแนบเนื้อมองไปเห็นถึงไหนต่อไหนก็ตามเถอะ

โดมินิคตัดใจเดินไปทอดสมอเรือ ก่อนจะช่วยกันขนสัมภาระมุ่งตรงไปยังชายหาด

“คุณบอกว่ามีใครรอเราอยู่งั้นหรือ?”

“ค่ะ ลุงทองถมกับป้ากัลยา ทั้งสองคนช่วยดูแลรีสอร์ทนี้ให้”

อื้ม!” 

เขาผงกหน้า รับหน้าที่หิ้วกระเป๋าสัมภาระทั้งของตัวเองและหญิงสาว กระเป๋าของอินทุอรเบานิดเดียว จนให้นึกสงสัยว่าเธอขนอะไรมาบ้าง ทำไมมันช่างแตกต่างกับกระเป๋าของเอลซ่าที่มากกว่าเขาถึงสองสามเท่าทุกครั้งเวลาที่เดินทางไปไหน

“คุณมีแพลนทำอะไรบ้างวันนี้?”

“ตอนนี้แดดร้อนแล้ว เอาไว้แดดร่มกว่านี้เราเดินสำรวจดูรอบๆ รีสอร์ทก่อนก็แล้วกันนะคะ”

“ลองเล่าข้อมูลคร่าวๆ ของบุหลันอันดาให้ผมฟังสักหน่อยได้ไหม?” 

เรียกว่าเขาแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกิจการเล็กๆ ที่ได้รับมอบหมายจากบิดาให้มาดูแลเลย

อินทุอรยิ้มหวานให้ ผงกหน้ารับ ก่อนจะเริ่มเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับรีสอร์ทที่โดมินิคกำลังจะมาดูแลและเป็นเจ้าของ โดยมีเธอเป็นผู้ช่วย(ในความคิดของเขา)

บุหลันอันดาตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะแสนดาว เป็นรีสอร์ทสไตล์บาหลีแห่งแรก และรีสอร์ทแห่งเดียวบนเกาะแห่งนี้ที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกสร้างขึ้น เนื่องจากเกาะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก เงียบสงบ ความเจริญยังไม่ลุกล้ำเข้ามามากนัก พื้นเพคนที่นี่ส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้านชาวเลมีอาชีพทำประมง

หาดทรายสีขาวด้านหน้ารีสอร์ทชื่อหาดซากามาจากภาษามลายูแปลน้ำตาลทราย เพราะทรายบนชายหาดเป็นทรายเม็ดละเอียดสีขาวนวลทอดยาวกว่าสองกิโลเมตรคล้ายรูปพระจันทร์เสี้ยว

บนเกาะนี้มีทั้งป่า น้ำตกและหน้าผาสูงชัน อีกฟากฝั่งหนึ่งเป็นหมู่บ้านชาวเลที่นอกจากจะทำการประมงเป็นหลัก ยังมีหัตถกรรมของเหล่าแม่บ้าน คือการทำเสื้อผ้ามัดย้อม

ความสวยงามของเกาะแสนดาวนอกจากหาดทรายขาว น้ำทะเลใส เหมาะแก่การเล่นน้ำ ดำน้ำดูปลาแล้ว ยังเป็นสถานที่พักผ่อนอย่างเงียบสงบ คนไม่พลุกพล่านเช่นเกาะอื่นๆ และมีจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดเพราะเป็นเกาะของชายทะเลฝั่งตะวันตก

บุหลันอันดามีห้องพักเพียง สามสิบห้องเท่านั้น แต่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้สูงถึงหนึ่งร้อยคน เป็นวิลล่าติดทะเลสี่หลัง นอกนั้นเป็นบังกะโลและห้องพัก ที่ถูกออกแบบตกแต่งแบบบาหลี เน้นให้กลมกลืนกับลักษณะทางกายภาพของพื้นที่

“คุณคิดว่าผมจะหาลูกค้ามาพักที่นี่ได้ไหม?” 

คนที่เดินตามหลังมาเอ่ยถาม หลังจากเสียงใสเจื้อยแจ้วจบลงแล้ว

“ต้องได้สิคะ ใครๆ ก็อยากมาเที่ยวทะเลกันทั้งนั้น”

“แล้วทำไมเจ้าของเดิมถึงขายล่ะ ถ้ากิจการดีทำไมเขาถึงไม่อยากทำต่อ”

“ฉันเองก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่ตอนที่มาเห็นที่นี่ครั้งแรก มันทรุดโทรมกว่านี้มาก เห็นว่าได้รับความเสียหายตั้งแต่ตอนเกิดสึนามิ เจ้าของก็ไม่ได้มาดูแลอีกเลย ตอนนี้คุณเดเร็กก็ให้คนปรับปรุงตกแต่งใหม่ใกล้จะเสร็จเรียบร้อยแล้ว”

“คุณมาที่นี่บ่อยสินะ?”

“ประมาณเกือบสิบครั้งได้ ทุกครั้งที่มา มันก็แปลกตาไปเรื่อยๆ อาจจะรกร้างไปด้วยต้นไม้สักหน่อย แต่ตัดแต่งออกมาแล้วก็ดูสวยดีนะคะ หายากรีสอร์ทติดทะเลที่เต็มไปด้วยต้นไม้ที่ร่มรื่นอย่าง พื้นที่ของรีสอร์ทส่วนใหญ่ยังเป็นธรรมชาติ ตอนนี้มีห้องพักเพียงสามสิบห้องเท่านั้นเอง”

รีสอร์ทในแมกไม้เริ่มปรากฏต่อสายตาตรงหน้าเขา โดมินิคกวาดตามอง

“หนูอินมาถึงแล้วรึ? นึกว่าจะเปลี่ยนใจไม่มาเสียแล้ว” 

ป้ากัลยาเอ่ยทักเมื่อเห็นหญิงสาว สายตากวาดแลเหลือบเลยไปถึงชายหนุ่มที่มาด้วยกัน

“สวัสดีค่ะป้า อินเอาน้ำพริกจากฝั่งโน้นมาฝากด้วย”

อู้ย! จะหอบหิ้วมาทำไม ของกินที่นี่ตั้งมากมาย แต่ก็ขอบใจนะ อุตส่าห์มีแก่ใจนึกถึงคนแก่” 

ป้ากัลยาจับมือจับไม้หญิงสาวที่รักเหมือนลูกเหมือนหลาน เพราะตัวเองและสามีไม่มีลูก

“แก่เก่ออะไรคะ ป้ากัลน่ะยังแข็งแรงออก” 

เธอว่า หญิงชรายิ้มแป้นรับคำชม มองสำรวจชายหนุ่มที่มาด้วยกัน

“นี่คงจะเป็นลูกชายคุณเดเร็กสิคะ”

หนุ่มฝรั่งหน้าเข้มวางกระเป๋าลง ก่อนจะยกมือไหว้ทักทายแบบไทย เก้ๆ กังๆ

“สวัสดีครับ”

ในสายตาคนแก่จึงดูน่าเอ็นดูนัก เมื่อเขานอบน้อมถ่อมตน ไม่ถือว่าตัวเองเป็นเจ้าของหรือพวกนายทุน

“ไหว้พระเถอะจ๊ะคุณ แล้วนี่อะไรทำไมเนื้อตัวถึงได้เปียกม่อล่อกม่อแลกกันอย่างนี้ล่ะ?” เอ่ยถามอย่างประหลาดใจ ที่เห็นทั้งสองคนเปียกมาทั้งคู่

อินทุอรหันไปค้อนตัวต้นเหตุอย่างนึกเคือง ฝ่ายชายหนุ่มยืนยิ้มเผล่ ไม่อยากให้คุณป้าฟื้นฝอยหาตะเข็บให้หญิงสาวฉุนขึ้นมาอีก

“ผมชักหิวแล้วสิ มีอะไรให้ทานไหมครับ?” 

เอ่ยถามขึ้นมา ป้ากัลยาทำหน้างง อินทุอรต้องช่วยแปลให้

“เขาบอกว่าหิวแล้วค่ะ ป้ากัลพอจะมีอะไรให้ทานได้ไหมคะ?”

“มีสิ...ป้าเตรียมไว้แล้ว เมื่อคืนน่ะตาถมน่ะออกเรือไปตกกุ้งตกหมึกได้มาเยอะทีเดียว รอแป๊บหนึ่งนะคะ”

อินทุอรหันไปอธิบายให้ชายหนุ่มฟังเป็นภาษาอังกฤษ โดมินิคฟังอย่างสนใจเมื่อรู้ว่าสามีของป้ากัลยาเป็นคนออกไปหาอาหารวัตถุดิบทำมื้อนี้มา ซักถามยาวเหยียดและบอกว่าเขาอยากลองไปตกหมึกดูบ้าง

“ถ้าท้องฟ้าปลอดโปร่ง ไม่มีคลื่นลมหรือพายุเข้าก็ไปได้ คุณเตรียมตัวไว้ก็แล้วกัน” 

เหมือนเป็นคำเอ่ยอนุญาตเพราะดูชายหนุ่มจะตื่นเต้นมาก เพราะไม่เคยตกกุ้งตกหมึกในเวลากลางคืนมาก่อน

“แล้วจะให้ป้าผัดหรือให้เผาก็บอกมา อ้อป้าเตรียมน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดตำเองกับมือไว้ให้ด้วย มาทะเลก็ต้องกินของทะเลสิเนาะ แต่ว่าเผ็ดหน่อยนะ พอดีมันเคยมือเลยใส่พริกกระเทียมหนักไปหน่อย ว่าแต่คุณเขาจะทานได้หรือ?”

อินทุอรยิ้มกริ่มติดจะเหี้ยมนิดๆ เมื่อคิดแผนการเอาคืนออก

“ไม่มีปัญหาค่ะ เขาทานเผ็ดได้”

“งั้นก็โอเคซิกาแลตเลยนะคุณ รอแป๊บหนึ่ง ไม่เกินยี่สิบนาที เอาของไปเก็บก่อน ล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย กลับมาถึงสำรับพร้อมเสิร์ฟ” 

ป้ากัลยาหันไปพูดกับชายหนุ่มราวกับคุ้นเคยกันมานาน

โดมินิคแม้ฟังภาษาไทยไม่เข้าใจนัก แต่คำว่าโอเคซิกาแลตก็ทำให้เขาอุ่นใจว่าคงไม่อดตายอยู่บนเกาะแห่งนี้แน่นอน

“นั่นแน่ะตาถมมาพอดี เดี๋ยวช่วยพาคุณเขาไปที่บ้านพักหน่อย” ว่า พร้อมกับกวักมือเรียกสามีก่อนจะสั่ง

“อะไรกัน กระเป๋ามีแค่นี้หรือครับ? ไหนว่าจะอยู่เป็นอาทิตย์” 

ลุงทองถมถามอย่างประหลาดใจ เมื่อเห็นกระเป๋าสัมภาระใบย่อมของทั้งสองคน

“ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะลุง เสื้อผ้าอินก็เอามาไม่กี่ชุด ซักตากเอาก็ได้”

“หรือไม่ก็ไปซื้อที่หมู่บ้าน เมื่อวานผมผ่านมา เห็นเขาตากผ้ามัดย้อมสวยๆ ทั้งนั้นเลย” นายทองถมแนะนำ

“อินก็กะไว้อย่างนั้นเหมือนกันค่ะ ผ้าที่นี่สีสวย นุ่งก็สบายแถมยังทนด้วย เข้ากับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ชายทะเล”

“ครับ เดี๋ยวนี้เห็นขายดิบขายดี จนพวกผู้หญิงแทบจะไม่ทำของทะเลตากแห้งกันแล้ว ขายสดกันไปเสียมาก เพราะจะได้เอาเวลามาทำผ้ากัน ได้ยินว่ามีออเดอร์สั่งซื้อเข้ามาเยอะแยะเทียว มีลาย และแบบใหม่ๆ ให้เลือกมาก หนูอินคงจะชอบ”

เรื่องเสื้อผ้า เครื่องประดับกับผู้หญิงเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออกจริงๆ อินทุอรก็ชอบที่จะแต่งเนื้อแต่งตัวสวยๆ เหมือนผู้หญิงทั่วไป ไม่เน้นใช้ของแพง แต่เลือกที่เหมาะสมกับฐานะ และเข้ากับตัวเอง เธอจึงนิยมชมชอบเสื้อผ้ามัดย้อมของหมู่บ้านชาวเลเอามากๆ มาที่เกาะแสนดาวแต่ละที ต้องซื้อกลับไปหลายๆ ผืน ทั้งเอาไว้ใช้เองและเป็นของฝาก

“เดี๋ยวพองานเสร็จก่อนกลับอินว่าจะแวะไปดูเสียหน่อย”

 หญิงสาวหมายมั่นปั้นมือไว้

โดมินิคแม้จะฟังที่ทั้งสองคนคุยกันไม่เข้าใจ แต่ก็ตั้งใจฟัง เผื่อว่าสักวันเขาอาจจะอยากเรียนและอยากเข้าใจภาษาไทยจริงจังขึ้นมากว่านี้

“คุณต้องช่วยสอนภาษาไทยให้ผมด้วย” 

เอ่ยขึ้นมา ระหว่างที่เดินไปยังบ้านพัก

อินทุอรหันกลับมามองคนขอร้องอย่างนึกประหลาดใจ

“คุณอยากเรียนภาษาไทย”


***** เอาล่ะสิ...เริ่มสนิทกันทีละนิด เดี๋ยวจะตกหลุมรักไม่รู้ตัว ^^


อยากอ่านเต็มเรื่อง พร้อมให้โหลดแล้วนะจ๊ะ ^^


ภารกิจยั่วสวาท
วชิราภา/รัชริล
www.mebmarket.com
เพื่อปลดหนี้ก้อนโตและไม่ต้องแต่งงานกับผู้ชายคราวพ่อเธอต้องทุ่มทั้งใจทั้งกายเพื่อยั่วให้ลูกชายเจ้านาย ตกหลุมรัก ******************************************************** “ฉันไม่เล่นกับคุณแล้ว จับโน่นจับนี่ของฉันอยู่ได้”ชายหนุ่มดึงร่างอรชรเข้ามาใกล้ พร้อมกระซิบให้ได้ยินเพียงสองคน“ของคุณหรือ? ผมนึกว่าทั้งหมดนี่เป็นของผมเสียอีก” เขาแตะนิ้วจิ้มลงที่ทรวงอกอวบอิ่มจนผู้เป็นเจ้าของสะดุ้ง “ตรงนี้ก็ใช่...ตรงนี้ก็ใช่...” ชี้ไปที่ลาดไหล่แล้วลูบไล้ไปตามแขนเรียว “ตรงนี้ก็ของผม...นี่ก็ด้วย” ลูบผ่านหน้าท้องนวลเนียนก่อนจะเลื่อนต่ำลง มือบางรีบคว้าหมับจับเอาไว้ก่อนที่เขาจะตะปบลงตรงส่วนสำคัญผู้ชายคนนี้รู้จักอายกับใครบ้างไหมนี่?หน้ามึนก็ที่หนึ่ง...หน้าไม่อายก็ที่สุด เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเห็น“อะไรๆ ของฉันก็เป็นของคุณหมดเลยนะคะ” พูดประชดคนโลภมาก “แล้วมีอะไรที่เป็นของฉันบ้างล่ะ” ช้อนสายตาขึ้นมาถามโดมินิคยิ้มเผล่นัยน์ตาเป็นประกายระยิบระยับจับมือบางมาตะปบที่คลื่นลอนซิกแพ็ก“นี่ไงล่ะของคุณ” อินทุอรอึ้งไปปล่อยให้มือใหญ่ลากจูงมือน้อยไล่ขึ้นมาที่หน้าอก“นี่ก็ของคุณ”เธอกลืนน้ำลายรู้สึกลำคอแห้งผาก กะพริบตาปริบๆ เมื่อเขายังลากมือต่อไปยังหน้าอกเบื้องซ้าย“ตรงนี้ก็ของคุณ” นัยน์ตาเชื่อมหวานจ้องมองล้ำลึกเขาหมายถึงเจ้าก้อนเนื้อมีชีวิตที่เต้นตุ๊บๆ อยู่ข้างในจนเธอรู้สึกได้นั่นใช่ไหม?หัวใจของเขาเป็นของเธออย่างนั้นหรือ?ครานี้แพขนตาหนาดกกะพริบถี่ยิบห้ามม่านน้ำตาเอาไว้ด้วยความตื้นตันใจ ซาบซึ้ง เพราะแม้แต่ตัวเธอเองยังไม่กล้าที่จะยกหัวใจให้ใครได้ง่ายๆ เธอซาบซึ้งปลื้มปริ่มเสียจนน้ำตาแทบไหล หากเขาไม่พามือเล็กลากลงไปด้านล่างกึ่งกลางกายให้มือน้อยตะปบลงไปบนความแข็งกร้าวที่พร้อมพรั่กซึ่งตอนนี้กำลังขยับขยายเต็มไม้เต็มมือ“และตรงนี้ ก็เต็มใจที่สุดจะเป็นของคุณ” อินทุอรตาโตเหลือกลานด้วยความตกใจ เธอว่าแล้วเชียว ไอ้ยิ้มดวงตาวับๆ แบบนี้ของเขา มันไว้ใจไม่ได้“อี๋...ปล่อยนะ...ปล่อย...ฉันไม่เอาของคุณหรอก” ร้องเสียงหลง พร้อมกับดึงมือกลับคืน แต่โดมินิคไม่ยอมปล่อยง่ายๆ กลับหัวเราะลั่นอย่างชอบอกชอบใจ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #8 pretty-p (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 10:54

    ใกล้เข้ามาอีกนิด ชิดๆเข้ามาอีกหน่อย

    เจอกันแค่ไม่กี่วัน นึกอยากจะเรียนภาษาไทยแล้วววว

    อีหนู มีสิทธิ์ลุ้นนนนนน

    #8
    0