ภารกิจยั่วสวาท

ตอนที่ 13 : ใกล้ชิด...ชิดใกล้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 พ.ย. 59

 

 

“ที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวเล ชาวบ้านประกอบอาชีพประมงเป็นส่วนใหญ่ ผู้ชายก็ออกเรือหาปลา ส่วนผู้หญิงก็ถักแห ถักอวน ถ้ากุ้งหอยปูปลาที่หามาได้ ขายไม่หมดก็จะเอามาทำอาหารทะเลตากแห้งออกขาย”

อินทุอรอธิบาย เมื่อพาเขาข้ามภูเขาทุลักทุเลเส้นทางกว่าสี่กิโลเมตร เดินทางมาถึงยังหมู่บ้านชาวเลที่หญิงสาวบอกว่าจะพาเขามาช็อปปิ้ง

“แต่หลังจากที่เศรษฐกิจทางฝั่งนู้นเฟื่องฟู ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวเต็มรูปแบบแล้ว เด็กๆ รุ่นหลังก็พากันข้ามไปเรียนที่ฝั่งโน้น พอมีความรู้ ก็หันไปทำอาชีพด้านบริการเป็นส่วนใหญ่ น้อยนักที่จะกลับมาทำประมงอยู่ที่นี่”

ดวงตาสีฟ้ากวาดมอง และก็เห็นเป็นจริงดังที่หญิงสาวว่า เพราะมีแต่คนวัยกลางคนขึ้นไป และเด็กเล็กๆ เท่านั้นวัยรุ่นหนุ่มสาวแทบไม่มีให้เห็นเลย อีกหน่อยความเป็นอยู่และวิถีชีวิตเช่นนี้คงจะเลือนหายไป เพราะไม่มีใครสืบทอดทำต่อ

“ตอนนี้ทางรัฐบาลก็มาส่งเสริมให้พวกแม่บ้านทำผ้ามัดย้อม เพิ่มรายได้ เพราะในฤดูมรสุมเรือประมงก็ต้องงดออกทะเล และนี่แหละค่ะ ที่ฉันจะพาคุณมาดู”

ชายหนุ่มมองไปยังราวผ้าหลากสีที่ตากเอาไว้ ภาพผืนผ้าที่เรียงรายมากมายคละสีคละลายคละแบบทำให้เขารู้สึกทึ่งขึ้นมานิดๆ

“ผ้าพวกนี้ส่วนใหญ่ก็ส่งไปขายให้นักท่องเที่ยว เนื้อผ้าดี บางเบา ถ่ายเทความร้อนได้ดี เหมาะมากที่จะใส่แถวชายทะเล” 

เธอหยิบผ้าผืนหนึ่งมาให้เขาดู

โดมินิคลองสัมผัสก็ผงกหน้ายกนิ้วให้

“แล้วมันจะตกสีไหม?”

“ต้องซักไปสักสองสามครั้งสีมันก็จะอยู่ตัวแล้ว”

“แล้วเขาขายกันยังไง?”

พอทราบราคาจากหญิงสาวชายหนุ่มก็ตาโตขึ้นมา เพราะราคามันถูกมากทีเดียว แถมคุณภาพของเนื้อผ้าก็ยังดีด้วย

“มาที่นี่ทีไร ฉันอดที่จะซื้อไปฝากเพื่อนๆ ไม่ได้ทุกที”

“แล้ววิธีทำผ้าพวกนี้ยากไหม?”

“เดี๋ยวพี่ละมัยจะพาเราไปดูค่ะ คุณจะลองทำดูก็ได้นะคะ”

โดมินิครู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย เพราะถึงแม้แฟนสาวของเขาจะเป็นถึงนางแบบชั้นนำ อยู่ในวงการแฟชั่น แต่เขาก็ได้เห็นชุดเสื้อผ้าสวยๆ ในขั้นตอนสุดท้ายตอนที่มันสำเร็จรูปเรียบร้อยอยู่บนตัวนางแบบแล้ว การที่จะได้ผลิตผ้าออกมาสักผืน จึงเป็นสิ่งแปลกใหม่และท้าทายสำหรับเขา

“ผ้ามัดย้อมพวกนี้ขายดีมากๆ เพราะเป็นงานแฮนด์เมด ภูมิปัญญาชาวบ้าน ราคาก็ไม่แพงด้วย คุณภาพสินค้าดี และผ้าทุกชิ้นที่ทำออกมา ก็มีเอกลักษณ์ของใครของมัน เรียกว่ามีตัวเดียวในโลก ไม่ใช่ของโหล ไม่ใช่งานก็อป คนทำต้องใจเย็นสักหน่อย” 

พี่ละมัยอธิบาย ก่อนจะให้เขาและหญิงสาวลองทำเสื้อมัดย้อมกันคนละตัว

โดมินิคเริ่มทำตามคำแนะนำของพี่ละมัยผ่านการแปลของอินทุอรอย่างใจเย็น ตั้งแต่การออกแบบลาย การมัดผ้า และนำไปย้อมสีตามกรรมวิธี นำไปซัก ตากแห้ง กระทั่งได้เสื้อมัดย้อมฝีมือตัวเองซึ่งมีตัวเดียวในโลก

“สวยไหม?” 

คนทำอวดผลงานฝีมือตัวเองอย่างภูมิอกภูมิใจ

อินทุอรยกนิ้วให้กำลังใจ 

“สวยมากค่ะ”

ว้าว! ไม่น่าเชื่อเลยว่าผมจะทำมันออกมาได้” 

คนไม่ค่อยเห่อถอดเสื้อตัวที่ใส่อยู่ เปลี่ยนมาสวมเสื้อมัดย้อมฝีมือตัวเองแล้วยิ้มแฉ่งหน้าบานทีเดียว

ไม่น่าเชื่อว่าเขาใช้เวลาตั้งสามสี่ชั่วโมงอย่างอดทนในการที่จะทำเสื้อผ้ามัดย้อมออกมาสักตัวหนึ่งได้ นานแล้วที่คนอย่างโดมินิค แคปเปอร์ ไม่ได้อดทนใจจดใจจ่อที่จะทำอะไรได้แบบนี้ เสื้อตัวนี้ จึงเป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจ

“ผมชอบนะ ผ้าก็นิ่ม เย็นสบายดี สีก็สวย”

“นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมกันมากค่ะ”

“แล้วคุณไม่ใส่เหรอ?” 

หันมาถามหญิงสาว

“เสื้อมันตัวใหญ่ค่ะ ใส่แล้วคงตลกดี” 

ว่าพร้อมกับกางเสื้อในมือให้ดู

“นี่มันเสื้อไซต์ผมนี่นา?” 

ทำหน้าแปลกใจนิดๆ

“ค่ะ คือฉันตั้งใจจะทำเผื่อว่าเสื้อของคุณทำออกมาแล้วสีไม่สวยถูกใจ จะได้เอาตัวนี้แทนให้” 

ตอบอย่างเขินๆ

โดมินิคหน้ามุ่ยนิดๆ นี่เขาดูเป็นคนจับจด ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันในสายตาของเธอหรอกหรือ?

“ถ้าคุณตั้งใจทำให้ผม ผมก็จะรับไว้ ตัวนี้สีสวยดีเหมือนกัน” 

ว่าหน้าตาเฉยพร้อมกับยื่นมือมาดึงเสื้อตัวที่อยู่ในมือหญิงสาวไป

เอ๊ะ!” 

อินทุอรร้องเสียงหลง

“ก็คุณบอกว่าตั้งใจทำให้ผม มันก็ต้องเป็นของผมสิ ไม่ใช่หรือ?” 

ว่าแล้วก็สวมเสื้อตัวนั้นทับเสื้อตัวเดิมลงไป

อื้อ!สวยจริงๆ ด้วยแฮะ ขอบคุณนะครับ” 

คนยิ้มร่าหน้าเป็นเอ่ยออกมา

โดมินิคเริ่มเห็นช่องทางอะไรบางอย่างจากการเรียนรู้วิธีทำผ้ามัดย้อมในวันนี้

“ผมขอลองทำอีกตัวนะ”

 เอ่ยขออนุญาตคนสอน ก่อนที่คนติดใจรีบขมีขมันทำตามขั้นตอนที่พี่ละมัยสอนอย่างมุ่งมั่น วันทั้งวันนี้ ชายหนุ่มจึงได้เสื้อสีสวยๆ สามตัว ด้วยฝีมือของเขาเสียสองตัว อีกตัวหนึ่งได้มาจากผู้ช่วยสาว

กว่าจะซักเสื้อรอแห้งเสร็จ ก็เป็นเวลาเย็นย่ำ พี่ละมัยยังเลี้ยงอาหารมื้อค่ำชาวเลให้ได้อิ่มท้องกลับบ้านด้วย แม้รสชาติอาหารจะจัดจ้านชนิดที่ว่าหนุ่มฝรั่งกินไปปาดเหงื่อไป แต่ก็อร่อยสมใจเขาล่ะ

เอ้า! ผมให้”

เมื่อได้เสื้อตัวที่สองฝีมือตัวเองมา โดมินิคก็ยื่นให้ผู้ช่วยสาวไม่รั้งรอ

“คะ” 

อินทุอรทำหน้าประหลาดใจ มองหน้าของคนใจดี “ตัวนี้ผมตั้งใจทำให้คุณ”

ใบหน้างามหลุบดวงตามองเสื้อผ้ามัดย้อมที่อยู่ในมือเขา ก่อนจะรับมาด้วยความรู้สึกหัวใจพองโต เพราะเธออยู่ด้วยทุกขั้นตอน เห็นถึงความตั้งอกตั้งใจของคนทำ หนำซ้ำสีและลายก็ออกมาสวยทีเดียว

“ขอบคุณมากนะคะ”

“ใส่เลยสิ” 

ชายหนุ่มยุ

แต่เธอไม่อยากถูกหาว่าขี้เห่อ กระทั่งทนแรงคะยั้นคะยอไม่ไหวถึงได้ไปเปลี่ยน

ว้าว! อย่างกับเสื้อคู่รักเลยค่ะ” 

หนูหนิม ลูกสาวที่เพิ่งเข้าวัยรุ่นของพี่ละมัยว่า ทำเอาอินทุอรทำหน้าไม่ถูก

“เธอพูดว่าอะไรหรือ?” 

โดมินิคถามเมื่อเห็นอาการหน้าแดงขัดเขินของผู้ช่วยสาว

และก่อนที่อินทุอรจะได้ทันแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ หนูหนิมที่ได้ร่ำเรียนถึงชั้นมัธยมต้นก็เป็นฝ่ายตอบแทนเสียก่อน อินทุอรไม่แน่ใจว่าโดมินิคจะคิดยังไงกับคำพูดนั้น แต่เขาก็เงียบไปไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอแอบเดาว่าบางทีเขาอาจจะไม่พอใจ ที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคู่รักกับผู้หญิงแสนธรรมดาอย่างเธอ

“เรารีบกลับกันเถอะค่ะ นี่ก็จะค่ำแล้ว เดี๋ยวทางเดินขึ้นเขาด้วย จะลำบาก” 

รีบบอกชายหนุ่ม

“เดี๋ยวรอก่อนสิอิน ให้พี่ชาติกลับมาก่อน จะให้เอาเรือไปส่ง ถึงเร็วดี”

“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ อินเตรียมไฟฉายมาแล้ว แค่ที่รบกวนพี่ละมัยมาทั้งวันก็เกรงใจจะแย่” รีบบอกไป

โอ้ย! เกรงอกเกรงใจอะไรกัน คนกันเองเหมือนพี่เหมือนน้องกันทั้งนั้น”

โดมินิคหันมามองหน้าเธอเหมือนต้องการรู้ด้วยว่า ละมัยพูดเรื่องอะไร หญิงสาวจึงรีบอธิบาย

เขาผงกหน้า ก่อนจะตอบกลับไปว่า เขาเองก็อยากเดินกลับเหมือนกัน ทั้งสองจึงขอตัวลาเจ้าบ้าน แล้วพากันเดินทางกลับในเส้นทางเดิม ซึ่งแน่นอนว่ามันยากลำบากกว่าตอนกลางวันที่มีแสงส่องสว่างเยอะทีเดียว

เพราะถึงแม้จะมีไฟฉาย แต่ด้วยเส้นทางที่ต้องขึ้นเขา และทางก็ไม่เรียบ ทำให้หนุ่มสาวต้องช่วยเหลือกันอย่างทุลักทุเล

ว้าย!” 

เธอสะดุดรากไม้หน้าแทบคะมำ หากคนที่เดินนำหน้าที่คอยระแวดระวังจับจูงมือไว้จะไม่หันกลับมารับตัวเอาไว้ได้พอดิบพอดี

ไฟฉายหลุดมือลงไปที่พื้น เช่นเดียวกับที่เขาและเธอล้มไปด้วยกัน

“คุณเจ็บหรือเปล่า?” 

น้ำเสียงห่วงใยถาม

จะเจ็บได้ยังไง ในเมื่อเขาเอาตัวรับเธอไว้ต่างเบาะ ถึงแม้ว่าเบาะนี้จะไม่ได้นุ่มนวลสักเท่าใดนัก เพราะไม่ใช่เบาะฟองน้ำ แต่เป็นเบาะกล้ามเนื้อที่ล้วนแน่นตึงทุกส่วนสัด และโอบรัดเธอไว้อย่างทะนุถนอมป้องกัน

“ไม่ค่ะ...ฉันไม่เป็นอะไร” 

เงยหน้าขึ้นบอกเขา ก็ปะทะกับสายตาวาววามที่สุกสกาวอยู่ในความสลัว

นานเป็นครู่ที่ต่างฝ่ายต่างก็มองหน้าจ้องตากันนิ่งทีเดียว สายตาที่ล้ำลึกบอกความรู้สึกเบื้องลึกในจิตใจ แต่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่อาจคาดเดาหรือเข้าข้างตัวเอง

ท่ามกลางความมืดที่โรยรารอบตัว แต่ก็ไม่ได้มืดมิดเสียทีเดียว เมื่อมีแสงดาววิบวับระยิบระยับเต็มท้องฟ้าสมกับที่นี่ได้ชื่อว่าเกาะแสนดาว ช่วยให้ค่ำคืนสวยงามและโรแมนติกขึ้นมากมาย แถมท่วงท่าและสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ก็ช่างเป็นใจเสียเหลือเกิน

อินทุอรสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นตึ่กตั่กแรงของตัวเอง ความเงียบงันระหว่างกัน กำลังก่อให้เกิดสิ่งที่ไม่อาจคาดเดา เมื่อใบหน้าคร้ามลดลงมาหา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดที่แก้ม หญิงสาวหลับตาลง ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ที่ข้างแก้ม

แว๊ก.........

เสียงนกกลางคืนบินผ่านศีรษะไป ทำให้ทั้งคู่ตกใจลืมตาพรึ่บขึ้นมาพร้อมกัน

อินทุอรกะพริบตาถี่ๆ ความขัดเขินทำให้เธอไม่อาจสู้สายตาของชายหนุ่มที่ยังทอประกายวิบวับได้อีก

“ไฟฉายหล่นไปไหนแล้วคะ?” 

แสร้งถามพร้อมผละออกจากเขา มองหาลำแสงขาวที่ส่องสว่างอยู่กับพื้น ก่อนที่จะหยิบกระบอกไฟฉายขึ้นมายื่นให้ชายหนุ่ม

สายตาของโดมินิคเต็มไปด้วยความเสียดายเมื่อพลาดโอกาสแสนงาม เพราะความรู้สึกเสน่หาในดวงตาคู่สวยของหญิงสาววับหายไปเสียแล้ว

“เรารีบกลับกันเถอะค่ะ มืดเต็มทีแล้ว ป่านนี้ป้ากัลยากับลุงทองถมคงจะกลับมาถึงแล้ว” 

เอ่ยเตือนเขา

โดมินิคยื่นมือใหญ่มาให้เธอจับ อินทุอรวางมือลงไป ก่อนที่ทั้งสองจะจับจูงกันเดินฝ่าเส้นทางกลางป่าเพื่อกลับไปยังบุหลันอันดา



ภารกิจยั่วสวาท
วชิราภา/รัชริล
www.mebmarket.com
เพื่อปลดหนี้ก้อนโตและไม่ต้องแต่งงานกับผู้ชายคราวพ่อเธอต้องทุ่มทั้งใจทั้งกายเพื่อยั่วให้ลูกชายเจ้านาย ตกหลุมรัก ******************************************************** “ฉันไม่เล่นกับคุณแล้ว จับโน่นจับนี่ของฉันอยู่ได้”ชายหนุ่มดึงร่างอรชรเข้ามาใกล้ พร้อมกระซิบให้ได้ยินเพียงสองคน“ของคุณหรือ? ผมนึกว่าทั้งหมดนี่เป็นของผมเสียอีก” เขาแตะนิ้วจิ้มลงที่ทรวงอกอวบอิ่มจนผู้เป็นเจ้าของสะดุ้ง “ตรงนี้ก็ใช่...ตรงนี้ก็ใช่...” ชี้ไปที่ลาดไหล่แล้วลูบไล้ไปตามแขนเรียว “ตรงนี้ก็ของผม...นี่ก็ด้วย” ลูบผ่านหน้าท้องนวลเนียนก่อนจะเลื่อนต่ำลง มือบางรีบคว้าหมับจับเอาไว้ก่อนที่เขาจะตะปบลงตรงส่วนสำคัญผู้ชายคนนี้รู้จักอายกับใครบ้างไหมนี่?หน้ามึนก็ที่หนึ่ง...หน้าไม่อายก็ที่สุด เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเห็น“อะไรๆ ของฉันก็เป็นของคุณหมดเลยนะคะ” พูดประชดคนโลภมาก “แล้วมีอะไรที่เป็นของฉันบ้างล่ะ” ช้อนสายตาขึ้นมาถามโดมินิคยิ้มเผล่นัยน์ตาเป็นประกายระยิบระยับจับมือบางมาตะปบที่คลื่นลอนซิกแพ็ก“นี่ไงล่ะของคุณ” อินทุอรอึ้งไปปล่อยให้มือใหญ่ลากจูงมือน้อยไล่ขึ้นมาที่หน้าอก“นี่ก็ของคุณ”เธอกลืนน้ำลายรู้สึกลำคอแห้งผาก กะพริบตาปริบๆ เมื่อเขายังลากมือต่อไปยังหน้าอกเบื้องซ้าย“ตรงนี้ก็ของคุณ” นัยน์ตาเชื่อมหวานจ้องมองล้ำลึกเขาหมายถึงเจ้าก้อนเนื้อมีชีวิตที่เต้นตุ๊บๆ อยู่ข้างในจนเธอรู้สึกได้นั่นใช่ไหม?หัวใจของเขาเป็นของเธออย่างนั้นหรือ?ครานี้แพขนตาหนาดกกะพริบถี่ยิบห้ามม่านน้ำตาเอาไว้ด้วยความตื้นตันใจ ซาบซึ้ง เพราะแม้แต่ตัวเธอเองยังไม่กล้าที่จะยกหัวใจให้ใครได้ง่ายๆ เธอซาบซึ้งปลื้มปริ่มเสียจนน้ำตาแทบไหล หากเขาไม่พามือเล็กลากลงไปด้านล่างกึ่งกลางกายให้มือน้อยตะปบลงไปบนความแข็งกร้าวที่พร้อมพรั่กซึ่งตอนนี้กำลังขยับขยายเต็มไม้เต็มมือ“และตรงนี้ ก็เต็มใจที่สุดจะเป็นของคุณ” อินทุอรตาโตเหลือกลานด้วยความตกใจ เธอว่าแล้วเชียว ไอ้ยิ้มดวงตาวับๆ แบบนี้ของเขา มันไว้ใจไม่ได้“อี๋...ปล่อยนะ...ปล่อย...ฉันไม่เอาของคุณหรอก” ร้องเสียงหลง พร้อมกับดึงมือกลับคืน แต่โดมินิคไม่ยอมปล่อยง่ายๆ กลับหัวเราะลั่นอย่างชอบอกชอบใจ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #13 pretty-p (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 11:22

    เสียโอกาสเป็นครั้งที่เท่าไหร่ ไม่รู้นะคะ สงสาร

    #13
    0