ภารกิจยั่วสวาท

ตอนที่ 11 : สวรรค์อันดามัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    17 พ.ย. 59




ถึงเวลากำลังโพล้เพล้ลุงทองถมก็เตรียมเรือพร้อมสำหรับกิจกรรมออกตกหมึก เรือตกหมึกของลุงทองถมก็คือเรือหางยาวคู่ชีพของแกนั่นเอง เรียกว่าเรือลำเดียวสามารถใช้งานได้สารพัดประโยชน์

“เราต้องขับเรือออกไปกลางทะเล” 

อินทุอรบรรยาย หากว่าไม่มีความเชี่ยวชาญชำนาญเส้นทางและคุ้นเคยกับท้องทะเลแถบนี้เป็นอย่างดี คงยากที่จะขับเรือในตอนกลางคืน

เรือหางยาวส่งเสียงดังและดูเหมือนจะเครื่องแรงพุ่งทะยานไปข้างหน้าประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมงก็ถึงจุดที่จะตกหมึก ลุงทองถมก็จอดเรือแล้วทอดสมอเพื่อให้เรือลอยลำตรงจุดนั้น จากนั้นแกก็ติดตั้งเครื่องปั่นไฟบนเรือซึ่งเป็นนวัตกรรมไทยทำไทยใช้ที่คิดค้นขึ้นเองแบบภูมิปัญญาชาวประมง จากนั้นก็เปิดไฟสีเขียวที่ทำให้บริเวณโดยรอบตัวเรือสว่างไสวเป็นวงกว้าง และไฟนี้เองที่จะเรียกให้ปลาเล็กปลาน้อย กุ้ง ปู ขึ้นมาเล่นไฟ ปลาหมึกและปลาใหญ่จะมาจับปลาเล็กปลาน้อยเหล่านี้กิน และเราก็อาศัยช่วงเวลานี้ในการตกหมึก

ดูเหมือนว่าโดมินิคจะทำบาปไม่ขึ้น เพราะในขณะที่อินทุอรและลุงทองถมตกได้ปลาหมึกขึ้นมาเรื่อยๆ ขนาดว่าชายหนุ่มเลือกใช้คันเบ็ดสีขาว และเลือกเหยื่อที่สีสันสะท้อนกับแสงไฟ ซึ่งเชื่อกันว่าช่วยให้ตกปลาหมึกได้เยอะ ก็ยังไม่มีปลาหมึกตาถั่วตัวไหนตกมาเป็นเหยื่อของเขา

“มันมีปลาหมึกจริงหรือเปล่าตรงนี้” 

เขาเริ่มบ่น ก่อนจะสาวเบ็ดกลับ แล้วทอดไปตรงที่หญิงสาวเพิ่งตกหมึกขึ้นมาได้ จนอินทุอรได้ปลาหมึกขึ้นมาอีกตัวหนึ่ง คันเบ็ดของโดมินิคก็ยังไม่มีการกระตุกเคลื่อนไหวใดๆ

ชายหนุ่มบ่นอุบๆ จนลุงทองถมเริ่มหันมาสบตากับเธอ และบอกว่าสงสัยเขาคงทำบาปไม่ขึ้น อินทุอรจึงแปลให้ฟัง โดมินิคโวยทันที

“ผมออกมาตกปลาหมึกและก็อยากได้ปลากลับไปทำกับข้าวด้วย” 

ดูเหมือนว่าท่านเจ้าสมุทรจะได้ยินคำตัดพ้อและเห็นอกเห็นใจเขา เพราะถือเบ็ดต่อไปอีกครู่ โดมินิคก็เริ่มรู้สึกว่าคันเบ็ดหนัก และเมื่อสาวรอกกลับมาก็พบปลาหมึกขนาดเท่าฝ่ามือติดมาด้วย

“ได้แล้ว ผมได้แล้ว” 

พอดึงปลาหมึกตัวแรกขึ้นมาจากท้องทะเลได้ ชายหนุ่มก็ร้องดังลั่นดีอกดีใจเหลือเกิน ลุงทองถมสบตากับเธอก่อนจะรีบแสดงความยินดีด้วย และหลังจากได้ตัวแรก ตัวต่อๆ มาก็เริ่มติดเบ็ดให้คนที่เพิ่งตกหมึกเป็นครั้งแรกมีความสุขสนุกสนานเหลือเกิน

กระทั่งได้ปลาหมึกจำนวนหนึ่งและเริ่มเป็นเวลาดึกแล้ว ลุงทองถมจึงลงอวนแล้วดับไฟเพื่อเรียกให้สัตว์น้ำที่อยู่ในบริเวณนั้นเข้ามาในอวน ในเวลานี้เองทั้งสองคนแทบกลั้นหายใจ เพราะกลัวว่าหากมีเสียงแล้วสัตว์ที่จะเข้ามาในอวนเกิดตกใจหนีไปหมด แต่เมื่อเปิดไฟและยกอวนขึ้น ก็เห็นกุ้งปูปลารวมทั้งปลาหมึกติดมาแทบเต็มอวน

“วันนี้โชคดีจริงๆ” 

ลุงทองถมว่าอย่างอารมณ์ดีขณะที่เก็บสัตว์ทะเลที่หาได้ลงกะบะแช่เย็นเกือบเต็ม ก่อนจะแล่นเรือกลับเกาะแสนดาว โดยมีป้ากัลยามายืนรออยู่

“ได้เยอะเลยวันนี้โชคดีจริงๆ สงสัยเป็นเพราะมีหนูอินเป็นแม่ย่านาง” 

ลุงทองถมบอกเมียรักอย่างอารมณ์ดี

“มาทีไรก็ให้โชคตลอดเลยนะหนูอิน ครั้งที่แล้วป้าก็ถูกหวย” 

ป้ากัลยาว่าบ้าง

อินทุอรยิ้มรับ

 “แต่ถ้างวดนี้แทงเสีย ก็อย่าโทษอินนะคะ” 

เรียกเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีจากสองสามีภรรยา

“ดึกมากแล้วอินขอตัวไปอาบน้ำนอนก่อนนะคะ ลุงกับป้า” 

อินทุอรขอตัว แม้จะอาบน้ำมาครั้งหนึ่งตอนขึ้นจากเล่นน้ำทะเล แต่ก็ยังรู้สึกเหนียวตัวเพราะโต้คลื่นลมที่พัดกลิ่นไอทะเลมาโดนเนื้อตัว

“จ๊ะหนูอิน คืนนี้ได้ปูปลาเยอะเลย พรุ่งนี้ป้าขอแบ่งไปช่วยงานขึ้นบ้านใหม่สักหน่อยนะ”

“ตามสบายเลยค่ะ” 

อินทุอรตอบแทนชายหนุ่ม ก่อนที่สองหนุ่มสาวจะเดินกลับไปยังบังกะโลที่พัก โดยมีคบไฟที่ถูกจุดไว้ตามแนวทางเดินส่องให้เห็นทาง

“ตอนนี้เรายังใช้เครื่องปั่นไฟจากน้ำมัน ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด” 

เธอบอกกับชายหนุ่มก่อนที่เขาจะถาม

โดมินิคเห็นด้วย เพราะตอนนี้ทั้งรีสอร์ทมีเขากับหญิงสาวเท่านั้นพักอาศัยจึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องเปิดไฟตลอดเส้นทางเดินและอีกอย่างการใช้แสงจากคบไฟให้ความสว่างก็ช่วยสร้างบรรยากาศดีด้วย

หนุ่มสาวเดินกลับมาด้วยกันเงียบๆ แหงนหน้ามองฟ้ามองดาว อากาศที่นี่สดชื่นช่วยฟอกปอดและชำระล้างความเครียดและเรื่องไม่สบายใจออกไปได้ดีเยี่ยม

“แย่ล่ะสิ” 

จู่ๆ ชายหนุ่มก็ร้องเสียงหลงขึ้นมา ทำให้คนที่เดินอยู่ข้างๆ พลอยสะดุ้งตกใจไปด้วย รีบหันขวับไปมองก็เห็นเขากำลังกุมมือที่ศีรษะ

“เกิดอะไรขึ้นหรือคะ?”

“ผมลืมโทรศัพท์”

“ลืมไว้ที่ไหนคะ? ที่นี่ไม่มีของหายหรอก เพราะไม่มีคนนอกเข้ามา” 

ตอบไปตามความเข้าใจ

แต่เขาไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เขาลืมโทรศัพท์หาเอลซ่าต่างหาก เพราะสัญญากันเป็นแม่นมั่นว่าเขาจะโทรศัพท์รายงานตัวกับเธอทุกวัน แต่ก็มัวเพลินกับการทำนั่นโน่นนี่เสียทั้งวัน กระทั่งลืมแม้กระทั่งคิดถึงแฟนสาว

“เปล่า ผมลืมโทรศัพท์หาใครบางคนน่ะ” 

น้ำเสียงอ่อยลง ไม่รู้ว่าทำไม จู่ๆ ถึงไม่ได้อยากพูดถึงคนรักให้หญิงสาวตรงหน้านี้ฟัง

“งั้นก็โทรตอนนี้เลยสิคะ” เธอบอกเขา

โดมินิคเดินแยกตัวออกไปทางทิวมะพร้าว อินทุอรมองตามหลังเขาไป นึกสนใจว่าใครคือคนสำคัญที่เขาจะต้องโทรหา และการลืมนั่นก็เป็นเรื่องสำคัญขนาดคอขาดบาดตายทีเดียว...อาจจะเป็นคนรักของเขาก็ได้

แต่ถ้าโดมินิคมีคนรักแล้ว ทำไมเดเร็กจะต้องจ้างให้เธอทำให้บุตรชายของเขาหลงรักหัวปักหัวปำด้วยเล่า ไม่มีเหตุผลเลยสักนิด

แสงสีเหลืองเรื่อเรือง ที่วาบสว่างและดับวูบ โฉบผ่านหน้าไป ดึงดูดความสนใจของเธอไปจากชายหนุ่มที่เดินหายไปอีกทางหนึ่ง และเมื่อแหงนหน้ามองก็เห็นหิ่งห้อยตัวเล็กๆ บินอยู่รอบกาย เธอมองพวกมันอย่างตื่นตาตื่นใจ นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้ใกล้ชิดสัมผัสกับธรรมชาติแบบนี้

“เอลซ่า...เฮ้...เอลซ่า...ได้ยินผมไหม?” 

เสียงซ่าดังพร้อมกับสัญญาณขาดๆ หายๆ ทำให้โดมินิคต้องคอยเดินก้าวขาหาคลื่นตลอด

“คุณ..อยู่...ไหน...น่ะ...ดอม...ทำไม...ได้ยิน...เสียง...ไม่ชัดเลย”

“ผม...อยู่...ที่...เกาะ...” 

แล้วโทรศัพท์ก็ดับไป เมื่อเอาหน้าจอมาดูก็เห็นว่าแบตเตอรี่ยังมีอยู่ แต่สัญญาณโทรศัพท์ไม่ขึ้นเลยสักขีด

โธ่เว้ย! หายไปไหนแล้ว” เขาออกเดิน ตาก็จับจ้องมองหน้าจอหาสัญญาณโทรศัพท์ แต่ก็ไม่เจอเสียที

ให้ตายเถอะ ไอ้เกาะนี้ทำไมมันถึงได้อับสัญญาณโทรศัพท์แบบนี้ แล้วอย่างนี้ เขาจะติดต่อแฟนสาวได้ยังไงกัน

โดมินิคยกมือขึ้นเกาหัวอย่างหงุดหงิด ใบหน้าที่เงยขวับขึ้นมาไม่ตั้งใจ เห็นภาพของหญิงสาวที่ยืนแหงนหน้าขึ้น โดยมีหิ่งห้อยตัวเล็กๆ ที่บินอยู่รอบตัว แสงไฟจากคบส่องทางกระทบเสี้ยวหน้าด้านข้าง ทำให้มองเห็นดวงตาดำขลับที่ล้อกับแสงไฟ และเมื่อหญิงสาวยื่นมือออกไป หิ่งห้อยก็บินมาเกาะนิ่งบนมือเธอ

เขาเคยได้ยินว่า หิ่งห้อยเป็นสัตว์ที่มีสัมผัสรับรู้ถึงอันตราย พวกมันจะพากันหายตัวโดยการดับไฟที่ก้นทันที แต่เวลานี้มันกลับบินส่งแสงวิบวับสว่างรอบตัวของหญิงสาว นั่นคงเป็นเพราะมันมั่นใจว่าเธอเป็นมิตร ไม่มีพิษมีภัย

โดมินิคมองภาพนั้นนิ่งอยู่นานโดยไม่รู้ตัว และเขาคงจะชื่นชมภาพนั้นไปอีกนานหากเสียงโทรศัพท์ไม่แผดจ้าดังขึ้นมาเสียก่อน

“ฮัลโลดอม...นั่นคุณอยู่ไหน?”

“ผมอยู่ที่เกาะ...เกาะแสน...ดาว” 

เสียงเอลซ่าที่ดังผ่านคลื่นมาฟังดูอู้อี้ และเสียงที่เขาพูดผ่านโทรศัพท์ไปก็ขาดๆ หายๆ

“คุณไป...ทำ...อะไร...ที่นั่น...สัญญาณโทร...ศัพท์...ไม่มี...เลยหรือไง”

“มัน...ห่าง...จาก...ชาย...ฝั่ง...มาก”

คนปลายสายเดาได้ทันทีว่ามันคงจะไกลปืนเที่ยง ทุรกันดารและบ้านนอกสุดๆ แม้แต่สัญญาณโทรศัพท์ก็ยังไม่มี

“แล้ว...คุณ...ต้อง...อยู่...อีก...กี่...วัน...ซ่า...” 

สัญญาณขาดหายไปอีกแล้ว โดมินิคชักสีหน้าอย่างหงุดหงิด แต่พอคิดว่าไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ติดต่อกันไม่ได้ ก็ดีเหมือนกัน เพราะเขาไม่จำเป็นต้องตอบคำถามซักไซ้ไล่เลียงของแฟนสาวซึ่งในบางครั้งมันดูปัญญาอ่อน น่ารำคาญ และเหมือนกับเธอไม่ไว้ใจเขาเลย

เมื่อหันกลับไปมองภาพเดิมอีกครั้ง หญิงสาวท่ามกลางฝูงหิ่งห้อยก็หายไป ร่างสูงชะเง้อชะแง้คอมองหาก็ไม่เห็น อินทุอรคงจะกลับบังกะโลไปพักผ่อนแล้ว เขาถอนหายใจอย่างนึกเสียดาย

เมื่อยกหน้าจอโทรศัพท์มาดูอีกครั้ง ไม่เห็นคลื่นสัญญาณเลยแม้แต่ขีดเดียว จึงเดินกลับบ้านพัก ตามทางยังเห็นหิ่งห้อยตัวเล็กๆ บินอยู่เป็นระยะ ธรรมชาติที่เกาะแสนดาวยังคงอุดมสมบูรณ์อยู่มาก ที่นี่เงียบสงบ แม้จะอยู่ห่างไกลจากชายหาด ก็ยังได้ยินเสียงคลื่นทะเลชัดเจน เสียงที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกถึงความอิสระ สดชื่น สูดลมหายใจที่เต็มไปด้วยออกซิเจนได้เต็มปอด ให้ความรู้สึกสงบ สบายอกสบายใจ และเมื่อแหงนหน้าขึ้นมองผ่านกิ่งก้านใบของแมกไม้ไปยังท้องฟ้า ก็เห็นดวงดาวพราวระยิบระยับอยู่เต็มท้องฟ้า ไม่นึกสงสัยเลยว่า ทำไมมันถึงได้ชื่อว่าเกาะแสนดาว

โดมินิคยังคงเดินทอดน่อง ชมบรรยากาศยามค่ำคืนของบุหลันอันดาไปเรื่อยๆ อย่างใจเย็น ยกหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมาดูเป็นระยะ ก็ไม่เห็นคลื่นสัญญาณ เห็นทีว่าคืนนี้ เขาคงไม่ได้โทรศัพท์กลับไปหาเอลซ่าแล้ว

เมื่อเดินมาถึงบังกะโลที่พัก สายตาก็อดแลเหลือบเลยไปยังบังกะโลที่อยู่หลังเยื้องกันไปไม่ได้ มองเห็นแสงไฟลอดออกมาจากข้างใน บอกให้รู้ว่าเจ้าของห้องก็ยังไม่นอนเช่นกัน ทีแรกเขาตั้งใจจะเดินเลยไปเรียกหญิงสาวให้มานั่งคุยกันเป็นเพื่อน แต่เมื่อคิดว่าบางทีอินทุอรก็อาจจะมีธุระส่วนตัวของเธอหรือใช้เวลานี้ติดต่อหาคนรักเช่นกัน จึงไม่ไปรบกวน

เขายังคงนั่งทอดอารมณ์อยู่ที่ระเบียงด้านหน้าบังกะโล มองฟ้า มองดาว ฟังเสียงแมลงกลางคืนที่กรีดร้องดังระงม เคล้ากับเสียงคลื่นทะเลที่ดังไกลมาถึงนี่ ด้วยความรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ หัวสมองก็โล่งปลอดโปร่งขึ้นมา พร้อมกับเริ่มคิดจะวางแผนการตลาดที่จะโปรโมทบุหลันอันดาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

จากที่เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องยากและใหญ่ยิ่งกว่าจะทำให้สำเร็จได้ ในตอนนี้เขาเริ่มมองเห็นช่องทาง โดยเริ่มมองจากความคิดของตัวเขาเอง

สิ่งที่เขาชื่นชอบในที่นี่ ก็คือความสงบ และธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์พร้อมพรั่ง แม้จะไม่มีคลื่นโทรศัพท์ ไฟฟ้า หรือสิ่งอำนวยความสะดวก แต่เขาก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้อย่างมีความสุข โดยไม่คิดว่ามันติดขัดหรือลำบากยากเข็ญตรงไหน อากาศยามค่ำคืนเย็นสบาย โดยไม่ต้องใช้แอร์คอนดิชั่น ที่นี่มีต้นไม้ใบหญ้า มีลิงปีนต้นมะพร้าว มีนก มีหิ่งห้อยยามค่ำคืนให้ดู โดยไม่ต้องหวังพึ่งรายการโทรทัศน์ หรือเทคโนโลยีสมัยใหม่

แม้แต่มนุษย์ที่ติดกับความสะดวกสบาย ความศิวิไลน์ และเทคโนโลยีอย่างเขา ยังชอบที่จะอยู่ที่นี่ แล้วจะยากเย็นอะไรกับการที่จะชักชวนให้คนเมืองคนอื่นๆ มาพบเจอประสบการณ์เดียวกัน และเขาเชื่อว่าทุกคนจะชอบมันเหมือนกับเขาแน่ๆ

โดมินิคยังมีความคิดว่าเขาอยากปรึกษาเพื่อนสถาปนิกและวิศวกรที่รู้จักเพื่ออยากจะหาวิธีที่ทำให้บุหลันอันดาเป็นรีสอร์ท เชิงอนุรักษ์เต็มรูปแบบ

ท่ามกลางความเงียบสงบและเสียงของธรรมชาติที่เริ่มคุ้นชิน หูก็แว่วได้ยินเสียงเปิดน้ำฝักบัว และเสียงคนฮัมเพลงเบาๆ ดังแว่วมา

โดมินิคเงี่ยหูฟัง และโดยไม่ต้องเดาเสียให้ยาก เขาก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็นเสียงของใครและมาจากไหน

ห้องน้ำที่เปิดเปลือยโล่งด้านบน พร้อมกับเสียงน้ำที่สาดกระทบเรือนร่าง สร้างจินตนาการขึ้นมาในหัวของเขาอย่างไม่อาจห้ามปราม

เรือนร่างอรชรอวบอัดเปลือยเปล่าท่ามกลางสายน้ำที่สาดรินรด หยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนผิวนวลเนียนสีน้ำผึ้งละเอียดตานั่น เพียงแค่คิด...ในความคิด...ก็ก่อให้เกิดความรู้สึกวูบวาบขึ้นมาในกาย พร้อมกับความต้องการของวัยหนุ่มที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาภายใต้ความคิดหื่นจิตของตัวเอง

อ่า...อินทุอร

เอ๊ย! ไม่ใช่ ต้องเป็นเอลซ่าสิ

ทำไมเขาคิดถึงผู้หญิงอื่นมากกว่าคนรักของตัวเองได้ไง ผู้หญิงคนเดียวที่มาทำให้จินตนาการของเขาซาบซ่านเตลิดไกล คนที่เซ็กซี่เหลือใจ คนที่สวยที่สุดในสายตา...คนๆ นั้นกำลังจะถูกเขาแบ่งความสำคัญโดยไม่รู้ตัว



***** อะไร? ยังไงเนี่ยคุณดอม...ปิ๊งนางเอกละใช่มะ?


ภารกิจยั่วสวาท พร้อมให้โหลดแล้วนะคะ ^^


ภารกิจยั่วสวาท
วชิราภา/รัชริล
www.mebmarket.com
เพื่อปลดหนี้ก้อนโตและไม่ต้องแต่งงานกับผู้ชายคราวพ่อเธอต้องทุ่มทั้งใจทั้งกายเพื่อยั่วให้ลูกชายเจ้านาย ตกหลุมรัก ******************************************************** “ฉันไม่เล่นกับคุณแล้ว จับโน่นจับนี่ของฉันอยู่ได้”ชายหนุ่มดึงร่างอรชรเข้ามาใกล้ พร้อมกระซิบให้ได้ยินเพียงสองคน“ของคุณหรือ? ผมนึกว่าทั้งหมดนี่เป็นของผมเสียอีก” เขาแตะนิ้วจิ้มลงที่ทรวงอกอวบอิ่มจนผู้เป็นเจ้าของสะดุ้ง “ตรงนี้ก็ใช่...ตรงนี้ก็ใช่...” ชี้ไปที่ลาดไหล่แล้วลูบไล้ไปตามแขนเรียว “ตรงนี้ก็ของผม...นี่ก็ด้วย” ลูบผ่านหน้าท้องนวลเนียนก่อนจะเลื่อนต่ำลง มือบางรีบคว้าหมับจับเอาไว้ก่อนที่เขาจะตะปบลงตรงส่วนสำคัญผู้ชายคนนี้รู้จักอายกับใครบ้างไหมนี่?หน้ามึนก็ที่หนึ่ง...หน้าไม่อายก็ที่สุด เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเห็น“อะไรๆ ของฉันก็เป็นของคุณหมดเลยนะคะ” พูดประชดคนโลภมาก “แล้วมีอะไรที่เป็นของฉันบ้างล่ะ” ช้อนสายตาขึ้นมาถามโดมินิคยิ้มเผล่นัยน์ตาเป็นประกายระยิบระยับจับมือบางมาตะปบที่คลื่นลอนซิกแพ็ก“นี่ไงล่ะของคุณ” อินทุอรอึ้งไปปล่อยให้มือใหญ่ลากจูงมือน้อยไล่ขึ้นมาที่หน้าอก“นี่ก็ของคุณ”เธอกลืนน้ำลายรู้สึกลำคอแห้งผาก กะพริบตาปริบๆ เมื่อเขายังลากมือต่อไปยังหน้าอกเบื้องซ้าย“ตรงนี้ก็ของคุณ” นัยน์ตาเชื่อมหวานจ้องมองล้ำลึกเขาหมายถึงเจ้าก้อนเนื้อมีชีวิตที่เต้นตุ๊บๆ อยู่ข้างในจนเธอรู้สึกได้นั่นใช่ไหม?หัวใจของเขาเป็นของเธออย่างนั้นหรือ?ครานี้แพขนตาหนาดกกะพริบถี่ยิบห้ามม่านน้ำตาเอาไว้ด้วยความตื้นตันใจ ซาบซึ้ง เพราะแม้แต่ตัวเธอเองยังไม่กล้าที่จะยกหัวใจให้ใครได้ง่ายๆ เธอซาบซึ้งปลื้มปริ่มเสียจนน้ำตาแทบไหล หากเขาไม่พามือเล็กลากลงไปด้านล่างกึ่งกลางกายให้มือน้อยตะปบลงไปบนความแข็งกร้าวที่พร้อมพรั่กซึ่งตอนนี้กำลังขยับขยายเต็มไม้เต็มมือ“และตรงนี้ ก็เต็มใจที่สุดจะเป็นของคุณ” อินทุอรตาโตเหลือกลานด้วยความตกใจ เธอว่าแล้วเชียว ไอ้ยิ้มดวงตาวับๆ แบบนี้ของเขา มันไว้ใจไม่ได้“อี๋...ปล่อยนะ...ปล่อย...ฉันไม่เอาของคุณหรอก” ร้องเสียงหลง พร้อมกับดึงมือกลับคืน แต่โดมินิคไม่ยอมปล่อยง่ายๆ กลับหัวเราะลั่นอย่างชอบอกชอบใจ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #11 pretty-p (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 11:12

    ทำไมร้องเพลงตอนอาบน้ำล่ะคะ ก็รู้ว่าอยู่กันแค่สองคน อ่อยยยยยยย

    #11
    0