BEYOND THE HARMONY ใต้มนต์ คีตา นางเงือก

ตอนที่ 7 : CHAPTER 6: WHAT A WEIRDO [Updated 100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 222
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    22 ก.พ. 63



….ปวดหัว

ความรู้สึกแรกเมื่อเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาคือความปวดมึนตึ๊บที่ศีรษะและแสงที่จ้าเกินไปจนต้องปิดเปลือกตาลงหนีอีกครั้ง ฉันค่อยๆกระพริบตาปรับโฟกัส แล้วลืมตามองสิ่งรอบตัวช้าๆ เพดานสีเหล็กเทาๆ บรรยากาศอับๆ เย็นๆ กลิ่นเหมือนยานี่...

ฉันค่อยพยุงตัวลุกขึ้นมานั่งบนโซฟา ก่อนจะมองรอบตัวอย่างงัวเงีย นี่ฉันยังอยู่ชั้นใต้ดินงั้นเหรอ? เหตุการณ์ก่อนที่ฉันจะสลบไปเล่นขึ้นผ่านสมองอย่างรวดเร็ว จนฉันสะดุ้ง รีบสำรวจร่างกายตัวเองว่ามีอะไรขาดหายไปหรือเปล่า ก่อนจะถอนหายใจเมื่อทุกอย่างยังปกติดี ขาก็กลับมาแล้ว เพียงแค่รู้สึกแสบๆที่น่องขาและมีรอยช้ำนิดหน่อย แต่แล้ว ก็ต้องมาตกใจอีกทีเมื่อเห็นร่างสูงของชายเจ้าของเรือนผมน้ำตาลอ่อนกับหน้าตาคุ้นเคย นั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงหน้าจอที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดที่ฉันเคยทำงาน ซึ่งหันมาเห็นฉันที่ตื่นแล้วพอดี

“เกิดอะไรขึ้น นี่พวกนายทำอะไรฉัน?!” ฉันเขยิบถอยหนี ทันทีที่เขาหันมาสบตาฉัน พลางกวาดตามองหาคนน่ากลัวคนนั้นที่ทำให้ฉันสลบไปด้วย

“ไม่มีใครทำอะไรเธอซักหน่อย อย่าคิดเองเออเองสิ”

“แต่ฉันจำได้เต็มๆว่าเพื่อนนายพยายามจะฆาตกรรมฉัน!” ฉันเอ่ยเสียงแข็ง เมื่อคิดถึงใบหน้าเย็นชาที่กำลังเงื้อมือที่ถือเข็มยกขึ้นจะแทงฉัน ก็อดสั่นเสียไม่ได้ มันน่ากลัวมากจริงๆ ฉันไม่เคยคิดเลยว่า ตัวจริงของผู้ชายที่ดูเป็นที่นิยมจะเป็นนักวิทยาศาสตร์โรคจิตที่คลั่งการทดลองอย่างนั้น

“หมอนั่นไม่กล้าทำอะไรเธอแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วง” โอลิเวอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ พร้อมยกหนังสือการ์ตูนเล่มเดิมอ่านต่อ

“แล้วตกลงมันเกิดอะไรขึ้น?

“คัลแลนแค่สนใจเธอน่ะ”

“ฮะ?

“ปกติ ถ้ามันสนใจอะไร ก็ต้องจับมาผ่าวิจัยให้ได้และหมอนั่นแค่กำลังจะจับเธอไปศึกษา”

“นี่มันปกติของพวกนายเหรอ?!” ฉันโวยขึ้นมาทันที “ถ้าพวกนายอยากจับใครไปผ่า ก็ทำได้งั้นเหรอ?

“เปล่าซักหน่อย! และอย่าเหมารวมฉันได้มั้ย ฉันไม่ได้เป็นคนวางยาเธอซักหน่อย!” โอลิเวอร์ขึ้นเสียงกลับด้วยน้ำเสียงรำคาญ แล้วหมุนเก้าอี้หนี เขาพูดถูก เขาไม่ใช่คัลแลน ฉันไม่ควรจะโวยวายใส่เขา ฉันจึงเปลี่ยนเป็นถามคำถามเขาแทน

“แล้วว่าแต่ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น ฉันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง”

“ตอนที่คัลแลนวางยาสลบเธอ ประธานมาห้ามไว้ทันน่ะ แต่ยามันเข้าเส้นเลือดไปแล้ว เธอก็เลยน็อคไป”

ประธาน? เขาหมายถึงโจอาคิมที่หน้าหยิ่งสุดๆคนนั้นเนี่ยนะ?

“ส่วนพอเธอเดี้ยงไป ฉันก็เลยต้องมาลำบากเฝ้าเธอด้วยล่ะ” โอลิเวอร์พูดบ่นๆ ฉันจึงตวัดตามองเขา แล้วย้อนถาม

“แล้วไม่ใช่เพื่อนนายที่ทำให้ฉันเป็นอย่างงี้เหรอ?

“เธอก็อย่าเว่อร์ไป หมอนั่นไม่บ้าถึงขนาดฆ่าคนหรอก” โอลิเวอร์แก้ตัวแทนเพื่อนของเขา

“แต่ฉันไม่ใช่คนสินะ” ฉันแค่นเสียงเอ่ยออกมา

“หมอนั่นไม่กล้าฆ่าเธอหรอกน่า อย่างมากคงแค่วางยา เอาเธอเข้าเครื่องสแกน ตัดชิ้นส่วนไปวิจัย”

“จะบ้าเหรอ!” ฉันตะโกนออกมาทันที “เขาจะทำอย่างนั้นกับฉันไม่ได้นะ!

วางยา? ตัดชิ้นส่วน?? นั่นมันโหดร้ายไปแล้วนะ!

“เขาไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นกับฉันเพียงเพราะฉันไม่ใช่มนุษย์เหมือนพวกนายนะ!” ถึงจะเป็นเงือก ฉันก็มีความคิด มีจิตใจเหมือนกัน! เขาไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับฉัน!

“หมอนั่นไม่กล้าทำอะไรเธอแล้วล่ะ ประธานคงจัดการเขาให้แล้ว”​

“แต่ฉันจะเชื่อได้ไง” เพราะเมื่อกี้ คืออีกนิดเดียว ฉันคงโดนจับไปผ่าชำแหละแล้ว

 “จริงๆนะ พรีเฟ็คที่เธอควรระวังมีเพียงแค่สองคน” โอลิเวอร์หันมามองหน้าฉันตรงๆ แล้วเอ่ยอย่างจริงจัง

 “คนแรก รูเฟียส หมอนั่นก็คล้ายๆกับคัลแลนน่ะแหล่ะ แต่แค่บ้ามากกว่าเยอะ ถ้าหมอนั่นอยากรู้เกี่ยวกับอะไรขึ้นมา ไม่ว่าตัวแปรจะเป็นอะไร มันก็ต้องเอามาทดลองให้ได้ ถ้าขืนรู้ว่าเธอเป็นนางเงือกล่ะก็ เธอไม่มีทางรอดมาถึงวันนี้หรอก” ​คนในเสื้อกาวน์ที่หัวยุ่งๆ ดูเหมือนนักวิทยาศาสตร์สุดๆที่ดูไร้มารยาทคนนั้นสินะ ฉันผวาทันทีเมื่อจินตนาการภาพเขาเงื้อเข็มขึ้นมา

“ส่วนคนที่สอง เฟรเซอร์ หมอนี่เป็นเหมือนเงาของผ.อ. เฟรเซอร์รู้ ผ.อ.ก็ต้องรู้ เธอคงไม่อยากให้ผ.อ.ของเรารู้เรื่องของเธอสินะ”

ผ.อ.ของโรงเรียนนี้ เป็นบุคคลที่ลึกลับมาก ไม่ค่อยมีใครเห็นหน้าค่าตาเขา อย่างมากเขาก็แค่ฝากไฟล์เสียงมา เมื่อมีงานต่างๆ และส่วนใหญ่ เขาจะให้รองผ.อ. เป็นคนออกหน้าหมด ฉันคิดว่าเบื้องหลังของเขาคงไม่ธรรมดา อาจจะเป็นนักการเมืองหรืออะไรที่เกี่ยวกับอิทธิพลเบื้องหลังก็ได้ ดูจากองค์กรลับย่อมๆใต้ดินนี่ เขาต้องเป็นคนที่ไม่ธรรมดาแน่และเขาเป็นคนที่ฉันต้องระวังมากที่สุด

“แล้วโจอาคิมล่ะ?” ฉันถามถึงเจ้าของเรือนผมสีดำและใบหน้าคมดุเหมือนพญาอินทรี ที่กุมตำแหน่งเฮดบอย

“ประธานงั้นเหรอ ก็ไม่รู้สิ” โอลิเวอร์ทอดสายตาไปที่กำแพงว่างเปล่าเหมือนกำลังใช้ความคิด

“หมอนั่นเป็นคนที่รักพวกพ้องมาก แล้วก็เคารพผ.อ.มากๆเหมือนกัน”

พูดถึงตรงนี้ เขาตวัดนัยน์ตารีสีน้ำตาลอ่อนมองมาที่ฉัน

“แต่ก็นะ ถึงยังไงเขาก็รู้เรื่องไปแล้ว ถ้าผ.อ.รู้ เธอคงไม่ได้อยู่ดีมาถึงตอนนี้หรอก” 

“อ่า.. นั่นสินะ”

ฉันคล้อยตาม ก่อนจะเอ่ยถามเรื่องอื่นขึ้นมา เมื่อนึกขึ้นได้

“แล้วนี่กี่โมงแล้ว?

“สองทุ่ม ห้าสิบเอ็ด”

“ตายแล้ววว มันใกล้เวลาหอปิดแล้วว!” ฉันตะโกนขึ้นมา เมื่อนึกขึ้นได้ ฉันแทบจะกระโดดลงจากโซฟา คว้าของทั้งหมด แล้วรีบวิ่งออกไปจากที่นี่

“บาย~” โอลิเวอร์ส่งเสียงตามหลัง

ฉันเพิ่งรู้ว่าการเรียงของห้องในชั้นใต้ดินนี่ก็เหมือนกับเขาวงกตดีๆ ตรงกลางเป็นห้องประชุมใหญ่ เปรียบเสมือนศูนย์กลางของชั้น รอบๆเป็นห้องทดลองปิดกับเปิดผสมไป แล้วแต่หน้าที่เรียงสลับรอบๆราวกับใยแมงมุม ส่วนลิฟท์อยู่ริมสุดฝั่งขวา ฉันรีบขึ้นลิฟท์ วิ่งออกไปจากเขตห้องนั่งเล่นและห้องแล็บเล็กชั้นสาม ลงบันไดไป แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าประตูทางออก กลับมีประตูบานใหญ่ที่เหมือนกรงล็อคเอาไว้ ไม่นะ! แล้วฉันจะกลับหอยังไง?

ฉันวิ่งกลับไปที่ทางเชื่อมตึกบี แล้วก็พบว่ามันถูกปิดล็อคไว้เช่นกัน

“มีใครอยู่บ้างมั้ยคะ” ฉันตะโกนออกไป แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ด้วยความลนลาน ฉันจึงรีบวิ่งกลับไปที่ห้องแล็บของพรีเฟ็คชั้นสาม แต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อติดที่ไม่มีบัตรเพื่อสแกนเข้าไปยังห้องนั่งเล่น

“โอลิเวอร์! นายยังอยู่มั้ย?” ฉันเปล่งเสียงตะโกนออกไป หวังว่าคนอีกฝั่งจะได้ยิน ไฟในห้องแล็ป ยังคงเปิดอยู่ ฉันคิดว่าโอลิเวอร์ยังไม่น่าจะกลับ

“โอลิเวอร์!! ฉันออกจากตึกนี่ไม่ได้!” ฉันตะโกนเสียงสูง แทบจะร้องไห้ ถ้าเขายังอยู่ฉันใต้ดินจนดึกล่ะ จะให้ฉันนอนที่นี่ทั้งคืนงั้นเหรอ?!

“โอลิเวอร์!!” ฉันเคาะประตูรัวๆเป็นเวลาหลายนาที ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่หน้าประตู หวังว่าเขาจะอยู่ที่นั่นและเลิกอ่านการ์ตูนมามองกล้องวงจรปิดซักที จะได้มาพาฉันออกไปซักที!

            เวลาผ่านไปร่วมยี่สิบนาที ฉันยังนั่งอยู่ที่เดิมอย่างหมดอาลัยตายอยาก เมื่อเจ้าบ้าหัวน้ำตาลอ่อนนั่นไม่ยอมมาซักที

            “โอลิเวอร์ เห็นฉันมั้ย มาพาฉันออกไปซักทีสิ!” เมื่อไม่รู้จะทำยังไง ฉันจึงตะโกนใส่กล้องวงจรปิด แล้วก็กุมหัวให้กับความซวยของตัวเอง ใครใช้ให้โรงเรียนปิดเร็วแบบนี้ล่ะ แล้วโอลิเวอร์ด้วย! ทำไมไม่ยอมเตือนว่าประตูปิดไปแล้ว ฉันต้องนอนที่นี่คืนนี้จริงๆเหรอ?

            “โอลิเวอร์!!!! ออกมาซักทีสิ!!!!” ฉันทุบประตูอีกรอบหนึ่ง แล้วตะโกนด้วยน้ำเสียงที่ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะตกใจ เมื่อมีเสียงปลดล็อคดังขึ้น พร้อมประตูที่เปิดพรวดออกมา ฉันเกือบจะยิ้มออกมาด้วยความดีใจ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนที่เปิดประตูกลับเป็นบุคคลที่ฉันไม่ได้อยากเจอมากที่สุด

            “คัลแลน!” ฉันอุทานออกมาแล้วก้าวถอยหลังหนี ร่างสูงเจ้าของใบหน้าเย้ายวนนั่น เดินเข้ามาที่ห้องนี้ด้วยสีหน้าเนือยๆ ปราดตาสีมรกตลึกนั่นมาที่ฉันนิ่งๆ

            “แหกปากอยู่ได้ น่ารำคาญ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา ก่อนจะเดินผ่านฉันไป เหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ ฉันรีบคว้าประตูที่กำลังจะปิดลง ก่อนจะมองแผ่นหลังกว้างเดินออกไป ในหัวเต็มไปด้วยความคิดที่ตีกันสับสน ว่าควรจะทำอย่างไร ในที่สุด ฉันจึงเปล่งเสียงเรียกเขาออกไป

            “เดี๋ยวสิ โอลิเวอร์ล่ะ”

            ฝีเท้าที่กำลังเดินอยู่ชะงัก

            “ออกไปแล้ว” แล้วก็เดินต่อ

  งั้นก็ไม่มีประโยชน์ที่ฉันจะต้องกลับเข้าไปแล้วสิ! ฉันยืนบื้อ มองร่างสูงเดินออกไปจากห้องแล็บ ในหัวยังเต็มไปด้วยความคิดที่ตีกันจนปวดหัว ว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี ทางที่เหลือรอดอยู่ทางนี้คือตามคัลแลนไป แต่เมื่อคิดถึงสิ่งที่เขาทำกับฉันไว้ยังทำฉันขยาดเขาไม่หาย ถ้าฉันตามเขาไป มันอาจจะเป็นแผนที่ล่อฉันไปขึ้นเตียงผ่าตัดก็ได้ แต่ว่าถ้าโอลิเวอร์ไม่อยู่แล้วจริงๆ...

  สุดท้าย ฉันก็เลือกที่จะปล่อยบานประตู แล้วเดินแกมวิ่งตามเขาไปเงียบๆ ฉันสังเกตว่าเขาเปลี่ยนกลับมาเป็นชุดนักเรียนที่มีปลอกแขนสีเหมือนเดิม ไม่ได้สวมเสื้อกาวน์เหมือนที่อยูในห้องลับ เหมือนร่างสูงจะรู้ว่าฉันเดินตามมาแล้ว ทว่าก็ยังไม่ได้ชะลอฝีเท้ารอ ฉันจึงต้องเดินแกมวิ่งตามเป็นระยะ เพื่อไม่ให้ทิ้งระยะห่างมากเกินไป เขาเดินลงมาที่ชั้นล่างสุด เดินไปที่ริมตึกฝั่งซ้ายแทนที่จะเป็นตรงกลาง ที่ที่ประตูใหญ่ตั้งอยู่ ฉันเดินตามเขาเงียบๆ ไม่พูดอะไร คัลแลนเองก็เหมือนไม่อยากพูดอะไรกับฉันเช่นกัน เราเดินมาถึงประตูเล็กที่เป็นประตูหนีไฟ ที่ปกติแล้วจะปลดล็อคเพียงแค่เวลาสัญญานเตือนไฟดังเท่านั้น อย่างที่คาดไว้ คัลแลนหยิบบัตรของเขาขึ้นมา สแกนที่ล็อคแล้วเปิดออกอย่างง่ายดาย เขาเปิดประตูออกแล้วเดินออกไป ฉันรีบคว้าประตูก่อนจะปิดแล้วเดินออกไปข้างนอก ประตูนี้ติดกับซอกตึกระหว่างตึกเก่ากับตึกบี จึงเป็นมุมลับตา ไม่น่าล่ะ ถึงเป็นทางออกพิเศษของพวกนี้ อากาศบริสุทธิ์ทำให้ฉันรู้สึกปลอดโปร่ง คัลแลนเอง ก็เดินเลี้ยวไปฝั่งขวา ซึ่งน่าจะเป็นหอชาย ฉันก็ควรจะเดินไปอีกฝั่งที่เป็นหอหญิงอย่างเงียบๆต่อไป เขาคงไม่ต้องการคำขอบคุณจากฉัน และฉันเองก็ไม่ได้ต้องการที่จะเอ่ยมันด้วย ตอนนี้ ฟ้าก็มืดไปแล้ว โชคดีที่ยังพอมีแสงไฟจากเสาส่องพอให้เห็นทาง ตอนกลางคืนของประเทศนี้หนาวพอตัว แต่ฉันชอบนะ มหาสมุทรเย็นมากกว่านี้หน่อย ถ้าให้พูดถึงทางวิทยาศาสตร์ ชีวภาพของเผ่าพันธุ์เราจะพิเศษไปกว่าเผ่าพันธุ์ไหนๆ เพราะว่าเราไปกึ่งสัตว์เลือดอุ่นและเย็นผสมกัน ฉันไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร เพราะฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญซะด้วย แต่เพราะคุณสมบัตินี้ทำให้เราทนต่อสภาพหนาวๆโดยไม่มีขนปกคลุมเหมือนหมีขาวและมีเกล็ดกับเหงือกเช่นเดียวกับปลา ในขณะที่ช่วงบนคล้ายกับมนุษย์และสามารถใช้จมูกหายใจเมื่อขึ้นมาเหนือจากน้ำ ระหว่างที่กำลังคิดเพลินๆ ก็ต้องตกใจขึ้นมา เมื่อรู้สึกถึงสัมผัสที่บ่าพร้อมเสียงทุ้มดังขึ้นจากข้างหลัง

“บ้านคาซิลลาสอยู่ทางนี้ไม่ใช่เหรอ?

“คัลแลน?” ฉันถอยหลังไปสองก้าวให้พ้นจากระยะที่เขาแตะตัวฉันได้ แปลกจัง ฉันคิดเพลินจนไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาเลยเหรอ? ร่างสูงยืนอยู่ที่เดิม แสงไฟส่องให้เห็นใบหน้าคมเลือนลาง สีหน้าเขาดูเฉยชา เหมือนตอนที่เปิดประตูออกมา

“เร็วๆสิ” ร่างสูงถือวิสาสะจับข้อมือฉันแล้วพาฉันเดินไปอีกทาง ด้วยความตกใจ ฉันรีบสะบัดมันออก ทว่ามันกลับจับแน่นขึ้นกว่าเดิม ฉันจึงต้องเดินแกมวิ่งตามเขา เพื่อไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น

“ปล่อย คัลแลน จะพาฉันไปไหน?” ฉันร้องถาม ร่างสูงจึงหันหน้าไปด้านข้าง เหลือบมองฉันจากหางตา เหมือนจะเห็นยิ้มที่มุมปากลางๆ

          “ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกน่า ฉันไม่มีอะไรที่ต้องการจากเธอแล้ว”

          “หมายความว่ายังไง?” เขาไม่ตอบ แต่ก้าวท้าวต่อไป ฉันจึงพยายามดึงแขนกลับมา แล้วเอ่ยเสียงเข้ม

          “ฉันไม่ยอมให้นายจับฉันไปผ่าแน่! ปล่อยนะ!

          “ฉันไม่ผ่าเธอหรอก โจยื่นคำขาดแล้ว หยุดส่งเสียงน่ารำคาญซักทีได้มั้ย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเอือมๆ แต่ก็ยอมปล่อยมือออกอย่างโดยดี แล้วก้าวเดินออกไปตามทางเดิมของเขา ครั้งนี้ ไม่ได้ยื้อฉันไว้อีกแล้ว ทิ้งให้ฉันกระวนกระวายอยู่ว่าควรตามไปดีมั้ย สุดท้าย ฉันก็ต้องรีบวิ่งตามเขาไป เมื่อมั่นใจว่าต้องหลงทาง แต่เมื่อมาถึงทางเดินหลัก ฉันเริ่มคุ้นตากับรอบทาง ใจที่หนักๆจึงเบาลงหน่อย ไม่นาน เราก็เดินมาถึงที่หอพักหญิง ฉันจึงเอ่ยปากบอกเขา

            “ถึงหอฉันแล้ว นายส่งฉันเท่านี้ก็ได้”

            “ประตูล็อคแล้ว เธอจะเข้าไปได้ยังไง” เมื่อเขาจี้กระแทกจุดในใจ ฉันจึงเริ่มใจเสียเมื่อคิดถึงสิ่งที่จะตามมา

            “ไม่รู้สิ เอาชื่อพรีเฟ็คอ้างไม่ได้เหรอ”

            “ก็ลองดู” เขายิ้มน้อยๆเหมือนเยาะเย้ย ก่อนจะหันตัวกลับไป ฉันจึงเหงื่อตก ไม่รู้จะกลับเข้าไปยังไง ทิฐิในใจกำลังต่อสู้กับความหวาดหวั่น สุดท้ายผู้แพ้กลับเป็นทิฐินั่น ฉันเปล่งเสียงตะโกนถามคนที่ฉันทั้งกลัวทั้งเกลียดอย่างช่วยไม่ได้

            “เดี๋ยว! นายช่วยพาฉันเข้าหอได้มั้ย”

            เกลียดตัวเองจริงๆที่ความอดทนต่ำอย่างนี้ ต้องมาขอร้องคนที่เพิ่งทำร้ายฉันในวันเดียวกัน โดยที่เขาไม่ได้ขอโทษและแสดงท่าทีรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย แต่ถ้าเขากล้าโผล่มาเพื่อพาฉันมาถึงขนาดนี้แล้ว ขอให้ไปส่งใกล้กว่านี้ก็ไม่เป็นไรหรอก!

            ร่างสูงหยุดเดิน ก่อนจะหันมายิ้มแบบเดียวกับที่เห็นยามปกติ แล้วกวักมือเรียกฉัน

            “มานี่สิ”

            ฉันเดินตามเขาที่เดินพาอ้อมรอบๆหออย่างง่ายๆ แต่ว่าตั้งการ์ด จ้องมองเขาอย่างระวัดระวังและทิ้งระยะห่างไว้ช่วงหนึ่ง เพราะถ้าเขาจะฉีดยาสลบฉันอีกจะได้เอาตัวรอดทัน แต่ในใจ ก็ยังกังวลอยู่ เพราะที่นี่มันมืดมาก ดีแล้วเหรอ ที่ฉันเรียกเขาไว้ให้ช่วยต่อ เพราะถ้าฉันหนีไม่ทันจริงๆ ครั้งนี้ฉันมั่นใจว่าจะไม่มีใครมาช่วยฉันทันแน่ๆ บ้าจริง! ฉันไม่น่าเลย ไม่น่าคิดตื้นๆอย่างนี้เลย

            ไม่นาน เขาก็หยุดเดิน แล้วหันกลับมามองฉันยิ้มๆสลับกับต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ตรงข้างหอ

            “เอ้า ยืนบื้อทำไม ปีนสิ”

            เดี๋ยวนะ!! จะให้ฉันปีน! ฉันมองเขาเหมือนไม่เชื่อ แต่เขาก็พยักหน้าให้ แล้วพูดย้ำอีกรอบ

            “ปีนสิ ไม่มีทางอื่นแล้ว”

            “ฉันปีนต้นไม้ไม่เป็น!” ฉันอยากจะร้องไห้ ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่สวยงาม แต่ฉันคิดแต่จะชื่นชมมันอย่างเดียว ไม่เคยคิดที่อยากจะขึ้นไปอยู่บนนั้นเลย!

            “งั้นก็เชิญนอนตรงนี้ไปแล้วกัน” มันก็ทำได้อยู่หรอกนะ แต่ว่าถ้าเข้าไปได้ อย่างน้อยก็สามารถแกล้งทำเป็นลืมลงชื่อเข้าได้ แต่ถ้าหายไปทั้งคืน น่าจะได้มีเรื่องแน่ คัลแลนอมยิ้มมองฉันเหมือนรู้สึกสนุก ฉันจึงพูดเสียงร้อนรน

            “ฉันรู้ว่านายมีทางอื่น แต่นายแกล้งฉันใช่มั้ย”

            “ก็ฉันไม่อยากมีเรื่องกับคนที่หอนี้และเธอคงไม่อยากโดนพวกผู้หญิงรังแกเพราะมีฉันมาส่งตอนมืดๆอย่างนี้หรอกนะ” เขายักไหล่พูด ฉันได้แต่กำมือ ยืนอยู่กับที่ เพราะสิ่งที่เขาพูดมันถูกต้องทั้งหมด เมื่อทำอะไรไม่ได้ ฉันจึงต้องเดินตรงไปหาต้นไม้ ใช้มือโอบรอบๆ แล้วพยายามปีนขึ้นไปอย่างสะเปะสะปะ จนต้องร่วงกลับมาข้างล่างทุกที ก่อนจะต้องหันไปค้อนใส่มนุษย์ที่กำลังหัวเราะเหมือนกำลังชมรายการตลก

            “ตลกจัง ปลาปีนต้นไม้”

            “นายมัน!” ฉันละไว้เท่านี้ เพราะสรรหาคำที่จะมาด่าเขาไม่ได้ แล้วเปลี่ยนมาขอแกมสั่งเขาแทน “ช่วยฉันหน่อยสิ ฉันขึ้นไปไม่ได้”

            คัลแลนที่ยืนกอดอกอยู่ไม่ไกล จึงเดินเข้ามาสองก้าวแล้วอธิบาย

            “ดูนะ เห็นไม้ที่ยื่นออกมาหรือร่องเล็กๆมั้ย เอาเท้าเหยียบตรงนี้ แล้วจับตรงที่เป็นแบบนี้แน่นๆแล้วก็ปีนขึ้นไป” เขาชี้ให้ฉันวางเท้าและมือตรงตำแหน่งต่างๆ ฉันทำตามที่เขาบอก แต่เมื่อขึ้นไปได้ไม่นาน ก็กำลังไถลลงมา แล้วก็เป็นแบบนี้ไปอีกเกือบสิบรอบ จนฉันอยากจะร้องไห้ ส่วนคนใจร้ายนั่น ก็เอาแต่ยิ้มเย็นกอดอกมอง แล้วร้องเชียร์เป็นระยะ

            “ไม่ไหวแล้ว! ฉันขึ้นไปไม่ได้” ฉันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสุดจะทน

            “งั้นอยากไปนอนที่เตียงผ่าตัดมั้ย ว่างอยู่” เขาเอ่ยกวนๆ ฉันแว้ดใส่เขา

            “ไม่ตลกนะ! ไม่มีวัน” เจ็บใจชะมัด! ทำไมฉันต้องมาปีนต้นไม้บ้าๆนี่ตามเขาด้วย ฉันถอดใจ แล้วปล่อยมือจากต้นไม้ เดินไปหาคนน่าถีบนี่ พร้อมเอ่ย

            “โอลิเวอร์อยู่ที่ไหน บอกที่ที่เขาอยู่ให้ฉัน”

            ถึงเขาจะเป็นคนที่น่าหมั่นไส้พอๆกัน แต่ฉันคิดว่าหมอนี่น่าเชื่อใจกว่าคนที่เกือบจับฉันชำแหละตรงหน้าเยอะ! คัลแลนคลายมือที่กอดอกออก มองไปบนท้องฟ้า แล้วพูดเสียงใส

            “นั่นน่ะสิ เขาอยู่ไหนกันนะ”

            “อย่ามาเล่นตอนนี้ สนุกมากเหรอ ที่เห็นฉันเป็นแบบนี้” ฉันบ่นอย่างเหลืออด แต่เจ้าตัวก็ยังดูไม่ทุกข์ร้อน กลับแกล้งตอบอย่างกวนๆ

            “แย่จังนะ ผู้หญิงอย่างเธอ อยู่กับผู้ชายที่น่าหลงใหลอย่างฉันแล้วยังถามหาผู้ชายคนอื่นอีก”

            “คัลแลน!” ฉันอยากจะบ้าตายจริงๆ ผู้ชายคนนี้นิสัยแย่ที่สุด!

            “อืม... สงสัย เธอคงได้ไปนอนบนเตียงผ่าตัดจริงๆซะแล้ว ไป! ไปกันเถอะ ฉันอุตส่าห์เปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ใหม่แล้วด้วย”

            “ไม่เอาาาา!” ฉันร้องทันทีที่เขาดึงฉันให้เดินตามโดการจับข้อมืออีกครั้ง คราวนี้ เขาคงรู้ว่าฉันจะสะบัด จึงกุมไว้แน่นตั้งแต่แรก ฉันพยายามใช้มืออีกข้างแกะมือที่เหนียวเหมือนปลาหมึกนั่นออกไป แต่มันกลับยากเหลือเกิน! ฉันมันโง่จริงๆ ที่บ้าเดินตามคนที่เกือบจะฆ่าฉันเมื่อตอนกลางวัน!

            “คัลแลน!

            “ชู่ว์! เงียบน่า!” ฉันหุบปากทันที เมื่อเห็นเงาของยามที่กำลังเดินตะเวนตรวจรอบๆอยู่ เราหลบที่หลังต้นไม้ซักพัก เมื่อเห็นว่ายามได้ผ่านไปแล้ว คัลแลนก็ลากฉันเดินไปต่อ จนมาถึงที่หน้าประตูหอที่ถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนา ฉันอ้าปากกำลังจะถาม แต่ก็ต้องเงียบเมื่อเห็นว่าเขาล้วงบัตรในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาสแกนที่ตรงเครื่องใส่รหัสข้างประตู

            “นายนี่มัน!!” ฉันอ้าปากด่าเขาทันที เมื่อเห็นว่าเขาปลดล็อคประตูอย่างง่ายดาย “แล้วให้ฉันเสียแรงปีนต้นไม้เพื่อ?! สนุกมากงั้นเหรอ” ทว่าเขากลับตอบอย่างรู้สึกสนุก ใบหน้าน่าตบนั่นปรากฏรอยยิ้มเยาะเย้ยอย่างผู้ชนะ

            “อืม สนุกดี อยากเห็นปลาปีนต้นไม้มานานแล้วล่ะ”

            “นายนี่มัน! โรคจิต!” คำๆนี้คงเหมาะสมกับคนอย่างเขาที่สุดแล้วล่ะ รอบที่แล้วก็เหมือนกัน เพราะแค่คำว่า‘อยากรู้ก็เกือบผ่าฉันจริงๆ! คัลแลนหมุนตัวเดินออกไปจากหอ ก่อนจะไม่ลืมกำชับ

            “เดินเบาๆด้วยล่ะ ระวังอย่าให้ใครเห็น”

            และเขาก็ไม่ลืมที่จะทิ้งระเบิดไว้

            “ถ้าเบื่อ ปีนต้นไม้ลงไปนอนที่เตียงผ่าตัดก็ไม่ว่านะ ว่างอยู่ อยากเห็นเครื่องในเธอ”

            โรคจิต!





1 คอมเม้นท์คือ 1 กำลังใจสำหรับนักเขียนตัวเล็กๆคนหนึ่งนะคะ

แล้วเจอกันตอนต่อไปค่ะ x


           

 

 

           

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

57 ความคิดเห็น

  1. #46 Fishh0097865 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 19:25
    รอค่าาา
    #46
    0
  2. #42 EmeraldRuby (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 17:31

    โง้ยย สนุกมากๆค่ะไรท์ รอตอนต่อไปน้าค้า

    เลือกทีมไม่ถูกเลย5555
    #42
    0
  3. #41 Colorberry (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 03:42
    รอต่อไปค่า
    #41
    0
  4. #27 Heart of Sissi <3 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 20:57
    เพิ่งแวะเข้ามา ค้างๆ ต่อเร็วๆนะ 
    #ทีมโจอาคิม
    #27
    1
    • #27-1 Pandolla BoX(จากตอนที่ 7)
      1 ธันวาคม 2559 / 00:11
      ขอบคุณน้า
      #27-1
  5. #25 น้ำตาลสายไหม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 20:18
    สอบเสร็จแล้วมาต่อนะ เรารออยู่
    #25
    1
    • #25-1 Pandolla BoX(จากตอนที่ 7)
      1 ธันวาคม 2559 / 00:10
      กำลังมาๆ
      #25-1
  6. #23 น้ำตาลสายไหม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 08:52
    คัลแลนนี่พระเอกรึเปล่า อยู่ด้วยกันคงกลัวจะโดนผ่าท้องอ่ะ
    #23
    1
    • #23-1 Pandolla BoX(จากตอนที่ 7)
      1 ธันวาคม 2559 / 00:10
      อิๆ รอติดตามต่อไปน้า
      #23-1