BEYOND THE HARMONY ใต้มนต์ คีตา นางเงือก

ตอนที่ 5 : CHAPTER 4: SECRETS OF THE SCIENCE CLUB 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 265
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    22 ก.พ. 63

           

          




           ทำนองเพลงสรรเสริญดังก้องกังวาลไปทั่วโบสถ์แสดงถึงความสามัคคีและแรงศรัทธาต่อพระผู้เป็นเจ้าของคณะอาจารย์และนักเรียนทั้งหมด เมื่อบทเพลงจบลง อนุศาสนาจารย์จึงอนุญาตให้พวกเรานั่งลง ก่อนที่เฮดบอยและเฮดเกิร์ลจะลุกขึ้นไปทำหน้าที่ประกาศข่าวสำหรับอาทิตย์นี้

            โจอาคิมในสูทสีเงินของเขาดูเปล่งประกายขณะที่ทำหน้าที่ตัวแทนนักเรียน ฉันก็อาจจะเห็นเขาเท่เหมือนกับนักเรียนธรรมดาทั่วไป ถ้าไม่ได้เกิดเหตุการณ์เมื่อวันก่อนน่ะนะ..

            ฉันกับโจอาคิมสบตากันวูบเดียวก่อนที่เขาจะกลับที่นั่ง ก่อนที่ชายอีกคนหนึ่งที่คุ้นเคยจะเดินขึ้นไปบนแท่นแทนที่โจอาคิม เขาคือหนึ่งในสามคนที่รู้ความลับของฉัน ฉันไม่รู้ชื่อของเขาแต่จำได้ว่าเขามีผมสีบรูเน็ต ตาสีมรกตสวยน่าหลงใหล เขาเป็นผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลา มีเสน่ห์ที่สุดในบรรดามนุษย์ที่ฉันได้พบ แต่ความน่าเย้ายวนนั้นทำให้เขาดูอันตรายที่สุด ฉันเองก็เพิ่งสังเกตเหมือนกันว่าเขาก็สวมสูทสีเงินและเน็คไทสีเขียวเข้มเหมือนกับโจอาคิม วันนี้ เป็นคิวของเขาที่ต้องกล่าวสุนทรพจน์สั้นๆเกี่ยวกับความกล้าหาญ

            “ผู้ชายคนนั้นก็เป็นพรีเฟ็คเหรอ” ฉันกระซิบถามมีอา

            “คัลแลนงั้นเหรอ” มีอาทวนคำ “ใช่ เขาเป็นหัวหน้าของบ้านเบอร์ตันน่ะ”

            หืม ชื่อคัลแลนงั้นเหรอ... หัวหน้าของบ้านเบอร์ตันด้วย ไม่ธรรมดาเลย

            “สนใจเขาเหรอ” อยู่ๆมีอาก็ถามขึ้นมา พร้อมกับรอยยิ้มแปลกๆ

            “เปล่าซักหน่อย”

            “ไม่แปลกหรอก คัลแลนป๊อปสุดๆในหมู่สาวๆเลยล่ะ”

            ฉันเห็นด้วยกับที่มีอาว่า คัลแลนดูโดดเด่นที่สุดในบรรดามนุษย์เพศชายทั้งหมดที่นี่จริงๆ และความมีเสน่ห์นั่นก็ทำให้เขาน่ากลัว ไม่รู้ว่าใต้รอยยิ้มหวานหยดย้อยนั้น หลอกล่อหญิงสาวให้ตายใจไปแล้วกี่คน

            “...สุดท้ายนี้ ผมอยากจะถามทุกท่านว่า วันนี้ คุณได้มอบความกล้าหาญให้ตัวเองแล้วหรือยัง ขอบคุณครับ” สิ้นประโยคสุดท้ายของสุนทรพจน์ เสียงปรบมือดังขึ้นตามมาทันทีจนสนั่นไปทั้งอาคาร ฉันเหลือบมองท่าทีของคนรอบข้าง ดูท่าหมอนี่จะเป็นที่ชื่นชอบของหลายคนใช้ได้ แม้กระทั่งเด็กผู้หญิงบางคนที่ก่อนหน้านั้นยังสัปหงกอยู่ ตอนนี้กลับปรบมือ มองเขาตาเป็นประกาย ผิดกับตอนที่คนอื่นๆพูดอย่างลิบลับ

            “คัลแลนน่ารักเนาะ” มีอากล่าวขึ้นมายิ้มๆ ในขณะที่คัลแลนเดินลงกลับมานั่งที่ของตัวเอง

            “เธอชอบเขาเหรอมีอา” ฉันหันไปถามมีอา

            “ใครกันล่ะที่ไม่ชอบเขา ทั้งสูง ทั้งหล่อ ทั้งฉลาด แถมยังเป็นพรีเฟ็คอีก”

            ก็ฉันล่ะคนหนึ่ง...

            ฉันเก็บความคิดนี้ไว้ในใจ พรีเฟ็คคือคำเรียกของนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่ถูกเลือกโดยคณะอาจารย์เพื่อเป็นตัวแทนนักเรียน ทำหน้าที่ต่างๆตามที่อาจารย์เลือก ขั้นตอนการสมัครพรีเฟ็คเนี่ย ฉันก็ไม่ค่อยรู้หรอก แต่ว่าคนที่ได้รับเลือกเป็นพรีเฟ็ค นอกจากได้รับตำแหน่งเท่ๆ ก็จะมียูนิฟอร์มสีเงินที่เต็มไปด้วยเข็มตราเกียรติยศที่พิเศษกว่านักเรียนธรรมดา แล้วก็ห้องทำงานพิเศษในโรงเรียน นอกจากนี้ ก็ต้องเข้าเรียนและทำกิจกรรมทุกอย่างเหมือนนักเรียนปกติ แถมยังต้องทำงานให้ผ.อ. เข้าเวรนู่นนี่อีก ไม่เข้าใจมนุษย์จริงๆว่ามันน่าเป็นตรงไหน เหนื่อยก็เหนื่อย แถมมีคนจ้องมาตลอดเวลาอีก ฉันเผลอมองตามคัลแลนที่กำลังขอทางให้เพื่อนๆในแถวขยับ เพื่อกลับไปนั่ง แต่แล้ว อยู่ๆเขาก็เงยหน้าขึ้นมาแล้วสบตาของฉันโดยบังเอิญ ...แล้วก็ส่งวิ้งค์มาให้ จนฉันแทบจะสำลักน้ำลายตัวเอง

            “กรี๊ด~

“แค่กๆ” โอ๊ยยยย ฉันเห็นอะไรเข้าไปเนี่ย ติดตาจนแทบจะกระอักเลือด ฉันรีบเดินหนีออกจากตรงนี้ ในขณะที่ได้ยินเสียงกรี๊ดของพวกผู้หญิงหลายคน

“โอ๊ยยย พวกเธอเห็นวิ้งค์เมื่อกี้มั้ย”

“ฉันจะละลาย ระเหยเป็นไอน้ำไปแล้ว”

โอ๊ยยยย ฉันเห็นอะไรเข้าไปเนี่ย ติดตาจนแทบจะกระอักเลือด ฉันรีบเดินหนีออกจากตรงนี้ ในขณะที่ได้ยินเสียงกรี๊ดของพวกผู้หญิงหลายคน

“โอ๊ยยย พวกเธอเห็นวิ้งค์เมื่อกี้มั้ย”

“ฉันจะละลายยยย ระเหยเป็นไอน้ำไปแล้ว”

“เมื่อกี้เขาวิ้งค์ให้ใครน่ะ”

“ฉันแน่เลย”

“ไม่ใช่เธอ ฉันต่างหาก!

โอ๊ยยย จะอ้วกกก! ฉันทนฟังคำพวกนี้ไม่ไหวแล้วว ในที่สุด พวกเราก็ได้รับอนุญาตให้ออกจากพิธีตอนเช้าไปเช็คชื่อแล้วเรียนต่อ คาบแรกของวันนี้ก็วิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล วิชาที่ฉันเคยรักมากที่สุด แต่เกลียดมากในตอนนี้

เพราะอะไรงั้นเหรอ.. ?

ก็เพราะไอ้หัวน้ำตาลอ่อนที่นั่งอยู่กลางห้องนั่นไงล่ะ!

ฉันเดินไปนั่งข้างมีอาและมอร์แกน ซึ่งอยู่คนละฝั่งกับโอลิเวอร์ที่กำลังคุยเล่นกับพวกเพื่อนของเขาอยู่อย่างโหวกเหวก ตามประสาผู้ชาย ดีแล้ว อยู่ห่างๆกันไปนั่นแหล่ะ อย่ามายุ่งกับฉันเลย แต่พอคิดอย่างนี้ มิสเตอร์เฮิร์ดก็พูดสิ่งที่ฉันไม่อยากได้ยินที่สุดขึ้นมา

“อ่ะแฮ่ม มีอา กลับไปที่เดิมของเธอซะ”

“อะไรกันคะ มิส หนูยังไม่ได้ทำอะไรเลย” ราวกับเดจาวู ที่แปลว่าคำที่อธิบายความรู้สึกที่เหมือนว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไปแล้ว (อ่านในสารานุกรมตั้งแต่สมัยอยู่เมืองบาดาล) มีอาร้องค้านด้วยประโยคเดิม เพียงแต่มิสเตอร์เฮิร์ดใช้สายตาดุนิดมองเธอสลับกับที่ๆอยากให้เธอไปอยู่ สุดท้าย เธอก็ต้องย้ายไปอยู่ดี ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ แต่ฉันนี่สิ อยากจะร้องไห้!

“ไง เซไรน์ เจอกันอีกแล้ว” เสียงทุ้มดังขึ้น ฉันแอบถอนหายใจเบาๆ แต่ฉันไม่อยากเจอนายน่ะสิ!

“สวัสดี โอลิเวอร์” ฉันกลั้นใจ หันไปทักทายคนข้างๆด้วยใบหน้ายิ้มแย้มที่เสแสร้งสุดๆ

“สงสัย เราคงได้นั่งด้วยกันอีกนานเลยนะ”

“จ้ะ” ฉันตอบยิ้มๆ

ไม่มีทาง! อาจารย์แค่สั่งให้สองคนนี้สลับที่กัน แต่ไม่เกี่ยวกับฉัน เขาย้ายมา ฉันก็ย้ายหนีได้ รอครั้งหน้าละกัน!

โอลิเวอร์ไม่ได้พูดอะไรกับฉันต่อหลังจากนั้น ฉันเองก็ไม่มีอะไรจะพูดกับเขาเช่นกัน เราก็ได้แต่มองกระดาน ฟังอาจารย์อธิบายไป ฉันคิดว่าเขาคงเบื่อที่จะตอแยกับฉันแล้ว จึงคงไม่ยุ่งอะไรอีก แต่ฉันคิดผิด

“ลายมือเธอขี้เหร่จัง”

ฉันมองสมุดของฉันกับเขาสลับกัน กำลังจะด่าเขากลับ แต่ก็ต้องหุบปากลงไป เพราะตัวเลขและตัวอักษรบนสมุดของเขาเรียงตัวอย่างระเบียบเรียบร้อยไร้ที่ติ!

“.....จ้ะ”

โอลิเวอร์แค่นหัวเราะขึ้นมาเบาๆอย่างเยาะเย้ย

“ฮ่ะๆๆ สวยใช่มั้ยล่า?

ฉันรีบหันหน้าหนีไปมองบนกระดานทันที แล้วตั้งใจจดโน้ตต่อไปเหมือนไม่ได้ยิน

“อั่นแน่ๆ แพ้แล้วเมินเลย” เขาแซวอย่างกวนบาทา ฉันจึงพูดขึ้นลอยๆ

“เหอะ! ที่ฉันเรียนภาษาพวกนายได้ทั้งๆที่อยู่ใต้น้ำก็ดีขนาดไหนแล้ว รู้มะ การปรับตัวมาเขียนจากใต้น้ำที่ทีความหนาแน่นกว่ามาที่อากาศมันยากขนาดไหน”

“บ้าป่ะ ถ้าใต้น้ำความหนาแน่นมันมากกว่า มาที่นี่ก็ต้องเขียนง่ายกว่าสิ” เขาเถียง

“นายสิบ้า มันเขียนลื่นเกินไปไง” ฉันเถียงกลับ ให้ตายเถอะ ทำไมฉันต้องมาเถียงเรื่องปัญญาอ่อนแบบนี้กับเขาด้วย ระหว่างที่ฉันว่าตัวเองในใจ ก็ได้ยินเสียงหลุดหัวเราะเบาๆออกมา

“เธอนี่มัน บ๊องจริงๆ”

“ตลกมากมั้ย” ฉันส่งค้อนไปให้เขาทีหนึ่ง ก่อนจะรวบรวมสมาธิ ทำงานต่อ แต่ก็ถูกกวนด้วยผู้ชายคนนี้อีก

“ทำผิดแล้ว ใช้วิธีที่สองง่ายกว่าเยอะ”

“ยุ่งน่า” อีกแล้ว! ขอฉันตั้งใจเรียนเงียบๆได้มั้ยยย

โอลิเวอร์เงียบไปซักที เมื่อมิสเตอร์เฮิร์ดจู่ๆก็ลุกขึ้นจากโต๊ะของเขา มาหน้ากระดานและอธิบายเรื่องตัวเลขที่เกี่ยวกับวิธีการทางวิทยาศาสตร์  ฉันตั้งใจฟังอยู่ซักพัก ก็ได้ยินเสียงน่ารำคาญของคนข้างๆอีก

“จะว่าไป นางเงือกรู้จักคณิตศาสตร์ด้วยเหรอ?

…..

“ฉันนึกว่าวันๆจะว่ายน้ำเล่นกับปลา ส่องกระจกไปวันๆซะอีก”

จะหยามกันเกินไปแล้วนะ!

ราวกับมีเส้นบางๆ แสดงถึงความอดทนของฉันขาดผึงไป ฉันหันไปทางเจ้ามนุษย์โอหังนั่นแล้วเอ่ยด้วยความหงุดหงิด

“เมืองบาดาลไม่ใช่เมืองที่ไม่เจริญ เต็มไปด้วยนางเงือกที่เอาเปลือกหอยครอบหน้าอก วันๆเอาแต่ส่องกระจก ไม่ทำมาหากินเหมือนกับในนิทานบ้าบอคอแตกที่พวกมนุษย์มโนขึ้นหรอกนะ เราก็มีระบบสาธารณูปโภค การศึกษาที่ได้มาตรฐาน สิ่งอำนวยความสะดวกต่างเหมือนกับโลกมนุษย์แหล่ะ เพียงแต่เราก็มีหลายอย่างที่แตกต่าง เพื่อให้เข้ากับการดำเนินชีวิตใต้น้ำเท่านั้นแหล่ะ!

“โห เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกเลยนะ” โอลิเวอร์เอ่ยออกมาอย่างทึ่งๆ ก็แหงสิ เขาก็เพิ่งรู้ว่านางเงือกมีจริงก็เมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เองไม่ใช่เหรอ?!

“ถ้าไม่รู้ ก็อย่าพูดอะไรให้ตัวเองดูโง่ได้มั้ย ยิ่งสิ่งที่เชื่อจากเรื่องบ้าบอคอแตกที่พวกมนุษย์ลือกันด้วย!

“นี่ด่าฉันเหรอ?!” โอลิเวอร์ขึ้นเสียงกลับ

“เอาที่สบายใจ” ฉันกอดอก เลิกคิ้วขึ้น เลียนแบบท่าทางกวนๆของเขา

“ยัย..!

“โอลิเวอร์ เซไรน์! ถ้าพวกเธอจะเสียงดังรบกวนการเรียนของทุกคน กรุณาออกไปนอกห้องด้วย!” เสียงของมิสเตอร์เฮิร์ดดังขึ้นสนั่นห้อง เหมือนกับตอนที่พวกมีอากับมอร์แกนเสียงดัง ฉันมองค้อนไปที่คนต้นเรื่องที่ทำท่าไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว ก่อนจะขอโทษมิสเตอร์เฮิร์ดซ้ำๆแล้วเดินออกไป

“เพราะนายคนเดียว!” ฉันบ่นขณะที่จะพิงผนังนอกห้องอย่างหงุดหงิด โอลิเวอร์นั่งยองๆ ก่อนจะยิ้มเหมือนรู้สึกสนุก

“เธอก็บ้าจี้เสียงดังทำไมล่ะ”

“แล้วนายจะมายุ่งอะไรกับฉันนักหนา” ฉันเถียงกลับ เขาไม่ได้ตอบ แต่มองนาฬิกาข้อมือแล้วพูดอย่างอื่นขึ้นมาแทน

“เหลืออีก 30นาทีแหน่ะ”

“แล้วมิสเตอร์เฮิร์ดจะเรียกเรากลับไปมั้ย” ฉันถาม ไม่นะ ฉันไม่อยากยืนเก้ออยู่นี่ตั้งครึ่งชั่วโมงโดยไม่ทำอะไร!

“ไม่รู้ดิ”

“อ้าว นายควรจะรู้สิ นายเป็นนักเรียนเก่านะ” ฉันเถียงกลับ แต่เขากลับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แล้วเดินเข้ามาดึงแขนเสื้อฉันให้เดินตามเขาออกไปจากที่นี่

“เดี๋ยว นี่จะลากฉันไปไหน” ฉันเอ่ยถาม ระหว่างเร่งฝีเท้าขายาวๆนั่นให้ทัน

“ชมรมวิทย์ฯ”

“เดี๋ยวๆๆ ฉันไม่พร้อม” ฉันพยายามยื้อ เพราะมันกะทันหันเกินไปจริงๆ “แล้วถ้ามิสเตอร์เฮิร์ดเรียกเรากลับไปล่ะ ของฉันก็อยู่ที่นั่น”

“ช่างมันสิ เดี๋ยวกลับไปเอา” เขาดูไม่แคร์อะไรจริงๆ พูดเหมือนเป็นแค่เรื่องเล็กๆ

“ฉันไม่อยากถูกลงโทษหนักกว่าเดิมนะ” ที่นี่กฏเยอะแยะ เรื่องเยอะจะตาย ฉันไม่อยากมีเรื่องด้วยหรอก

“เดี๋ยวให้โจอาคิมเคลียร์ให้” โอลิเวอร์ตอบชิลๆ หา? ง่ายอย่างงี้ โจอาคิม? ผู้ชายดุๆที่ตะโกนใส่หน้าฉันวันนั้นน่ะนะ? ฉันร้องไห้ในใจ ทำไมต้องเป็นคนน่ากลัวคนนั้นด้วย?

“แล้วนี่ฉันต้องไปทำอะไรที่นั่นล่ะ” ฉันถามพร้อมกับสะบัดมือออกจากการลากของเขา ซึ่งเขาก็ยอมปล่อยไปดีๆ ฉันเร่งเท้าขึ้นมาเดินข้างแล้วได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยแบบขี้เกียจ

“ไม่รู้สิ เดี๋ยวโจอาคิมก็บอกเอง”

ไม่นาน เราก็เดินมาถึงห้องแล็ปเดิม ฉันชะงักนิดหนึ่งอย่างชั่งใจ

“ทำไมไม่เข้าไปล่ะ”

“ใจเย็นสิ” ฉันเดินเข้าไปเมื่อ โอลิเวอร์หันมาเรียกเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมเดินเข้ามาซักที ห้องแล็บก็ยังเป็นห้องแล็บเหมือนเดิม ทั้งบรรยากาศเย็นๆหลอนๆนั่น หุ่นกายภาพที่เหมือนจะมีชีวิตขึ้นมาได้ทุกเมื่อ ระหว่างฉันกำลังจะเลื่อนเก้าอี้ออก นั่งลง โอลิเวอร์กลับเรียกฉันขึ้นมา

“นั่งตรงนั้นทำไม มานี่สิ” เขายืนอยู่หน้าประตูอีกบานหนึ่งที่อยู่ด้านข้าง ซึ่งเชื่อมไปอีกห้องหนึ่ง ในมือหยิบกระเป๋าสตางค์ควานหาบัตรเพื่อสแกนที่ล็อคประตู ก่อนจะเปิดมันออก

“อ่อ” ฉันขานรับ แล้วรีบเดินตามเขาไป เมื่อผ่านไปอีกห้องหนึ่ง ก็เห็นว่ามันเป็นห้องที่เต็มไปด้วยโซฟา ทีวี โต๊ะทำงานหลายโต๊ะเรียงอยู่อีกฝั่งและขนม หรือห้องนั่งเล่นย่อมๆ..ถึงจะไม่ได้สกปรกหรือมีสภาพเละตุ้มเป๊ะ แต่นี่หรือ ชมรมวิทยาศาสตร์?

บนโซฟา มีผู้หญิงกับผู้ชายสองคนในสูทสีเงินกำลังเล่นเกมกันอยู่อย่างเมามันส์

“อย่าเพิ่งคิดอะไรแปลกๆนะ ชมรมเราไม่ได้เป็นอย่างที่เธอเห็น”​ โอลิเวอร์รีบเอ่ยแก้ตัวแทน เพราะเหมือนจะเดาได้ว่าฉันคิดอะไรอยู่ ฉันมองไปบนหน้าจอทีวียักษ์แล้วเห็นว่ามันมีสองจอ จอหนึ่งเป็นภาพกล้องวงจรปิดของทั้งโรงเรียน อีกจอหนึ่งเป็นเกม…หมีน้อยวิ่งแข่ง สองคนนั้นเหมือนจะรู้สึกตัวแล้วหันมาทางเรา ก่อนที่คนที่เป็นผู้หญิงจะเอ่ยขึ้นมา

“นายพาใครมาน่ะ”

“คนที่โจจะให้มาช่วยในแล็บน่ะ”

“เอ๋? แบบนั้นได้ด้วยเหรอ” เธอเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ ก่อนจะหันมามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ผู้หญิงคนนั้นมีผมตรงยาวสลวยสีบลอนด์ยาวสลวยถึงเอว บนสูทของเธอก็เต็มไปด้วยเข็มตราต่างๆเช่นเดียวกับคนที่ถูกเรียกว่าพรีเฟ็คคนอื่นๆ หน้าตาของเธอดูคุ้นมาก ก่อนที่ฉันจะนึกได้ ว่าเธอคือเฮดเกิร์ลที่ยืนคู่กับโจอาคิมเมื่อเช้า...

“ไง ฉันชื่อมิเชลนะ เธอมาจากบ้านคาซิลลาสเหรอ”

“ใช่ ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อเซไรน์” ฉันยกมือไปเชคแฮนด์กับมิเชล ก่อนจะสังเกตว่าเธอติดเข็มกลัดสีแดงของบ้านโรสลิน

“ชื่อน่ารักจัง เซไรน์ ยินดีต้อนรับนะ” มิเชลเขย่ามือฉัน พร้อมส่งยิ้มใจดีมาให้ แล้วค่อยแนะนำผู้ชายอีกคนที่นั่งข้างๆ “ส่วนนี่ก็เจเรมี่”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ เซไรน์” เจเรมี่ลุกขึ้นมาจับมือฉัน พร้อมแย้มยิ้มกว้าง เขาเป็นผู้ชายที่ดูน่ารักและดูดีทีเดียวล่ะ เขาเป็นผู้ชายตัวสูง ผมและตาสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าเรียว จมูกโด่ง คิ้วได้รูป และที่โดดเด่นที่สุดก็คงเป็นรอยยิ้มที่น่าเข้าหามากๆนั่น

“เช่นกัน” ฉันพยักหน้ายิ้มตอบ

“เอาล่ะ ถ้าเสร็จแล้วก็ไปได้แล้ว” โอลิเวอร์ขัดจังหวะ แล้วลากฉันให้เดินตามเขาไป ฉันโบกมือลาสองคนนั้น ก่อนจะรีบเดินตามเขาไป

“พร้อมรึยัง ที่จะได้เห็นสภานักเรียนของจริง” โอลิเวอร์หันมามองฉันอย่างท้าทาย เมื่อเราหยุดอยู่หน้ากระจกบานใหญ่

“หา เดี๋ยวนะ นี่ยังไม่หมด” ฉันถามงงๆ เขาไม่ตอบแล้วเอามือทาบไปที่กระจก ก่อนที่มันจะเลื่อนออกเองโดยอัตโนมัติ ฉันอ้าปากด้วยความตกใจ

“เข้ามาเร็วๆสิ” ฉันรีบเดินเข้าไปในห้องแคบๆมืดๆนั่นตามเสียงเรียก ก่อนจะพบว่ามันเป็นลิฟท์ขนาดเล็ก กระจกหรือประตูลิฟท์เลื่อนปิด ในขณะที่คนนำทางจะกดปุ่มให้ลิฟท์ลงไปด้านล่าง เพียงไม่กี่วินาที ประตูลิฟท์ก็เปิดออก เผยให้เห็นห้องทดลองที่ใหญ่กว่าเดิมสาม.. ไม่สิหกเท่า! เต็มไปด้วยอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ จอขนาดใหญ่และเครื่องอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด ดูมืออาชีพและทันสมัยมากๆ นอกจากนี้ยังมีประตูห้องเชื่อมไปห้องอื่นอีกหลายห้อง อย่างกับฐานทัพเล็กๆ! ในนั้นมีคัลเลนและโจอาคิม ในมาดนักวิทยาศาสตร์เหมือนที่เห็นในครั้งแรก รวมถึงผู้ชายที่สวมแว่นตาอีกคนที่ฉันไม่เคยเจอยืนทำอะไรบางอย่างกับของเหลวสีแปลกบนโต๊ะที่ตั้งอยู่ริมๆห้องด้วยกัน เดี๋ยวนะ? แน่ใจนะว่านี่คือห้องชมรมวิทยาศาสตร์ของเด็กม.ปลายน่ะ?!

“ฉันพายัยนี่มาแล้ว” โอลิเวอร์พูดขึ้นระหว่างที่เดินนำฉันไปหาพวกเขา

“อืม” โจอาคิมพยักหน้ารับ แต่ผู้ชายอีกคนที่ฉันไม่รู้จักกลับพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์

“พวกนายพาคนนอกมาทำไม”

อ่า... สงสัยฉันเจอคนดุๆอีกแล้วสินะ

“คำสั่งผ.อ.น่ะ” โจอาคิมตอบ ฉันรีบหันไปมองหน้าโอลิเวอร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความงงทันที แต่เขาไม่ได้มองกลับ

“นี่เซไรน์ เธอจะมาช่วยงานจิปาถะทุกอย่าง อยากเรียกใช้อะไร ก็บอกเธอได้ทุกเมื่อ”

อย่าเพิ่งสิ! เดี๋ยวนะ? ผ.อ.นี่มันเกี่ยวอะไรด้วย?! แล้วทำไมมาโบ้ยงานให้ฉันโดยที่ไม่บอกอะไรก่อนง่ายๆอย่างนี้! ฉันเพียงได้แต่กรีดร้องในใจ ผู้ชายดุๆหมายเลขสองปลายตามาที่ฉันแล้วมองตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเพ่งพินิจ อีกแล้ว! พวกนักวิทยาศาสตร์นี่ชอบมองผู้อื่นได้ไร้มารยาทขนาดนี้เลยเหรอ?!

“ผ.อ.งั้นเหรอ? แปลกชะมัด” เขาเปรยขึ้น กอดอก สายตายังดูไม่ไว้ใจเหมือนเดิม จนฉันยืนเกร็ง ตัวแข็ง

“ส่วนเธอ นี่รูเฟียส จำเอาไว้ คงได้เจอบ่อยๆ” โจอาคิมบอกชื่อแทนเจ้าตัว แต่ฉันไม่ได้อยากรู้เลยด้วยซ้ำ! ไม่อยากเจอด้วย!

“ถ้ายังจะคุยกันต่อ ฉันไปล่ะ” รูเฟียสพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญ ก่อนจะเดินออกไปอย่างดื้อๆ พร้อมกับหลอดทดลองของเขา

“หมอนั่นก็เป็นอย่างนี้แหล่ะ อย่าถือสาเลย” โอลิเวอร์เอ่ยแก้ตัวแทนเขา

“งั้นเหรอ ไร้มารยาทชะมัด” ฉันพูดความรู้สึกอย่างตรงๆ ไม่รู้หรือไงว่า การที่จู่ๆก็เดินออกไปและแสดงท่าทีอย่างนั้น มันทำให้ผู้อื่นรู้สึกแย่น่ะ

“เอาน่า หมอนั่นมันสนใจเพียงแค่ตัวแปรของมันเท่านั้นแหล่ะ” โอลิเวอร์ยังปกป้องเขา ฉันจึงเลิกบ่น แล้วหันไปมองอีกสองคนที่เหลืออยู่แทน คัลแลนไม่ได้สนใจฉัน เขียนอะไรก็ไม่รู้ของเขาต่อไป ส่วนโจอาคิมก็มองฉันนิ่งๆซักพัก ก่อนจะเอ่ยถาม

“เธอเห็นห้องลับหมดแล้วใช่มั้ย”

“คงงั้นมั้ง” อ่า.. ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีห้องแบบนี้อีกกี่ที่

“อย่างที่เธอรู้ ว่าที่นี่คือชมรมวิทยาศาสตร์ แต่ว่าสมาชิกส่วนใหญ่ของที่นี่คือพรีเฟ็ค หรือว่าผู้คุมกฏ หน้าที่ของพวกเราคือควบคุมความเรียบร้อยของโรงเรียน รวมถึงฟังคำร้องเรียนและส่งเรื่องให้กับผ.อ.” เมื่อพูดถึงตรงนี้ ดวงตาสีเข้มคมเหมือนอินทรีก็เลื่อนมาสบตาฉัน “แต่เธอคงจะสังเกตสินะ ว่ามันไม่ใช่แค่นั้น”

เขาพูดถูก ทั้งห้องวิทยาศาสตร์ที่ดูครบครันยิ่งกว่าที่ทำงานของบริษัทใหญ่ๆ และนอกจากโอลิเวอร์ คนที่นี่ก็เป็นพรีเฟ็คในตำแหน่งสูงๆทั้งหมด ความลับของที่นี่คืออะไรกันแน่

“ที่เธอเข้ามาได้ถึงขนาดนี้ ก็ถือว่ารู้ความลับของพวกเราไป 50% แล้ว”

อ่า... ซวยซะแล้วสิ ดันรู้เรื่องไม่ควรรู้จนได้..

“เพราะฉะนั้น เธอก็ต้องจำเอาไว้ให้ดีว่า ถ้าแม้แต่อะไรเล็กน้อยที่เกี่ยวกับที่นี่หลุดออกไป ความลับของเธอจะแตกทันที” เขาขู่ฉัน ด้วยคำพูดและนัยน์ตาคมกริบนั่น! แต่เดี๋ยวสิ ก็พวกนายลากฉันเข้ามาเองนี่นา ฉันไม่ได้อยากจะรู้อะไรเกี่ยวกับพวกนายซักหน่อย! ฉันอ้าปากกำลังจะพูดสิ่งที่คิดออกมา แต่ก็..

“เข้าใจมั้ย?” เขาถามเสียงเข้ม พร้อมจ้องมาที่ฉันเขม็ง จนฉันต้องรีบกลืนคำพูดที่จะเถียงออกมาทั้งหมด แล้วตอบรับอย่างอ่อนแรง

“จ้ะ..”

โจอาคิมพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะกล่าวต่อ

“อย่างที่เห็น พรีเฟ็คอย่างพวกเรานอกจากดูแลความเรียบร้อยของนักเรียน พวกเราก็มีหน้าที่ทำการวิจัยและธุระบางอย่างให้กับองค์กรวิทยาศาสตร์ของผ.อ. ส่วนชมรมนี้ ก็ใช้ไว้บังหน้า เพื่อเก็บทุกอย่างเป็นความลับจากนักเรียนและพนักงานคนอื่นๆ รายละเอียดไม่ใช่เรื่องที่เธอจะรู้ ต่อไป เธอมีหน้าที่แค่ช่วยงานเอกสารจิปาถะและดูแลความเรียบร้อยของสถานที่แห่งนี้เท่านั้น ถ้าไม่ได้สั่ง ห้ามถามเกี่ยวกับงานที่เราทำอยู่ ห้ามแตะอะไรในห้องนี้โดยไม่ได้มีใครสั่งเด็ดขาด เพราะเราจะรู้ทั้งหมด และถ้าโดนจับได้ เธอคงจะรู้สินะ ว่าเราจะทำยังไงต่อ”

....จับฉันมัด ยัดใส่ตู้ปลา ประจานว่าฉันเป็นเงือก จนเรื่องถึงเงือกที่เมืองบาดาล ฉันโดนจับกลับไปบั่นคอ ตาย จบ..

ฉันพยักหน้ายิ้มเฝื่อนๆ

“ดี”

ดี

ดีมาก

ยินดีด้วยเซไรน์ เธอได้กลายเป็นทาสรับใช้ของพวกมนุษย์โรคจิตนี่แล้ว!

 

ทุก Comment และ Favourite เป็นหนึ่งกำลังใจที่ทำให้นักเขียนตัวน้อยๆทำงานต่อไป

รักมากๆน้อ~

PANTASIA xxx 





 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

57 ความคิดเห็น

  1. #45 Fishh0097865 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 19:11
    สนุกมากค่ะ >3
    #45
    0
  2. #38 mochi mochi narek (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 19:24
    สนุกมากค่ะไรท์ ชอบจัง😄 มาอัพบ่อยๆน้าา
    #38
    0
  3. #37 Colorberry (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:32
    อัพบ่อยนะคะไรท์ สนุกมากๆ ปกติไม่ค่อยเจอแนวนี้ เขียนดีมากค่ะ
    #37
    1
    • #37-1 PANTASIA_(จากตอนที่ 5)
      21 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:36
      ขอบคุณนะคะ ได้เห็นแบบนี้ชื่นใจเลย จะพยายามอัพบ่อยๆนะคะ
      #37-1
  4. #14 Farella (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 01:04
    ลงชื่อรอด้วยคนน่อว์
    #14
    1
    • #14-1 Pandolla BoX(จากตอนที่ 5)
      8 พฤศจิกายน 2559 / 06:58
      มาแล้วว ขอบคุณที่รอนะ^^
      #14-1
  5. #11 Omioe (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 09:26
    รอออออออ
    #11
    1
    • #11-1 Pandolla BoX(จากตอนที่ 5)
      8 พฤศจิกายน 2559 / 06:55
      อัพแล้วจ้าา ขอบคุณที่รอน้า ^^
      #11-1
  6. #10 น้ำตาลสายไหม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 08:54
    เนื้อเรื่องน่าสนใจดี เราชอบ มาต่อเยอะๆ นะ
    #10
    1
    • #10-1 Pandolla BoX(จากตอนที่ 5)
      8 พฤศจิกายน 2559 / 06:54
      มาแล้วค่าา ขอบคุณที่ติดตามกันนะ ^^ สนุกรึเปล่าบอกด้วย
      #10-1