Pic_หมอเถื่อน ณ บ้านไพร

ตอนที่ 4 : ฮีโร่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 มี.ค. 60

ป่ะป๊าจะกลับชนบทแล้วกำชับนักหนาให้เธอตั้งใจเรียน ที่ผ่านมาต้องแบกหน้าไปแก้ตัวกับฝ่ายปกครองขอโอกาสให้เธอได้เรียน

เมื่อได้โอกาสแล้วอย่าทำให้เสียมันจะกระทบมาถึงผู้ใหญ่ สาวน้อยลูกครึ่งดวงตายังคลอด้วยน้ำตา อธิบายเรื่องชู้สาวพวกนั้นมันไม่จริง

พวกผู้ชายขี้หลีเห็นเธอแต่งตัวสวยเลยตามจีบบางคนเอาของมาให้ เธอเห็นมันเล็กน้อยเลยรับไว้แล้วเอาไปบริจาค ไม่ได้สานต่อความสัมพันธ์คนพวกนั้นสองคนนิ่งเงียบไป ได้แต่มองวิวสองข้างทางก่อนรถจะเข้าไปในเขตมหาวิทยาลัย

ใบหน้าคมคายมองออกไปนอกรถ เธอมองตามที่มองนั่นเห็นมีแต่นักศึกษาสาวมือน้อยๆแอบล้วงหยิกเนื้อทำเอาเขาร้องเอ็ดตกใจ จะชำระความเรื่องที่หายไปทั้งคืนแล้วโผล่มาจากห้องแอรินมันหมายความว่ายังไง

ชายหนุ่มสีหน้าจืดสนิท โดนเด็กย้อนเข้าให้จนได้

“ป๊าเห็นเธอนิสัยดี เลยพูดจาด้วยนิดหน่อย”

“โกหก!

จมูกโด่งน้อยๆเที่ยวไล่ดมตามเสื้อผ้า ดวงตากลมโตจ้องเค้นมองหาพิรุธถามใหญ่กลิ่นของผู้หญิงคนไหน เขาถึงกับหน้าจืดสนิทแค่น้ำหอมผิดกลิ่นยังรู้หรือนี่

“ขอโอกาส ป๊าได้แก้ตัวนะ”

ทันทีที่รถจอดเห็นแอรินยืนคอยท่าอยู่ นึกสังหรณ์ใจแม่นี่ถ้าจะจับผู้ชาย ต้องหาทางกำชับคนของตัวเองไว้ก่อน

“ป่ะป๊ายังจำคำสัญญาที่ให้กับโมนาได้ไหม เข้ามาในเขตมหาลัยห้ามลงจากรถ ห้ามเดินอ่อยให้พวกผู้หญิงเห็น อยู่แต่ในชนบทไม่รู้หรอกผู้หญิงสมัยนี้จ้องจะจับผู้ชาย!” ประโยคนี้เธอจงใจกระแทกเสียงให้ผู้หญิงนอกรถได้ยิน

ชายหนุ่มเอามืออุบปากขำ แล้วเอานิ้วจิ้มๆมาที่คนพูด

“รวมทั้ง คนนี้ด้วยใช่ไหมจ้ะ”

“ป๊า! เค้าโกรธนะ”

เขากอดปลอบแสนงอน

“ล้อเล่นน่า อย่าโกรธป๊านะ”

จะโกรธอยู่แล้วนะดวงตากลมโตเป็นประกาย ถ้าไม่หล่อขนาดนี้คงไม่หวงหรอก ส่วนผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างนอกเดี๋ยวได้เห็นดีกัน เธอแกะกระดุมเสื้อออกเผยอริมฝีปาก

“ถ้างั้นจูบโมนาก่อน”

มืออีกข้างดันประตูออกไป แอรินยืนยิ้มรออยู่เห็นเข้าพอดีถึงกับหน้าเสีย เขาถอนริมฝีปากเกือบไม่ทัน โมนาลิซ่าเพียงสะบัดเส้นผมแสร้งติดกระดุมคืน มองเชิดผู้หญิงอีกคน

แอรินเหมือนตกใจแต่เรื่องแบบนี้เธอรู้เท่าทันเหลี่ยมเชิงผู้หญิงด้วยกัน สักวันจะต้องเขี่ยลูกสาวกำมะลอคนนี้ออกไปให้พ้นทางแน่

โมนาลงจากรถจะปิดประตู ชายหนุ่มดันเอาไว้เผยอหน้าออกมาทักทาย

“สวัสดีครับคุณแอริน”

“เช่นกันค่ะ”

“ว่าแต่ ทำไมวันนี้คุณถึงไม่สวมชุดนักศึกษา”

“ฉันมีถ่ายละครค่ะ วันนี้พึ่งเปิดกอง”

รอยยิ้มของเธอ ช่างหยุดโลกเสียจริง

“พอดีเลยผมจะพาไปส่งเอง วันนี้ผมว่างทั้งวัน”

แอรินเดินเยื้องย่างไปชนไหล่โมนาลิซ่าจนเซแซด  เข้าไปแล้วนั่งเบียดกอดแขนซบไหล่พิงสายตาคู่นั้นบ่งบอกความเป็นเจ้าของชัดเจน ช่างร้ายเหลือเกินเกือบจะเข้าไปลากออกมาตบ ติดที่พึ่งพ้นทัณฑ์บนที่ตรงนั้นมันของเธอมาแต่ไหนแต่ไรทำไมต้องให้หญิงอื่นมาแทนที่ด้วย

รถวิ่งออกไปแล้วได้แต่มองจนลับตา นนทพัทธ์พานักศึกษาทำกิจกรรมขอรับของบริจาคให้บ้านเด็กกำพร้าอยู่แถวนั้น พอจะสวนกันเขาเบี่ยงหลบให้ นึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อคืน ผู้หญิงคนนี้ชีวิตน่าสงสาร แต่เขาทำอะไรไม่ได้เลย

“เดี๋ยวก่อนนายน่ะ รู้ตัวบ้างไหมถูกแฟนสวมเขาแล้ว”

คำพูดนี้เอาเขาฉุนกึก หันมาคว้าแขนทันที

“แล้วมันเรื่องอะไรของเธอ!

ถึงไม่อาจสลัดหลุดจากมือของเขา แต่ใช้สายตาท้าทายไม่เลิก

“แน่นอน เรื่องมันเกี่ยวกับฉันแน่”

ใกล้ขนาดนี้ริมฝีปากสีแดงอวบอิ่มสดสะกดสายตา กลิ่นน้ำหอมแล้วสะท้านเฮือก!กับร่องลึกที่รัดด้วยบราฯสีแดง เธอหยิกแขนเขาจนร้องโอ้ยสลัดหลุดไปได้      หันหลังเดินทิ้งไปดื้อๆทำเอาเขาฉุนแรง

ผู้หญิงอะไรพาลชะมัด

เขาขวางหน้าอีก หยุดไม่ทันเกือบหน้าอกชนกันแล้ว เธอร้องว้ายมือโอบสองเต้าที่เกือบดันเม็ดกระดุมหลุดคู่นั้น โมนาลิซ่ามองด้วยสายตาระแวง ถึงยังไงก็เป็นผู้ชาย

“ฟังฉันพูดให้ดี แอรินเป็นนักศึกษาดีเด่นของมหาลัย ไม่เหมือนกับเธอ”

มันก็ร่านพอกันแหละ!

เผอิญเหลือบไปเห็นกล่องรับบริจาค ติดป้ายชื่อมูลนิธิยอดนักสู้

“นาย คิดจะไปทำอะไรที่นั่น?”

เจ้าของใบหน้ามีไรหนวดเคราโกนยังไงไม่เกลี้ยง มองเฉไปทางอื่น

“ช่วยเด็กด้อยโอกาสไง ในโลกนี้ไม่ได้มีคนทำดีเป็นอยู่คนเดียวหรอกนะ”

***   ***   ***  ***

ช่วงพักเที่ยงเลิกออกไปหาทานข้าวข้างนอก ถือจานอาหารมาทานคนเดียว  เธอไม่มีเพื่อนคบเลยจะไปมุมไหนมีแต่คนลุกหนี พวกผู้หญิง กะเทย อีแอบล้วนส่งสายตาจิกกัดลับหลังเธอทั้งนั้น ห่างหน่อยเริ่มมีเสียงนินทาเยาะเย้ย

ส่วนพวกผู้ชายที่ทำหน้าหื่นๆคอยจ้องส่วนเว้าส่วนโค้ง เคยมีครั้งหนึ่งใช้จานอาหารตบคนโรคจิตแอบถ่ายใต้กระโปรงมาแล้ว

วันนี้ท่าจะเจออีกนึกถึงสมัยปีหนึ่งเธอเคยมีเพื่อนรายล้อมมากมาย ป่ะป๊าก็จะกลับแล้วความรู้สึกตอนนี้มันเหงาว้าเหว่เหลือเกิน

นักศึกษาสาวคนหนึ่งสีหน้าดูกังวลมาเดินเลียบเคียง แต่ไม่กล้าลงนั่ง เดินวนไปมาจนโมนาลิซ่ารำคาญ พอถูกเอ็ดเข้าหน่อยจึงยอมนั่งลง เธอคือเพื่อนสมัยปีหนึ่งชื่อมุนา หลังๆเริ่มห่างกัน นิสัยเป็นคนเรียบร้อยมาขอปรึกษาเรื่องส่วนตัว โมนาลิซ่าเปิดตลับแป้งมาเติมหน้าไปด้วย

มองดูหน้าตาเหมือนคนเครียดหนักไม่ได้นอนมาทั้งคืน พูดจาเบาค่อยจริงนะแถมจับประเด็นไม่ได้ จะมาปรึกษาเรื่องอะไร คุยในนี้คงไม่ได้เรื่องแน่ ตัดรำคาญดึงข้อมือมุนาออกมาหามุมสงบไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน

“บอกมาซิ ปัญหาของเธอมาจากเรื่องผู้ชายใช่ไหม”

มุนาก้มหน้า ยอมรับโดยอาการนิ่ง

“ถ้าให้เดา ผู้ชายคนนั้นคงทำเธอท้องสิท่า”

คราวนี้มุนาบ่อน้ำตาเป็นเผาเตาทันที ถึงน่าเบื่อแต่โมนาลิซ่ายอมใช้อ้อมกอดของตนเองให้เพื่อนกอดคลายทุกข์

“ฉันไม่แน่ใจจะท้องไหม แต่ฉันกลัวจริงๆ”

“แล้วเธอตรวจ แน่ใจแล้วหรือไง”

“ฉันไม่กล้าไปตรวจแต่เดือนนี้เลือดฉันไม่มา ฉันกลัวมากกลัวพ่อกับแม่รู้ท่านจะเสียใจ”

มุนาเล่าเรื่องที่เริ่มคบหากับนักศึกษาต่างคณะ เขาหน้าตาไม่ได้หล่ออะไรเลยแต่พูดจาดีเอาอกเอาใจเก่ง ตามติดมาเป็นเดือนจนเธอใจอ่อนยอมคบเป็นแฟน มีครั้งหนึ่งติดงานที่คณะจนค่ำ

เขาอาสาไปส่งหอพักแต่เลยเข้าโรงแรม ทีแรกเธอขัดขืนแต่เขาถามว่ารักเขาไหม เธอจึงยอมเป็นของเขาโดยไมได้ป้องกันอะไรเลย เวลาตอนนี้ผ่านมาเป็นเดือนแล้ว

พอรู้เลือดผู้หญิงไม่มา ฝ่ายผู้ชายหายหน้าไปไม่โผล่มาให้เห็นเลย เธอกลัวว่าจะท้องแล้วเขาไม่มารับผิดชอบ โมนาลิซ่ามือเท้าคางฟังแค่ถูกผู้ชายหลอกฟันแล้วทิ้งจะอะไรเสียอีก

 “ถ้าเกิดฉันท้องเธอพาฉันไปทำแท้งได้ไหม ได้ยินมาว่าไปทำแท้งหลายครั้งแล้ว”

ถึงกับคางสะดุดปากสั่นริก จะร้องไห้ตามก็คราวนี้

“ฉันไม่เคยท้อง! บ้า! เธอไปได้ยินมาจากไหน”

แม้แต่คนเป็นเพื่อนยังคิด โมนาลิซ่าหัวหมุนติ้วต้องรวบรวมสติปั้นหน้าให้ยิ้มเข้าไว้ คนไหนปล่อยข่าวลือได้เจอกันแน่ ถ้าไม่ใช่พวกนุชคงเป็นแก๊งกะเทย ตอนนี้จัดการเคลียร์ปัญหาของเพื่อนก่อน เมื่อไม่ชัวร์ว่าท้องจริงบ่ายนี้จะพาไปเอง โมนาลิซ่ารู้จักผู้ชายคนนั้น เคยมาตามตื้อ

เจ้าชู้มือไวเลยโดนสเปรย์พริกไทยไป

ยังมีผู้หญิงไปหลงคารมมันอีกเชื่อเลย ความจริงมุนาเป็นคนสวย เคยมีเพื่อนผู้ชายนิสัยดีในคณะหลายคนตามจีบ มุนาชอบทำหน้านิ่งๆเหมือนจะหยิ่ง พอเขามาคุยด้วยกับเดินหนี คงคิดว่าผู้หญิงสวยอย่างเธอคงมีคนคบแล้ว

ไม่นานพวกนี้ไปคบเพื่อนของเพื่อนอีกที มุนาบอกเสียดายเหมือนกันแต่ตอนนั้นมันตัดสินใจไม่ถูกจะคบใครดี โมนาลิซ่าสรุปว่ามุนาเป็นเหยื่อความว้าเหว่ของตัวเอง ถึงได้ยอมใจอ่อนกับผู้ชายพรรค์นั้น

 “จำไว้นะ ผู้ชายดีๆไม่ใช่ทุกคนจะเข้ามาหาง่ายๆ ถ้าเธอไม่รู้จักให้ทางเสียบ้าง โน่นผู้ชายไม่ดี ถึงไม่เปิดทางมันก็หาทางเข้ามาเองแหละ” จากนั้นหยิบเอาของจากกระเป๋าถือมาส่งให้ มุนาถึงกับทึ่งมันคือถุงยางกลิ่นเหมือนสตอเบอรี่

“จำไว้ให้พกติดตัวไว้ด้วย ผู้ชายชอบมักง่าย แต่ผลของความมักง่ายมันมักมาตกที่ผู้หญิง”

“เธอพกของพวกนี้ติดตัวพันอเหรอ งั้นเธอก็ไม่ท้อง”

มุนาทำท่าจะส่งกลับคืน

“ฉันแพ้ยี่ห้อนี้ เธอเอาไปใช้เถอะ”

มาคิดดูอีกทีป่าปะจะทำตัวแย่ๆทำผู้หญิงท้องไม่รับไหมนะ ตอนนี้ถูกแอรินหิ้วไปแล้ว

ไล่เรียงข่าวลือจากปากมุนา ตัวการปล่อยข่าวลือคงเป็นแก๊งกะเทย เธอกดโทรศัพท์เรียกไปยังดาวพระเกตุ

“แกว่างไหม ฉันมีงานด่วนให้ทำ”

“อีกแล้ว เด็กฉันแผลยังไม่หายเลยนะ”

“งานนี้งานเบาแต่จ่ายไม่อั้น ให้มาขู่ไอ้คนทำผู้หญิงท้องไม่รับที ถ้ามันไม่รับให้กระทืบได้เลย”

ฟังดูน่าตกใจ แต่แล้วมุนาก็เข้ามากอดร้องห่มร้องไห้ คิดถูกจริงๆที่มาปรึกษาด้วย

นิดามายืนลับๆล่อๆจะเข้ามาไม่เข้ามา โมนาลิซ่าทำตาเคร่งใส่ แม่นี่จะมาหาเรื่องอะไรอีก มุนากลับกวักมือเรียกเข้ามา นิดาอยากให้เธอสอนแต่งหน้าให้

ที่ผ่านมาไม่ได้เกลียดชังอะไร แค่ถูกเพื่อนลากไปลากมา มุนาช่วยพูดอีกแรง อยากให้เข้ากลุ่มด้วย นิดาเป็นคนหัวอ่อนช่างจินตนาการ ควรมีผู้นำที่เข้มแข็งคอยชี้แนะ โมนาลิซ่าได้ยินแล้วชอบใจ

สาวลูกครึ่งเผยหน้าสดตนเองมีตกกระตามกรรมพันธุ์ให้เพื่อนสาวดู มันทำให้ตอนปีหนึ่งที่ดูนิ่งเพราะขาดความมั่นใจ ผู้หญิงถ้าอยากมีความมั่นใจต้องสวยไว้ก่อน กำลังคุยกันสนุกดันมีนักศึกษาชายคุกเข่าส่องกล้องถ่ายรูปดังรัวๆ เห็นเรียวขางามๆนั่งไม่ระวังให้ล่อตา 

โมนาลิซ่าถึงกับปากเป็นรูปสระอิ ก้มลงคว้าร้องเท้าจะปาใส่ พวกโรคจิตถ่ายใต้กระโปรงแน่ มุนาคว้าข้อมือห้ามไว้ เธอรู้จักเขาคนนี้ชอบถ่ายรูปชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย มีผลงานออกแสดงตลอด

“บางทีคนเขาเห็นเธอสวยเลยอยากถ่ายรูป ไมได้ถ่ายอกุศล เธออย่ามองในแง่ร้ายสิ”

***  ***  ***  ***

ยังมีเวลากว่าป่ะป๊าจะมารับ ออกไปนอกรั้วมหาลัยเข้าไปหาของใช้ในร้านสะดวกชื้อ เห็นนนทพัทธ์กับเพื่อนนักศึกษาเดินถือโทรโขงขอบริจาคให้บ้านเด็กกำพร้าอยู่แถวนั้น สีหน้ามุ่งมั่นมาก

รถของนักศึกษาสตาร์ทไม่ติดเขาก็อาสาพาเพื่อนไปช่วยเข็น ใช้เกียร์กระตุกจนรถเดินเครื่องได้ เห็นเหงื่อซกท่วมตัวแต่ก็ยังหัวเราะฮาเฮ ความจริงเป็นคนดีมากมีจิตทำเพื่อส่วนรวม ไม่น่าถูกแฟนสวมเขาเลย 

มีเสียงโทรศัพท์เรียกจากเกตุ บอกกำลังตกลงกับเจ้าคนทำผู้หญิงท้องไม่รับ ตอนนี้ถูกโย่งกับคงกะพันขู่ตะคอกอยู่ ท่าทางขี้ขลาดมากจะฉี่ราดอยู่แล้ว รับปากทันทีจะไปพบมุนาเพื่อรับผิดชอบเรื่องที่ทำลงไป

“ดีมาก คอยตามพฤติกรรมไว้ถ้าเบี้ยวกระทืบได้เลย เสร็จงานค่าจ้างงวดนี้ฉันจะยกบราฯกับแพนตี้ให้”

ขากลับเดินลัดซอยตัดเข้าในรั้วมหาลัย เวลานี้นักศึกษากลับไปเยอะแล้ว ทำให้ดูเปลี่ยวคน แต่ระยะสั้นนี้เองเดินแปบเดียวก็เดินถึง ละเมาะไม้ข้างทางมีผู้ชายเนื้อตัวผอมแห้งผมเผ้าเป็นกระเซิงถือกระป๋องกาวเดินออกมา

มันมองหญิงสาวตาเขม็งอย่างหื่นกระหาย พอดมกาวอารมณ์หื่นกามมันขึ้น ให้มีหมาตัวเมียผ่านหน้าตอนนี้มันก็จะเอา แต่ที่เห็นตอนนี้เหมือนนักแสดงสาวเอวีหลุดจากจอชัดๆ

ยิ่งเห็นใบหน้าหวานหยด เส้นผมสีน้ำตาลดัดเป็นลอนสวย ใต้ชุดนักศึกษามองรางๆเห็นบราฯสีแดงแบบครึ่งเต้า เหมือนลูกโป่งพองลมที่ดันเม็ดกระดุมแทบปริ

เอวเธอคอดกิ่วได้รูป แล้วสอดสายตาลงไปถึงกระโปรงสีดำที่ปกปิดก้มงามงอนไว้ในกระโปรงสั้นเต่อ ตอนก้าวขาขึ้นฟุตบาทเห็นแพนตี้สีแดงชะเวิกชะวาก

หญิงสาวรู้ตัวเริ่มระแวง เหลียวซ้ายแลขวาแถวนี้เปลี่ยวเสียด้วย  เธอเอากระเป๋าปิดหน้าขาตนเอง นึกขออย่าให้ไอ้บ้านี้มันสนใจ  

ทนเดินไปอีกหน่อยจะเข้าไปในรั้วมหาลัยแล้ว นึกโมโหทำไมช่วงนี้มันเปลี่ยวคนนัก พอใกล้มันตรงเข้ามากระชากกระเป๋า เธอยื้อไว้ร้องให้คนช่วย มันหัวเราะชอบใจ ทำเสียงหืดๆ “ชอบแต่งโป๊ยั่วนักเหรอ” มันคอยโอกาสลากพวกแต่งตัวยั่วๆมานานแล้ว

ร้องให้คนช่วยไปเถอะ ให้ปากฉีกก็ไม่มีคนมาช่วย

บ้านคนแถวนี้ไม่มีคนอยู่เพราะมันเป็นบ้านร้าง จับลูกกระเดือกทำให้ร้องไม่ออก นางเอกเอวีจะหนีไปไหนพ้น หมายตาขยุ้มที่หน้าอกก่อน เธอเบี่ยงหลบมือเลยคว้าที่ปกเสื้อฉีกดังขวาก ได้เห็นเนื้อขาวอมชมพู ไอ้เดนสังคมบ้ากามยิ่งหื่นเท่าทวีใช้ฝ่ามือสากคลึงเค้นเนื้อนุ่มๆ

โมนาลิซ่าขนลุกไปทั้งตัว ร้องอื้อๆเสียงไม่ออก สุดสะอิดสะเอียนกลิ่นเหม็นสาบของมัน  ที่ปากซอย นนกับพรรคพวกเดินผ่านมาพอดี เธอใช้มือบีบไข่มันเต็มแรง ได้ผลไอ้บ้ากามคลายมือทีบีบคอ เป็นจังหวะให้เธอร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียง

พวกที่เดินอยู่ปากซอยร้องเฮ้ย! เห็นเหตุการณ์เข้าพากับวิ่งกรูเข้ามา คนร้ายมันเห็นท่าไม่ดีจะจวนตัวชักมีดออกมา นนสูงใหญ่กว่ามากและยังมีชั้นเชิงมวย หลบคมมีดเตะสวนโครมเข้าชายโครง แล้วทิ้งหมัดขวาเข้าโหนกแก้มจนหน้าสั่น ขาข้างหนึ่งทรุดลง โมนาลิซ่าฉวยจังหวะนั้นฉีดสเปรย์พริกไทใส่หน้าคนร้าย

เผอิญลมเปลี่ยนทิศ พัดสเปรย์ไปเข้าตาเขา พลาดท่าโดนคมมีดที่แขน

โชคดีที่เพื่อนนักศึกษาคอยจังหวะใช้ท่อนไม้หวดเข้าที่ข้อมือจนมีดหลุด คนร้ายถูกรวบตัวจับกดดับพื้นไว้ได้ ตำรวจกับยามมหาวิทยาลัยมารับตัวไปทันที นนปิดตาข้างหนึ่งโชคดีที่โดนเล็กน้อย ลงไปช่วยเก็บของให้

โมนาลิซ่าร้องสะอึกสะอื้น สองแขนโอบเต้าเอาไว้แทบจะปกปิดผิวขาวอมชมพูไว้ไม่มิด เขาถอดเสื้อออกเหลือแต่เสื้อกล้ามข้างใน เธอผงะนึกว่าเขาจะปล้ำ ยังเสียขวัญไม่เลิก

“ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก เอ้าใส่เสื้อผมคลุมไว้”

ชอบแต่งตัวโป๊ๆเป็นไงล่ะคราวนี้ เกือบโดนข่มขืนเข้าให้แล้ว นนอยากสมน้ำหน้าแต่เห็นน้ำตาแล้วอดสงสารไมได้

พอเหลือแต่เสื้อกล้ามโมนาลิซ่ามอง อื้อฮือกล้ามเป็นมัดหุ่นดีไม่ต่างจากป่ะป๊าเลย เห็นเขากำลังก้มเก็บของที่ตก แสบๆตากำลังเพ่งอ่านสลากให้แน่ใจ โมนาลิซ่าอายมากรีบคว้าไปจากมือ  

ย่อตัวลงเก็บของที่เหลือ เนื้อขาวที่ปลิ้นจากผ้าผืนน้อยสีแดง ทำเอาชายหนุ่มใจหายวาบ  รีบเก็บอาการตื่นที่เป้ากางเกง 

ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุให้การอยู่พักหนึ่ง เธอปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีไปเพราะเป็นคดีอาญา เห็นนนคุยกับตำรวจ บาดแผลที่แขนเลือดไม่ไหลมากก็พออุ่นใจ จนถึงตอนนี้ยังไมได้ขอบคุณเขาเลย

“ขอบใจนายมากนะที่ช่วย ว่าแต่แผลเป็นยังไงมั่ง”

“แค่หนังกำพร้าถลอกแต้มยาแดงก็หาย ว่าแต่เธอไม่เป็นไรแน่นะ”

ได้ขวดน้ำมาล้างตาพูดคุยไปด้วย  มองเธอใส่เชิ้ตนักศึกษาของเขาดูหลวมๆ  โมนาลิซ่าตัวเล็กมากดูน่ารัก บางครั้งก็ดูน่าแกล้งเหมือนตุ๊กตา

เจ้าตัวรู้สึกสายตาที่มองมีแต่ความจริงใจแบบที่ไม่มีนัยสำคัญอะไร มองเธอเหมือนมองเพื่อนร่วมสถาบันคนอื่น นอกจากป่ะป๊าแล้ว ไม่เคยรู้สึกเป็นมิตรกับใครขนาดนี้มาก่อน แบบนี้ค่อยคบกันได้หน่อย

ที่ผ่านมาหลงคิดไปเองว่าเขาตามตื้อ ความจริงเขาวางตัวเป็นนักศึกษารุ่นพี่ที่ดีคอยช่วยเหลือน้องๆทุกคน

เย็นนี้กลายเป็นว่าปู่อนันต์มารับแทน ลงจากรถมาสอบถามเหตุร้าย พอทราบคนหนุ่มหน้าตาคมเข้มคือคนที่ช่วยคนของตนเอาไว้ ถึงกับเข้ามาขอบอกขอบใจใหญ่   สมกับเป็นลูกชายนายตำรวจใหญ่  

โมนาลิซ่าขึ้นรถไปแล้วปิดประตูแต่กระจกดันขึ้นไม่หมดเธอกำลังผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า

ชายหนุ่มเห็นแผ่นหลังขาวๆรีบเบนสายตามาที่ท่าน เธอลืมของทำตกไว้เลยฝากใส่มือท่าน เป็นเจลชะลอการหลั่งของผู้ชาย ท่านอนันต์เห็นถึงกับหัวเราะชอบใจใหญ่เอียงหน้าเข้ามาใกล้

“พ่อหนุ่ม อย่าเห็นว่าฉันหมดน้ำยาสิ”

“ไม่ครับ ท่านยังดูแข็งแรงอยู่มาก”

หญิงสาวตัวเล็กทรงโตเหมือนตุ๊กตาในฝันของเหล่าชายหนุ่ม ดันประตูรถออกมาพาดขาชันเข่าข้างหนึ่งกระโปรงยังสั้นเต่อตัวเดิม คนหนุ่มใจหายแว่บส่งเสียงกระแอมให้เจ้าตัวรู้ให้รีบหุบขา

โชคดีที่มุมตรงนี้มีเขาเห็นเพียงคนเดียว ท่านอนันต์กำลังหันไปคุยกับตำรวจ พอลงจากรถได้แล้วใบหน้าแจ่มใสขึ้นเหตุร้ายเมื่อครู่ไม่ทำให้เธอขวัญเสียนานนัก เธอหอบเอาเชิ้ตมาคืนเขาจากนั้นกลับไปรอที่รถ สายตาที่คนหนุ่มมองหญิงสาวคนแก่ผ่านชีวิตมามากย่อมดูออก มันเต็มไปด้วยความอาดูร

“พ่อหนุ่มหากสนใจโมนาลิซ่าละก็ฉันยกให้ได้นะ คนกันเองอยู่แล้ว ฮ่า ฮ่า

เขาหน้าตึงทันที ทำไมถึงชอบหยามชีวิตลูกผู้หญิงคนหนึ่ง คิดจะยกให้ใครก็ได้

“ไม่ล่ะครับขอบคุณ ผมมีคนรักอยู่แล้ว ขอให้ท่านมีความสุขกับชีวิตครอบครัวนะครับ”

“แน่นอนอยู่แล้วพ่อหนุ่ม แก่ๆอย่างฉันคงอยู่ดูโลกได้อีกไม่นาน อยากมีทายาทไว้สืบสกุล มันต้องเร่งกันหน่อย”

“ว่าแต่เธอ ยังเรียนอยู่นะครับ”

หันไปมองหญิงสาวบนรถพร้อมกัน

“วัยขนาดนี้กำลังดีเลยท้องก็ให้ดร็อปเรียนมาบำรุงครรภ์ ผมจะให้หมอมือดีที่สุดมาดูแลเธอเอง”

รถลีมูซีนแล่นผ่านหน้าไปแล้ว ความจริงเศรษฐีเฒ่ารายนี้ไม่ถึงกับร้ายนัก ยังไงก็มีเงินมหาศาลให้ชีวิตลูกผู้หญิงคนหนึ่งได้พึ่งพิงใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย มองดูเสื้อเชิ้ต กลิ่นกายของหญิงสาวยังติดอยู่เลย พอคลี่ผ้าเท้านั้นดันเจอชุดชั้นในถึงกับร้องเฮ้ย!  

เขารีบห่อกลับเข้าที่เดิมก่อนใครจะมาเห็น จะรู้ตัวหรือเจตนากันแน่ โคลงหัวดิกไม่หรอกเธอคงเผอเรอมากกว่า พรุ่งนี้วันหยุดด้วยคงไมได้เจอกันกันตนเองกับเพื่อนนักศึกษาจะต้องนำเอาของบริจาคไปที่บ้านเด็กกำพร้าอยู่แล้ว ไม่แน่อาจเจอเธอที่นั่น

***  ***  ***  ***

กฤษณ์พาแอรินมาที่คฤหาสน์ของตน ทางเข้ามีชายฉกรรจ์สวมหมวกไบเล่ยืนอยู่ลักษณะคล้ายทหารท่าทางขึงขัง ในป้อมยามและในสนามหญ้าล้วนมีคนพวกนี้ บางคนสะพายปืนอย่างเปิดเผย

เขาบอกว่าการ์ดพวกนี้เป็นทหารรับจ้างเคยผ่านสงครามมาแล้วทั่วโลก คุณพ่อจ้างเอาไว้คุ้มกันตัวท่านจากฝ่ายตรงข้ามทางธุรกิจ ส่วนตัวเขาเลือกทำอาชีพหมอเพราะต้องการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ตนเองไม่ต้องการสืบทอดกิจการ ที่ต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงภัยเช่นนี้ ส่วนแอรินสนใจแต่ความใหญ่โตโอ่อ่าของสถานที่

เธอรู้แล้วว่าคุณพ่อของเขาเป็นมาเฟีย เคยเห็นข่าวถูกรัฐบาลต่างประเทศขึ้นบัญชีต้องการตัวไปดำเนินคดี แต่ใครจะสนในเมื่อรวยมหาศาลถึงปานนั้น  นักการเมืองโกงกินในประเทศนี้ยังเชิดหน้าอยู่ได้ในสังคม พอถูกดำเนินคดี จนหนทางพ้นผิดก็หอบเอาเงินไปเสวยสุขอยู่ต่างประเทศ

ชีวิตต่างจากพวกที่ขออยู่อย่างมีศักดิ์ศรีแต่จนกรอบได้แต่ก้มหน้ามองดิน ครอบครัวของเธอเป็นเช่นนั้น ทุกคนได้แต่หวังพึ่งเงินจากงานแสดงของเธอ นี่หรือคือศักดิ์ศรี

 คนรับใช้นับสิบยืนเรียงแถวรอนายลงจากรถ พวกเมดหน้าตาจิ้มลิ้มต่างยิ้มเล็กยิ้มน้อยให้เจ้านายหนุ่มรูปหล่อ เสียแต่วันนี้เขาพาผู้หญิงที่ได้ยินว่าเป็นดารามาด้วย มีโมนาลิซ่าแค่คนเดียว พวกเธอยังไต่ขึ้นเตียงเจ้านายหนุ่มไม่ได้เลย

ยังมีสาวสวยมาเพิ่มอีกคน เขาสั่งกับหัวหน้าแม่บ้านให้เตรียมดินเนอร์  คืนนี้เขาจะแนะนำแอรินกับคุณพ่อ อีกสักครู่ท่านคงมาถึงพร้อมกับโมนาลิซ่า

ห้องสีชมพูของคฤหาสน์ตกแต่งด้วยฟอร์นิเจอร์สวยหรูลวดลายแมวคิดตี้ แอรินถึงกับตื่นตา เขาแนะนำห้องในฝันของเด็กผู้หญิงทุกคน ห้องนี้เป็นของโมนาลิซ่า ที่ผนังล้วนมีแต่รูปถ่ายของเขาคู่กับโมนาลิซ่า แอรินรู้สึกตาร้อน แต่ละภาพยังกับถ่ายพรีเวดดิ้ง หวานชื่นอะไรขนาดนั้น  

“ห้องนี้โมนาพึ่งเข้ามาอยู่ได้ไม่นานเองครับ ก่อนหน้าเธออยู่โรงเรียนประจำ”

แอรินถามถึงประวัติของโมนาลิซ่าเพิ่มเติม ต้องการรู้ที่มาคู่แข่งหัวใจให้มากกว่านี้ เขาเล่าว่าโมนาลิซ่ามาจากชนเผ่ากะเหรี่ยงในพม่า แม่ของเธอถูกทหารยิงเสียชีวิตเพราะต้องการปกป้องแผ่นดิน เพียงเพราะรัฐบาลจะให้สัมปทานป่าไม้กับนายทุนทุนต่างชาติ และนายทุนคือพ่อของเขาเอง

เด็กน้อยที่ใสซื่อบริสุทธิ์ต้องโตมาบนโลกโดยขาดพ่อแม่ ขอบตาของเขาเริ่มแดงเรื่อมีน้ำใสๆคลอ แอรินได้ฟังถึงกับอึ้ง เขาต้องการไถ่ถอนความผิดนี่เอง

ในวันที่เขาไปทำกิจกรรมวันเด็กในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง ได้พบกับเจ้าหญิงแสนสวยในชุดกะเหรี่ยงมาขอนั่งตักเขา อ้อนขอให้อุ้มหน่อย เพียงใบหน้าใกล้ชิดกัน เด็กจูบปากของเขา และเขาจูบตอบเช่นกัน เท่านั้นแหละเด็กติดแจให้อุ้มทั้งงาน ถ้าปล่อยจะลงไปดิ้นเกลือกกลิ้งเลย

พอรู้ประวัติของเด็กคนนี้ ชายหนุ่มถึงกับหลั่งน้ำตา เธอต้องเสียครอบครัวเพราะความโหดร้ายของพ่อเขาเอง

 แอรินแทบวางสีหน้าไม่ถูก “แต่ว่า ไม่เห็นจำเป็นต้องเอามาเลี้ยงดูขนาดนี้ก็ได้นี่คะ”

ชายหนุ่มยิ้มอ่อน  “หลังจากนั้นผมจึงส่งเสียให้เธอได้เรียนโรงเรียนประจำ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่ออนาคต   ที่ดีวันหน้า ส่วนตัวผมจะตั้งหน้าทุ่มเทให้กับการทำหน้าที่แพทย์ชนบท คงไม่ได้อยู่ดูแลมาก จะติดตามถามข่าวกับโรงเรียนโดยเฉพาะผลการเรียนของเธอที่ทำได้ดีมาก

นานทีจะมาเยี่ยมเธอสักครั้ง เด็กโตขึ้นทุกวันจนเป็นสาว คุณพ่อเข้าใจผิดว่าลูกชายของท่านได้เสียเลี้ยงดูเป็นภรรยา เลยไปรับเธอมาอยู่ที่นี่ ท่านเพียงอยากได้หลานไว้สืบสกุล”

รถของปู่อนันต์กับโมนาลิซ่ามาถึง หัวหน้าแม่บ้านมารายงานเรื่องคุณกฤษณ์จัดดินเนอร์ต้อนรับผู้หญิงที่ชื่อแอริน

หน๊อย กล้าบุกมาถึงบ้าน โมนาลิซ่ารีบจ้ำขึ้นบันได

“ป่ะป๊าขา! โมนามาแล้ว”

สองคนกำลังยืนคุยกันอยู่ในห้อง โมนาลิซ่าพรวดพราดเข้ามา โดดขี้เกาะเอว ทำเอาชายหนุ่มหงายหลังตึงลงบนเตียง เข้ามาปล้ำจูบพัลวัน แอรินถึงกับแบะปาก ชั้นในไม่นุ่งมาเกาะผู้ชายหน้าไม่อาย เป็นอย่างทีลือกันจริง หล่อนไม่นุ่งอะไรข้างในเลย คงยั่วผู้ชายมาหมดทั้งมหาลัย

“โมนาเดี๋ยวก่อน ทักทายแอริน เธอจะมาเป็นแขกของบ้านเราคืนนี้”

“ไม่ต้องค่ะ รู้จักแล้ว”

นี่มันพ่อกับลูกแน่หรือ นัวเนียกันเหลือเกิน แอรินต้องกระแทกส้นเท้าตึงตังออกไปทันที

บนโต๊ะอาหาร กฤษณ์แนะนำแอรินกับคุณพ่อ ถึงกับตาแพรวพราว สาวสวยที่เจอในงานวันนั้น ได้มาเจอกันอีกจนได้

โมนาลิซ่าเพียงใส่ชุดนอนขาสั้นสีชมพู ไม่ได้แต่งตัวเพื่อให้เกียรติแขกในคืนนี้เลย หล่อนซดเส้นสปาเก็ตตี้ทีละเส้น จากนั้นย้ายไปนั่งตักป่ะป๊า เอาปลายเส้นใส่ปากของเขาแล้วดูดหากันดังจ้วบกับปู่อนันต์

มันเป็นเรื่องธรรมดาที่สองคนนี้ชอบเล่นกัน แอรินถึงกับหางตาสั่นริกนี่หรือดินเนอร์ ถึงกับจะลุกหนีกลับบ้าน ปู่อนันต์ห้ามไว้ จะมีผู้หญิงกี่คนต่อกี่คนมาบ้านนี้ เจอฤทธิ์โมนาลิซ่าเข้าไปเป็นเปิดแน่บทุกคน แต่กับสาวสวยคนนี้ตนอยากดูแลให้เป็นพิเศษ

“มากับพ่อนะ พ่อจะพาไปดูเครื่องเพชร”

มหาเศรษฐีเชื้อเชิญทั้งที สาวสวยกับเครื่องเพชรมันคู่กันอยู่แล้ว แอรินไม่ลังเลที่จะตามชายสูงวัยขึ้นไปบนห้อง แม้อายุมากร่างกายยังทรงกำลัง แข็งแรงไม่ต่างจากคนหนุ่ม คนเป็นลูกชายได้แต่มองตาม

ถึงจะผ่านโมนาลิซ่ามาได้ ด่านต่อไปต้องมาเจอคุณพ่อของเขาอีก ถึงท่านจะอายุมากแต่ยังนิสัยเจ้าชู้  ชอบปรนเปรอผู้หญิงสาวด้วยเงินทองเครื่องเพชร หากแอรินผ่านคุณพ่อมาได้ เขาจะคบหากับเธอ

จะเหลือก็แต่เด็กแสบ ที่ติดเขาแจเหมือนตังเมคนนี้เท่านั้น

ในห้องนอนสีชมพู หมอนเครื่องนอนเป็นรูปแมวคิดตี้ บนโต๊ะอ่านหนังสือ เจ้าของห้องกำลังนั่งอ่านหนัง พอป่าปะผู้หนุ่มแน่นเดินเข้ามานั่งอิง หยอกล้อยังไงไม่สน เธอเอาดินสอมาวางบนริมฝีปากกับจมูกเล่น ไม่สนใจที่เขาพูดเลย

“งอนป๊าหรือไง”

“ไปอยู่กับแอรินโน่นไป๊”

“เธอกลับไปแล้วนะ”

ตำราเรียนที่เธอกำลังอ่าน เขาช่วยพลิกมาดู

“ไหนมีตรงไหนไม่เข้าใจมั่ง ป๊าจะติวให้”

“ป่ะป๊าจะยกผู้หญิงคนนั้น ให้คุณปู่จริงอะ”

ดวงตากลมโตคู่นั้นดูใสซื่อ ถามมา

คิ้วเข้มได้รูปสวยเลิกขึ้นเชิงล้อเลียน

“ป๊าไม่มีสิทธิ์ ยกผู้หญิงให้คนไหนนะเออ”

เธอเอาดินสอมาวางบนริมฝีปาก งับกับปลายจมูกเล่นอีกแล้ว

“เดี๋ยวจะเหมือนผู้หญิงอื่นน๊า ปู่หนุ่มไฟแรงชิงเอาไปหมด”

เขายิ้มอ่อนโยน มือลูบผมนุ่มเป็นลอนพลิ้วสวย

“ป๊าจะไม่โทษผู้หญิงเลย เธออาจมีหน้าที่ต้องดูแลครอบครัว ความรักอาจต้องมาทีหลังความจำเป็น”

ฮึ..ทำเป็นพูดดี

พอขยับปากมุบมิบดินสอก็หล่น

เขายิ้มเห็นฟัน เห็นไรหนวดของเธอด้วย เอานิ้วมาถูเล่น

“ผู้หญิงอาไรมีหนวด กิ้ว กิ้ว

“ป๊า! เค้าโกรธแล้วนะ”

เธอเอาสันมือน้อยๆทุบหน้าอก เอารวบตัวมานั่งตัก หอมที่กลางกะหม่อม

“พรุ่งนี้ป๊าจะกลับแล้วนะ โมนาต้องตั้งใจเรียน จะได้จบไวๆ”

“แล้วเรื่องของเราละคะ”

“โมนาเรียนให้จบก่อน ต้องเป็นผู้ใหญ่รู้คิดมากกว่านี้ ป๊าไม่ต้องการใช้ฐานะผู้ปกครองมามีอิทธิพลเหนือความคิดของเรานะ”

“หมายความว่าถ้าเรียนจบแล้ว ป่าปะจะรับโมนาเป็นเจ้าสาวใช่ไหม”

“ตอนนี้ต่างคนมีอิสระไปก่อนนะ ป๊ะต้องหาทางเลือกของตนเอง โมนาก็เหมือนกัน เปิดใจรับคนอื่นเข้ามาบ้าง”

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(