Pic_หมอเถื่อน ณ บ้านไพร

ตอนที่ 3 : เส้นทางชีวิตของแต่ละคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 มี.ค. 60

หลังเลิกเรียน แอรินต้องรีบกลับทันที เพื่อต้องเตรียมตัวไปงานแต่งของคนรู้จักในคืนนี้ สถานที่จัดงานอยู่ที่โรงแรมหรูกลางใจเมือง จะไปพบกับนนที่นั่นด้วยเพราะคู่บ่าวสาวเป็นญาติของเขา  ผ่านสวนหย่อมของคณะที่ดอกกุหลาบสีแดงกำลังเบ่งบาน

เผอิญไปเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ สวมชุดสูทผูกหูกระต่ายสีแดง ท่าทางกำลังมองหาคน เธอเข้าไปทักทายเผื่อมีอะไรจะช่วยเหลือ

ดูท่าทางเขาจะเป็นชาวต่างชาติ สายตาที่เขามองไปยังนักศึกษาที่ทยอยลงจากตึกเรียน พอหันมาตามเสียงเรียกทำเอาเธอผงะรีบยืนสำรวมสองแก้มแดงเรื่อ เขาเพียงยิ้มตอบคิดว่าเธอแค่เดินผ่านมา

“ขอโทษค่ะคุณเป็นคนไทย หรือชาวต่างชาติ”

เขาไม่ตอบกลับทำท่าเหมือนไม่เข้าใจคำถาม แอรินพยายามส่งภาษามือและงัดทักษะด้านภาษามาใช้ รู้สึกประหม่าไปหมด ทักษะด้านภาษาเธอฝึกมาแล้ว แต่ถึงเอามาใช้จริงกลับไม่ได้ดั่งใจ

เพื่อนนักศึกษาหญิงหลายคนมาหยุดยืนดูว่าเธอจะไปต่อยังไง มันน่าโมโหจริง ไม่ช่วยพูดแล้วยังมายิ้มอีก

“ยู อา ทัวริส”

เขาไกวนิ้วชี้ เป็นความหมายว่าไม่ใช่

“วอท อาร์ ยู ดูอิ้ง ฮี”

คราวนี้เขายิ้มทำเอาแอรินประหม่ากว่าเดิม ไม่รู้พูดผิดไปหรือเปล่า ว่าแต่ริมฝีปากของคุณคนนี้สวยจัง เวลายิ้มทำให้รู้สึกหัวใจเบ่งบาน  ทำเอาพวกผู้หญิงข้างตัวพลอยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปด้วย

“ผมเป็นคนไทยครับ”

“อะอ้าว ทำไมไม่บอกแต่แรกละคะ”

อยากจะงอนใส่จริงๆแต่เขาเป็นคนแปลกหน้า

“งั้น ก็บอกมาสิคะคุณมาทำอะไรที่นี่ ที่คณะของฉัน แล้วก็สวนกุหลาบของฉันด้วย”

“สวนกุหลาบเป็นของคณะนะ ไม่ใช่ของเธอซะหน่อย”

เพื่อนสาวรีบพูดแซง อันที่จริงอยากมีบทพูดบ้าง แอรินอมลมในปาก จะว่าแง่งอนก็ใช่ ผู้ชายอะไรหน้าตาก็ดีทำไมไม่ยอมพูดแต่แรกให้ปล่อยไก่อยู่ได้

“ขอโทษครับ ที่ทำให้คุณไม่สบายใจ คือผมจะมารับลูกสาวครับ เธอเรียนอยู่ในคณะนี้”

“ลูกสาว!

พวกผู้หญิงอุทาน ต่างหน้าเสียไปตามกัน แอรินกุมขยับส่ายหน้าว่าไม่ใช่แน่

“มีลูกไวจังนะคะ ว่าแต่คุณดูอายุไม่เท่าไหร่ ถ้ามีลูกก็คงระดับอนุบาล โรงเรียนสาธิตอนุบาล อยู่ถัดไปค่ะเพียงแต่มีรั้วกั้น คุณต้องอ้อมไกลหน่อย ว่าแต่แม่เด็กไม่มารับเองหรือคะ”ไม่รู้เขาแกล้งอำอีกหรือเปล่า แต่แบบนี้ไม่ชอบใจเอาเลย

หญิงสาวทำหน้างอเสียแล้ว เขาไม่รู้จะพูดอะไรต่อ พอดีท่านอธิการบดีเดินหน้าตั้งมาทางนี้  ชายหนุ่มหันไปทักทายพูดคุยด้วยอย่างเป็นกันเองและขอตัวไป0อีกทางโดยมีท่านอธิการบดีนำไป ไปยืนคุยที่หน้าตึก มีอาจารย์ฝ่ายปกครองออกมายืนคุยด้วย สีหน้าเคร่งเครียดกันทุกคน ก่อนทั้งหมดจะเดินเข้าไปในห้องรับรอง

“ลูกสาวของคุณคนนั้น เรียนอยู่คณะของเราจริงหรือคะ”

นิดาพูด ยืนบิดกุมมือแน่น ดวงตาหวานเยิ้ม

“ยัยนิด เธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“มาทันเห็นเจ้าชายพอดี”

“เพ้ออีกแล้ว อ่านนิยายเยอะไปนะเรา”

“พี่แอรินไม่เข้าใจ เขาตาสีฟ้าเหมือนเจ้าชายยุโรปเลย”

“ว่าแต่ พวกเธอโดดเรียนไปไหนมา”

แอรินใช้สายคาคาดคั้น นุชยืนอยู่ด้วยพลอยหน้าเสีย

“พวกเรา ไปตามจับผู้หญิงร่านค่ะพี่”

“ใครรึ?”

“นางโมรา”

ทำเอาแอรินขำไปด้วย เอามือกุมท้องเกือบน้ำตาเล็ด

“เข้าใจเรียกนี่ แต่เราอย่าไปยุ่งอะไรเค้าเลย ได้ยินว่าเส้นใหญ่นะคนนี้ ผู้ปกครองบริจาคให้มหาวิทยาลัยไว้เยอะ”

“ผู้ปกครอง หรือว่าสามีแก๊แก่คนนั้นคะ”

นุชพูดแล้วหัวเราะ นิดากลับหน้าสลดยังรู้สึกตกใจอยู่เลยกับตอนที่ไปดักล้อมโมนาลิซ่า

“เป็นอะไรไปยัยนิด”

“ผู้หญิงคนนี้ น่ากลัวนะพี่แอริน”

“น่ากลัว ก็อย่าไปยุ่งด้วยสิ”

แอรินกล่าวทิ้งท้าย

***  ***  ***  ***

ผับที่ปีเตอร์กับพวกชอบไปมั่วสุมเกิดเรื่องตีกันขึ้น ระหว่างแก๊งวัยรุ่นสองกลุ่ม  ปีเตอร์ถูกตีจนสลบเหมือด วัยรุ่นคู่อริถ่ายคลิปไว้แล้ววิ่งหนีออกจากที่เกิดเหตุเร็วมาก มีรถติดเครื่องรอรับอยู่แล้วเหมือนจงใจเข้ามาก่อเรื่อง

พวกการ์ดวิ่งตามไม่ทัน จำหน้าไม่ได้เป็นหน้าใหม่ที่ไม่เคยมา  

พอฟื้นขึ้นมาได้สีหน้าบิดเบี้ยว บอกหัวหน้าพวกมันเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักแต่เตะหนักมาก พูดขู่ห้ามไม่ให้ยุ่งกับผู้หญิงที่ชื่อโมนาลิซ่า ไม่งั้นจะโดนหนักกว่านี้

“คงเป็นเสี่ยแก่ๆคนนั้นแน่ ที่จ้างกุ๊ยมาตีเฮีย มันคงแค้นที่ไปยุ่งกับเด็กของมัน”

“ใครยุ่งก่อนกันแน่ ตาแก่มันมาแย่งเด็กของฉันก่อน”

ปีเตอร์พูด ยังเจ็บต้นคอไม่หาย

“ได้ยินว่าเป็นมาเฟียไม่งั้นมันไม่กล้าเล่นเฮียแน่ แถวนี้ใครก็รู้เฮียใหญ่สุด พ่อเฮียคุมหมด”

ลูกน้องพูดแต่ละคนตาปูด ปากแดงด้วยเลือด

ปีเตอร์ถีบลูกน้องดังพลั่ก!ระบายอารมณ์

“มาเฟียแก่ๆมาจากไหนไม่รู้ แต่แถวนี้ถิ่นอั๊วคุม”

ตัวลูกพี่ตาลุกวาวลิ้นเลียปากที่แตก จะต้องแก้แค้นเอาคืนแน่ โดยเฉพาะผู้หญิงร่านๆหน้าเงินอย่างโมนาลิซ่าสักวันจะต้องโดนดีแน่

รถตุ๊กๆหยุดจอดให้เด็กวัยรุ่นสี่คนลงกลางทาง คนขับบ่นใหญ่เลย ตนเองพึ่งจอดให้ผู้โดยสารลง พวกนี้พรวดพราดขึ้นรถมา แถมยังมีคนถือมีดไม้วิ่งไล่ตาม ต้องบิดคันเร่งหนีสุดชีวิต ว่าแต่เด็กผู้หญิงหน้าตาดีไม่น่ามากับเด็กผู้ชายหน้าตากุ๊ยพวกนี้เลย ดาวพระเกตุดูคลิปที่ตนเองลงมือถ่าย จัดการกดส่งไปให้โมนาลิซ่า ทีนี้ก็ปิดจ๊อบเรียบร้อย

“ว่าแต่พี่เกตุโหดมากจริงๆเตะก้านคอไอ้หน้าจืดนั่น ทีเดียวร่วงเลย”

“ฉันยั้งให้แล้วนะ ไม่งั้นมันคอหักตายไปแล้ว ยิ่งนึกถึงยิ่งโมโห ตอนนั้นมันมาลูบขาของฉัน บอกว่าน้องอย่างว่าใช่ไหม มากับเฮียคืนนี้จัดหนัก ฉันเลยจัดหนักให้มันก่อนไง ปากดีหนักไม่ฟันกรามหักก็บุญแล้ว”

คงกะพันเจ้าเปี๊ยกไว้ทรงผมหัวแหลมเหมือนหัวลิง ถึงกับร้องอู้ว มองเรียวขาลูกพี่สาว คืนนี้ใส่กางเกงขาสั้นน่ารักชะมัด ผู้ชายคนไหนเห็นมันคงอดแซวไม่ได้ แต่ถ้ารู้น้องหนูเตะหนักคงไม่กล้ามาเจ๊าะแจ๊ะแน่

“ไอ้หน้าจืดมันบังอาจลูบขาลูกพี่สมควรโดนแล้ว ลูกสองเจอลูกเตะพลังเจ็ทของฉันเข้าไปสลบคาตีนเลย”

โย่งตบหัวแหลมของมันดังผัวะ

“พลังเจ็ทอะไรกันวะ ดีแต่เตะคนตอนมันกำลังเมาตีน พี่เกตุคนเดียวก็จัดการมันได้แล้ว แกไม่มาช่วยทางฉันกับไอ้เดช ต้องต้านพวกการ์ดเป็นสิบน่ะเห็นมั้ย ไอ้เดชมันโดนปากแตก ดีนะที่งานนี้ไม่มีปืน”

เกตุถึงกับเอ็ดลั่น ตอนนี้ช่วยกันคิดหาทางก่อน โดนตุ๊กๆเอามาปล่อยทางเปลี่ยว แท็กซี่ รถรับจ้างไม่มีจะกลับกันยังไง

***  ***  ***  ***

นนสวมชุดสูทอย่างดีแต่ไม่วายใส่เสื้อยืดอยู่ข้างใน ต่างกับพี่ชายผู้หมวดแดนที่ลงทุนสวมทักซิโด้ งานฉลองแต่งงานคืนนี้คุณพ่อซึ่งเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เป็นเจ้าภาพงาน ทำให้มีแขกที่เป็นข้าราชการชั้นสูงกับคหบดีมาร่วมงานกันมากหน้า

นนรู้จักแค่ไม่กี่คนเอง ต่างจากพี่ชายที่ทำงานราชการจะเดินไปทักทายปราศรัยกับแขกเหรื่อจนทั่วงานแอรินเกี่ยวแขนเจ้าสาวออกมา

ความสวยของแอริน ทำเอาเจ้าสาวดูหมองไปเลย นนไปรับเธอออกมายืนเคียงกัน ปล่อยให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นไปทักทายแขกเหรื่อผู้ร่วมงานบนเวที

เจ้าสาวเป็นลูกของน้า โตมาด้วยกันอย่างพี่น้อง เรียนจบไม่นานก็แต่งงาน เธอยังบอกให้ญาติผู้น้องรีบเรียนให้จบจะได้ลงเอยกับแอรินเสียที“

นนมาตักของว่างใส่ปากเคี้ยว ทำหน้าเฉยชามากจนพี่ชายมาตบบ่า

“เฮ้ย งานแต่งพี่สาวแกนะโว้ย ทำหน้าให้มันสะเบยหน่อย”

“ฉันหิวนี่พี่ วันนี้ทั้งวันยังไม่ได้กินอะไรเลย”

“เออ แล้วแฟนรู้จักเทคแคร์มั่ง ปล่อยไปเดินเดี่ยวในงานอยู่ได้ เมื่อกี้ฉันเห็นไอ้หน้าอ่อนลูกไฮโซคนหนึ่งมันยืนป้อแฟนแก เมาแล้วชักลามปาม ถ้าไม่กลัวงานจะพัง ฉันตั้นหน้ามันไปแล้ว”

“พอเถอะพี่ ไว้หนวดเคราเหมือนโจรไม่เหมือนตำรวจ ยังจะทำตัวโหดอีก”

“เพราะแกดันหน้าเหมือนฉัน มันต้องสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่เซอร์ๆเกือบชุ่ยแบบแก”

น้องชายยังคงทำหน้าเฉื่อย แล้วสายตาไปเห็นสาวสวยคนหนึ่ง เดินสะพายกระเป๋าอยู่หน้างาน โมนาลิซ่า เขาเรียกชื่ออย่างไว แต่เธอไม่เข้ามาในงาน กลับเดินลับสายตาไปอย่างเร็ว พี่ชายเห็นเหมือนกัน รู้สึกหนักใจแทนเสียจริง

“แกควรลืมผู้หญิงคนนั้นได้แล้ว ผู้หญิงดีๆที่แกควรใส่ใจอย่างแอรินอยู่ตรงนี้”

“ไม่รู้ โมนาลิซ่ามาทำไม”

“ไม่แน่ อาจเป็นไซน์ไลน์ก็ได้ ฮ่า”

ผู้หมวดแดนพูดติดตลก

“ไม่ เธอ ไม่ได้ทำตัวแย่ขนาดนั้น”

นนยิ้มไม่ออก พี่ชายปากจัด มิน่าหาแฟนไม่ได้เสียที

ในงานมีคหบดีที่ชอบเข้ามาสุงสิง คอยประกบคุณพ่อของเขา ผู้หมวดแดนชี้ให้นนดูชื่อนายอนันต์ ชวาลย์ราช มีเชื้อสายอินเดีย คนๆนี้ทำธุรกิจไปทั่วโลก ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจสีเทา จัดว่าเป็นมาเฟียข้ามชาติ แต่ในเมืองไทยมีเพียงกิจการโรงพยาบาลเอกชนเอาไว้รักษาคนรวย ตอนนี้พยายามสร้างอิทธิพลด้วยการส่งคนของตนลงเล่นการเมืองท้องถิ่น คบหาแต่นักการเมืองและข้าราชการชั้นสูง     

คุณพ่อกำลังจับตาดูมาเฟียเฒ่ารายนี้อยู่ นนจำได้ติดตาเคยมาบริจาคเงินให้ทางมหาวิทยาลัย และที่สำคัญคือเป็นสามีคราวปู่ของโมนาลิซ่า ชีวิตของเด็กสาวจะเป็นยังไงในวันหน้า ถึงกับยืนซึมไปชั่วขณะผู้หมวดแดน รู้ใจมากระซิบที่ข้างหูว่า “นั่นเมียคนอื่นนะโว้ย” เล่นเอาหูอื้อจากนั้นก็ฉีกยิ้มออกมาได้ เป็นยิ้มที่แห้งแล้งมาก คว้าไหล่พี่ชายมากระซิบแล้วกระทุ้งสีข้าง ขอบคุณที่เตือนสติ ตนเองไม่ได้คิดอะไรเชิงชู้สาวกับผู้หญิงคนนี้แล้ว เพียงแต่สงสารในชะตาชีวิตของเธอเท่านั้น

ในสายตาพี่ชาย นนยังเฉื่อยเหมือนเดิม ต้องเดินฝ่าแขกในงาน เข้าไปกันท่าผู้ชายคนนั้นที่ยืนคุยกับแอริน เธอวางตัวดีมาก ไม่ได้พูดจาแสดงท่าทีอะไรให้ความหวังกับชายอื่นเลย

ดาราสาวสวมชุดราตรีสีชมพู เวลาต้องแสงไฟระย้างามระยิบระยับ งามเลอค่าในสายตาของผู้ชายทั้งงาน แม้แต่คุณพ่อของเขายังเอ่ยปากชม ชาติตระกูลดี  ไม่เคยมีข่าวเสียหาย แปลกใจที่เจ้าน้องชายไม่เห็นค่า ดันไปหลงผู้หญิงชั้นต่ำเข้า

แอรินยิ้มให้กับทุกคนก็จริง หากเมื่อมองไปยังชายคนรักที่ยืนห่างเหลือเกิน

คหบดีที่ชื่ออนันต์มองความสวยของแอรินไม่วางตา ในมือถือแก้วว้อดก้า ดื่มไปหลายแก้วพอเมาเริ่มคุยฟุ้ง เรื่องที่ตนเกษียณจากงานทุกอย่างแล้ว จะมาใช้ชีวิตบั้นปลายในเมืองไทย มีเป้าหมายให้ทำเพียงสองอย่างเท่านั้น

หนึ่งคือได้ร่วมก๊วนตีกอล์ฟกับท่านผู้การ กับสองคือหาอีหนูสวยๆมาเพิ่มพลังชีวิตให้กระชุ่มกระชวย แล้วเอาปากมาใกล้บอกว่าตนเองให้อีหนูที่สวยระดับนี้รออยู่ในห้องเรียบร้อยแล้ว หากสนใจตนจะยกให้เป็นกรณีพิเศษ

ทำเอาท่านนายพลยิ้มไม่ออก บอกทีเล่นตนเองมีภรรยารออยู่ที่บ้าน นิสัยดุมาก ตนยังไม่กล้าแหกคอกตอนนี้ นนเข้ามาได้ยินพอดี รู้สึกเลือดมันขึ้นหน้า ตาแก่ลามก เห็นชีวิตเด็กสาวคนหนึ่งเป็นยังไงถึงกล้ายกให้ใครก็ได้

ท่านนายพลเห็นลูกชายมาพอดี เรียกมาแนะนำตัว นนเพียงยกมือไหว้แบบเสียไม่ได้ ไม่คิดจะมองหน้าด้วยซ้ำ

“ดูท่าท่านอนันต์จะเมา กลับห้องพักก่อนก็ได้นะครับ”

ถือโอกาสนี้ นนอาสาช่วยพยุงพาไปส่งถึงห้องเอง ใจหนึ่งอยากรู้อีหนูที่ว่าใช่  โมนาลิซ่าหรือเปล่า

แอรินออกมาสูดอากาศภายนอกงาน  ใจจริงอยากดูทิวทัศน์ในยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ ที่ๆเหมาะคือคอฟฟี่ช้อปจุดชมวิวระฟ้า สามารถมองผ่านกระจกใสเห็นแสงสีของกรุงเทพฯ ที่สว่างกว่าเดือนดาวบนฟ้าเสียอีก

คนในนี้มีเพียงพนักงานคุมหน้าบาร์  ที่โต๊ะมุมหนึ่งยังมีคนนั่งอยู่ กำลังเพลิดเพลินกับการชมวิวเช่นกัน พอแอบมองจากด้านข้าง เขาคือเจ้าชายของยัยนิดนี่เอง พึ่งเจอเมื่อตอนเย็น ตกค่ำยังมาเจอกันอีกโดยบังเอิญ เขาหันหน้ามา จังหวะที่พนักงานมาเสิร์ฟเครื่องดื่มจึงได้เห็นกัน

“คุณนั่นเอง บังเอิญโลกกลมจังเลยนะคะ”

บรรยากาศตอนนี้มันช่างเหมือนในฉากหนัง ที่พระเอกพบกับนางเอก แอรินหลับตาปลื้ม

“ถ้าไม่รังเกียจ เชิญมาร่วมโต๊ะได้นะครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

กาแฟส่งไอกรุ่นวางอยู่เช่นนั้น เจ้าตัวไม่ยกมาดื่มจนหญิงสาวรู้สึกแปลกใจ“”

“กาแฟที่นี่อร่อยนะคะ ที่ชอบที่สุดคือศิลปะฟองนม ที่คนทำเข้าใจสร้างสรรค์เป็นหน้าตาออกมา”

ยิ้มน้อยๆของเขา ทำเอาหญิงสาวขวยเขินหลบตา ไม่รู้เป็นเพราะอะไรใจถึงเต้นแรง

“ปกติผมไม่ดื่มของพวกนี้ครับ แต่ได้เห็นภาพศิลปะแล้ว รู้สึกดีเหมือนกัน”

“คุณไม่ดื่นกาแฟ แค่มาชมวิวอย่างเดียวหรือคะ”

ชายหนุ่มเพียงน้อมใบหน้าลง มือแตะใต้คางมองออกไปวิวข้างนอก ดูเป็นคนนิ่งชอบคิดชอบฝัน หญิงสาวเผลอทำลิปสติกเลอะขอบปาก ชายหนุ่มเห็นเลยยื่นมือข้ามโต๊ะขออนุญาตใช้ทิชชูเช็ดให้ อีกหนึ่งบุคลิกคือเทคแคร์ผู้หญิงดีมาก

“ฉันทำเฟอะฟะอีกแล้ว ขอโทษนะคะ ว่าแต่เรายังไม่รู้จักชื่อกันเลย ฉันชื่อแอรินค่ะ”

เธอทำตาเว้าวอนอีกแล้ว เหมือนเด็กคนนั้นเลย

“ผมชื่อกฤษณ์ครับ มีอาชีพเป็นหมอ”

“แล้วตกลง หาลูกสาวของคุณหมอ เจอหรือยังคะ”

พอพูดถึงลูกสาว ทำเอาเขาดูขรึมไปทันที

“เธอมาด้วยครับ เห็นบอกจะไปดูคุณปู่ในงาน เกรงท่านจะเมา จะได้เอาตัวออกมา เราเปิดห้องเผื่อไว้แล้วจะได้ไม่ต้องลำบากขากลับ ไม่ต้องแปลกใจนะครับ เรื่องทำไมผมมีลูกไว ความจริงคือเราไม่ได้เป็นสายเลือดเดียวกัน

คุณพ่อเอาเธอมาเลี้ยงไว้ แต่ท่านเดินทางไปต่างประเทศบ่อย เด็กไม่มีที่พึ่งร้องงอแงหาพ่อ ผมเลยเป็นป่ะป๊าให้”

หญิงสาวรับฟังเงียบๆ แล้วยิ้ม ความจริงเป็นแบบนี้เอง

“ลูกสาวของคุณ ชื่ออะไรค่ะ ที่ว่าเรียนในคณะเดียวกับฉัน”

“เธอชื่อ โมนาลิซ่าครับ”

คำตอบนั้น ทำเอาแอรินตัวชา

เห็นเธอเงียบไป เหมือนไม่สามารถจับกระแสความคิดของตนเองให้อยู่นิ่งได้ กฤษณ์ถามรู้จักโมนาลิซ่าใช่ไหม เรียนอยู่คณะเดียวกัน

ดวงตาใสๆเพียงพยักหน้า ชายหนุ่มอธิบายว่าโมนาลิซ่านิสัยแก่นแก้วเกินวัย ชอบวางแผนชอบปั่นหัวคนเล่น ที่มหาวิทยาลัยอาจมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมไปกระทบกระทั้งคนอื่น

จากนั้นชายหนุ่มสาธยายประวัติของตนเองที่เกี่ยวข้องกับโมนาลิซ่า ปกติเขาทำงานเป็นแพทย์อยู่ในชนบท นานทีจะกลับมาเยี่ยมบ้าน แต่เพราะได้รับแจ้งเรื่องที่มหาวิทยาลัยเชิญผู้ปกครองไปพบ แจงเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเธอ

เขารับปากจะคอยดูแลให้ รวมทั้งเสนอความช่วยเหลือเป็นเงินบริจาคให้ทางมหาวิทยาลัย ตอนนี้ต้องหยุดงานมาเป็นอาทิตย์เพื่อตามรับส่งเธอ

“เธอประชดผมที่ไม่ยอมให้ไปทำงานด้วย ก็เลยทำตัวแย่ๆจะได้ถูกไล่ออก แล้วที่คบผู้ชายเพื่อทำให้ผมไม่พอใจ ต้องกลับมาดูแลเธอบ่อยๆ เมื่อตอนเย็น ผมคุยกับอาจารย์ฝ่ายปกครองอยู่นาน ขอโอกาสให้เธอปรับปรุงแก้ไขตัวเอง ตัวผมเองจะเป็นอีกแรงคอยช่วย เพราะอนาคตของเธอยังอีกยาวไกล”

คนที่พูดถึงกำลังมา เดินโยกย้ายใส่หูฟังฮัมเพลงไปตามจังหวะ พอเห็นมีผู้หญิงนั่งอยู่กับป่าปะ คนคุ้นหน้าเสียด้วย นักศึกษาสาวที่เป็นดาราคนนั้นที่ชอบสร้างภาพคบผู้ชายคนเดียว 

โมนาลิซ่ามองด้วยสายระแวง ป่าปะแนะนำว่าพึ่งรู้จักกับแอริน รู้ว่าเรียนอยู่คณะเดียวกันโมนาลิซ่า สองสาวไม่ได้พูดอะไรกัน

วางกระเป๋าได้เธอไปนั่งบนตักของเขา คว้าใบหน้ามาหอมแก้มฟอดแล้วจูบปากดังจ๊วบ เขาจูบตอบความรู้สึกเพียงจูบเด็กน้อยเมื่อวันวาน แต่เมื่อจูบร้อนแรงขึ้นเขาจึงถอนริมฝีปาก รู้สึกเกรงใจคนตรงหน้าที่มองอยู่

แอรินมองสายตาผู้หญิงด้วยกันออก มันแสดงอาการเป็นเจ้าของชัดเจน

“โมนา นี่เพื่อนไง ป่าปะนั่งคุยกับเธอมาพักหนึ่งละนะ”

“ป่าปะเราขึ้นห้องกันดีกว่า ที่ห้องมีอ่างจากุซซี่ เราไปอาบน้ำด้วยกันนะ”

“ไม่ได้ โมนาไม่ได้เป็นเด็กเล็กแล้วนะ อาบน้ำกับป่าปะไม่ได้”

“ถ้าง้าน โมนาจะไปอาบน้ำกับผู้ชายอื่น”

“ก็ได้ๆ”

แอรินได้แต่มองตาม ผู้หญิงเหมือนกันดูออก โมนาลิซ่าไม่ได้คิดกับเขาแบบพ่อกับลูกแน่

น้ำวนทำให้รู้สึกผ่อนคลาย กฤษณ์มองท้องฟ้ารู้สึกจนเคลิ้มจะหลับ ขณะที่เตียงโมนาลิซ่ากำลังแกะคอนดอมทุกชิ้นเจาะด้วยปลายเข็ม เท่านี้ก็ท้องแน่ แอบวาดฝันไว้ วันหน้ามีลูกด้วยกันจะต้องได้ครองทรัพย์สมบัติของป่าปะทั้งหมดแน่

“ป่าปะใช้ยี่ห้อนี่ดีนะ กลิ่นสตอเบอรี่ด้วย”

“ไม่เอา ปลายถุงรั่วหมดแล้ว”

ฮึ ดันรู้ทันอีก ระวังตัวแจเลยนะ

นนหิ้วชายสูงวัยร่างใหญ่กลับมาถึงหน้าประตู พอเคาะประตู คนข้างในขานรับ เปิดประตูออกมาคือโมนาลิซ่าเธอนุ่งเพียงผ้าขนหนูผืนเดียว ทำเอาหน้าแดง

อายมากที่ถูกเขาเห็นในสภาพตอนนี้ แต่ก็จำใจให้เขาหิ้วปู่เข้ามาในห้อง เพราะน้ำหนักตัวมาก ตนเองช่วยพยุงอีกด้าน นำไปปล่อยลงบนเตียง  

เห็นบนเตียงมีถุงยางวางอยู่ เรื่องบนเตียงผัวเมียมีอะไรกัน ไมได้เกี่ยวกับเขา ได้แต่เดินออกไปเงียบๆแล้วปิดประตู  กฤษณ์หลับสบายในอ่างน้ำ ได้ยินเสียงร้องเอะอะของโมนาลิซ่า รีบออกมาดูทันที

“อย่าค่ะปู่! ทำแบบนี้ไมได้นะ”

 “โมนา เกิดอะไรขึ้น”

เขาถลำมายืนหน้าเตียง เธอเอาแต่หัวเราะ ชี้นิ้วดิกๆ

“ปู่ค่ะ หลับกรนใหญ่เลย”

นึกว่าโดนปล้ำ โดนเด็กหลอกเสียแล้ว

เธอหัวเราะคิกคัก “ป่ะป๊าเอาแต่รีบออกมา ผ้าไม่นุ่ง”

“เราอาบน้ำด้วยกันบ่อย ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน”

แต่หัวใจสาวมันเต้นเอาๆ เมื่อไหร่เขาจะเลิกเห็นฉันเป็นเด็กซะทีนะ

เขาวางสีหน้าเรียบเฉยมาก “โมนาดูแลท่านด้วย เอาผ้าเย็นมาเช็ดตัวก็ยังดี”

เขาหันไปสวมเสื้อผ้า ทำท่าจะออกไปข้างนอก

“ป่ะป๊าจะออกไปไหน  นี่มันดึกแล้วนะ”

“ไปนั่งรับลมเล่นหน่อย”

คล้อยหลังเท่านั้น ชายแก่ลุกขึ้นมายืน มองโมนาลิซ่าด้วยความโกรธ ตวัดฝ่ามือกระทบใบหน้า ทำเอาเธอร่วงไปกองกับพื้น นี่คือบทลงโทษของคนที่ทำงานพลาด

“ฉันให้เธอคุมลูกชายฉันให้ดี แล้วทำไมปล่อยเขาออกไปได้”

เธอสะอื้น “ฉันทำเต็มที่แล้ว ป่าปะไม่ยอมเล่นด้วย”

“หยุดพูดป่ะป๊าเสียที ฉันเลี้ยงแกมาเพื่อผูกมัดเขาเอาไว้ กิจการมากมายของฉันต้องมีเขาสืบทอด มีแกคนเดียวที่ทำให้ลูกชายของฉันยอมทิ้งงานบ้าๆพวกนั้นกลับมาหาฉัน ถ้าไม่เช่นนั้นชีวิตแกคงลงเอยที่ขายตัว เหมือนแม่ของแก”

น้ำตาของเธอไหล่นองหน้า แม่สู้ทุกอย่างเพื่อให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้น สู้หาเงินทุกวิธีแม้ต้องแลกกับการนอนกับผู้ชาย

พวกผู้ชายมีแต่บ้ากาม ข่มเหงผู้หญิง มีแต่ป่าปะที่รักเธอจริง แต่ความรักของป่าปะบริสุทธิ์ เธอจึงต้องการหัวใจของเขามากกว่าจะใช้ร่างกายเข้าล่อ

 

นนตั้งแต่กลับเข้าห้อง ยึดขวดเหล้าเป็นที่พึ่ง นั่งกระดกหมดไปเป็นแบน แล้วยังออกไปเอามาต่ออีก พี่ชายนอนบนเตียงขยับจมูกรู้สึกเหม็นกลิ่นเหล้าจนทนไม่ไหวลุกขึ้นมาด่าทอ

นนซึมกระทือคอตกเหมือนไก่รอถูกเชือด ปากพึมพำเรื่องที่ทะเลาะกับแอริน    ผู้หญิงบทจะน้อยใจอะไรขึ้นมา

ใครจะไปรู้ตามทันไปหมดทุกเรื่อง ผู้หมวดแดนปาหมอนเข้าใส่แล้วไล่ไปนอนหน้าห้องน้ำ กลิ่นจะได้ไม่มาถึง พรุ่งนี้จะต้องรีบตื่นไปทำงาน นนส่งสายตาออกไป

เผอิญหน้าต่างฝั่งตรงข้ามเป็นห้องของโมนาลิซ่า ม่านถูกเลิกออกทำให้เห็นคนข้างใน โมนาลิซ่ากำลังเอาน้ำสาดใส่ชายแก่บนเตียง ที่เมาหนักจนสะดุ้งลุกพรวดพราดขึ้นมา เธอทั้งผลักทั้งดัน ไล่ให้ไปนอนหน้าห้องน้ำ

รู้สึกขำ ทำไมเธอทำเหมือนพี่ชายจอมเผด็จการ

 

คอฟฟี่ช้อบยังไม่ปิดบริการแม้จะดึกมากแล้วเพราะมีลูกค้าหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ เธอเอาไวน์มาดื่มด้วย ท่าทางเสียใจหนักพูดจาอยู่คนเดียว กฤษณ์เดินผ่านมาพอดี สอบถามพนักงานได้ความว่าเธอกลับมาอีกครั้ง เอาขวดไวน์มาดื่มด้วย ใครห้ามไม่ฟัง ชายหนุ่มบอกให้พนักงานเตรียมปิดร้านได้ ตนจะพาเธอส่งห้องเอง

เขามาอีกแล้ว เห็นสภาพไม่น่ามองจนได้

“ฉันดื่มไปแก้วเดียวเองนะคะ ไม่ได้เมา”

หญิงสาวแก้ตาน้ำขุ่น

“เอาล่ะ กลับไปพักผ่อนที่ห้องนะ อาบน้ำแล้วจะสร่างขึ้นเอง คุณอยู่ห้องไหนผมจะพาไปส่ง”

หญิงสาวมองใบหน้าของเขาไม่วางตา ส่งกุญแจให้กับมือ แล้วปล่อยร่างกายเอนไปมาไร้เรี่ยวแรงให้เขาเอาไหล่มาให้พิง มือสัมผัสหน้าท้องของเขาแน่นมากมีซิกแพคด้วย ร่างกายแน่นไปหมดเหมือนคนเล่นฟิตเนสประจำ

ขากลับเวลาเดิน ผิวเนียนนุ่มของแอรินเบียดกับร่างกายของเขาจนรู้สึกอึดอัด ชุดเกาะอกมันเกือบหลุดให้สองเต้างามล้นทะลักออกมา

แรกเห็นเมื่อหัวค่ำเธอยังดูดีอยู่แท้ๆเขากระซิบให้ดึงกลับเข้าที่ แอริอายมาก บอกขอโทษเสียงแผ่ว  สติเริ่มกลับมา ถ้าได้อาบน้ำคงสร่างเอง  

มาส่งถึงห้องแล้ว เจ้าชายตาสีฟ้าของนิดทำท่าจะทิ้งไปง่ายๆไม่มีล่ำลาเลย แอรินเกาะแขนเขาเอาไว้ เธอขอเวลาอาบน้ำ เสร็จแล้วออกมาคงอาการดีขึ้น จะได้ขอบคุณที่เขามาช่วยไว้

ชายหนุ่มอยากปฏิเสธแต่ถ้ากลับห้องคงโดนโมนาลิซ่ากวนทั้งคืนแน่ แอรินเริ่มฟูมฟาย ตนเองแค่อยากหาเพื่อนคุยแก้เหงาคลายความทุกข์ใจบ้าง

เขายอมรับคำเชิญเข้าไปนั่งอยู่มุมหนึ่งของห้อง  คิดถึงเด็กผู้หญิงเมื่อวานก่อน วันนี้โตขึ้นแตกเนื้อสาวสะพรั่ง ขืนตนอยู่ด้วยสติได้เตลิดหมด

เสียงฝักบัวน้ำหยุดแล้ว หญิงสาวเลิกม่านออกมา หยดน้ำเกาะเนื้อสาวผุดพราว ใช้ผ้าผืนน้อยรัดกายเกือบปิดฐานปทุมไม่มิดยาวลงมาแค่หน้าขาที่อวบแน่นแล้วเรียวลงเหมือนงาช้าง

ดวงตาคู่นั้นเฉียบคม สัดส่วนที่เธอภูมิใจเมื่ออยู่ต่อหน้าชายที่หมายปอง เดินเหินปกติไม่เหลือเค้าเมามายเลย มากระจ่างตอนนี้เอง

เจ้าของรถลีมูซีนที่รับส่งโมนาลิซ่าอยู่ทุกวันและเป็นผู้บริจาคให้มหาวิทยาลัยคือเขานี่เอง ปล่อยให้เข้าใจว่าเป็นตาแก่ตั้งนาน

ชายหนุ่มแลลาน เห็นปมผ้าของเธอกำลังจะหลุดหลุย รีบหลบตาหันข้างให้ เตือนให้ระมัดระวัง

“คุณยัง ไม่หายเมาอีก”

“ฉันดื่มนิดเดียวเอง ที่โวยวายเพราะหงุดหงิด ไม่ใช่เพราะฤทธิ์เหล้า”

แอรินถอดผ้าโพกศีรษะ สยายผมยาวสลวยเข้ามาคลอเคลียแผ่นหลังของเขา

“คุณช่วยตอบที ฉันไร้เสน่ห์ขนาด แก้ผ้าแล้วผู้ชายยังไม่อยากมองอีก”

“คุณสวยมาก แต่ผมจะไม่ฉวยโอกาสกับคุณ”

เสียงหัวเราะของเธอหวานกระซิก

“คุณไม่ได้ผ่านเรื่องพวกนี้มาบ้างหรือไง ฉันไม่ชอบผู้ชายที่ทำตัวอึดอัดนะ”

เขาหันมายิ้ม มองเธอเต็มตา

“ขอฉันนั่งได้ไหม”

เก้าอี้มีตัวเดียว จะลุกไปเอาตัวมาให้ เธอชี้ที่ตักของเขา

“ขอจูบแบบโมนาลิซ่าด้วยนะ ฉันเห็นจูบกันแล้ว เกิดอารมณ์มากเลย”

***  ***  ***  ***

โมนาลิซ่าเอาแต่ตามหาป่ะป๊าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง โทรไปก็ไม่รับสายถามคนขับรถบอกนายไม่ได้เรียกใช้เลย นายน่าจะยังอยู่ในโรงแรม อาจจะแยกไปนอนอีกห้องในชั้นเดียวกันก็ได้ พอได้ฟังนั้นรีบกลับชั้นเดิมทันที ถ้าเคาะไปทีละห้องน่าจะเจอ

กฤษณ์ออกมาจากห้องแอรินตามมาติดกระดุมเสื้อให้ เมื่อคืนมีความสุขมาก ดวงตาใสๆเปี่ยมล้นความสุข สัญญาว่าจะหาเวลามาพบกันอีก พูดคุยกันแล้วจูบอำลามันเป็นเวลาเดียวกับที่โมนาลิซ่ามาเห็นภาพตา ถึงกับเข้ามาดึงแขนแอรินออกมาตบด่าทอดังลั่น

กฤษณ์พยายามยื้อไว้ เกิดเรื่องขึ้นจนได้ไม่น่ามาเห็นเลย แอรินได้รอยฝืนแดงที่แก้มไม่ได้ตอบโต้อะไร  

เสียงทะเลาะทำเอาคนในห้องพักทยอยกันออกมาดู เจ้าสาวเมื่อคืนรีบเข้ามาขวางหน้าคนฝ่ายตน ผู้หญิงที่ไหนไม่รู้จะทำร้ายเธอ ถึงกับด่ากลับชี้หน้า ดูท่าจะเป็นผู้หญิงชั้นต่ำพวกไซน์ไลน์ดูการแต่งเนื้อแต่งตัวเข้า   

โมนาลิซ่าเงื้อมือจะเข้าไปเอาเรื่องอีกคน กฤษณ์ใช้แผ่นหลังขวางหน้าไว้

“ถ้ายังไม่หยุดอีก ป่ะป๊าจะไม่รักโมนาแล้วนะ!

ชายผู้มีใบหน้าค่อนไปทางต่างชาติ หันมาขอโทษคู่กรณีด้วยภาษาไทยชัดเจน

“ต้องขอโทษที่เธอได้ล่วงเกินไป เด็กคนนี้เป็นคนในครอบครัวของผมเอง ไว้ผมจะอบรมสั่งสอนเธอให้มากกว่านี้นะครับ ขอโทษจริงๆ”

“ไม่เป็นไรค่ะฉันไม่ถือสา คงมีเรื่องอะไรเข้าใจผิดกัน”

แอรินตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทำเหมือนไม่รู้จักชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า บทบาทการแสดงนอกจอสมจริง ทำเอาพี่สาวของนนเข้ามากอดปลอบ เธอช่างน้ำใจงามจริงๆได้ยินว่าเมื่อคืนทะเลาะกับนน

น้องชายคนนี้ช่างไม่รู้จักถนอมน้ำใจคนดีๆบ้างเลย ว่าแต่คุณคนนี้หล่อจริงผู้หญิงคนไหนได้เป็นแฟนคงหวงมาก ว่าแต่ที่บอกเป็นคนในครอบครัวคงไม่ใช่เมียหรอกนะ นิสัยผิดกันมากไม่เหมาะสมกันเลย

ถูกลากแขนกลับห้อง โมนาลิซ่าหน้าแดงขอบตาช้ำนึกน้อยใจที่ถูกตะคอก    พอหันมายังไม่วายได้เห็นแววตาแอรินเยาะเย้ย ยอมเจ็บตัวทีเดียวแต่ชิงกล่องดวงใจมาได้คงเจ็บมากกว่าสินะ                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                          

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(