Pic_หมอเถื่อน ณ บ้านไพร

ตอนที่ 2 : เส้นทางของนางมาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 มี.ค. 60

 

ห้องอธิการบดี

นักศึกษาหนุ่มเดินสวนกับชายสูงวัยคนหนึ่ง ผมบนหัวทุกเส้นหงอกหมดแล้ว แต่แววตาท่าทางทั้งยังรูปร่างสูงใหญ่เหมือนคนอายุประมาณห้าสิบ

พอเห็นเขาก็ยิ้มตอบ ดูเป็นคนแก่ที่ภูมิฐานคงจะรวยมากสวมชุดสูทหรูคงเป็นผู้บริจาคของมหาวิทยาลัย ที่เดินตามสองคนเป็นชายหน้าตาดุดัน คงเป็นผู้ติดตามท่าทางเหมือนพวกผู้มีอิทธิพล

ท่านอธิการบดีรออยู่แล้ว เขาเรียกคุณอาอย่างคุ้นเคยท่านชอบไปตีกอล์ฟร่วมก๊วนกับพ่อของเขาบ่อย เสร็จแล้วมาทานข้าวที่บ้าน คุณแม่เป็นคนลงมือปรุงเองทุกครั้ง ท่านชมไม่ขาดปากว่าอร่อย

“ใครครับคุณอา”

“ผู้บริจาคของมหาวิทยาลัยน่ะ”

“ดูท่าไม่ใช่คนไทยนะครับ”

ท่านพยักหน้ารับ

“คุณคนนี้ถือสัญชาติไทย สมัยหนุ่มออกไปทำธุรกิจไปทั่วโลกจนร่ำรวย บอกกลับมาเพื่อใช้ชีวิตบั้นปลาย แต่อาดูแล้วแววจะสนใจการเมืองมากกว่า เขาเที่ยวคบหาคนใหญ่คนโต ทั้งนักการเมืองและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ อาจจะเพื่อปูทางงานการเมืองในวันหน้า ที่มานี่ก็มาบริจาคเอาคะแนนนิยม”

ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วคุ้นหู เขาเกาะระเบียงมองลงไปถึงตะลึงงัน โมนาลิซ่ากำลังเดินเกาะแขนชายสูงวัยคนนั้นอย่างสนิทสนม คลอเคลียเหมือนกันคนรักหรือว่าเขาคือเสี่ยเลี้ยงที่นุชพูดถึง ด้านหน้าตึกมีรถลีมูซีนจอดอยู่ด้วย เห็นรถคันนี้หลายครั้ง

“คุณอา พอจะรู้ความสัมพันธ์สองคนนี้ไหมครับ”

“เศรษฐีเป็นม่าย และโมนาลิซ่าไปได้รับการอุปการะจากเขา”

ชายหนุ่มเปิดตาปริบๆ รู้สึกผิวหน้าชา

“อุปการะแบบไหน”

คนสูงวัยเข้ามาตบไหลคนหนุ่ม คำตอบคงรู้ดีอยู่แล้วไม่น่ามาถามเลย

“อาเดาเอานะยังไม่รู้แน่ชัด เศรษฐีม่ายจะหาเมียสาวดูแลตอนแก่มันเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อปีก่อนเธอเป็นนักเรียนทุนฐานะยากจน แต่ตอนนี้ฐานะเปลี่ยนไปมาก แล้วเรื่องที่เขามาบริจาคให้มหาวิทยาลัย นั่นก็เพราะเธอช่วยขอมา เพราะรู้ว่าเรายังขาดแคลนเงินอีกมาก โดยเฉพาะกองทุนเงินให้นักเรียนเรียนดีแต่ยากจน”

คิ้วเข้มของเขาดูตกลง งั้นหรือที่เธอมีเงินทองใช้สบาย เอามาจากตาแก่คนนี้เอง

มาคิดดูอีกที โมนาเธอช่วยหาเงินบริจาคเป็นกองทุนเรียนดีแต่ยากจน ถ้าตนไม่มาประสบมารับรู้ คนอย่างเธอก็มีดีเหมือนกัน

***   ***   ***   ***

ตกเย็นกำลังรอให้ป่ะป๊ามารับไม่รู้ไปทำธุระที่ไหนต่อถึงได้มาช้านัก เสียงเครื่องยนต์รถเฟอรารี่สีแดงดังกระหึ่มคนขับโฉบเฉี่ยวไปมา แล่นมาจอดรถตรงหน้าหญิงสาว เปิดประตู พยักหน้าเรียกขึ้นรถทันที เป็นชายหนุ่มออกตี๋ขาว เจ้าสำอาง นิ้วมือสองข้างสวมแหวนเพชรประดับพราว

“ไงจ้ะคนสวย ให้พี่ไปส่งไหม”

“ว้าว รถสวยจัง”

ลูกครึ่งสาว อ้าปากกว้างตาโตกับรถสวย

“ขึ้นมาเล้ย รถสวยต้องคู่กับคนสวย”

“ไม่เอา ฉันจะขับเอง”

สะโพกงอนของเธอส่ายริกๆ ท่าทางกระดี๊กระด๊ามาก เดินอย่างไวมาโผล่ทางฝั่งคนขับ ลูกครึ่งหน้าหวานร้องว้าว!ตาโตมือทาบอก จะมองมุมไหนรถมันสวยทั้งคันจริงๆแบบนี้เห็นทีต้องขับเอง ปีเตอร์ยิ้มๆอยู่ถึงกับหุบ ขื่นคอไม่น้อย คราวก่อนหล่อนเอารถเบ๊นซ์สองประตูไปเสยเสาไฟฟ้าจนหม้อน้ำพัง โดนป๋าด่ายับไปหลายวัน ไม่รู้เจตนาหรือเปล่าเพราะคราวก่อนโน่นก็ทำพังไปคัน

“โมนาจ้ะ นั่งอย่างเดียวได้ไหม เฮียขับเอง”

 “ไม่เอา เค้าจะขับเอง”

“งั้นนั่งตักเฮีย  เราขับไปพร้อมกัน”

“ดีๆนั่งตักนะ”

ระริกระรี้จริง แต่เวลานมส่ายมันน่ามอง ดูแล้วของจริงทั้งตัวไม่มีศัลยกรรมหนุ่มแบดบอยเจ้าสำอางยิ้มเห็นเขี้ยวเสน่ห์ ทิ้งตัวลงนั่งประจำเบาะมือจับพวงมาลัย เอียงคอเรียกให้เข้ามา เท้าเหยียบคันเร่งน้ำมันดังกระหึ่มไม่เกรงใจใคร

ดวงตากลมโตบางทีก็แฝงแววเจ้าเล่ห์ ยิ้มกริ่มค่อยยกขาข้างหนึ่งเข้าไปในรถให้ไอ้หนุ่มแบตักคอยท่า เนื้อตัวหอมจริงๆ แค่เข้ามาใกล้ยังขนลุกไปหมดเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ โรงแรมก็จองไว้แล้วไม่ถึงชั่วโมงคงไปถึงสวรรค์เป็นแน่ แต่เจ้ากรรมเท้าของเธอเหยียบไปที่เท้าของปีเตอร์ที่วางแตะคันเร่งไว้เกียร์ยังค้างอยู่เลย

เจ้าหนุ่มร้องเห้ย!ลั่นเมื่อรถพุ่งไปข้างหน้า ไม่ทันบังคับพวงมาลัยรถก็ชนเข้ากับฟุตบาทอย่างจัง

“ซอรี่ๆ หวังว่ารถเธอจะทำประกันรถไว้นะ”

เธอตีหน้าเศร้า ปีเตอร์เอามือไถหน้าผากจะโดนป๋ากระถืบก็คราวนี้

หนุ่มขี้หลีอวดรวยส่ายคอหลุกหลิกออกมาจากรถ เมื่อกี้คอเกือบหัก ไปมองกันชนรถยุบไปหน่อยประกันคงยอมจ่ายอยู่หรอก พอหันมาทางแม่ตัวต้นเหตุตอนนี้ส่ายก้นริกๆแจ่นเข้าไปในรถลีมูซีนที่มาจอดเทียบ ปีเตอร์ร้องเฮ้ย!ใครวะ มาแย่งเด็กกู

หุนหันตามไปก็เห็นนั่งเชิดหน้าอยู่ในรถถึงกับอารมณ์ขึ้นปรี้ด โมนาลิซ่าเกาะแขนออเซาะชายสูงวัยท่าทางรวยมาก แล้วยังหันมาดึงหนังตาแลบลิ้นเข้าใส่

เมื่อกี้ต้องเจตนาแน่ จะเข้าไปลากแขนก็โดนชายฉกรรจ์สองคนลากตัวออกมาโยนโครม นักศึกษาแถวนั้นหันมามองเป็นจุดเดียว ถึงกับโซแซดวิจารณ์เรื่องกิ๊กเก่าเจอกิ๊กใหม่ ผู้หญิงก็ร้ายมาก เจอคนใหม่รวยกว่าก็เฉดหัวคนเก่าทิ้ง

ปีเตอร์เลือดขึ้นหน้า รถก็พัง หญิงก้ถุกชิงถึงกับโวยวายด่าแหลก

“โมนานี่ใช่ไหม ตาแก่คนนี้ที่เธอเลือกเกาะ แล้วตีตัวออกห่างจากเฮีย”

ใบหน้าหวานๆทำลอยไปมา ไม่สะทกสะท้านคำพูดของเขา

 “ใช่แล้ว รวยกว่าเยอะด้วย”

เจ้าหนุ่มจะโหมเข้ามา โดนคนขับรถผลักหงายหลังก้นกระแทก

เธอยิ้มหน้าระรื่น โยนผ้าเช็ดหน้าให้แล้วส่งจูบอำลา

“บ๊ายบาย นะเฮีย”

อีคนเห็นแก่เงิน จับได้จะถองให้ขาถ่างเลย ปีเตอร์ตะโกนตามหลัง พอมองที่นิ้วแหวนเพชรมันหล่นไปตอนไหน กระเป๋าสตังก็หาย จะใครสะอีกถ้าไม่ใช่นางอสรพิษร้อยเล่ห์ ดูดเงินตนไปเยอะแค่จะกอดจะหอมยังไม่ได้

รถคันงามวิ่งลับตาไปแล้ว คนมองมาที่ปีเตอร์เป็นจุดเดียว บ้างมีเสียงหัวเราะขบขันเฮฮาเยาะเย้ย นี่เป็นครั้งแรกที่คนอย่างปีเตอร์ต้องกลายเป็นตัวตลก สาบานเรื่องนี้มันไม่จบลงง่ายๆแน่

ที่ผ่านมาตนเองเหมือนไอ้โง่คนหนึ่งที่ถูกหลอกสูบเงิน นึกถึงคำพูดป๋า ผู้หญิงมีไว้ให้เสพสุขแล้วยังใช้หาประโยชน์ได้อีก ขออย่ายอมเป็นเบี้ยล่างอย่าตามใจ ไม่งั้นมีเท่าไหร่คงไม่พอให้พวกเธอถลุง ตอนนี้เข้าใจแล้ว

โมนาลิซ่า เป็นผู้หญิงร่าน หิวเงิน พอกับผู้หญิงในอาบอบนวดของป๋า

***  ***  ***  ***

ถนนมันดูโล่งๆ เช้านี้โมนาลิซ่าเหน็บกระเป๋าติดตัวไว้แน่น สายตาแลหวาดระแวง ยามคับขันต้องใช้ของในนี้ป้องกันตัว เมื่อวานเล่นปีเตอร์ไว้หนักอาจมาแก้แค้น ตอนนี้อาจกำลังพาพวกมาดักฉุดอยู่มุมใดมุมหนึ่งก็ได้  

อีกฟากคือวินพออุ่นใจหน่อย ยังมีคนคับขันยังพอตะโกนให้คนช่วยได้ รถตู้ติดฟิล์มสีดำวิ่งผ่านหน้า คนขับคือปีเตอร์จอดรถเปิดประตูลงมายืนเก๊กยืนขวางหน้า มุมปากยิ้มเยาะทีเดียว

“ไงจ้ะคนสวย วันนี้ผัวแก่ไม่มาส่งเหรอ”

พอจะเดินเลี่ยง ปีเตอร์ก็กางปีกมาขวางร่างเล็กบอบบางไว้ ของในกระเป๋าคงได้เอามาใช้แน่เป็นไงเป็นกัน เวลาเดียวกันที่พวกวินนับสิบคนมองเห็นเหตุการณ์       มีคนจะรังแกผู้หญิงคงยอมไม่ได้แน่

ปีเตอร์เห็นท่าไม่ดีพวกนั้นกำลังข้ามถนนมารีบกลับเข้ารถชักควักปืนออกมาชูขู่ไว้  แล้วรีบสตาร์ทรถขับหนีไป หญิงสาวร่างเล็กบอบบางหายใจโล่งอก ดีนะว่าตรงนี้ไม่ใช่ที่เปลี่ยว พวกพี่ๆวินอยู่ด้วยไม่งั้นโดนฉุดไปแล้ว

วันนี้ป่ะป๊าไม่มารับด้วย ฮึ จะรู้ได้ไงว่าขาดเรียน ไหนๆก็โดดเรียนมันซะเลย

นนขอติดรถพี่ชายมาเรียน ชื่อนนทพันธ์หรือผู้หมวดแดน ตำรวจสายสืบกองปราบ เค้าโครงหน้าเหมือนกันแต่ไว้หนวดเคราดูดุดันชอบใส่แว่นสีดำ เห็นวิวสองข้างทางเป็นห้างสรรพสินค้า

พวกนักช้อปรวมทั้งนักศึกษาในเครื่องแบบ เดินสวนกันไปมาเพราะอยู่ใกล้ย่านมหาวิทยาลัย พี่ชายถึงกับผิวปากหวือ เมื่อเห็นชุดรัดติ้วโชว์สัดส่วนอะร้าอร่าม น้องชายส่ายหน้านี่ถ้าไปเจอโมนาลิซ่า พี่ชายคงใจแตก

“เดี๋ยวก่อน! ชะลอรถก่อน”

“อะไรอีกวะ”

“ข้างหน้าช่วยเลี้ยวไปจอดที ผมว่าเจอคนรู้จักนะ”

“ไอ้บ้า นึกอยากจะจอดก็จอด”

เห็นหญิงสาวในชุดนักศึกษาคนหนึ่งกำลังเดินเข้าไปในห้าง รูปร่างคุ้นตามาก   ผู้หมวดมองตามถึงกับจุ๊ปาก สาเหตุที่น้องชายขอให้จอดกะทันหันเพราะแบบนี้เอง

“สวยมาก ตาแหลมจริงๆ”

“อะไรกันพี่”

นนรีบลงจากรถ

“ผู้หญิงคนนั่นไง ตัวเล็กแต่ทรงโตเหมือนผู้หญิงอเมริกัน น่าจะเป็นลูกครึ่ง หน้าหว๊านหวาน อย่าบอกนะแกจะจับปลาสองมือ แอรินก็คนหนึ่งแล้ว น้องชายฉันมันหัดเป็นคนเจ้าชู้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”

“บ้า! ฉันมาจับพวกหนีเรียนตะหาก”

พี่ชายยื้อเป้หลังของเขา

“ถ้าไม่สน ฉันขอนะโว้ย”

“บ้า! รู้จักเธอรึไง”

“ก็แกไงรู้จัก บอกชื่อเธอมาเลยนะ”

“เธอมีแฟนแล้วหมายถึงสามี เข้าใจมั้ย ผอสระอัว มีผัวแล้ว”

ผู้หมวดหน้าหนวดคมเข้ม กัดฟันโคลงหัวท่าเดียว คำนี้เจ็บเหลือเกิน

“ไอ้มารกันท่า ตำรวจสายสืบอย่างฉันหาทางรู้เองได้หรอก”

มัวแต่ยื้อกับพี่ชาย โมนาลิซ่าลับตาไปแล้ว แต่คงอยู่ในห้างตามตัวไม่ยากหรอก

ร้านเครื่องเพชร โมนาลิซ่าเดินนับแบ้งค์พันออกมา สีหน้าหงุดหงิด

“เวรเอ๊ยใส่แหวนเพชรเก๊ มีของจริงขายได้หมื่นเดียว”

แล้วจะช้อปยังไงละนี่เงินแค่นี้เอง สาวจอมแสบนึกขึ้นได้ยังมีอีกบัตรเครดิตของปีเตอร์เอาไปลองรูดดู บัตรถูกอายัดไปแล้ว มันน่าหงุดหงิดจริงๆอุตส่าห์โดดเรียนจะมาชื้อรองเท้าส้นสูงดีไซน์ใหม่จากปารีสแต่มันราคาสามหมื่นกว่า เงินมีไม่พอชื้อ ป่ะป๊าก็จำกัดวงเงิน บอกเป็นนักศึกษายังไม่มีรายได้ ต้องไม่ใช้เงินเกินฐานะ แล้วเอาแต่สอนโน่นสอนนี่น่ารำคาญชะมัด ดีแต่เมื่อวานคุณปู่มารับส่งแทน สบายหูไปวัน

คุณปู่ไม่ค่อยพูดมาก จ่ายทีจ่ายหนักให้มหาวิทยาลัย อุตส่าห์ออเซาะขอบ้างกลับไม่ให้ บอกป่ะป๊ะห้ามให้เงินท่าเดียว

ในห้างสรรพสินค้ามีคนมากก็จริง เดินกันพลุกพล่าน แต่เหมือนมีคนเดินตามยังไงไม่รู้ หรือว่าจะเป็นโจรโรคจิต พอไปยืนแอบอยู่หลังป้าย มองผ่านกระจกเงาเห็นวัยรุ่นชายคนหนึ่งเร่งรีบเดินตามมา โมนาลิซ่าโผล่พรวดมาปะหน้าทันที

“นายเองเหรอบัส ตามฉันมาทำไม”

“คุณโมนาครับ คือ..ผม”

เด็กหนุ่มหน้าระห้อย ถูกจับได้เสียแล้ว

“วันนี้ ไม่มีเรียนรึไง”

“มีครับ แต่ผมอยากเห็นหน้าคุณโมนา”

มีคนหน้าคุ้น เดินจ้ำๆผ่านหน้าร้านขายโทรศัพท์เข้ามาถึงเร็วมาก

“ทั้งสองนั่นแหละ วันนี้ไม่มีเรียนรึไง”

เจ้าคนปากม้ายื่นยาวโผล่มาอีกแล้ว น่ารำคาญพอกับป่ะป๊าเลย โมนาลิซ่าเร่งสาวเท้าเดินหน้าตั้งเกือบวิ่ง บัสตามมาติดๆวกเข้าแผนกชุดสตรี มันมีคูหาให้หลบเยอะ เจ้าเด็กหนุ่มหน้าซื่อยังตามมาอยู่ได้ เธอฉุนขาด ร้องเอ็ดใส่ทันที

“เลิกตามก้นฉันต้อยๆได้แล้ว”

“ขอโทษครับ”

นึกไอเดียขึ้นมาได้

“ง้าน นายไปชื้อรองเท้าให้ฉันทีนะ ร้านที่ฉันยืนดูเมื่อกี้”

เด็กหนุ่มถึงกับหน้าบาน หันไปมองร้านที่ว่า รีบผงกหัวรับทันที

“ผมจะรีบไปซื้อครับ”

ดี..ไปให้พ้นๆหน้า ราคามันตั้งสามหมื่นคงไม่มีปัญญาชื้อหรอก

กว่าจะหาทางสลัด นนมาได้ เล่นเอาไม่เป็นอันช้อปปิ้ง มาถึงลานจอดรถ คนขับรถเอาไปจอดที่ชั้นไหนกันแน่ ข้างหน้ามีคนรูปร่างคุ้นๆยืนอยู่ ถึงกับอ่อนใจ นายนนโผล่มาดักอีกแล้ว จะตามจองเวรไปถึงไหน แต่พอเขาหันมาใบหน้าคล้ายๆกันแต่มีหนวดเครา ท่าทางสมาร์ทน่าดู พอเห็นหน้ากันเท่านั้น ยิ้มเขี้ยวเสน่ห์มาเลย

“ไม่ทราบว่าคุณ กำลังหารถเบ็นซ์ ป้ายทะเบียนขึ้นต้น บน อยู่หรือเปล่าครับ”

“ใช่ค่ะ นัดกับคนรถไว้ชั้นนี้แต่หาไม่เจอจริงๆ”

“ผมเป็นตำรวจครับ เมื่อครู่มีรถเฉี่ยวกันที่ชั้นล่าง อาจเป็นรถของคุณก็ได้”

เธออุทาน

“ตายแล้ว แล้วคนขับเป็นอะไรมากหรือเปล่า”

“คนไม่เป็นไรครับ แต่รถมีรอยบุบนิดหน่อย ประกันกำลังเคลียร์กันอยู่”

ช่างน้ำใจงามจริง ห่วงคนก่อนห่วงรถ

คนสวยรีบเดินไปเสียแล้ว อุตส่าห์เก๊กเสียงรอคุยด้วย ผู้หมวดแดนได้แต่ถอนใจคนเดียวเงียบๆ

ลานจอดรถค่อนข้างเงียบ โมนาลิซ่าเดินไปเจอผู้หญิงตัวใหญ่ยืนขวางหน้าไว้ พอจะเดินเลี่ยงก็เจอขวางอีก

“ทีมีตั้งเยอะแยะ มายืนขวางฉันทำไม”

นุชกับเพื่อนอีกสองคนเดินมาสมทบ รวมทั้งเพื่อนต่างสถาบันอีก รวมเป็นหกคน ยืนปิดทางเธอไว้

“หาตัวเจอตัวจนได้นะ ผู้หญิงหน้าด้าน”

“พวกเธอ!จะมาหาเรื่องฉันใช่มั้ย”

นุชชี้หน้าด่าแหลกทันที

“เธอนั่นแหละหาเรื่อง ยังคิดว่าเป็นนักศึกษาสถาบันเดียวกันกับพวกเราอีกมั้ย”

“อ้อ เรื่องปีเตอร์เหรอ เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรแทนเขาล่ะ หรือว่าอยากได้ก็เอาไปสิ ฉันยกให้”

“ไม่ใช่! ฉันหมายถึงน้องบัส”

ลืมไปเสียสนิทเลย เธอทำหน้าเร่อร่า

“บัส เขาเป็นอะไรเหรอ”

“เป็นอะไรก็โดนแม่ด่าไง เธอหลอกเอาเงินน้องบัสไปซื้อรองเท้าคู่ตั้งสามหมื่นกว่า น้องเค้าต้องเอาโทรศัพท์กับนาฬิกาไปขาย แล้วกดเงินatmมารวมกันถึงพอซื้อรองเท้าคู่หนึ่ง ใจคอเธอจะหลอกเอาเงินแม้กับน้องร่วมสถาบันหรือไง”

ขำไม่ออกคราวนี้ เจ้าคนทึ่มดันไปซื้อจริงๆ

“พวกเธอจะไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ”

“อย่ามัวเสียเวลาพูด ลุยมันเลย!

ผู้หญิงตัวใหญ่เหมือนจะมีสนับมือมาด้วย พวกนี้เล่นของแรง โมนาลิซ่ารีบควักมัดติดสปริงออกมาจากกระเป๋าถือ

“ดาหน้าเข้ามาเลย! ใครอยากเจ็บตัวก่อนก็เข้ามา!

หนูนิดถึงกับผวา ผู้หญิงคนนี้ร้ายกว่าที่ใครคิด

“ฉันจะบอกให้นะว่า แม่ฉันเป็นทหารกะเหรี่ยง รบกับทหารพม่ามานักต่อนักแล้ว ฉันโตมาในค่ายทหาร อายุสิบสองขวบก็ใช้ปืนใช้มีดเป็น พวกคนที่ใช้ชีวิตในประเทศสงบสุขอย่างพวกเธอไม่ครนามือฉันหรอก”

“มีคนตีกัน!

ผู้ประสบเหตุคนหนึ่งร้องโวยวายขึ้น จากนั้นมีคนอีกกลุ่มวิ่งเข้ามา น่าจะเป็นรปภห้าง นุชลากแขนนิดวิ่งไปทางหนึ่ง นนเป็นคนร้องตะโกนเมื่อครู่ ทำให้ทุกคนสลายตัวไป พอวิ่งมาถึงเห็นโมนาลิซ่ายืนจังก้าถือมีด เหมือนทหารหญิงฝึกใช้อาวุธ นนร้องสั่งให้ทิ้งมีด แต่เธอยังคงตาขวางอยู่เช่นนั้น เวลาเดียวกับผู้หมวดแดนมาถึง

“โมนาลิซ่า มันอันตรายนะทิ้งมีดซะ”

เธอตวัดมีดวืดไปที นัยน์ตาขวาง

“พวกทหารชั่ว อย่าเข้ามานะ”

รู้สึกเจ็บจี๊ดถึงได้สติ เห็นเลือดเต็มนิ้วมือถึงกับหน้ามืดจะเป็นลม ผู้หมวดแดนเข้ามาประคองร่างไว้ได้ทัน มาฟื้นอีกทีที่ห้องพยาบาลของห้าง บัสยืนกระวนกระวาย รอเธอฟื้น พอเห็นลุกขึ้นมาได้ถึงกับร้องไชโยดีใจเหมือนเด็ก รีบเอาของที่ซื้อมามอบให้กับมือ โมนาลิซ่าตบมันทิ้งทันที

“บ้า! ฉันไม่ต้องการของพรรค์นี้”

ผู้หมวดแดนรู้ใจ ควักกระเป๋านับเงินได้สามหมื่นรีบ ยัดใส่กระเป๋าเสื้อเด็กหนุ่ม

“ถือว่า ฉันซื้อละกัน”

“แต่ว่า..”

เสียงของเด็กหนุ่มเหมือนจะสะอื้น

“เป็นนักศึกษา ยังไม่มีรายได้ไม่ควรใช้จ่ายเกินตัวนะ”

พูดเหมือนป่ะป๊าเลย เธอหันขวับอาการตาขวางยังไม่หมด

เด็กหนุ่มต้องยอมเดินกลับ แต่ก็ยังสะอื้นหันมามองผู้หญิงที่ตนเองหลงรัก

“เธอไปอ่อยอะไรเขา”

“ฉันเปล่านะ”

“แล้วที่ว่า มีแม่เป็นทหารกะเหรี่ยงน่ะ จริงหรือ”

เรื่องอะไรจะบอก เธออุบปากเงียบ มองพลาสเตอร์ที่นิ้วมือ

“เออ แล้วฉันได้โทรไปบอกทางบ้านเธอแล้วด้วย ให้มารับ”

แบบนี้ป่ะป๊าก็รู้หมดว่าหนีเรียน เธอกัดฟัน

“ทำไมนาย มาเสือกสอดเรื่องของฉันด้วย”

พูดจาพาลชะมัด

“เธอหนีเรียน แล้วยังพกอาวุธ ฉันจะรายงานให้ผู้ปกครองเธอรู้นะ”

“แค่มีดเล่มเดียว สมัยนี้ผู้หญิงต้องพกอาวุธติดตัวบ้าง”

“มันไม่ใช่แค่นั้น ยังมีปืนปากกา สนับมือ สเปรย์พริกไทย เครื่องช๊อตไฟฟ้า เป็นพวกเด็กช่างกลหรือไง ถึงได้พกอาวุธขนาดนี้จะไปตีกับใคร พี่ชายฉันเป็นตำรวจนะ เขาจะยึดของพวกนี้ก่อนที่จะเอาไปก่ออาชญากรรม”

“พอแล้ว!

ผู้หมวดแดนเห็นแล้วอึ้ง ดูท่าจะเป็นเด็กมีปม ชอบใช้ความรุนแรงถึงได้พกอาวุธ

เสียงของเธออ่อนลงไปอีก “ฉันแค่พกไว้ป้องกันตัว ไม่ได้เอาไประรานใคร”

“คงเกี่ยวกับ ที่แม่ของเธอเป็นทหารด้วยใช่ไหม”

คราวนี้เธอถึงกับตาแดงก่ำ ไปคว้ามีดสปริงมาดีดดังแซะ

“อย่ามาพูดจา ถึงแม่ฉันนะ”

ทำไมถึงเป็นคนก้าวร้าวขนาดนี้

“ผู้ปกครองของเธอ เขาจะคิดยังไง”

“ก็แค่บ่นตามประสาคนแก่ ยังไงเขาก็ผัวฉัน”

เจอประโยคนี้เข้าไป ผู้หมวดแดนแทบจะเลิกกัน แล้วหันมาขยับปากไม่มีเสียง เรียกชื่อแอริน ผู้หญิงที่น้องชายของตนควรจะสนใจ ไม่ใช่คนที่มีเจ้าของแล้ว นน ไม่มีอะไรจะพูดอีก เค้าหน้าเฉยเมย ได้แต่รอให้คนทางบ้านของเธอมารับ สองพี่น้องขับรถขากลับเงียบๆ

เช้านี้มีเรียนกลายเป็นว่าต้องขาดชั่วโมงเรียน เจ้าตัวได้แต่บ่น พี่ชายรู้สึกเบื่อน้องคนนี้มันเคร่งอะไรของมันนักหนา ไม่รู้จักผ่อนคลายบ้าง  มีแฟนก็ไม่ค่อยจะเทคแคร์ ดีที่ผู้หญิงเข้าใจ ไม่วอแว ไม่เรื่องมาก

“แล้วนี่ จะขับตามรถเธอไปทำไม”

นนว่า คิ้วขมวด

“ทางเดียวกันโว้ย แต่มหาลัยแกรถผ่านมาแล้วทำไมไม่ลงวะ”

“ก็ไม่ยอมจอด จะลงได้ไง”

ไอ้นี่มันกวนแฮะ ผู้หมวดสั่นหน้าอย่างเดียว

รถยนต์ข้างหน้าเลี้ยวเข้าซอย อีกคันตามมาห่างๆผู้หมวดพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เด็กนี่มีอะไรแปลกๆจากประสบการของฉัน ตอนนั้นเธอแทงคนตายได้นะ”

“ทำไม มองคนแง่ร้ายขนาดนั้น”

“ฉันดูจากแววตาออก”

“ซุ่มซ่าม ทำมีดบาดนิ้วตัวเองนี่นะ”

“พวกอาชญากร โดยมากมักโตมาในครอบครัวทีมีปัญหา ดูตาของเด็กคนนี้สิ ที่แกพูดถึงแม่ของเธอสิดูมีความกดดันจนขาดสติ

ลองคนลักษณะนี้เจออะไรมากดดันจิตใจ ก็พร้อมจะใช้ความรุนแรงตอบโต้ ถ้าไม่มีคนมาห้ามไว้ผู้หญิงพวกนั้นได้เลือดสาดแน่ ถ้าเป็นไปได้อยากรู้ความเป็นอยู่เป็นยังไง คนที่อยู่แวดล้อมเป็นยังไง

บอกตรงๆเลยนะ ไม่เคยเห็นผู้หญิงสาวสวยคนไหนกล้าบอกตัวเองมีผัวแล้ว อย่างพวกดารางี้มันเผื่อไว้เกาะคนใหม่”

นนขำพี่ชาย “นายกำลังเอาเวลาราชการ มาตามหญิงอยู่นะ”

“คดีที่ฉันตาม มันคดีค้ามนุษย์นะโว้ย พวกผู้หญิงที่เป็นเหยื่อส่วนมากมักหนีออกจากบ้าน ครอบครัวร้าวฉาน”

รถยนต์คันหน้าเริ่มชะลอแล้วตีสัญญาณไฟเลี้ยว เข้าไปในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ผู้หมวดแดนสังเกตป้ายชื่อมูลนิธิยอดนักสู้ เป็นโรงเรียนกินนอน รับเฉพาะเด็กกำพร้าและเป็นสถานแรกรับเด็กที่ต้องคดี เพื่อนำตัวมาฝึกฝนสู่ความเป็นเลิศด้านกีฬา

สถานที่เงียบมาก ไม่พบเห็นเด็กสักคนเจอแต่แม่บ้านคนเดียว ได้ความว่าเด็กไปเรียนที่โรงเรียน ในละแวกนี้ตอนเย็นถึงจะกลับ ผู้หมวดแสดงบัตรตำรวจ แม่บ้านถึงกับตกใจหน้าซีด

นนอธิบายว่ามาขอข้อมูลเท่านั้น แล้วถามว่ารู้จักผู้หญิงที่ชื่อ โมนาลิซ่า แซ่ลีไหม แม่บ้านสั่นหน้าบอกไม่รู้จัก แต่พอชี้ไปที่รถเก๋งคันหรูที่มีผู้หญิงนั่งเข้ามา แม่บ้านบอกเธอชื่อ “แอ้ แซ่ลี” เป็นเด็กกะเหรี่ยง เคยอยู่ที่นี่แต่เมื่อหลายปีก่อนมีคนมารับไปอุปการะเป็นลูกบุญธรรม

นนขบขำชื่อนี่จริงๆผู้หญิงอะไรชื่อแอ้ เชยชะมัดเลย

“เด็กคนนี้ ไปก่อคดีอะไรหรือคุณตำรวจ” แม่บ้านถาม

“ไม่ครับ แต่ก็เกือบไป คุณป้าช่วยเล่าประวัติของเธอให้พวกผมฟังหน่อย เผื่อว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง ทุกวันนี้พฤติกรรมของเธอ ดูสุ่มเสี่ยงจะก่อเรื่องอะไรไม่ดีเข้า”

แม่บ้านถึงกับมีน้ำหูน้ำตาทีเดียว

“แอ้เป็นเด็กดีนะคะ อย่าไปเอาเรื่องเธอเลย ที่นี่ประธานมูลนิธิเสียไปแล้ว ขาดเสาหลักที่พึ่ง ถ้าเด็กไม่มีกินมีใช้ก็ต้องย้ายไปอยู่บ้านใหม่ ไม่รู้จะปรับตัวได้แค่ไหน อยู่ที่นี่กันเองเหมือนพี่น้อง เด็กไม่อยากไปไหน

ทุกวันนี้เด็กอยู่ได้ก็เพราะเงินของแอ้ส่งเสียมาให้ ยังเรียนอยู่แท้ๆหาเงินคนเดียวตัวเป็นเกลียว เอามาช่วยน้องๆวันนี้ก็ขนเอาของเล่นมาให้อีก”

เรื่องมันผิดคลาด สองหนุ่มกลืนน้ำลายฝืดมองหน้ากัน

“แล้วพวกกระเป๋าถือราคาแพงๆพวกนั้น”

“แอ้เป็นคนสวยมีแต่คนเอาใจ ซื้อของแพงๆให้ เธอก็รับไว้แล้วเอามาให้ที่นี่ บอกให้เอาไปขาย จะได้ซื้อของเข้าครัว ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำใจช่างงามจริงๆแม่คุณ”

คุณป้าแม่บ้านเอาแต่ร้องห่มร้องไห้ ทำเอานนสลดใจ รู้สึกสะท้อนในอกพิกล

“แล้วทำไมทีแรก เธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ละครับ เป็นเด็กกำพร้า หรือว่าติดคดี”

“ทั้งสองอย่างเลยคะคุณตำรวจ คดีทำร้ายร่างกาย ไปแทงเขาเพราะว่ามาว่าแม่ขายตัว แม่แอ้เป็นทหารกะเหรี่ยงอุ้มท้องมาคลอดที่ฝั่งไทย แล้วฝากคนเลี้ยงไว้ พอถูกยิงตาย เด็กก็เป็นกำพร้า

มาอยู่ที่นี่ได้ปีเดียวก็มีชาวต่างชาติแก่ๆคนหนึ่งมารับไปอุปการะเป็นลูกบุญธรรม บอกจะส่งเสียให้เรียนจนจบปริญญา”

ป้าแม่บ้านจะรู้ไหมนะว่า ชายแก่คนนั้นเอาเด็กไปเลี้ยงเป็นเมียแล้ว ชายหนุ่มกำหมัดแน่น

ในโรงยิมของศูนย์ฝึกมูลนิธิยอดนักสู้ เสียงเตะกระสอบทรายดัง ตึ่ง!ตึ่ง!          ถี่รัวมาจากจอมเตะสาวน้อย ดาวพระเกตุ จิตหาญ ว่าที่นักกีฬาเทควันโด้ทีมชาติ   เด็กหนุ่มร่างโย่งเป็นคนดันกระสอบทรายไว้ให้ลูกพี่สาวเตะถึงกับดันสุดกำลัง

ลูกเตะของเธอทรงพลังมาก ต่อให้ผู้ชายตัวโตๆโดนเข้ากระดูกชายโครงอาจหักได้ง่ายๆ  เด็กผู้ชายอีกคนแอบเหล่มาเป็นระยะ

วันนี้แอ้มายืนดูด้วย ชำเลืองทรวงทรงองค์เอวนับวันรูปร่างเธอเช้งกระเด๊ะ หน้าอกก็ใหญ่น่าบีบเฟ้น ก้นงอนสะเด่าอะไรในตัวใหญ่หมด ยกเว้นใบหน้าเล็กเรียวรูปไข่ ตาโต ปากเล็กจมูกหน่อย สวยยังกะนางฟ้า

จอมเตะสาวน้อยพักขาหยิบผ้ามาซับเหงื่อ เธอสูงเก้งก้าง สูงกว่าโมนาลิซ่า

“มีธุระอะไรมิทราบ มาแต่หัววันไม่เรียนหรือไง”

“ฉันมีงานให้เธอทำนะสิ”

“งาน อย่างเดิมหรือเปล่า”

“ใช่แล้ว”

“คราวนี้มีนักเลงที่ไหนมากวนเธออีก จะให้ไปเตะปากพวกมัน ขู่ไม่ให้มายุ่งกับเธอใช่มั้ยรู้สึกว่าพักนี้ ศัตรูเยอะเหลือเกินนะเรา ทำตัวให้มันเรียบร้อยสมกับเป็นนักศึกษาหน่อยนี่เที่ยวเพาะศัตรูไปทั่ว”

โมนาลิซ่าตาลุกวาว

“เด็กบ้า ไม่ต้องมาสอน”

“อายุแก่กว่าเท่าไหร่กันจ้ะหล่อน”

เจอหน้ากันปีนเกลียวใส่เลยนะ แต่เอาเถอะมีเรื่องต้องใช้งานอยู่ด้วย ลูกครึ่งสาวยิ้มดุเสียงหัวเราะห้าวในลำคอ มือลูบเส้นผมให้เห็นตุ้มหูเพชร ลำคอขาวเรียวระหงโปรยเสน่ห์ทำเอาเด็กหนุ่มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“คราวนี้ฉันจะให้เธอไปจัดการ ผู้ชายชื่อปีเตอร์ อาจมีคนติดตามด้วย2-3คน แต่ฝีมือเธอคงเอาอยู่”

“ผู้ชาย งั้นฉันขอค่าจ้างเพิ่ม เพราะตีกับผู้ชายมันเสี่ยงกว่าผู้หญิง”

“ฉันให้เธอสองหมื่น”

“ไมได้ ต้องสี่หมื่น”

“สองหมื่นห้าละกัน”

“ไม่ได้ ราคานี้ขาดตัว”

เขี้ยวจริงๆเห็นทีต้องเอาของมาล่อ

“ง้านฉันแถมกระเป๋าใบนี้ หนังจระเข้แท้เซียวนะเอาไปโรงตึ๊งคงได้สักหมื่น”

คนนี้หน้างอ “ยังไม่ถึงสี่หมื่น”

ดาวพระเกตุชี้ไปที่รองเท้าส้นสูง

“ไม่ได้! ฉันไม่ให้”

“ถ้างั้นเธอเตรียมตัวเจอนายปีเตอร์ละกัน อย่างมากคงโดนลากไปข่มขืน”

ดีแต่อวดร่ำอวดรวย พอมีเรื่องก็แจ่นมาทางนี้สมน้ำหน้าจริงๆ

“ก็ได้! ครั้งนี้ฉันยอมขาดทุน แต่ว่าทั้งเนื้อทั้งตัวเธอ มีแต่ของมือ2 เสื้อ กระโปรง รองเท้า ต่างหู สารพัดใช้ต่อจากฉัน จนจะเป็นเจ้าแม่มือ2 อยู่แล้ว ยกเว้นก็แต่ บราฯฉันคงให้เธอไม่ได้หรอกขนาดมันใส่กันไมได้ ของเธอมันเด็กอยู่เลย”

เจ้าเด็กคงกะพันเห็นหญิงสาวทะเลาะกันเพลิน สองมือกุมหน้าอกตูมๆคู่นั้นอวดกันถึงกับตาโตกลืนน้ำลาย ถือโอกาสเข้ามาเบียดแทรกทันที ใจจริงอยากเห็นใกล้ๆ ได้สูดกลิ่นกายหอมชื่นใจจากเธอ

“ไม่ได้นะครับ ระดับแช้มป์มวยไทยหญิงอย่างพี่เกตุ ค่าตัวขึ้นชกทีก็สามหมื่นแล้ว แต่งานตีกับนักเลงต้องใช้พวกผมด้วยสามคน แค่คนละหมื่น รวมเป็นสี่หมื่นแล้ว

งานก่อนไปตีกับเด็กช่างกล ไอ้เดชมันหัวแตก ต้องเสียค่ายาหมอไปเยอะคุณแอ้หลอกเอารถเขาไปขาย ผู้ชายมันแค้นมากขนาดจะจับไปรุมโทรม พวกผมต้องสู้แทบตายกว่าจะอัดพวกมันจนหมอบ ขู่ให้เลิกตามคุณแอ้ และไม่ให้แจ้งความเรื่องรถด้วย”

พูดไม่ทันจบ โมนาลิซ่าร้องนี่แน่ะ! เตะผ่าหมากจากด้านหลัง คงกะพันลงไปนอนจุกแอ๊ก

“เธอ ไปทำมันทำไม”

“เจ้าเปี๊ยกนี่มันชีกอ”

ดาวพระเกตุก้มหน้าลงมาจ้องตา

“อ้อ แล้วเธอสูงตายล่ะ ยัยฝรั่งแคระโตแต่นมกับก้นสมองนิดเดียว”

ถึงกับยืนสั่นพับๆทีเดียว บังอาจมาล้อความสูง โมนาลิซ่ายิ้มดุเสยเส้นผม ระงับอารมณ์ให้เย็นเข้าไว้

“เรามาออกกำลัง สู้กันดีกว่า ฉันว่าฝึกเทควันโด้มันก็ไม่เท่าไหร่หรอก”

เด็กหนุ่มสามคนถึงกับตาโต คนสวยสู้กันแล้ว โดยเฉพาะคนนุ่งสั้นจะขยับขาไปได้ยังไง คงกะพันถึงกับลงไปนอนหมอบ ดูขาสวยๆคู่นั้น คงได้เห็นของดีแจ่มๆแน่

สมัยก่อนสองคนตีกันบ่อย เพื่อแย่งกันเป็นใหญ่ ดาวพระเกตุมักโดนจู่โจมก่อน เสียท่าก็หลายครั้ง คราวนี้ต้องรีบชิงลงมือ โมนาลิซ่ากางมือหรา ขอตกลงกติกากันก่อน

“ห้ามข่วนหน้า ห้ามทึ้งเส้นผมนะ เข้าใจ๋”

“ตกลง งั้นลุยกันเลย”

“เดี๋ยวก่อน ขอจับมือตกลงกันก่อน”

”เรื่องมากชะมัด”

อาศัยทีเผลอ โมนาลิซ่าต่อยเข้าท้องน้อยเต็มที่ ทำเอานักเทควันโด้สาวน้อยทิ้งตัวลงไปจุกแอ๊ก หายใจแทบไม่ทัน

“ฝีมือ ยังไม่พัฒนาเลยนะเรา ฮะ ฮ่า”

“ยัยขี้โกง โอ้ย”

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(